มิถุนายน 2550

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog
ภูหินร่องกล้า.....ภูผา พาฝัน
พยากรณ์ก่อนเดินทาง

.........อาจจะมีพายุฤดูร้อน เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีลมกระโชกแรงและฝนตก ประมาณ 10 % ของพื้นที่ (( น่ากลัวหรือเปล่า ))

.....ต้องนั่งรถโดยสาร 2 ต่อ และเหมารถยนต์ขึ้นภูหินฯ อีก (( ลำบากแน่ ๆ ))

....เดือนนี้มีอะไรให้ดู (( อากาศคงจะร้อนมาก ))

....วันหยุดแบบนี้คนขึ้นภูหินฯ คงเยอะ (( กินอยู่ไม่สนุกนัก ))

....เดินทางเฉพาะสาว สาว ไม่มีสุภาพบุรุษไปด้วยกัน ((ปลอดภัยแค่ไหน))

สารพัดความคิดเกิดขึ้นในสมองซีกขวาก่อนท่องเที่ยวในทริปนี้
หากฉันเก็บเสื้อผ้ายัดใส่เป้เรียบร้อยแล้ว คิดมากทำไม
แต่ยังดีกว่า.. ถ้าไม่คิดวางแผนอะไรเลย
พรุ่งนี้จะออกเดินทางแล้วนี่ จริงไหมละ


ช้าไป 10 นาที
ฉันกับพี่แหม่ม มาไม่ทันรถโดยสารเที่ยว 06.00 น.
สายขอนแก่น-พิษณุโลก-เชียงใหม่
จึงซื้อตั๋วรถโดยสารเที่ยวต่อไปด้วยความใจเย็น
เพราะยังมีเวลานั่งเล่นที่ บขส.อีก 2 ชั่วโมง

สมุดบันทึกการเดินทางเล่มเล็กกะทัดรัด พี่หมู(น้องสาวพี่แหม่ม)ฝากมาให้ฉัน
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเที่ยวทริปนี้ด้วยความตั้งใจ
ฉัน SMS ขอบคุณและบอกว่ายังไม่ได้ออกเดินทาง
เพราะรอพี่หมูไปด้วยกัน อะคึ่ ๆ


บ้านแยง

ถนนมิตรภาพ หมายเลข 12
จาก 3 แยกบ้านแยง เลี้ยวขวาเข้าไป อ.นครไทย 29 กม.
ค่ารถโดยสาร 15 บาท ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เส้นทางโค้งหักศอกและโค้งครึ่งวงกลม
รถเหวี่ยงตัวฉันเอียงซ้าย-เอียงขวา จนมาถึงสถานีฯ ด้วยอาการมึน ๆ

ระหว่างรอชาร์ทแบตเตอรี่(โทรศัพท์) สอบถามเรื่องเหมารถยนต์ขึ้นภูหินฯ
ได้ความว่าค่ารถ 500 บาทต่อเที่ยว หาร 2 คนละ 250 บาท (แพงจังเลย)
งั้นรออีกสักพักอาจจะมีนักเดินทางมาสมทบ
เราจะชวนไปด้วยกันช่วยแชร์ค่าเหมารถไงละ

มองเห็นสาวสวยใส่หมวกแก๊ปแบบเก๋ ๆ 4 คน
กำลังจะเดินไปโบกรถข้างหน้า พี่แหม่มวิ่งตามไปชวน
สักพัก น้อง ๆ 4 สาว สะพายเป้ ถุงนอน เต็นท์ ตามมาที่รถ
((เย้ ๆ ดีใจจัง)) มีเพื่อนเดินทางช่วยแชร์ค่ารถแล้ว

พี่ปิ่น เจ้าของรถเช่า บอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีรถให้โบกง่าย ๆ เท่าไรนัก
หากแต่.. เรามารู้ภายหลังว่า 1 ใน 4 สาวกลุ่มนี้
ขึ้นภูหินฯ เป็นครั้งที่ 4 แล้ว เธอจึงไม่หวาดหวั่นกับการโบกรถขึ้นภูฯ
มิน่า.. ตอนที่เราชวนมาขึ้นรถยนต์ จึงอิดออด
คงเสียดายตังค์ค่ารถมั๊งเพราะไม่ได้ลุ้น
มันรู้สึก "เท่" ดีนะถ้าใช้เงินท่องเที่ยวในอุทฯ น้อยที่สุด น่าภูมิใจ

.....ครั้งหน้าฉันจะลองโบกรถเที่ยวมั๊ง
คงระทึกใจที่สุดเลยละ....



สนสามใบ


เจ้าหน้าที่ฯ มาช่วยกางเต็นท์ให้ 2 สาวด้วยความเต็มใจ
ฉันขอบคุณและบอกว่า ถ้าเกิดมีพายุฝนจะขอเข้าไปนอนในบ้านพัก
(จุดบริการเช่าเต็นท์) ได้ไหม
ไม่มีเสียงตอบ.. แต่ส่งสัญญาณด้วยรอยยิ้มให้พวกเรา
"ยินดีครับ" ฉันอ่านในใจ จากแววตาของเขา

ใต้ร่มเงาของสนสามใบ แผ่กิ่งก้านปกคลุมลานดิน
ฉันแปลกใจเล็กน้อย เพราะความสูง 1614 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง
ต้นสนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจะเป็น "สนสองใบ"
แต่จุดที่กางเต็นท์เป็น "สนสามใบ" เจ้าหน้าที่บอกว่า
เป็นป่า "สนสามใบ" ที่จงใจปลูกขึ้น

ฉันไม่ถามต่อ แต่สงสัยทำไมไม่ปลูก "สนสองใบ"
ตามธรรมชาติของพื้นที่สภาพป่า
ไว้ครั้งหน้าฉันจะสืบสาวราวเรื่องของ "สนสองใบ" ให้หายข้องใจ

เสือโคร่ง, ลำโพง, ผีเสื้อ

"พญาเสือโคร่ง"
ออกดอกสีชมพูสวยงามยามเย็น
มองหาใบแทบไม่มีเหลือให้เห็น เพราะมันผลัดใบทิ้งเกือบหมดต้น
ฉันเดินวนเวียนถ่ายภาพ พี่แหม่มเดินเก็บฝักของมัน
บอกว่าจะเอาเมล็ดไปเพาะไว้ปลูกในเมือง


"ดอกลำโพง"

ต้นไม้ที่มีดอกสวยงามแปลกตา กลีบดอกโตห้อยระย้า คว่ำหน้าลงดิน
สีสันหลากหลาย ทั้งขาว เหลือง ส้มอ่อน ชมพูอ่อน งดงามละลานตา
ฉันต้องมุดตัวลงแล้วเงยหน้าชมความงาม
ซึ่งปลูกไว้ทั่วบริเวณจุดบริการของอุทยานฯ
ฉันชอบชื่ออีกหนึ่งของเธอ คือ "แตรนางฟ้า" (angel's trumpet)

"ผีเสื้อ" สัตว์ปีกสวย บินว่อนกรีดกรายฉวัดเฉวียง
ดอมดมดอกไม้ไปทั่ว ทำตัวอิสระเสรีภาพ
จนฉันอิจฉาตาร้อน อยากมีปีกเหมือนนางฟ้า
จะได้บินร่อนเริงร่าท้าทายสายลมหนาว



ดวงตะวันอ่อนแสงโรยรากำลังลาลับกิ่งสนบนป่าเขา
สายลมหอบเอาอากาศที่เริ่มหนาวเย็นมาสัมผัสผิวแผ่ว ๆ
จนต้องเอามือมากอดตัวเองในยามนี้

พระจันทร์เต็มดวง
ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าสว่างกระจ่างตา
ฉันโผล่หัวจากเต็นท์มองดูพระจันทร์ที่กำลังลอยเด่นนวลผ่อง
ส่องแสงเรืองรอง มองแล้วเย็นใจเหมือนอุณหภูมิสบาย ๆ ในขณะนี้

วันนี้ผู้คนในเมืองคงชวนกันไปไหว้พระขอพร
และทำบุญเวียนเทียนรอบอุโบสถ
ฉันอธิษฐานขอให้หลับฝันดีและมีความสุขตลอดไป

วันอาทิตย์
วันหยุดพักผ่อนหลายคนอยู่ที่บ้าน ทำตัวสบาย ๆ
แต่สองสาวสวยใสไร้มลพิษ "หนีร้อนมานอนร่องกล้า" ไร้ความกังวล
เราตื่นสาย ๆ ทักทายกับแสงแดดอุ่น ๆ

อาหารเช้าของฉันคือ กาแฟ พายกรอบ นั่งดื่มในร้านรังทอง
ร้านอาหารที่บุกเบิกเจ้าแรกในอุทยานฯ (ว่าตามเขา)



เราดูลู่ทางท่องเที่ยวตามข้อมูลที่ได้จากแผ่นพับและข้อมูลจากพี่หมู
ผู้มีประสบการณ์ขึ้นภูหินฯ 6 ครั้งแล้ว
แนะนำให้เราสองคนเตรียมซื้อเสบียงมื้อกลางวันไปกินระหว่างทางด้วย

เราเช่าเหมารถจากร้านรังทอง
พี่นพดลนำเที่ยวจุดแรก คือ "กังหันน้ำ" (ออกแบบโดยวิศวะกร ม.ขอนแก่น)


ซึ่งระยะทางจากศูนย์บริการไปยังกังหันน้ำ ไม่ไกล 4 กม.
แม้ว่าฉันจะเคยเดินไกล 25 กม. บนภูกระดึงซึ่งเป็นพื้นราบ
แต่ภูหินร่องกล้าเป็นเนินเขาสูงต่ำ มีความชันต่างระดับ
เส้นทางเป็นเนินเขาเล็ก ๆ โค้งครึ่งวงกลมวกไป-วนมา
เราไม่เสี่ยงที่จะเดินด้วยสองขา เพราะอาจหมดแรงกลางทาง
ทั้ง ๆ ที่อยากเป็นหญิงกล้า


ถนน 2331

กิโลเมตรที่ 29 นักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์ผ่านถนนสายนี้
อาจพบเห็นชาวเขาเผ่าม้งสูงวัยนางหนึ่ง
นั่งผิงไอแดดเคี้ยวหมากอยู่ข้างทาง
ใกล้ "โรงเรียนการเมืองการทหาร"

ก่อตั้งเป็นโรงเรียน เมื่อ พ.ศ. 2520
มีผู้นำที่สำคัญคือ ส.ด่าง เล่าแซ่ (คำเพชร)
โรงเรียนนี้ทำหน้าที่ฝึกอบรมการเมืองการทหาร
ออกหนังสือรายสัปดาห์ชื่อ "เอกราช"
เมื่อนักศึกษาเข้ามาเรียนหลังกรณี 6 ตุลาคม 2519
มี สหายทวน (คนไทย) สอนการเมือง
สหายทองสุข (ม้ง) สอนการทหาร
เลิกล้มเมื่อกลางปี 2525 เพราะมวลชนเข้ามอบตัวหมด


ข้อมูลย่อ ๆ มีให้นักท่องเที่ยวได้อ่านอยู่ด้านหน้า
ฉันกับพี่แหม่มเดินสำรวจสภาพบ้านพัก เหล่าสหายฝ่ายพลเรือน,
พลาธิการ, ทหาร (ข้อมูลจากแผ่นพับและสไลด์มัลติมีเดีย รวมประมาณ 30 หลัง)



ฉันรวบรวมพลังภายใน เดินนับบ้านพักได้ประมาณ 12 หลัง
มีรถแทรกเตอร์ (ถูกย่างสด) เก่า ๆ 1 คัน จอดไว้ให้รำลึกถึงอดีต

บ้านพักที่เราสนใจ คือ "สหายหญิงแดง"
เป็นพยาบาลซึ่งเสียชีวิตจากไข้มาเลเรีย อยู่ไม่ห่างจากบ้านที่เป็นห้องพยาบาล
สภาพบ้านเหมือนกันทุกหลัง เพราะเป็นการบูรณะซ่อมแซมไว้ให้ศึกษาเท่านั้น
สภาพบ้านจริง ๆ ผุพังย่อยสลายไปตามกาลเวลาแล้ว
(บ้านเก่านอนได้ 10 คน หลังใหญ่กว่าที่เห็นอยู่ปัจจุบัน)



ฉันเชื่อคำบอกเล่าของ "นายมีนา แซ่หว้า"
เป็นชาวม้ง ซึ่งเคยใช้ชีวิตเป็นทหาร พคท. ในช่วงเวลานั้น
แถมโชว์แผลผ่าตัดไส้ติ่งให้พวกเราดูเป็นขวัญตา
แผลสวยเรียบไร้รอยตะเข็บ พี่แหม่ม(พยาบาล) ขอดูดื้อ ๆ
ตอนที่เขามานั่งดื่มกาแฟตอนเช้าวันจันทร์
พวกเรานั่งคุยกับ "นายมีนา " ได้ข้อมูลมากมาย
รายละเอียดบางอย่างไม่มีในสไลด์และแผ่นพับ
บางเรื่องฉันได้ยินได้ฟังแล้วขนหัวลุกเล็กน้อย

เราเดินเที่ยวศึกษาตามเส้นทางรอยอดีต พคท.
ตั้งแต่ลานอเนกประสงค์ ที่หลบภัยทางอากาศ


หลุมกระสุน
(ร่องรอยการใช้อาวุธประหัตประหารของคนไทยที่ต่างกันเพียงอุดมการณ์)
ฉันจินตนาการมองเห็นเป็น "รอยเท้าสัตว์ประหลาด"

ไม่เชื่อลองมาดูเองนะ



ผาชูธง
เป็นหน้าผาที่สูงมากในชีวิตของฉันที่มาเหยียบบนแผ่นหินแห่งนี้
รู้สึกหวิว ๆ ชอบกล

ลานหินปุ่ม (โลกที่สาม) ลานหินที่สวยสะดุดตา
ถ้าเดินไม่ระวังอาจ "สะดุดหินล้มหัวโน" ได้นะ
(ขออภัยในความไม่สะดวก ลงภาพ "ลานหินปุ่ม" ไม่ได้ค่ะ)


ช่วงมีนาคม อาจพบกล้วยไม้ป่าออกดอกให้เห็นชื่นใจเล็กน้อย
กล้วยไม้ป่าหลายชนิดหลบแดดระหว่างซอกหิน
ซึ่งบริเวณลานหินปุ่มจะมีพันธุ์ไม้ป่าขึ้นมากมาย
ความงามของ "ดอกไม้ป่า" ไม่ได้สวยมากกว่า "ดอกไม้ปลูก"
แต่คุณค่าความงดงามแตกต่างกันตามมุมมองของแต่ละคน


สุสานนักรบ ท.ป.ท. (กองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย)

ฉันทำเป็นใจกล้า เดินนำหน้าพี่แหม่ม เข้าไป "สุสาน"
ดูให้เห็นกับตา เจอ "หลุมฝังศพ" หลุมแรก
ใจฉันหยุดเต้นเสี้ยววินาที แล้วก้าวเท้าเดินต่อจนเจออีก 2 หลุม
ซึ่งไม่มีรายชื่อเขียนไว้ให้เรารู้ว่าเป็นใคร
ต่างกับหลุมศพของ "หัวหน้าทหาร" ที่ฝังใกล้ลานอเนกประสงค์
ฉันยืนสงบนิ่งเคารพ "หลุมศพ"หลุมสุดท้าย
แล้วรีบเดินกลับมายังลานจอดรถยนต์ พักกินอาหารมื้อเที่ยง


.........ส้มตำปู (มะละกอผสมแครอท) แซ๊บ แซ่บ........


เดินย่ำซ้ำสองบนลานหิน
ฉันไม่ได้ติดอก-ติดใจ "ลานหินแตก" เป็นพิเศษ
เพราะเมื่อวานตอนบ่าย 3 โมงกว่า ไปไม่ถึงหน้าผา
แค่แวะอ่านชื่อทหารไทย ที่เสียชีวิต จำนวน 123 คน
ซึ่งสลักรายชื่อไว้เป็นอนุสรณ์ใกล้ฐานพัชรินทร์
หากใครจะไปดู "ลานหินแตก" จะต้องผ่านตรงนี้ก่อนเสมอ


เช้าวันนี้หลังดื่มกาแฟ
ฉันจึงชวนพี่แหม่มไปเดินเล่นที่ "ลานหินแตก" อีกครั้ง

"ลานหินแตก"
ไม่ได้เป็นเพียงจุดชม "พระอาทิตย์อัสดง" ที่สวยงามแห่งหนึ่งของเมืองไทย
ความมหัศจรรย์ของมันคือ เป็นลานหินแตกที่พบและมีแห่งเดียวในประเทศไทย
มันตื่นตาตื่นใจจริง ๆ นะ

"น้องแพง" เธอเป็นลูกคนเล็กของแม่ค้าเผ่าม้ง
กำลังเรียนหนังสืออยู่ "อนุบาล 1" นอนเล่นและร้องเพลงฮิตแนวฮิพฮอพ
"โผเอาแคเราะมาฝาก อยากให้เธอได้กิง ผะมีวิตามิง ไม่ต้องกิงขอแพง"
เธอร้องไม่ชัดเท่าไร แต่ฟังเป็นเพลงเพราะพริ้งเชียว
เป็นที่น่าเอ็นดูในกลุ่มชาวเขา


เราไปปลุกระดมแม่ของเธอ
โดยขออนุญาตชวนสาวน้อยวัยซนคนนี้ไปเดินเที่ยวด้วย
เธอจึงชวนรุ่นพี่ (ป.2) เพื่อนชาวเขาไปด้วยอีกคน
รวมเป็น 4 สาว วัยจ๊าบแสนซนซื่อใสบริสุทธิ์ผุดผ่องท่องลานหินแตก
....................สู้ตายค๊า.................


ตุ๊กตาชาวเขา
ด้วยสองมือของแม่ค้าชาวเขาเผ่าม้ง เธอเย็บปักถักทอบนผ้าพื้นเมือง
ลวดลายเกิดจากจินตนาการและต้นแบบที่ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ
ไม่มีคู่มือ ไม่มีรูปแบบ แต่พวกเธอสามารถสร้างสรรผลงาน "สินค้า" ได้อย่างสวยงาม

ฉันชอบหมวกชาวเขา ลายคล้าย ๆ นกแก้ว สีสันสดใสปักลงบนผ้าผ้ายสีดำ
ทำให้เห็นลวดลายงดงามเด่นชัด หยิบมาลองใส่หัวแต่ใส่ไม่ได้
เธอคงตั้งใจทำให้เด็ก ฉันแนะนำให้ทำลายนี้สำหรับผู้ใหญ่ด้วย
อาจจะมีคนสนใจซื้อ

เรานั่งเล่นและเอนกายนอนพิงแคร่ไม้ไผ่
ในเพิงขายของที่ระลึกอยู่นาน จนรู้สึกหิวเพราะถึงเวลาอาหารมื้อเที่ยง
จึงล่ำลาแม่ค้าและน้องแพง เธอรีบหยิบ "ตุ๊กตาชาวเขา" ทำด้วยผ้า
ให้เราทั้งสองคน ฉันขอบคุณและตั้งชื่อตุ๊กตาชื่อ "น้องแพง"
สาวน้อยยิ้มแก้มปริอย่างยินดี ที่พวกเรารับของฝากจากเธอด้วยมิตรไมตรี

"น้องแพง" ตุ๊กตาชาวเขาเผ่าม้งบนภูหินร่องกล้า
คือตัวแทนของความน่ารักสดใสน้ำใจงาม
ฉันจะบันทึกไว้ในความทรงจำดีดีตลอดไป


ร่องกล้า ภูผาและผองเพื่อน
ระหว่างรอเวลาเดินทางกลับ
พี่แหม่มขอตัวปลีกวิเวกในสวนดอกไม้นานาพันธุ์
ฉันนั่งอ่านหนังสือ "ร่องกล้า ภูผาและผองเพื่อน"
หนังสือที่เขียนโดยอดีต พคท. (หลายคน) เล่มละ 55 บาท
มีจำหน่ายในร้านสวัสดิการอุทยานฯ และร้านอาหาร
พร้อมทั้งโปสการ์ดสวย ๆ ของภูหินร่องกล้า

มีคำนิยามสำหรับ พคท.ที่พวกเขาใช้สื่อสารกันในหนังสือฉบับนี้
เขตขาว = พื้นที่ที่กลไกอำนาจรัฐควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เขตแดง = พื้นที่การยึดครองของฝ่ายคอมมิวนิสต์
เสรี = การไม่มีระเบียบวินัย
เสียลับ = ความลับที่รักษาเอาไว้ไม่ได้
ปิดลับ = การรักษาความลับ (ได้อย่างดี)
โดยไม่มีใครรู้จนกว่าแผนลับจะดำเนินการสำเร็จ)
ทฤษฎีสามช้า = การชะลอสามขั้นตอน
เนื่องจากอยู่ในภาวะสงครามและยังอยู่ในการสู้รบ
เพื่อไม่ให้เกิดการห่วงหน้าพะวงหลัง
ใครที่ยังไม่มีความรักก็อย่าเพิ่งคิด
ใครที่มีคนรักแล้วก็ให้ยืดเวลาการแต่งงาน
และคู่ที่สมรสแล้วก็ให้ชะลอการมีลูกให้ยาวนานที่สุด

ฉันถาม "นายมีนา" (เผ่าม้ง) ตอนที่ยังเป็น พคท.
เขาได้ใช้ทฤษฎีสามช้าหรือเปล่า เขาตอบว่าใช้
ลูกคนโตเกิดเมื่อปี 2524 ภรรยาของเขาเป็นสหายหญิงถือปืนยืนคู่กับสหายหญิงอีกคน
มีภาพภ่ายเก่า ๆ ปิดโชว์ไว้ที่ร้านรังทอง
เมื่อมวลชนเข้ามอบตัวกับฝ่ายรัฐบาลปี 2525
หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบัน นายมีนามีลูกทั้งหมด 9 คน
ลูกทุกคนแต่งงานตามประเพณีเผ่าม้งหมดแล้ว
.............แหม! ไม่มีหลงเหลือไว้เลยนะ.............

ลงเขา-เข้าเมือง
เราลงจากภูหินร่องกล้า ในช่วงบ่าย 3 โมง
นั่งรถยนต์คันเดิมที่เหมาเที่ยวเมื่อวาน
คิดจะโบกรถกลับ แต่กลัวว่าจะไปไม่ถึงบ้าน
เพราะได้ข้อมูลล่าสุดว่า มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง
ขับรถลงเขา 2 คัน สงสัยไปทางลัดแล้วไปลับ
จึงไม่มีใครปีนเขาขึ้นมาบอกเล่าถึงสาเหตุที่ขับรถหลงทางในป่าเขา
สันนิฐานได้ว่า ไม่คุ้นเคยเส้นทางและทัศนวิสัยไม่ชัดเจน
คำแนะนำที่ดีคือ คนขับต้องเก่งชำนาญเส้นทาง ไม่ประมาท
และมีสติทุกครั้งที่สตาร์ท


ถนนไต่ระดับต่ำลงเรื่อย ๆ โค้งเกือบเป็นวงกลม นับได้หลายตลบ
จนจำไม่ได้ว่ารถวิ่งเลี้ยวซ้าย-เลี้ยวขวาไปกี่ครั้ง
สมองฉันเริ่มไม่รับรู้เรื่องใด ๆ เพราะรู้สึกหูอื้อตลอด
ตั้งแต่นั่งในรถลงจากภูหินฯ จนถึงพื้นที่ราบ

หลังจากสลบไป 3 วัน 2 คืน เอ๊ย! ฉันฟื้นคืนสติ
เมื่อรถยนต์จอดริมถนนบริเวณ 3 แยกบ้านแยง
กล่าวขอบคุณพี่นพดลที่ขับรถลงเขาได้อย่างปลอดภัย
ฉันสะพายเป้เดินตุปัดตุเป๋ไปที่ศาลาริมทาง
จะหาซื้อผลไม้เปรี้ยว ๆ กินให้เข็ดฟันซะหน่อย

16.20 น. นั่งรอรถโดยสารประจำทาง
มีเพื่อนร่วมทาง 3-4 คน จะกลับบ้านเช่นเดียวกัน
มีรถโดยสารคันสีแดงป้ายบอก "เพชรบูรณ์"
แวะมาจอดรับผู้โดยสารแม้จะเต็มทุกที่นั่ง
หากไม่ใช่เป้าหมายปลายทางของเรา

โอกาสและความโชคดีเกิดขึ้นได้เสมอ
ถ้าเรากล้าหาญ ไม่อายที่เอ่ยคำร้องขอ
เมื่อรถยนต์ปิคอัพคันหนึ่ง แล่นมาจาก จ. พิษณุโลก
แวะจอดข้าง ๆ ร้านขายผลไม้ดอง
หญิงสาวคนหนึ่งลงจากรถยนต์แล้ววิ่งข้ามไปฝั่งตรงข้าม
ชายหนุ่มคนขับเดินลงมาซื้อมะปรางดิบ
ขณะแม่ค้ากำลังปาดเอาเมล็ดออกเตรียมไว้ขาย

ชายหนุ่มเอ่ยขอซื้อผลไม้กับแม่ค้า
ฉันจึงเดินเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยความหน้ามืด เอ้ย!
เดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วเอ่ยถาม
"ขอโทษค่ะ เข้าขอนแก่นหรือเปล่าคะ" ((ป้ายทะเบียนรถพะเยา เนี่ยนะ))

"ทำไมเหรอครับ"
"คือเรารอรถโดยสารนานแล้วไม่เห็นมา จะขอติดรถไปด้วยค่ะ ถ้าเข้าขอนแก่น"
".....?...." เขามองหน้าด้วยความงงงัน แล้วเงียบ
"เราเพิ่งลงจากภูหินร่องกล้านะค่ะ"
((เขาไม่ได้ถามแต่อยากบอก ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่ ))

........................................
เว้นวรรคการสนทนาประมาณ 5 นาที
............................................................


หญิงสาวเดินกลับมาถึงรถยนต์พร้อมแก้วกาแฟเย็น ((คิดเอาเอง))
ฉันเอ่ยคำถามซ้ำกับเธอทันทีทันใด
"น้องคะ เข้าขอนแก่นหรือเปล่าคะ"
"มีอะไรเหรอค่ะ" เธอใจดีแถมยิ้มให้ฉันด้วย
"จะขอติดรถไปด้วยค่ะ พี่เพิ่งลงจากภูหินร่องกล้า"
ฉันสังเกตหลังรถมีลังใหญ่ใบหนึ่งยังพอมีที่ว่าง
"พี่ 2 คน ขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ ถ้าเข้าขอนแก่น"
หญิงสาวหันหน้าไปที่ชายหนุ่มแล้วพยักหน้า
"...................ได้ค่ะ"
เธอรีบกุลีกุจอรื้อและเก็บของบริเวณที่นั่งด้านหลังคนขับ
"พี่ขอนั่งหลังรถก็ได้ค่ะ เย็น ๆ ค่ำ ๆ ไม่ร้อนแล้ว"
ฉันบอกหญิงสาวกับชายหนุ่มด้วยความเกรงใจ
เธอบอกให้เราไปนั่งด้วยกันข้างในที่นั่งตอน 2 (Cab)
ฉันกล่าวขอบคุณ เมื่อเก็บเป้ไว้หลังกระบะรถยนต์

เราสามารถค้นพบ.."มิตรภาพ"..ได้ตลอดเส้นทาง
ที่เราก้าวไปในทุกแห่ง






Create Date : 11 มิถุนายน 2550
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2556 21:34:17 น.
Counter : 3127 Pageviews.

9 comments
  
ข้อมูลเพียบเลยครับ น่าจะสนุกนะครับ
น่าจะเก็บภาพมาฝากกันด้วยนะครับ
แบบว่าผมเองก็ยังไม่เคยไปเหมือนกันครับ
โดย: sak (psak28 ) วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:18:44:22 น.
  
ยินดีมากค่ะที่ psak28 แวะมาอ่าน (เอาเรื่อง)
-----------------------------------------------------------
ขณะนี้ สาวฯ กำลังฝึกวิทยายุทธ การย่อภาพ
Copy ภาพ ลองถูก ลองผิด
(เสียหายไปบางส่วนแย้ว อะคึ่ ๆ )

พ่อพเยีย กรุณาสอนผ่านสัญญาณดาวเทียม หุ หุ
(สอนยาก สอนเย็น เพราะสอนตอนตะวันตกดิน)

ปล. จะมีการปรับปรุง เพิ่มเติมภาพถ่าย ในภายภาคหน้า
โปรดติดตาม กลับมาชมภาพด้วยนะจ๊ะ
โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:19:02:16 น.
  
มาปูเสื่อปูสาดรอชมค๊า
โดย: หนูนีล (นางน่อยน้อย ) วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:20:01:57 น.
  
รอดูภาพอยู่นะครับ สาวขอนแก่น ณ ภูหินร่องกล้า
โดย: ราชันชุดขาว วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:20:37:06 น.
  
โดย: โสมรัศมี วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:21:19:34 น.
  
ท้าทายดี
โดย: อิน IP: 222.123.208.227 วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:13:28:30 น.
  
ปาดเหงื่อ (ไหลซิก ๆ)
กว่าจะโพสภาพได้ มือขวาเกือบหงิก อะคึ่ ๆ
---------------------------------------------------------

ปล. เรื่องเที่ยว "ถึง...เขาใหญ่"
จะโพสภาพให้ชมเพิ่มเติม ขอเวลา...ฝึกวิทยายุทธ
แบบว่า...ต้องใช้เวลาในการคัดเลือกภาพเด็ด ๆ หุ หุ
โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:19:19:28 น.
  
เป็นการเดินทางที่สนุกนะครับ ได้ลุ้นตลอดเลย นี่แหละ เสน่ห์ของการ ไปเที่ยวในที่ที่ไม่เคยไป ได้แต่เฉียดๆ แต่ไม่เคยไปภูหินร่องกล้าเลย อิอิ ไปนอนภูทับเบิก ไม่รู้จะนับเป็นส่วนหนึ่งของภูหินร่องกล้าได้ป่ะ สักวัน จะตั้งใจไปเที่ยวภูหินร่องกล้า 555
โดย: น้องนะโม (น้องนะโม ) วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:1:56:16 น.
  
ดีคับ
โดย: นัท IP: 203.113.1.130 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:16:26:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกคนสุดท้องน้องสาวคนเล็ก
เด็ก ๆ ชอบเอาตัวไปปลายนา
เอาขาไปวิ่งเล่นที่ทุ่งหญ้า
โตเป็นสาว..ชอบอยู่บ้านนอก
อนาคต..ได้ไปที่ชอบ..ที่ชอบ
อะคึ่ ๆ


Friends Blog
[Add สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น's blog to your weblog]