All Blog
ขนาดกินเลือกยังเกือบไม่รอด

หายหน้าหาตาไปพักหนึ่งด้วยสุขภาพไม่อำนวย ไม่ใช่ด้วยโรคชราอย่างที่หลายคนแอบเม้าท์


เดี๊ยนโดนหามเข้าโรงหมอที่เมืองสฟิงค์โน่น สาเหตุก็จากอาหารเป็นพิษล่ะค่า อะไรจะซวยบรมขนาดนี้ ค่าอาหารก็มิใช่ถูกๆนะคุณๆเมื่อรวมภาษีและค่าบริการอีก 22 เปอร์เซ็นต์


ก็เอะใจตั้งแต่แรกที่เจอขนสัตว์ ที่ละม้ายคล้ายขนวัวอยู่ในชามสลัดของเดี๊ยนแล้ว อีตาผู้จัดการร้านเห็นเดี๊ยนบรรจงหยิบออกมาจากจาน ก็ทำทีเดินมาดูแล้วก็หยิบขนเส้นนั้นต่อไปจากมือเดี๊ยนราววิ่งผลัด 100 เมตร อีแอร์ก็เป็นงง "สรุป ให้กรูกินต่อใช่มะ"




โฉมหน้าอาหารจานนรกที่ชื่อว่า Tabouleh ที่ทำเดี๊ยนเกือบสิ้นลาย ณ ต่างแดน


วันนั้นก็กะจะไม่ทานเพราะมีนัดหนุ่มไปทานข้าวช่วงค่ำ แต่มันค่ำไปหน่อยเลยรอไม่ไหว ก็คุณพี่แกชอบนัดทานข้าวเย็นซะหลัง 4 ทุ่มนี่คะ เวลาไทยก็ราวตี 2 เข้าไปแล้ว ถ้าเป็นสาวอื่นก็คงหลับตาไปทานไปล่ะค่ะ


ช่วงเวลาหลัง 4 ทุ่มไปแล้วเป็นเวลาที่หนุ่มๆสาวๆจะนัดกันไปทานข้าวเย็นหรือไปเที่ยวตามผับหรือสถานที่ต่างๆที่เพิ่งจะเปิดให้เค้าช่วงนั้นพอดี เค้าก็จะอยู่ดิ้นกันจนตี 4 ร้านปิดแหละค่าไม่เว้นแม้กระทั่งร้านอาหารจานด่วนหรือร้านเสื้อผ้าที่ปิดเร็วกว่านี้หน่อย แต่ตี 2 เดี๊ยนยังเห็นมีลูกค้าอยู่เลยนะ ซึ่งต่างจากเมืองไทยที่ร้านรวงต่างๆปิดเร็วเหลือเกิน


เดี๊ยนทานข้าวเย็นเสร็จก็ยืนรอรถเมลล์สายประจำ แต่คราวนี้เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววให้เห็น

ผู้คนเดินผ่านไปมาคนแล้วคนเล่า สายตาไม่ว่าจากคนเดินถนนหรือคนใช้รถประจำทางทั่วไปก็จะจับจ้องลงมาที่เดี๊ยนและซันนี่ที่ขาวโพรนเปล่งประกายจากชุดที่ใส่ รวมถึงผิว (ไม่ใช่ผิวเดี๊ยน) แสดงความเป็นสาวเอเชียเพียง 2 หน่ออยู่มุมถนนแห่งนั้น (ตัวแทนจากชาติยุ่นและมาเลย์ประมาณนั้น)


รอแล้วรอเล่าพลางร้องเพลงจากเอ็มพีโฟร์ที่พกมาด้วยจนแบตเกือบหมด

จนทนไม่ไหวต้องเรียกแท๊กซี่กลับโรงแรม ในราคา 10 ปอนด์ซึ่งไม่มีการกระเง้ากระงอดขอทิปเพิ่มอย่างเคย ทำให้รู้สึกว่า "รู้อย่างนี้เรียกรถกลับเองตั้งนานแล้ว"


ช่วงค่ำก่อนเวลาดินเนอร์ เดี๊ยนได้รับโทรศัพท์จากหนุ่มสจ๊วตที่เคยบินด้วยกันโทรมาทักทายตามอย่างคนรู้จักที่เคยไปเที่ยวเป็นกลุ่มด้วยกันที่กรุงเทพฯ หนุ่มนายนี้มีชื่อเรียกว่า Nezar เดี๊ยนเรียกแกว่า "หนูนิสาร์" เป็นหนุ่มหน้าตาดีคนนึงเชียว และตาคนนี้แหละที่พาเดี๊ยนไปวุ่นวายกับตำรวจที่ประตูน้ำเพราะเข้าใจผิดเรื่องธรรมเนียมการซื้อขายของ เล่นเอาเดี๊ยนมึนหัวตุ๊บๆไปหลายชั่วโมงเลย



นายคนนี้นัดเดี๊ยนมาเจอด้านหน้าของโรงแรมเพื่อทักทายกันไม่กี่นาที เพราะเผอิญผ่านเข้ามาทำธุระในสนามบิน ซึ่งก็ตรงกับเวลาที่เดี๊ยนนัดทานข้าวกับอีกหนึ่งหนุ่มไว้ เดี๊ยนก็เลยตกปากรับคำไปทานดินเนอร์อาหารทะเลวันถัดไปกับนายนิสาร์ โดยที่เวลาต่อมาเดี๊ยนก็ไปตกปากรับเป็นเพื่อนทานมื้อค่ำหนุ่มหัวเกรียนร่างใหญ่เวลานี้อีกแถมพ่วงด้วยนัดดื่มกระชับมิตรกับพี่โคไลอทและกัปตันเคนย่าอีก

ถ้าไม่เข้าโรงพยาบาลซะก่อนสงสัยคงแบนแต๊ดแต๋อยู่ใต้ล้อรถไฟแหงๆ


เล่าให้ฟังขนาดนี้ก็อย่าคิดว่าเดี๊ยนสตอร์เบอร์รี่นะคะ ถ้าถามเดี๊ยนก็ไม่เคยปิดว่ามีนัดกับใครบ้างเพราะไม่ใช่ความลับ บินต่างบ้านต่างเมืองเบื่อจะแย่ถ้าไม่ได้ออกไปไหนหรือมีเพื่อนฝูงไว้ปรึกษาพูดคุย


แต่ที่แปลกกว่าที่อื่นก็ตรงที่เพื่อนที่หาได้มักจะเป็นหนุ่มๆน่ะสิ ไม่มีที่แอบสาวเหมือนสายการบินแห่งชาติเราซะด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะคบกันเป็นเพื่อนฝูงก็เรียกได้ว่าต้องดูซะละเอียดยิบเชียวว่าไว้ใจได้หรือเปล่า

งานนนี้อีแอร์และเพื่อนฝูงเหนื่อยโคตร เจอคนดีๆก็อยากจะไหว้งามๆเชียว ถ้าไม่ดีแป๊ปเดียวลวดลายก็จะออก คราวนี้ก็เอาขาเขี่ยมันไปไกลๆอย่าไปเสียดายเลยค่ะ เพื่อนใหม่ๆดีๆร่วมอาชีพยังมีข้างหน้าอีกเยอะ


ก่อนเวลาทานข้าวเดี๊ยนรถไฟก็ชนกันหนึ่งตู้มซะแล้ว สารถีออกอาการหน้าบูด พูดจาแดกดันจนเดี๊ยนพาลทานข้าวไม่ลง (ก็ตี 2 นะเฟ้ยเวลาบ้านฉัน)

ประกอบกับอาการท้องบวมและมวนท้องโดยไม่ทราบ
สาเหตุ คืนนั้นเดี๊ยนก็ไม่เป็นอันนอนเพราะอาการปวดท้องกำเริบมากขึ้น จนในที่สุดเกือบสว่างประมาณ ตี 4 เดี๊ยนก็เริ่มอาเจียน และมีอาการปวดอย่างรุนแรง


ทนจนถึงเช้าเดี๊ยนก็โทรสายด่วนถึงหนุ่มๆทั้งหลายและวานสาวแอร์ร่วมชาติหนึ่งนางไปซื้อยาตามรายชื่อที่ได้รับจากพี่อี๊ด โคไพลอทหนึ่งหนุ่มในใจเดี๊ยนที่ผู้พิสมัยสาวผิวสี (คงจำกันได้)


รอจนยาออกฤทธิ์อยู่ 2 ชั่วโมงก็ทนไม่ไหวต้องเรียกสารถีเจ้าประจำพาไปโรงหมอของสายการบิน ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหนเพราะเคยไปแค่หนเดียวสมัยเพิ่งตรวจร่างกายเข้าทำงานใหม่ๆ


เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าทำไมหนอชาวบ้านชาวช่องอียิปต์เค้าถึงไม่ค่อยอยากออกไปไหนกันก่อนตะวันตกดิน


แดดตรงหัวตอนเที่ยงวันที่ส่งบรรยากาศความร้อนเพิ่มทวีคูณเข้าไปทุกหนทุกแห่ง รวมถึงภายในรถยนตร์ที่มักวิ่งโดยไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ ด้วยสาเหตุที่เครื่องรถสู้กำลังความร้อนของแดดที่เผาไม่ได้


เดี๊ยนจากที่อึดอัดหายใจไม่ออกก็ยิ่งรู้สึกทรมานมากๆกับอากาศที่ร้อนระอุอีกทั้งจากลมร้อนที่พัดเข้ามา


แม้พ่อคุณจะช่วยเปิดแอร์ในรถให้แต่เดี๊ยนก็ยิ่งสุกเข้าไปอีกกับลมร้อนๆกว่าปกติที่ผ่านออกมายังช่องแอร์

อยากร้องไห้ก็ร้องไม่ออกค่ะ รู้สึกอยากกลับบ้านมากๆแต่ก็ต้องเอาใจสู้ให้ตัวเองหาย เพราะไม่ได้รับอนุญาติให้กลับบ้านโดยไม่ต้องทำงานหรือนั่งแบบผู้โดยสาร

ที่อื่นจะเป็นแบบนี้รึเปล่าเดี๊ยนไม่แน่ใจ แต่พอรู้ว่ามีทางเลือกแค่หายป่วยให้ทันภายในคืนนี้เพราะต้องบินกลับเมืองไทย หรือไม่ก็ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ไคโรต่อไปอีก 2 วันโดยไม่มีเพื่อนร่วมชาติให้ไถมาม่าเลย เพราะเจ๊ๆแกขนกระเป๋านั่งเครื่องเป็น Extra Crew ไปเยอรมันนีทั้ง 2 นาง หนุ่มทั้งหลายก็มีไฟล์บินต่อ ครั้นจะกัดฟันอยู่ต่อก็คงไม่มีปัญหาหาอาหารลงท้องได้ด้วยตัวเอง ลำพังเดินไปเข้าห้องน้ำรอบที่ 20 ยังไม่ไหวเลย


หมอหนุ่มอาหรับท่าทางอารมณ์ดีตรวจเดี๊ยนและสั่งยาให้หลายขนานรวมถึงฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้ ได้ยินก็เครียดสิคะ เพราะก่อนหน้านั้นได้ยินกิติศัพท์จากสาวแอร์ที่ป่วยก่อนหน้าเดี๊ยนว่าโดนให้น้ำเกลือแล้วเอาเข็มแทงเลือดกระจาย เพราะคุณพี่ไม่บันยะบันยังแถมยังหัวเราะเยาะและฝากแผลเป็นไว้ที่ท้องแขนสาวแอร์ของเราอีก

ถึงคราวตัวเองเดี๊ยนก็หน้าตาบอกบุญไม่รับทั้งไม่ไว้ใจ แถมกลัวเจ็บอีกต่างหาก นอกจากนั้นยังเป็นอึ้งที่บุรุษพยาบาลแกเอาสำลีแห้งๆเปล่าๆขย้ำๆเช็ดๆไปที่ท้องแขนเดี๊ยนราวกับจะปลุกเชื้อโรคให้ตื่นรึยังไงนี่แหละ พลันก็ดันหน้าเดี๊ยนซะหลายแล้วทิ่มจึ๊กลงไป แล้วก็เอาอีสำลีอันเดิมให้เดี๊ยนกดไว้


คราวนี้อัดเชื้อโรคเข้าไปในแผลกรูอีก


ค่าหมอและค่ายาฉีดก็ไม่ต้องเสียอัฐ แต่ค่ายานี่หมอสั่งนี่สิคะ รับผิดชอบเองล้วนๆถึงสายการบินจะเป็นเจ้าของโรงพยาบาล เดี๊ยนอึ้งกับสวัสดิการณ์แบบนี้จนพูดไม่ออก แต่งานนี้หนุ่มสารถีคนดีนอกจากจะฝ่าลมร้อนๆขับรถจากบ้านรับส่งเดี๊ยนร่วม 2-3 ชั่วโมงแถมยังจ่ายค่ายาและพาไปซื้อยารวมถึงเสบียงกรังต่างๆระหว่างทางกลับ ทำให้รู้สึกดีมากๆที่อย่างน้อยเราก็มีเพื่อนแท้ในยามลำบากเหมือนกัน แถมดูแลเราดีกว่าเพื่อนร่วมชาติที่บินด้วยกันซะอีก เดี๊ยนน้อยใจเหมือนกัน แต่ไม่อยากพูดถึงแล้ว


คืนนั้นเรียกได้ว่าโชคดีมากที่ไม่ถึงกับคลานขึ้นเครื่อง ได้ทำหน้าที่ประตู 2L ซึ่งหนักหนาเอาการเหมือนกันกับจำนวนผู้โดยสารที่เต็มลำ ใช้เวลาบินร่วม 9 ชั่วโมง


ไฟล์นี้ไม่โหดถึงแม้ป้าแอร์แก่ๆทั้งหลายจะเยอะ แต่ก็ไม่ได้จิกใช้เท่าไหรนักเพราะมัวแต่เม้าท์กันซะส่วนใหญ่เป็นภาษาอาหรับ


แต่ป้าๆเล่นยืน 4 นางในครัวกลางเดี๊ยนจะเหลือที่ยืนเหรอคะ ก็กระเด็นออกมานั่งจั๊มซีสประจันหน้าท่านผู้โดยอารมณ์ดีท่านหนึ่ง และเป็นคนเดียวที่สังเกตุว่าสีหน้าเดี๊ยนไม่ค่อยดีนัก เพราะอาการเจ็บหน้าอกและปวดท้องรวมถึงคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดขึ้นแทบตลอดเวลาที่บินไฟบนชั้นความกดอากาศที่มีผลต่ออวัยวะภายในเดี๊ยนที่ผิดปกติเป็นทุนเดิม


ความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามา

"ทำไมกรูต้องมาทรมานเป็น 10 ชั่วโมงบนนี้ด้วยวะ"


เซอร์วิสสุดท้ายเดี๊ยนเป็นคนจัดรถเครื่องดื่มและน้ำ รวมถึงอุ่นอาหาร สจ๊วตแล้งน้ำใจด้านตรงข้ามก็หน้าบูดเป็นตูดลิงที่เดี๊ยนให้แกเอาอาหารที่อุ่นแล้วใส่รถให้เพราะครัวเล็กมากเดี๊ยนเข้าไปไม่ถึงเพราะเป็นช่วงเวลาที่ต้องให้แอร์บิสเนสเตรียมเซอร์วิสก่อน


ตานี่ก็ยัดๆอาหารให้เดี๊ยนแบบไม่ครบ แถมยังแย่งเครื่องดื่มที่เดี๊ยนเตรียมไว้ไปเป็นของตัวเองอีกด้วย
แหนะ ของตัวเองมีสำรองเพียบแต่ของเดี๊ยนไม่ครบ ต้องพูดย้ำ 2 รอบว่าขอน้ำผลไม้ที่เฮียตุนไว้หน่อย ถึงได้หน้าบูดไร้อารมณ์ส่งให้


เรื่องรถเข็นบริการบางสายการบิน สาวแอร์บ้างก็เหมือนมาเดินแบบ ไม่ต้องหยิบจับอะไรมากนัก สจ๊วตจะเป็นคนคอยเตรียมทุกอย่าง แต่ถ้ามัวแต่ให้คนอื่นทำให้ ของไม่ครบต้องเสียเวลาเดินกลับมาเอาอีก นอกจากยุ่งยากแล้วยังมีสิทธิ์โดนนายด่าอีกเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา ก็ต้องเช็คเองทุกครั้งก่อนเสริฟ์แหละค่าใครว่าไม่ไว้ใจก็ช่างเถอะ โดนว่าทีไรไม่เห็นมีใครรับผิดชอบแทนเลย

เสริฟ์ไปน้ำส้มหมด เดี๊ยนขอจากรถแกฝั่งตรงข้ามแก้วหนึ่ง ยังชักสีหน้าโกหกว่าหมดแล้วอีก ก็กรูเห็นชัดๆว่ามึงรินได้อีก 3 แก้วนี่หว่า


กว่าจะเสร็จ เหนื่อยแทบลากเลือด


ทันทีที่เครื่องแตะพื้นเดี๊ยนก็หัวใจลอยไปกับน้ำทะเลแล้ว ตั้งใจว่าจะลาหยุดไฟล์หน้าแล้วเดินทางไปพักผ่อนที่พัทยากับทางบ้านเย็นวันนั้นเลย


ในความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเลย เพราะทันทีที่เดี๊ยนแจ้งความจำเป็นในการลาหยุดพักก็โดนบ่นซะหูชา แถมไม่อนุญาติจนกว่าจะได้ใบรับรองแพทย์ ซึ่งผิดจากลูกเรือทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีอะไรรับรองยุ่งยากขนาดนี้ แค่เป็นหวัดยังขอหยุดบินได้เพราะเป็นอันตรายแก่หู


เย็นวันนั้นทันทีที่ถึงบ้านอาบน้ำแต่งตัวเต็มกระเป๋าไปทะเล 1 อาทิตย์เดี๊ยนก็ลากสังขารกระปลกกระเปลี๊ยะไปโรงพยาบาลแถวบ้าน ให้หมอประจำตัวออกใบรับรองแพทย์ให้

คุณหมอก็ดีใจหาย แถมเปลี่ยนยาให้เดี๊ยนอีกต่างหากเพราะเกรงว่าอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะเป็นเพราะยาจากหมออียิปต์ที่จ่ายให้


แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้ายาตัวใหม่นี่แหละที่ทำให้วันต่อมาเดี๊ยนเกิดอาการแพ้จนหน้าตาบวมจนตกใจไปทั้งบ้าน ต้องไปหาหมอเป็นครั้งที่ 3 ในเวลา 4 วันและฉีดยาเป็นครั้งที่ 2


นังแอร์สารรูปก็เหมือนนักชกเพิ่งเสร็จจากไฟล์ป้องกันตำแหน่งมาหมาดๆ หน้าตาบวมปูดเพราะฤทธิ์ยา กว่าจะหายก็เล่นเอาเสียความมั่นใจไปหลายเลย
แว่นดำช่วยชีวิตเดี๊ยนทั้งวันทั้งคืนค่ะ


หลังจากโลกดำมืดด้านหลังแว่นเรแบนสีดำอันใหญ่มาหลายคืน เดี๊ยนก็พอจะถอดแว่นไปลอยหน้าลอยตาตามสถานอโคจรต่างๆรอบเมืองพัทยา ตามร้านหนังสือ ห้างร้านตลาดบริเวณใกล้เคียงตามแต่กำลังชีพจรรองเท้าจะเดินสำรวจไหว


2 วันแรกเท่านั้นที่ครอบครัวมาพักผ่อนด้วยก่อนจะปล่อยเดี๊ยนฉายเดี่ยวเกือบอาทิตย์ ก็ไม่วายสำทับให้ระวังจิ้งหรีดราตรีทั้งหลาย รวมถึงแมลงหวี่ต่างชาติที่เยอะเหลือเกิน


บางรายก็ถึงกับเดินตามมาแจกเบอร์เดี๊ยนทีเดียว

ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากดีใจที่สงสัยหน้าจะหายแล้ว เลยทำท่าจะขายออก หรือคิดว่าเราเป็นจิ้งหรีดหว่า


หนุ่มพุงโลพ่อค้าขายขนมจีบยี่ห้ออาหรับอันคุ้นเคย ถามได้ความว่ามาจากโอมาน ก่อนจะลาจากเป็นภาษาอาหรับให้แกได้อึ้ง ว่าจิ้งหรีดกำมะลอนี้มิใช่ธรรมดา




เกือบลืมเล่า ก่อนขึ้นไฟล์ได้เม้าท์กับลุงกัปตันสายการบินที่ให้เช่าเหมาลำสัญชาติซาอุฯ แต่แกเป็นชาวอิหร่านที่ชอบพ่นเยอรมันใส่เดี๊ยนอยู่บ่อยๆ เหมาว่าแกเป็นเพอร์เซอร์อยู่ตั้งนาน


ก็กัปตันที่ไหนจะพูดจาได้น้ำไหลไฟดับขนาดนั้นแถมไม่แบ่งชนชั้นกันซะอีก เดี๊ยนและสาวๆเอเชียนางอื่นก็เล่นฟังแกคุยเพลินไปบ่อยแทบทุกครั้งที่เจอเลยค่ะ


แกติดใจเม้าท์กับเดี๊ยนเรื่องหัวข้อยอดนิยมเลยคือเรื่องอาหาร เดี๊ยนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารหลังจากเล่าให้แกฟังถึงอาหารต่างๆและสัตว์กี่ประเภทที่เดี๊ยนและเพื่อนๆลองลิ้มชิมรสมา ตั้งแต่สัตว์เลื้อยคลานประเภทงู กิ้งก่า จิ้งจก เขียด กบ ตัวอ่อนไหม หนอนไม้ไผ่ ตั๊กแตน แมลงป่อง เนื้อสุนัข จระเข้ หอยเม่น
จนกระทั่งล๊อปสเตอร์ที่เคยไปชี้เอาตัวเป็นๆที่ฟาร์มมาต้มกิน


บางคนฟังแล้วอาจจะแหวะ แต่ว่าในขณะที่บางคนก็รู้สึกเฉยๆหรือเคยลองแล้วด้วยซ้ำหรือทราบศัพท์คุณเนื้อแต่ละประเภทซะอีก


ก็เม้าท์เมามันส์ถึงความช่างกินของคนเอเชียว่าถ้าไปติดเกาะอย่างหนังเรื่อง Cast away หรือ Lost ก็คงหาของกินได้เป็นชาติแรกแหละค่า แต่เล่ามาถึงช่วงนี้เพื่อนๆทั้งหลายก็ขยาดที่จะไปติดเกาะกับเดี๊ยนซะแล้วกลัวหาของทานไม่ได้ก็จะหันมาหาคนข้างๆแทน คิดกันไปได้


ลุงก.ต.อิหร่านอารมณ์ดีรายนี้ชวนเดี๊ยนไปสมัครสายการบินเดียวกับแกที่ซาอุ โฆษณาชวนเชื่อน่าสนใจเชียวแถมเปิดเว๊ปไซค์ให้ดูเครื่องบินลำจิ๋วที่แกบินประจำอีก แต่งแบบไฮโซเชียวคุณขา มีผู้โดยสารประมาณ 8-10 คน เป็นเครื่องแบบเช่าเหมาลำ บินซะแถบตะวันออกกลางซะส่วนใหญ่ ลูกเรือ 2 ชีวิตรวมกัปตันอีกเป็น 4 ชีวิต บิน 2 เดือนพัก 1 เดือนน่าสนใจดีแท้

คราวนี้ชีวิตนังแอร์คงจะได้เปลี่ยนสีสันกันอีกครั้งกับสังกัดใหม่เร็วๆนี้แหละค่า เอาใจช่วยด้วยนะคะ
ดิ้นรนเพื่อปากท้องค่ะ













Create Date : 14 สิงหาคม 2549
Last Update : 14 สิงหาคม 2549 23:01:53 น.
Counter : 309 Pageviews.

10 comments
  
มาเจิมคนแรกเลยค่ะ.....รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
โดย: senorita2bitchy IP: 58.64.126.149 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:11:18:43 น.
  
มาเยี่ยม

แอบอ่านprofile ตกใจเจอรุ่นพี่คณะอิอิ

เทคแคร์นะคะ
โดย: juzsimplegal IP: 58.10.155.17 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:11:55:37 น.
  
ไม่สบายเป็นอาหารเป็นพิษเหมือนกันเลย นึกว่าจาตายซะแร้วววววว
โดย: touch_sky_like_bird IP: 125.24.1.116 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:12:59:32 น.
  
แวะมาเยี่ยมชมค่า
โดย: Rainbow IP: 203.118.70.157 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:15:42:09 น.
  
แวะเข้ามาเจิมให้คะ ใช่พี่เป็นแอร์อยู่อียิปต์รึเปล่าคะ
โดย: Mandy IP: 124.120.245.198 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:20:12:44 น.
  
ตามมาจากทีซีซีค่ะ
โดย: freedom_fly IP: 58.8.126.108 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:21:20:51 น.
  
แอบมาดูตามคำแนะนำในทีซีซีค่ะ

น่ารักดีค่ะ
โดย: mountain_aurora IP: 124.121.159.217 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:23:00:11 น.
  
เมื่อวานมาเจิมแล้วแต่ มันแฮงค์อ่ะอดเป็นคนที่สามเลยแต่ยังไงจะติดตามนะครับ ชอบครับเขียนสนุกสนานอย่างแรงงงง
โดย: Engineernoi IP: 210.213.12.40 วันที่: 17 สิงหาคม 2549 เวลา:7:49:04 น.
  
คุณ touch_sky_like_bird และแล้วก็รอดตายจากอาหารมื้อสุดท้ายนะคะ เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ความทรมาน แต่คราวหน้าเดี๊ยนไม่เอาด้วยคนนะคะ


ปลื้มใจ real hard สำหรับเพื่อนใหม่และกำลังใจอย่างแรงด้วยค่ะ คราวหน้าจะสรรหาเรื่องใกล้ตัวมาเล่าใหม่นะคะ
เตรียมตัวไปบิน (ฟรี) ก่อนละ
นายอาหรับพักร้อนเกือบเดือน เงินค่าบินก็ไม่อนุมัติ บินแหลกมาหลายเดือนกับกระเป๋าตังค์ที่ว่างเปล่า ตอนนี้เดี๊ยนก็มีภารกิจรีดน้ำหนักเพื่อสัมภาษณ์งานอาทิตย์หน้าเผื่อได้เปลี่ยนสังกัดใหม่ แล้วจะแอบจิกบรรยากาศในงานมาเม้าท์ให้ฟัง
โดย: เลดี้กระต่าย IP: 58.64.127.176 วันที่: 17 สิงหาคม 2549 เวลา:23:51:38 น.
  
แวะมาทักทายค่ะ พอดีเปิดอ่านใน TCC อุ๋มก็ใช้ bloggangเหมือนกันน่ะค่ะ ว่างๆไปเยี่ยมบ้างน้า ไว้เดี๋ยวอนาคตมีโอกาสจะไปบินด้วยคนค่ะ อิอิ
โดย: หนุอุ๋ม IP: 202.28.27.3 วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:18:59:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics