มิถุนายน 2561

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
All Blog
บันทึกความทรงจำ ทวาทศมาส ประจำปี 2560 ตอนที่ 9


   บันทึกความทรงจำ  ทวาทศมาส ประจำปี  2560  ตอนที่ 9

การบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาในปี 2560 นั้น ก็มาถึงตอนที่ 9 คือ 
เหตุการณในเดือน กันยายน และ ตุลาคม  ค่ะ

เดือน กันยายน

ต้นเดือน คือ  วันที่ 1 กันยายน ฉันก็เจอเหตุการณ์ที่เรียกว่า  เคราะห์ร้าย
มีผลกระทบไปถึงการท่องเที่ยวของฉัน
ในวันนี้  พี่นพรัตน์ แม่ของฮ้ง  มาขอให้ฉันไปเป็นเพื่อนเขา เพื่อไปที่
โรงพยาบาลเลิดสิน  จะไปเอาใบรับรองการรักษา
เพื่อนำไปเบิกประกันเกี่ยวกับการรักษา  แต่เขากลับไม่ได้ไปเลิดสิน พา
ไปที่สำนักงานใหญ่ของไทยประกัน
ที่แถวรัชดา  แถม ขับรถผิดทาง ไปลงทางด่วนที่ไหนก็ไม่รู้  ทะเลาะกับ
ตำรวจจราจรอีกด้วย  กว่าจะถึงบริษัท
ก็ต้องจ้างวินมอร์เตอร์ไซด์นำทางไป  ไปถึงที่บริษัทไปทะเลาะกับยาม
ที่จอดรถอีก  เขาบอกแกว่า  ตรงนี้ ไม่ใช่ชั้นจอดรถ
ของไทยประกัน  แต่แกบอกว่า ฉันเป็นแขกพิเศษของไทยประกัน ต้อง
จอดได้  ยามพยายามจะมาพูดกับฉัน
ฉันอายยามเหลือเกิน แต่ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร  ได้แต่บอกยามว่า  ฉันไม่รู้
เรื่องกับเขาหรอก มาเป็นเพื่อนคนแก่เท่านั้น
ส่วนตัวแกไม่สนใจยามเลย เดินหนีไปขึ้นลิฟต์  ยามได้แต่ส่ายหัวจัดการ 
อะไรกับแกไม่ได้  
โชคร้ายเป็นของแกอีกครั้ง  เจ้านายใหญ่ของไทยประกันที่แกจะไปหา
เพื่อฝากฝังลูกคนที่สองให้แทนตำแหน่งของฮ้ง
ก็ไม่ได้ให้เข้าพบ เพราะแกมาผิดเวลานัดไป ครึ่งชั่วโมง ได้แต่ฝากกล่อง
เชอรรี่ให้กับเจ้านายใหญ่ที่จะไปพบกับเลขาเท่านั้น 
ขากลับ  ก็มาเจอยามคนนั้นอีก  ยามถามอีกว่า  แล้วบัตรจอดรถปั๊มบัตร
หรือยัง แกบอกว่า  ยัง แล้วก็จะนำรถออก
ยามบอกว่า  บัตรไม่ได้ปั๊ม  รถออกจากตึกไม่ได้  ต้องไปปั๊มก่อน งั้นต้อง
เสียเงิน  แกก็ไม่ฟัง  ฉันเลยบอกว่า
ฉันเอาไปปั๊มให้เอง  ตอนนี้เอง เป็นคราวเคราะห์ของฉัน  ด้วยความ
รีบร้อน  ไม่ได้มองให้ดีว่า  มันมีขั้นบันได
ตรงที่เราจะเอาบัตรไปปั๊มบัตร  ขาข้างซ้ายก็เหยียบพลาดตรงบันไดขั้น
ที่ 1 เท้าซ้ายพลิก ก้นกระแทกกับ
ขั้นบันได หลังก็แอ่นขึ้น  รู้สึกปวดแปล๊บตรงไขสันหลังอย่างมาก จน
ไม่สามารถลุกขึ้นเองได้เลย 
มีผู้ชายสองคนที่เดินผ่านมาพอดี  ต้องมาช่วยหิ้วปีกให้ลุกขึ้นและปั๊ม
บัตรให้ ฉันแทบจะยืนไม่ไหว  ชายที่ช่วยเหลือ
น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ในบริษัทนี้ บอกจะให้เอารถเข็น มาให้นั่ง  ก็พอดี
เจ้ายามคนนั้นโผล่มาพอดี 
เขาเลยช่วยพยุงฉันไปที่จอดรถ  เดินกระเผลก ๆ ไป  มันคงยังชาอยู่
พี่นพเห็นดังนั้น ก็คงตกใจ 
ตอนนั้นบ่ายโมงกว่าแล้ว  หิวก็หิว  เลยไปนั่งทานข้าวก่อน แล้วขับรถ
พาไปที่ ร.พ.พระรามเก้า ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
ทำบัตร  เอ็กซเรย์  ผลออกมา  กระดูกนิ้วเท้า นิ้วก้อยและนิ้วนางหัก
ส่วนกระดูกสันหลังบุบไปสองข้อ 
มิน่ามันถึงได้ปวดมากจนเดินแทบไม่ไหว  หมอกระดูก บอกต้องซื้อที่
คาดเอว เพื่อพยุงกระดูกสันหลังไว้
ราคา3-4 พันบาท แต่เบิกจากประกันอุบัติเหตุไม่ได้ (ฉันมีประกันอยู่) 
ฉันเลยบอกว่า  งั้นไม่ต้อง เพราะฉันเบิกจาก
โรงพยาบาลรัฐได้  ใบเสร็จ ออกมาก  เจ็ดพันกว่าบาท แพงมาก ๆ 
ดีที่มีประกันไว้ ไม่งั้นก็ต้องจ่ายอีก เฮ้อ! 
ฉันต้องทนเจ็บไปอีก สองวัน จึงจะไปเข้า ร.พ.หลวงได้ เพราะติดวันเสาร์
อาทิตย์  จะไปฉุกเฉินที่เลิดสิน
ก็โทรหาหญิง  แต่เขาก็ไม่รับโทรศัพท์  คิดได้ว่า  โอ๊ตเป็นตำรวจอยู่
ใกล้ ร.พ.ตำรวจ  น่าจะช่วยให้หาหมอที่ ร.พ.ตำรวจได้

ข่าวอุบัติเหตุของฉัน  หนึ่งรู้  เพราะฉันโทรไปหาหนึ่ง เพื่อให้หาเบอร์
โทรของโอ๊ตให้ นั่นเอง ลูกศิษย์รู้  

วันที่ 2  เจี๊ยบและเพ็ญ ก็มาเยี่ยมในฐานะตัวแทนของธาตุทอง 2 ส ซื้อ
หมูหยอง เกี้ยมฉ่าย น้ำส้ม มาเยี่ยม 



เจี๊ยบและเพ็ญ ตัวแทน ธาตุทอง 2  ส  มาเยี่ยมที่บ้าน ค่ะ 


กับข้าว นมเปรี้ยวบำรุง ร่างกาย

ฉันก็ขอขอบใจเขาสองคนที่เป็นตัวแทนมาเยี่ยม เพื่อนบ้านก็น่ารักวันแรก
ฉันกินอะไรไม่ค่อยได้  แถม อาเจียนอีก
ยาที่หมอให้มา คงแรงมาก  เหมียวไปซื้อน้ำขิงร้อน ๆ มาให้  ส่วนเจี๊ยบ
ลูกสาวเฮียใหม่ซึ่งขายกับข้าว
ตามสั่งแถวบ้าน ก็ทำข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ มาฝาก 1 ชาม  ขอบใจ น้ำใจ
จากเพื่อนบ้านทุก ๆ คน ค่ะ 

วันที่ 4  ก๋วยมารับฉันที่บ้านเพื่อพาไปหาหมอที่ โรงพยาบาลตำรวจ
โดยโอ๊ตนัดไปรับเขาที่ใกล้ ๆ พระพรหม 
เขาขึ้นรถไฟฟ้าแล้วคงลงที่สถานี ชิดลม  ไปถึงโรงพยาบาล  เจ้าหน้าที่
เอารถเข็นมาเข็นฉันไปที่ตึกทำบัตร 
มีโอ๊ตไปช่วยดำเนินการทำบัตร  ก๋วยจอดรถแล้ว ก็มาช่วยดำเนินการ
กรอกข้อความโดยถามข้อมูลจากฉัน 
ส่วนโอ๊ตมีคนรู้จักที่นี่ด้วย  ชื่อ คุณประพัฒน์  ได้ให้เขาช่วยด้วย  เขา
เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างของที่นี่ 
มาช่วยดำเนินเรื่องเพื่อให้รวดเร็วขึ้น  และช่วยดำเนินการทำบัตรจ่ายตรง
แต่กว่าจะใช้ได้ต้องประมาณ 1 เดือน
ตอนนี้ค่ารักษาต้องจ่ายเองไปก่อนแล้วไปเบิกคืนภายหลัง  กว่าจะเดิน
และได้พบหมอ ลูกศิษย์ทั้งสองคนก็เหนื่อย
มากพอดู เพราะต้องเข็นไปทำเรื่องเอ็กซเรย์  ทำเรื่องซื้อที่คาดเอว ไป
ซื้อยาตามหมอสั่ง ซึ่งไม่ใช่อยู่ตึกเดียวกัน
เดินกัน เข็นกัน เหนื่อย  โอ๊ตก็ตัวโต อ้วนใหญ่แต่ไม่แข็งแรงนัก เห็นถึง
การหอบของเขา และขอกลับไปทำงานตอนใกล้เที่ยงแล้ว 

หมอที่ตรวจฉันครั้งนี้  คือ พ.ต.ท. กิตติพงษ์ เศรษฐไกรสิงห์  เป็นหมอ
หนุ่ม  วัยน่าจะไม่ถึง 40 ปีนะ 
ท่าทางเป็นหมอใจดี ได้ดูฟิล์มที่ได้จาก ร.พ.พระรามเก้า  ขอที่คาดเอว
กันเจ็บ แกก็เขียนเบิกให้ แล้วบอกให้ฉัน
ไปทำ  MRI กระดูกสันหลัง โดยให้ไปทำเอกชนเลย  สามารถเบิกได้
เพราะหมอสั่งให้ไปทำ  ราคาแพงมาก
เกือบหมื่นห้าทีเดียว  เฮ้อ!  


ขอบใจก๋วยและโอ๊ตที่ให้การช่วยเหลือครูเป็นอย่างดี  ค่ะ 

วันที่ 5  ใส คงเห็นฉันจากในเฟสบุ๊ค ที่ลูกศิษย์พาไปหาหมอบ้าง  มา
เยี่ยมที่บ้านบ้าง ก็ได้แวะมาเยี่ยมเช่นกัน 



ใสมาเยี่ยมฉันที่ บ้าน ค่ะ  


ของเยี่ยมจาก ใส ค่ะ  
วันที่  6  รวงโทรมาบอกว่า  ได้ให้แมสเซ็นเจอร์  นำนมตาหมีมาเยี่ยม
ฉัน ตัวเขาเองไม่มีเวลามาเองได้  ขอบใจรวง
ที่มีน้ำใจกับครูเสมอ  


ขอบใจรวงนะ สำหรับของเยี่ยมบำรุงสุขภาพ ครู จ้ะ 

วันที่ 7  กันยา  หนึ่งแวะมาเยี่ยมฉันที่บ้านในช่วงบ่าย ๆ ด้วยจ้ะ  



หนึ่งแวะมาเยี่ยมฉันช่วงบ่าย พร้อมนมและขนมเค้ก ค่ะ 

ช่วงประมาณ บ่าย  3 โมง เป็นวันที่  นัดกับทางรัชวิภา  ซึ่งเป็นศูนย์ของการทำ MRI ที่หมอกิตติพงษ์ส่งไปให้ทำที่ศูนย์นี้ 
ฉันได้โทรหา ก๊องแล้ว  ขอให้เขาช่วยพาฉันไปที่ศูนย์นี้  ก๊องรับปาก
และมารับฉันประมาณบ่ายสามโมงกว่า ๆ 
เพราะหมอที่ศูนย์รัชวิภานัดไว้ 5 โมงเย็น  ก๊องต้องใช้  จีพีเอส พาไป
มันไกลเหมือนกันนะ แถวคลองประปา ประมาณนั้น
ไปถึงบริเวณนั้น เราต้องถามทางด้วย  และโทรถามทางจากเจ้าหน้าที่
ของศูนย์แห่งนี้ด้วยเพื่อบอกทางเรา

และในที่สุด  เราไปถึงก่อนเวลานัดประมาณ  15 นาที  แต่ใช่ว่า เขาจะ
ตรงเวลา  ซักประวัติเสร็จ ต้องรออีกนาน 
กว่าจะได้เข้าทำ  MRI  มีการเปลี่ยนชุดด้วย  ก่อนเข้า มีการให้ดูวิดีโอ
เรื่องการทำ MRI  อ้อ เป็นอย่างนี้เอง
เขาให้เรานอนที่เตียง  ซึ่งมีเครื่องมือ  เหมือนการเข้าอุโมงค์  มีการล็อก
มือ ล็อกขา และล็อกคอเราด้วย ดูน่ากลัวนะเนี่ย

กว่าจะได้เข้าไปทำ MRI  ก็ประมาณ 18.30 น. เลยจากเวลาที่นัดเรา
มากทีเดียว  เพราะคนไข้ก่อนหน้าฉัน 
ทำแล้วไม่ผ่าน  ต้องออกมาฉีดสี  แล้วเข้าไปอุโมงค์ใหม่ เพื่อให้ ภาพ
ที่ออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น จึงจะอ่านผลได้  

และแล้วก็ถึงคิวฉันเข้าอุโมงค์บ้าง  จะมีเจ้าหน้าที่  มาอธิบาย และปลอบ
ว่าไม่ต้องกลัวอะไร  แล้วให้ฉันนอนลงที่เตียง
แคบ ๆ พอดีตัว  มีการล็อกแขน คอ ศีรษะ อย่างที่เล่าไปแล้ว  แล้วก็มี
การเปิดเครื่อง ซึ่งก๊องบอกว่า เครื่องที่ใช้
ทำMRI เครื่องละเป็นร้อยล้านทีเดียว  มิน่าล่ะ  ค่าทำ MRI ถึงแพงมาก
เจ้าหน้าที่บอกฉันว่า  ขณะที่ทำการ MRI 
จะหลับตา หรือลืมตาก็ได้  แต่ฉันเลือกที่จะหลับตา  เพราะขณะที่เครื่อง
กำลังทำงานสแกนนั้น ฟังน่ากลัวเหมือนกัน
เสียงมันดังมาก  บางครั้งก็ดัง  หม่อง ๆ หม่อง   บางทีเหมือนเป็นดัง
โครมคราม ๆ  แผ่นหลังที่เป็นส่วน
ที่สแกนนั้น  เหมือนมีอะไรวิ่ง ๆ อยู่ที่แผ่นหลัง  เขาว่ามันเป็น สแกนด้วย
แม่เหล็ก อย่างแรง เพื่อสแกนได้ชัดเจน
ประมาณ  20-25 นาที  ก็เสร็จ  เขาให้รอสักครูเพื่อดูผลว่า  ผลที่สแกน
นั้น มีความชัดเจนหรือไม่  
แต่... เคราะห์กรรมไม่หมด  ปรากฏว่า ผลไม่ชัด  ต้องฉีดสี เสียเงิน
ค่าฉีดสีอีก  ค่าตรวจเลือดอีก  
แล้วก็ต้องไปทรมานในอุโมงค์อีกครั้งหนึ่ง  เฮ้อ ! ชีวิตหนอชีวิต 
กว่าจะเสร็จ  ได้ผลกลับเพื่อนำ
ไปให้หมอกิตติพงษ์ตามนัดต่อไป  แล้วก็ส่งบัตรเครดิตให้เจ้าหน้าที่
การเงินรูดไปทั้งหมด  14,300  บาท 
สงสารก๊องที่ต้องนั่งรอฉันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง  เมื่อขึ้นรถแล้ว ก๊อง
พาฉันไปทานหูฉลาม หมี่ผัดฮ่องกง
แถวบางรัก เจ้าที่ก๊องเคยพาไปทานแล้วครั้งหนึ่งแต่นานแล้ว  ร้านนี้ก๊อง
คงไปบ่อย  เพราะเจ้าของร้านมาคุยด้วย
อย่างสนิทสนม  ราคาก็ค่อนข้างแพง  หูฉลามชามเล็ก ๆ ชามละ 500
บาท  มื้อนี้สองคนน่าจะไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท


ก๊องพาไปทานหูฉลาม แถวบางรัก เจ้าเก่า ค่ะ 


อาหารที่ก๊องสั่งมาทานกันค่ะ  ขอบใจก๊อง ศิษย์รัก 
เมื่อทานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ก๊องก็ขับรถพาฉัน มาส่งที่บ้าน ค่ะ 

ตอนเย็นของวันที่ 8 ก.ย. เจี็ยบและเพ็ญก็แวะมาเยี่ยมฉันเป็นครั้งที่ 2 
วันนี้มาเยี่ยมเป็นการส่วนตัวไม่ใช่ตัวแทน  อิอิ



ซื้อขนมนมเนย มาบำรุงคนป่วยอีก ขอบใจทั้งสองคนเป็นอย่างมาก จ้ะ 

วันที่ 9  ก.ย. เอียวและแฟนเขา ก็มาเยี่ยมฉัน  ตอนช่วงบ่าย ๆ  เอียว
เป็นลูกศิษย์ประจำชั้น รุ่นเดียวกับพิบูลวิท
เราเพิ่งเจอกันเมื่อไม่นานมานี้เอง  เขาบอกว่าคิดถึงฉันมาก เขาเคยมา
เยี่ยมและไปทานข้าวกันมาแล้วครั้งหนึ่ง



เอียวและศิษย์เขยค่ะ 


มาพร้อมอาหารการกิน  บำรุงครูของเขาเช่นเคย  อิอิ


วันที่ 10 ก.ย. วันนี้  เป็นวันที่  ห้อง 2/3 ในปี 2521  ฉันเป็นประจำชั้น
พวกเขา  เขานัดกันรวมกลุ่ม ซึ่งมีอยู่ไม่ถึง 10 คน
เขานัดกับฉันตั้งแต่ตอนที่ฉันยังไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ  พอเกิดเหตุครั้งนี้ 
เขาบอกว่า  ยกเลิกการนัดก่อนดีไหม 
ฉันบอกว่า ไม่ต้องหรอก  เพราะร้านที่นัดไปทานข้าวด้วยกัน  ลูกศิษย์
รุ่นน้องของพวกเขา  เป็นรองผู้จัดการอยู่
ฉันได้ติดต่อไว้เรียบร้อยแล้ว และกว่าจะนัดกันลงตัวได้  มันยากเย็นมาก
ถ้าฉันเป็นต้นเหตุให้ยกเลิกไป แล้วเมื่อไหร่
จะนัดกันได้อีกล่ะนะ อีกอย่างร้านอาหารนี้ ลูกศิษย์ก็ลดราคาตาม
เปอร์เซ็นต์ในฐานะรองผู้จัดการได้ 25% ด้วย
ที่ตั้งของร้านก็อยู่ตรงซีคอน  สามารถจอดรถได้ที่หน้าร้านเขาเลยไม่ต้อง
เดินเลย  จอดรถก็เดินเข้าร้าน นั่งโต๊ะได้เลย 
วุฒิ  มารับฉันประมาณ  10 โมงเช้า เพราะร้านอาหารขมิ้น เปิดประมาณ
11 โมง  เราไปถึงยังไม่  11 โมงดี แต่ลูกศิษย์
ที่เป็นรองผู้จัดการร้านขมิ้น ได้สั่งให้พนักงานที่ร้านนี้เปิดก่อนเวลา เพื่อ
ให้พวกเราเข้าไปนั่งพักก่อน  
แม่ครัวเขาจะมาทำหน้าที่ทำกับข้าว  11 โมงตรง   ทำกับข้าวตามที่
ลูกค้าต้องการ   มาชมบรรยายกาศ ค่ะ 




สั่งกับข้าวหลายอย่างมากเลย  ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารปักษ์ใต้


หน้าตาของอาหารอีกหลายอย่าง  ค่ะ 


สมาชิกที่นัดเจอกันวันนี้  ห้องนี้มาเจอกันน้อยมากเลย  คนที่ใส่เสื้อดำ
ทางขวามือสุด คือลูกศิษย์รองผู้จัดการร้านนี้ ค่ะ


รูปนี้ เป็นครอบครัวของ 2/3  ซึ่งมีศิษย์สะใภ้ มาร่วมงานด้วย 2 คน  

หลังจากทานกันไป  คุยกันไป  น่าจะเกือบบ่ายสอง ก็ต้องลาจากกันแล้ว
เพราะว่า  ยำ ต้องไปรับลูกที่ไปเรียนพิศษ 
ยำ มาส่ง สุรีย์แถวอ่อนนุช และส่งพรที่รถไฟฟ้า  ปัท ไปธุระต่อ  ยำมา
ส่งฉันที่บ้าน  ฝกตกหนักมาก ฉันต้องเอาถุงพลาสติค
หุ้มเท้าที่ใส่เฝือกไม่ให้เฝือกเปียกฝน นั่นเอง  



ของเยี่ยมของ พร ค่ะ 


ของเยี่ยม ของ ปัท  ค่ะ  
งานนี้  ปกรณ์ให้ทุนการศึกษา  มา  3000  บาท

วันที่   11  เป็นวันที่ หมอกิตติพงษ์ นัดและต้องนำผลของการทำ
MRI  ที่หมอสั่งให้ไปทำมาด้วย  
การไปครั้งนี้   แดง (วนิดา)  มารับไปหาหมอ  เพราะก๋วยติดงาน ไม่ว่าง
ไปครั้งนี้  แดงเหนื่อยมาก  เพราะว่า ต้องเข็นฉัน
คนเดียว  ไปซื้อเสื้อเกราะ ซึ่งต้องเข็นฉันไปวัดตัวอีกตึกหนึ่ง  แถมวันนี้
ยายโอ๊ตลืมโทรบอก คุณประพัฒน์ให้ช่วย
เอาบัตรคิวให้ฉันอีก  รอจนจะ 10 โมงแล้ว  ยังไม่ได้เรียกเลย ฉันต้อง
โทรหาโอ๊ต แต่โอ๊ตไม่กล้าบอกว่าลืม 
ให้ คุณประพัฒน์ลงมาหาฉัน  เพื่อช่วยแก้ไขเหตุการณ์  แต่ เขาก็ไม่
สามารถช่วยอะไรได้แล้ว ก็ต้องเป็นไป
ตามเหตุการณ์ คือไปต่อท้ายของคนไข้ในวันนั้น  กว่าจะได้ตรวจก็เกือบ
เที่ยงวัน  แดงต้องเข็นไป ซื้อยา ก็ปิดเที่ยงอีก 
เราเลยไปหาข้าวทานก่อน แล้วไปทำใบนัดตรวจมวลกระดูกและ
เอ็กซเรย์ที่เท้าในวันที่ 2 แถมวันนี้
ขอหมอเปลี่ยนเฝือกที่เท้า ซึ่งสกปรกมากแล้ว  เลยยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
แดง บ่นอุบ เพราะเหนื่อยที่ต้องเข็นฉัน
จากตึกนี้ไปตึกโน้น แต่ละตึกก็ไม่ใช่ใกล้กัน  ลีฟต์ก็ไม่มีให้ขึ้นทุกตึก
 เรียกว่า เหนื่อยสุด ๆ สำหรับคนเข็นเลยทีเดียว
กว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายสองแล้ว  กลับไปถึงบ้าน  แดงต้องไปทานยา
แก้ปวดและยาคลายเส้น  เฮ้อ!


แดงไม่ยอมให้ถ่ายรูป เลยต้องถ่ายกับกระจก  อิอิ 

วันที่ 12  กันยายน   ฟ้า  มาเยี่ยมฉันที่บ้าน  พร้อมอาหารการกินเพียบ 


ฟ้า  ลูกสาวที่น่ารัก  ห่วงใยฉันเสมอ ขอบใจนะ ถึงจะไม่ได้สอนแต่เรา
ก็สนิทสนมและห่วงใยซึ่งกันและกันเสมอ
เครื่องบำรุงร่างกายที่ฟ้านำมาให้ทาน พร้อมอาหารมื้อเที่ยง ค่ะ 

วันที่ 13 ก.ย. มานพ 6/4  ก็แวะมาเยี่ยม  อีกคน ค่ะ  



มานพ  ซื้อก๋วยเตี๋ยว  มาฝาก ค่ะ 

วันที่ 14  มีเพื่อนและลูกศิษย์มาเยี่ยมอาการป่วยของฉันอีก  ป่วยครั้งนี้ 
มีทั้งทุกข์และสุขปนกันไป เฮ้อ!


พจน์  (ธาตุทอง 2 ส) แวะมาเยี่ยม ซื้อก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยมาฝากด้วย 

วันนี้ นอกจากพจน์มาเยี่ยมแล้ว ยังมีน้องวัชร์ มาเยี่ยมอีกคน ค่ะ 


วัชร์ ซื้อก๋วยจับมาทานด้วยกัน จ้ะ มีน้ำมะพร้าวอีก 2 ถุง เป็นเสบียง



เสบียงที่น้องวัชร์ซื้อมาตุนให้ฉันทาน  พี่ศรีพี่สาววัชร์ฝาก
ขิงดองมาให้ด้วย

วันที่ 16 ก.ย. รุ่น  6/4 ที่ฉันเป็นประจำชั้นทั้ง 3 ปี คือ ม.4-6  มี อุ๊  นุช
และโอ๋  เพื่อนรัก 3 ใบเถา มิตรภาพของทั้ง 3 คน
เหนียวแน่นมาก  ไปไหนมาไหน เขาจะมาพร้อมกันทั้ง 3 คน ครั้งนี้ก็เช่่น
เดียวกัน  เขามาเยี่ยมฉันทั้ง 3 คน  ค่ะ 



อุ๊  คนใส่แว่น  ที่หน้าใกล้ฉัน คือ นุช  อีกคน ก็คือ โอ๋ ค่ะ 


ของเยี่ยมของ อุ๊   นุช และโอ๋  จ้ะ 

วันที่  18  ก.ย.   กิตติพันธ์  (หนุ่ม)  มาเยี่ยม เป็นกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าและเป็นลูกศิษย์ด้วยที่แวะมาเยี่ยม
หลังจากฉันป่วยมาครึ่งเดือนกว่าแล้ว  ทางสมาคมนักเรียนเก่ายังไม่มี
ใครมาเยี่ยมเยือน แม้แต่ นายกสมาคม ฯ เออ! ชอบกลอยู่เนาะ
โดยปรกติ กรรมการคนไหนป่วย เขาก็จะไปเยี่ยมกัน  หรือเป็นเพราะฉัน
ไม่ได้นอนโรงพยาบาลเลยไม่มีการถามไถ่และเยี่ยม อิอิ 
ฉันก็ได้แต่แปลกใจ เท่านั้น เอง



กิตติพันธ์ มาเยี่ยมเป็นการส่วนตัว  ค่ะ ไม่เกี่ยวกับสมาคมฯ 

วันที่ 19  เพื่อนสมัยเรียนลัดที่ โรงเรียนอำมาตยศึกษา พอรู้ข่าวก็ทำ
กับข้าว  หุงข้าวสวยมาเป็นเสบียงอีกเยอะเลย
ช่วงป่วยนี้ เลยทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากมาย  ห้าห้า  


มีผัดปลากับคึ่งไช่   เขาทำเองทั้งหมดเลย  

วันที่ 22  เอก มาจากชลบุรี  ก็แวะมาเยี่ยมอาการป่วยของฉัน  ซื้อ
ข้าวหลามมาฝากเยี่ยม 2 กระบอก ของอ้วนทั้งนั้น  อิอิ





มีข้าวหลาม 2 กระบอกและขนมจาก ของหนองมนอีก สองห่อด้วยค่ะ 

วันที่ 24 ก.ย.  วันนี้ ทำบุญร้อยวัน  น้องชายของเก๋  ช่วงบ่าย  พวกเก๋
อี๊ด  หมู  อาและแฟนหมู  ก็แวะมาเยี่ยมฉัน
ขนกับข้าวและขนมมาฝากอีกหลายถุง  ฉันเลยไม่ได้ทำหรือซื้อกับข้าว
ในช่วงที่ป่วยเลย กินแต่ยาและอาหาร 
นั่ง ๆ นอน ๆ  อ้วนเป็นหมูไปเลย พวกนี้ ลืมเอาข้าวสวยมาให้ด้วย มีแต่
กับข้าว  พวกเขาเลยจัดการหุงข้าวให้ฉันด้วย อิอิ



โฉมหน้ากลุ่ม ธาตุทอง 2 ส  มาเยี่ยม ค่ะ 


อาหาร  ขนม พร้อมผลไม้เยี่ยม ค่ะ  ขอบใจทุกคนนะ

วันนี้นอกจากกลุ่ม ธาตุทอง 2 ส มาเยี่ยมแล้ว  ฝน ก็แวะมาเยี่ยมด้วย ค่ะ



มาพร้อมน้ำผลไม้ และข้าวสวย 1 กล่อง อิอิ  บอกฝน ก่อนที่พวกรุ่นพี่
เขาจะมาเยี่ยมและหุงข้าวให้  ห้าห้า 

วันที่ 25  รุ่ง คุณลูกสาวนุ้งนิ้ง และเจี๊ยบมาเยี่ยม  ไม่ได้ออกไปทานข้าว
นอกบ้านเหมือนเคย  แต่รุ่งซื้อของกิน
มากินที่บ้านด้วยกัน  หลากหลายชนิด ทั้งคาว หวาน พร้อมเลยค่ะ  





อาหารหลากหลาย  อิ่มหนำสำราญกัน  กินกันไป คุยกันไป แล้วฉัน
ก็ขอร้องให้รุ่งไปกับฉัน เพื่อไปรับวีซ่า
เชงเก้นที่จะไปเที่ยวไอซ์แลนด์  ซึ่งฉันเคราะห์ร้าย  มาเจออุบัติเหตุก่อน
หมอไม่ให้ไปเที่ยว  เพราะไม่ใช่กระทบ
เฉพาะกระดูกข้อเท้าหักเท่านั้น  กระดูดไขสันหลังก็ยุบ ซึ่งไม่สามารถนั่ง
เครื่องบินนาน ๆ ได้ และคิดว่าจะเป็นภาระ
กับคนอื่นด้วย  ทั้ง ๆ ที่อ้อย  เตี้ย ลูกศิษย์ที่ชวนไป ก็บอกว่าจะดูแลฉัน
เป็นอย่างดี  แต่ฉันก็ต้องเชื่อหมอ
รุ่งขับรถไปถึงสถานที่ที่ทำวีซ่า และเอาเอกสารขึ้นไปรับวีซ่าให้ฉัน  ซึ่ง
ฉันได้เซ็นมอบฉันทะให้แล้ว ส่วนฉันรออยู่ในรถ

วันที่ 26 ก.ย.  หมอกิตติพงษ์ ให้ไปตรวจมวลกระดูก แต่ไม่ได้พบหมอ 
ก๋วยมารับประมาณ 7.00 น.เช้า 
หาที่จอดรถลำบากมาก  เจ้าหน้าที่ของ ร.พ. ก็มาช่วยเข็นเราไปส่ง
ที่เคาน์เตอร์  เพื่อยื่นบัตร  แล้วเขาก็ต้องไป
ฉันต้องเดินกระแต๊ก ๆ ไป ยื่นบัตร  ตรวจสิทธิ์  ปรากฏว่า ได้รับสิทธิ์
จ่ายตรงแล้ว  วันนี้เลยไม่ต้องจ่ายเงินก่อน 
ต้องกระแต๊ก ๆ ไปขึ้นลิฟต์  ขึ้น ชั้น 3  เพื่อไปเข้าห้องตรวจมวลกระดูก
ซึ่งรอไม่นาน  เสร็จแล้ว หมอที่ตรวจมวลกระดูก
บอกว่า  ให้ลงลีฟต์แล้วบอกเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์  เรียกเจ้าหน้าที่เข็น
รถมาเข็นฉัน เพื่อไปรอก๋วยเอารถมารับ
เฮ้อ ! ป่วยที  ลำบากมาก เดือดร้อนลูกศิษย์  เกรงใจเขาเหลือเกิน  ต้อง
ขอบใจพวกลูกศิษย์จริง ๆ ที่มีน้ำใจกับฉัน
วันนี้ไม่ต้องพบหมอ  ไปพบเอาวันจันทร์ที่  2  ต.ค. 

วันที่ 28  กิตติพันธ์ แวะมาเยี่ยมฉันอีกครั้ง  ตอนกลางคืน เพื่อมาปรึกษา
เรื่องการจัดงาน ธาตุทองคืนถิ่น  และแวะซื้อ
ข้าวต้มปลามาฝาก 1ถุง ด้วย 


ไม่ได้ฝากมะม่วงหรอกนะ ห้าห้า  เอารูปเขามาให้เห็นหน้าประกอบ 
เท่านั้น  เขาขายปุ๋ยไทยกตัญญูให้เกษตรกร 
รูปนี้คงไปเยี่ยมเกษตรกร  เลยโชว์ผลงานที่ได้ผลมะม่วงที่ผลใหญ่อัน
เนื่องจากได้ใส่ปุ๋ยของเขา  นั่นเอง 
 วันนี้  ป้อม  น้องสาวของฮ้ง ก็ซื้อปีกเป็ด  ไส้เป็ด ที่ฉันชอบทานมาฝาก



วันที่ 29  ก.ย  เช้าวันนี้  แว่นทำกับข้าวมาเยี่ยมฉันอีกครั้ง  บ้านเขาอยู่
แถวบ่อนไก่ ไม่ไกลจากบ้านฉันนัก ขอบใจแว่นมาก 


แว่นทำแกงส้ม มาฝาก ซื้อปลากรอบมาให้อีก 2 ถุง หุงข้าวมาเผื่ออีก

ช่วงเย็น  เพ็ญ  ซึ่งทำงานอยู่แถวบ้านฉัน  ก็แวะมาเยี่ยมฉันอีกรอบ 
พร้อมกับซื้อผัดไทยเจ้าอร่อย และเฉาก๊วยมาฝากด้วย



ผัดไทยเจ้านี้อร่อยและมากด้วย ต้องทานสองมื้อ จึงหมด ค่ะ 

วันที่ 30  วันสุดท้ายของเดือน กันยา 
ก็เป็นลูกศิษย์อีกรุ่น คือ รุ่น ปี 2547  มาเยี่ยมฉันในตอนเย็น  คือ นุ้ย 
นภาลัย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ประจำชั้น ุ6/3 กับปัทมา
6/5 ทั้งคู่ ตอนเรียนก็สนิทกับฉันมากพอสมควร ค่ะ 





ของเยี่ยม ของบำรุงคนป่วย  ไม่อ้วนให้มันรู้ไป  ห้าห้า  
วันนี้ยังมีลูกศิษย์ ม.ศ. 5 รุ่นสุดท้าย คือ  สมยศ มาเยี่ยมพร้อมกับแดง
เพื่อนคู่หูของเขาด้วย ค่ะ 



สมยศกับแดง เพื่อนคู่หู มาเยี่ยม ค่ะ 

มาถึงเดือน  ตุลาคม  เดือน ที่ 10  ของปีแล้ว ค่ะ  
เริ่ม วันที่ 1  ต.ค.  รุ่นธาตุทอง 2 ส  ได้จัดการพบปะสังสรรค์กัน และ
หนึ่ง มารับฉันไปร่วมงานทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถอดเฝือก
แต่อาการก็ดีขึ้นเยอะ  ใส่ถุงพลาสติค กันเฝือกสกปรกเวลาเดินเข้าร้าน
เท่านั้นเอง อิอิ อยู่บ้านก็เซ็งมาก ๆ 
มีลูกศิษย์มารับไป  มีหรือจะไม่ไป  อยู่บ้าน นั่ง ๆ นอน ๆ เดินไปไหน ก็
ไม่ได้  น่าเบื่อจะตาย  มาชมภาพสนุกสนานของพวกเขา
ฉันได้เขียนเรื่องราวของพวกเขาไว้ในบล็อก ตามนี้แล้วค่ะ 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=05-10-2017&group=5&gblog=53










ร้องเพลงสนุกสนาน 




ฉันก็นำรูปส่วนหนึ่งของงานมาให้ชม ค่ะ  

วันที่ 2  ต.ค. ก๋วยก็มารับฉันไปหาหมอกิตติพงษ์ตามนัดอีกครั้งหนึ่ง 
ต้องรบกวน คุณเปี๊ยกช่วยนำบัตรคิวให้
ฉันก็ไปเอ๊กซเรย์เท้าก่อนไปพบหมอ  ก๋วยก็หาที่จอดรถ  เจ้าหน้าที่ก็เข็น
ฉันไปเหมือนทุกครั้ง 
เมื่อได้พบหมอแล้ว  ถามหมอว่า  ขอถอดเฝือกได้แล้วหรือยัง  หมอดู
ฟิล์มที่เอ๊กซเรย์แล้ว บอกว่า กระดูกที่หักเชื่อมติดกันแล้ว
แต่ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นัก ก็พอถอดได้
แต่ห้ามเดินเยอะก็แล้วกัน  เฮ้อ! โล่งอกไป  ไม่ต้องทนทรมานอยู่ใน
เฝือก  มันเริ่มมีอาการคันมากขึ้น 
เวลาอาบน้ำก็ทรมาน  ต้องหาถุงพลาสติค สวมเท้า  กันน้ำเข้าเฝือก เดิน
ก็ลำบาก  ได้ถอดเฝือกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ 

วันที่ 4 ต.ค.  มานพแวะมาเยี่ยมฉัน และนำเงินมาชำระค่าโต๊ะจีนงาน
ธาตุทองคืนถิ่นด้วย ค่ะ 


นำสลัดผักฝีมือ ศิษย์สะใภ้ทำขายมาให้ฉันด้วย 2 ถุง ขอบใจนะได้ลด
ความอ้วนบ้างแล้วเนาะ  
 วันที่ 5  ต.ค.  น้องริน  แวะมาเยี่ยม  น้องรินเป็นเพื่อนที่เคยไปเที่ยว
ด้วยกัน ที่ไต้หวัน ซึ่ง ผอ.นพ เป็นคนจัด 
เขาอุดหนุนหนังสือ ฉันไปอ่าน และชอบฉันที่เป็นคนเข้มแข็ง  อดทน
กล้าตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ 
เลยอยากเป็นอย่างฉัน  ฉันคิดว่า  มันก็เป็นเรื่องธรรมดา  เรามักชอบใน
สิ่งที่เราไม่มี  เราเลยสนิทสนมกัน
ฉันกลายเป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำแก่เขา  ยามที่เขามีปัญหาทาง
ครอบครัว  เขามักจะโทรมา ฉันก็ให้
คำแนะนำไปเท่าที่จะทำได้  โดยให้เหตุผลและวิธีการลองทำดู  เขา
ก็นำไปใช้  บอกว่า เขารู้สึกสบายใจดีขึ้น ฉันก็ดีใจด้วย 




ของเยี่ยมของ น้องริน  ค่ะ 

6 ต.ค.  เช้านี้  เจนโทรมาหาแต่เช้า  ที่แท้  เขามาธุระแถวทองหล่อ
เลยมีโอกาสได้แวะมาเยี่ยมฉันด้วย 


เจนรู้ใจ  ซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากด้วย ค่ะ  

วันที่ 7 ต.ค.  อุ้ยและอ้น สองศรีพี่น้อง ได้มาเยี่ยมฉันที่บ้าน  อุ้ยเป็น
ลูกศิษย์ประจำชั้น ห้องเดียวกับ เอ 
สนิทสนมกับฉันมากพอสมควร  ได้พึ่งพาอาศัยเขาเวลามีปัญหากรอก
ใบขอวีซ่า ภาษาอังกฤษ  อิอิ 







ของเยี่ยม ของบำรุงของอุ้ยและอ้น  ค่ะ 

วันที่ 8  ต.ค. วิเชียร  ซึ่งไปเที่ยวที่ออสเตรเลีย ได้เจอ มณเทียร  
มณเทียรได้ฝากน้ำมันปลามาฝากฉันด้วย
และคงฝากของไปให้ นิสากับวิโรจน์ด้วย  เลยไปหานิสา  นิสาเลยฝาก
ตะกร้าสวย ๆ มาให้ฉัน  1 ใบด้วย ขอบใจทั้งสองคน ค่ะ 



สไตล์หลาย ๆ แบบของกระเป๋าที่ร้านของ นิสา  ค่ะ 


น้ำมันปลาจากออสเตรเลีย

วันที่9  ต.ค. ช่วงเย็น เลิกงานแล้ว   ฝนแวะมาเยี่ยม  หอบหมูหยอง
และหมูแผ่นมาฝากด้วย คงกลัวฉันไม่มีอะไรกิน อิอิ


เย็นนี้ พี่โต โทรมาหาฉันตอนเย็น  เพื่อถามสารทุกข์สุกดิบด้วย พอ
ทราบว่า ฉันประสบอุบัติเหตุ ก็แสดงความห่วงใย
ฉันก็ขอบคุณในความห่วงใยของพี่โต เป็นอย่างมาก  แกก็คงเหงา อยู่
ตัวคนเดียวกับน้องสะใภ้ ซึ่งก็อายุมากด้วยกัน  เฮ้อ!
วิถีชีวิตของคนเราไม่มีอะไรแน่นอนเลย  จากครอบครัวที่ใหญ่มาก ๆ 
แต่แล้วต่างคนต่างก็แยกครอบครัวกันไป 
แม้แต่หลานชาย (บอล) ลูกพี่ใหญ่ ที่พี่โตเลี้ยงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
ก็แยกตัวออกไปซื้อบ้านอยู่ที่
เชียงใหม่ มาทำงานที่เด่นชัยในช่วงกลางวัน
พอเย็นก็กลับเชียงใหม่  บ้านที่เด่นชัยเลยเหลือแต่คนแก่อายุแปดสิบ
กว่าแล้ว อยู่กันสองคน อะไร ๆ ก็ไม่เที่ยงแท้เนาะ 

วันที่ 11 ต.ค.  ประมาณน่าจะใกล้เที่ยง  มีเรื่องประหลาดใจเกิดขึ้น จู่ ๆ 
นายกสมาคมฯสุเทพ ถือกระเช้าผลไม้
ลงจากรถ (ฉันกำลังคุยกับเหมียวอยู่หน้าบ้าน)   มาพร้อม หนุ่ม และ
พี่หน่อย เดินมาหาฉัน ป่วยอยู่นานเป็นเดือน
รู้อยู่เป็นเดือน ไม่ยักมาเยี่ยม  สงสัยเพิ่งนึกออก หรือได้ยินแว่ว ๆ มาว่า
ฉันบ่นเอา หรือไงไม่ทราบเรื่องมันเรื่องของน้ำใจ
ฉันอดปากไม่อยู่  เหน็บไปว่า  ไม่ต้องมาเยี่ยมแล้ว  นิ้วที่หัก หลังที่ยุบ
หายดีแล้ว ไม่ต้องมาเยี่ยมหรอก 
นายกสุเทพ ได้แต่หัวเราะแหะ แหะ แก้เขินว่า   มาช้าดีกว่าไม่มา อิอิ




วันที่12  ต.ค.  เช้านี้  พี่โตก็โทรหาฉันแต่เช้า อีกครั้ง  เพื่อถามอาการ
เจ็บป่วยของฉันอีกครั้งหนึ่ง ฉันก็ได้แต่
ขอบคุณ  บอกไม่ต้องเป็นห่วง  ถึงจะอยู่ตัวคนเดียว  อาหารการกินก็ไม่
ได้ขาดแคลนยามเจ็บป่วย มีเพื่อนบ้าน
ที่ดี  มีลูกศิษย์หลาย ๆ รุ่น ให้ความเป็นห่วงเสมอ  คุยกันไม่นาน แกก็
ขอตัวไปทำกิจการงานการค้าของแกต่อ 

ช่วงบ่าย ๆ พี่เจ๋ จะไปเรียนร้องเพลงแถวบ่อนไก่  เขากับลุงสมเลยแวะ
มาเยี่ยมฉันที่บ้าน ค่ะ 


พี่เจ๋กับลุงสมมาเยี่ยม ฝากลำไยกระป๋องด้วยค่ะ 

ที่จริง  วันนี้ ถึงวันที่ 26  จะเป็นช่วงที่ฉันต้องไปเที่ยวที่ไอซแลนด์ กับ
คณะของหมอเตี้ยและอ้อย  
แต่น่าเสียดาย ฉันประสบอุบัติเหตุ ทำให้อดไปด้วย  ตั๋วเครื่องบินที่
จองไปแล้ว เสียเงินไปสามหมื่นกว่าบาท 
หญิง ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ไปด้วย  ก็พยายามหาเพื่อนเขาไปแทนฉัน 
เพราะว่า ถ้าเหลือ 9 คน ตัวหารเฉลี่ยก็ต้องเพิ่มขึ้น  
ฉันก็โชคร้ายเหมือนเดิม  เพราะคนที่หญิงหาไปแทนฉัน  ไร้น้ำใจด้วย
เขาถือคำพูดของหญิงที่ว่า  "เธอจะให้ค่าตั๋วอาจารย์
เท่าไหร่ก็ได้  เขาคงถือเอาคำพูดเช่นนี้  ก่อนไปก็ยังไม่จ่ายฉันสักแดง
จนหญิงกลัวใจ  จึงหักเงินไว้ 5000 บาท 
ที่เขาฝากแลกเงินยูโรหนึ่งหมื่น  หญิงหักไว้  ห้าพันก่อนออกเดินทาง
หลังจากกลับจากเที่ยว เขาก็ยังเงียบ ๆ 
เป็นคนชอบกลมาก  หญิงเอง ก็ร้อนใจ  ได้ลายน์ไปถาม ว่าจะให้ค่าตั๋ว
เครื่องบินอาจารย์อีกเท่าไหร่ 
เขาก็อ่านแล้ว ไม่ได้ตอบ โทรศัพท์ไปก็ไม่รับ  จนครั้งสุดท้าย คงทน
การตามของหญิงไม่ไหว
เลยตอบมาว่า  ให้อีก 3000 บาท  รวมที่หญิงหักเอาไว้ ก็คือ ค่าตั๋ว
สามหมื่นห้ากว่าของฉัน  เขาให้ฉันเพียง 8000 บาท
เล่าให้ใครฟัง  ใครก็บอกว่า น่าจะปล่อยตั๋วทิ้งไปเลยยังจะดีกว่า ให้คน
ประเภทนี้ไปเที่ยวถูกมาก ๆ ขนาดนั้น
เอาเถอะ ถือว่า เป็นคราวเคราะห์ของฉันเอง  หรือ ชาติที่แล้ว เราอาจจะ
ให้ค่าตั๋วแก่เขาเท่านั้น ชาตินี้เลยต้องใช้คืนเขา
ครั้งแรก ฉันยังคิดว่า  เขาน่าจะให้ค่าตั๋วฉันสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี  แต่ใจคน
ยากแท้หยั่งถึง จริง ๆ  

วันที่ 13  ต.ค.  เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน  พ่อหลวงของเรา ได้เสด็จสู่
สวรรคาลัยครบ 1 ปีในวันนี้แล้ว เฮ้อ!  
จำได้ว่า ปีที่แล้วของวันนี้  ฉันกับเพื่อน ๆ อีก 5 คน ไปเที่ยวอยู่ที่
ซินเกียง คานาสือ  ได้ข่าว ทุกคนเศร้าโศก เที่ยวไม่สนุกเลย

วันนี้ กลุ่ม ห้อง 6/2 ลูกศิษย์ประจำชั้น  ปี 29  มีเพ็ญ  แอน และ ภา มา
เยี่ยมฉันที่บ้าน  รุ่นนี้ฉันสนิทมากรุ่นหนึ่ง







ของเยี่ยมของลูกศิษย์ทั้ง 3  คน ค่ะ 

คืนวันที่ 13  ต.ค. ฝนตกหนักมาก ฉันไม่่คิดเลยว่า  ตกแค่คืนเดียว ฉัน
จะเคราะห์ร้ายหนักหนาอีกครั้ง  เฮ้อ!  

เช้าวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่ หนึ่ง นัดจะมารับฉันไปเที่ยวกลางดง
จังหวัด ลพบุรี  จะมารับประมาณ 6 โมงเช้า 
ฉันตื่นตั้งแต่ ตี 4  อาบน้ำเสร็จ  เตรียมลงมาชั้นล่าง  มาถึงบันไดก่อน
ลงไปชั้นล่าง  ฉันก็แทบช็อค 
เพราะในบ้านน้ำท่วม  ข้าวของลอยตุ๊บป่อง ๆ เต็มบ้านไปหมด โอย! 
ฉันหมดแรง  นั่งลงตรงบันได
แต่ในที่สุด  ก็ต้องปลงตก  ยอมรับในความเคราะห์ร้ายครั้งนี้  เริ่มลงมือ
วิดน้ำออกจากบ้านเข้าครัวไป  
โทรหา ประไพ  แม่บ้านที่เคยจ้างมาทำความสะอาด  เขาก็มาช่วยไม่ได้
เพราะบ้านที่เขาเช่า ซึ่งอยู่ซอยสอง 
ก็ท่วมไม่แพ้บ้านฉัน  เขาก็ต้องช่วยทำบ้านนั้น  ฉันนั่งวิดไปด้วยความ
เหนื่อย  ปวดหลังที่ยังไม่หายเหลือเกิน 
หนึ่ง มาตามเวลานัด  เขามาพร้อมกับลูกศิษย์ที่เคยไปเที่ยว ปิล็อก
สองคน คงตกใจที่เห็นบ้านฉันมีน้ำท่วมถึงหัวเข่าฉัน
ข้าวของเสียหายมากมาย  หนังสือที่ตู้ชั้นล่าง  ถูกท่วมเสียหายหมด 
เสียดายหนังสือมาก ๆ เลย  
ของกิน น้ำผลไม้หลายกล่องและนมสด  จมอยู่ในน้ำ ข้าวสารที่น้องสะใภ้
นำมาให้ น่าจะหลายกิโล  ยังไม่ได้กินเลย
ก็เสียหาย ชื้นไปหมด   หนึ่งกับลูกศิษย์ของเขาช่วยวิดได้สักพัก เห็นท่าจะไม่ไหวแล้ว  เลยบอกว่า ปิดบ้านไว้เลย
กลับจากกลางดง ค่อยไปซื้อเครื่องไดร์โว่มาดูดน้ำออกจากบ้าน บ้าน
ฉันกั้นสูงทั้งด้านหน้าบ้านและหลังบ้าน 
น้ำจึงไม่สามารถไหลออกไปเองได้  เฮ้อ !  หนึ่ง ให้เหตุผลว่า  ถึงฉัน
อยู่บ้านก็คงยังไม่มีใครมาช่วยฉันได้
เพราะเกือบทุกบ้านท่วมกันหมด  ท่วมมาก ท่วมน้อยเท่านั้น  ฉันก็เห็น
ด้วย  เลยตัดสินใจไปเที่ยวกลางดงกับพวกเขา 
เพื่อผ่อนคลายความเครียด ดีกว่า  
เรื่องเที่ยวกลางดง  ฉันได้เขียนไว้ในบล็อกแก๊งแล้ว ตามลิ้งค์นี้ค่ะ 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=08-11-2017&group=2&gblog=86

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=12-11-2017&group=2&gblog=87

ใครสนใจไปเที่ยวกลางดง ก็ติดตามอ่านกันได้ ค่ะ  สำหรับบล็อกนี้
ฉันก็นำภาพของงานนี้มาเป็นน้ำจิ้มให้ชมเล็กน้อย ค่ะ 
















พวกเรายังคงไว้ทุกข์ ถวายพ่อหลวงของเราค่ะ  ไปเที่ยว เราก็ยังคง
ใส่เสื้อดำ หรือ เฉดดำ อยู่

วันที่ 15  ต.ค. วันนี้เที่ยวตามรายทางและกลับกรุงเทพฯ รถค่อนข้างติด
หนึ่งขับรถเร็วมาก เพื่อให้ทันซื้อเครื่อง
สูบน้ำไดร์โว่ ที่โฮมโปร สาขาที่จะปิด 4 ทุ่ม  ไปถึงที่สาขานี้  อีก 15 
นาที ก็จะ 4 ทุ่มแล้ว ต้องให้พนักงาน
พาไปล็อคที่ขายเครื่องสูบน้ำโดยตรง  นอกจาก ซื้อเครื่องสูบน้ำแล้ว
ยังต้องซื้อสายยาง  รองเท้าบู๊ท (ซึ่งไม่่ได้ใส่เลย)
เสียเงินไป สี่พันบาทเห็นจะได้ รูดบัตรไปตามระเบียบ   กลับถึงบ้าน 
หนึ่งช่วยต่อเครื่องสูบน้ำให้ฉัน
แล้วก็ต้องรีบกลับ  เพราะพรุ่งนี้ทุกคนต้องทำงานและเขายังต้องไปส่ง
เก๋ที่หอพักของเก๋ อีก 
ฉันใช้เวลาสูบถึงชั่วโมงกว่า  จะเที่ยงคืนแล้ว  น้ำก็ยังไม่หมด  เข้าบ้าน
ก็ลำบาก  เพราะมืดไม่ได้เปืดไฟ 
เล็ก น้องของฮ้ง  ขอให้ไปนอนที่บ้านเขาก่อน (บ้านติดกัน) แล้วรุ่งขึ้น
ค่อยสูบน้ำต่อ  เฮ้อ! คงต้องเป็นอย่างนั้น

วันที่  16  ต.ค. รุ่งเช้า  ฉันตื่นประมาณ 6 โมงเช้า  อาบน้ำในบ้านเล็ก
แล้วก็ลงมาข้างล่าง  เปิดประตูบ้านฉัน
เริ่มนำเครื่องสูบน้ำมาสูบต่อ  พอดีเพชร แฟนเหมียวบอกว่า  สายยางที่
ซื้อมาสั้นเกินไป  ดูดไม่ถึงด้านในของบ้าน
เลยต้องให้เงินเขาไปซื้อสายยางใหม่    เขาซื้อมาในราคาแพงกว่าที่
เมื่อคืนซื้อที่โฮมโปร และซื้อไม้ถูมา
อีก 1 อัน  หมดไปแล้ว  1000 บาท  พอดี พิเชฐ มาส่งหนังสือพิมพ์
ที่บ้านฉัน  เลยได้แรงช่วยวิดน้ำอีกคน
มีเพชรและเชฐ สองคน   อีกคนไล่น้ำ อีกคนตักน้ำใส่ถังออกไปเท เพราะ
น้ำที่ติดพื้น ไม่สามารถใช้เครื่องดูดแล้ว  
แต่ความสกปรกด้วยโคลนเต็มพื้นบ้าน  ต้องจ้างคนมาช่วยขนหนังสือที่
เปียก ข้าวของที่เสียหาย 
เพชรกับเหมียวแนะนำคนเก็บขยะ ที่เคยจ้างเขามาเก็บขยะที่บ้านเขา
และทำความสะอาดตอนย้ายบ้าน 

เขาเรียกคนละ 500 บาท  มา 3 คน เอาคนแก่มา 1 คน ทำอะไรก็ไม่ได้
เดินไปเดินมา  อีก 2 คนผู้หญิง ก็ทำงานไม่ได้เรื่อง
เพชรต้องมาช่วยกำกับให้ยกของออกไปนอกบ้านก่อน  ขนหนังสือ จาก
ตู้หนังสือ ชั้นสองออกไปด้วย
เพื่อให้ชั้นล่างซึ่งถูกน้ำท่วมแล้วพองตัวเอาออกยาก  เพชรมาช่วยแงะ
นานมากกว่าจะออกได้ 
ส่วน 3 คนที่จ้างมา  ได้แต่วิดโคลนใส่ถังหิ้วไปทิ้ง แล้วฉีดล้างด้วยน้ำ
เปล่าอีก เรียกง่าย ๆ คือ  เอาโคลนออกจากพื้น
ตามผนังที่เป็นคาบน้ำเลอะ ๆ เขาก็ไม่เช็ดให้  แม้แต่เฟอร์นิเจอร์  โต๊ะ
เก้าอี้ ที่ขนออกไปนอกบ้าน ก็ไม่เช็ค 
น้ำที่อยู่ตามร่องประตูเหล็กหน้าบ้าน  ก็ไม่ยอมเอาผ้าซับออกจากร่อง
รางน้ำ  ฉันเรียกมาบอกว่า  ทำไม่ซับออกล่ะ 
เขาตอบว่า  เขาทำความสะอาดอย่างเดียว  ไม่ใช่อาชีพแม่บ้าน  
แล้งน้ำใจมาก ๆ ทำงานตอน 11 โมงกว่า บ่ายสามโมง 
ก็ไม่อยากทำแล้วบอกว่า หมดเวลารับจ้าง  ก็สมควรแล้วที่ต้องมีอาชีพ
เก็บขยะไปตลอดชีวิต  ดีแต่ขอโน่นขอนี่ ฉัน
ก็ให้ร่มไป 2 คัน ถ้ารู้ว่านิสัยแย่แบบนี้  ก็ไม่ให้แน่นอน  1500 แค่ถูกพื้น
อย่างเดียวหรือนี่  โหดมากไปหน่อย
เหมียวซึ่งเป็นคนแนะนำมา  ส่ายหัว ไม่นึกว่าจะเจอปัญหาเช่นนี้  เหมียว
มาช่วยซักผ้า ช่วยล้างเฟอร์นิเจอร์  
พวกที่รับจ้างนั่งมองคนที่จ้างทำงาน  รอที่จะรับเงิน 1500 บาท เหมียว
บอก  ยังไม่ต้องให้พวกมัน  ไว้พวกเรา
ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอ เก้าอี้ โต๊ะ เสร็จแล้ว  ให้มันมายกเข้าบ้านก่อน
แล้วค่อยให้เงิน  ให้มันรออยู่อย่างนั้นแหละ 
ฉันกับเหมียวก็ช่วยกันล้าง ทำความสะอาด  เช็ดแห้ง แล้วเรียกให้มายก
เข้าบ้าน  คงจะรู้ว่า  ถ้าไม่ยก เราจะไม่ให้เงิน
เลยลุกขึ้นมาช่วยกันยก 2 คน  ยกเสร็จ  ฉันจึงจ่ายเงินให้ไป 1500 บาท
หมดเวรหมดกรรมกันไป ไม่ต้องมารับจ้างอีกเลย

วันที่ 20-29  ต.ค. เป็นเทศกาลกินเจ  ปีนี้  ฉันสั่งให้น้องสะใภ้ หากับข้าว
มาให้ฉันทานระหว่างกินเจ 
เพราะสภาพเท้า ยังไม่ดีนัก ไม่อยากเดินไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าวเจมา
น้องสะใภ้ ก็จัดการหากับข้าว (เขาขายอยู่แล้ว) 
มาให้ 3-4 อย่าง ถุงใหญ่  ฉันเลยไม่ต้องไปหาซื้อเอง 

วันที่ 21-23  ต.ค. พิเชฐ  มาช่วยต่อชั้นเหล็ก  ชั้นตั้งโทรทัศน์ชั้นล่าง
ซึ่งถูกน้ำท่วมพังไปแล้ว  ซื้อของไปอีก
สามพันกว่าบาท  ฉันให้ค่าแรงเขาไป 1000  บาท  เขาไม่ได้เรียกค่าแรง
พอให้ไป เขาว่าไม่ต้องให้มากเท่านี้
ก็ได้  แต่ฉันก็เต็มใจให้เขา  เพราะเขามีน้ำใจมาช่วยฉันอย่างเต็มที่ ยัง
ช่วยวิดน้ำใต้บันได  ซึ่งพวกที่จ้างมา
ไม่ได้ทำความสะอาดเลย  เรียกว่า ทำงานชุ่ยมาก ๆ 

วันที่ 21  ต.ค.  ช่วงเย็น  ทิพย์ (เกล์)  ได้สั่งอาหารเจ จาก เอสแอนด์พี
ให้พนักงานเขานำมาส่งให้ฉันที่บ้าน  ขอบใจมากนะทิพย์



ทิพย์ ส่งอาหารเจ มาให้ ค่ะ 

วันที่ 26  ต.ค. 60  ถือว่า เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยวันหนึ่ง
ที่ต้องจารึกไว้ในใจของประชาชนชาวไทย
ทั่วประเทศ  เพราะเป็นวันที่จะมีพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ฯ 
พ่อหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย   ทุกจังหวัด ทุกวัด จะมี
การตกแต่งสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวก
ให้ประชาชนผู้จงรักภักดี ได้มีโอกาสไปถวายพระเพลิงพระบรมศพ
พระองค์ท่านด้วย 
ฉันอยู่ใกล้วัดธาตุทอง  ได้นัดกับเหมียว ออกจากบ้านแต่เช้า ประมาณ
8  โมงเช้า  เพราะจะเริ่มพิธีพร้อมกันทั่วประเทศ
ในช่วงเช้า 9.00 น.  ช่วงบ่ายโมงถึงบ่าย 4 โมง อีกช่วง และช่วง
สุดท้าย คือ ช่วงทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงเวลา
ที่มีการถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง ๆ ที่ท้องสนามหลวง  ซึ่งได้สร้าง
พระเมรุมาศอย่างสวยงามสมพระเกียรติเป็นอย่างยิ่ง 

ฉันกับเหมียวไปถึงวัดธาตุทอง  โห! มีประชาชนมาก่อนเรามากมายแล้ว
เราไปลงชื่อ รับน้ำ ขนม แล้วไปนั่งคอย
ที่เต็นท์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดไว้ให้  มีคนมานั่งรอ 2-3 เต็นท์ เต็มแล้ว
กำลังรอที่จะเดินเข้าไปนั่งรอในศาลา
เพื่อจะรอเวลาที่จะได้เข้าไปทำพิธีถวายดอกไม้จันทน์หน้าพระบรมรูป
ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยราชการ
ที่รับผิดชอบมาสาธิตก่อนที่จะถึงเวลาถวายจริง ๆ  เราต้องรออยู่ในศาลาที่ 7 นานเป็นชั่วโมง  เมื่อถึงเวลา 9.00 น. 
ก็จะเรียกคนจาก ศาลาที่ 1 เพื่อทำพิธีถวายดอกไม้จันทน์ก่อนทีละศาลา
กว่าจะถึงศาลาเราก็ประมาณ 10.00 น.น่าจะได้ ค่ะ 
นั่งรอในเต๊นท์ 


เตรียมเข้าทำพิธีถวายดอกไม้จันทน์

หลังจากพิธีถวายดอกไม้จันทน์เสร็จ มีแจกของชำร่วยด้วย ค่ะ 


ของชำร่วยเป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพ่อหลวง ค่ะ 

หลังจากนั้น ทางวัดยังมีการตั้งโรงทานด้วยค่ะ ให้ผู้ที่มาถวายดอกไม้
จันทน์ทานด้วย  มีทั้งอาหารเจ คือ ก๋วยจับเจ
มีผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะม่วง  สับปะรด  หมูปิ้ง ข้าวเหนียว เป็นต้น  ฉัน
ทานก๋วยจับเจ 1 ชาม และรับผลไม้ 
มีฝรั่ง กับ สับปะรด  ส่วนเหมียว เอาแต่ผลไม้ 2-3 อย่าง ไม่ทานก๋วยจับ
อิ่มแล้วก็เดินออกมาจากวัด มาถึงปากทาง
หน้าวัด  โห! คนเข้าแถวยาวมาก ๆ เพื่อรอเข้าถวายดอกไม้จันทน์ ได้
ยินว่า ทางฝั่งเอกมัย ยาวไปถึง บิ๊กซี เอกมัย
ส่วนอีกด้านหนึ่งเข้าแถวยาวไปถึงพระโขนง  โชคดีที่เรามาแต่เช้า
ไม่งั้น ต้องยืนเข้าแถวขาแข็งแน่นอน 
เราขึ้นรถไฟฟ้า เจอดลพร และลูกศิษย์อีกคน  เจอ อาสาสมัครมาถ่ายรูป
ให้ประชาชนด้วย  เขาเลยถ่ายรูปให้พวกเรา


ถ่ายรูปกับดลพรและลูกศิษย์  


เหมียว ด้านขวามือ  คือจุ๊บ จิตอาสามาช่วยถ่ายรูปให้ประชนที่ไม่มีกล้อง
แล้วส่งไปให้ด้วยนะ น่ารักมาก 

ฉันได้บันทึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญครั้งนี้ไว้ในบล็อกแก๊งค่ะ ถ้าสนใจหา
อ่านได้ตามลิ้งค์นี้ ค่ะ 

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=27-10-2017&group=5&gblog=54

เหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งเดือน กันยายนและตุลาคม ของปีนี้  มีเรื่องทุกข์
ใจ ทุกข์กาย ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ
ทั้งเรื่องของน้ำท่วมบ้าน  ข้าวของเสียหาย  เสียเงินค่าตั๋วเครื่องบิน
ไม่ได้ไปเที่ยวประเทศไอซแลนด์ ดูแสงเหนือ 
แต่ในความทุกข์เหล่านี้  ฉันก็ได้เห็นและซาบซึ้งในน้ำใจของลูกศิษย์
แต่ละคน แต่ละรุ่น และเพื่อน ๆ บางคน 
ที่แสดงความห่วงใย อาทรต่อความเจ็บป่วยของฉันในครั้งนี้  ต้องขอ
ขอบใจอย่างมาก ๆ เลย ค่ะ  






Create Date : 25 มิถุนายน 2561
Last Update : 8 กรกฎาคม 2561 20:57:59 น.
Counter : 492 Pageviews.

26 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณmambymam, คุณกะว่าก๋า, คุณkae+aoe, คุณNior Heavens Five, คุณสองแผ่นดิน, คุณชีริว, คุณเกศสุริยง

  
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ ถึงขั้นบาดเจ็บกระดูกหักเลย แต่เพราะแบบนี้ก็ทำให้เราได้เห็นถึงมิตรภาพนะครับ

ชามแก้วแบบในรูป เมื่อก่อนบ้านผมมี แต่ตอนนี้หายไปแล้ว น่าจะแตกหมดแล้ว

น้ำท่วมนี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ ข้าวของเสียหาย เสียเวลาทำความสะอาดด้วย คนที่จ้างมามันไม่ได้เรื่องจริงๆ น่ะแหละ


ปีที่แล้วเจอเรื่องราวมากมายเลยจริงๆ ครับ เรื่องร้ายๆ ผ่านไปแล้วคิดซะว่าฟาดเคราะห์ก็แล้วกันครับ พวกเคราะห์ร้ายมักจะมาติดๆ กันด้วย
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:0:28:10 น.
  
อ่านเรื่องราวของอาจารย์
แล้วผมก็นึกถึงคำว่า

ในดีมีร้าย
ในร้ายมีดี

ทุกอย่างเกิดขึ้นได้จริงๆ
และคงมีเหตุผลที่มาที่ไป
อ่านบันทึกของอาจารย์
แล้วทำให้รู้สึกว่า
อะไรก็เกิดขึ้นได้ในชีวิตของเราจริงๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:15:05:50 น.
  
โอ๊ย อาจารย์คะ
ของฝากตั้งขนาดนั้นกินหมดรึเปล่าคะนั่น
ทำไมไม่ยักอ้วนขึ้นล่ะคะ
ดูยังไงก็ยังหุ่นเท่าเก่า

พออ่านเรื่องราวเป็นปีๆ รู้สึกว่ามันหลากหลายมากเลย
ขอบคุณคุณลูกศิษย์ทั้งหลายที่ช่วยกันดูแลอาจารย์อย่างดีค่ะ

อาจารย์อยู่ตัวคนเดียว
สมควรแล้วที่เขาจะเป็นห่วงกัน
โดย: เพรางาย วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:17:36:40 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

คุณแดนอรัญเวลาสัมภาษณ์
พูดตรงมากครับ
แบบขวานผ่าซากเลย 555
เลยเกิดปัญหาขึ้นอยู่เหมือนกัน
แต่เมืองนอกนั้น
ยอมรับฝีไม้ลายมือในการเขียนของเขามากๆเลยครับ
รัฐบาลฝรั่งเศสมอบเครื่องราชฯให้ด้วย
แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในเมืองไทย

ผมตามอ่านงานของเขาเกือบทุกเล่มครับ
ชอบสำนวน ภาษา ความกล้าในการเขียน
เดี๋ยวผมจะมีรีวิวหนังสือของคุณแดนอรัญหลายเล่มเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:22:54:17 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โหวตครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:20:41 น.
  
กระดูกสันหลังยุบถึงสองท่อน หนักเอาการเลยนะคะ
ของหนูก็ยุบค่ะ แต่ท่อนเดียว เจ็บปวดทรมามาก ตอนนั้นเจออุบัติเหตุค่ะ
ต้องผ่าตัดดามเหล็กอยุ่หลายปีเลย
อ่านที่ครูเล่าตอนเข้าไปสแกนในเครื่องเอ็มอาร์ไอ แล้วรู้สึกกลัวค่ะ
มีแต่คนบอกว่าเจ้าเครื่องนี้เสียงดัง ชวนหลอน
ชื่นชมลูกศิษย์ครูมากๆค่ะ พวกเค้ามีน้ำใจ มีความกตัญญูจริงๆ
ทั้งมาเยี่ยม ทั้งของฝาก เยอะไปหมด
เริ่องน้ำท่วม เป็นอะไรที่ลำบากสุดๆ ข้าวของเสียหาย
น้ำลดแล้วต้องทำความสะอาดอีก จ้างเขาก็ไม่เหมือนเราทำเองนะคะ
ปีที่ผ่านมามีเรื่องราวหลากหลายจริงๆค่ะ


โดย: mambymam วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:7:18:43 น.
  
โห......เจ็บแย่เลยค่ะครู เป็นวัน วุ่นๆ ที่โชคไม่ดีเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ

ของฝากเพียบเลยนะคะ ครูเป็นที่รักของทุกคนจริงๆ
โดย: kae+aoe วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:9:42:42 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

หนังสือเล่มนี้เนือ้หาหนักหน่วงมากครับ
ผมอ่าน 3-4 วันจึงจะจบ
จบแล้วยังหลอนๆในความรู้สึกด้วยนะครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:17:27:18 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปฟังนิทานของเรื่องเล่าก่อนนอนค่ะ

จริงๆ แล้ว ถ้าอ่านนิทานจะพบว่า
ทั้งไทยและเทศต่างก็มีนิทานสอนเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน
สอนให้ระวังการต้านทานแรงอำนาจ

ตอนเลือกเรื่องก็หวั่นๆ อยู่เหมือนกัน
เพราะว่ามีเรื่องให้ข้อคิดแนวนี้เยอะ
กลัวจะเบื่อกัน
โดย: เพรางาย วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:18:26:22 น.
  
แคคคัสใช้เวลาพอสมควรเลยค่ะครูกว่าจะออกดอก
แถมอแกแล้ว ใช้เวลาอัดหลายวันกว่าจะบาน
ต้องร้องเพลงรอกันยาวเลย แต่พอดอกบานแล้วก็ชื่นใจ
เพราะดอกเค้าสวยมีเสน่ห์ดีค่ะ
บางต้นซื้อมาก็มีตุ่มดอกติดมาบ้าง
ต้นของครูลองรออีกสักพัก ดอกคงกำลังค่อยๆโตค่ะ

ขอบคุณครูที่แวะชมด้วยกันค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:20:12:52 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:21:21 น.
  
ช่วงนี้มี้เก๋ยุ่งค่ะ เพราะเร่งทำไดอารีน้องซีให้คัน ค้าง 1 เดือนเลยค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 6 กรกฎาคม 2561 เวลา:11:35:10 น.
  
สวัสดียามเย็นครับอาจารย์
อ่านบล็อกของอาจารย์แล้วทำให้ผมเห็นความมีน้ำใจของลูกศิษย์อาจารย์ ยามที่อาจารย์ป่วย ลูกศิษย์ต่างมาเยี่ยมและนำของฝากมาให้กับอาจารย์เป็นภาพที่อบอุ่นมากครับ
โหวตครับ
โดย: Nior Heavens Five วันที่: 6 กรกฎาคม 2561 เวลา:17:51:14 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เล่มนี้ได้ซีไรต์ด้วยครับอาจารย์
แต่ตอนสื่อมวลชนถามแล้วคุณแดนอรัญตอบ
วงแตกเลยครับ เพราะเขาวิจารณ์กรรมการแบบตรงไปตรงมา 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กรกฎาคม 2561 เวลา:19:23:10 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:33:36 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

อาจารย์ฌล่าจนผมนึกภาพตามได้จริงๆครับ
ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา
ยังกระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ
ในเมืองก็พัฒนาไปจนตามกันไม่ทันเลยครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กรกฎาคม 2561 เวลา:13:25:59 น.
  
สวัสดียามค่ำครับอาจารย์
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับ
โดย: Nior Heavens Five วันที่: 7 กรกฎาคม 2561 เวลา:20:20:37 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:32:38 น.
  
ไปเป็นเพื่อนหนนี้ไม่คุ้มเลยครับ คุณเพื่อนก็ออกแนวมนุษย์ป้าเหลือเกิน ทำเอาคนรอบข้างหนักใจไปด้วย
แถมอาจารย์ยังต้องประสบเคราะห์กระดูกหัก อดไปไอซ์แลนด์อีก
ไม่เป็นไรครับ ไอซ์แลนด์อยู่ที่เดิมมาหลายล้านปีแล้ว เดี๋ยวหายดีแล้วก็มีโอกาสไปอีก ^^
และดีนะครับประกันกับสวัสดิการคุ้มครอง นึกถึงคนเจ็บป่วยที่ต้องออกเงินเองแล้วมันเป็นภาระมากจริงๆ ยิ่งคนจนแล้วแทบจะต้องปล่อยให้ตาย
คราวป่วยน้ำใจจากเพื่อนและลูกศิษย์ก็หลั่งไหลกันมา อาจารย์ที่มีคนมาเยี่ยมบ่อยอยู่แล้วก็๋ยิ่งถี่ขึ้นไปอีก
ได้เห็นสารพัดของฝาก ไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว ลูกศิษย์แต่ละท่านต่างก็มีของดีประจำตัว
MRI แม่ผมเคยเข้า เครียดอยู่เหมือนกัน กระดิกตัวไม่ได้เลย
หูฉลามน่ากินครับ ^^ นอกจากกินตามงานแต่งงานแล้ว ก็มีหูฉลามเยาวราชที่ศูนย์อาหารมาบุญครองนี่แหละ ที่ราคาพอจ่ายไหว
ภาพสลัดผักซ้ำป่ะครับ หรือเอามาให้เหมือนกันสองหนเลยตั้งใจใช้รูปเดียวกัน
ฝนตก 13 ต.ค. ทำเอาชั้นล่างน้ำท่วมเลยเหรอครับ ระบบระบายน้ำมีปัญหาจริงๆ
ส่วนบ้านผมถ้าตกหนักๆจะท่วมชั้นสองครับ เพราะน้ำไม่ระบายออกจากระเบียงแล้วท่วมเข้ามาในห้อง - -"
ทำความสะอาดบ้านไม่เท่าไหร่ แต่เสียดายข้าวของที่จมน้ำไปนี่สิ
ก็ยังมีกะใจไปเที่ยวกลางดงต่อ the show must go on อิอิ
26 ต.ค. เป็นเหตุกาณณ์ประวัติศาสตร์ มีซุ้มถวายดอกไม้จันทน์กระจายไปทั่วประเทศเลย
ถึงจะไม่ได้ไปหน้าพิธีแต่เกือบทุกคนคงเฝ้าดูผ่านทางโทรทัศน์นะครับ
โดย: ชีริว วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:9:04:59 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
moresaw Funniest Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Review Food Blog ดู Blog
toor36 Book Blog ดู Blog
Sweet_pills Travel Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
ดีจังลูกศิษย์คุณครูแวะมาเยี่ยมมาหาตลอดเลยค่ะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:11:25:46 น.
  
ปรานี-ปราณี ใช้ผิดประจำเลยครับ ขอบคุณอาจารย์มากคร้าบ
รอชมตุรกีครับ ประเทศนี้ก็คิดถึง!
โดย: ชีริว วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:13:10:56 น.
  
ส่วนภาพสลัด ดูยังไงก็รูปเดียวกันนะคร้าบ

โดย: ชีริว วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:13:22:41 น.
  
หมายถึงรูปที่จัดเรียบร้อยแล้วลงซ้ำสองรอบครับ ไม่ใช่รูปเล็ก เข้าใจไม่ตรงกันแหงๆ
โดย: ชีริว วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:15:32:18 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

งานชุดนี้มี 14 เล่มครับ
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่า แง่คิด
เกี่ยวกับการให้กำลังใจ การต่อสู้กับปัญหา
อ่านแล้วได้แง่คิดที่ดีเลยครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:20:09:43 น.
  
เข้ามาชมก๋วยเตี๋ยว by คุณมานพครับ

เห็นตุรกีแว้บๆ คงต้องใช้เวลาอ่านอีกย้าววววว เช่นเดิม วันนี้ขอนอนก่อง เดี๋ยวพรุ่งนี้แวะไปครับ อาจารย์อย่าลืมเปลี่ยนหน้าหลักนะครับ
โดย: ชีริว วันที่: 8 กรกฎาคม 2561 เวลา:22:04:10 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:48:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments