19 ปีเหมือนฝัน
เช้าวันนี้ขับรถยนต์กะบะนิสสันหน้าลาวสีแดง
ไปติดต่อธุระที่หน่วยราชการแห่งหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัด
เสร็จธุระแล้ว ประมาณสิบเอ็ดโมงเศษคิดถึงเพื่อนหญิงเก่าที่เคยจีบ
และอยากให้เป็นคนรักเก่าที่อยู่ไกลออกไปอีกจังหวัดหนึ่ง
แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องขับผ่านที่ไหนบ้าง
เลยโทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่กรุงเทพฯ
ซึ่งบ้านเดิมอยู่ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านของเพื่อนคนนี้
พอทราบแล้วก็ขับรถยนต์ไปอีก 300 กิโลเมตร
แวะเข้าไหว้เกจิอาจารย์รูปหนึ่งซึ่งมรณะภาพ
แล้วร่างกายไม่เน่าเปื่อยกลายเป็นศิลา

จากนั้นก็ขับรถเข้าในตลาดสดที่เธอเคยค้าขายอยู่
ลองสุ่มหาบ้านเก่าของเธอที่เป็นร้านขายของชำในตลาด
สภาพยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก
แต่ก็เดินวนหาอยู่หลายรอบ
จนเจอพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง
ที่เดินมารับเงินฝากกับลูกค้าในตลาด
" ถามว่ารู้จักเธอหรือไม่
พร้อมกับบอกชื่อจริง และชื่อเล่นของเธอ
และที่มาบ้านเกิดของเธอที่เคยอยู่บ้านเดิมเดียวกัน "
พนักงานคนนั้นก็บอกว่า " ไม่รู้จัก "
เดินวนเวียนอยู่หลายรอบ คลับคล้ายคลับคลา
เพราะเคยมาครั้งแรก หลังจากเธอแต่งงานมาแล้วปีเศษ
แฟนของเธอกับเธอก็ชวนไปกินข้าวเย็นและชวนค้างคืนที่นั่น
แต่ต้องปฎิเสธ เพราะต้องรีบกลับไปทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้น

ไปอีกครั้งก็หลังจากนั้นอีกประมาณสี่ปีแล้ว
ถือโอกาสไปแวะเยี่ยมเธอพร้อมกับเพื่อนที่ทำงานแห่งใหม่
หลังจากไปดูสถานที่แห่งหนึ่ง
ที่หนังสือพิมพ์หัวเขียวรายใหญ่ของประเทศ
ลงข่าวว่าเจอของเก่าโบราณจำนวนมาก
ไปสถานที่ดังกล่าวแต่ไม่พบอะไรเลย
ตอนนั้นเธอกำลังท้องลูกคนที่สองแล้ว
คนแรกเป็นผู้ชายอายุประมาณสองปีเศษ
เจอเธอกำลังขายของในร้านชำของสามี
แล้วทั้งครอบครัวก็พาไปกินข้าวเย็น
ก่อนจ่ายค่ารถแท็กซี่ให้ทุกคนที่ไปเยี่ยมเยียนเธอ
สรุปไปครั้งนี้ห่างไปสิบห้าปีแล้ว
แต่ถ้านับถึงปัจจุบันก็สิบเก้าปีแล้ว

แม้ว่าห้าปีก่อนจะเคยไปที่นั่น
แต่ก็ไม่ได่แวะหาเธอแต่อย่างใด
เพราะเดินทางไปท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ
ไม่อยากเสียเวลาเพื่อนที่จะนั่งคุยกัน/กินเหล้ากัน

เจอร้านชำร้านหนึ่ง
คนขายผู้หญิงถามว่า " จะซื้ออะไร "
ตอบเธอว่า " ไม่ "
แล้วลองเดินไปอีกแห่ง สภาพใกล้เคียงแต่ไม่มั่นใจนัก
เลยลองถามเจ้าของร้านบอกชื่อของเธอ
เจ้าของร้านจำได้บอกเป็นญาติกัน
และบอกย้ายไปเปิดร้านขายของนอกเมืองไปนิดเดียว
พร้อมกับบอกเส้นทางที่จะไปและที่ตั้งร้านค้า
เลยขับไปหาเธอที่นั่น เจอลูกค้าและคนงานกำลังทำงานกันอยู่

เก้เก้กังกังไม่เห็นหน้าเธอ สักพักเธอเดินออกมา
ยังจำเธอได้ หน้าตาไม่เปลี่ยนแต่ผอมกว่าเดิม
เธอทักว่าไง รูปหล่อ และนั่งคุยกันภาษาพ่อขุนสักพัก
บอกว่าจะเอาหนังสือของหน่วยงานให้เธอดูเล่น
ไม่นานนักที่มาถึงแฟนเธอก็มาทัก และบอกให้เธอพาไปกินข้าว
ให้เธอนั่งรถไปกันเพียงสองต่อสอง พูดคุยกันหลายเรื่อง
เรื่องหลัก ๆ ก็ลูกของแต่ละฝ่าย
ส่วนของเธอลูกชายปีนี้กำลังจะเอ็นทรานซ์แล้ว

เวลาผ่านไปเหมือนช่วงสั้น ๆ แต่ก็เร็วเหลือเกิน
กินข้าวเสร็จ บอกว่าจำได้มีเพื่อนรุ่นพี่อยู่แถวนี้
จะขอแวะไปเยียมเยียนสักหน่อย
เธอบอกขอตามไปด้วย เพราะอยากนั่งคุยกันนาน ๆ
เลยพาเธอไปเยี่ยมเพื่อนรุ่นพี่ด้วย
จนเสร็จภาระกิจเลยพาเธอมาส่งที่ร้านใหม่ของเธอ
เธอย้ำว่าถ้าว่างให้แวะมาเยี่ยม
แต่บอกเธอแต่เพียงว่า ไม่ขอรับปาก
แต่จะมาให้ได้ถ้ามีเวลาว่างและมีโอกาส

ขากลับนั่งขับรถยนต์ด้วยความสุขใจ
มีความสดใสคิดถึงภาพฝันวันเก่า ๆ
และความทรงจำที่ดีวันนี้

หมายเหตุ เป็นเรื่องที่เขียนไว้ประมาณปี 2545



Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 19 พฤษภาคม 2554 20:08:59 น.
Counter : 824 Pageviews.

3 comments
Self love is the best love.. nonnoiGiwGiw
(17 ก.พ. 2563 10:43:56 น.)
ฮาล์ฟที่สาม (บุรีรัมย์มาราธอน) The Kop Civil
(17 ก.พ. 2563 12:50:30 น.)
Blog 29/2563 จดบันทึกไว้ในไดอารี่ **ทำบุญวันพระ 16 กพ.2563** เริงฤดีนะ
(16 ก.พ. 2563 11:32:47 น.)
ห่อริบบิ้นสีชมพูเปิดออกมามีดอกไม้สีม่วง สมาชิกหมายเลข 4313444
(14 ก.พ. 2563 05:48:16 น.)
  
น่ารักจัง
มิตรภาพที่ดีต่อกัน
ทำให้มีความพยายามในการติดตาม

โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:14:27:58 น.
  
เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:12:39:58 น.
  

โดย: ravio วันที่: 19 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:58:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ravio.BlogGang.com

ravio
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]

บทความทั้งหมด