All Blog
In love Flight
เพิ่งกลับมาจากไฟล์ไคโรก็สลบหมืดไปหนึ่งวันเต็มๆ

เหนื่อยมากเลยเพราะว่าผู้โดยสารเต็มลำ และก็เป็นคนไทยซะ 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เป็นปกติของช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวแบบนี้

ท่านผู้โดยสารก็มีทั้งน่ารัก น่าหยิก และน่ารำคาญ เดี๊ยนกับซันนี่ก็ต้องอดทนกันน่าดู เผลอทำหน้า "ทะเลาะกับผัว" ก็ไม่ได้ เดี๋ยวโดนเอาไปนินทาลับหลัง


บางครั้งก็รู้สึกนะว่ากับผู้โดยสารบางคน เดี๊ยนทำอะไรผิดเหรอ พูดก็พูดซะเพราะ ยิ้มตลอดด้วย แถมอยากได้อะไร ถ้าหาได้เราก็พยายามหามาให้ แต่ทำไมต้องมองด้วยหางตา แถมยังสำรวจหัวจดเท้า


รู้สึกไม่ค่อยชอบเลย แต่ดีที่บ้านฝึกมารยาทและความอดทนมาดี ก็เลยไม่แสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็น


คิดเหมือนกันนะว่าถ้าเป็นแอร์ต่างชาติ เค้าจะโดนสายตาและคำพูดแบบนั้นรึเปล่า แต่ถ้าทำจริงคงน่าสงสารท่านผู้โดยสารคนนั้น เพราะว่าแต่ละนายแต่ละนางโหดเหลือเกิน

แอร์ไทยหัวดำเนี่ย ใจดีที่สุดแล้วจะบอกให้



เรื่องของไฟล์อินเลิฟนี่ก็มีอันสานต่อ

ถ้าจำเรื่องนักบินพี่อี๊ดได้ ก็ได้บินไปด้วยกันอีกครั้งตอนไฟล์ขาไปไคโร

พี่อี๊ดมาให้กำลังใจ ตอนอ่านประกาศพีเอบนเครื่อง จะว่ามาอ่อยก็แรงไปหน่อย แต่ก็ยังดีที่ได้เห็นหน้า


ทั้งที่จริงพี่อี๊ดชวนเดี๊ยนกับซันนี่ไปในห้องนักบินตอนเครื่องกำลังขึ้น

แต่ด้วยความที่เดี๊ยนต้องเฝ้าอยู่ประตูด้านหน้าของชั้นประหยัดที่ยากที่จะไปไหนได้

มัวแต่จัดการเรื่องเอกสารและเช็คเรื่องต่างๆนาน พอเครื่องจะขึ้นแล้ว เดี๊ยนถึงได้หยุด แต่ก็ต้องไปนั่งรัดเข็มขัด เลยอดไป


เกรงใจเพื่อนร่วมงานด้วย ทำงานไฟล์ที่ 2 ก็เป็นอันได้เข้าไปนั่งใน cockpit ซะแล้ว


เดี๋ยวโดนเขม่นเอา


ไฟล์นั้นใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมงครึ่ง

เพราะฉะนั้นลูกเรือแต่ละคนก็จะแบ่งเวลากันไปนอนหลัง
เสริฟ์ครั้งที่ 1 จบลง


คนหนึ่งจะได้นอนเฉลี่ยประมาณ 2 ชั่วโมง แต่นักบินได้นอน 4 ชั่วโมง


แต่ละคนก็จะเตรียมชุดไปเปลี่ยนเพื่อใส่นอนในห้องพักลูกเรือ ซึ่งพี่อี๊ดก็นอนในห้องพักนักบินด้านหน้าติดกับครัวชั้นเฟริสคลาส เปลี่ยนชุดเสร็จพี่แกก็ยังเดินมาหว่านยิ้มให้ถึงที่

อ่อยกันเข้าไปหนุ่มอาหรับ


คราวนี้ผู้โดยสารไม่มีในชั้นเฟริสคลาส ดังนั้นก็แย่งกันเข้าไปทำสิคะพวกซีเนียร์

นอนกันเข้าไปแทบทั้งไฟล์ ไม่เห็นมันตื่นขึ้นมาทำงานกันเลย


เดี๊ยนมันจูเนียร์ ก็เสริฟ์กันเข้าไปชั้นประหยัด 280 คน
เดินจนขาขวิดเลย


บริการดีจนท่านผู้โดยฯซึ่งเป็นครอบครัวชาวอินเดียจากพาหุรัด ชมตลอดเลยนะคะ

เพราะเค้าเห็นเดี๊ยนทำงานคนเดียว
แถมยังเอาใจเสริฟ์สุดฤทธิ์

กาแฟท่านไม่ร้อน เดี๊ยนก็ไปเสริฟ์มาให้ใหม่

เพราะจำได้ว่า แฟนเดี๊ยนเวลากาแฟไม่ร้อน คุณพี่ท่านจะทำหน้าตาหมาเบื่อ ทานอะไรไม่ลง หงุดหงิดพิลึก


พอเปลี่ยนให้ใหม่ก็พาลอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น


ที่เอาใจมากหน่อย เพราะเห็นท่านผู้โดยฯ มีปัญหาตั้งแต่เรื่องอาหารแล้ว

เรื่องที่ทำให้ลูกเรือปวดหัวมากเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องอาหารนี่แหละค่ะ

อาหารจานหลักของสายการบินเดี๊ยนคือ อาหารจานเนื้อ

อย่างนั้นเวลาผู้โดยสารไทยขึ้นมามากๆทีไรก็จะมีปัญหาเรื่องอาหารอย่างอื่นที่ไม่ใช่เนื้อไม่เพียงพอ

ผู้โดยสารอินเดียก็บางท่านเป็นมังสัตวิรัต ไม่ก็ไม่ทานเนื้อด้วย


บริการคนจำนวนมากก็ไม่สามารถจะทำให้พอใจได้ทุกคน แต่ก็อยากให้เข้าใจผู้ให้บริการด้วย

ถ้าไม่ทำหน้าเป็นตูด เดี๊ยนก็จะให้บริการสุดใจขาดดิ้นเลย

แต่ถ้าหน้าเป็นตูดใส่ เดี๊ยนก็ไม่อยากยุ่งด้วย

ทำให้ตูดชาวบ้านยิ้มเนี่ยเหนื่อยเหลือเกิน ไม่ไหว



ตอนเครื่องลงที่ไคโร พี่อี๊ดก็จัดการแจกเบอร์อีเมลล์โดยที่เดี๊ยนยังไม่ได้เอ่ยปาก เห็นมั้ย นี่ไงที่เรียกว่าอ่อย 1000 เปอร์เซ็นต์

ถ้าไม่หล่อฮาร์ดคอร์ตั้งแต่แรก เดี๊ยนก็ไม่รับนะเนี่ย


พี่แกมีบินต่อไปนิวยอร์กวันรุ่งขึ้น อาทิตย์ถัดไปถึงจะมาเมืองไทย คงเจอกันอีก Insha'alah (แล้วแต่พระเจ้าจะกำหนด)



2 วันในไคโร เดี๊ยนกับซันนี่ไม่ได้ไปไหนมากนัก นอกจากนั่งรถเมลล์ไปใจกลางเมือง

แดดร้อนมาก ถึงจะไม่เท่ากับเมืองไทยก็เถอะ แต่ก็มากเกินความคาดหมายเพราะว่า คราวที่แล้วที่เดี๊ยนมายังอยู่ในช่วงปลายฤดูหนาว อากาศยังหนาวเย็นอยู่


เดินชมเมืองไปเรื่อยเรื่อย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรองเท้าหนังต่างๆเรียงรายอยู่เต็มไปหมด

สุดท้านเราสองคนก็แวะเข้าไปในห้างที่ตั้งอยู่ในซอกหลืบที่คนต่างชาติยากจะรู้ว่า มันคือห้างสรรพสินค้า


พอเข้าไปแล้วรู้สึกว่ามันแปลกตาดี และจินตนาการจากข้างนอกไม่คิดว่าข้างในก็คือห้างใหญ่ๆเหมือนบ้านของบ้านเราดีๆนี่เอง


เดี๊ยนกับซันนี่เดินสำรวจหาร้านอาหารเป็นอย่างแรก เพราะหิวมากเหลือเกิน

ก็เจอซุ้มอาหารหลากหลายในชั้นใต้ดิน

และแล้วความหิวของเรา 2 คนก็ดับลงด้วย คอฟต้าใส้ไก่ และข้าวบาบีคิวแพะ แป๊ปซี่ 1 แก้ว น้ำเปล่า 2 ขวด และน้ำอัดลมเบียร์ผสมรสสัปปะรด จากร้านอาหารจานด่วนร้านหนึ่ง สนนราคารวม 32.5 ปอนด์ หรือประมาณ 260 บาท


และแล้วเราก็ไปเดินเล่นต่อจนได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือมาคนละชิ้น เดินหามุมถ่ายรูปเป็นที่สนุกสนาน


จนเราเดินกลับไปยังท่ารถในที่สุด

มันไม่ได้มีอะไรใหม่ๆหรอก เพราะรูทบินของลูเรือไทยมีอยู่แค่นี้ สำหรับตอนนี้ ในอนาคตภาวนาให้เปิดรูทบินที่อื่นบ้างในประเทศเพื่อนบ้าน พวกเดี๊ยนจะได้ไปนอนเล่นบ้าง


ขากลับเดินทางแค่ 7 ชั่วโมงครึ่ง เลยได้นอนกันแค่ 1 ชั่วโมง แต่ก็นอนยังไงก็ไม่หลับ เลยหน้าเหนื่อยกันเป็นแถว


ท่านผู้โดยก็เยอะตามความคาดหมายอีกเช่นเคย

คราวนี้มีเจ้าหนูจำไมเยอะเหลือเกิน


"พี่เป็นคนไทยรึเปล่าครับ?

"ทำไมพี่ถึงมาทำงานที่นี่หล่ะครับ?"

"ทำไมพี่ถึงว่าหลวมตัวล่ะครับ?"

"ทำไม.........?"

เอ่อ.......พี่....... กรูจะบ้าตาย คิดคำตอบไม่ทัน


มีผู้โดยสารชาวมุสลิมภาคใต้มาด้วยหลายท่าน ได้ยินว่าพูดภาษาไทยด้วย แต่เดี๊ยนขอลองวิชาที่ไม่ได้ฝึกมานานหน่อย

เลยพูดกับท่านผู้โดยเป็นภาษาอินโดเพื่อระลึกความหลัง
ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าจะเข้าใจกันรึเปล่า

สุดท้ายท่านผู้โดยสารก็ตอบเป็นภาษามลายูตามความคาดหมาย และเดี๊ยนก็โดนบ่นเรื่องผ้าห่มไม่พอ และอะไรอีกยาวเฟื้อย สุดท้ายเดี๊ยนก็สามารถหาผ้าห่มผืนสุดท้ายของเครื่องจากชั้นบิสเนสมาให้จนได้ เลยได้ยินคำขอบคุณและพร้อมรอยยิ้มก่อนนอนว่า

"Terima kasih banyak"


ท่านผู้โดยบางท่านที่เรียกรอยยิ้มให้เดี๊ยนได้ก็คือ คุณลุงโค๊ก

ไม่ได้ชื่อว่าคุณโค๊กหรอกค่ะ แค่คุณลุงเจอหน้าเดี๊ยนทีไรจะต้องคิดถึงโค๊กทันที เสริฟ์ไป 5 แก้วเห็นจะได้

ตื่นมาตอนเช้ายังไม่วายถามหาโค๊ก พร้อมด้วยรอยยิ้ม แถมด้วยคำถามสุดอึ้งด้วยว่า

"หนู บ้านอยู่ไหนเหรอ? หน้าคุ้นๆ อยู่แถวบ้านลุงรึเปล่าเนี่ย"

อีแอร์เป็นอึ้ง ลุงจะคุ้นหน้าหนูได้ไงเนี่ย หนูอยู่ต่างประเทศตลอดเลยอ่ะ


ท่านผู้โดยสารชายหนุ่มหน้าตาดีมากับแฟนสาว เดี๊ยนว่าเป็นชาติผินแหงๆ ไม่ก็เป็นหนุ่มใต้หวัน

เรียกใช้เดี๊ยนทีไร ต้องหลิ่วตาหร้อมยั๊กคิ้วให้ทุกครั้ง เดี๊ยนเห็นทีไรแทบขำกลิ้งทุกทีให้ตายเหอะ ท่าทางคุณพี่ท่านจะเจ้าชู้ไม่ใช่เล่น


สุดท้ายของไฟล์ก็ต้องเป็นเรื่องของเพื่อนร่วมงานสิคะคุณ


เคยมีคนมาบอกว่าชอบคุณหลังจากรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมงบ้างมั้ย


พวกหื่นๆเดี๊ยนก็เจอมาเยอะแล้ว แต่ที่แจ๊คพอตคราวนี้กลับเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดูสุขุม ท่าทางดี ซีเรียสกับชีวิตซะด้วย หรือเดี๊ยนจะดูผิดตอนแรก

ปกติจะเป็นซันนี่ที่ขายออกแทบทุกไฟล์ เดี๊ยนจะตกกระป๋อง แต่ก็ภูมิใจเล็กๆที่ไม่ต้องระวังตัวมาก

คราวนี้เฮียมาแปลก ไม่พูดเลยตั้งหลายชั่วโมง พอว่างเสร็จก็เริ่มบทสนทนากับเดี๊ยนเยอะมาก

หลอกสอนภาษาอาหรับผิดๆให้ซันนี่ตั้งหลายคำ

สุดท้ายขอให้เดี๊ยนพาเที่ยวกรุงเทพ ตอนแรกก็ตกลงก็เพราะว่าคิดว่าพาเพื่อนต่างชาติเที่ยวบ้านเรามันก็ไม่น่าใช่เรื่องแปลก

จนกระทั่งคุณชายต้องการให้เดี๊ยนไปคนเดียว ไม่เอาซันนี่ไป แถมไม่พาเพื่อนคนอื่นไปด้วย

เดี๊ยนก็ "อารายวะ?"

"Can you give me a chance?"

"You should try me,then you will know me more."

พูดพร้อมส่งสายตาหวานชวนแหวะมาก

ให้ตายเหอะ บุคลิกคุณพี่ยัสเซอร์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก

เฮียย้ำคำพูดอยู่แทบทั้งไฟล์หลัง ที่นั่งลูกเรือก็อยู่ติดกัน หนีไปไหนเฮียก็ "Please give me a chance!"


เดี๊ยนจะสำรักน้ำตาลตายอยู่แล้ว

สุดท้ายเดี๊ยนก็บอกว่าถ้าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เดี๊ยนก็ไปไหนด้วยไม่ได้หรอก อย่าเป็นแฟนกันเลย เดี๊ยนมีอยู่แล้ว 3 คนแค่นี้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ยูอย่ามาเป็นคนที่ 4 เลย ไอจัดตารางไม่ไหวแล้ว


ต๊าย.......ฟังดูเป็นหญิงใจร้าย แต่พูดเพื่อตัดบทอ่ะ มันเริ่มเบื่อที่จะฟังแล้ว แต่ก็ขอบคุณเค้าที่รู้สึกดีๆให้เดี๊ยนแม้ว่าจะรับไม่ได้ก็ตาม

มีคนรักดีกว่ามีคนเกลียดเน๊อะ




Create Date : 16 เมษายน 2549
Last Update : 16 เมษายน 2549 13:05:34 น.
Counter : 285 Pageviews.

6 comments
  
แวะมาสวัสดีทักทายค่ะ อิอิ ยิ่งอ่านยิ่งอิจฉา อยากไปบินด้วยคน ยังไงทำงานมาหนักๆอย่าลืมพักผ่อนรักษาสุขภาพเยอะๆน่ะค่ะ แล้วจะมาคุยใหม่ค่ะ
โดย: หนูอุ๋ม (tenno_jung ) วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:11:35:57 น.
  
หนูอุ๋มนี่ตามอ่านทันใจจริงๆเลยน้า
โดย: เลดี้กระต่าย IP: 58.64.112.23 วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:20:16:07 น.
  
อิอิ ตามมาทักทายอีกแล้วค่ะ
++มีความสุขมากๆน่ะค่ะ++
โดย: หนูอุ๋ม (tenno_jung ) วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:16:41:11 น.
  
اهلا اهلا ياحبيببتي
! มีสเน่ห์จังเลยน๊า....อิอิ ทำงานอยู่อียิปต์แอร์หรอ? เคยอยู่อียิปต์มาหลายปี ระวังนะคุณ อาหรับมันไม่ใช่เล็กๆนะ เหอๆ หมายถึง ตัวไม่ใช่เล็กๆนะ อิอิ ไปคุยกันได้ที่
//spaces.msn.com/ledbandon/
مع السلام
โดย: Khaled IP: 125.25.142.6 วันที่: 20 เมษายน 2549 เวลา:20:01:59 น.
  
Don't know how to go to the Thai resaturant that Khun Khaled advised in Cairo.

Saya sangat lapar ya!!!! Tetapi enggak mau makan roti atau makanan yang ada di Hotel,takut kalau uang tidak cukup^^!
โดย: Uki no kimomo (Uki no Kimono ) วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:16:54:31 น.
  
ร้านตั้งอยู่บน ถ.ฟิรเดาซ์ ตรงข้าม นาดีย์มัยยาฮ์
نادى مياه ใกล้กับหอพักนักศึกษานานาชาติ บุอุซ หรือติดต่อไปที่ สืบศักดิ์ มินสาคร (จูหนุ่ม) 0127230076
บอกคุณลิดบ้านดอนแนะนำมา (ไม่รู้จะได้ลดรึป่าวนะ อิอิ)
โดย: Khaled IP: 61.47.99.128 วันที่: 26 เมษายน 2549 เวลา:11:14:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics