ชายชราชาวจีน คนที่หนึ่ง
ชายชาวจีน ผู้ยากไร้ (คนที่หนึ่ง)

หลายงานที่ได้ไปร่วมงาน
ในวันสุดท้ายที่มีประเพณีส่งศพคนจีนที่หาดใหญ่
จะมีชายชราชาวจีนคนหนึ่ง ต้องใช้ไม้เท้าข้างหนึ่งพยุงตัวเวลาเดิน
มาร่วมเข้าแถวอยู่ท้ายสุด คำนับศพผู้ตายทุกครั้งอย่างตั้งอกตั้งใจ
(ตามประเพณีต้องคำนับสามครั้ง) และอาจจะมีหลายรอบ
แล้วแต่ฐานะของเจ้าภาพงานศพว่ามีแขกเข้าร่วมมากน้อยเพียงไร

จนกระทั่งถึงงานศพพ่อของผู้เขียนเอง
ก็ได้เจอแกอีกครั้ง สอบถามแม่ก็ได้ความว่า
นานมาแล้วชายคนนี้ทำงานอยู่ร้านขายของที่ถนนสายสอง
เป็นร้านที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับร้านของพ่อ
ต่อมาแกเกิดโรคชนิดหนึ่งทำให้มีแผลที่ขาเหวอะหวะต้องมีค่าใช้จ่าย
ในการรักษามาก และต้องใช้เวลานานมากในการรักษาแผลดังกล่าว
(สมัยนั้นยาปฏิชีวนะยังไม่แพร่หลาย หรือถ้ามีก็แพงมาก)
เจ้าของร้านจึงให้ออกจากงานไป
เมื่อออกจากงานก็ไม่มีรายได้อะไรอีกแล้ว
ก็ต้องใช้บริการสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลหาดใหญ่
รักษาแผลจนหาย แต่สุดท้ายทำให้ขาข้างขวาต้องพิการไป
จนต้องใช้ไม้เท้าพยุงเวลาเดิน

ความที่เป็นคนจนและคนไร้บ้าน
แกจึงต้องร่อนเร่หารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ
จากงานศพของชาวจีน
(คนจีนแต้จิ๋วมักพูดว่า เต้าเหล่ายัวะ-มาชุมนุมกันมากๆ)
โดยการที่แกมาร่วมงานศพ ก็จะได้รับประทานอาหารส่วนหนึ่ง
ซึ่งตามธรรมเนียมสมัยก่อนต้องมีการจัดเลี้ยงไม่ต่ำกว่าสามมื้อ
ไว้ต้อนรับคนมาร่วมงาน เพราะการเดินทางสมัยก่อนลำบาก
หรือบางคนก็จะมาจากทางไกล การเดินทางรถราก็มีน้อยต้องรอนาน
ทำให้ไม่สะดวกในการหาอาหารการกินเวลาเดินทางมาร่วมงาน
แต่ปัจจุบันก็เริ่มลดน้อยถอยลงไปหลายแห่งแล้วธรรมเนียมแบบนี้
โดยชายชราคนนี้ก็จะหลบซ่อนอยู่หลังๆ แถวโรงครัวช่วยล้างจานชาม
และถ้วยแก้วที่มีการกินแล้วจากแขกร่วมงานเท่าที่จะช่วยได้
และเก็บเศษบุหรี่ที่คนสูบเหลือทิ้งไว้ไปสูบต่ออีกส่วนหนึ่ง
(สมัยนั้นการสูบบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดามากไม่เหมือนตอนนี้)
หรือถ้ามีคนที่เคยรู้จักแก/เมตตาสงสารแก
ก็อาจจะให้เงินแกบ้างเล็กน้อย
ซึ่งพ่อก็เคยให้แกบ้างเหมือนกัน

หลายครั้งที่เจอแกเดินบนท้องถนนในหาดใหญ่
ก็พยายามให้เงินแกบ้างเล็กน้อย
แต่แกก็พยายามพูดว่า ไม่ (ไหม่ ๆ ๆ) พร้อมกับยกมือปัดการให้
ต้องยัดเยียดใส่กระเป๋าเงินที่หน้าอกเสื้อของแก
เสื้อผ้ามีสภาพเก่าแต่มีการพยายามซักให้ดูสะอาดพอสมควร
(จำได้ทุกครั้งที่เจอแกจะใส่เสื้อเชิ๊ตแขนสั้น
กางเกนขาสั้นยาวเกือบถึงหัวเข่า)
ครั้งสองครั้งที่เจอแกที่แถวหน้าธนาคารเอเซีย ที่สายหนึ่ง
(เลิกกิจการไปแล้วเปลี่ยนเป็นอีกชื่อหนึ่ง)
กับบริเวณถนนสายสองที่หาดใหญ่
ก็ให้เงินแกอีก แกก็พูดว่า ไม่ ๆๆ อีก พร้อมกับยกมือปัดการให้
แต่ก็ยัดเยียดให้แกจนได้
มีคนเดินผ่านไปผ่านมา และคนทำงานในธนาคารที่เดินผ่านจ้องมองแบบแปลก ๆ
เผลอ ๆ อาจคิดว่าผมเป็นลูกหลานที่ทอดทิ้งแกก็อาจเป็นไปได้
คิดในแง่ร้ายสักนิดในเรื่องนี้
แต่ก็คิดในแง่ดีว่า เป็นการช่วยเหลือคนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่ทำได้

ครั้งสุดท้ายที่เจอแก กำลังขับรถยนต์กะบะอยู่จะข้ามไปฝั่งหาดใหญ่ใน
(หาดใหญ่ในคือฝั่งตรงข้ามย่านพาณิชกรรม/เจริญมากสุดของเมืองหาดใหญ่
โดยมีทางรถไฟคั่นกลางแยกสองฝั่งตัวเมืองออก
การเดินทางไปมาหาสู่กันต้องข้ามทางรถไฟไป
โดยทางสะพานลอยสองสะพาน และอุโมงค์ลอดรางรถไฟอีกหนึ่งอุโมงค์
หรือกล่าวง่ายๆคือด้านทางทิศตะวันตก หรือที่ตั้งที่ว่าการอำเภอกับสถานีตำรวจ)
เห็นแกกำลังเดินข้ามสะพานลอยสายหน้าโรงพักเข้าฝั่งสายหนึ่ง
เดินบนทางลาดไหล่ทางสะพานลอยจะเข้าหาดใหญ่
ก็คิดว่าไม่เจอแกนานแล้วเหมือนกัน
จะให้เงินแกบ้าง แต่คงต้องหาที่จอดรถยนต์และวิ่งตามแกอีก
เลยคิดว่าจะให้แกในวันหลังก็แล้วกัน

หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอแกอีกเลย
คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว
เพราะสภาพแกตอนนั้นก็อายุประมาณเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว
อาจจะมีสุขภาพดีกว่าเถ้าแก่ในตลาดบ้าง
เพราะต้องเดินทุกวันไปตามงานศพคนจีนในหาดใหญ่
เพื่อหาอาหารกินและรายได้เล็กน้อยจากงานศพ

นี่คือชายชราชาวจีน ผู้ยากไร้คนหนึ่ง
ที่เคยพบเจอและรู้จักในบ้านเกิด
เขียนไว้จากความทรงจำก่อนที่จะเลือนหายไป



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 8 กรกฎาคม 2552 1:00:17 น.
Counter : 610 Pageviews.

1 comments
ไม่(กล้า)บอกเธอ (หรอกนะ) ว่า แฮปปี้วาเลนไทน์ จันทราน็อคเทิร์น
(14 ก.พ. 2563 16:57:24 น.)
BLACK VALENTINE. . nonnoiGiwGiw
(12 ก.พ. 2563 12:17:39 น.)
มะขวิด Insignia_Museum
(11 ก.พ. 2563 19:23:18 น.)
Boonta Flowers and Cafe @บางกรวย รวยความหวาน จันทราน็อคเทิร์น
(11 ก.พ. 2563 13:49:46 น.)
  
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:12:49:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ravio.BlogGang.com

ravio
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]

บทความทั้งหมด