ททมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2560
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 

สูกรเปรต



สูกรเปรต

เรื่องสูกรเปรต เสวยผลกรรมจากการทำลายสามัคคีของพระภิกษุสงฆ์สองรูป

การมาเกิดเป็นเปรตร่างเป็นมนุษย์แต่ศีรษะเป็นสุกร ของคนที่ตายจากโลกมนุษย์ ชื่อว่าเสวยผลกรรมในทางทุคติอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากการตกนรก และเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ถือได้ว่านี้เป็นไปตาม กฎของกรรม ที่บอกว่าเมื่อทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว หว่านพืชเช่นใดก็ได้ผลเช่นนั้น

เรื่องนี้ถูกกล่าวขวัญถึงเมื่อคราวที่พระศาสดา ประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภสูกรเปรต ตรัสพระธรรมเทศนาที่ขึ้นต้นด้วยบทนี้ว่า วาจานุรกฺขี เป็นต้น

ในอรรถกถาพระธรรมบทเล่าเรื่องนี้ไว้อย่างยืดยาว ซึ่งสรุปความได้ว่า ครั้งหนึ่ง พระมหาโมคคัลลานเถระ เดินลงมาจากเขาคิชฌกูฏ พร้อมด้วยพระลักขณเถระ เพื่อจะไปบิณฑบาต ได้แลเห็นเปรตที่ร่างเป็นมนุษย์แต่มีศีรษะเป็นสุกร เมื่อเห็นเปรตร่างประหลาดตนนี้แล้ว ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็ได้ยิ้มออกมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับพระลักขณะเถระ เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้วเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ก็ได้นำเรื่องเปรตตนนี้มาทูลพระศาสดาให้ทรงทราบ พระศาสดาตรัสว่า พระองค์ก็ได้ทอดพระเนตรเห็นเปรตตนนี้ที่ควงต้นโพธิ์เหมือนกันในช่วงที่ตรัสรู้ใหม่ๆ แต่ก็ไม่ได้ตรัสบอกแก่ใครๆ เพราะกลัวว่าผู้คนจะไม่เชื่อ และจะไม่บังเกิดผลดีอะไร จากนั้นพระศาสดาได้นำเรื่องบุรพกรรมของเปรตตนนั้นมาทรงเล่าว่า

ในสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า เปรตตนนี้เป็นภิกษุนักเทศน์นักบรรยายธรรม มีอยู่คราวหนึ่ง ได้มาที่วัดแห่งหนึ่ง พบพระภิกษุ 2 รูปพักอยู่ด้วยกันในวัดแห่งนี้ หลังจากที่ได้มาพักอยู่ที่วัดนี้ไม่นาน ก็พบว่ามีญาติโยมมาขึ้นพระสองรูปนี้มาก ท่านจึงเกิดความคิดชั่วขึ้นมาว่า ท่านควรจะหาทางให้พระสองรูปที่อยู่มาแต่เดิมออกไปจากวัดเสีย แล้วท่านจะได้อยู่ในวัดนี้เพียงรูปเดียว ท่านจึงได้พยายามยุแหย่พระทั้งสองรูปนั้น จนพระสองรูปเกิดทะเลาะกันและออกจากวัดนั้นไปคนละทิศละทาง เพราะผลกรรมชั่วครั้งนั้น ทำให้ท่านไปเกิดในอเวจีนรก และด้วยเศษของกรรมนั้น ท่านได้มาเกิดเป็นเปรตตนที่พระมหาโมคคัลานเถระเห็นที่เขาคิชฌกูฏ

จากนั้น พระศาสดาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาว่าภิกษุ พึงเป็นผู้เข้าไปสงบด้วยกาย วาจา และใจ”

จากนั้น พระศาสดาตรัสพระธรรมบท พระคาถานี้ว่า

วาจานุรกฺขี มนสา สุสํวุโต
กาเยน จ อกุสลํ น กยิรา
เอเต ตโย กมฺมปเถ วิโสธเย
อาราธเย มคฺคํ อิสิปฺปเวทิตํ ฯ

บุคคลผู้มีปกติรักษาวาจา สำรวมดีแล้วด้วยใจ
และไม่ควรทำอกุศลด้วยกาย
พึงยังกรรมบถทั้ง 3 เหล่านี้ให้หมดจด
พึงยินดีทางที่ท่านผู้แสวงหาคุณประกาศแล้ว. 

เมื่อพระธรรมเทศฯจบลง ชนเป็นอันมาก บรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น.




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2560
0 comments
Last Update : 9 พฤษภาคม 2560 22:27:26 น.
Counter : 261 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ททมาโน ปิโยโหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนหมู่มาก The person who gives is much loved.
New Comments
Friends' blogs
[Add ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.