All Blog
ตื่นเต้น
อีกไม่กี่อาทิตย์ก็ต้องเริ่มทำงานที่ใหม่แล้วไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง กลัวไปหมด กลัวทำงานช้าไม่ได้ดังใจแถมยังไม่ตรงกับที่เรียนจบมาด้วย เพราะต้องทำงานเกี่ยวกับตัวเลขแล้วยังอยู่ในสังคมเยอรมันอีก ภาษาพูดห่วยๆที่เรียนๆมาจะถึงคราววิบัติรึเปล่าเนี่ย อุตส่าห์โม้เอาไว้ว่าขอเวลาสามเดือนรับรองลื่นไหนชัวร์ป๊าด


ว่างๆช่วงนี้ก็หาเวลาเปิดหนังสือรวบรวมคำศัพท์ภาษาเยอรมันทางธุรกิจที่จะใช้ในงานสักหน่อย ดีกว่าไปเอ๋อในที่ทำงาน หนังสือที่ได้อ้างอิงก็ไปค้นๆมาจากร้านหนังสือสอนภาษาอังกฤษที่ร้านหนังสือใหญ่ๆใกล้ๆตลาดตอนไปเดินเล่น

การจะเรียนภาษาต่างประเทศมันก็ยิ่งง่ายถ้าเรามีพื้นฐานภาษาอื่นๆเป็นตัวช่วย หนังสือหรือข้อมูลที่จะหาก็สะดวกสบายกว่าชาวบ้านเขามากโขอยู่ ข้อจำกัดน้อยทำให้ราคาก็ย่อมเยาไปด้วย ตัวอย่างเช่น หนังสือภาษาเยอรมันที่ใช้เรียนก็เลยมีทั้ง ไทย - เยอรมัน, เยอรมัน - เยอรมัน, อินโด - เยอรมัน, จีน - เยอรมัน, ดัชท์ - เยอรมัน เป็นต้น ถ้าใครสนใจด้านภาษาก็ยินดีรับคำติชมที่หน้า Blog บทสนทนาภาษา 108 นะ


พูดเรื่องภาษาก็นึกถึงเมื่อต้นเดือนที่แล้วยังเจ็บใจไม่หาย ลองรับงานแปลมาทำแต่ดันโดนเบี้ยวไม่ยอมจ่ายตังค์ซะนี่ ด้วยความไว้ใจแถมยังไม่เคยแปลจริงๆจังๆเป็นอาชีพระยะยาวก็เลยยังไม่เอาตังค์มัดจำก่อนล่วงหน้าเพราะลองงานดูว่าแปลศัพท์เทคนิควิศวะจะเป็นยังไง และตกลงจะป้อนงานมาให้เรื่อยๆหนังจากงานชิ้นแรกบางส่วนผ่านการประเมิน


สุดท้ายโดนมันเบี้ยวซะงั้น ตินั่นตินี่ขอแก้งานเป็นการส่วนตัว เยอะแยะวุ่นวายแต่ตังค์ไม่พูดถึง เป็นบริษัทยางรถยนตร์รุ่นที่กันกระสุนและตะปูเรือใบ และยางที่ใช้ในกองทัพนั่นหล่ะ เล่นเอาหมดอาลัยตายอยากไปเลยเพราะเหนื่อยแล้วก็โกรธมาก ไซโคเพื่อนคนออสเตรียและเยอรมันช่วยตรวจให้แล้วยังติว่าพอใจแค่ 90% แถมยังบ่นกับคนอื่นให้ได้ยินว่าอีเจ๊คิดแพงอีก แต่เท่าไรที่มันจะจ่ายได้ก็ไม่ยอมบอก อยากจะนัดเจอให้แก้งานตอนดึกๆตามโรงแรมซะงั้น ไปทีก็จะหอบเพื่อนๆไปเป็นกันชนและไม่ให้ไปเพราะคิดราคาถูกแล้วแต่ยังโดนบ่น แถมค่าแท็กซี่ก็ควักเนื้อ รวมค่ากาแฟอีกต่างหาก ไม่ปลอดภัยอีก ดูแล้วไม่คุ้มเลย


ก็เลยเป็นบทเรียนว่าอย่าไว้ใจใคร เงินมางานไปเท่านั้น
ฝรั่งสวิสหัวทองแค่ไหนก็ช่างมัน อย่ามาเจอหน้า อย่าริอาจมาชวนไปพัทยา ตรูไม่ไปเฟ้ย แถมมีหน้าชวนไปทำงานในสาขาที่เยอรมันอีก ถ้าตกลงก็กระบือเรียกแม่แล้ว ใครจะไปคิดว่าจะโกงแค่เงินครึ่งร้อยยูโร



เดือนนี้ช่วงเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวซะจริง แต่เดี๊ยนคงนั่งอ่านหนังสือรากงอกอยู่ที่บ้าน เพราะงบประมาณมีจำกัด อีกทั้งยังไม่ทันจะเปิดเทอมก็มีเมลล์ส่งไฟล์หนังสือเรียนของเทอมที่จะถึงอาทิตย์หน้านี้มาให้อ่าน วิชาละหนึ่งกิโล สงสัยได้เวลาวางแผนไปเก็บเกี่ยวหนุ่มๆตาน้ำข้าวหน้าเด้งๆ (คงหายาก)ในออฟฟิสมาสักคนสองคนช่วยตรวจการบ้านซะทีเฟ้ย



อาทิตย์นี้มีแต่คนถามถึงว่าจะไปบินกับรอยัลบูรไนรึเปล่าเพราะเพิ่งมาเปิดรับลูกเรือไทยหลังจากหายไปนาน จะบอกไม่เสียดายก็คงแหลสุดๆ
เคยหวังมานานมากแล้วว่าอยากทำที่นี่เพราะได้ใช้บาฮาซาที่เรียนมาถึงจะออกเหน่อๆถ้าใช้ที่บรูไน คงเหมือนอยู่บ้านถ้าพูดกับเพื่อนร่วมงานเข้าใจ
จะบรีฟจะบู๊ตอนไหนไม่หวั่นเดี๊ยนชนะเลิศชัวร์ แถมรูทบินเพียบทั้งอังกฤษ ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง สิบกว่ารูท


ถึงจะดีขนาดไหนแต่ถ้าออกไปตอนนี้ก็ลืมเรื่องเรียนกับอนาคตงานที่ยูเอ็นลืมไปได้เลย เหมือนกับไปนั่งนับ 1 ใหม่และก็คงไม่มีโอกาสได้เป็นเพอร์เซอร์เพราะเป็นแรงงานต่างชาติส่วนน้อย.............เลยขอเป็นกำลังใจให้คนที่จะไปดีกว่า กว่าจะเรียนจบอีกเป็นปี ถ้าป้าเบื่องานออฟฟิสแล้วอาจจะกลับไปบินก็ได้ ตอนนี้ขอหาผู้ชายดีๆที่มันไม่ค่อยมีในเครื่องบินไปพรางๆดีกว่า


ไปละCium Cium




Create Date : 10 ธันวาคม 2552
Last Update : 10 ธันวาคม 2552 15:46:10 น.
Counter : 1240 Pageviews.

0 comment
งานใหม่
ห้าเดือนผ่านไปตั้งแต่เริ่มต้นเรียนป.โทที่เมืองไทยและก็หลุดลอยไปจากวงโคจรการทำงานประจำ ดูเหมือนจะว่างแต่ก็กลับเป็นตรงกันข้าม ยุ่งมากกับการเรียนในชั้นเรียนอินเตอร์เล็กๆเนื่องจากสัดส่วนเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นพี่รวมกันแล้ว นักศึกษาไทยเลยเป็นชนกลุ่มน้อยขึ้นมาทันที แต่ก็สนุกสนานเฮฮาและอบอุ่นมาก


ช่วงเทอมแรกเกือบถอดใจไปหลายรอบเพราะไม่คุ้นเคยกับภาษาเยอรมันที่ใช้เป็น Lingua Franca ในห้อง หรือเป็นภาษากลางนั่นเอง


หลังจากไม่ได้ใช้สื่อสารการเขียนและพูดเชิงวิชาการ รวมถึงคลังศัพท์ส่วนใหญ่ในสมองก็เหือดแห้งไปเกือบหมด ก็ทำให้เครียดมากเมื่อต้องใช้ในห้องเรียนระดับสูงเป็นเวลา 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และตำราประกอบซึ่งเป็นหนังสือวิชาการเน้นประเภทที่ว่าหาที่อ่านเป็นภาษาแม่ช่วยก็แล้ว ยังไม่ค่อยจะกระดิกเลย เมื่อไปปรึกษากับอาจารย์ผู้สอนรูปหล่อผิวสีประจำวิชา ก็ได้คำตอบว่า "อีก 6 เดือนก็ชินไปเอง สบายๆ"


มาถึงวันนี้ 5 เดือนผ่านไป ไวพอๆกับความชราที่มาเร็วเหลือเกินเนื่องจากความเครียด ก็เริ่มจะปรับตัวได้แล้ว ความที่เพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนามที่ขึ้นชื่อเรื่องความขยันซึ่งมักไปไหนไม่ถูกเพราะจะรู้แต่ทางไปห้องสมุดกับห้องเรียน ก็ทำให้คนอื่นๆพวกกระตือรือร้นไปด้วย


ภาษาศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ศิลปะดนตรี ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการสอน ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ต้องรู้แบบครอบจักรวาลเพื่อเป็นฐานในการทำความเข้าใจทำให้เดี๊ยนที่ครั้งนึงเคยบอกกับตัวเองว่าจะไม่เรียนอีกแล้วอักษรศาตร์พอกันที ท้ายสุดไหงมานั่งเรียนหน้ามึนอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างนี้หว่า
อยากสัมผัสการเรียนในสายบริหารเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร



เกือบ 10 ปีที่แล้วมักจะทักทายเพื่อนๆในห้องเรียนที่เมืองจีนด้วยคำว่า "อันยองฮาเซโย" ตอนนั้นประแส Korea Fever ยังไม่เข้ามาในเมืองไทย นักเรียนนอกประเทศอย่างเราๆก็ต้องครูพักลักจำภาษาชาวบ้านเขาก่อนจะผสมโรงตีซี้ไปตามเรื่อง ณ ตอนนี้คำพูดติดปากไปแล้วก็คือ "ซินจ่าว" ตีซี้จับคู่กันทำรายงานไปเรื่อยเพราะคุณเธอทั้งหลายทำการบ้านแบบถวายชีวิตให้ตายเถอะ


เดี๊ยนดูจะเป็นคนเดียวที่ออกห่างจากวงโคจรไปมากที่สุด ไม่ได้เป็นอาจารย์สอนภาษาอย่างใครเขา หรือเป็นนักแปลอาชีพ อย่างมากก็แปลเอามันส์และหาตังค์ใช้ แถมบ้านอยู่หลังเขา กว่าจะฝ่าดงกล้วยมาเข้าเรียนได้ก็หอบแห่กๆ แต่ก็ยังมีคนที่สุดยอดความพยายามที่ต้องนั่งเครื่องบินมาเรียนทุกอาิทิตย์จากภูเก็ตก็ยังมี ดูแล้วทั้งแรงบันดาลใจและความขยันของตัวเองก็เป็นรองชาวบ้านเขาเยอะเลย ยิ่งเห็นได้ชัดจากแผนภูมิการพัฒนาทักษะแต่ละบุคคลตอนจบเทอมแรก เดี๊ยนยังครองตำแหน่งคงเส้นคงวาไว้อย่างยอดเยี่ยมตามแท่งกราฟเพื่อการประจานส่วนบุคคลของท่านอาจารย์ที่กรุณาส่งเมลล์มาให้


ก็เลยต้องมานั่งคิดว่าตัวเรามีปัญหาอะไรที่ควรจะปรับปรุงหนอ ผลก็คือที่เด่นชัดเลย "การขาดทักษะในการใช้งานและไม่มีแรงจูงใจมากพอในการเรียน"
สรุปก็คือ ถึงเวลาที่ต้องเอาหนังหน้าและความสามารถอันน้อยนิดไปหางานที่ตรงสายทำซะแล้ว ไม่ว่างานนักแปล งานสอน งานในออฟฟิส งานเลขาส่วนตัว ซึ่งตัวเลือกมีอยู่น้อยมาเมื่อต้องมีเงื่อนไขในเวลาเรียนประจำที่แน่นอน แถมอายุก็ไม่บ่งบอกอะไรได้หลายๆอย่าง


สุดท้ายหลังจากว่างจากงานประจำมานาน พรุ่งนี้ก็จะได้เซ็นต์สัญญาก่อนจะเริ่มงานปีหน้า ช่างรวดเร็วทันใจจริงๆไม่ถึงสิบวันหลังสัมภาษณ์ ซึ่งตอนแรกไม่คิดว่าจะได้เนื่องจากไม่ว่าจะถามภาษาไหน เดี๊ยนก็ขอตอบอังกฤษโลด เพราะกลัวว่าจะตอบผิดเพราะยังจำความตื่นเต้นสมัยสัมภาษณ์งานสถานทูตเยอรมันได้ดีที่โดนอัดคำถามจากผู้สัมภาษณ์ 5 คน เลยขอใช้สมาธิตอบเป็นภาษาเดียวให้ดีที่สุดดีกว่า


เนื่องจากที่ทำงานใหม่ของเดี๊ยนนี้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และมีนักวิชาการชาวเยอรมันรวมถึงเพื่อนร่วมงานที่รับผิดชอบในงานส่วนต่างๆของประเทศตนแต่ต้องมาประจำในสำนักงานที่กรุงเทพเป็นจำนวนกว่าครึ่ง ดังนั้นระบบการบริหารก็ดูเป็นมืออาชีพมาก ถึงบรรยากาศจะดูเกรงๆแต่ทุกคนที่เห็นก็แอบเดินมามองหน้าแล้วยิ้มแย้มแบบที่ไม่เคยเห็นเลยสักครั้งถ้าต้องอยู่ในสถานที่ๆไม่รู้จักใครแบบนั้น


หวังว่างานนี้จะเพิ่มทักษะและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนของเดี๊ยนให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เดี๋ยวตีซี้หนุ่มเยอรมันในออฟฟิสได้เมื่อไรก็หวังว่าจะมีคนช่วยตรวจการบ้านให้ซะที แอร๊ยยยย



Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 13:47:07 น.
Counter : 389 Pageviews.

0 comment
ดนตรี - การศึกษา - ความรัก
วันนี้มีนัดดริ๊งค์กับหนุ่มโมร็อคกันแต่ดีเจ๊ก็แอ๊บเนียนแอบเบี้ยวด้วยการติต่างๆนานาเพราะไม่อยากไปเท่าไหร่ ไม่มีอะไรมากนอกจากไปฝึกฝนภาษาอารบิคนอกตำราแล้วก็เม้าท์เท่านั้น ไหงเป็นอย่างงั้น ก็เพราะมันไม่ปิ๊งอ่ะดิจะไปคิดอะไรทำไมให้ปวดหัว


วันก่อนก็บ้าจี้ไปแจมกับเพื่อนที่โรงเบียร์เยอรมันฯเนื่องในโอกาศวันเกิดคุณลูกค้าของแม่เพื่อนนักจับคู่ ด้วยความอยากรู้เพราะลูกยุและคำโฆษณาว่าเป็นหนุ่มอเมริกันโสด หน้าตาดี วัยเลขสี่ต้นๆ (แก่กว่าพ่อนักบินลูกครึ่งแขกนิโกรของอีเจ๊นิดเดียว)ไปไหนมาไหนมักไปกับแม่


สรุปงานนี้มันมากันให้พรึบ 30 กว่าชีวิตเห็นจะได้ ที่นั่งเดี๊ยนก็ไกลโคตรติดถังแชมเปญอยู่ในซอกหลีบ ทั้งซ้ายและขวาก็แท่งใส่เบียร์ แล้วจะได้เห็นวิวไหนที่ว่าเจริญตาเจริญใจคุ้มค่าการมาซะทีฟะ เพื่อนๆคุณพี่แต่ละคนก็วัยไม่ใกล้เคียงก็แก่กว่าอีกทั้งยังพกเมียมาด้วยทั้งนั้น "อร๊ายยยย แกหรอกพาฉันมาบ้านพักคนชราทำไมเนี่ย? ยัยเพื่อนตัวแสบ" วิวดีๆก็มีเพียงแค่นักร้องสาวขายาว ผมม้า ผิวขาวเป็นหยวก หน้าตาจุ๋มจิ๋มน่ารักมาก (นึกไม่ออกก็นึกถึงโฆษณามือถือ Super NOVA ที่มันพูดไม่ค่อยรู้เรื่องว่าจะสื่ออะไรนั่นแหละ)


เรียกได้ว่าแค่ดูสาวหมวยคนนี้ร้องเพลงก็เพลินแล้ว แกขยันเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ได้ทุกเพลงเลย (แต่กางเกงรัดติ้วตัวเดิม ฮิๆ
) ที่ฮาถูกใจก็ตอนที่หล่อนใส่วิกผมสั้นสีชมพู พร้อมแว่นตาอันเบ้งพร้อมแฝดนักเต้นอีกสี่คนมายืนข้างหน้า แล้วจะเป็นเพลงไรได้อีกถ้าไม่ใช่ "......Nobody Nobody but YOU!......." ไม่ร้องก็ไม่เรียกว่าฮิตแล้วจ้า



เสาร์ที่ผ่านมาก็ได้ควงพี่สาวหน้าคมคนสวยไปดูคอนเสริต์ Piano 4 Hands หรือที่เรียกว่าเป็นเปียโนที่เล่นโดยใช้นักดนตรีสองคนเล่นด้วยกันนั่นแหละค่า แก้ตัวจากคราวที่แล้วที่เดี๊ยนขายหน้าอย่างแรงเพราะไม่ได้ตั้งใจจะไปเลยแต่งตัวได้ซิ้มมากมาก งานนี้อีเจ๊ก็เป็นคุณนายท่ามกลางซ้อๆเฮียๆ ต่างกับคอนเสริต์ส่วนตัวการกุศลคราวที่แล้วอย่างแรง เปรียบเทียบจากรูปแล้วกันนะ




ข้างบนนี่ปัจจุบัน ข้างล่างนั่นอดีตย่ะ




ถ้านิ้วไม่สั้นก็อยากเล่นกับเขาบ้างหรอกนะเปียโนอ่ะ ดูไฮโซดีเดี๊ยนจะได้แอ๊ปไปเล่นตามโรงแรมหรือตามบ้านเพื่อนหรืออกกงานได้อย่างมีอะไรมาแจมชาวบ้าเขาบ้างไง (มีใครบ้างหอบเปียโนของตัวเองไปเล่นนอกบ้านบ้างย๊ะ จิ๊กชาวบ้านเขาเล่นทั้งนั้นแหละชิมิคะ) แถมนิ้วก็ไม่ด้านแบบตอนเล่นกีตาร์ด้วย น้ำลายไม่ไหลเยิ้มเหมือนครั้งเล่นเครื่องเป่าด้วยเอ้า



เมื่อวานเดี๊ยนได้ไปขึ้นทะเบียนนักศึกษาป.โท ซะทีหลังจากรอมานาน ว่าไปสายแล้วนะเพราะดันตื่นสิบโมงครึ่ง แล้วลงทะเบียนภาคเช้าเขาปิดเที่ยงตรง
ถ้าหญิงแม่รู้ก็คงไม่วายโดนบ่นสองอาทิตย์ไม่เลิก เลยรีบนั่งแท๊กซี่บึ่งขึ้นทางด่วนไป กว่าจะถึงก็หมดค่ารถไปพอๆกับการทำผมในร้าน 3 รอบก็ละกัน


เรื่องที่เป็นอึ้งต่อมาก็คือ อีเจ๊ได้รหัสนักศึกษาคนแรกในภาควิชาของปีนี้เลย เพราะมันไม่มากันเลย กรี๊ดดดดด อีกครึ่งชั่วโมงก็หมดเวลาตามกำหนดแล้วคุณเธอไปไหนกันหมดเนี่ย เท่าที่รู้ปีนี้มีรายชื่อทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาเป็นหญิงล้วน 7 คน แต่เรียนจริงๆคงแค่ 6 คนเพราะอีกนางคงจะเอนเอียงไปเรียนที่จุฬาฯมากกว่า



ในประเทศไทยมีแค่สองมหาลัยเท่านั้นที่สอนอย่างที่เดี๊ยนเคยเม้าท์ให้ฟัง ต่างกันก็คือ ที่จุฬาฯจะเรียนเต็มเวลาวันธรรมดา แต่รามฯจะเป็นภาคพิเศษที่นิยมในหมู่คนทำงานมากกว่า ถ้าอีเจ๊ไปเรียนที่จุฬาตามความประสงค์ของคุณเตี่ย เดี๊ยนก็คงอึดอัดน่าดูเพราะแก่ที่สุดในรุ่น อีกทั้งไม่ใช่ลูกหม้อของที่นั่นด้วย แต่ที่รามฯถึงจะไกลแต่ก็อาศัยความเชี่ยวชาญสถานที่และคุ้นเคยกับอาจารย์ที่สอน รวมถึงตั่วเจ๊ร่วมรุ่นระดับอายุกว่าครึ่งแซยิดทั้งนั้น ผมดอกเลาเม้าท์กันสนุกสนานได้รสชาติกว่าเยอะ หนึ่งใน 6 เป็นชาวออสเตรีย และคาดว่าจะมีนักศึกษาชาวเวียดนามตามมาสมทบตอนเปิดภาคเรียนอีก ทำให้สนับสนุนคำกล่าวเรื่องความแตกต่างของบรรยากาศการเรียนได้เป็นกองเลยนะคะ



เหลือเวลาอีกสองเดือนจะเปิดเทอม ไม่รู้จะเอาเวลาไปหางานใหม่ดีหรือว่าไปเตรียมตัวเรื่องภาษาดีหว่า แต่ที่แน่ๆช่วยลุ้นให้เดี๊ยนหาหนุ่มตาน้ำข้าว หน้าตาดี นิสัยเลิศมาเป็นฟรีติวเตอร์ก่อนโดยด่วนละกันนะจ๊ะ



Create Date : 28 เมษายน 2552
Last Update : 28 เมษายน 2552 19:40:08 น.
Counter : 396 Pageviews.

3 comment
อนาคตของคนเตะฝุ่น
ระยะนี้ไม่ได้ออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น หลังจากที่โดนยุงรำคาญและเห็บแมวเหมียวที่หญิงแม่เพิ่งเอาไปปล่อยกัดซะมีแผลเต็มตัวเลย เครียดโคตรจนต้องงดไปสัมภาษณ์งานชั่วคราว เพราะทรมานเหลือใจถ้าจะต้องไปทั้งๆอย่างนั้น คันคะเยอ แถมต้องนั่งทนเป็นวันๆเพื่อพูดไม่กี่ประโยคตามสไตล์งานเดิมๆ
นับๆดูเดี๊ยนแทบกระอักเพราะมันเป็นจุดจ้ำๆเลือดอยู่เฉียดร้อยแผล โดยเฉพาะขา แขน คอ และหลัง จะบ้าตาย


งานนี้ใครว่ายาอะไรดีเดี๊ยนก็ต้องไปหามาลองแหละค่า ไม่งั้นก็ทำใจหมดอนาคตกับงานแบกถาดกันไปเลย ยิ่งถ้าต้องให้ถอดสูทพิสูจน์ผิวด้วยล่ะก็ หน้างามๆก็ช่วยไอ้แขนลายๆไม่ได้แล้ว ใครมีเคล็ดลับดีๆก็ช่วยแนะนำด้วยจะเป็นพระคุณยิ่งเจ้าค่า

1. ยาน้ำระดมพล วันละหนึ่งในสามของขวด ก่อนนอน
เพื่อขับน้ำเหลืองเสีย แต่แน่นอนว่าีเห็นผลระดมพลเข้าห้องน้ำของแท้ แต่ก็ได้ผลดีเหมือนกันนะไม่ปวดท้องทรมานเหมือนกินมะขามแขก สนนราคาขวดละยี่สิบห้าบาท

2. เจลว่านหางจระเข้ (แบบไม่ผสมสี) ทามันทั้งตัววันละห้าหกรอบได้ ของร้านจิตรดา ราคากระปุกละห้าสิบบาท ขนาดหนึ่งร้อยกรัม

3. ครีมสมูทอี ขนาดสี่สิบกรัม ราคาหนึ่งร้อยหกสิบห้าบาท (ซื้อร้านยาขายส่งแถวบ้านเพื่อความประหยัด)

4. ยาแก้แพ้ Zyrtec ,ยาแก้คัน และครีมจากลุมพินีคลีนิค (รักษาดีและสบายกระเป๋า และเหมาะแก่คนเกลียดถุงพลาสติกอย่างเดี๊ยนยิ่งนัก เพราะคุณหมอเอาเงินค่าถุงไม่รับ ไปบริจาค)

5. วิตามินอี ห้าร้อยมิลิกรัม วันละเม็ด เพื่อผิว ผม และเล็บของเดี๊ยนที่แ้ห้งตั้งแต่สมัยไหนจะได้ไม่ย่ำแย่ไปกว่าเดิม

6. เฮโมวิต วันละสามรอบ ครั้งละสองเม็ด เป็นธาตุเหล็กบำรุงเลือด เพราะรู้สึกเหนื่อยๆกินแล้วมันก็คงดีขึ้นมั้ง

7. ยาสกัดจากแปะก๊วย มื้อละเม็ด วันละสามครั้ง แก้เอ๋่อและทำให้มีสมาธิมากกว่าเก่า รึเปล่าไม่รู้ ซื้อมาจากหอนแลนด์

8. กลูต้าไธโอน ห้าร้อยมิลลิกรัม วันละเม็ด กะว่าตัวจะขาวขึ้นลดเมลามินให้รอยจ้ำๆทั้งหลายจะจางลงได้ สั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตได้มาสามสิบเม็ด สี่ร้อยหกสิบบาท (ตอนนี้ยังรอของมาส่งอยู่เลยยังไม่ได้กินเฟ้ย...)

9. ดินสอพอง ผสมขมิ้นและมะนาว ทำเองเอามาพอกตรงแผลวันละสามสี่รอบ กะให้มันจางลงให้จงได้

10. เจลน้ำนม เอาไว้ชโลมตัวหลังอาบน้ำแล้วถูไว้พักนึงก่อนล้างออก กะให้ผิวนุ่มเป็นตูดเด็กเลยตู


เมื่อมีเวลาทำได้ขนาดนี้ก็แน่นอนว่ามันก็ต้องดีขึ้นบ้างแหละค่า และก็เป็นดังคาด จุดต่างๆและจ้ำเลือดวงใหญ่ๆได้หายไป เหลือแต่เป็นสะเก็ดน้ำเหลืองใต้ผิวหนังที่ยังบวมอยู่ ผ่านมาสี่วันได้ขนาดนี้ก็ดีใจมากๆเลย หวังว่าคงไม่ต้องใส่เสื้อปิดตั้งแต่คอถึงข้อเท้าตลอดหน้าร้อนที่จะถึงนี้นะ



ช่วงนี้หลังจากช่วยเจ๊คนสวยทำรายงานป.โท ภาษาเยอรมันและรับจ๊อบรายทางแล้ว ก็อ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าป.โท รามฯเสาร์นี้ เครียดเล็กน้อยแต่ก็ดีใจเนื้อเต้นเพราะมีแววว่างานเข้า ได้รับโทรศัพท์ติดต่อไปทำงานร้านอาหารที่การ์ต้า แต่ก็ปฎิเสธไปเพราะงานแค่นั้นคงไม่ได้อะไรเท่าไหร่หรอก ว่าไปนั่น และก็มีจดหมายตอบกลับจากสายการบินที่ซาอุฯ เรื่องงานแอร์วีวีไอพี
บนเครื่องบินเหมาลำ รายได้น้ำลายแทบหกบางที่ให้เงินเบสสองพันห้าร้อยดอลล่าห์ ไม่รวมค่าบินอีกที่ว่าต่ำสุดได้เพิ่มอีกพันดอลฯ ได้ทำงานสองเดือนเว้นเดือน เลือกเบสที่ไหนก็ได้ ให้ตั๋วบินกลับบ้านปีละสี่ใบ แต่ต้องไปประจำที่เมืองริยาด แล้วก็อยู่ที่พักร่วมกับลูกเรือคนอื่นๆ แต่หวังว่าคงไม่ใช่ห้องเดียวกันนะ ไม่งั้นกรูตายแน่ คนอื่นจะเป็นตากุ้งยิงเพราะอีเจ๊แน่นอน


สมัครอีกหลายที่แต่ยังรอจดหมายตอบกลับอยู่ก็ได้เงินเบสสี่พันดอลล่าห์ แต่คราวนี้ให้ประจำที่เมืองเจ็ดด้า สหายเดี๊ยนเหล่านักบินขุดทองอยู่กันให้พรึบ ทำงานห้าเดือนพักหนึ่งเดือน อย่างอื่นก็พอๆกัน เพียงแต่จะต่างกันคงเป็นพวกผู้โดยสารจากพวกนักธุรกิจก็มาเป็นราชวงศ์ บรรดาชีคกระเป๋าหนักทั้งหลาย ไม่ชอบพวกขี้เต๊ะแต่อยากได้เงินมันก็ต้องทนล่ะค่า ลงจากไฟล์ต้องใส่ชุดอาบายาเหลือแต่ลูกกระตาก็คงต้องยอม ค่อยไปแรดตามสเตชั่นที่นายๆทั้งหลายจะบินไปช๊อปปิ้งก็แล้วกัน


ฝันล่วงหน้าไปก่อนเพราะรู้ว่ามันไม่ได้ง่ายนักที่จะได้งานนั้นมา แต่ก็ดีกว่านั่งเฉยๆไม่ทำอะไรเลย ใช่หรือไม่พี่น้อง


อาทิตย์หน้าจะมีหนุ่มอิรัก-เบลเยี่ยมเดินทางทางจากแบกแดด เพื่อมาดูหนังหน้าเดี๊ยนว่าพร้อมจะเป็นเลขาส่วนตัวของคุณพี่รึไม่ จะว่าไปติดต่อประเทศไหนคงต้องโดนหนีบไปด้วยทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศเพื่อนบ้านล้วนๆและต้องเป็นตัวแทนเฮียในประเทศไทยหน่อเดียว จะรอดรึเปล่ายังไม่ทราบ แต่ก็ขอบพระคุณเพื่อนๆที่หวังดีแนะนำงานมาให้เรื่อยๆพร้อมกับคำอวยพรว่า "อย่างแกน่าจะทนมือทนเท้าอีพวกแขกนะ เพราะอยู่กับพวกมันมานานเป็นปีๆก็เห็นแฮ๊ปปี้ดี งานนี้คงเหมาะกับแกฉันเลยแนะนำให้ จะได้อยู่เมืองไทยเรียนโทไปด้วยไง..." ขอบใจมากเพื่อนที่ยังเห็นคุณค่าเดี๊ยน สู้เว้ย



Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2552 2:57:50 น.
Counter : 1028 Pageviews.

4 comment
ปีใหม่กับความหวังใหม่ๆในชีวิต และขอแฟนใหม่โดยเร็วพลัน "เพี๊ยง"
เหลือเวลานับถอยหลังอีกสามอาทิตย์ เดี๊ยนก็จะกลับไปเตะฝุ่นอีกเช่นเคย ถ้าเรียกให้เท่ห์ๆ ก็คงใช้คำว่า "Freelance" เห็นจะไม่ผิดนัก

ช่วงนี้เครียดกับงานจะต้องหาทางระบายออกด้วยการ "เรียน"
อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เดี๊ยนไม่นิยมการเล่นกีฬานักเพราะไม่มีเพื่อนจะเล่น อีกทั้งไม่รู้จะไปเล่นที่ไหน สปอร์ตคลับก็ไม่ได้ไปด้วยความงก เลยลงขันกับที่บ้านซื้อเครื่องออกกำลังกายมาสี่ห้าตัวมาใช้กันในบ้านดีกว่า แต่ก็เห่ออยู่สักพักตอนนี้ก็ฝุ่นจับเชียว ว่าจะเริ่มบริหารถี่หน่อยแล้วเพราะจากการนั่งโต๊ะเป็นสาวออฟฟิสให้นายจิกหัวใช้มาหลายเดือน วันๆไม่ได้ไปไหนไกลนอกจากธนาคาร ไปรษณียฺ์ และShop โทรศัพท์ยี่ห้อต่างๆ เพื่อจ่ายบิล ส่งจดหมายและโอนเงินแล้ว นอกนั้นก็ต้องโทรทวงหนี้ตามหน่วยงานราชการต่างๆซึ่งเหนียวหนี้เหลือเกิน

ถ้าถามว่าตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ก็คงงงชีวิตอยู่เหมือนกัน เพราะรับโทรศัพท์ทีไรก็เป็นเยี่ยงนี้


คนติดต่อ : "สวัสดีค่ะ ขอสายฝ่ายบุคคล / ฝ่ายจัดซื้อ / ฝายบัญชี / หน่อยค่ะ?"

กรูเอง : "พูดสายอยู่ค่ะ"



นี่เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ลาออกเพราะสับสนเหลือเกิน เหมือนเจ้านายเลี้ยงไว้ดูเล่น เพราะคงแปลกดีที่มันพูดได้หลายภาษาเหลือเกิน เลยเอาเดี๊ยนมาตั้งอยู่หน้าคอมฯ วันๆแทบไม่ได้คุยภาษาคนกับใครนอกจากโทรศัพท์ทวงหนี้แล้วก็จัดการเอกสารกองสุมเต็มโต๊ะให้มีที่หายใจกับเขาบ้าง พักกลางวันก็ไม่ได้ไปไหนเพราะเดี๊ยนแบกเบ็นโตะคุณนายแม่จากบ้านมากินทุกวัน ก็กินมันบนโต๊ะทำงานหน้าคอมที่ไวรัสแด๊กนั่นแหละค่า ถามถึงเพื่อนร่วมงานตอนนี้ก็เหลือแค่คนเดียว อีกคนก็ลาออกไปเรียบร้อยแล้ว


ศุกร์ที่ผ่านมาเดี๊ยนชั่งใจอยู่นานว่าจะไปงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทดีรึเปล่า เพราะไม่รู้จักใครเลยเนื่องจากมันเป็นงานร่วมกับอีกสองบริษัทที่เจ้านายคนเดียวกัน พอจะนึกภาพออกรึเปล่า อีกยี่สิบชีวิตที่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นไง เพราะฉะนั้นโหวตชื่อเพื่อนร่วมงานจับฉลาก ipod กันก็อย่าหวังเลยว่าจะได้

อ้อลืมบอกไปว่านายเดี๊ยนมีสองคนคือ ไทยและมาเลเซีย
ที่เป็นคนไทยมีกิจการอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์และไอพ็อต ก็เลยมีของเอามาแจกพนักงานปลายปีเช่นนี้ แต่บริษัทลูกเมียน้อยอย่างเดี๊ยน อย่าว่าแต่เรื่องนี้เลย ประกันสังคมยังไม่มีให้เลยให้ตายสิ จ่ายเงินเดือนให้ทันสิ้นเดือนก็ดีใจจะตายอยู่แล้ว เดี๊ยนขอตัวกลับระหว่างที่เขาแจกโบนัสกันช่วงดึกๆ อารมณ์เสียเปล่าๆเพราะนอกจากต้องทำงานให้บริษัทลูกอื่นๆนี้แล้ว สิทธิพนักงานก็ยังต่างกัน มีประโยชน์แค่มีเงินให้นายเอาเงินบริษัทไปหมุนเท่านั้น พอนายแขกจะเช็คบัญชีทีก็เรียกว่าวุ่นวายเชียวเพราะเงินไปจมอยู่กับบริษัทตัวซะเยอะ คนที่ตามแก้ตัวเลขจะเป็นใครถ้ามิใช่เดี๊ยน

เรื่องวุ่นวายกว่านี้ยังมีอีกเยอะที่ตอนหลังเดี๊ยนต้องทำงานแทน 4 บริษัทด้วยเหตุผลว่าคนอื่นเขาไม่ว่าง (แต่เห็นกรูว่างมากหรือไง) แต่เอาเป็นว่าเดือนหน้าจะเป็นไทแล้ว เตรียมอ่านหนังสือสอบเข้าปริญญาโทอีก 7 อาทิตย์ที่จะถึงนี้แล้วกัน ขอไปทำหน้าที่แปลทะเบียนสมรส/จดหมายรัก/เอกสารราชการ หน้าสถานทูตหาเงินค่าเรียนไปพลางๆแล้วกันนะ สบายใจแต่ไส้แห้งไปสักพักแหงเลยตู



ปล. ช่วงนี้กำลังเขียนเรื่องการเรียนภาษาอาหรับเบื้องต้น และเยอรมันระดับสูงอยู่ เดี๊ยนมันพวกเื่บื่อง่ายหน่ายเร็วก็คงจะมีภาษาจีนมาแทรกบ้าง ก็อย่าว่ากันถ้าจะใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะจบหัวข้อสักอย่างนึง ทบทวนไปพร้อมๆกันนะสำหรับท่านที่สนใจ กำลังจะอัพขึ้นเร็วๆนี้หน้าหัวข้อ Berbicara Bahasa นะจ๊ะ
เวลาว่างขอไปเดตหนุ่มตาน้ำข้าวก่อนเน้อ จะได้ประหยัดค่าเรียนภาษาไปอีกวิชานึง



Create Date : 11 มกราคม 2552
Last Update : 19 เมษายน 2552 14:33:42 น.
Counter : 367 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics