ตุลาคม 2563

 
 
 
 
1
3
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
17
18
19
21
22
24
25
27
29
30
31
 
All Blog
สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 9 หน้า 4
“ประเทศไทยบ้าไปแล้ว ไข่แผงละ 180 บาท”

แพรผู้เรียบร้อยประกาศบอกเพื่อนตอนเช้าขณะเดินมาเข้าตึก


“บ้าเน้อ ทั้งที่ไก่มันก็ออกไข่เท่าเดิมแบบนี้ ยังจะขึ้นราคาอีกพวกฉวยโอกาส”

ออมรีบสมทบ


“บ้านพี่ทำเบอรเกอรี่ค่ะ ต้องซื้อไข่วันละหลายร้อยฟองเลยแบบนี้เราก็แย่สิ”


“ข้าวยากหมากแพง ทำไมรัฐบาลต้องปล่อยพวกแม่ค้าคนกลางมาทำร้ายประชาชนด้วยก็ไม่รู้”

โกวิทย์เดินมาเท้าพาทิชั่นคุยกับ 2 สาว


“ไม่คิดเลยนะว่าชีวิตเราจะเกิดทันยุคข้าวยากหมากแพงกันด้วยนะคะ”

ชมชิดเอ่ยหันไปมองต้นน้ำที่นั่งข้างๆ


“อย่าว่าเติมข้าวยากหมากแพงเลย ถึงมีรถไฟฟ้ายังขึ้นลำบากเลยถ้าลืมใส่แมส แถมเจ้าหน้าที่ยังบังคับขายชิ้นละตั้ง 30 บาท ผ้าก็ธรรมดาๆ ไม่ใช่ผ้ามัสลินหรือสาลู”

ต้นน้ำบอกเธอ


“หน้ากากผ้าที่เราสั่งไปเป็นผ้าอะไรคะเมษา”

แพรหันไปถามน้องสาวคนเล็กของหน่วย


“ผ้ามัสลิน 3 ชั้นค่ะ”

เมษาตอบ


“ก็ถือว่าร้านที่เราสั่งราคาไม่น่าเกลียดนะ”


“ใช่ ร้านอื่นผ้าสาลูยังราคาตั้ง 30 บาท เลยนะคะ”

แพรบอกรายละเอียดเพื่อนๆ


“แต่เห็นตอนนี้คนออกมาทำ Face shield กันเยอะนะคะ เอาแผ่นใสมาทำด้วย บางคนก็ทำจากขวดน้ำเปล่าค่ะ เป็นการรีไซเคิลด้วยนะคะ”

เมษาบอกแพร


“ใช่ค่ะ พี่เห็นที่โรงพยาบาลบำราญช่วยกันทำแจกพยาบาลกับหมอเลยนะคะ”


“เวลาไปไหนมาไหนนะ ระแวงคนสวนทาง เราไม่รู้เลยว่าใครป่วยบ้าง บางคนก็ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการก็มีนะ”

ออมทำท่าขนลุก


“แค่เดินสวนกันไม่ติดโรคนะครับคุณออม” แทนตอบออม
“ปล่อยให้ของแพง มาม่าเกลี้ยงตลาด แมสกล่องละ 1000 แอลกอฮอล์ลิตรละ 400 ไข่แผงละ 180 มันก็ยุครัฐบาลไทยนี้ล่ะน้า”

ก้องเอ่ย


“เขาบอกว่าผู้นำที่ดีก็ไว้ดูยามยากโดยแท้”

โกวิทย์ก็พูดอีกคน


“เรายังดีนะ ไม่ต้องซื้อแอลกอฮอล์ คุณอิงแจกเราใช้กัน”


“เกิดว่าเราไม่มีหัวหน้าแบบคุณอิงนะ ไม่รู้เลยว่าเราจะมีแอลกอฮอล์ฟรีไหม”


ทุกคนมองหน้ากัน ราวกับว่าจะมีคอมเม้นท์ต่อดีไหม ถึงความแตกต่างของหัวหน้าทั้ง 2 คน


“ถ้าเป็นพี่แมงมุมเราอาจจะมีเหมือนกัน แต่อาจจะได้ไม่เยอะ เพราะพี่แมงมุมคงไม่ตุนของเยอะแบบคุณอิง”

แทนตอบ


“ทุกคนมีแอลกอฮอล์ใช้ต้องขอบคุณหนูนะคะ ที่หนูใส่ยอดผิด”

เมษาเอ่ยอย่างดีใจเหมือนตัวเองเป็นฮีโร่


ทุกคนหันมามอง


“แม้ หล่อน ก็ช่างกล้าน้อ สั่งของผิดที 3-4 ตัน แบบนี้เจ้านายที่ไหนจะเก็บไว้”

ออมกัดน้องสาว


“ฮ้าๆๆ หนูสำนึกผิดแล้วค่ะ”

เธอยิ้มแห้ง


“พวกเราจะทำยังไงกันดี หากว่าเกิดมีใครคนใดคนหนึ่งในนี้เราติดไวรัส”

แทนเอ่ยเสียงเย็น


ทุกคนเงียบหันมองหน้ากันเอง ความระแวงบังเกิดขึ้นในสายตาทุกคู่


“พวกแก รายงานข้อมูลจริงหรือเปล่า?”

ออมเริ่มระแวงก่อนเพื่อน


“ไม่นะ แพรไม่ได้ไปไหนเลยนะ เลิกงานก็กลับบ้านเลย แม่กับน้องก็ไม่ออกไปไหน คนอื่นๆ ก็..”

แพรรีบพูดก่อนเพื่อน


“คนอื่นๆ ในบ้าน ยังออกไปทำงานไหมล่ะพี่แพร”ออมซักฟอกต่อ


แพรทำหน้าเครียด


“นั่นไง นี่แหล่ะคือความเสี่ยงที่เราไม่รู้เลย ว่าเขาไปไหน ป้องกันตัวเองดีขนาดไหน”


“หนูขึ้นรถเมล์กลับบ้านแต่ก็ปฏิบัติตามที่คุณอิงแจ้งทุกอย่างนะคะ พอถึงบ้านก็ถอดเสื้อผ้าเอาไปซักเลย แล้วใช้แอลกอฮอล์ ตลอดเส้นทางการใช้รถ”

ฟองรีบบอก


“ใช่ๆ “

คนอื่นๆ เสริม


“พวกหนู ทำตามที่คุณอิงบอกทุกอย่าง ล้างมือวันละ 10 รอบ จนมือเปื่อย โทรศัพย์ก็เช็ดทุกชั่วโมง พกแอลกอฮอล์ตลอดแวลาแล้วก็เช็ดตลอดทาง ถึงบ้านก็รีบอาบน้ำ”


ทุกคนเริ่มมองหน้ากันอย่างไม่ไว้ใจ


“แกอย่ามัวระแวงชาวบ้านเลย ฉันเห็นแกสั่งของเคอร์รี่มาแทบทุกวัน ไม่ได้ข่าวเหรอ เคอรี่มีพนักงานติดเชื้อน่ะออม”

ก้องรีบเตือนเธอเพราะเห็นระแวงเพื่อนไปทั่ว


“ใช่นะพี่ออม แพรก็เห็นบางสาขาที่เขาปิดไปแล้ว”


“ของมาจากไหนบ้างก็ไม่รู้ ตอนนี้ทางใต้ที่ทะลักมาจากมาเลย์ กลุ่มที่ไปแสวงบุญ เขาก็ว่าติดมาเยอะมาก บางจังหวัดทางใต้ก็ปิดไปแล้ว ภูเก็ตตอนนี้เห็นบอกผู้ติดเชื้อเพิ่ม”


แทนพูดอีกคน


ออมหน้าชาไปพักใหญ่


“เอ่อ งั้นช่วงนี้ฉันงดรับของส่งจากเคอรี่ก็ได้ ถ้าได้ของมาฉันจะเอาไปตากแดด พ่นแอลกอฮอล์ก่อน”

ออมรีบตอบเพื่อนๆ อย่างจำนนท์


“อาชีพใหม่ที่กำลังมาแรงตอนนี้น่าจะเป็นงานเย็บแมสขายนะคะ”

ชมชิดเอ่ย


“ก็แหง่ล่ะ ใครๆ ก็ใช้”

ออมตอบ


“เห็นพนักงานที่ตกงาน โดยเลิกจ้างเพราะพิษไวรัส ออกมาเย็บแมสโพสขายกันเยอะเลยค่ะ”


“แบบนี้เราน่าจะลองเย็บดูนะ เผื่อเอาไปบริจาคช่วยคนที่เขาไม่มีเงินซื้อ”

ต้นเสริม


“ใช่ค่ะ ต้น งั้นเรารวบรวมเงินซื้อแมสไปบริจาคโรงพยาบาล วัด สถานเลี้ยงเล็ดกำพร้ากันไหมคะ”

ออมรีบเสนอ


“ไอ้ที่เราสั่งมาก่อนเถอะ ค่อยหาให้คนอื่นใช้”

โกวิทย์เสริม


“คิดดูสิจักรหลังละ 10000 เราสามารถเย็บแมสได้เยอะเลยนะครับ”

ต้นน้ำยังไม่เลิกความคิดเย็บแมส


“พี่ต้นใช้เป็นเหรอคะ”

ชมชิดถามอย่างทึ่งๆ


“ครับ”

เขาตอบยิ้มๆ


“ดีจังค่ะ”


ออมหันไปมองทั้งคู่ส่งสายตาหวานให้กันแล้วหมั่นไส้


“ต้นก็ซื้อมาเย็บเลยสิ น้องชมก็ไปชวยพี่ต้นทำแมสบริจาคเลยค่ะ”

เธอสนับสนุนอย่างส่งเดช


“ใช่เลย ถ้ามีคนช่วยพี่ก็จะซื้อจักร”

ต้นน้ำปิ้งไอเดียทันที


ชมชิดตั้งตัวไม่ทันหันไป ยิ้ม


“ก็ดีค่ะ อย่างน้อยเราได้ช่วยเหลือคนอื่นนะคะ”


“งั้นพี่จะช่วยซื้อผ้าให้ต้นนะ”

แพรรีบบอก


“พี่ด้วย เอาเลย แต่พี่เย็บไม่เป็นนะ”

โกวิทย์เสริม


“พวกเราจะรวมหุ้นซื้อผ้าก็แล้วกันนะ และให้ช่วยทำอะไรก็บอกก็แล้วกัน”

คนอื่นๆ เห็นด้วย


ออมถึงกับทำหน้าเหรอหราที่ความคิดของตัวเองกับไปกระตุ้นให้ทุกคนเห็นดีเห็นงามแถมไปได้สวยที่จะเชื่อมสัมพันธ์ของชมชิดกับต้นน้ำไปเสียอย่างนั้น ได้แต่กุมขมับน้ำตาซึม


ก้องแอบมองแล้วก็ขำและส่ายหน้า ไม่รู้จะสมน้ำหน้าดีไหม

วันที่ 26 มีนาคม 2563 รัฐบาลได้ประกาศกฏเคอร์ฟิว
ห้ามประชาชนออกจากบ้านและสัญจรเวลา 23.00-05.00 น
ให้บริษัทพิจารณาจัดคนทำงาน และให้จัดระเบียบโต๊ะที่ทำงานให้มีระยะห่าง เน้นกฏ ระยะห่าง 1 เมตร

ให้ประชาชนสวมแมสตลอดเวลาเมื่ออกภายนอก และให้พกแอลกอฮอล์ทุกครั้ง
ห้ามประชาชนชุมนุม ห้ามประชาชนเดินทางข้ามจังหวัด ห้ามประชาชนเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง
เมื่อมีการเดินทางจากต่างพื้นที่หรือต่างประเทศ ให้เข้ากฏกักตัว 14 วัน พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขเข้าตรวจสอบทุกวัน

 



Create Date : 26 ตุลาคม 2563
Last Update : 26 ตุลาคม 2563 8:14:23 น.
Counter : 233 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
unitan Literature Blog ดู Blog
วันนี้ไม่มีกุ๊กกิ๊กนะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 26 ตุลาคม 2563 เวลา:23:21:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]