ยังคงติดเกมและเล่นเฟสมากกว่า อาจไม่ค่อยมาตอบคอมเม้นท์นะคะ

ยาคูลท์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]




ข้าพเจ้าเป็นสุข และเชื่อว่าใครก็ตามซึ่งมีรสนิยมในการอ่านหนังสือดี ย่อมสามารถทนต่อความเงียบเหงาในทุกแห่งได้ -- วาทะของท่านมหาตมะ คานธี


Book Archive by Group



หมายเหตุ: โซน Romance และ การ์ตูน ยังไม่ทำเพราะมีน้อย




Kamon Pyu

Create your badge

Night's currently-reading book recommendations, reviews, favorite quotes, book clubs, book trivia, book lists
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
9 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ยาคูลท์'s blog to your web]
Links
 

 
เมษา... พาไม่เพลิน


15 เมษายน - Inspiring Story

เพิ่งได้ฟัง เรื่องของ Susan Boyle คุณป้าวัยดึกที่ลงแข่ง Britain's Got Talents 2009 เธออายุ 47 กำลังว่างงาน ฝึกร้องเพลงตั้งแต่อายุ 12 และอยากเป็นนักร้องอาชีพที่ประสบความสำเร็จแบบอีเลน เพจ (ถ้าฟังไม่ผิดนะ ไม่ค่อยรู้จักชื่อนักร้องหง่ะ) แต่ทุกวันนี้ยังไปไม่ถึงฝันเพราะไม่เคยมีโอกาส เธอหวังว่าเวทีนี้จะให้โอกาสเธอ

โปรดสังเกตปฏิกิริยาของกรรมการ/คนดูตอนเขาถามข้อมูลข้างบนนี้
แววตาส่อความสมเพช คนดูเบ้หน้า ประมาณว่า..อิป้านี่ไม่เจียมเล้ย



คลิปเดียวกันจากยูทูป มี lyrics ด้วย

ลิงค์นี้(รู้สึกว่า)เสียงชัดดี



หลังฟังเพลง กรรมการปลาบปลื้มกันสุดๆ

Pierce: Without a doubt, that was the biggest surprise I have had in...three years of the show. When you stood there, with a [?] said that I wanted to be like Elaine Page, everyone was laughing at you. No one is laughing now. That was stunning. An incredible performance. Amazing.

Amanda: I'm so thrilled because I know everybody was against you. I honestly think that we were all being very cynical, and it's the biggest wake-up call ever. And I just want to say that it was a complete privilege listening to that. It's [?] privilege.

ไซม่อน--รึเปล่า?: Susan, I know the minute you walked out [คนดูหัวเราะก๊าก เล่นมุกมาก เพราะเฮียเป็นคนเดียวที่ทำหน้าดูถูกป้าแกสุดๆ] on that stage that we were going to hear something extraordinary. And I was right.
(ขี้เกียจแกะแล้ว) จากนั้น ตานี่ก็ถามว่า คุณเป็น tiger ใช่ไหม?

ผลตัดสิน
เพียซ - The biggest YES I have ever given anyone
อแมนด้า - yes, definitely
ไซม่อน - Susan Boyle, you can go back to your village with your head held high in 3 Yeses.



====



เพิ่งได้ดูคลิปนี่ คุณอรรถจักร สัตยานุรักษ์ นักวิชาการ มช. (คนที่โผล่มาหลังลุงขายกาแฟ) พูดได้ตรงกับที่คิดไว้เลย

อ่านกระทู้วันสองวันนี้ รู้สึกว่าหลายคนเริ่มหลงประเด็น เริ่มมีบรรยากาศของความเกลียดชัง (แกสีแดง แกคือลิ่วล้อเหลี่ยม แกคือศัตรู) ซึ่งถ้าปล่อยนานไปและทัศนคติทำนองนี้แรงมากขึ้น จขบ. กลัวจะเกิดม๊อบอะไรแปลกๆ อีกอ่ะ ... เค้าเป็นคนขวัญอ่อนน้า

ที่แน่ๆ คือ "ให้มีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่" เป็นทางออกไม่ได้!
1. เพราะฐานเดิมของอดีตนายกยังมีอยู่ คิดว่าอำนาจเงินเขาก็น่าจะยังหนาพอจะสนับสนุนการเคลื่อนไหวอีกเพียบ ถ้าดูจากลีลาการ "ซื้อ" แล้ว กลัวนายกคนปัจจุบันจะแพ้น่ะ
2. ถ้าว่ากันตามระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลนี้มาอย่างถูกต้อง การยอมยุบสภาเพื่อสลายม๊อบ เท่ากับสร้างธรรมเนียมน่ากลัวขึ้นมา (หลังจากที่มันเริ่มส่อแววอยู่แล้ว) ว่าอีกหน่อย ใครไม่พอใจอะไรก็ก่อม๊อบ นัดหยุดงาน ฯลฯ
3. เปลืองงบไปโดยไม่จำเป็น รัฐบาลนี้ยังไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดมากขนาดต้องเรียกร้องให้ล้างไพ่ใหม่ ควรให้เวลารัฐบาลชุดนี้สักเทอมก่อนก็ยังดี

สรุปคือ ก็อย่างที่ Times ว่าไว้ นายกฯ ชนะสงครามสื่อ แต่ยังมีงานหนักรออยู่ ไหนจะต้องปราบม๊อบให้สลายไม่เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่แล้ว ยังต้องกอบกู้เศรษฐกิจกับภาพพจน์ประเทศ ดึงการท่องเที่ยวและการลงทุนกลับมาอีก จากนั้น ถ้าอยากนั่งตำแหน่งต่อ ก็ต้องดึงฐานเสียงที่เคยบูชาทักษิณกลับมาให้ได้ ...เก่งแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาครึ่งปีถึงสองปีเป็นอย่างต่ำ

โดยส่วนตัว จขบ. ว่าตอนนี้ทักษิณยังมีฤทธิ์ได้เพราะเงินเป็นหลัก รองมาก็ภาพพจน์ในสายตาโลก (ซึ่งตอนนี้เริ่มเสียรูปไปบ้างแล้ว หาฝ่ายพีอาร์เก่งๆ มากระหน่ำต่อเลยได้จะดีมาก) ริดรอนสองจุดนี้ได้เมื่อไหร่ ถึงเขาจะกลับมาก็ไม่น่ากลัวแล้ว

ป.ล. -- โปรดใช้วิจารณญาณขณะอ่าน
อันนี้ฟังแท๊กซี่ที่ถามมาจากผู้โดยสารชาวอีสานอีกที เขาบอกว่าทั๊กปล่อยกู้ชาวบ้านยากจนผ่านพวกผู้ใหญ่บ้าน ใครไม่กู้จะโดนกดดันเหมือนเป็นคนนอกคอก (จขบ. ฟังแล้วเชื่อ เพราะมีช่วงนึง--ราวสองสามปีก่อน--ที่รู้สึกว่าพวกคนจนฟุ้งเฟ้อมาก มีมือถือ ถอยรถกันเป็นว่าเล่น ทั้งที่ยังทำไร่ทำนาเหมือนเดิม ตอนนั้นยังด่ารัฐบาลในใจเลย) ทีนี้ พอถึงเวลาเลือกตั้ง ชาวบ้านก็เลยต้องเลือกเจ้าหนี้ ไม่งั้นก็..จ่ายต้นทบดอกซะ

เพราะงี้ หลายคนถึงหนับหนุนเจ้าหนี้ให้กลับมา ประมาณว่าอยากลบหนี้ถ้าเจ้าหนี้ได้นั่งตำแหน่งอีก
... จขบ. เชื่อค่อนข้างมาก เพราะจากนิสัยแล้ว เขาทำได้ ขนาดเดินลงจากรถมาแจกเงินให้เด็กที่มาเข้าแถวรอรับก็ทำมาแล้วนิ อีกอย่าง ดูคลิปโฟนอินอันนึง (อันที่หลุดพูดถึงรับเงิน 500 บาทน่ะ) มีช่วงที่เขาพูดว่า "พี่น้องที่ได้รับอานิสงฆ์ ที่จับต้องได้ จากผม..." อะไรประมาณเนี้ย



13 เมษายน

I have to admit, the current situation has brought a lot of good things. People are more united and stood up than ever. And.. more creative too.



^
^ บราโว่!! ตรงใจยิ่งนัก
แต่ประโยคสุดท้ายเนี่ย เอ่อ...





จขบ. เพิ่งเปิดคอมและทีวีตามข่าวในช่วงสองวันนี้ ไม่นึกเลยว่าม๊อบกลายเป็น..อือม์ พวกก่อวินาศภัย ก่อการร้ายไปแล้ว

ล่าสุด มีประชาชนคนธรรมดาเสียชีวิตแล้วที่นางเลิ้ง กับหัวเฉียว
ที่นางเลิ้ง เกิดเหตุเพราะชาวบ้านพยายามปิดกั้นไม่ให้เสื้อแดงเข้ามา เพราะเล่นมาพร้อมรถแก๊ส แถวนั้นเป็นชุมชนแออัด ใครให้เข้ามาก็บ้าแล้ว

การเอารถเมล์ รถแก๊สมาปิดกั้นถนน ทุบทำลายตู้โทรศัพท์ จุดไฟเผาตรงโน้นตรงนี้ ทำลายสุเหร่า ... เท่ากับกลุ่มเสื้อแดงพวกนี้ก้าวข้ามเส้นกั้นทางกฏหมายแล้ว ฉะนั้น ถ้าโดนทหารใช้กำลังปราบปราม จขบ. คิดว่าไม่ผิดนะ ถ้าเป็นรัฐบาลภายใต้สถานการณ์ปกติ เรื่องนี้คงจบได้ในวันเดียว

แต่รัฐบาลก็ทำถูกเหมือนกันที่ไม่ใช้กำลังปราบปราม เพราะหนึ่งวันที่กลุ่มเสื้อแดงก่อการร้ายเนี่ย คงทำให้หลายคนเห็นอะไรชัดขึ้น แถมใครบางคนที่อยากให้เกิดเรื่องนองเลือดเพื่ออ้างบ้าบอคอแตก..ก็คงจ๋อย (คิดว่าแผนเดิมคือให้ม๊อบโดนทหารยิงตายเยอะๆ เหลี่ยมจะได้กลับมาเป็นผู้นำกวาดล้างอย่างสวยงามปานฮีโร่ผู้กอบกู้ชาติ)

จขบ. เชื่อนะว่าพวกเสื้อแดงมีทั้งพวกที่แดงเดือด (ขอแต่ผลลัพธ์ ไม่สนวิธีการ) กับแดงที่มีอุดมการณ์ (ยังสนวิธีการอยู่) ... ก็ได้แต่หวังว่าพวกหลังจะมีเยอะหน่อย จะได้รีบกลับบ้านกลับช่องกันซะ

ขอให้เรื่องจบเร็วๆ เถอะ
... ปิดห้างแบบนี้ ไม่มีอะไรกินหว่ะ หิวนะโว้ยยยย


ป.ล.
แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีประเทศเพื่อนบ้านเกลียดไทยมากๆ อยากทำลายเศรษฐกิจไทยให้ยับเยิน ก็ควรส่งคนที่พูดไทยได้แฝงตัวเข้ามาทำร้ายคน ทำลายสิ่งของช่วงนี้แหละ ยั่วยุให้อีกฝ่ายลงมือให้ได้



ยังคงเป็นวันที่ 10 เมษายน

สาทรไล่เสื้อแดง

อา... ดูแล้วชื่นจายยย

-----

ออกจากบ้านหนึ่งทุ่ม ไปแถวพระรามหก
แล้วเลยเพิ่งรู้ตัวว่านับวันผิดไปบาน นึกว่าวันนี้วันที่ 11 หรือ 12
จากนั้นต่อไปสยาม ถึงร้านตอนสองทุ่มสิบห้า รถโล่งค่อดๆ ดีจังเลย

ตอนไปรับชุด ปรากฏว่าลองแล้วต้องแก้ จขบ. ก็นั่งรอเขาแก้ ลองใส่อีกที ดูว่าดีกว่าครั้งแรกแล้วก็กลับ เพราะตอนนั้นร้านอื่นปิดกันเรียบแล้ว
แต่พอกลับบ้านมาลองอีกรอบ ใส่ทำโน่นทำนี่อันเป็นอิริยาบถที่ชิน
พบว่า...อกกับไหล่มันไม่สวยอะ ถ้าค้อมไหล่นิดนึง เสื้อจะเผยอช่วงไหล่กับเนินอก ดูไม่งามเลย แถมอกลึกกว่าที่คิด (เขาไม่อยากโกยนะ T^T )
เมียงไปมองมา มันยังไงไม่รู้ ชุดตัดตามสั่งควรจะงามทุกท่าสิ

รอยเย็บ.. ท่าทางจะรีบแก้ไปหน่อย เห็นรอยด้ายทิ้งไว้น่าเกลียดพิลึก (อยู่ด้านหลัง เลยไม่เห็นตอนลองที่ร้าน)

ดีไซน์ก็ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้
ตอนแรกคิดว่าจะให้จับจีบแนวนอนอีกชั้นตรงรอยต่ออกกับผ้าช่วงล่าง (ช่วงหน้าอกจับจีบแนวตรงแล้ว) หรือไม่ก็จีบตรงแต่ตัดทรงวีลงไปจนถึงเอว
ช่างเขาเล่นต่อช่วงใต้อกกับกระโปรงตรงๆ ดุ่ยๆ เลย แพทเทิร์นโหลมาก
... มันไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยนี่หว่า ...

สี เอ่อ ชมพูหวานแหวว ประมาณว่าเด็กแรกรุ่นใส่เลยน่ะ
เสร่อสิ้นดี สีนี้ไม่เข้ากับตัวเราเลย

สรุปแล้ว ชุดสำเร็จรูปที่ไปลองวันก่อนยังสวยกว่าเลย (ทั้งแบบถูกและแพง)
ชุดแพงที่ไปลองนั่นเป็นแบบสายเดี่ยวด้วยนะ ตอนแรกไม่กล้าซื้อเพราะคิดว่าคงไม่กล้าใส่ แต่จำได้ว่าตอนใส่เดินไปเดินมาในร้าน ยังรู้สึกมั่นใจกว่าชุดสั่งตัดนี่เสียอีก สีไม่ต้องพูดถึง สีโคตรถูกใจเลย ตอนแขวนราวดูเฉยๆ แต่พอใส่แล้วรู้สึกว่าสวยหวานยังไงไม่รู้ บอดี้ไลน์ก็ใส่ออกมาสวยกว่าด้วย

ไอ้ชุดสั่งตัดนี่..รู้สึกว่าเขาจะเผื่อหลวมไว้ทั้งไหล่-อก-เอว คงเผื่อไว้ให้แก้ได้
ทีนี้ จขบ. รีบมาก ไม่มีเวลามาเช็คจู้จี้มาก ไอ้ที่แก้ก็รีบเย็บแก้ในครึ่งชม. งานเลยออกมาค่อนข้างแย่ ไม่รู้จะพูดไงดีเหมือนกัน รู้แต่ "ไม่สวยหว่ะ"

บทเรียน:
- สั่งตัดกับร้านแถวบ้านดีกว่า สะดวกกว่าเยอะ
- ดีไซน์ต้องวาดหรือคุยให้ชัดเจนกว่ากรณีนี้ เน้นๆ เลย (อย่านึกว่าช่างจะหัวศิลป์กันทุกคน)
- อย่าไปรับชุดแบบรีบๆ เผื่อให้มีเวลาใส่นั่งเดินไปเดินมาสักยี่สิบนาที ให้รู้ว่าเวลาเราทำท่าที่ชินแล้วชุดมันมีจุดที่ควรแก้ไหม


งานนี้ พลาดไปแล้วจริงๆ



10 เมษายน

จขบ. กำลังกลุ้มใจค่ะ พรุ่งนี้ต้องไปรับงานแถวพระราม 6
ทุกทีถ้าไป จะแวะอนุสาวรีย์ ต่อด้วยสยาม เพื่อเดินร้านมือสองเล่น
พรุ่งนี้กะว่าคงแวะเหมือนเดิม เพราะต้องไปเอาชุดที่สั่งตัดไว้แถวสยาม
ขากลับ ยังไงก็ต้องผ่านราชดำเนิน

ปัญหาคือ พอออกจากบ้านไปแล้ว เราจะรู้ได้ไงล่ะว่าทางไหนมีพวกม๊อบเพ่นพ่านอยู่ หรือม๊อบยึดรถไฟฟ้ารึเปล่า

งานส่งวันที่ 16 จขบ. คงไม่ว่างทำงานช่วง 14-15 ดังนั้น ต้องรีบไปเอางานมาอยู่กับตัวโดยเร็วที่สุด (เพราะปกติชอบอู้งานวันสองวันเสมอ)

ชุดก็ต้องไปเอา เพราะงานแต่งวันที่ 15 ไม่ไปเอาช่วงนี้แล้วจะเอาช่วงไหน
... แอบคิดว่าลางสังหรณ์เราแม่นจัง รู้สึกว่า "ไม่ควรตัด" แต่แรกแล้ว ถ้าไม่ตัดคงไม่ต้องมากลุ้มเรื่องสีชุดหรือเรื่องรับชุด น่าจะเชื่อลางตัวเองหน่อยแฮะ นี่ถ้าพรุ่งนี้คนขายไม่มา ก็ซวยล่ะ ฉันคงไม่มีเวลาแวะเข้าเมืองบ่อยๆ นะ

บ่น...

ปกติ จขบ. ไม่ค่อยสนข่าวม๊อบแม๊วอะไรนะ (รอยตีนกาของชั้นคู่ควรกับอะไรมากกว่านั้น เอิ้กๆ)

การที่กลุ่มม๊อบปิดกั้นตรงอนุสาวรีย์ (ไม่ว่าจะชัยสมรภูมิหรือประชาธิปไตยก็ตาม) ในเวลาที่คนเกินครึ่งเมืองต้องสัญจรไปมาเนี่ย "มันมากไปแล้ว" มันไม่ใช่การแสดงออกตามแบบประชาธิปไตยที่เรียกร้องหากันอยู่แล้ว ถ้ายังเป็นคนไทยและมีจิตสำนึกรักประเทศชาติบ้านเกิดอยู่บ้าง ก็ควรสงบได้แล้ว คุณจะรักเหลี่ยม รักอุดมการณ์แดงเดือดแค่ไหน ก็น่าจะหัดมองภาพรวมบ้าง ขืนไทยมีม๊อบกีฬาสีทุกปีแบบนี้ เศรษฐกิจพังพินาศ คงได้กลับไปอยู่อย่างพอเพียงกันจริงแน่

เอ.. บางทีแบบนั้นอาจดีเหมือนกันนะ เจริญเร็วไปคนตามไม่ทัน กลับไปอยู่แบบเก่าดีกว่า ปิดประเทศไม่รับของนอก ทำมาหากินแลกกันเองในชาติก็พอ (ส่วนไอ้พวกนักการเมืองกับครอบครัวที่บินออกนอกประเทศไปแล้วก็..ไปลับเลยนะ ไม่ต้องกลับหรอก) รอให้ทุกคนรู้จักคำว่าสิทธิ หน้าที่ของตัวเองอย่างถ่องแท้ก่อนค่อยเริ่มใหม่

จขบ. คิดว่าคนไทยบางกลุ่มชอบถูกปกครองนะ หัวใจทาสมันฝังแน่นในกมลสันดานเสียแล้ว ชอบอยู่ใต้กษัตริย์ ไม่ก็นายทุน อ้างความภักดี ความถูกต้องอะไรกันไปตามเรื่อง ซึ่งถ้าบุคคลที่อยู่สูงสุดนั้นดีก็ดีไป ถ้าเป็นพวกสันดานโจรที่เก่งพีอาร์แถมไม่ยอมพอ..ก็คงเป็นแบบตอนนี้

ตบท้ายด้วยเรื่องหนังสือ ตามเคย

คำพูดนี้ยกมาจาก จอมนางคู่บัลลังก์ ตอนที่พระเอกยกทัพมาประชิดชายแดนเมืองคู่แค้น ซึ่งวางแผนจนนางเอกต้องตามเขามา (ตัวร้ายเป็นเจ้านายกึ่งพี่ชายของนางเอก โตมาด้วยกัน) เจ้าตัวร้ายก็ยกทัพมาเตรียมทำศึก อยากประลองฝีมือศึกเต็มที่

ทีนี้ องค์หญิงของเมือง (เมียตัวร้าย) ไม่อยากให้เกิดศึก เลยให้นางเอกเขียนจดหมายมาหย่าศึก ในนั้นเขียนไว้ว่า...

"... คนโบราณรุ่นก่อนๆ นั้นได้ตัดสินใจที่จะรวมตัวอยู่ด้วยกันอย่างสามัคคี ร่วมกันต่อต้านศัตรูจากภายนอก ต่อต้านผู้รุกราน ก็เพื่อที่จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อความสุขของพวกท่านแต่ละคน นับแต่นั้นมาจึงค่อยมีคำว่า 'แคว้น' พื้นฐานของแคว้นแต่เดิมล้วนคือคน แคว้นที่ช่วงชิงความสุขของคนเพื่อให้ได้รับความอยู่รอด มีความจำเป็นใดต้องคงอยู่ และผู้ชายที่รู้จักแต่ปกป้องชาติบ้านเมืองโดยไม่รู้จักถนอมความสุขไว้ มีหรือคู่ควรให้อาลัย

ผู้ซึ่งดูเบาความสุขของทหารนับหมื่นพันเพียงเพื่อความสุขของตัวเองเพียงลำพัง แม่ทัพที่หักใจช่วงชิงความสุขของผู้อื่นได้ มีหรือจะเป็นวีรบุรุษที่พิงถิงหลงรักอย่างแท้จริง หวางเยี่ยงลองคิดดูเถิด... "

จขบ. คิดว่ามันเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้นิดหน่อย คนเราควรดูแลบ้านและครอบครัวของเราให้อยู่ดีมีสุข ปลอดภัย (ไม่ต้องผวาม๊อบ) ให้ได้ก่อน ถึงเขยิบไปทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองนะ


9 เมษายน

เดือน 4 ผ่านไปเกือบสามในสี่ แต่จขบ. ยังสับสนงงงวยกับวิธีการแต่งหน้าทำผมอยู่
ข้อแรก - วันนั้นจะทำผมไงดี? พอดีไม่ได้เปลี่ยนทรงผมนานแล้ว ลองซอยแล้วดัดหรืออาจทำสีด้วยเลยดีไหม? (ถ้าสามารถดูแลผมเองเป็นภายหลังอ่ะนะ) หรือไปดัดไอน้ำวันนั้นดี
ข้อสอง - แต่งหน้าเอง..ไหวไหม? ข้อนี้น่ากลัวกว่า
เนื่องจากช่างโทรมาตอนงัวเงีย บอกว่าผ้าหมด ขอเปลี่ยนสี จขบ. ฟังแล้วหาทางออกไม่ได้ จะบอกว่ายกเลิกก็กลัวโดนงับหัว เลยโอเคไป สีใหม่คือสีชมพู อ๊ากกกกกก
ตอนแรกที่ฟังก็ไม่ชอบ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่ชอบ คิดให้ตายก็..ไม่ชอบเฟ้ย! (อยากยกเลิกทุกอย่าง ไปซื้อชุดสำเร็จรูปไม่ถึงพัน ยีหัวสองที ตยแป้งทาปากสองที แล้วไปงานแบบง่ายๆ จัง)

อีกอย่าง แต่งหน้าทาตาให้เข้ากับชุดชมพูไม่เป็นหง่ะ ถ้าน้ำตาลหรือฟ้ายังพอมีภาพในหัว (แปลว่ามั่วแต่งเองได้) ตามสูตร สีตาต้องเข้ากับสีชุด แต่จขบ. เคยทาอายแชโดว์โทนสีชมพูแล้วเหมือนตาบวมโดนแมลงกัด อะเฟรดสุดๆ ... นอกจากนี้ เครื่องสำอางเขาก็ไม่ครบด้วย ที่ใช้อยู่นี่คือเอาของแม่มาใช้น่ะ แหะแหะ

อย่างไรก็ตาม คิดวิตกกังวลไปมา แล้วก็ไม่ทำอะไร นั่งอ่านหนังสือลั๊ลลาอยู่กับบ้านตามเดิม เพิ่งคิดออกเมื่อกี้ว่าเหลืออีกไม่ถึงอาทิตย์แล้วนี่หว่า อือม์ ... เอาไงดีฟะ

ช่างมัน คิดมากเดี๋ยวเซลล์สมองฝ่อ

คุยเรื่องหนังสือดีกว่า

วันก่อน จขบ. ไปเปิดหนังสือรัก ค่ายใหม่ชื่อคล้ายน้ำหมึก ปกสีแดงแจ๊ด พล็อตแนวพระเอกเข้าใจว่านางเอกทำงานไซด์ไลน์แถมยังมีส่วนฆ่าย่าตัวเอง ว่าแล้วพระเอกก็เข้าไปเอาเงินฟาดหัวนางเอก (ที่จริงๆ เป็นคนดี หาเงินจ่ายค่าเทอม) แล้วก็ชวนไปเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะกัน เล่นกันหลายรอบจนสนิทสนมกันมากขึ้น แล้วตัวร้ายก็วางแผนใส่ไคล้ให้แตกกัน บลาบลาบลา แต่สุดท้าย ทุกอย่างก็กระจ่างและแฮปปี้เอนดิ้ง

ข้อเสียคือ เล่มนี้สะกดผิดเยอะ เช่น ฑิฐิ เผด็จการณ์ ฯลฯ (มีเยอะจนขี้เกียจจำ) คนแต่งบอกในคำนำว่าใช้เวลาแต่ง 22 วัน อือม์..มิน่าล่ะ

ข้อกึ่งดีกึ่งเสีย คือ กิจกรรมเข้าจังหวะเล่มนี้เหมือนหนังผู้ใหญ่เกรดบีเลย เล่นกันท่าไหนติดต่อกันยังไง บอกหมด ...รู้สึกจะเล่นแทบไม่ซ้ำท่าด้วย (ให้คะแนนความไม่ซ้ำซาก เอิ้กส์) เสียดายว่าสำนวนไม่สวยเท่าโรมานซ์แปล เลยให้อารมณ์หนังเกรดบีมากกว่า

ข้อดี คือ ผูกเรื่องได้ลงตัว (ไม่นับที่เกลี่ยน้ำหนักการบรรยายไม่เท่ากัน) มีทั้งเรื่องวางแผนชิงมรดก แผนเพื่อนขายเพื่อน ปมเข้าใจผิดของพระเอก ... เอาไปทำละครได้เลย เอาไปทำหนังเอ็กซ์ได้จะยิ่งรุ่ง อิอิ

อ่านเล่มนี้แล้วเกิดความคิดเหมารวมคร่าว ๆ ดังนี้...
(ไม่เกี่ยวกับนิยายเล่มนี้ เล่มนี้จุดประกายให้ไอ้ที่คิดไว้นานแล้วฟุ้งขึ้นมา)

โหมดปีศาจ
จขบ. อยากให้นิยายรักที่ตั้งใจเน้นเรท (นิยายแบบที่คนอ่านไม่หวังอะไรเท่าไหร่กับการเดินเรื่องหรือเหตุผลของตัวละครน่ะ) มีฉากครบแบบเล่มนี้แหละ ไม่ใช่เน้นมู้ดแบบนั้นแล้วพอถึงฉากที่รอคอยก็สรุปแค่ "ในหัวเธอขาวโพลนไปหมด" แบบบางเล่ม ... คนอ่านเซ็ง

โหมดนางฟ้า
แอบละเหี่ยใจนิดหน่อย นักเขียนใหม่เดี๋ยวนี้เขียนได้แต่แนวนี้เหรอ? ดูละครมากไปแน่เลยถึงเขียนหนังสือเหมือนเล่าเรื่องละคร เน้นแต่ฉากโต้ตอบปะฉะดะกัน สรุปสั้นๆ "เร็ว แรง (ทำงาน)ลวก"

เท่าที่เคยแอบอ่านในเน็ตบ้าง ลองซื้อมาบ้าง น้อยคนที่รู้จักบรรยายสร้างอารมณ์ร่วมให้คนอ่านคล้อยตามเหตุผลของตัวละคร ส่วนใหญ่ชอบใช้ฉากสำเร็จรูป รักๆ หึงๆ ตบตีกรี๊ดกร๊าด ไม่แปลกใจเลยที่นักอ่านวัยป้าส่วนใหญ่บ่นกันงึมว่าเดี๋ยวนี้หานิยายสนุกยาก นอกจากจะไม่สร้างสรรค์มุกใหม่ ๆ กันแล้ว ยังไม่ได้พัฒนาฝีมือการเขียนด้วย คนสมัยนี้จินตนาการฝันเฟื่องน้อยลง
(สงสัยนิดหน่อยว่าถ้าคนเขียนลองไปอัพยาหรือเมาเหล้าสักหน่อย จะเกิดอารมณ์บรรเจิด เขียนดีขึ้นกว่านี้ไหม?)

= = = =

ดู Cold Case เมื่อกี้แล้วประทับใจ โน้ตไว้หน่อย

ตอนนี้เป็นการรื้อคดีวัยรุ่นสองคนทุบเด็ก 3 คนตายแล้วทิ้งศพไว้ในแหล่งที่สองคนนี้ชอบไปซ่องสุม กำแพงตรงนั้นพ่นสีด้วยคำว่า Evil Triumps (ถ้าจำไม่ผิดนะ) แล้วคนหนึ่งก็สักคำนี้ไว้ที่มือด้วย

เจ้าสองคนนี้จะเป็นแก๊งกวนเมืองของแท้ วันเดินออกจากศาล ก็ไปแลบลิ้นหัวเราะร่าใส่กล้อง ไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ ก็เกลียด ดูยังไงก็เลวขนานแท้

แต่ตอนนักสืบหญิงไปถามนักโทษคนหนึ่ง (อีกคนผูกคอตายไปแล้ว) นักโทษคนนี้เล่าว่าที่แลบลิ้นปลิ้นตาใส่กล้องเพราะออกจากศาลแล้วโดนคนมุงด่า วัยรุ่นอารมณ์แรงเลย "จัดให้" เขายังพูดด้วยว่า "ผมไม่ได้ฆ่าเด็กพวกนั้น"

หลังจากสืบไปมาอีกนิด พบว่านักโทษปิดบังข้อมูลบางอย่าง เธอกลับไปหาเขาและประชดว่าเด็กตาย ความชั่วร้ายชนะ...เหมือนที่เธอพ่นสีไว้ สะใจมากสินะ? นักโทษย้อนว่า There's a second sentence after that. Evil triumps when good men do nothing. แล้วก็บอกว่าเป็นคำพูดของเอ็ดวิน..อะไรสักอย่าง

จขบ. ดูแล้วก็อึ้ง ช็อตเดียวพลิกคาแรคเตอร์ตัวละครไปเลยนะ สุดยอดดดดดด



Create Date : 09 เมษายน 2552
Last Update : 16 เมษายน 2552 8:51:38 น. 23 comments
Counter : 7975 Pageviews.

 


โดย: CrackyDong วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:4:24:14 น.  

 

เกลียดสีชมพู แต่งตัวยาก

เรื่องหนังสือ พูดอีกก็ถูกอีก แล้วงานไซด์ไลน์เนี่ยมีในเล่มเยอะจัง หรือว่าหมดสมัยเราแล้วอ่ะ


โดย: อออ (อั๊งอังอา ) วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:10:31:42 น.  

 
อะไรกัน คุณพี่จะสวยเด้งทั้งที ดันมีมารผจญเสียนี่
เรื่องหนังสือก็...นะ เฮ้อ


โดย: ทินา IP: 58.64.75.172 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:17:07:41 น.  

 
ชุดชมพู ทาตาสีเงินวิ้ง รึว่าเทาอมฟ้าก็สวยนะพี่
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลองใช้อายไลเนอร์กรีดตาด้วยดีกว่า
สาวหมวยกรีดตาแล้วน่ารักดี สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เรื่องหนังสือ บางทีเจอฉากแบบนั้นเยอะๆจนรู้สึกตัวเองกามตายด้านไงไม่รู้ เฉยมากๆ (แต่เล่มนี้ชักอยากลองอ่าน 555)


โดย: คิดนาน IP: 124.120.76.5 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:19:44:25 น.  

 
สวัสดีค่ะ

นิยายของนักเขียนรุ่นใหม่ ๆ เน้นฉากนี้เยอะจริงค่ะ แล้วสำนัำกพิมพ์ใหม่ ๆ ก็ผุดแนวนี้กันมากเหลือเกิน เด็กวัยรุ่นที่อยากเป็นนัีกเขียนถึงได้เกิดเร็วดับเร็ว เหมือน ๆ กับว่าขอแค่ชีวิตนี้มีหนังสือที่ตัวเองแต่งสักเล่มก็คงพอ ความรักในสายตาเด็กรุ่นใหม่มันฉาบฉวยและออกแนวใช้กำลัง แต่นางเอกกึ่งสมยอมกันเกลื่อนทุกเล่ม นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่อิมาอิตัดสินใจไ้ด้ยากนักเมื่อเห็นหนังสือนามปากกาใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด


โดย: อิมาอิซัง วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:21:43:43 น.  

 
อ่านแล้วก็สะท้อนใจค่ะ
เรื่องนิยาย เพราะอิฉันก็แต่งอยู่เหมือนกัน
จะยายามทำให้ดีค่ะ
ให้โดนบ่นน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้
เรื่องฉากเรท ชอบอ่านอยู่หรอก แต่เขียนไม่ออกทุกที

ส่วนเรื่องแต่งตัวโนคอมเม้นท์ค่ะเพราะว่าเป็นคนแต่งตัวไม่เป็นเหมือนกันค่ะ5555


โดย: จโกระ&ลาชา IP: 115.67.106.241 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:22:30:59 น.  

 
เห็นข้าวแล้วก็กลุ้มเหมือนกัน
เศรษฐกิจก็เป็นอย่างนี้
แล้วยังมีเรื่องขัดแย้งภายในอีก
แต่ก่อนก็อิฉันก็เลือกสี แต่ตอนนี้ไม่เลือกแล้วค่ะ
เลือกประเทศไทย
ต่อไปจะกลายเป็นแฟชั่นที่ไม่ได้อะไรดังใจก็ปิดถนน
แล้วสุดท้ายเราก็จะเหมือนฟิลิปินส์
เหมือนละตินอเมริกา นองเลือด ใช้การประท้วงเป็นเครื่องต่อรอง
การเสียกรุงจะเป็นครั้งที่สี่แล้ว สองครั้งจากพม่ารามัญ ครั้งที่สามจากIMF ครั้งที่สี่จากคนไทยด้วยกัน จากพวกคลั่งสีทั้งหลายนั้นแล
เดือดร้อนกันไปหมด


โดย: จโกระ&ลาชา IP: 115.67.21.196 วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:1:42:01 น.  

 
ชมพู จะแต่งตาน้ำตาลก็ได้อยู่นะคะ แต่ปากเอาชมพูน่ะ แล้วก็แก้มเอาสีโทนเดียว แต่เป็นอีกระดับหนึ่ง (ไม่ใช่ชมพูเดียวกับปากไปเลยนะ ห้ามค่ะ)

หรือจะเอาโทนม่วงก็ได้อยู่ (ไม่แน่ใจว่าจขบ.แต่งสีประมาณนี้แล้วขึ้นมั้ย) แต่ไม่ควรเป็นม่วงสว่างมาก (เดาว่าจขบ.น่าจะหมวย) เอาม่วงมืดๆ หน่อย แต่ไล่สีเอา ถ้าคนแต่งสีนี้ขึ้น หน้าจะหวานคมๆ น่ะค่ะ (กรีดตาด้วยหละ) ตัวตาไม่ต้องเอาเด่นมากก็ได้ค่ะ (ถ้าส่วนอื่นโชว์ได้) ถ้าไม่ถนัดแต่งสีอื่น



ตกลงไม่รู้ว่าได้ไปรับชุดสำเร็จหรือเปล่านะคะนี่





อ่านสิคะ อยากรู้ว่าจขบ.จะชอบเรื่องรักของเราหรือเปล่า


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:15:59:34 น.  

 
ตัดเสื้อควรตัดร้านประจำจะดีกว่ามั้ง มันต้องลองผิดลองถูกกันอยู่นานน่ะ ทีหลังจะซื้อไรพวกนี้นัดปุ๋ยสิ ปุ๋ยตาดีมากๆ


โดย: the grinning cheshire cat วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:12:02:30 น.  

 
เค้าไม่ได้ตัดเสื่อนานมากแล้วล่ะ รู้สึกว่าหาช่างที่ถูกใจก็ยาก หาช่างที่ฝีมือและรสนิยมสอดคล้องกับเรา ยิ่งยากกว่าอะ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:16:10:39 น.  

 
เห็นด้วยกะคุณจโกระ&ลาชามากมาย ตอนนี้ยังไงก็ได้แล้ว ขอให้มันจบๆลงเสียทีเถอะ สาธุ

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยตัดเสื้อกะเขาเลยอะ เคยแต่ซื้อสำเร็จ ฟังดูซับซ้อนเนอะ


โดย: ทินา IP: 58.64.74.78 วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:18:26:11 น.  

 
she rocks


โดย: คิดนาน IP: 124.120.73.236 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:21:12:14 น.  

 
อยู่ชะอำ ที่นี่เล่นน้ำอย่างบ้าคลั่ง 55
เรานอนดูทีวีไปอ่านหนังสือไป งง


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:21:27:04 น.  

 
เล่นที่ร้านเน็ตในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อคนที่เป็นกลางเยี่ยงเรา เหอๆ

เพราะงั้น..

เอาไว้มาดูคลิปอีกทีอาทิตย์หน้า (เมื่อที่ทำงานเปิดแล้วอะนะ)

เรื่องช่าง เราน่ะเจอที่สยาม เอารูปไปให้ดูเป๊ะๆ เลย ยังตัดออกมาไม่เหมือนเลย

ช่างบางคนก็ชุ่ยน่ะนะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 เมษายน 2552 เวลา:13:01:19 น.  

 
Inspiring Story ของป้าซูซาน บอล์ยนี่ เหมือนเรื่องของ Paul Potts เลยค่ะ

เป็นเซลส์แมนที่มาประกวดร้องเพลง Nessum Dorma ในรายการ Britain's Got Talents โหย ประทับใจสุดๆ กบกลายเป็นเจ้าชายเมื่ออ้าปากร้องเพลง เล่นเอาเราน้ำตาซึมเลย ปลื้มไปกับเขาด้วย

หนังชีวิตบทเดียวกับป้าเลย

//www.youtube.com/watch?v=1k08yxu57NA


โดย: Guga IP: 125.24.147.21 วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:21:08:38 น.  

 
คลิปนี้ดังไปทั่วเลยแฮะ
เราว่าเค้าแอบปั้นป้าด้วยมุขเดียวกับตาพอลเหมือนกันนะ


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:3:11:33 น.  

 
เอ๊ย เพิ่งเปิดคลิปดูว่ารายการเดียวกันเลยอ่ะค่ะ

เราว่ายิ่งดูก็ยิ่งเหมือนเีื่รื่องของพอลค่ะ แต่ก็ยอมรับนะคะว่าซูซานน่ะมีความสามารถจริง
แต่ดูแอ็คติ้งกรรมการแล้ว... อิอิ


โดย: Guga IP: 125.24.147.21 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:5:13:58 น.  

 
เพิ่งไปเที่ยวกลับมา ได้ตามอ่านบล็อกพี่วันนี้เองค่ะ ชอบประโยคนี้มากๆๆๆๆ ตรงใจจัง

จขบ. คิดว่าคนไทยบางกลุ่มชอบถูกปกครองนะ หัวใจทาสมันฝังแน่นในกมลสันดานเสียแล้ว ชอบอยู่ใต้กษัตริย์ ไม่ก็นายทุน อ้างความภักดี ความถูกต้องอะไรกันไปตามเรื่อง ซึ่งถ้าบุคคลที่อยู่สูงสุดนั้นดีก็ดีไป ถ้าเป็นพวกสันดานโจรที่เก่งพีอาร์แถมไม่ยอมพอ..ก็คงเป็นแบบตอนนี้

ส่วนเรื่องชุด สงสัยมาช้าไป สีชมพูแต่งโทนน้ำตาลนู้ดก็ได้นะคะพี่ พัทว่าถ้าชุดชมพูแล้วตาชมพูด้วยมันปิ๊งๆไปทั้งตัวอ่ะค่ะ

ส่วนเรื่องหนังสือติดเรท เวลาอ่านในเวปนิยายออนไลน์ก็มีอึ้งๆนะพี่ เพราะว่าจิ้นกันได้แรงมากๆๆๆ สมัยพัทอายุเท่าคนเขียนยังไม่เคยคิดได้ล้กลึกขนาดนี้เลย ฮ่าๆๆ


โดย: พัท (Il Maze ) วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:19:01:38 น.  

 
ตาปิแอร์ที่เอาใจยาก ด่าเก่งสุด ๆ ยังอึ้ง แสดงว่าป้าเขามีของจริง ๆ นะครับ


โดย: กมลภัทร วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:20:06:04 น.  

 
แวะมาสวัสดีคุณยาคูลท์ค่ะ ^ ^

น้อยคนที่รู้จักบรรยายสร้างอารมณ์ร่วมให้คนอ่านคล้อยตามเหตุผลของตัวละคร <<< อยากจะรบกวนถามคุณยาคูลท์นิดนึงค่ะ ว่าคุณยาคูลท์พอยกตัวอย่าง นิยายที่สร้างอารมณ์ร่วมให้คนอ่านคล้อยตามเหตุผลของตัวละคร ที่คุณยาคูลท์ว่าสุดยอดให้พุทราซัก 2 - 3 เล่มได้มั้ยคะ พุทราอยากขอศึกษาอ่ะค่ะ


ส่วนใหญ่ชอบใช้ฉากสำเร็จรูป รักๆ หึงๆ ตบตีกรี๊ดกร๊าด <<< รบกวนถามคุณยาคูลท์อีกนิดนะคะ ว่าฉากสำเร็จรูปที่ว่า เช่น อะไรบ้าง ขยายความอีกซักนิดได้มั้ยคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ ... พุทรา


โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:45:15 น.  

 
ฟังเสียงคุณป้าแล้ว เพราะจนน้ำตาไหลเลยค่ะ
ชอบมั่กมาก


โดย: ศรีสุรางค์ วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:40:21 น.  

 
แวะมาเคาะบ้านค่ะ แอบคิดถึง
หายไปเป็นเดือนแล้วนะค้า อัพบ้างจิ

(ว่าแต่เขา ตัวเองก็ดอง เอิ๊ก)


โดย: piccy IP: 124.120.100.32 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:14:00 น.  

 
จขบ.หายไปหนายยย


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:37:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.