มิถุนายน 2550

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog
ถึง...เขาใหญ่_______9-11 ธ.ค.2549
กอดลม ห่มฟ้า คว้าดวงดาว

ฤดูหนาว พัดพา สายลมไหว

ย่ำเท้าเดิน ในทุ่งหญ้า ป่าพงไพร

พาหัวใจ ไปตามฝัน วันฟ้าสวย


รถไฟ 416 (ท้องถิ่น) พาหัวใจ 2 สาว ไปตามราง เสียงดังกระชึก กระชัก
จากสถานีรถไฟขอนแก่น ถึงสถานีรถไฟโนนสูง ฉันปวดฉี่อย่างแรง เดินหาห้องน้ำด่วนจี่
แต่ห้องน้ำของสถานีฯ ดันใส่กุญแจซะนี่ แล้วมีไว้ประดับสถานีทำไมหนอ



พี่อ้อขับรถยนต์มาตามนัด แล้วพาไปนั่งกิน"ผัดไทยโคราช"(โคตรเยอะ)
ฉันกินไม่หมดกะเพาะเล็ก แต่กินไปคิดถึงบุ๋มบิ๋มทุก ๆ คำ (พยายามกินเผื่อนะ)



เจ้าถิ่นนำทางไปสักการะ "ท้าวสุรนารี (แม่ย่าโม)" เพื่ออธิษฐานขอพร
"เดินทางปลอดภัย ได้ท่องเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วทิศ" พี่อ้อแนะนำนะเนี่ย!

ตายละหว่า! ลืมอธิษฐานให้บุ๋มบิ๋ม หุ หุ งั้นขออธิษฐาน เพิ่มเติมในวงเล็บละกัน
((ขอให้บุ๋มบิ๋มแข็งแรง))

ฉันคาดหวังในใจ ก่อนเจอหน้าเจ้าที่อีกท่าน คือ พี่นก ซึ่งเป็นนักเดินทางอิสระทั่วไทย
เขาจะมีหน้า-มีตา-มีจมูก-มีปาก ดั่งที่วาดภาพในใจประมาณไหน
เมื่อได้พบเจอกันกล่าวคำทักทาย "สวัสดี" ตามวัฒนธรรมไทยเรียบร้อย
เงยหน้ายิ้มให้พี่นก . . (หยุดหายใจ 2 จุด) เกินคาดครับท่าน (เพราะเข็มขัดยาว)
คนอะไร "ตี๋ได้ใจหมวยม๊ากกกก" แบบนี้แหล่ะโดนใจจี๊ด ๆ อะคึ่ ๆ




ณ บ้านก้อนทอง (15.15 น.)

ที่พักของพวกเราในทริปนี้ ดูดีสมชาติตระกูลจริง ๆ
เมื่อรายงานตัวตามลำดับอาวุโส แล้วทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน
ด้วยการหันหน้าเข้าหาโต๊ะที่มีขนมเยอะมาก แล้วก็กิน กินและกิน
พี่อ้อ ซื้อผลไม้มาเป็นไร่จากชาวสวน มีส้มสายน้ำผึ้ง และสับปะรดอีก 2 ลูก



พวกเรานั่งคุยกันเพลิน ๆ สนุก ๆ แล้วต้องตกใจไปตาม ๆ กัน
เพราะเสียงหยอกล้อ ระหว่างหมาบ้านก้อนทองกับบ๊ะจ่าง "หมาอะไรฟ่ะซนเป็นลิง"
ซนมาก ซนจริง ๆ ซนจนไม่คิดว่าเป็นหมา เพราะ "บ๊ะจ่าง" ลงไปลุย ในอ่างน้ำต้นไม้ เปื้อนโคลนทั้ง 4 ขา
เฮ้อ! น้องมะตาล เหนื่อยหน่อยนะ

พี่จ่าแนน มีเคล็ดแนะนำการเอาชีวิตรอดในป่าด้วยขอบอก
คือว่า....ถ้าเราถูกงูกัด ให้เรากัดตอบ แล้วงูจะไม่เขมือบเรา
มันจะปล่อยเราเองว่างั้นนะ ลองพิสูจน์กันดู
ฉันกลัวงูกัด ไม่ค่อยถูกกับงูเลยนะ แต่ถ้ามาเข้าฝันแล้วรัดตัวละก็ ช๊อบ ชอบ คิ คิ

ได้เวลาไปช้อปปิ้งตลาดค่ำปากช่อง ตามที่พี่นกแนะนำ เพื่อเป็นเสบียงมื้อค่ำและยามดึก
พวกเราไปก่อนตะวันจะตกดิน เลยไม่ได้เบียดเสียดผู้คนเท่าไร
ถ้าไปช่วงหลัง 6 โมงเย็น คงมีใครในก๊วนได้เป็นของกันและกันแน่ ๆ เหอ ๆ (ทางเดินเคบไม่ถึงเมตร)
เฮ้อ! ไม่น่าหิวข้าวกันเร็วเลยเนาะ


หลังอาหารมื้อค่ำ พวกเราอิ่มหน่ำสำราญกระเพาะและลำไส้สนุกในการย่อยมากเลย
อิ่มแล้วนี่! ทำไรดีหว่า...คิดไม่ออก เพราะท้องมันอิ่ม สมองฝ่อ
อ้อ! นึกออกแล้ว ต้องล้างถ้วย-จาน-ช้อนไง แบบว่าชอบล้างจานจริง ๆ
ถ้าหากไม่มีพี่จ่าแนนในทริปนี้ละก็ คงเสียเวลาหาช่างซ่อมก๊อกอ่างล้างจานแน่ ๆ
แล้วเศษอาหารคงอุดตันไปถึงเช้าเลยนะ พวกเราโชคดีจริง ๆ ที่มีนายตำรวจดูแลความปลอดภัยในชีวิต

กิจกรรมยามเย็นย่ำ

ในฐานะเป็นเจ้าที่เจ้าถิ่น พี่นกมีเรื่องมาเม้าธ์แหลก
ซึ่งเริ่มด้วยเรื่องกินก่อน ต่อด้วยเรื่องเที่ยวมีเอี่ยวการเมือง และความรัก
แต่สุดท้ายจบที่ "ประวัติป่าเขาใหญ่, ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่"
พี่นกเล่าได้ต่อเนื่อง จนคนฟังเมาเลยอะ อิอิ
พี่อ้อ เพิ่มความขลังด้วยการมอบ "พระเมตตามหานิยม" ให้ทุกคนไว้ไหว้ก่อนเข้านอนในคืนนี้
(ยกเว้นบุ๋มบิ่มเธอนับถือคริสต์)

พวกเราออกมาส่งพี่จ่าแนน ขึ้นรถทัวร์กลับ กทม. เพื่อเข้าเวรตอนเที่ยงคืน
ท่านอำพรางตัวเก่งมากจริง ๆ เป็นนินจา แว๊บ ๆ (แบบมาเช้า-เย็นกลับ)
และใช้วิชาตัวเบา คือ ไม่ได้แบกอะไรมาเลยค่ะ มาแต่ตัวจริง ๆ อิอิ

อาทิตย์ส่อง
อากาศเช้า ๆ ณ บ้านก้อนทอง เย็นสบาย สดชื่นมาก ฉันลุกไปเดินเล่นคนเดียว
แต่ไม่ได้ปลุกใครมาเดินด้วยกัน เพราะทุกคนยังนอนเป็นกรมอุตุ อยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ๆ

บริเวรด้านหน้าบ้านพักมีลำธารน้ำใสแจ๋ว ดอกบัวชูช่อกำลังเบ่งบานอวดกลีบสีสวยให้ชม
มีซุ้มไม้เลื้อยใบโตออกดอกสีขาว ซึ่งไม่รู้ว่าชื่ออะไร
ฉันเดินผ่านไปที่ต้นมะเฟือง เห็นกระรอกตัวสีขาวไต่ไปตามกิ่งไม้
แล้วมีการกระโดดข้ามไปยังต้นมะขามโชว์ความสามารถเฉพาะตัว
เออ! อย่าให้จับ (ภาพ) ได้ก็แล้วกัน

อาหารเช้า
กาแฟ ขนมปัง แยมและอีกสารพัดขนมที่วางไว้ล่อใจให้หายหิว
พี่นกมีขนมครก สูตรดั้งเดิม คือ แป้ง น้ำตาล กะทิและต้นหอม
ไม่ใช่ขนมครกทรงเครื่องยุคใหม่ ที่ใส่สารพัดที่อยากใส่ ซื้อจากตลาดเช้า ถือมาฝากพวกเราด้วย

"แก๊งเหมียวจัง" พี่อ้อแม่น้องพิช, น้องติ๋วแม่น้องโมเม เตรียมพร้อมเดินป่า
และเก็บกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ โดยตั้งใจจะเดินทางกลับโนนสูง เมื่อลงจาก "เขาใหญ่" ในวันนี้
ซึ่งไม่นอนค้างกับพวกเราในคืนที่สอง โอ้ว! "ที่นอน-หมอน-ผ้าห่ม"
เสร็จพวกเราทั้งหมดคืนนี้ที่เหลือ 5 ชีวิต อะคึ่ ๆ



"แก๊งจืดมะตาล" ขับรถตามก้นแก๊งเหมียวจัง โดยมีรถโฟร์วีล (สีแดง) นำทาง
ซึ่งบรรทุกน้อง ๆ สามสาว น้ำหนักรวมกันแล้วไม่เกินพิกัดที่กำหนดไว้

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

"แก๊งเดียร์" ครอบครัวใหญ่ (พ่อแม่ลูก&หลาน ๆ) นัดเจอทีมพวกเราบริเวณ "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่"
เมื่อสักการะคารวะเจ้าที่เจ้าทางเรียบร้อย จึงแวะจุดชมวิวและบันทึกภาพ
พวกเราทั้งหมดจึงได้ทักทายกับ "แก๊งเดียร์" กันอย่างทั่วถึง
หัวหน้าแก๊ง คือ "หนุ่มเดียร์" (คงใช่นะ) อายุน้อยที่สุดยังอมจุกนมอยู่เลย นายจ๊าบม๊ากก



ขับรถผ่านไปเรื่อย ๆ ตามแนวโค้งของถนน พบป้ายบอก "ดงเสือผ่าน"
ซึ่งไม่มีร่องรอยให้เห็นในเวลากลางวันแน่นอน
แต่พวกเราไม่ผิดหวังที่ได้เจอ "เจ้าจ๋อ" 1 ตัว มานั่งต้อนรับเพื่อนที่เคยมีบรรพบุรุษ เป็นพวกเดียวกัน

พี่นกนำทางพวกเราเข้าชมศูนย์บริการฯ ซึ่งตั้งอยู่ในเขต อ.เมือง จ.นครนายก
อืม! วันนี้พวกเราข้ามมาอีกจังหวัดหนึ่งเลยนะ

"ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะ คนเป็นหนอน" พี่นกเอ่ยขึ้นตอนขับรถผ่านด่านฯ
สงสัยละสิ "คนเป็นหนอน" เป็นยังไง...
ฉันนึกขึ้นได้ สัตว์ที่ "พลางตัว" ได้เก่งมากคือ ผีเสื้อ (อ่านเจอบนบอร์ดในศูนย์บริการฯ)
พวกเราต้องศึกษาวงจรชีวิตของ "ผีเสื้อ" โดยเริ่มต้นด้วยการเป็น "หนอน" ก่อนไง อะคึ่ ๆ



น้ำตกผากล้วยไม้
จุดนัด "แก๊งคนรักนักเขียน" ณ ซุ้มร้านกาแฟ
พวกเรานั่งพัก-นั่งจิบกาแฟเย็น (แบล็คเขาใหญ่ 35 บาท) ใกล้จุดกางเต็นท์ ณ ผากล้วยไม้

แก๊งเหมียวจังกับแก๊งเดียร์ก้าวเท้าล่วงหน้าไปก่อน ก๊วนนี้มีเด็ก ๆ อยากเล่นน้ำตก
พวกเราเดินตามไปทีหลัง ทิ้งระยะห่างประมาณ 100 เมตร

เส้นทางเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่บดบังแสงแดดช่วงใกล้เที่ยงวัน บรรยากาศร่มรื่นมาก
เลียบเลาะไปตามทางที่ขนาบข้างด้วยลำธารลำตะคอง ที่ไหลผ่านโขดหินเป็นชั้น ๆ
บางแห่งเป็นแอ่งน้ำกว้าง-ยาวพอประมาณ ซึ่งมีจระเข้อาศัยอยู่อย่างสงบ
พี่นกบอกว่า เคยมีคนเห็นมันด้วย
แต่วันนี้........ฝันไปก่อนเถอะ ไม่ได้เจอมันหรอกจะบอกให้
(เพิ่งเป็นข่าวในสื่อทีวี เมื่อกลางปี 2552)

"ต้นเล็บเหยี่ยว" ขึ้นอยู่ตามไหล่ทาง ถ้าเดินไม่ระมัดระวัง อาจจะถูกหนามแหลม ๆ
ที่แซมแทรกอยู่ใกล้ก้านใบ มันเกี่ยวถึงเนื้อ ได้เลือดเหมือนกันนะน้องโมเม
(สอนน้องตอนเดินป่า)

พวกเราหยุดพักระหว่างทาง ฉันชวนทุกคน "ทำสปาเท้า" แต่ไม่มีใครยอมเล่นด้วย (เล่นคนเดียวก็ได้ฟ่ะ)
นี่ ๆ พวกเรายังไปไม่ถึงจุดสุดยอดของ "น้ำตกผากล้วยไม้" เลยนะ

โอ้ว! พระเจ้าข้าวเหนียวหมูปิ้ง น้ำ น้ำ น้ำ.."น้ำเย็นลูกไก่" (เจี๊ยบ=ลูกไก่)
ซึ่งไม่มีใครคิดจะลงเล่นน้ำตกกันเลย เพราะ "น้ำเย็นเจี๊ยบ" จับใจนี้เอง แค่แช่เท้ายังหนาวไปถึงหัวใจ
ถ้ากระโดดลงเล่นน้ำตกเปียกทั้งตัวรับรอง "เย็นกิ๊ก" แน่ ๆ
ความคิดโก๊ะ ๆ ผุดจากสมองบ๊อง ๆ ฉันขอเรียกว่า
"น้ำเย็นกุ๊ก กุ๊ก" หุ หุ

หอดูสัตว์หนองผักชี


พวกเราไปดูสัตว์ป่า บนหอสูง (ประมาณ 12 เมตร) เดินเท้าจากลานจอดรถถึงหอดูสัตว์ ประมาณ 1.3 กม.
พี่นกแนะนำว่า ไม่ต้องถืออะไรไปให้หนักตัว ยกเว้นกล้องส่องทางไกล



แต่ควรเดินช้า ๆ (ขวาหนอ-ซ้ายหนอ) หัดสังเกตทางเดินที่ก้าวผ่าน
พวกเราอาจจะเห็นรอยเท้าสัตว์ป่า ที่เดินผ่านทุ่งหญ้าเพื่อมากินดินโป่ง
ข้างทางมีดงสาบเสือกำลังออกดอกสีขาวเต็มทุ่ง ดูสวยงามภายใต้เวิ้งฟ้าใสปิ๊ง ๆ

บนหอดูสัตว์ มีช่องหน้าต่างทั้งสี่ทิศ ม้าไม้ยาวนั่งได้ 5-6 คน ถูกจับจองเต็มหมดทุกตารางนิ้ว
ยกเว้นฝั่งทิศตะวันตกที่แสงแดดจ้า เลยไม่มีใครกล้านั่งให้ดวงตะวันส่องตา
พี่นกและบุ๋มบิ่ม หามุมนั่งหลบเงาแสงได้พอดี (หนึ่งต่อหนึ่ง) แต่ทำไมนั่งห่างกันคนละมุม เหอ ๆ

ฝั่งทิศใต้ "แก๊งเหมียวจัง" ยึดที่นั่งเต็มช่องหน้าต่างพอดี ฉันจึงขอกระแซะข้าง ๆ น้องโมเม
ฝั่งนี้มีลมเย็น ๆ พัดผ่าน ท้องฟ้าแจ่มใส(บรรหาร ศิลปอาชา) จริง ๆ
เมฆสีขาวแซมสลับสีเทา ลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ
เหมือนกับที่พวกเรากำลังนั่งทำใจให้สงบนิ่ง (กันซะที่ไหน) อะคึ่ ๆ

แมลงปอบินล้อลม มาล้อเล่นที่หน้าต่างอย่างเพลิดเพลิน
ฉันมองผ่านเลยไปที่เนินเขาเล็ก ๆ ด้านทิศใต้ไกลออกไป เห็นต้นไม้สูงใหญ่
ใบไม้ที่เปลี่ยนสีแดงอยู่บนยอดสูงสุด ดูโดดเด่นท่ามกลางสีเขียวครึ้มของป่าในเวลานี้



"แก๊งจืดมะตาลแทรกด้วยน้องโมเมบุ๋มบิ่มกับน้องฝน" นั่งฝั่งทิศตะวันออก
พวกเราตามมาสุมหัวกันมุมนี้ เพราะมีแรงดึงดูด คือ "นกกระเต็น" เกาะกิ่งไม้แบบตั้งใจมาให้ท่า
มันใช้ปากซอกไซ้ไล้ขนตัวเองเพื่อล่อตาล่อใจนักท่องเที่ยว พี่นกจึงส่องลำกล้อง(ทางไกล) ซะเลย อะคึ่ ๆ

"ตะกวด" เป็นสัตว์ครึ่งบก-ครึ่งน้ำ (ครึ่งงู-ครึ่งจระเข้) มันมาโชว์ตัวด้วยการว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ ในหนองผักชี
พวกเรามองเห็นในระยะ 300-400 เมตร (มั๊ง) ฉันดูไม่ออกว่ามันจะตัวโต-ยาวแค่ไหน
พวกเราส่องกล้องฯ จึงเห็นหัวมันชัด ๆ พี่นกคะเนว่า ตัวมันอาจจะยาวเกือบ 2 เมตร ไอ้หย๋า!

3 หนุ่ม (วัยคะนอง) พวกเขาลงไปเดินท้าทายที่ลานดินโป่ง (สีน้ำตาลแดง) แล้วโบกมือให้เพื่อน ๆ
พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจหรือเปล่านะ ที่กล้าทำอะไรบ้าบิ่น (ฝืนกฎป่า) อย่างนั้น

ได้ยินนักเดินทางฯ เอ่ยเปรย ๆ ว่า
กลิ่นสาบมนุษย์ติดดินโป่งแล้ว อาจจะไม่ได้เห็นสัตว์ป่า กวาง, กระทิง, ช้าง, เสือ
ลงมากินดินโป่งและน้ำในหนองผักชีที่นี่อีก...... อีกหลายวันเลยนะ เศร้า!

"เห็นอะไรไหมคะ?" คุณแม่ครอบครัวหนึ่งเอ่ยถาม เมื่อพวกเราเดินกลับมาถึงลานจอดรถ
"ป่าแตก คนมันเยอะ" นักเดินทางตอบเบา ๆ
ถ้าเค้าถามฉัน จะอธิบายมากกว่านี้ว่าเพราะอะไร แต่....ช่างเถอะ
คำตอบสั้น ๆ ของนักเดินทาง ทำให้ฉันคิดมากเชียวแหละ.....
คิด คิด คิด คิด ฯลฯ

คืน...กลับบ้าน
ดวงอาทิตย์กำลังลาลับเหลี่ยมเขา พวกเราออกเดินทางจากป่า กลับเข้าสู่วิถีชีวิตคนเมืองกันต่อไป
แม้จะอาลัยกับความรู้สึกต่อธรรมชาติ ขุนเขา ลำธาร ท้องฟ้า สัตว์ป่า ณ เขาใหญ่
ที่ไม่อาจบอกเล่าความในใจได้หมด ความทรงจำดีดีซึมซับอยู่ทุกอณูในหัวใจของทุก ๆ คน
"บางสิ่ง..บางอย่าง ไม่ต้องถามหาเหตุผล" อืม! นักเดินทางกล่าวไว้

กลับถึง "บ้านก้อนทอง" ฉันรู้สึกหูอื้อนิด ๆ ตอนลงจากรถพี่นก (4 WD)
"บ๊ะจ่าง" นั่งชะเง้อรอที่ชานบ้าน ด้วยสายตาที่คิดถึงจืดกับมะตาล อินเลิฟจัง อิจฉาวุ้ย!
แม้จะถูกทิ้งให้อยู่กับพี่หมา ๆ ให้เล่นเป็นเพื่อนหายเหงาก็ตาม มันจะคิดถึงเจ้าของที่เลี้ยงเสมอ

อาหารมื้อค่ำแสนพิเศษ ณ สวนอาหาร "เพชรสายชล" บรรยากาศดีมาก
ด้านหลังสวนอาหารมี "กังหันวิดน้ำ" อันใหญ่ที่ตั้งอยู่ในลำธารลำตะคอง กำลังหมุนตามเข็มนาฬิกาช้า ๆ
เหมือนบอกให้พวกเราเรียนรู้ว่า การก้าวเดินของชีวิตไม่ต้องรีบเร่งไปเรื่อย ๆ
ด้วยความสม่ำเสมอตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
หัวใจของพวกเราขณะนี้เต้นจังหวะอะไร ทำไม "มีความสุข" ดีจัง




ปลาแรดราดน้ำมะขาม ยำสาวปากช่อง ไข่เจียวหมูสับ ต้มยำทะเล
ยอดมะระผัดน้ำมันหอย แกงเลียงกุ้งสด อร่อย ๆ อิ่ม ๆ เม้าธ์ ๆ
มุมนี้มีภาพประกอบด้วยขอบอก อยากเห็นละสิ แต่ไม่ให้ดูหรอก อะคึ่ ๆ



ค่ำคืนนี้พวกเรานั่งแอ๊กอาร์ต ณ ระเบียงบ้านก้อนทอง
บรรยากาศชวนให้สาว ๆ นั่งชิดสนิทสนมกลมเกลียว เพื่อเพิ่มความอบอุ่นในคืนนี้ที่เริ่มหนาวเย็น
พี่นกยังมี "เรื่องเล่า" มากมาย ให้พวกเราได้ฟังจนถึงเช้า

ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตกับการเดินทาง การค้นหาร่องรอยในอดีตตำนาน-ประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
คนเล่าไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะ แต่คนฟังเริ่มออกอาการง่วงนอน
พวกเราขอเอาหัวทิ้งลงหมอนก่อนนะ คร๊อกฟี๊ ๆ

เช้า ๆ กับเรื่องโจ๊ก ๆ

วันนี้พวกเราไม่ได้รีบเร่งกับวันเวลา จึงตื่นสายกว่าดวงอาทิตย์
ฉันชวนจืดมะตาลและบุ๋มบิ๋ม ไปซื้ออาหารมื้อเช้าที่ตลาด
แต่น้องฝนขอนอนกรนต่อ ๆ บอกว่า "พี่นางกินอะไร ฝนก็กินได้" เหอ ๆ
เลี้ยงง่ายวุ้ยน้องคนนี้ แต่คนซื้อคิดยากจังจะกินอะไรดีละ

เสื้อไหมพรมสีส้มที่บุ๋มใส่ดูอบอุ่นจัง จืดใส่เสื้อกันหนาวแขนยาวและปิดถึงคอ
น้องมะตาลใส่เสื้อกันหนาวหลายชั้นเชียว ฉันใส่แขนยาวชั้นเดียวมีผ้าฝ้ายพันคอสีหม่น
พวกเราเดินเข้าตลาด เป็นกะเหรี่ยงเหลียวซ้ายแลขวา ฉันมองหาอาหารเช้าที่ต้องการ คือ โจ๊ก
แต่ไม่เห็นมีร้านขายโจ๊กเลยอะ

เห็นรถเข็นหมูปิ้ง รถขายขนมครกทรงเครื่องที่ตั้งอยู่ริมถนน ซึ่งไม่เป็นที่ต้องตา-ต้องใจพวกเราเลย
เดินวนไป-วนมาด้วยความหิว จึงเอ่ยถามคนขายขนมครก
"ในตลาดมีร้านโจ๊กอยู่ตรงไหนคะ"
"น้องเดินเข้าไปข้างในเลยครับ มีขนม น้ำเต้าหู้ โจ๊กขายครับ"
"ขอบคุณค่ะ"

เป้าหมายชัดเจน "ร้านขายโจ๊กหมู" (ใส่ไข่ 25 บาท ธรรมดา 20 บาท)
ฉันสั่งโจ๊กใส่ไข่สุก ๆ 2 ถุง (พิเศษขิง 1 ถุง) ถั่วเขียวต้มน้ำตาล 2 ถุง
บุ๋มบิ๋ม เดินวนกลับมาซื้อโจ๊กเหมือนกัน ซึ่งคาดว่าจะไม่อิ่ม จึงแวะซื้อขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย
ยังมีอีก...รู้สึกไม่พอใจในความหิว ขอเพิ่มหมูย่างและหมูปิ้ง (ความเหมือนที่แตกต่าง)

น้ำปลาขวดเล็ก น้องมะตาลเธอซื้อถือติดมือมาด้วย
"ซื้อมาทำไมคะ" ฉันเอ่ยถาม (ขำขำ วุ้ย!)
"ไว้กินกับปลาดุกย่าง และคลุกข้าวให้บ๊ะจ่างค่ะ" อืม! รักกันจริง ๆ เลย
น้องมะตาลสวยเกินหน้า-เกินตาไม่ว่าหรอก แต่สวยล้ำหน้ากว่า 2 นิ้ว นี่สิ!
อิจฉ๊า อิจฉา

พวกเราเก็บกระเป๋าใส่เป้ เอ้ย! ยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเรียบร้อย ก่อนลงมือกินข้าวเช้า
ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย ๆ ดวงตะวันเริ่มส่องแสงเพิ่มความอบอุ่น
พวกเราพร้อมหน้า-พร้อมตา ล้อมวงกินอาหารมื้อเช้าที่โต๊ะไม้ใต้ซุ้มต้นกระเทียมที่มีดอกสีขาวนวล

"โจ๊กหมูปากช่อง" รสชาดไร้อารมณ์ม๊ากกกกก คือ "จืดสนิท"
น้องจืด(หน้าตาไร้ความรู้สึก) ของเราชิดซ้ายตกขอบไปเลยนะ
โชคดีมากมี "น้ำปลา" มาเติมรสชาติ อืม! กะเพาะอิ่มอร่อย น้องมะตาลช่วยชีวิตพี่สาวเชียวนะ หุ หุ

กาแฟหอมกรุ่นตบท้ายให้กับกะเพาะ พี่นกแวะมานั่งดื่มด้วยกัน รู้สึกอบอุ่นกับมิตรภาพดีดีเกินคำบรรยาย
อธิบายไม่ได้ด้วยคำบอกเล่า พวกเรารับรู้ได้เฉพาะตนเองเท่านั้น ที่ "ประทับใจ" ในความรู้สึกของทุกคนตลอดไป

กลับเมื่อไร...ก็ถึงบ้าน
ลาก่อน "บ้านก้อนทอง ที่แสนอบอุ่น-อบอวล ด้วยมิตรภาพอันงดงาม
ที่เบ่งบานในหัวใจของพวกเรา" วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสมาก หัวใจติดปีกพร้อมจะโบยบินค้นหาสิ่งใหม่ ๆ

มีสิ่งหนึ่งยังติดค้างที่บ้านก้อนทอง คือ ไม้เลื้อยใบโต ๆ มีดอกสีขาวเป็นพุ่มใหญ่
บนซุ้มไม้ที่ลานหญ้าด้านหน้าใกล้กับลำธาร
"ต้นอะไรคะ ที่มีดอกสีขาวขาว" ฉันเอ่ยถามพี่นกขณะนั่งในรถ ระหว่างเดินทางออกจากบ้านก้อนทอง

"มี 2 เรื่องที่พี่จะต้องหาคำตอบ แล้วจะบอกพวกเรา คือ ชื่อต้นไม้กับชื่อวัดที่อยู่ข้างหลังสวนอาหาร"
พี่นกสัญญากับน้อง ๆ (จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ อะคึ่ ๆ)

บริษัทรถทัวร์ปรับอากาศปากช่อง มีผู้คนมากหน้า-หลายตาทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ
ไม่แปลกใจเลยที่อำเภอปากช่อง จะเป็นสถานที่ที่ต้อนรับผู้คนที่ชื่นชอบการเดินทาง
"ท่องไพรผจญภัยในอุทยานเขาใหญ่" ซึ่งเป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ"

ฉันโอบกอด "บุ๋มบิ่ม" และร่ำลา "พี่นก"
สองสาวก้าวเท้าขึ้นรถทัวร์เพื่อกลับบ้าน บ้านที่อยู่อาศัย บ้านที่ให้พวกเรามีงานทำ
เพื่อทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบให้ดีต่อไป

ปิดท้าย "โครงการท่องเที่ยวทั่วทุ่ง ณ เขาใหญ่" ด้วยอาหารเวียดนาม "แหนมเนือง" แสนอร่อยและเต็มอิ่ม


ลมป่า ........ แผ่พริ้ว....... ทิวเขา
เมฆเบา ........ ซุกอยู่ ....... ภูผา
รวยริน ........ กลิ่นดอก ....... นานา
รอเวลา ........ โรยร่วง .......... รายทาง

ไอหมอก ..... กลั่นเป็น ........ น้ำค้าง
พรมพร่าง ..... ใบดอก ........ พฤกษา
กลางป่า ..... เขียวชื้น ........ ชื่นตา
ตะวันมา ..... จักพราก ........ จากไป

ม่านฝน ....... โหมมา ........ แต่ไกล
โยกไกว ....... ไม้ใหญ่ ........ ทุ่งหญ้า
ต่างปลิว ....... ต่างคว้าง ........ ดาษดา
กลับมา ....... เกิดใหม่ ........ ในดง


บทกวีโดย : นกพเนจร






Create Date : 08 มิถุนายน 2550
Last Update : 30 มกราคม 2553 18:06:59 น.
Counter : 1473 Pageviews.

7 comments
  
ไปโคราช ได้ไปเที่ยวงวังน้ำเขียวไหมครับนสวยมาก
โดย: ราชันชุดขาว วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:17:44:07 น.
  
สายัญสวัสดีค่ะราชันชุดขาว
---------------------------------------------------------
"วังน้ำเขียว" ยังไปไม่ถึงค่ะ
บางครั้ง...ใกล้แค่เอื้อม ก็ลืมไป อะคึ่ ๆ


ปล. สัญญาสักวัน จะเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วทิศค่ะ
โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:18:00:00 น.
  
อ่าน ดู ไม่พลาดเลย ทุกตัวอักษร

โอ้ย อยากเที่ยวจังเลย ไม่เคยไปเลย แบบ

ลุยๆ นะ อยากเดินขึ้นเขาจังเลย คิดถึงตอนเรียน คิดถึง เพื่อนๆ ตอนเป็น หนุ่มสาว
โอกาสแบบนี้ ถ้าจะมีได้ยากมาก เพราะว่า
สุขภาพ ไม่อำนวยแน่เลย คงมีหลายข้อเลยล่ะ เริ่มตั้งแต่ เดินไหวไหม หัวเข่าดีไหม โอ้ย คงตามมาอีกเยอะ ไม่อยากจะคิด
ดูในบล็อก ก็เพลินแล้ว ขอบคุณนะค่ะ หนอน ไม่ไปก็เหมือนได้ไปแล้ว
โดย: p tim IP: 222.123.67.189 วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:9:13:42 น.
  
ค่ะ p tim
มีโอกาสแบบนี้เมื่อไร หัวใจโบยบินทันทีค่ะ
โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:17:48:17 น.
  
แหล่มๆ เลย รอให้ลูกโตจะพาไปปั่นเสือภูเขาเล่น
โดย: พ่อน้อง Max IP: 161.246.1.34 วันที่: 28 มิถุนายน 2550 เวลา:10:14:34 น.
  
คราวหน้าพี่นางชวนบ้างนะ

จำกันได้ป่าว
โดย: จ๊ะอ้อ IP: 203.113.17.166 วันที่: 28 มิถุนายน 2550 เวลา:10:22:42 น.
  
อยากจะโบยบินไปให้ไกลแสนไกล อย่างที่ใครเค้าไปกัน แต่ไม่มีโอกาสไป เลยกลายเป็นนกแก้วในกรง(ทอง)หรือป่าวก็ม้ายรู้ ... แหกคุก เอ้ย! แหกกรงไปได้เมื่อไหร่ จะมาเล่าสู่กันฟังนะค้า..บิชิ
โดย: นกแก้ว ณ หาดใหญ่ IP: 58.181.239.48 วันที่: 28 มิถุนายน 2550 เวลา:11:01:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกคนสุดท้องน้องสาวคนเล็ก
เด็ก ๆ ชอบเอาตัวไปปลายนา
เอาขาไปวิ่งเล่นที่ทุ่งหญ้า
โตเป็นสาว..ชอบอยู่บ้านนอก
อนาคต..ได้ไปที่ชอบ..ที่ชอบ
อะคึ่ ๆ


Friends Blog
[Add สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น's blog to your weblog]