กันยายน 2563

 
 
1
2
4
5
6
8
9
10
12
13
15
16
18
19
20
22
23
25
26
27
29
30
 
 
All Blog
สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 6 หน้า 4
ทั้งสองมาถึงห้องแล็บ เปลี่ยนเป็นชุด PPE ก่อนเข้าห้องแล็บเล็ก


ก้องและ ต้น เปิดจอคอมเพื่อให้ทั้งสองตรวจสไลด์


“ไวรัสตระกูลนี้ จะบอกว่าแพร่ได้รวดเร็วก็จริงนะ”


“ทำไมมันถึงติดกันได้ง่ายจังครับ”

ต้นน้ำสงสัย


“ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะสรีระเขาสามารถยึดเกาะได้ดี หรืออาจจะมีสารบางตัวที่ช่วยให้การยึดเกาะ และช่วงชีวิตของเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณภูมิที่เหมาะแบบบ้านเราเลย 35-40 องศา ใช้เวลาอยู่ได้ 48 ชั่วโมง”

แมงมุมชี้แจง


“แต่จะว่าไปทฤษฎีหลายๆ อย่างแทบจะเอามาใช้กับเจ้านี่ไม่ได้เลย มันช่างสมกับที่เป็นสายพันธุ์ใหม่”


“เราพอจะมีวิธียับยั้งการเจริญเขาได้ไหม?”

ก้องถาม


“สไลด์ที่คุณอิงให้พวกเราทำอาหารเลี้ยงเชื้อสูตรต่างๆ เห็นได้ว่า เขาเจริญได้ไม่ดีเท่าไหร่นะครับ”

ต้น โชว์ภาพสไลด์อาหารเลี้ยงสูตรต่างๆ และ จำนวนเชื้อที่นับได้ เพื่อดูอัตราการเจริญเติบโต


“แบบนี้เราก็สามารถรู้ได้ว่าสถาวะแวดล้อมแบบไหนที่ยับยั้งเขาได้” ก้องพูด


อิงดาวมองทั้งสามหนุ่มทำงานเข้าขากันอย่างดี ก็ยิ้ม เธอคิดมานานแล้วอยากจะพบกับรุ่นพี่ แต่ไม่คิดว่าสถานการณ์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคทำให้เธอได้ใช้โอกาสแบบนี้ได้พบเจอเขาอย่างง่ายดาย


“ของหนูปั่นเลือดเสร็จแล้วนะคะ”

ชมชิดรายงานอิงดาว


“ค่ะ เดี๋ยวเราแยกพลาสม่าให้กับทีมวัคซีน วันนี้ช่วงบ่ายเขาคงมาเอานะคะ”

อิงดาวตอบ


ทุกคนต่างทำงานจนได้เวลาพักเที่ยงทั้ง 5 คนออกมาจากห้องแล็บเล็ก ส่วนคนอื่นๆ ไปทานข้าวก่อนแล้ว แมงมุมกับอิงดาวเดินตามหลัง ทุกคนที่เดินนำหน้า แมงมุมมองดูแผ่นหลังของลูกน้องเก่า แล้วก็อดคิดถึงสมัยก่อนที่เคยทำงานร่วมกันไม่ได้



“ไม่คิดมาก่อนว่าผู้อำนวยการคนใหม่จะเป็นผู้หญิงที่อายุยังน้อย” แมงมุมพูดกับเธอ



อิงดาวไม่แน่ใจว่าหัวข้อสนทนาเขาจะมีเหตุมาชวนหาเรื่อง


“ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดเลยนิคะ”


“ก็พวกใช้เส้นใช้สายก็คงไม่ต้องคิดมากอยู่แล้วล่ะมั้ง” เขาพูดเหมือนจะแดกดัน



“อิงผ่านการทดสอบจากกลุ่ม TOP นะคะ ลุง”


เหมือนคำตอบจะจี้ใจดำเขา


“เฮอะ ถ้าเกิดว่า มีคนสมัครมา 10 คน ในนั้นมีคนมีเส้นสักคน อีก 9 คนมันต้องตกรอบไหม?”


น้ำเสียงยังเหมือนจะพาลเธออยู่ หรือยังข้องใจเรื่องที่อธิการเอ็นดูเธอ


“อีก 9 คนอาจจะสอบตกก็ได้นะคะลุง”


“เหอะ ทุกคนก็ต่างมีความสามารถ”


“ค่ะ แล้วลุงจะเคืองฉันทำไม?”

เธอย้อนกลับ แค่ฟังน้ำเสียงเขาเธอก็รู้ว่าเขากำลังขุ่นเคืองใจ
แมงมุมก็ตอบตัวเองไม่ได้ ทำไม เอาเข้าจริงๆ

เขากลับมาก็เพราะเธอไปขอร้องให้กลับมา เขาไม่คิดจะมาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ต้องยอมรับว่าห้องแล็บมีความเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่เขาอยู่อย่างมาก

เขาต้องขุ่นเคืองใจอะไร หรือเขาทำใจไม่ได้ที่จุดที่เขาเคยยืน กลับเป็นเด็ก ที่ดูท่านอธิการเอ็นดูจนออกนอกหน้า ทำไมในใจเขาขุ่นมัวทั้งที่เขาไม่ใช่คนขี้อิจฉา



“ผมขอโทษ”

เขาเอ่ยเบาๆ



อิงดาวยิ้ม ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยขอโทษออกมา


“ลุงคะ ฉันศรัทธาในตัวลุงมากนะคะ และฉันก็ศรัทธาในตัวผู้อำนวยการทุกรุ่น ถึงแม้ฉันจะอายุยังน้อย

แต่ฉันเองก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเอง นำความสามารถที่ฉันมีอยู่ มาช่วยพัฒนาประเทศ ฉันทำงานที่นี่

เพราะฉันใช้ทุนรัฐบาล ฉันอยากตอบแทนแผ่นดินกับ เงินภาษีที่ประชาชนส่งฉันไปเรียนเมืองนอก

นี่คือปณิธานสูงสุดของฉัน ที่เกิดมาในรัฐกาลที่ 9 เกิดมาในยุคพ่อหลวงที่ทุ่มเทเพื่อประชาชน ฉันซึมซับเอาความเหน็บเหนื่อยที่พ่อทำเพื่อพวกเราประชาชนคนไทย

ฉันซาบซึ้งจนตั้งใจไว้ว่า เมื่อฉันเรียนจบแล้วฉันอยากเป็นหยาดเหงื่อหนึ่งที่ทำเพื่อประชาชนเช่นเดียวกับท่าน

ถึงแม้ว่าส่วนหนึ่งทุกคนคิดว่าฉันอาจจะมีเส้นสายที่สามารถเข้ามาทำงานที่นี่ได้ จริงๆแล้ว คือฉันมาทำงานที่นี่เพื่อใช้ทุนคือประชาชน”



คำตอบจากอิงดาวทำเอาแมงมุมอิ้งและเย็นที่สันหลังวาบหนึ่ง อิงดาวหน้าสวยๆ หวานๆ ความคิดไม่ได้หวานเหมือนใบหน้าเลยจริงๆ เธอสามารถตอบคำถามเชือดเฉือนเขาได้แบบนิ่งและอยู่หมัด


“ท่านอธิการ เอ็นดูฉันมาก ก็เพราะท่านเป็นเพื่อนกับคุณพ่อ แต่ฉัน สอบเข้าที่นี้เพราะความสามารถของฉันเอง และ TOP ก็เป็นคนประเมินความสามารถของฉันเอง”


แมงมุมไม่ได้โต้แย้งอะไร ทั้งสองเดินมาจนถึงห้องอาหาร มองเข้าไปด้านใน ทุกอย่าง จัดห่างกันเป็นเมตร ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ แม้แต่คนเดินเข้าแถวซื้ออาหาร ทางเข้าห้องอาหารมีอ่างล้างมือและแอลกอฮอล์ให้ทุกคนเช็ดมือ


“ลุงเห็นไหม แค่ตรงนี้ องค์กร ของเรา จังหวัดของเรา ประเทศของเรา และนานาประเทศ ต่างต้องมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป คนเราไม่อาจจะอยู่ใกล้ชิดกันเหมือนเมื่อก่อน ทุกคนต้องล้างมือจนมือแทบเปื่อย ไม่คาดคิดมาก่อนว่ายุคของเราจะได้มาพบเรื่องแบบนี้”


ทั้งสองมองไปรอบด้าน แล้วเดินไปนั่งมุมม้ายาวที่มองผ่านกระจกออกไปด้านนอกได้


แม้ระยะห่าง 1 เมตร ทั้งสองก็ยังพอพูดคุยได้ อิงดาวสั่งข้าวมานั่งทาน เธอเปิดแมสออก หันมามองแมงมุม ที่แอบชำเรืองมองเธอหลายครา


แค่พูดคุยกันไม่กี่วัน ทำให้เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้จิตใจเด็ดเดี่ยว มีความมุ่งมั่นสูงส่ง เธอมีเป้าหมาย ศรัทธาแรงกล้า แล้วยังมีพ่อหลวงเป็นไอดอลอีก

จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่จะคิดแบบนี้ หลายๆคนหน้าสวยรวยทรัพย์ เรียนจบจากนอกมาก็มองหาสามี รวย หล่อ เอาไว้พยุงฐานะตัวเอง แต่อิงดาวก้มหน้าก้มตามาใช้ทุน เขาเหลือบมองเสี่ยวหน้า
มันคุ้นตาเหมือนเขาเคยเจอที่ไหนมาก่อน


 
“สวัสดีครับคุณอิง”

เสียงหนุ่มหล่อเข้ามาในโรงอาหาร พอเรด้าจับทิศร่างบอบบางที่คุ้นตาได้เขาก็ตรงดิ่งมาหา


เขามานั่งที่เก่าอี้ที่ห่างออกไป 1 เมตร


อิงดาวหันไปไหว้เขา


แมงมุมมองต้นเสียงอย่างสนใจ


“ไม่ได้เจอหน้าคุณอิงตั้งนาน คิดถึงจังเลยครับ” เขารีบหยอดคำหวาน



“ไปไหนมาคะ ถึงได้มานี่ได้”


“มีธุระกับท่านอธิการ พอพักเที่ยงเลยคิดว่าน่าจะมาแวะหาคุณอิงหน่อย”



“ทานข้าวหรือยังคะ?”


“แค่เห็นหน้าคุณอิงก็อิ่มแล้วครับ”


ตาโตจ้องมองยิ้มหวาน


เขายื่นดอกกุหลาบให้


“ถ้าหมดโรคระบาดแล้ว เราไปดินเนอร์กันนะครับ”


อิงดาวไม่ได้ตอบแค่รับดอกมาวางไว้บนโต๊ะ ยิ้มอย่างมีมารยาท
ก้องแอบมองหัวหน้าสาวกับหนุ่มนักการเมืองเงียบๆ แมงมุมทานข้าวเสร็จก็ลุกไปก่อน


ก้องลุกตามแมงมุม สองหนุ่มเลยได้โอกาสเดินคุยกันห่างๆ


“พี่เป็นไงบ้าง ไปทำสวนทำไร่ คงสบายใจขึ้นมากสิครับ”


“ก็ดี ไม่ได้ทะเลาะกับอะไรเลย”


“ไม่คิดว่าจะมีคนพาพี่กลับมาได้”


“ฮึ ก็ไม่คิดว่าจะกลับมาง่ายๆ แบบนี้เหมือนกัน”

เขาตอบคำถามแบบงงๆ ตัวเอง


“แล้วนี่เราแต่งงานหรือยัง”


“ยัง ผมเพิ่งเลิกกับแฟน”


“ทำไมล่ะ”

แมงมุมช็อคนิดๆ


“ก็เพราะโรคระบาดนี่แหล่ะครับ ทำให้ผมไม่มีเวลา เขาเลยไม่เข้าใจ อีกหน่อยคงได้นอนห้องแล็บ”


“ฮืม มันก็พูดยาก เรื่องแบบนี้”

พูดไปเหมือนจะเข้ากับเรื่องตัวเองที่เคยเจอมา


“ตอนนี้จะออกเดทกับใครก็คงยาก กลัวโรคระบาดกันหมด จะเจอกันก็ต้องสวมแมส นั่งห่างกันเป็นเมตร”

แมงมุมพูดตลก


“ของบางอย่างมันไม่เข้ากัน สักวันมันก็ต้องแยกกันครับ เหมือนของอยู่สูงไปก็ไกลเกินเอื้อม” ก้องเอ่ย


“จะมีอะไรที่จะอยู่สูงไป นอกจาก ดาว เดือน และตะวัน” แมงมุมมองหน้าอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจะจับผิด


อีกฝ่ายทำหน้าสลดก่อนจะเก็บอาการและถอนหายใจ


“ผมว่า อยู่เป็นโสดก็ดีนะครับ”


สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเดินกลับตึก
 
อิงดาวยังคุยกับอิฐต่อ ก่อนจะขอตัวไปทำงานเมื่อเวลาบ่าย อิฐเดินมาส่งเธอที่ตึกห้องปฏิบัติการ


“น่าเสียดายนะครับ เชื้อโรคมาแบบปุ๊ปปั๊บแบบนี้ เพราะค่ายมวยนั่นที่ไม่ยอมทำตามประกาศห้ามชุมนุน หลายๆที่ต้องพลอยปิดตัว ห้างก็ปิดไปช็อปปิ้งไม่ได้ ร้านอาหารก็ไม่มีที่ให้นั่ง โรงหนังก็ดูไม่ได้  ฟิตเนสก็ปิด วัดก็ปิด งั้นเราไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะก็น่าจะพอได้นะครับ”



“เอาไว้ให้อากาศดีๆ ปลอดโปร่งก่อนจะดีกว่านะคะ”


“ผมไม่อยากให้ ปัญหาแค่นี้มาทำลายความสัมพันธ์ของเรานิครับ”


“เรายังมีเวลาอีกเยอะค่ะ ตอนนี้ ประเทศชาติยังต้องการคนช่วยเหลืออีกหลายเรื่อง ขอบคุณที่แวะมาหานะคะ เอาไว้เราผ่านภาระกิจนี้ไปแล้ว ค่อยไปหาร้านอาหารอร่อยๆ ทานค่ะ”


อิฐถอนหายใจ อิงดาวก็ยังไม่ถึงกับตัดสัมพันธ์ซะทีเดียว


“ผมจะแวะมาหาอีกนะครับ”


“ค่ะ”

อิงดาวไหว้ลาอีกฝ่าย


หมุนตัวเข้าตึกมองทะลุผ่านกระจกเห็นเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาวงแตกกลับโต๊ะ เธอเดินเข้ามาสแกนหน้า มองทุกคนที่นั่งก้มหน้าทำรายงานที่โต๊ะ


หันมามองเมษาที่ทำเป็นยุ่งแต่แอบเหลือบมองเธอ
อิงดาวเลยเข้าไปในห้องทำงาน ไปนั่งที่ตัวเองหันหน้าเข้าหาแมงมุม
 
“รสนิยมเรื่องผู้ชายก็ดีมากเชียวนะ”

เสียงทุ้มๆ อีกฝ่ายเอ่ย น้ำเสียงจับไม่ได้ว่ากำลังจะหยอกเธอหรือประชด


“คะ”

เธอขานอย่างสงสัย


“ลุงหมายถึงฉันเหรอคะ”


“แล้วจะให้พูดกับใคร ห้องนี้ก็มีแค่คุณกับผมสองคน”

เสียงห้วนๆ ตอบกลับ



ดวงตากลมโตสบตาเขานิ่ง ถ้าเป็นเรื่องงาน สมองส่วนหน้าและส่วนกลางของเธอจะร่วมมือกันวิเคราะห์อย่างละเอียดละอ่อน แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวแล้วเธอมักจะคิดช้า ยิ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่ค่อยใส่ใจแล้วไซร้อยากจะนำมาคิดวิเคราะห์หาเหตุและผล แต่พอแมงมุมพูดขึ้นแบบนี้ ทำไมหัวของเธอกลับทำงานอย่างรวดเร็ว


มือเรียวท้าวคางไว้ พินิจดาวตาดุเข้มที่มองเธอเช่นกัน


“ลุงคะ รสนิยมเรื่องผู้ชายของฉัน มันดีทีเดียวค่ะ ถ้าไม่ใช่ไอสไตส์หรือนิวตัน มันไม่เคยสปาร์คสักนิดเดียว”


“อะไร คือ ไอสไตส์หรือนิวตัน อะไรคือสปาร์ค?”

สำหรับคนตรงๆ กับชีวิตแบบแมงมุม เขาไม่ค่อยเข้าใจศัพย์เฉพาะที่อิงดาวมักพูดเลยสักนิด


อิงดาวไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต เธอคุยตามมารยาทกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามาทักทาย เธอไม่เคยใช้เวลาไปออเดทกับผู้ชาย


แม้อิฐจะเคยชวนเธอไปทานข้าวได้สำเร็จแต่นั่นเธอก็ไม่ได้เรียกว่าเดท เวลาของเธอส่วนมากอยู่กับงานและงานวิจัยค้นคว้า


เธอไม่เคยสนุกกับการพูดคุยแบบเกี้ยวพาราสีกับผู้ชายสักครั้ง นอกจากครั้งนี้.........เห็นทีอิงดาวควจะปล่อยโอกาสนี้หลุดไปไม่ได้แล้ว

 



Create Date : 14 กันยายน 2563
Last Update : 17 กันยายน 2563 7:45:06 น.
Counter : 112 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
unitan Literature Blog ดู Blog
บล็อกนี้พลาดไปค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 20 กันยายน 2563 เวลา:22:48:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]