สิงหาคม 2563

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
8
9
11
12
13
14
16
18
19
21
22
23
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 4 หน้า 3
เทศกาลตรุษจีนผ่านไป พร้อมกับข่าวการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อหลายหมื่นคนในมณฑลที่เป็นแหล่งการแพร่ระบาด

ส่วนในประเทศไทยตอนนี้ เพิ่มขึ้นมาอยู่ในหลักสิบกว่า

หน้ากากอนามัยตามซุปเปอร์มาเก็ตขายเกลี้ยงและราคาต่อชิ้นแพง 10 เท่า


หลายๆ ที่มีการตื่นตัว หลายๆ ที่ยังอยู่อย่างปกติ หลายประเทศ ยังไม่ได้เตรียมการณ์และวางแผนการยอมรับ

เพราะคิดว่าการระบาดยังคงมีอยู่ในประเทศที่ห่างไกล ทำให้ไม่ได้มีมาตรการอะไรออกมาควบคุม


 
งานในห้องปฎิบัติการส่วนกลางเริ่มเพิ่มขึ้น ทุกคนแทบจะไม่ได้พักอย่างเต็มที่ อิงดาวเองก็ต้องลงไปช่วยทุกคนดูสไลด์งานเพื่อจะได้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น



เช้าวันจันทร์ต้นสัปดาห์ อิงดาวนั่งหัวโต๊ะประชุมเช่นเคย


“ทุกคนคงได้ข่าวแล้วนะคะ ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาปิดเมืองไปแล้ว ตอนนี้ยอดติดเชื้อของเขาอยู่ที่ 7 หมื่นกว่า

หมอคนที่เคยออกมาเตือนประชาชนเองก็ป่วย เพื่อนของอิงที่อยู่ห้องแล็บที่เมืองนั้น บอกว่าตอนนี้แทบจะเป็นเมืองร้าง

ประชาชนต้องอยู่ที่บ้าน ห้ามออกมาเดินถนน ให้ออกมาซื้ออาหารได้แค่ครอบครัวล่ะ 1 คน เท่านั้น

ผู้คนเริ่มตายจำนวนมาก เรายังไม่มียารักษา เรายังไม่รู้ต้นตอการระบาดอย่างชัดเจน แต่ที่สันนิษฐานกัน

อาจจะมาจากอาหารที่ตลาดสด แต่นั่นคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้คาดเดาเอาไว้ การแพร่ระบาดตอนนี้  ระบุว่ามาจากการบริโภคอาหารดิบๆ สุกๆ เชื้อมาจากสัตว์สู่คน แล้วมีรายงานต่อมาอีกว่า ติดต่อจากสารคัดหลั่งได้”


“คุณอิงคะ เราจะรู้ได้ยังไงคะว่าเราติดเชื้อ”

แพรถามอย่างวิตก


ทุกคนหันมองหน้ากันอย่างระแวง


“ทุกคนให้สวมหน้ากากป้องกันตัวเองนะคะ เช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์ ล้างมือบ่อยๆ”


“อาการเบื้องต้น มีไข้สูง ไอแห้ง ปวดเมื่อยร่างกาย เหมือนไข้หวัดใหญ่ เท่าที่อิงทราบข้อมูล ระยะฟักตัว 1-14 วัน ซึ่งสามารถแพร่เชื้อได้ทันที อาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวจีนออกนอกประเทศเยอะเพราะท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีน จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดในหว่างการเดินทาง ดังนั้นให้เราหลีกเลี่ยงการเดินทาง และเข้าใกล้มกลุ่มคนหมู่มาก”


ทุกคนมองหน้ากันแล้วเริ่มหวาดระแวงกันเอง


“ฉันติดหรือยังคะ ทุกคน?”

ออมผู้วิตกและโวยวายหันไปถามเพื่อน


“ผมก็รู้สึกเจ็บคอหน่อยๆ นี่ผมติดหรือยัง?”

แทนก็ชักจะหน้าเสียไปอีกคน


“หนูจะติดไหม เมื่อวานหนูขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสยาม”

เมษาก็พลอยไปกับเขาด้วย


“นั่นสิ ฉันก็ขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนกัน คนเยอะด้วย ถึงจะใส่แมสก็เถอะ”

ชมชิดพลอยวิตกไปอีกคน


“ฉันจะติดไหมคะ”

ออมยังมิวายตื่นตกใจ


“พวกแก จริตเยอะไปไหม?”

ก้องหมั่นไส้หันไปเบรคน้องๆ


 
อิงมองทุกคนที่เริ่มวิตก


 
“ทุกคนสวมหน้ากากเวลาอยู่ข้างนอกตลอดเวลาด้วยนะคะ พกแอลกอฮอล์ พกแล้วก็ต้องใช้ด้วยนะคะ ใช้บ่อยได้ ห้ามสัมผัสสิ่งของไม่ว่าจะเป็นราวจับของรถเมลล์รถไฟ เกาอี้ และอย่ายืนในที่ที่มีคนเยอะ เว้นระยะห่างจากคนอื่น อย่างน้อย 1 เมตร ”

อิงดาวบอก


 “ตั้งแต่วันนี้ไป อิงอาจจะต้องขอร้องให้ทุกคน ห้ามไปที่ชุมนุมและเดินทางไปต่างประเทศนะคะ”


“สถานการณ์มันจะเลวร้ายไหมคะ”

ออมถามเธอบ้าง


“หนูเห็นข่าวประเทศจีนนะ ทีมหมอพยาบาลต้องลาครอบครัว เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ พยาบาลบางคนเขายอมโกนผม เพื่อที่จะไม่เป็นแหล่งเชื้อโรค และไม่ต้องเสียเวลากับการแต่งตัว เก็บผม หวีผม พวกเขาเสียสละ เวลา ชีวิต และครอบครัว เพื่อคนป่วยเลยค่ะ”

ชมชิดเอ่ย


“หนูเคยเห็นแต่ทหารที่ลาครอบครัวเพื่อไปออกรบ ก็เพิ่งจะเห็นที่เป็นทีมหมอกับพยาบาลแทน ข้าศึกของเรายุคนี้มันต่างออกไปจริงๆ นะคะ”

เมษาเสริมอีกคน


แต่ละคนเริ่มมีปฎิกิริยากับข่าวมากขึ้น


ก้องมองอิงเงียบๆ เขารู้ว่าอิงทำงานหนักมากกว่าเดิม เธอช่วยลูกน้องตรวจสไลด์จนกลับบ้านดึก


เขารู้เขาเห็นความตั้งใจของอีกฝ่ายชัดเจนกว่าเมื่อก่อน ตอนเมื่อเธอมานั่งดูสไลด์ข้างๆ เขา


สิ่งที่เขาคิดไม่ทันเธอตอนนี้มันชัดเจนจนเขาปฏิเสธไม่ได้


“อิงยังตอบไม่ได้ ถ้าเมืองไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เราอาจจะไม่เลวร้าย”


“แต่ผมดูข่าว พวกตะวันออกกลาง เขาไม่ออกวีซ่าให้คนไทยเลยนะครับ” ต้นเอ่ย



“ใช่ เขามองว่าเราเป็นประเทศที่ 2 ที่มีคนติดเชื้อ แล้วยัง ตีตราว่าเราเป็นประเทศเสี่ยงอีก” แทนเสริม



“ผมเห็นต่างชาติเดินทางเข้าออกประเทศไทยอยู่นะครับ”

โกวิทย์พูดอีกคน


“เรื่องนั้น ทำไมรัฐบาลไม่จัดการคะ”

แพรชักสงสัย


“เราอาจจะไม่ทราบการเคลื่อนไหวของรัฐชัดเจนนัก เอาเป็นว่า งานของเรา อย่าเจ็บ อย่าป่วย ห้ามลา อิงจะไม่อนุมัติใครลางานช่วงนี้นะคะ”


“อ้าว..!!!”

ร้องเกือบพร้อมกัน


“ถือว่า อิงขอความร่วมมือนะคะ”

เสียงอ้อนของผู้อำนวยการทำเอาเหล่ามนุษย์ห้องปฏิบัติการใจอ่อน


“ก็ดี จะได้พักผ่อนอยู่ห้องยาวๆ เดินทางไปโน้นนี่ก็เสียเงิน”

ออมออกความเห็นก่อนเพื่อน


“แบบนี้ก็อดไปหาลูกแล้วสิ”

โกวิทย์บ่น


ทีมงานทั้ง 8 โกวิทย์, แทน, แพร แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ก้องคบหากับแฟนแต่ก็ยังไม่พัฒนาถึงขั้นแต่งงาน ออม ตามจีบต้นน้ำ

แต่หนุ่มรุ่นน้องก็ยังดูไม่ได้มีความสนใจอีกฝ่าย ชมชิดไม่ได้เปิดเผยว่าคบหาใคร ส่วนเมษามีแฟนที่เรียนด้วยกันมา ส่วนผู้อำนวยการสุดสวยแสนโสด ก็ไม่เปิดเผยว่ามีแฟน


“ใช่สิ แบบนี้ คิดถึงคงได้แต่โทรหา”

แทนพูดออกมาพลางถอนหายใจ

ทุกคนล้วนเป็นคนต่างจังหวัด ยกเว้นแพรกับอิงดาวที่อยู่กรุงเทพฯ


“เอาน่า คิดถึงมากๆ ก็วีดีโอคอลก็แล้วกัน”

ออมปลอบ


ทุกคนต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยห่วงใยกันดี


“ก็คงเป็นแบบนั้นล่ะ เพิ่งจะกลับปีใหม่ ถ้าช่วงนี้ไม่ได้กลับคงไม่เป็นไรหรอก หวังว่าคงไม่มีอะไรรุนแรงจนถึงเมษา”


โกวิทย์คาดเดา


“ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ถ้ามีอาการป่วยไม่ต้องมาทำงาน ขอให้โทรรายงานอิง แล้วแจ้งทุกอย่างอย่างเปิดเผยค่ะ”


“แจ้งทุกอย่างหมายถึงอะไรครับ”

ก้องถาม


“ไปทำอะไร? ที่ไหน? อยู่กับใคร?”


“แบบนั้น มันล้วงล้ำสิทธิเกินไปไหมครับ”

ก้องแย้ง


“ถ้ามันจำเป็นต้องทำ อิงต้องมีมาตรการค่ะ”


“คุณจะเอาคอมมิวนิสมาใช้หรือไงครับ”

ก้องมักจะอดกัดอิงไม่ได้



“ไม่ถึงขนาดต้องให้แก้ผ้าเปิดเผยสักหน่อยนะคะ”


อิงย้อนก้อง ทำเอาเขาสะดุด


ออมกลั้นหัวเราะไม่ไหว


“โดนสะบ้าง ไม่รู้อะไรที”

ออมอดเหน็บเขาไม่ได้


“เอาล่ะ หลังจากนี้ ให้เราเป็นห่วงเป็นใยกัน แต่อยู่ห่างๆ กัน เรามีพาติชั่นกั้นโต๊ะอยู่แล้ว คุยกันก็มีระยะห่าง เอกสารเปิดออนไลน์ในเซอร์เวอร์ ประชุมนั่งห่างกัน 1 เมตร  และไลน์กลุ่ม ใครมีข่าวสารอะไรแจ้งในไลน์กลุ่มนะคะ ยกเว้น ยืมตังค์”

 
ออมขำอีกรอบที่ผู้ อำนวยการพูดถูกใจ

 



Create Date : 15 สิงหาคม 2563
Last Update : 21 กันยายน 2563 7:49:59 น.
Counter : 289 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
unitan Literature Blog ดู Blog
มันคล้ายโควิดไปหน่อยค่ะตรงหน้ากากอนามัย

โดย: หอมกร วันที่: 15 สิงหาคม 2563 เวลา:21:08:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]