All Blog
หวาน
恭喜发财
ขอให้มีความสุขและร่ำรวยกันทุกๆคนคิดอะไรสมความ
ปราถนาตลอดปีนี้นะจ๊ะ


เมื่อกี้เพิ่งเสร็จจากไหว้เจ้าเชิญเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยเข้ามาในบ้านช่วงเที่ยงคืนที่ ขอให้นังแอร์บินชิวๆแต่ได้เงินแบบเป็นกอบเป็นกำเถอะค่า......สาธุ


วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเดี๊ยนก็ไม่ได้ไปสาระแนแจกดอกไม้ใครที่ไหนเหมือนที่เคยทำ เพราะได้ไฟล์ไปติดแหงกอยู่ที่ไคโร


วันนั้นกระซู่ไม่ออกเหมือนทุกๆครั้ง น้ำตาพาลจะไหลเอาดื้อๆเลยต้องเรียกความสดชื่นด้วยการฉายเดี่ยวชมเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่อยากจะไปกับใครที่ไหนตอนนี้นอกจากคนพิเศษ 2 คนที่นึกถึงคือ ตาหมีอ้วน และพี่อี๊ดร๊อกสตาร์จากค๊อกพิทของเดี๊ยนคนนั้น ว่าแล้วก็ได้ฤกษ์ส่งข้อความไปตอแหล ออดอ้อน


วันแห่งความรักเมื่อปี 2546 ณ กรุงไทเป เดี๊ยนก็เฝ้ารออย่าใจจดใจจ่อว่าเมื่อไรหนอ พ่อหนุ่มญี่ปุ่นเลือดใต้หวันคนข้างตัวจะให้ดอกไม้สักที ชีวิตไม่เคยได้รับดอกไม้จากใครเลย สุดท้ายตอนเที่ยงคืนถึงได้เอ่ยปากถาม ได้ความว่าเค้าเองก็รอช็อกโกแล็ตจากเดี๊ยนนี่แหละ ไม่เห็นให้เลย ......แหง็ก...ตรูมิใช่ผู้หญิงยุ่นนี่หว่าจะไปรู้ได้ไงเนี่ย

วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วเดี๊ยนได้ไปดินเนอร์ในภัตตาคาร
บนเขาที่ประเทศอินโดนีเซีย ดอกไม้ดอกแรกของเดี๊ยนคือกุหลาบสีแดงดอกโตที่ซื้อมาจากข้างทางดอกละ 2000 รูเปีย ก็ถูกบรรจงส่งให้กับตาหมีอ้วนตรงหน้าพร้อมหอมแก้มอีก 1 ฟอดใหญ่ รอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันและแก้มที่แดงสดใสบ่งบอกได้ถึงความดีใจที่คนไร้ซึ่งความโรแมนติกอย่างเดี๊ยนจะทำอะไรอย่างนี้ให้


14กุมภาปีที่แล้ว ณ กรุงไคโรเดี๊ยนก็ให้ดอกกุหลาบสีแดง 1 ดอกเช่นเคยกับตาหมีอ้วนคนเดิมที่มาตามเฝ้าตลอดอาทิตย์ระหว่างเทรนเป็นลูกเรือที่ประเทศอียิปต์


ปีนี้ถึงจะเงียบเหงาที่แดนอาหรับ แต่ก็ไม่โหดร้ายเกินไปนักสำหรับสาวขี้เหงาที่ต้องห่างบ้านและคนที่รักอยู่ร่ำไป
อย่างเดี๊ยน ข้อความที่ได้รับจากผู้ชายที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกถึง 2 คนส่งเข้ามาตลอดชั่วโมงที่นั่งอยู่บนรถและขณะจิบกาแฟถ้วยโปรดอยู่ที่ร้าน


ข้อความที่ได้รับหลายต่อหลายอันถูกอ่านกลับไปกลับมาราวกับจะยึดเป็นที่ยึดเหนี่ยวอย่างหนึ่งของความรู้สึกว้าเหว่ตอนนั้น ฉับพลันที่น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มหลังแว่นเรแบนทรงโตที่ปกปิดใบหน้าไว้ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เสียงที่แว่วมาตามสายทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเดี๊ยนสดใสขึ้นมาทันที พี่อี๊ดนั่นเอง.....หนุ่ทอเมริกันเชื้อสายอาหรับวัยกลางคนหัวเกรียนจากห้องด้านหน้าเครื่องบินคนนั้นที่ดูแล้วอ่อนกว่าอายุอย่างไม่น่าเชื่อคนนั้น


แผนการเดินตะลุยกินของเดี๊ยนก็มีอันสะดุดจากเจ้าโทรศัพท์ตอนนั้นน่ะเอง เย็นนั้นเป็นครั้งแรกที่ได้ดื่มเบียร์ที่บาร์หน้าล็อบบี้โรงแรมกับพี่อี๊ดและเป็นการพบกันครั้งที่ 2 ในกรุงไคโร พรางคุยเรื่องสัพเพเหระตลอดเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง

เกือบหนึ่งปีแล้วสินะที่เราสองคนรู้จักกันนับตั้งแต่ไฟล์แรกในชีวิตวันนั้น แต่เวลาที่ใช้ร่วมกันแทบนับครั้งได้เนื่องจากเหตุผลหลายๆอย่าง ทำให้เวลาที่เจอกันทุกครั้งผ่านไปอย่างมีความหมายที่สุด เดี๊ยนเป็นฝ่ายฟังซะมากกว่าเพราะพูดตามไม่ทัน ได้แต่จับมือแกไว้และหยอดมุขให้แกหัวเราะเป็นครั้งคราว

อารมณ์ประมาณใหม่ สุคนทวาไปเดทกับโป้ โยคีเพลย์บอยผสมโจอี้บอยเวอร์ชั่นนักบินยังไงไม่รู้
แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากเดี๊ยนจากวันต่อมาได้ตลอดเวลาล่ะค่ะ


วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่คงนอนยิ้มไปตลอดจากข้อความ 2 ประเทศที่ส่งมาอวยพรวันตรุษจีน

บางครั้งคนเราก็ย่อมปราถนาจะได้รับการเอาใจใส่จากคนที่เรารักนะคะ ถึงไม่บ่อยแต่แค่นึกถึงบ้าง ทำอะไรเล็กๆน้อยๆให้คนๆนั้นของคุณเค้าคงดีใจแน่นอน ฝันดีนะคะ

ศุกร์ที่จะถึงนี้ขอลาไปขี่จักรยานรับลมหนาวๆที่อัมสเตอดัมสักอาทิตย์ก่อนกลับมาเม้าท์พร้อมรูปสวยๆค่ะ




Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2550 19:07:52 น.
Counter : 301 Pageviews.

7 comment
โชค (ไม่)ช่วย

"ตึ๊ง..ตึง" เสียงที่ว่าตังขึ้นพร้อมสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดที่นั่ง ทำให้สมาธิที่ล่องลอยไปไกลกลับเข้ามา

พอสิ้นเสียงประกาศเตือนเป็นภาษาอารบิคและอังกฤษ ให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดที่นั่ง ปรับเก้าอี้ให้อยู่ในระดับตรง พับโต๊ะด้านหน้าที่นั่งให้กลับสู่ที่เดิมและเปิดม่านหน้าต่างด้านข้าง เก็บหมอนและผ้าห่มไว้ทางด้านหลัง

ประกาศต่อมาเป็นภาษาท้องถิ่นที่คุ้นเคยและอีกหนึ่งเป็นภาษาประเทศเพื่อนบ้านด้วยเสียงที่นิ่มลึกเจือสำเนียงกวางตุ้งพาลให้นึกถึงหน้าขอพระเอกกู่เทียนเล่อ หรือหลุยส์กู่ของสาวๆจากดินแดนตอนใต้ของจีน จะเป็นเสียงใครนอกจากแอร์ไทยหน้าเหลี่ยมเก๋สายเลือดฮ่องกงคู่หูหน้าใหม่ของเดี๊ยนบนไฟล์ในวันนั้น


หลังเสร็จสิ้นไฟล์ก็เป็นเวลายามเช้าตรู่ของกรุงไคโร เดี๊ยนก็ไม่ได้พักผ่อนนอนแอ้งแม้งบนที่นนฟูกหนานุ่มในโรงแรมอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะภารกิจที่มาในครั้งนี้คือการยื่นเอกสารขอใบต่ออนุญาติบินแทนของเดิมที่จะหมดอายุในเร็ววัน


และแล้วการผจญภัยในออฟฟิสแขกก็เริ่มขึ้น การยื่นเอกสารมิได้ลำบากอย่างที่คิดไว้ แต่ก็โยนกันไปมาหลายต่อกว่าจะเสร็จ โชคยังดีที่เดี๊ยนเจอลูกเรือสาวชาวญี่ปุ่นที่ดูเหมือนจะผ่านร้อนผ่านหนาวกับการทำงานที่นี่มาหลายปีดีดักแล้ว พรางเสียงหัวเราะคิกคักว่าให้ทำใจกับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่มีตายตัว


การยื่นเอกสารเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่ก็ยังงงๆอยู่ที่ต้องเสียเงิน 20 ปอนด์ด้วย นัยว่าให้เด็กเดินเอกสารนำไปส่งให้ถึงที่ยังโรงแรมที่พักนั่นเอง


เพื่อมิให้เสียเที่ยวเดี๊ยนก็ยื่นเรื่องขอตั๋วและวันหยุดสิ้นเดือน 1 อาทิตย์เพื่อไปกระดี๊กระด๊าพักผ่อนสมองต่างแดนยังประเทศเนเธอแลนด์ ณ กรุงอัมสเตอร์ดัมส์ที่ความสามารถอียิปต์แอร์จะพาไปถึงได้ โดยต้องต่อเครื่องที่กรุงไคโรไปอีกประมาณ 4 ชั่วโมง คราวนี้ล่ะเดี๊ยนจะแบกกล้องท่องกรุง ตะลุยแหล่งโคมแดงอันลือชื่อ รวมถึงตะลุยเซ็กส์ช๊อปตามประสาสาวอยากรู้เอามาแบ่งปันประสบการณ์ต่างแดนกันนะเพื่อเกลอทั้งหลาย จะแอบถ่ายมาให้ดูละกันฮิๆ




อาทิตย์ที่ผ่านมาอากาศ ณ เมืองหลวงของพีระมิดประมาณ 14 องศา เรียกได้ว่ากำลังหนาวแบบพอดิบพอดี ไม่เว่อจนเกินไป แสงแดดพอแสบตาถ้ามิได้พกพาแว่นกันแดดติดตัวเห็นจะไม่คุ้นถิ่นซะแล้ว


เสื้อโค๊ทผ้าวูตัวยาวแทบลากดินพร้อมด้วยเฟอร์สีดำมันขลับเป็นแผงใหญ่รอบคอที่สวมทับยูนิฟอร์มทำให้เดี๊ยนดูคล้ายไฮโซเพนกวินซะไม่มีละ แต่ก็ดีกว่าทนหนาวสั่นยามรอรถที่สนามบินก็แล้วกัน


การทำเอกสารและติดต่อเรื่องต่างๆที่นี่ ถ้าไม่มีคนรู้จักให้คำแนะนำคงได้มีปล่อยโฮอย่างเหลืออดแบบเดี๊ยนในช่วงแรกเป็นแน่ๆ เพราะระบบการทำงานที่อียิปต์งี่เง่าเหลือทน ปัดความรับผิดชอบไปมาเป็นว่าเล่น อีกทั้งยังหาคนที่พูดภาษาอังกฤษรู้เรื่องได้ไม่ใช่ง่ายๆซะด้วย




ลูกเรือของที่นี่ถ้าจะยื่นเรื่องติดต่ออะไรก็แล้วแต่ มักนิยมจ้างคนภายในให้ดำเนินการให้ ก็แล้วแต่ว่าจะจ่ายกันเท่าไร มีตั้งแต่ 10 ไปจนถึง 50 ปอนด์ ว่าด้วยเรื่องขอตั๋ว Extra Crew , ขอตั๋วลดราคา , ขอตั๋วฟรี ฯลฯ เหล่านี้กินเวลาเป็นวัน เหมือนง่ายนะคะ แต่ว่าคนที่จะติดต่อด้วยนี่เป็นบรรดาลุงๆเดินเอกสารนับ 10 ชีวิตที่เดินกันควักไขว่ แต่ไม่มีแม้สักคนที่จะพูดอะไรนอกจากภาษาอารบิค งานนี้ถึงมีเงินแต่ไม่มีคนช่วยแปลก็ทำอะไรไม่ได้จ้า ???#$%!!!






คราวนี้นับว่าโชคยังดีบ้างที่ไปสบตาเข้ากับหนุ่มสจ๊วตที่ติดใจในรสชาติน้ำมะนาวบนไฟล์ของเดี๊ยน แน่สิยะเข้มข้นถึงใจขนาดผสมเตกีล่าเข้าไปได้ร้องซี๊ด...ทีเดียว มิเช่นนั้นเสียชื่อบาร์เทนดี้เก่าหมด





พ่อหนุ่ม Ehab คนนี้อาสาเป็นผู้แปลความต้องการของเดี๊ยนให้คุณลุงคนนึงจัดการเรื่องเอกสารการขอตั๋วลูกเรือให้ทั้งหมด โดยเดี๊ยนควักสินน้ำใจให้เป็นเงิน 20 ปอนด์ หรือราว 140 บาท ใส่ในกระเป๋าเสื้อแกพร้อมรอยยิ้มแบบ "ไม่เหนื่อยละทีนี้กรู"


แกจะนำมาส่งให้ที่โรงแรมในวันรุ่งขึ้น เรียกได้ว่าเอามาสอดไว้หน้าประตูห้องให้ทีเดียว แหม ที่นี่สินน้ำใจเดินได้ด้วยเงินนะคะ




ไม่ว่าจะทำอะไร ก็เตรียมเงินไว้เล็กน้อยในกระเป๋าเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาแก่คนที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นแล้วคุณก็คงจะเป็นคนก็ต้องรออยู่เป็นคนสุดท้ายตลอด ธรรมเนียมสากลแต่ก็บางทีเยอะแยะยุบยับจนเล่นเอาปวดหัวเหมือนกันแหละค่ะ
ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ไม่อยากให้ใครช่วยมิฉะนั้นคงได้จ่ายค่าทิปหัวบานเชียวคุณ



วันต่อมาหลังจากได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่ เดี๊ยนก็ตื่นแต่เช้าตรู่ ไม่ได้ขยันอะไรหรอกค่า นัดตาพี่อี๊ดไว้ว่าจะไปส่งแกที่ตึกลูกเรือที่สนามบิน


ไม่ได้เจอกันนานเกือบ 3 เดือนแกก็ยังหล่อหัวเกรียนเหมือนเดิม พลางทักทายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันที่หาได้น้อยมากจากหนุ่มอาหรับทั่วไป ยังไม่ลืมที่จะส่งสายตากรุ้มกริ่มฉ่ำเยิ้มมาให้ตามสไตล์




ไฟล์นี้เป็นไฟล์นิวยอร์กถิ่นประจำครั้งสุดท้ายของแก ใช้เวลาบิน 12 ชั่วโมงจากกรุงไคโร (นักบินเค้าได้นอนกัน 6 ชั่วโมงเชียวนะคุณ)
ก่อนที่จะย้ายตำแหน่งไปเป็นกัปตันอย่างเต็มตัว ณ เครื่องแอร์บัส 320 หลังจากเป็นผู้ช่วยนักบินบนเครื่องโบอิ้ง777มานานถึง 12 ปี



ซึ่งรูทบินก็จะเปลี่ยนไป เครื่องบินที่ลำเล็กลงแต่ก็ใหม่เอี่ยมเชียวค่ะ มันวาวทั้งลำเชียวรวมถึงห้องน้ำด้วย ต่างจากเครื่องลำใหญ่ที่บินมาเมืองไทยอย่างพี่โบอิ้ง777 อย่างลิบลับเชียว โดยเครื่องเล็กแบบนี้พิกัดการบินก็ต้องสั้นลงจึงมักจะใช้กับเส้นทางบินไปยังแถบยุโรปและโซนตะวันออกกลาง




วันนั้นใจเต้นเป็นพิเศษ ก็แหม..แกออกจะหล่อบาดใจขนาดนั้น ถึงเพื่อนๆจะแอบเหน็บว่า
"มันหล่อตรงไหนวะแก" แต่ก็สไตล์ใครสไตล์มันแล้วกันนะ




เดี๊ยนเตือนให้แกดื่มน้อยลงหน่อย หลังจากแกบอกว่าดื่มเป็นปลาเชียวเมื่อคืนก่อน
กิติศัพท์ Green Label ดื่มหมดขวดของแกเป็นที่เลื่องลือในหมู่สาวแอร์ร่วมไฟล์ที่มักจะต้องชงกาแฟดำชนิดเข้มข้นเพื่อปลุกวิญญาณ รวมถึงหมากฝรั่งดับกลิ่นเหล้า
อีกทั้งแฟนสาวนิโกรจากไนโรบีที่ได้ความว่าหาความสวยยากหน่อยคนนั้นอีก โดนเม้าท์ว่าคบกันได้อย่างไรหนอยามปิดไฟถ้าเจ้าหล่อนไม่ได้ยิ้มยิงฟัน


กรรม.....ทำไมนังแอร์อารมณ์เปลี่ยวอย่างตูถึงรสนิยมแบบนี้ฟะเนี่ย


ได้ความว่าเดือนหน้าคงมีอันได้ประสบพบเจอกันอีกเป็นแน่เพราะแกต้องบินมาเทรนกับเครื่องสติมูเลเตอร์ที่การบินไทย
มีเวลาอีกหลายอาทิตย์เดี๋ยวไปเตรียม
แผนชั่ว เอ๊ย แผนเดตล่วงหน้าก่อนนะ
ความสุขแอบตอดชั่วคราวเล็กๆน้อยๆค่ะคุณ



แอบเอากำไรจากการกอดหนุ่มใหญ่ถึง 3 ครั้งก่อนยันขึ้นเครื่องไปแล้ว เดี๊ยนก็ได้โอกาสบุกตะลุยสู่ใจกลางเมืองอีกครั้งหลังจากห่างหายจากการนั่งรถเมลล์ชมเมืองไปนาน


40 นาทีจากการนั่งรถช่วงเช้า ถนนทุกสายโล่งเหลือเกินซึ่งบรรยากาศแบบนี้หายากมากในกรุงไคโร
โดยปกติจะแออัดยัดแน่นยิ่งกว่ากรุงเทพฯก็ไม่ปาน
ระเบียบวินัยในการขับขี่แทบไม่รู้จักกันเลย
ถนน 3 เลนคนที่นี่สามารถขับได้ถึง 5 เลนแบบไม่ได้พูดเกินจริงแต่อย่างใดเชียว

อุบัติเหตุมีให้เห็นอยู่เนืองๆ ดูง่ายๆจากรถที่แล่นไปมาบนถนน เรียกได้ว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์มีร่อยรอยของการชนทั้งนั้น มากน้อยบ้างต่างกันไป




ประสบการณ์ตรงของเดี๊ยนก็ไม่นานมานี้
รถคันข้างๆชนเปรี๊ยงเข้าให้เบียดติดไปกับฟุตบาท เสียงดังน่ากลัวมากด้วยความแรงและอัตราความเร็วที่ขับ เนื่องจากเวลานั้นด้วยความที่กลับไปยังโรงแรมเพื่อเช็คเอ้าท์ช้ากว่าที่คิดเพราะประจวบกับเวลาเร่งด่วนและระยะทางที่ไกลพอควร ทำให้เพื่อนผู้หวังดีที่เป็นธุระขับรถให้ เร่งเครื่องและลีลาการขับขึ้นราวกับแข่งโกคาร์ทที่เมืองพัทยาเชียว นังแอร์หัวใจแทบวายแต่ก็ได้รับคำปลอบใจที่ไม่ค่อยจะช่วยสักเท่าใดว่า
"ก็คิดว่านั่งรถเล่นในสวนสนุกละกันนะ"


อยู่ในสวนสนุกมันไม่ตายที่คะคุณ วันนั้นถ้ากระจกหน้าบานใดบานหนึ่งแตก สงสัยเดี๊ยนคงต้องไปนอนโอดโอยอยู่สักโรงพยาบาลหนึ่งเป็นแน่ แถมคงต้องโดนทำแผลแบบเอาสำลีแห้งๆถูๆแผลเพิ่มเชื้อโรคแทนการฆ่าเชื้อแหงแซะ แค่คิดก็สยองแล้ว
คนขับรถแบบดีๆมีบ้างเปล่าฟะในประเทศนี้




ช่วงเช้าของวันไม่ได้เป็นแบบที่เดี๊ยนคิด ร้านรวงต่างๆยังไม่เปิดร้านดี แม้จะล่วงเลย 9 โมงเช้าไปแล้วก็ตาม
ถ้าเป็นกรุงเทพฯ ป่านนี้ร้านหมูย่างข้าวเหนียว รวมถึงน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ คงเต็มถนน





เดี๊ยนเดินดุ่มๆไปตามถนนใหญ่ต่างๆ สายตาสอดส่ายหาร้านไหนที่พอจะฝากท้องได้บ้าง ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงแซวเป็นอารบิคและอังกฤษประปราย



ขอแนะนำได้ว่า อย่าสบตา อย่าสนใจ อย่าแต่งตัวโป๊ และอย่าเดินคนเดียวในย่านเสื่อมโทรม
ในกรณีที่มีเพื่อนชายหนุ่มไปด้วยก็คงฝากผีฝากไข้ได้ และเป็นที่เกรงใจต่อคนอื่นหน่อย

แต่ถ้ารู้ตัวว่าขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ หน้าตาเอเชียเด้งโดดขึ้นมาก็แนะนำว่าให้ทำตามนี้แล้วจะดีเอง ไม่งั้นคงโดนเหมาว่าแอบชอบหนุ่มๆที่ยิ้มให้เหมือนที่เดี๊ยนโดน การันตีว่าหนุ่มอาหรับเขาคิดกันอย่างนี้จริงๆจากปากเพื่อนเจ้าถิ่น



แบบนี้เห็นจะแจกยิ้มสยามไม่ได้ผลในทางบวกซะแล้วนะจ๊ะ เอาไว้ทำตอนอ้อนขอลดราคาตอนซื้อของในตลาดแล้วกันนะตัวเอง



หลังจากที่หาที่สิงสถิตดื่มกาแฟมานาน ก็ผ่านมาที่ร้านกาแฟ Cilantro ตรงข้ามกับมหาวิทยาลับอเมริกันไคโร เลยได้โอกาศหวนถึงอดีตแวะเข้าไปหน่อย




นิตยสารบางเล่มเทียบว่าร้านนี้เป็น Starbucks ของอียิปต์ทีเดียว หลายหลากสาขาให้เลือกรวมถึงบรรยากาศที่ตบแต่งด้วยดีไซน์ทันสมัยสีแดงสดใส ตัดกับสีขาวโดนใจ มีกาแฟให้เลือกมากมายหลายประเภททั้งกาแฟอเมริกัน อาฟริกา อินโดนีเซีย ซึ่งเลือกหากลับไปชงทานที่บ้านได้ด้วย รวมถึงแซนวิสชนิดต่างๆที่ทำสำเร็จรูปอยู่ในตู้โชว์พร้อมให้เลือกซื้อกลับไปทานที่
ออฟฟิสหรือที่บ้าน รวมถึงในรถอย่างที่ชาวอียิปต์ในไคโรส่วนใหญ่ทำกัน พาลนึกถึงคำพูดของเพื่อนร่วมงานสาวๆชาวไทยที่บ่นถึงหนุ่มๆอียิปต์ที่รับพวกหล่อนไปทานมื้อค่ำหรือระหว่างวันว่า



"ขับรถพามาตั้งไกล นั่งแ..กในรถซะงั้น"







อันนี้อยู่นานๆก็จะชิน วัฒนธรรมเขาคงเป็นอย่างนี้
พอขับรถไปถึงที่จอดก็จะบีบแตรเป็นเสียงเรียกพนักงานให้มารับรายการอาหารที่จะสั่ง ซึ่งจะเสริฟ์ไปบนถาดอลูมิเนียมที่มีหู 2 อันด้านใดด้านหนึ่ง จุดประสงค์เพื่อที่จะคล้องกับกระจกด้านข้างรถนั่งเอง
ราวกับนั่งทานข้าวอยู่บนโต๊ะเลยทีเดียว อันนี้เมืองไทยคงไม่เอาด้วย เพราะกลัวรถเป็นรอยซะเปล่าๆ



สนนราคากาแฟลาเต้ 1 แก้วใส่วิปครีมและคาราเมล ,
ซีซาร์สลัด 1 ถ้วย , น้ำผลไม้รสสตอเบอรี่แบบมี Malt สกัด 1 ขวดเล็ก
สนนราคารวมภาษีและค่าบริการเกือบ 60 ปอนด์หรือราว 420 บาท โหดพอสมควรใช่มั๊ยล่ะ




มื้อเช้าแบบไฮโซกระเป๋าแฟบอย่างเดี๊ยนหมดไป ก็มาถึงมื้อกลางวันบ้าง วันนั้นถึงจะปวดท้องแต่นังแอร์ยังไม่เจียมสังขาร ความอยากอาหารไทยมันจุกอกตั้งแต่เมื่อคืน
อย่างนั้นจุดหมายต่อไปของเราคือที่ร้าน "บัวขาว"
ร้านอาหารไทยเลื่องชื่อในต่างแดนที่มีถึง 7 สาขาด้วยกันซึ่งส่วนใหญ่ก็ตั้งอยู่ในอียิปต์นี่แหละค่ะ





ร้านนี้เป็นสาขาที่ 2 ซึ่งเดี๊ยนจะฝากท้องด้วยนี้ ตั้งอยู่ภายในส่วนของร้านค้าชั้นใต้ดินของโรงแรม Nile Hilton มาทีไรเดี๊ยนไม่เคยได้ทันร้านเปิดสักที คราวนี้เลยได้พบกับแม่ครัวสาวใหญ่ชาวไทยเป็นครั้งแรก





ป้าคนสวยของเราชื่อ "ป้าดา" ป้าแกเล่าว่าเดิมเป็นคนประจวบฯ แต่ก็จับพลัดจับผลูมาเป็นแม่ครัวที่ร้านนี้ได้ปีกว่าแล้ว อีก 9 เดือนก็จะหมดสัญญาแล้วจะกลับไปเยี่ยมลูกที่เมืองไทย




ดูหน้าตาอาหารตัวอย่างที่วางไว้หน้าร้านแล้ว ท้องเจ้ากรรมเริ่มร้องขึ้นมาแบบไม่ไว้หน้าเจ้าของเลย พร้อมกับป้าดาพูดเป็นมั่นเหมาะว่าจะทำให้สุดฝีมือ วันนั้นกระเพราะไก่รสเด็ด
เลยแซบถึงใจนังแอร์แทบฟ่นไฟได้พาลนึกถึงบ้านอย่างช่วยไม่ได้


ป้าแกตบท้ายล้างปากด้วยการแถม "ลิ้นจี่ลอยแก้ว" มาเป็นของหวานให้แก่สาวแอร์ผู้หิวโหย ซึ้งน้ำใจคนไทย ณ ต่างแดนจริงๆค่ะ ก่อนจากกันได้ไหว้ลาป้าดาก่อนเจอกันอีกครั้งเมื่อชาติต้องการอาหาร พร้อมให้คำมั่นว่าคราวหลังจะชวนเพื่อนๆมาอุดหนุน




สนนราคาข้าวกระเพราไก่มื้อนั้นรวมภาษีต่างๆ 42 ปอนด์ หรือร่วม 300 บาท ถ้าบอกราคาหญิงแม่ที่บ้านเดี๊ยนคงไม่แคล้วโดนด่า
"อีก 2 วันก็กลับบ้านแล้ว ชูชกหรือไงเราน่ะทำเป็นอยากมาร่วมปีไปได้ กินให้น้อยๆหน่อย...@^%#$"



อิ่มท้องมาทั้งวันก็สบายใจนั่งรถกลับที่พักไปนอนเอาแรง ตกดึกพอมีเรี่ยวแรงเดี๊ยนก็มีแผนต่อด้วยการไปดิ้นที่คลับเดิม เนื่องด้วยคืนนั้นเป็น Lady Night เครื่องดื่มทุกอย่างก่อนตี 1 ก็เลยฟรีหมดสำหรับผู้หญิงเท่านั้น




ลาภปากจริงๆเช่นแผนที่วางไว้ งานนี้เลยได้แด๊นส์และดริ๊งค์ฟรีอย่างเมามันส์สำหรับเดี๊ยนและสาวแอร์อีกนาง แต่หนุ่มสจ๊วตที่หนีบไปด้วยก็ต้องจ่ายตามระเบียบ 100 ปอนด์เป็นค่าผ่านประตูและเป็นวงเงินดริ๊งค์ด้วย



ไม่ดึกนักประมาณ ตี 2 ครึ่งพวกเราก็พากันกลับ อาจเพราะเป็นช่วงกลางอาทิตย์คนที่มาเที่ยวเลยไม่มากนัก บรรยากาศก็เลยไม่ครึกครื้นเท่าที่เคยเป็น แถมเดี๊ยนยังเริ่มเป็นที่รู้จักนักตั้งแต่เอ่ยปากชวนอีตา Mr.Egypt ไปแด๊นส์ในวันนั้นคงจำกันได้ พอมีคนมาทักก็เสหัวเราะไปตามเรื่อง

อย่ามาจดจำวีรกรรมของช้าน ไม่ได้เป็นเด็กใครนะเฟ้ยเสียหายหมด





ปล. คืนนั้นมีคนมาเสนอเลี้ยงดริ๊งค์หลังตี 1 ด้วย เหอะๆ เป็นหนุ่มอินเดียครึ่งอิตาเลี่ยน มาจากเท็กซัส (บอกสถานที่สุดท้ายนี่รู้สึกว่าดูดีขึ้นมาทันทีเชียว) อย่าเพิ่งงง



พอเดี๊ยนบอกว่ามีแฟนแล้ว พ่อเปิดแนบเชียว
ใสเจียจริงๆ ซดเหล้าฟรีต่อดีฝ่า เอิ๊กๆ



Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2550 2:41:23 น.
Counter : 350 Pageviews.

4 comment
โดนจนได้

อ๋อย.... ห่างหายไปนาน เจ้าอ้วนตัวดี need attention ตลอด เดี๊ยนแอบย่องมาส่องบล๊อกตัวเองไม่ได้ซักที เพิ่งจะปลีกตัวมาได้หลังจากส่งพ่อคุณกลับเมืองกังหันลมไปเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา อิๆๆ







ขอเลื่อนตารางบินไปเมืองแขกวันก่อน เพื่อให้วันนี้ว่าง เดี๊ยนก็เลยอ้อน Station manager นายใหม่ใจดีที่เพิ่งย้ายมา ให้ได้บัตรผ่านชั่วคราวเข้าไปส่งพ่อหมีน้อยตัวอ้วนพีถึงข้างใน Gate ซะเลย



คืนนั้นสนามบินเปลี๊ยนไป๋ในความรู้สึก สบายใจจริงๆเลยให้ตายเถอะ ปกติที่ต้องรีบจ้ำเพื่อให้ทันเปลี่ยนกับทีมลูกเรือชุดก่อนหน้าที่เพิ่งมาถึง และมีเวลาพอจะจัดการเตรีมงานตามตำแหน่งของตัวเอง ทำให้ไม่มีเวลาจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศและของล่อใจที่ร้านปลอดภาษีในสนามบินมากนัก แต่คราวนี้เดี๊ยนก็สมใจกับการเป็นพยาน้อยชมตลาด



แต่ก็ได้แค่ชมล่ะค่ะคุณ มิได้ซื้อหรอกเพราะนอกหน้าที่มิได้ลดเปอร์เซ็นต์ค่า



แต่ก็ยังดีที่ได้นั่งพักลองชิมกาแฟตามแบบนักเดินทางทั่วๆไปดูบ้าง เดี๊ยนเลือกนั่งที่ร้านต้นมะม่วง

กาแฟเย็นธรรมดาที่สั่งมาชิมลาง สนนราคาแก้วละ 100 บาท ไม่รวมภาษีอีก 7 เปอร์เซ็นต์
รสชาติถือว่าสมราคาเลยค่ะ ตาฝรั่งลูกช่างติยังชมไม่ขาดปาก


คราวหน้าเห็นจะต้องแวะมาใหม่ซะแล้น







ช่วงระหว่างปลายปีและต้นปีที่เดี๊ยนบ่นนักหนาว่ายุ่ง ก็เป็นเรื่องตามรูปนี้แหละเจ้าค่า





ถึงไม่ใช่ปริญญาใบแรก แต่นี่ก็หยาดเหงื่อแรงใจเดี๊ยนของแท้เลยนะฮะ วิชาเยอรมันที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เริ่มทำบัตรประชาชน สุดท้ายก็ได้มาเป็นวิชาเอกสมใจ อิๆ









ต้อนรับปีใหม่ก็มี Tag จากคุณ Toor36 จนได้นะคะ
แอร๊ยยยย....


1. กลัว

สิ่งที่เดี๊ยนกลัวและขนลุกมากที่สุดก็คือ คุณปีเตอร์ข้างบ้าน หรือไอ้แมลงสาปนั่นเอง

ตอนเด็กๆวิ่งเล่นแถวบ้านแล้วโดนไอ้หรั่งติดปีกนี่บินดิ่งมาเกาะข้างหูซ้าย เครียด สยอง และฝังใจมาจนถึงเดี๋ยวนี้

แค่ได้กลิ่นเดี๊ยนก็รู้ได้เลยนะคะว่ามันอยู่แถวนั้น สยองโลกมาก แต่ที่กลัวนี่ไม่ได้กรี๊ดเป็นนางเอกนะ กลัวแบบมือไขว่ขว้าต้องหาหนังสือพิมพ์มาม้วนๆ หรือไม้กวาด สู้กันให้ตายไปข้างนึง ก่อนจะแผ่เมตตาไม่งั้นทำอย่างอื่นต่อไม่ได้


เป็นจุดอ่อนที่โดนพี่น้องที่บ้านกลั่นแกล้งตลอด 20กว่าปีที่ผ่านมา




2. กล้า


ที่พูดถึงนี่ไม่ใช่กล้าแสดงออกอะไรมากมายนะคะ เดี๊ยนเป็นเด็กค่อนข้างขี้อาย แต่ก็เซี้ยวและแก่นกะลาในเวลาเดียวกัน

ตอนประถม ณ โรงเรียนหญิงแถวตลาดน้อย คุณครูแทบทุกคนไม่มีใครไม่รู้จัก "ดาร์กี้ หรือดาร์ลี่" ซึ่งนอกจากจะเป็นชื่อยาสีฟันที่ใช้หนุ่มผิวสีเป็นนายแบบแล้ว ยังใช้เป็นฉายาของเดี๊ยนที่ถูกเรียกแบบเจ้าตัวไม่เต็มใจอีกต่างหาก

เด็กรุ่นน้องยังติดเรียกว่าพี่ดาร์กี้ ไม้เรียวไซค์จัมโบ้ขนาดไหนก็เรียกได้ว่าผ่านฝ่ามือเดี๊ยนมาหมดละ

สมัยเรียนมัธยมโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งใกล้ๆกับตรอกข้าวสาร ภาพลักษณ์ค่อนข้างเรียบร้อย เรียนดี แถมเป็นหัวหน้าห้องอีกต่างหาก แต่ใครจะรู้ว่าผมบ๊อบที่ถูกระเบียบเป๊ะแบบนั้น ได้บังใบหู 2 ข้างที่ใส่ตุ้มหูรวมกันไว้ถึง 8 รูด้วยกัน
ไม่เคยโดนตรวจเลยสักครั้ง ปิดบังมาได้ถึง 3 ปีเชียวคุณ ก่อนจะโกนผมเกือบทั้งหมดทิ้งตอนเข้ามหาลัยปีแรก

จำได้ว่าพ่อของเพื่อนใหม่ร่วมหอที่มหาลัยไม่อยากให้อยู่ห้องเดียวกับเดี๊ยน กลัวลูกสาวจะไม่ปลอดภัย (ทั้งที่เดี๊ยนออกจะหญิงขนาด) พอๆกับสีหน้าประหลาดๆของรูมเมททั้ง 2 คนที่มองเดี๊ยน
ก่อนจะสารภาพแบบหมดเปลือกเกือบ 1 ปีให้หลังว่า "กลัวของแปลก"

ผมสีเขียวเข้มที่ยาว 1 เซ็นติเมตรกับหน้าที่คล้ำแดดจากเมือง Berlin คงทำให้เดี๊ยนดูน่ากลัวพิลึกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เพื่อนๆร่วมรุ่น 200 กว่าชีวิตจะไม่รู้จัก ก็นั่นแหละเป็นภาพติดตาเพื่อนๆจนจบออกมาหลายปีดีดัก




3. อาย


เกือบ 20 ปีที่แล้วก่อนจะมีงานเลี้ยงผู้ปกครองที่โรงเรียน เดี๊ยนก็แถไปฝึกเป็นนางรำกับเขาด้วย
เมื่อถึงเวลาคืนวันงาน คุณพี่เลี้ยงที่บ้านกว่าจะรีดผ้าถุงให้ แถมแต่งชุดไทยแบบจีบหน้านางไม่เป็นกันอีก ซวยจริงๆตู ชุดไทยที่แต่งก็เลยดูเหมือนผ้ากระโจมอกอาบน้ำ แถมผ้าถุงที่ยืมเข็มขัดคุณยายมาใส่เดินๆก็เกือบจะหลุด

รถราไม่เป็นใจติดซะเหลือเกิน ไปถึงงานขึ้นเวทีก็ได้ท่าสุดท้ายจับจีบเหวี่ยงซ้ายขวา พนมมือไหว้ก็จบแล่ว ซ้อมมา 2 อาทิตย์ รวมเวลาแสดงจริง 2 วิ
เจ็บใจมาจนถึงตอนนี้ กรี๊ดดดดดด




4. เย็น

พูดกันตรงๆเลยก็คือ เดี๊ยนไม่ชอบอาบน้ำ
ถ้ากรณีอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำงานแบกหามใดๆให้เหงื่อไคลไหลย้อย ก็จะล้างหน้าบนล่าง ผลัดผ้าแล้วก็นอนมันดื้อๆอย่างนั้นแหละค่ะ ถ้ารู้สึกร้อนก็จะใช้ครีมทาชโลมไปทั้งตัวแทน

อาบน้ำวันละครั้ง อย่าหาว่าโสเลยนะคุณขา เดี๊ยนผิวแห้งมากแบบว่าทาแป้งที ลมพัดแล้วหายหมดเหงื่อก็ไม่ออก

แต่ถ้าออกไปเผชิญโชคนอกบ้านแบบแดดเปรี้ยงๆวันใด เดี๊ยนก็กลายเป็นมนุษย์รักสะอาดเหมือนกันแหละค่า

ว่าแต่การทำงานบนเครื่องบินนี่เค้ามีกฏว่าต้องอาบน้ำทุกครั้งก่อนและหลังไปทำงานนะคะ ห้ามซกมกไม่เช็ดเครื่องสำอางออกหรือไม่ทาครีมบำรุงก่อนนอนด้วย ให้ใส่กางเกงใน Cotton 100% หรือผ้าไหมอีกด้วยเอ้า
เดี๊ยนก็ไม่ขัดศรัทธาค่ะ แต่ก็ต้องมีเบบี้ออย หรือน้ำมันมะกอก ไม่ก็น้ำมันมะพร้าวทาก่อนเช็ดตัว ไม่งั้นผิวคงได้แห้ง ขูดทีเป็นรอยขีดขาวๆสมัยเล่นหน้าหนาวตอนเด็กๆแน่เลย



5. เมา

วีรกรรมเรื่องน้ำเมานึกถึงทีไรก็ เฮ่อ.....ทำไปได้

สม้ยเรียนปีหนึ่งถีบจักรยานไปหน้ามหาลัย เลี้ยงฉลองสอบเสร็จกับสาวๆเพื่อนซี้ สุดท้ายต้องละความพยายามเดินกลับหลังจากตกจักรยานเสือหมอบมา 3 ครั้ง

แอบเอาเบียร์กับสปายขึ้นไปดวลกับเพื่อนๆที่หอหญิง

ดื่มจนเมาตอนปี 2 ณ ร้านหนึ่งแถวพระอาทิตย์ แจกทิปแบ็งค์พันบาร์เทนเดอร์หนุ่มๆ จนเพื่อนต้องเดินไปตามเอาคืน สุดท้ายนั่งกอดพี่โถส้วมอยู่ 20 นาที ก่อนโดนเพื่อนๆลากขึ้นแท๊กซี่เพราะไปผลักคนเมาโต๊ะข้างๆหัวฟาดพื้นสลบ แน่นอนว่าวันต่อมาเดี๊ยนจำอะไรไม่ได้เลย โดนเพื่อนอำเละเทะ

เคยสลบไป 2 วันรวดเลยต้องโดดเรียน เพราะก๊งเหล้าขาว 50 ดีกรีกับพวกนักเรียนเกาหลี แต่ดันดอดผสมเหล้ากับเบียร์ชิงเต่าเข้าไปด้วยเลยเป็นเรื่อง ตอนสมัยเรียนอยู่ที่เมืองจีน

วีรกรรมเน่าๆที่ใต้หวันก็ตอนแอบเอาใบประกาศหาเสียงเลือกตั้งที่ไทเปไปห่อขวดเบียร์พรางตาเจ้าหน้าที่หน้าหอพัก ให้ผ่านเข้าไปในหอพักได้
ถ้าโดนจับไต๋ได้ก็โดนตัดคะแนนล่ะทีนี้ เสี่ยงต่อการถูกประจานหน้าตึกเรียนนะเนี่ย แต่สุดท้ายนังแอร์ก็รอดมาจนได้

เคยเอาความสามารถทางสุราเมรัยที่มีอยู่แปลงร่างเป็น
บาร์เทนดี้สาวในงานลอยกระทงมหาลัย หารายได้เข้าภาควิชาแบบถล่มทลาย ก็มีพลาดบ้างลืมปิดฝาเช็คเกอร์ เขย่าทีก็เหล้าสาดทั้งแขน แต่เดี๊ยนยังรับประกันรสชาด ฮิๆ
เสียดายอยู่สายการบินต้นสังกัดไม่เสริฟ์แอลกอฮอล์ ไม่อย่างนั้นเดี๊ยนจองตำแหน่งมือ 1 โลด



ความรู้สึกเหมือนเปิดกล่องดำไงไม่รู้ ความชั่วมากมีความดีไม่ค่อยปรากฏ เหตุการณ์ผ่านมาหลายปีดีดักละ เมื่อรู้ความจริงแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งเลิกคบเดี๊ยนนะค๊า



เพื่อนๆที่โชคดีได้รับ Tag ต่อไปอีก 5 คนนะคะ
1. (คุณวี....)โสดในซอย
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=sodnaisoi

2. มิ้วกี้
//milkynaka.diaryclub.com/?date=20070111
(ขออภัยจ้ามิ้ว เราส่งซ้ำซ้อนเรียกคืนไม่ได้อ่ะ อย่าเอานิ้วจิ้มตาเราเลยผิดไปแล้ว)

3. Law of Nature
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lawofnature&month=01-2007&group=27&date=15&blog=1

4. พี่อ้อ
//dearaor.spaces.live.com/blog/cns!DEE7199709C10F76!3891.entry#post

5. (น้องอุ๋ม) tenno_jung
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tennojung&month=01-2007&group=4&date=07&blog=1





Create Date : 16 มกราคม 2550
Last Update : 16 มกราคม 2550 22:16:03 น.
Counter : 308 Pageviews.

7 comment
มือใหม่ กับปีใหม่ๆ
สวัสดีปีหมูน้อยนะชาวโลก

ขอให้มีความสุขกันถ้วนทุกคนนะจ๊ะเด็กๆ มีบอมส์มาให้หวาดเสียวเล่นรับปีใหม่กันเลย
พระเจ้าจอร์ท


ปีใหม่ทั้งทีก็ขอให้อะไรต่อมิอะไรที่ดีๆใหม่ๆผ่านเข้ามาในชีวิต ถึงแฟนยังเป็นคนเก่าอยู่ก็เอาเถอะ





และแล้วเดี๊ยนก็ได้จรลีกลับมาฉลองปีใหม่แบบหวีดๆอย่างชาวบ้านเขาเหมือนกัน อิๆๆ

หลังจากต้องเดินเรื่อยเปื่อยเป็นเด็กขายไม้ขีดไฟตอนหิมะตกปรอยๆในค่ำคืนคริสต์มาสอันหนาวเหน็บ
แบบนิทานเด็กๆที่ครั้งหนึ่งเคยชอบอ่าน


แต่นั่นมิใช่ยุโรป เดี๊ยนก็เลยไปฉลองก่อนค่ำคืนของลุงหนวดพุยพุ้ยผู้ใช้แรงงานสัตว์จาก North Pole ด้วยการไปชมวิวทะเลทราย ณ พีระมิดแห่งกีซ่า สถานที่อันคุ้นเคยแต่ก็ไม่ได้ไปบ่อยนักเพราะรายจ่ายก็หลายอัฐอยู่


ทะเลทรายก็หนาวได้ค่ะคุณ อุณหภูมิ 10 องศา ท่ามกลางแดดอ่อนๆ


ก็มีสาวไทยใจกล้าโดนบังคับให้ควบทั้งอูฐทั้งม้าทั้งๆกระโปรงๆยีนส์ เกือบ 3 ชั่วโมงจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเลยฮ่ะ



เสื้อกันหนาวตัวหนาของหนุ่มลูกเรือเพื่อนยาก ก็กลายมาเป็นผ้าคลุมรถหวอจำเป็นของเดี๊ยนตอนนั่งอยู่บนตัวพี่อูฐที่ตัวขนาด 3 เมตรพอดิบพอดีเลยค่ะ





ตอนแรกนึกอยากจะขี่ม้า แต่ก็เกรงใจสังขารเพราะนังป้าบินจนเบลอลืมไปว่ามีนัดขี่ม้าวันนั้นพอดี เลยหันหน้าไปพึ่งพี่อูฐแทน


แต่เหมือนโดนแกล้งค่ะคุณ พี่อูฐไซค์มหึมาที่มีนิสัยหยิ่งเป็นทุนเดิม มีหรือจะยอมให้ยัยตัวเล็กอย่างเดี๋ยนมาบังคับ ถึงจะเตะขาคุณพี่ให้ไปแบบที่ทำๆกัน แรงเตะของเดี๊ยนก็ไม่ได้ทำให้พี่อูฐแกสะทกสะท้านเลย ยังคงเดินเอื่อยเฉยรั้งท้ายหนุ่มๆทีมม้าเร็วที่มาด้วยกันแบบไม่เห็นฝุ่น


ร้อนถึงเพื่อนๆต้องกลับมาลากพี่อูฐเดี๊ยนและแถมหวดก้นให้วิ่งได้ดังใจอยู่นานหลายครั้งทีเดียว





สุดท้ายเดี๊ยนก็เกือบหัวทิ่มอยู่มะลอมมะล่อตอนแกวิ่งบ้างล่ะค่ะ สองมือเรียกได้ว่าคว้าทั้งหนอกหน้าหนอกหลังกันหล่น
ตุ๊บลงมา



ผิวหน้าเดี๊ยนถึงจะหนาขนาดไหน แต่ก็ยอมแพ้หินทะเลทรายหลากหลายทั้งเล็กใหญ่ คมๆ รอบๆแหละค่ะ


ตกลงไปทีคงเดี๊ยงอย่างไม่ต้องสงสัย


ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเดี๊ยนก็ได้ตำแหน่ง Cow girl ไปครองเพราะเพื่อนฝูงผู้ชำนาญการขี่ม้าทั้งหลายทนรอหวดก้นยัยพี่อูฐให้เดี๊ยนไม่ไหว เลยส่งเจ้าม้าเร็วตัวขาวมาเป็นพาหนะเดี๊ยนตอนขากลับ


ตอนนี้บั้นท้ายรวมทั้งขาเดี๊ยนเริ่มออกอาการเกร็งแกมเจ็บปวด



โอ้ว......จ๊อกกี้ขี่ม้าเริ่มแรกเค้าจะรู้สึกแบบนี้กันมั้ยเนี่ย



พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในที่สุดหลังจากใช้เวลากุมบังเหียนบนหลังสัตว์ออกทัวร์ทั่วด้านหลังพีระมิดซะร่วม 3 ชั่วโมงและแล้วก็กลับมายังที่พักซึ่งเป็นร้านจำหน่ายน้ำหอมและขวดแก้วบรรจุแบบสวยงามตามสไตล์อาหรับ เจ้าของร้านก็เป็นหนึ่งหนุ่มหนวดงามเพื่อนใหม่ของเดี๊ยนที่สอนให้พูดว่า

"ชี่......คาเมล........ชี่.......ชี่" เป็นการสั่งให้อูฐเดิน เดี๊ยนจะทำไม่ค่อยสำเร็จพี่แกออกอาการขี้เกียจเดินแถมผายลม แปดๆ ตลอดทางเลย


ในขณะที่เวลาเปลี่ยนคนขี่เท่านั้นแหละ นังนี่วิ่งขนปลิวเชียว รึว่าเพื่อนเดี๊ยนเตะหนักก็ไม่ทราบ


พี่หนวดงามแว่นดำนาม "Adel" แกมีกิจการให้เช่าอูฐและม้าแก่นักท่องเที่ยวด้วย นอกเหนือจากกิจการน้ำหอม

แฮะๆ งานนี้เดี๊ยนก็ขี่กันฟรีๆมิเปลืองอัฐ
แต่โดยทั่วไปถ้าจะเช่าม้าหรืออูฐขี่ล่ะก็ เค้าคิดกันราว 30 ปอนด์นะคะ ประหยัดเงินไว้ซื้อเคบัฟประทังชีวิตอีกครั้งค่ะคุณ



กลับมาถึงกรุงเทพฯ นังแอร์ก็มีอันกล้ามเนื้อขาเดี้ยง หอบสังขาร เดินขาถ่างสไตล์ชาวอียิปต์ไปนวดแก้เคล็ดขัดยอก ร้องโอดโอยอยู่แถวๆวัดโพธิ์จนได้


สังขารดีขึ้นเดี๊ยนคงได้แหลไปขี่ม้าชมวิวซดน้ำชากลางทะเลทรายอีกรอบนะคะ



Create Date : 02 มกราคม 2550
Last Update : 2 มกราคม 2550 3:21:40 น.
Counter : 239 Pageviews.

9 comment
คืนเปลี่ยว

อาทิตย์นี้ฝนตกที่ไคโร 3 วันรวดเหมือนฟ้าฝนเป็นใจก่อนที่จะแห้งแล้งไปอีกเกือบ 1 ปีข้างหน้า


ค่ำคืนอันเฉอะแฉะก็ปรากฏมีสาวไทยใจกล้า แม้จะแต่งตัวดูดีมีระดับหน่อยพอที่จะเรียกสายตาคนที่ผ่านไปมามองให้เหลียวหลังได้ แต่ทว่าก็เปียกปอนมะลอกมะแลกพอดู



รองเท้าบูทปลายแหลมที่ยาวถึงหัวเข่าคู่นั้น เหยียบย่ำผ่านไปบนถนนที่เปียกชื้นและซอกซอยเล็กๆแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงไคโร ร่องรอยที่กระเซ็นของเศษดินโคลนทำให้พอจะเดาได้ว่าหล่อนเดินท่ามกลางสายฝนมานานพอสมควร



และแล้วก็พลันมีเสียงที่ทำลายความเงียบขึ้นมาว่า



" แม่ง.... จะเดินไปถึงไหนฟะเนี่ย Sheboo, Ehab , Maggy!!! กรูเหนื่อยนะเฟ้ย แท็กซี่มีทำไมไม่เรียกวะ "


เดี๊ยนได้แต่คิด ไม่มีทางเลือกก็ต้องเดินตากฝนตามก้นเพื่อนๆเจ้าถิ่นต่อไป โวยวายมากไปอาจโดนรุมสกรัมได้ โทษสถานเบาถ้ามันปล่อยเดี๊ยนไว้คนเดียว นังแอร์คงกระเป๋าฉีกเพราะบรรดาแร้งทึ้งในคราบคนขับแท๊กซี่ก็เป็นได้





คืนนั้นหลังจากนั่งเล่นบ้านเพื่อนใหม่ชาวอเมริกันเพื่อรอเวลาฝนเจ้ากรรมหยุดตกเป็นเวลา ร่วม 4 ชั่วโมง ก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ยกเว้นเดี๊ยนซึ่งตั้งใจแน่วแน่ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องไป Dance ให้ได้ ถึงจะต้องฉายเดี่ยวก็ตามที





สถานที่นี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม Hilton Nile
เป็นดิสโกเทค ชื่อว่า LATEX ซึ่งเป็นที่นิยมพอสมควรสำหรับนักเที่ยววัยรุ่นและนักธุรกิจทั้งหลาย


ช่วงเวลาท่องราตรีของคนอียิปต์จะอยู่ในช่วง 4 ทุ่ม - ตี 5ค่าผ่านประตูสำหรับที่นี่ 50 ปอนด์อียิปต์ หรือราวๆ 350 - 400 บาท ถ้าวันพิเศษที่มีดีเจชื่อดังมาเปิดแผ่นล่ะก็ ราคาค่าเข้าจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 150 ปอนด์เลยทีเดียว



เดี๊ยนนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อราว จางซิยี่ ดาราสาวสวยชาวจีน ณ ฮอลีวูดอยู่ตั้งนานด้านหน้าฟลอร์ จนสุดท้ายอดรนทนไม่ได้ ทำม๊ายยยย....ไม่มีใครมาคุย (แถวบ้านเรียกสาวกชาวหูดำทั้งหลาย) ขอเต้นรำด้วยสักที


ท้ายที่สุดแอร์ไทยใจกล้าก็เลยเอ่ยปากกับหนุ่มล่ำตัวสูงใหญ่ และแน่นอนหัวเกรียน ที่ดูดีที่สุดแล้วว่า




...."CAN YOU DANCE WITH ME?..."



อย่า อย่าค่ะ อย่าอายแทน หน้าที่เดี๊ยนเอง



พ่อหนุ่มหุ่นล่ำแบบที่พ่อนิกกี้รับประกันความเสียว ที่เพิ่งออกเทป "นิกกี้...แมงดา" ไป ถ้าได้เห็น...คงมีเหี่ยวค่ะงานนี้


รอยยิ้มกว้างปรากฏบนหน้าแกอย่างเห็นได้ชัดเจนแม้จะมองจากไฟสีแดงสลัวๆ ณ ที่นั้น มือเดี๊ยนก็ถูกดึงไปยังกลางฟลอร์ แล้วแกก็ออกลวดลายเท้าไฟแบบคนเจนสนามทีเดียว เทียบกับเดี๊ยนแล้วก็กลายเป็นเด็กอนุบาลหมีน้อยไปซะ
ชิบค่ะ


" อะไรจะมันส์ขนาดนั้นฟะ???!!! " เดี๊ยนคิด เพลงจังหวะ House และ R&B หมีน้อยก็เต้นเพลินได้เหมือนกันแหละค่า





เรื่องมาเฉลยตอนจบว่านายล่ำบึ๊กคนนี้มีดีกรีเป็นถึง มิสเตอร์อียิปต์ ปี 2005 แถมยังเป็นนายแบบอีกต่างหาก
พิจารณาจากหุ่นพี่แกกล้ามเป็นมัด เท่ห์ซะขนาดนั้นก็เชื่อแบบไม่ต้องคิดเลยค่ะว่าคงไม่ได้โม้ หุ่นแบบนี้หายากในชายไทยนะจ๊ะเพื่อนฝูง นังแอร์ตาเหยี่ยวอีกละพี่น้อง เก็บไปโม้ได้อีกนาน



พี่แกค่อนข้างป๊อปพอสมควร เห็นได้จากคนรู้จักที่เยอะซะเหลือเกิน จนเดี๊ยนพรางคิดว่าเป็นวันพบญาติซะอีก แถมค่าเข้าประตูก็ไม่ต้องจ่ายอีก



หลังจากเต้นจนหมดแรงโรตี เดี๊ยนก็ขอลากลับโรงแรม โดยมีพี่แกอาสาไปเรียกรถให้ แน่นอนเชื่อขนมกินได้เดี๊ยนก็บอกลาพี่แกและขอบคุณที่อุตส่าห์เป็นคู่เต้นในคืนนี้ แถมยังเบอร์โทรที่ให้เป็นที่ระลึกอีก




กลับถึงโรงแรมตี 4 ครึ่ง..................สลบหมืด



Create Date : 09 ธันวาคม 2549
Last Update : 13 ธันวาคม 2549 21:51:57 น.
Counter : 304 Pageviews.

7 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics