ททมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก A giver is always be loved.
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
26 กุมภาพันธ์ 2564
 
All Blogs
 
พระศรีสรรเพชญ์

“พระศรีสรรเพชญ์” พระพุทธรูปหุ้มทองคำแห่งราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา
ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ได้กล่าวถึงการสร้างพระศรีสรรเพชญ์ไว้ว่า 
“... ศักราช 862 วอกศก (พ.ศ. 2043) สมเด็จพระรามาธิบดีเจ้า แรกให้หล่อพระพุทธเจ้าศรีสรรเพชญ์ แลแรกหล่อในวัน 186 ค่ำ ครั้นเถิงศักราช 865 กุนศก (พ.ศ. 2046) 11 ค่ำ เดือน 8 ฉลองพระพุทธเจ้าพระศรีสรรเพชญ์ คณนาพระพุทธเจ้านั้น แต่พระบาทเถิงยอดพระรัศมีนั้น สูงได้ 8 วา (16 เมตร) พระพักตร์นั้นยาวได้ 4 ศอก (2 เมตร) กว้างพระพักตร์นั้น 3 ศอก (1.5 เมตร) แลพระอุระนั้นกว้าง 11 ศอก (5.5 เมตร) แลทองหล่อพระพุทธเจ้านั้นหนัก 5 หมื่น 3 พันชั่ง (3,480 กิโลกรัม) ทองคำหุ้มนั้นหนักสองร้อยแปดสิบหกชั่ง (343 กิโลกรัม) ข้างหน้านั้นทองเนื้อ 7 น้ำสองขา ข้างหลังนั้นทองเนื้อ 6 น้ำสองขา...”
ในเอกสารคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม ฉบับหอหลวง ได้กล่าวถึงพระมหาพุทธปฏิมากรที่มีพระพุทธานุภาพเปนหลักกรุงศรีอยุธยา สืบมาแต่โบราณ 8 องค์ พระศรีสรรเพชญ์ถูกระบุไว้ว่า".... พระพุทธศรีสรรเพชรดาญาณยืนสูง 8 วา หุ้มทองคำทั้งพระองค์ อยู่ในพระมหาวิหารวัดพระศรีสรรเพชร...."  
--------------------------------------
*** บันทึกของ “บาทหลวงฟร็องซัว-ตีมอเลอง เดอ ชัวซี” (François-Timoléon de Choisy) ผู้ช่วย “มองสิเออร์ เลอ เชอร์วาเลีย เดอ โชมอง" (Chevalier de Chaumont) ราชทูตฝรั่งเศสที่เข้ามากรุงศรีอยุธยาในช่วงเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2228 ได้กล่าว่า "...มองสิเออร์ คอนสตันซ์ (Constance Phaulkon - คอนสแตนติน ฟอลคอล) ได้นำคณะบาดหลวงเข้าชมภายในวันพระศรีสรรเพชญ เมื่อวันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2228....  
....เราพากันเดินต่อไปอีกสักพักใหญ่ก็ไปถึงพระอารามหลวง (วัดพระศรีสรรเพชญ์) พอเดินย่างเข้าไปข้าพเจ้าก็คิดว่าเป็นโบสถ์อย่างของเรานั่นเอง ที่ระเบียงโบสถ์มีเสากลมใหญ่เป็นอันมาก แต่ไม่มีลวดลายพิสดารอะไรเลยเสาใหญ่ ๆ ตามทางเดินและที่ชานระเบียงปิดทองตลอดทั้งต้นทุก ๆ ต้น ส่วนกลางในที่ใกล้กับแท่นอันประดิษฐานพระพุทธรูปนั้น ประดับประดางดงามมาก บนฐานมีพระพุทธรูปทองคำอยู่ 3 องค์ ขนาดเท่าคนธรรมดา นั่งอยู่ในท่าที่ชาวเมืองชอบนั่งกันเสมอเป็นนิจ (เห็นจะนั่งขัดสมาธิ,ไม่ใช่นั่งพับเพียบ) มีเพชรเม็ดใหญ่ประดับอยู่ที่พระนลาฏและที่นิ้วพระหัตถ์ เทวรูปองค์ที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือเมื่อขาเข้ามานั้นเป็นที่เคารพบูชาของชนชาวสยามทั่วไป เป็นสมมุติเทวรูปแห่งเทพยดาของชาวสยาม ซึ่งเมื่อสองหรือสามพันปีมาแล้วอยู่ที่เกาะลังกา ต่อมาประเทศอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้ไปรักษาไว้ และในที่สุดพระเจ้ากรุงสยามมีชัยชนะในการสงคราม จึงอัญเชิญเทวรูปนั้นมาประดิษฐานไว้ที่พระอารามนี้ บรรดาพระเจ้าพระสงฆ์ชาวบ้านชาวเมืองโจษกันว่าเทวรูปองค์นี้บางทีแสดงปาฏิหาริย์ออกไปนอกพระราชวัง ในเมื่อนึกอยากจะออกไป... 
...ส่วนกลางพระอารามแห่งนี้ค่อนข้างจะคับแคบและมืดไปสักหน่อย มีชวาลาจุดตามประทีปไว้ 50 ดวง พอไปถึงที่สุดตอนกลางพวกเราก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอันมาก ด้วยได้เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่หุ้มด้วยทองคำหนาถึง 3 นิ้วฟุตทั้งองค์พระพุทธรูปองค์นี้สูงประมาณ 42 ฟุต (6 วา 2 ศอก ประมาณ 13 เมตร) ส่วนกว้าง (ฐาน) ประมาณ 13 – 14 ฟุต (ประมาณ 4.2 เมตร) เขาพูดกันว่าทองคำที่หุ้มนั้นมีน้ำหนักถึง 12400,000 ปอนด์ฝรั่งเศส...       
...นอกจากนี้ เรายังได้เห็นพระพุทธรูปทองคำในโบสถ์อื่น ๆ ในพระอารามหลวงอีกหลายองค์ สูง 17 - 18 ฟุตเท่านั้น (5.4 เมตร) ขนาดเท่าคนก็มี และแทบทุกองค์มีอัญมณีประดับอยู่ที่พระนลาฏและนิ้วพระหัตถ์ ข้าพเจ้ารับรองว่านิ้วพระหัตถ์นั้นเป็นทองคำแท้ทีเดียว พวกเราลองจับและลูบคลำดูทุกคน ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่นั้นข้าพเจ้ามิได้แตะต้อง เป็นแต่ยืนห่าง แต่ก็เชื่อแน่นอนว่าคงเป็นทองคำเช่นเดียวกันกับพระพุทธรูปองค์อื่นๆเหมือนกัน เพราะลักษณะและสีสันวรรณะเท่าที่แลเห็นนั้นก็เป็นอย่างเดียวกันทั้งสิ้น นอกจากพระพุทธรูปเหล่านี้แล้ว ยังมีพระพุทธรูปซึ่งประดับเครื่องทองคำอีก 30 องค์เศษ และยังมีอีก 3 องค์สูง 25 ฟุต (7.6 เมตร) และอีก 150 องค์ ขนาดเท่าคนธรรมดา (ในระเบียงคด) พระพุทธรูปเหล่านี้มีอยู่ 3 - 4 องค์ที่หุ้มทองคำ ข้าพเจ้าเห็นพระพุทธรูปเงิน 2 องค์เท่านั้น และที่เป็นทองสัมฤทธิ์ก็มีบ้าง ท่านอยากจะรู้จักชื่อพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไหม ? พระพุทธรูปองค์ใหญ่นั้นมีชื่ออย่างเดียวกับพระอาราม (วัดพระศรีสรรเพชญ์) ....
....พระพุทธรูปบางองค์สูงสูงเพียง 2 ฟุต ก็มี ทำด้วยทองคำและทองแดงประสมกัน (นาก) มีรัศมีอร่ามสุกใสยิ่งเรียกว่าทองคำแท้ ๆ เรียกว่า “พระธรรมภาค” (Tambaqne) ข้าพเจ้าไม่เห็นว่าจะสวยงานสมจริงดังคำเล่าลือเลย บางทีจะทำด้วยแร่ทองขาวก็เป็นได้ พระพุทธรูปองค์นี้อนุสาวรีย์ สมมุติกันว่าเป็นโซโลมอน (Salomon) ข้าพเจ้าได้สังเกตดูต้นไม้ที่ตั้งไว้เป็นพุทธบูชานั้น ต้นลำกิ่งก้านและใบทำด้วยทองคำอย่างประณีต ต้นไม้ทองคำเหล่านี้เป็นเครื่องราชบรรณาการซึ่งเจ้าประเทศราชอันเป็นเมืองขึ้นของสยามประเทศส่งมาถวายพระเจ้ากรุงสยาม เมื่อได้ดูทองคำเสียจนจุใจลานตาแล้ว เราก็เลยพากันไปชมปืนใหญ่มหึมา ...
-----------------------------
*** บาทหลวงกี ตาชาร์ด (Guy Tachard) หนึ่งในคณะบาทหลวงที่ได้เข้าไปในวัดพระศรีสรรเพชญพร้อมกับบาทหลวงเดอชัวสี บันทึกว่า “...ตอนเช้าราว 8 นาฬิกา จึงได้เข้าไปในพระราชวังหลวง ซึ่ง มองสิเออร์ คอนสตันซ์ คอยรับอยู่ที่นั่น หลังจากที่ผ่านลานไปสักแปดหรือเก้าแห่งแล้วก็ถึงพระอุโบสถหลังหนึ่ง (พระวิหารหลวง) ซึ่งงดงามและเป็นที่เลื่องชื่อมากของราชอาณาจักร หลังคานั้นมุงด้วยแผ่นตะกั่วถ้ำ อันเป็นโลหะสีขาวชนิดหนึ่งระหว่างดีบุกกับตะกั่วเป็นหลังคา เหลื่อมกันถึงสามชั้นซ้อน ตรงหน้าประตูทางเข้าพระอุโบสถนั้น มีรูปปั้นพระโคอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นรูปสัตว์ประหลาดหน้าตาน่ากลัว พระอุโบสถนี้มีความยาวมากแต่ค่อนข้างแคบ และเมื่อเข้าไปข้างในก็มีแต่ทองคํา ไปเสียทั้งนั้นทั้งต้นเสา ผนัง ลายกระหนกบนเพดาน และปฏิมากรต่าง ๆ ล้วนหุ้มทองไว้อย่างแนบเนียนราวกับว่าปิดทองคําเปลวไปทั่วทุกสิ่ง ตัวพระอุโบสถนั้นก็เหมือน ๆ กับโบสถ์ฝรั่งของเรา คือค้ำจุนหลังคาไว้ด้วยเสาต้น ใหญ่ ๆ เมื่อล่วงลึกเข้าไป มีแท่นคล้ายแท่นบูชาเป็นที่ประดิษฐานปฏิมากร อยู่สามหรือสี่องค์ ล้วนเป็นทองทึบทั้งสิ้น สูงขนาดเท่าตัวคน บ้างก็ยืน บ้างก็นั่งขัดสมาธิตามแบบคนสยาม ลึกเข้าไปมีแท่นยกพื้น คล้ายเวทีที่คณะร้องเพลงสวดในโบสถ์ฝรั่ง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอันมีค่ามากของราชอาณาจักร เขาให้ชื่อวัดตามชื่อพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายใน.... 
... พระพุทธรูปองค์นี้สร้างแบบประทับยืน ยอดพระเศียรจรดหลังคาพระอุโบสถ มีความสูงราว 45 ฟุต (ประมาณ 13.7 เมตร) และกว้างราว 7 หรือ 8 ฟุต (2 – 2.4 เมตร) สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือเป็นทองทึบทั้งองค์ พระพุทธรูปขนาดนี้น่าจะต้องใช้ทองคําหนักไม่ต่ำกว่าร้อยหาบ (Pic) และจะต้องมีมูลค่าประมาณสิบสองล้านห้าหมื่น livres ทีเดียว เขาว่ากันว่าพระพุทธรูปขนาดมหึมานี้ได้รับการหล่อหลอมตรงที่ประดิษฐานนั่นเอง แล้วจึงสร้างพระอุโบสถขึ้นครอบต่อภายหลัง เราไม่เข้าใจเลยว่าประชาชนพลเมืองที่ค่อนข้างยากจนเหล่านี้ ไปได้ทองคํามาจากที่ไหนมากมายถึงเท่านี้ แต่ก็ไม่สามารถหักห้ามมิให้รู้สึกประทับใจได้เลยเมื่อ ได้เห็นพระพุทธรูป ซึ่งเพียงองค์เดียวเท่านั้นก็มีมูลค่ากว่าศีลศักดิ์สิทธิ์ (Fabernacle) ทุกแห่งในโบสถ์ฝรั่งทั้งหลายของทวีปยุโรปรวมกันเสียแล้ว ใน ที่ใกล้เคียงกันนั้นยังมีพระพุทธรูปขนาดย่อมลงมาอีกหลายองค์ ล้วนเป็นทองคําและประดับด้วยอัญมณี พระอุโบสถหลังนี้มิใช่หลังงามที่สุดในกรุงศรีอยุธยา เป็นความจริงที่ว่าแห่งอื่นมิได้มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ถึงเท่านี้ แต่ก็มีอยู่หลายแห่งทีเดียวที่มีพระพุทธรูปที่ได้สัดได้ส่วน ประกอบด้วยพุทธลักษณะอันงดงาม อันมีพระอุโบสถอยู่หลังหนึ่งซึ่งควรจะได้บรรยายไว้ ณ ที่นี้ด้วย....
---------------------------------
*** บันทึกของ นิโกลาส์ แชร์แวส (Nicolas Gervaise) ที่เข้ามาพร้อมนักบวชเพื่อเผยแพร่ศาสนาในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2224 – 2229 ได้พรรณนาถึงเรื่องทรัพย์สมบัติของพระมหากษัตริย์ภายในพระราชวังหลวงและในส่วนของวัด จากคำบอกเล่าโดยที่ไม่ได้เข้าไปเห็นด้วยตัวเอง ในบันทึกภาคที่ 4 บทที่ 6 ว่า “... ในพระเจดีย์ (Le Pagode) ที่อยู่ในวังหลวงนั้นมีทรัพย์สมบัติมากมายเป็นที่รับรู้กันของชาวต่างประเทศในกรุงศรีอยุธยา เล่ากันว่าภายในวัดมีรูปทองคำบริสุทธิ์ (Idole d'or, tout pur,) สูงประมาณ 13 เมตร (42 ฟุต - quarantc-deux pieds) หล่อขึ้นตรงบริเวณที่ประดิษฐาน แล้วจึงสร้างวิหารครอบขึ้นภายหลัง....”
------------------------------------  
*** จากหลักฐานที่สอดรับกัน ยืนยันว่ามีพระพุทธรูปยืนหุ้มด้วยทองคำ “หนา” 3 นิ้วฟุต (Pouce) น้ำหนักทองคำ 286 ชั่ง ประดิษฐานเป็นประธานภายในวิหารหลวงวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทองคำที่หุ้มมีจำนวน 343 กิโลกรัม เท่ากับน้ำหนักทองคำในปัจจุบัน 22,295 บาท ประมาณมูลค่าทองคำเป็นเงินบาทในปัจจุบันที่ 558 ล้านบาทครับ
เครดิต ; FB
วรณัย พงศาชลากร
EJeab Academy
..........................................................
ยังมีสาระเรื่องราวดี ๆ ที่อยากเล่าตามมาดูเราได้ที่ ;
My blogs link 👆 
https://sites.google.com/site/dhammatharn/
https://abhinop.blogspot.com
https://abhinop.bloggang.com
..........................................................
ททมาโน ปิโยโหติ #ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
A giver is always beloved.
..........................................................



Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2564 17:46:59 น. 2 comments
Counter : 89 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ททมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
A giver is always beloved.


โดย: ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:48:08 น.  

 
ยังมีสาระเรื่องราวดี ๆ ที่อยากเล่าตามมาดูเราได้ที่ ;
My blogs link 👆
https://sites.google.com/site/dhammatharn/
//abhinop.blogspot.com
//abhinop.bloggang.com
..........................................................
ททมาโน ปิโยโหติ #ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
A giver is always beloved.


โดย: ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก วันที่: 3 มีนาคม 2564 เวลา:12:57:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ททมาโน ปิโยโหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
A giver is always beloved.
ททมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก A giver is always beloved.
New Comments
Friends' blogs
[Add ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.