กุมภาพันธ์ 2564

 
2
3
4
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
สงครามเชื้อมรณะ ตอนพิเศษ
“ทำไมผมต้องตรวจเชื้อด้วย พวกผมเป็นบุคคลถูกยกเว้นตามที่ทางการพวกคุณแจ้งไว้”


ชายร่างสูงใหญ่โต้แย้งเจ้าหน้าที่เก็บสิ่งส่งตรวจ เขาเพิ่งจะลงจากเครื่องบินไม่ถึงกี่ชั่วโมงใยถูกควบคุมตัวมาเพื่อตรวจหาเชื้อบ้าๆ พวกนี้

ในเมื่อถูกละเว้นการตรวจ พวกเขาเองก็ดูมิสนใจกับปัญหาเหล่านั้นที่เกิดขึ้น ยังเดินทางไปปฏิบัติภาระกิจหลายต่อหลายที่


ทั้งที่เป็นปัญหาคนทั้งโลก ใยยังมีกลุ่มคนที่ถูกละเว้นไม่ควบคุมการตรวจโรคติดต่อ

ใยรัฐบาลถึงให้อำนาจพิเศษแก่เหล่าคนกลุ่มนี้ ในเมื่อความเสี่ยงนั้นหลายต่อหลายที่มีความชัดเจนแล้วว่าเกิดขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือกลุ่มที่เดินทางระหว่างประเทศ


“ในเมื่อพวกผมได้รับสิทธิพิเศษแล้วทำไมต้องตรวจ”

คำถามกดดันเจ้าหน้าที่ไทย


“ใช่ กฏพวกนี้พวกคุณเขียนขึ้นมาเองนะ พวกผมไปกันหลายที่ หลายประเทศทำไมต้องได้รับการปฏิบัติที่ต่างกัน”


“พวกเราไม่มีใครที่เป็นโรคบ้านี้หรอกนะ”


“พวกคุณทำแบบนี้ ได้แจ้งทางการพวกคุณหรือยัง เขาพวกอนุญาตใช่ไหม?”


เหล่าทหารหาญตั้งคำถามอย่างเอาจริง เอาจัง จนทำให้เจ้าหน้าที่เก็บสิ่งส่งตรวจต้องใจสั่น


“ต้องขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ ขอความร่วมมือด้วยนะคะ พวกเราทำตามหน้าที่ และอยากคอนเฟิร์มความปลอดภัยของพวกท่านและประชาชนคนไทยค่ะ”


“ยุ่งยาก วุ่นวายเสียจริง”

หน้าขึงขังทำท่าฟึดฟัดใส่


เจ้าหน้าที่ไทยต่างพยายามทำใจเย็นเข้าไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการโต้แย้งใดๆ


“ต้องขอประทานโทษอย่างสูง ขอความร่วมมือด้วยนะคะ”

หัวหน้าห้องแล็บออกมาไกล่เกลี่ย


“เราจะใช้เวลาไม่นาน จะไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกท่านในประเทศไทย ขอให้ทุกท่านใจเย็นๆ นะคะ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ต่อคนเลยค่ะ นะคะ”

หัวหน้าห้องแล็บส่งสายตายิ้มหวานๆ เสียงอ้อนๆ ให้หนุ่มๆ ที่ยืนทมึงถึงตรงหน้า


นักรบที่ว่าแข็งแกร่งยังพ่ายต่อสตรีที่ยิ้มหวาน


เหล่าทหารหาญต่างก็ต่อคิวให้เจ้าหน้าที่ที่ตั้งโต๊ะ ห่างกันแต่ละจุด มากกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่แต่ละคน สวมชุด PEE สวมเฟสชิล เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา
 
 
 
เมื่อเก็บสิ่งส่งตรวจเรียบร้อย แม้จะมีข้อโต้แย้ง และท่าทางอันดูไม่เป็นมิตรนัก แต่ก็พยายามให้ความร่วมมืออย่างแกนๆ บางคนทำท่าจะแทะโลมเจ้าหน้าที่สาว

ด้วยชื่อเสียงเลื่องลือของสาวไทยคนงาม แพร่กระจายไปทั่วมุมโลก แม้จะมีทั้งดีที่ไม่ดีก็ต่าง แต่หนุ่มๆ ทั้งตาดำตาสี ก็อยากชลโฉมสาวไทยอยู่ไม่น้อย


เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงกับการเก็บสิ่งส่งตรวจ ลูกเรือทหาร อียิปต์ทั้ง 31 นาย ก็ถูกนำส่งห้องปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อทันที


เจ้าหน้าที่นำตัวอย่างสารคัดหลังเข้าห้องแล็บทันที ผลตรวจนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงแบบเร่งด่วน


เช้าวันที่ 12 กรกฏาคม 2563


เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งผลตรวจให้หัวหน้าห้องแล็บด้วยสีหน้าเป็นกังวล


“หัวหน้าคะ ดูเหมือนคนนี้เขาผลเป็นผลบวกค่ะ”


แม้จะเจอผลบวกมาหลายต่อหลายคน แต่ครั้งนี้กลับสร้างความกังวลอยู่ไม่น้อย


ห้วหน้าห้องปฏิบัติการรีบเอารายงานไปพลิกดู อย่างละเอียด


“ตรวจยืนยันผลซ้ำทุกคนค่ะ เพื่อคอมเฟิร์ม”

สีหน้าที่ดูวิตกของหัวหน้า


“เราจะแจ้งผลตรวจพวกเขาไปไหมคะ?”


“คนพวกนั้นกลับประเทศเขาไปแล้ว คนที่เราจะแจ้ง ก็คงเป็นรัฐบาลพวกเรานี่เองล่ะค่ะ นี่คือผลจากการให้อภิสิทธิ์กับต่างชาติ โดยไม่คิดคำนึงถึงสิ่งใด จะเอื้ออำนวยแค่ว่าเขามาปฏิบัติภารกิจ แล้วไทม์ไลน์พวกเขาไปไหนกันมาบ้าง รัฐบาลกล้าออกมาประกันภัยให้ประชาชนไทย 70 กว่าล้านไหม ว่าปลอดภัย"
 


ข้อยกเว้นที่ว่านั้น หลายๆ ข้อ เอื้ออำนวยให้ เจ้าหน้าที่ให้เครื่องแบบ นักการทูตและผู้ติดตาม ได้ละเว้นการตรวจอย่างนั้นหรือ แล้วเหตุใดชาวต่างชาติถึงได้รับการยกเว้น ในเมื่อประชาชนต่างหวาดผวาและเข้มงวดกันขนาดนั้น


หัวหน้าห้องปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดระยอง ประสานงานไปที่กระทรวงสาธารณสุขจังหวัดและผู้ว่าจังหวัดทันที แม้จะต้องรอผลยืนยันอีก อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ในยามนี้ ทำเอาท่านผู้ว่านั่งไม่ติด ไม่รู้ภัยใดจะมาถึงประตูบ้านบ้าง


วันที่ 13 กรฏาคม 2563 ไทม์ไลน์ของกลุ่มทหารหาญอียิปต์ได้ถูกเปิดออกมาอย่างรวดเร็ว


วันที่ 6 ก.ค. 63 เดินทางจากสนามบิน กรุงโคโร ประเทศอียิปต์ไปสหรัฐอาหรับเอมิเรต

วันที่ 7 ก.ค. 63 เดินทางจากอาหรับเอมิเรตไปปากีสถาน

วันที่ 8 ก.ค. 63 เวลา 19.00 น เดินทางถึงท่าอากาศยาน
นานาชาติอู่ตะเภา 23.00 น เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อ. เมือง จ. ระยอง

วันที่ 9 ก.ค. 63 เวลา 05.30 น ออกจากโรงแรม จ. ระยอง ไปท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา เพื่อ บินไปทำภารกิจทางการทหารที่เมือง เฉิงตู สาธารณรัฐประเทศจีน โดยเดินทางไปกลับวันเดียวกัน และกลับเข้าพักที่โรงแรมเดิมเวลา 23.30 น

วันที่ 10 ก.ค. 63 ทีมหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ อ. เมืองระยอง เข้าคัดกรองอาการของคณะเดินทางและลูกเรือ เก็บตัวอย่าง 31 นาย 11.20 ลูกเรือจำนวนหนึ่งออกไปห้าง 2 แห่งใน อ. เมืองระยอง

วันที่ 11 ก.ค. 63 เวลา 11.00 น เดินทางกลับประเทศอียิปต์

วันที่ 12 ก.ค. 63 ผลตรวจจากหน่วงห้องปฏิบัติการโรคติดต่อแจ้งว่าพบผลบวก 1 คน และทำการตรวจสอบซ้ำ รอผล
 

นอกจากนั้น กระแสทางโซเชียลจากเหล่าประชาชนและดาราออกมาโจมตีรัฐบาลที่การ์ดหลุด ทุกคนต่างออกสื่อออนไลน์ในเรื่องที่การควบคุมหย่อนลง ร้อนถึงท่านนายกต้องเดินไปเคลียร์พื้นที่โชว์ เพื่อสร้างความมั่นใจของประชาชนให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ออกสื่อมานานนับตั้งแต่ชวนประชาชนสร้างภูมิคุ้มกันง่ายๆ ด้วยการเต้นเอโรบิค


แต่ประชาชนยามนี้จิตใจอ่อนไหวนัก เรื่องเล็กน้อยแม้ขี้ผงมากระทบกระเทือนก็แตกหือกันอย่างรวดเร็ว ราววงมดวงปลวก นอกจากจะออกสื่อเรื่องการ์ดตกแล้ว ยังจะไม่ช่วยหรือสนับสนุนสิ่งใดๆ

สร้างแรงกดดันให้ทางการไม่น้อย ต้องสั่งย้ายนายก ปลดข้าราชการหัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วนหมายจะกอบกู้ชื่อเสียงคืนมา

แต่นั่นก็ไม่ทำให้กระแสฝูงชนที่หือมาลดลงได้  บ้างชูป้ายรอต้อนรับนั่นอีก

“การ์ดอย่าตก”
และ

“อยู่ต่อไปก็ฉิบหาย ออกไปไอ้สัส”

สร้างแรงเดือดดาล ให้ผู้นำ จนต้องให้ตำราจตามจับประชาชนมาจำคุก เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ถึงการหยามเกียรติเบื้องสูง
 

จะเบื้องสูงหรือเบื้องล่างนั้น หาใช่สาระสำคัญของการณ์นี้ ในเมื่อเหตุมันเกิดจากที่ใด ก็ควรคิดใหม่แก้ใหม่ ใช่ตามล้างตามเช็ดผู้ที่กล่าวเรื่องจริงเตือนสติให้แก้ตัว คนดีนั้นแก้ไข คนอะไรช่างแก้ตัว เป็นเรื่องจริงไม่เท็จแท้
 
เวลาผ่านไป ทุกคนต่างคิดว่ากระแสการแพร่ระบาดน่าจะเบาบางลง แต่กลับตรงกันข้าม ในบางประเทศยังมีการเพิ่มจำนวนชนิดที่เรียกว่าน่าจะควบคุมไม่ได้


จนย่างเข้าสู่ขวบปีของการแพร่ระบาด เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ประเทศเพื่อนบ้านเรามีการติดเชื้อเพิ่มจำนวนมาก

ข่าวดังต้นเดือน ธันวาคม 4 สาวหนีกลับจากพม่าพกพาเชื้อมาฝากคนที่บ้าน สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ใกล้ชิดจำนวนมาก แต่ก็กลับทำให้ทางการเพิ่มความระวังตามชายแดนมากขึ้น ข่าวนั้นสร้างความกังวลวิตกแก่ประชาชนชาวไทยไปมาหมาย

กับแรงงานของเพื่อนบ้านที่อาจจะมีลักลอบเข้าชายแดนมา
แต่นั่นก็ยังไม่สร้างความน่าสะพรึงกลัวเท่ากับช่วงปลายปีที่อากาศเริ่มเย็น มีลมหนาวพัดมา

พร้อมกับข่าวตลาดกุ้งสมุทรสาครที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดแห่งใหม่ เหตุการณ์ช่างเหมือน จุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดเมื่อปลายปีที่แล้ว ต้องปิดเมือง ควบคุมการเข้าออก การแพร่ระบาดรอบนี้ออกไปในวงกว้าง เพราะมากับอาหารที่เป็นแหล่งบริโภค
การหาต้นต่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนใหญ่ต่างคิดว่ามาจากแรงงานต่าวด้าวที่ประเทศมีการแพร่ระบาดมีอย่างมากมาย จนต้องสืบค้นแรงงานต่างด้าวทั้งหมดเพื่อควบคุมและตรวจโรค


แต่ในทางกลับกัน ทุกคนคงต้องมองเห็น ตลาดสด เป็นแหล่งสะสมโรคดีพอๆ กับ โรงพยาบาล ด้วยสภาพอากาศที่ไม่ถ่ายเท และความเฉอะแฉะของพื้นที่

ที่เป็นตัวนำพาสู่คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้ ประจวบกับที่เรียกว่าการ์ดตกอย่างแท้จริง หลังจากที่คิดว่าเมืองไทยสามารถควบคุมผู้ติดเชื้อได้ แต่ตรงกันข้าม เรื่องจริงที่เชื้อโรคมีการกลายพันธุ์เพื่อให้ตัวเองคงเผ่าพันธุ์มันเอาไว้ และเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดในทุกสภาวะ ทุกภูมิประเทศ


สิ้นปี เหมือนสิ้นใจ เมื่อตัวเลขยอดพุ่งอีกรอบ


ยอดผู้ติดเชื้อสะสม ณ วันที่ 31.12.20


ประเทศไทย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างเท่าตัว ยอดยืนยัน 6,884 ราย ผู้เสียชีวิต 61 คน


ยอดทั่วโลก 84 ล้านคน รวมผู้เสียชีวิต 1.7 ล้านคน โดยยังเป็นอเมริกาอันดับหนึ่ง 19.97 ล้าน คน ยอดผู้เสียชีวิต 0.34 ล้าน คน อินเดียอันดับ 2  ยอดยืนยัน 10.24 ล้านคน ยอดผู้เสียชีวิต 0.148 ล้าน คน และตามด้วย บราซิล 7.56 ล้านคน ยอดผู้เสียชีวิต 0.192 ล้านคน


นับว่าเป็นโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปอย่ารวดเร็วในช่วงเวลาการสู้รบ 1 ปี แต่ละประเทศระดมสมองการคิดค้นพัฒนายาต้านเพื่อสู้กับเชื้อชนิดนี้ ขณะเดียวกัน เชื้อโรคก็มีการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ตัวเองสามารถอยู่รอดไปได้


จนถึงวันนี้การรบยังไม่สิ้นสุด และยังมีผู้เสียชีวิตจากการคุกคามของเจ้าตัวร้ายนี้ทุกวัน ในอัตราที่น่าใจหาย

 



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2564 7:49:08 น.
Counter : 177 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 
  
ตอนพิเศษเนี่ยซ้ำกับเนื้อข่าวค่ะ
แต่มันก็จะเป็นเนื้อหาที่อยู่ใน
บทประพันธ์ในระยะยาว เป็นการให้
ข้อมูลในระยะยาวในรูปวรรณกรรมดีค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:58:16 น.
  
เรื่องนี้จบแบบนี้เหรอคะ

โดย: หอมกร วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:44:38 น.
  
จบภาคแรกค่ะ

ดูๆ อยู่ว่าภาค 2 จะเขียน ดีหรือเปล่าค่ะ
โดย: unitan วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:49:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]