พฤษภาคม 2550

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ย้อนรอยความทรงจำ


พระอาทิตย์แจ่มจรัส ณ ภูค้อ (ฤดูใบไม้ร่วง ปลายฤดูหนาว)

------------------------------------------------------


ระหว่างทาง : 3 ธันวาคม 2547

ขณะรถจอดที่ บขส.ชุมแพ เพื่อรอผู้โดยสาร
สาวเชียงใหม่โทรศัพท์ถึงฉัน มีเรื่องให้ขำ ๆ จะเล่าให้อ่านก่อนลงจากรถนะ

“หวัดดีจ๊ะ ตอนนี้อยู่ไหน” >>> ฉัน
“อยู่แถว ๆ ทุ่งแสลงหลวง” >>> เธอ
“เราคงจะไปถึงประมาณ 6 โมงเย็น เก๋คงจะถึงก่อนเรานะ” >>> ฉันคาดเดา
“เหรอ ๆ ถ้าถึงน้ำหนาวแล้ว จะโทร. บอกล่ะกัน” >>> เธอ
“OK จ๊ะ แล้วเจอกันนะ” >>> วางสาย

(ไม่เห็นขำเลย.. เหรอ! งั้นอ่านต่อนะ)

“พี่คะ แล้วจะถึงหล่มสักกี่โมงคะ” นศ. สาวที่นั่งข้าง ๆ เอ่ยถาม
ฉันหันมอง นศ. เห็นความสวยที่เกินหน้าเกินตาฉัน (มากไป)
อีกทั้งไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า ฉันตอบสั้น ๆ ว่า
“พี่ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะไม่เคยไปหล่มสัก ถามคนเก็บค่ารถมั๊ยคะ”
ฉันตัดบทสนทนา เพราะรู้สึกไม่ไว้ใจคนสวยจนเกินงาม (พี่ก็พูดเกินไป อิอิ)
ฉันได้แต่นั่งนิ่ง ๆ ขณะที่รถเคลื่อนตัวไปตามถนน

“พี่ไปเที่ยวเหรอคะ” เธอถามฉัน แน่ะ! รู้ได้ยังไงฉลาดมาก
“ค่ะ” ยิ้มมุมปากนิดหน่อยกลัวเสียมารยาท
“พี่อยู่ขอนแก่นเหรอคะ หนูก็เป็นคนขอนแก่น จะไปหล่มสัก เลยไม่แน่ใจว่าถึงกี่โมงนะค่ะ”
เธอเห็นฉันเป็นคนน่าไว้วางใจขนาดนั้นเชียว ชวนคุยจัง

“แล้ว...น้องไปทำอะไรที่หล่มสักคะ”
“จะไปเยี่ยมรุ่นพี่ที่ รพ.หล่มสักค่ะ”
ฉันพยักหน้าเพื่อประหยัดคำพูด แล้วนิ่งเพราะไม่อยากรู้เรื่องของคนฉลาดและสวยเกินไป

“หนูชื่อวุ้นนะคะ คิดว่าพี่เป็นทอม เห็นลุกให้คุณตานั่งดูเป็นสุภาพบุรุษ พอให้ยินพี่พูดโทรศัพท์เสียงหวานจังเลย”
อ้าว!!!
หมดกันเลยคราวนี้ชีวิตฉัน สูญเสียความเป็นสาวตอนตัดผมสั้นทรงกุมภาพันธ์ได้ไงเนี่ย

“เปล่าค่ะ พี่ไม่ได้ลุกให้คุณตานั่ง เป็นน้องผู้หญิงเสื้อสีส้ม พี่ยืนตั้งแต่ขึ้นมาบนรถแล้วค่ะ”
เป็นการตอบเพื่อยืนยันความเข้าใจให้ถูกต้อง และเป็นนัย ๆ ว่าฉันเป็นหญิงแท้แน่นอนค่ะคุณน้อง

(ขำนิด ๆ แล้วนะ อะคึ่ ๆ)

จากชุมแพ จนถึงหน้า อช.น้ำหนาว ถ้าใครสังเกตและตั้งใจฟังดีดี
จะได้ยินแต่เสียงของฉันมากกว่าเสียงของสาวน้อยชื่อ “วุ้น”
เธอใช้จิตวิทยาได้ดีทีเดียวที่ชวนคุยจนคุ้นเคยกัน
ฉันบอกเล่าความเป็นมาของ “สาวบ้านนอกฯ”
ว่าทำงานที่ไหน อย่างไร เราพูดคุยกันไปตลอดทาง
ประมาณว่าเธอได้เบอร์โทรศัพท์ฉัน
ด้วยเหตุผลเพราะเธอให้ฉันช่วยถามข้อมูลเกี่ยวกับงานกายภาพบำบัด
ซึ่งเธอจะจบการศึกษาจากคณะเทคนิคการแพทย์ในปีหน้า
และเธออยากเข้าทำงานที่ รพ.ขอนแก่น
ตามความหวังของพ่อแม่ ที่ต้องการให้ลูกสาวอยู่ใกล้ ๆ บ้าน

นี่ถ้าฉันเป็นผู้ชายได้ในบัดดล
คงหลงรักสาวน้อยคนนี้
เธอมีเสน่ห์ในการพูดจาน่าหลงใหลได้ปลื้มทีเดียว
แค่เป็นทอมในสายตาเธอ ทำเอาฉันเผลอตัวได้เหมือนกันนะ


(กุ๊ก กุ๊ก ขำ ขำ อะคึ่ ๆ)

ณ สถานี "อช.น้ำหนาว"
จอดรถป้ายหน้าด้วยจ้า... สาวบ้านนอกฯ จะลงแล้วนะ


นัดพบ ณ ค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ

พี่สาวที่น่ารักและใจดี ขับรถยนต์ของ อ.ถาวร
ออกมารับ 3 สาว 2 รอบ หลังจากสวัสดีทักทายเป็นที่เรียบร้อย
แล้วเข้ารายงานตัวกับชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ
ซึ่งตั้งวงต้อนรับแบบกันเอง พร้อมความอิ่มหนำสำราญกับอาหารมื้อค่ำ

เต็นท์ ที่นอน หมอนและผ้าห่ม ครูต้อมใจดีอีกแล้วครับท่าน
เผื่อแผ่ความอบอุ่นให้กับสาว ๆ ที่นอนหนาวมานานหลายปี
คราวนี้ต่อให้อุณหภูมิต่ำสุดแค่ไหน สามสาวไม่หวั่นไหว
สู้ ๆ สะ สะ สู้ว๊อย (สั่นเครือ)


กิจกรรมช่วงนี้ครื้นเครงทีเดียว รุ่นพี่เล่นกีตาร์องเพลง
STAFFและลูกค่าย ฮัมเพลงได้ไพเราะมากค่ะ
อาศัยจังหวะที่น้อง ๆ ช่วยกันร้องเพลง
พวกเราสามสาว ก็ไปน้ำอาบกัน
น้ำขันแรกที่สัมผัสผิวสาวทำเอาหนาวสั่นทีเดียว
แล้วส่งเสียงกันโหวกเหวก ไม่ใช่สิ
แหม! อุตสาห์ซ้อมร้องเพลงไว้แล้ว
แต่ฉันไม่ได้ยินเสียงร้องเพลงจากเพื่อนเลย
สงสัยจะร้องอยู่ในใจ ส่วนฉันร้องไม่เป็นเพลงเหมือนเดิม
เพราะขากรรไกรสั่น ก็มันหนาวนี่จ๊ะ แต่ถึงจะหนาวอย่างไร
ฉันยังคงรู้สึกอบอุ่นใจเสมอกับมิตรภาพที่น่ารักจากชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ


เดินป่าหฤโหด 5.8 กม. : 4 ธันวาคม 2547

“นางกับเพื่อน ๆ ไปกับลูกค่ายกลุ่ม 1 นะ” เสียงครูต้อมตะโกนบอกฉัน
ขณะนั่งรอหน้าเต็นท์เตรียมพร้อมลุยกับลูกค่าย
“ครูต้อม ไม่ไปด้วยกันเหรอคะ”
“ครูต้อมจะอยู่ดูแลนักเรียน และไปกับลูกค่ายกลุ่มสุดท้าย นางไปกับน้อง ๆ ก็แล้วกัน”

สามสาววิ่งตามน้อง ๆ ไป
หลังจากร่ำลาครูต้อมเพื่อไปตายเอาดาบหน้า แบบไม่รู้ชะตากรรม

ฉันถือโอกาสทำหน้าที่เป็นไกด์ไปทั่วไปทีป
ให้กับเพื่อนสาว เพราะเธอเพิ่งมาเหยียบย่ำที่นี่เป็นครั้งแรก
ส่วนฉันมีประสบการณ์อันหนาวเหน็บ มาก่อนแล้ว 1 ครั้ง
พอจะจำความหลังได้บ้าง
อย่างน้อยสามารถบอกได้ว่าจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดอยู่ที่ภูค้อ
และจุดชมวิวที่สูงที่สุดมองเห็นภูกระดึงอยู่ลิบ ๆ สุดสายตา

จุดชมวิวที่สูงที่สุด เจอนักท่องเที่ยวสวย ๆ เพียบ ขอบอก
มิน่าล่ะ! ผู้ก่อการร้าย และ STAFF (หน้าตาดีไปหมด)
อยู่เฝ้าฐานที่ 2 แบบไม่ยอมขยับเขยื้อน
มีบางคนพกอาวุธเป็นกล้องถ่ายรูปไว้ซูมดูสาว ๆ ที่ใส่สายเดี่ยวมาเที่ยวป่า
บรรยากาศในทริปนี้ร้อนกว่าปีที่แล้ว
เนื่องจากมีจุดต่างของอุณหภูมิสูงสุด 25 องศาฯ ต่ำสุด 8 องศาฯ
ไม่แปลกที่เห็นสาวสวย ๆ จะใส่สายเดี่ยวโชว์ผิวท้าทายแสงตะวัน ณ น้ำหนาว
(คำเตือน : กรุณาทาครีมกันแดดให้ทั่วตัว
ด้วย SPF ตามอายุ)


ฐานที่ 3 กับ “ต้นปรง”
เป็นต้นไม้ที่เกิดในยุคไดโนเสาร์เมื่อ 200 ล้านปีมาแล้ว
แต่ยังสามารถดำรงชีวิตและเจริญเติบโตมาจนถึงยุคโลกาภิวัฒน์
เป็นต้นไม้ที่ปรับตัวได้ดีมาก คงถือสุภาษิต
“เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม” (รู้สึกทะแม่ง ๆ)
ใบของต้นปรงแข็ง มันและเหนียว
ไม่มีสัตว์ประเภทใดสามารถกินพืชชนิดนี้ได้ นอกจากไดโนเสาร์
STAFF อธิบายเข้าใจง่ายดี ฉันคิดเล่น ๆ
ถ้าเจ้าไดโนเสาร์ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง มาอาศัยอยู่ที่ป่าน้ำหนาว
ป่านนี้คงไม่สูญพันธุ์หรอก

สรุปความรู้อีกครั้งโดย “น้องโอ” บอกว่า
สปอร์ของต้นปรงมีสารก่อมะเร็ง ฉันแอบคิดอีกแล้ว
สาเหตุที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไป เพราะเป็นมะเร็งในลำใส้ใหญ่แน่ ๆ
STAFF ให้ความรู้ได้ดีมากทีเดียว
ละเอียดจนฉันไม่สามารถจดบันทึกได้ทัน
ถ้าอยากได้ความรู้เพิ่มไปถาม STAFF ได้ที่ไหน...
ก็ไม่รู้เหมือนกัน อิอิ

“สนสองใบกับสนสามใบ แตกต่างกันอย่างไร ?”
เป็นคำถามเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจ ของลูกค่าย
โดยให้ช่วยกันตอบ พร้อมอธิบายถึงประโยชน์ ความสำคัญ
ลักษณะที่แตกต่างกันระหว่างสนสองใบกับสนสามใบ
“น้องบีม” ตอบคำถามได้ดีมาก เป็นที่ชื่นชมของ STAFF
พวกเราทั้งหมด จึงถูกปลดปล่อยจากการกักบริเวณ
ให้ออกเดินทางกลับสู่ฐานทัพที่ตั้งค่ายฯ

ทำไม การย้อนรอยความทรงจำครั้งนี้
ฉันรู้สึกเหมือนขาดอะไรบ้างอย่างระหว่างทางที่เดินกลับ
โอ้ว! ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะได้เห็นสิ่งที่ต้องการ มันคือ
“กองขี้ช้าง” ตรงบริเวณร่องน้ำลำธารเล็ก ๆ
ที่เคยเหยียบย่ำมันแบบเต็ม ๆ เท้า ยิ้มหวาน!
คืนนี้ฉันหลับฝันดีแน่นอน


เช้าวันอาทิตย์ : 5 ธันวาคม 2547

อุณหภูมิต่ำสุด 10 องศาเซลเซียส เช้าวันนี้อบอุ่นกว่าเมื่อวาน
และเป็นเช้าที่สาวเชียงใหม่กับสาวเมืองลับแล
จะต้องเดินทางกลับบ้าน สองสาวกล่าวร่ำลาครูต้อม
ที่กำลังนอนอุตุอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่ม และมีชายหนุ่ม
“น้องติน” (ลูกใครหว่า) นอนคุ้มกันเคียงข้างกาย
อิจฉาวุ้ย !

ฉันโอบกอดเพื่อนเพื่อร่ำลา ด้วยความอบอุ่นใจ
ฉันขอให้เพื่อนโชคดีและเดินทางโดยสวัสดิภาพ
การมีพบ มีพราก จากกันไกล เป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิต
ที่ไม่ควรยึดติดกับสิ่งใด ระลึกไว้เพียง
“ความทรงจำที่ดี” เท่านั้นเอง

เกมส์ฝึกความจำ ถ้าลูกค่ายคนไหนจำชื่อเพื่อนในวงไม่ได้
ถูกลงโทษโดยการเต้น (อีกแล้ว) เพลง “ชิปปี้ชิป”
ซึ่งมีท่าเต้นที่เหมาะสำหรับเด็กผู้ชายอายุต่ำกว่า 18 ปีเท่านั้น

ปิดท้ายความทรงจำ รุ่นพี่และ STAFF แกล้งต่อว่าลูกค่าย
ให้รู้จัก “ความรับผิด” ซึ่งบางคนอาจไม่รู้ตัวว่าทำผิดกฎอะไรบ้าง
ในการมาเข้าค่ายฯ ครั้งนี้ มีการกล่าวหาความผิดของลูกค่าย
จนเสียหายต่อสภาพจิตใจ ของหนุ่มน้อยคนหนึ่ง
ที่ไม่รู้ว่าทำผิดอะไร

“น้องอาร์ม” ถูกรุ่นพี่กระทำชำเราผู้เยาว์
เอ้ย! ถูกโยนความผิดให้ โทษฐานที่ไม่จำว่า “วันที่ 6 ธันวาคม”
มีความสำคัญอย่างไร
ขนาดฉันนั่งมองดูอยู่ห่าง ๆ รู้สึกว่า
“พี่ ๆ โหดร้ายทารุณกรรมไม่มีความเมตตาปราณีกันเลย”
ถ้าฉันเป็นน้องอาร์มได้ในตอนนี้ ขอตอบว่า
“เป็นวันชดเชยวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
สงสัยจัง ทำไมน้องอาร์มไม่ตอบ ยืนคอตกน้ำตาซึมเชียว

แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เบื้องหลังรอยหยดของน้ำตา
คือ ขนมเค้กวันเกิด ที่ชมรมอนุรักษ์ฯ เตรียมไว้ให้ลูกค่าย
ที่เกิดวันที่ 6 ธันวาคม คือ “น้องอาร์ม” ที่ถูกแกล้งนั้นเอง
ทำเอาฉันเผลอแอบซึ้ง จนน้ำตาหยดหลายแหมะ
ดีนะไม่มีใครเห็น แหม! เสียฟอร์มสาวใจแข็งหมดเลย
อายเค้ามั๊ยละ

เผากันเป็น ๆ เห็นกันจะ ๆ

“ต้มยำรสเด็ด เห็ดนางฟ้ากับปลากระป๋อง”
ปกติฉันเป็นคนธาตุแข็ง จึงไม่เคยกังวลเรื่องห้องน้ำในการเดินทางไกล
ปีที่แล้ว ฉันได้ชิมฝีมือ (รู้สึกเค็ม ๆ) ในการทำอาหารของชมรมอนุรักษ์ฯ
ต้องยกนิ้วให้กับ ต้มยำรสเด็ด
หลังจากปล่อยให้น้ำย่อย ทำปฏิกิริยาทางเคมีในกระเพาะอาหารประมาณ 1 ชม.
ฉันได้ระบายความทุกข์ ที่สะสมมานานวันที่ห้องน้ำทันที
ครั้งนี้ก็เช่นกัน อาหารของพ่อครัวหัวกะทิ (ที่เริ่มแก่)
ยังคงไว้ลายในผีมือ อาการท้องผูกฉันหายเป็นปลิดทิ้ง
และขอยืนยันความอร่อยจาก “หม่อมถนัดกิน ไม่ชอบทำ”
คิด ๆ แล้ว อยากมีพ่อครัวเป็นของตัวเองจังเลย

“น้ำพริกในจินตนาการ” สูตรผู้ก่อการร้าย
เอ้ย! ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ ฯ ขอชมว่า เผ็ดสะใจวัยรุ่นจริง ๆ
จดลิขสิทธิ์เป็นของชมรมฯ ไปเรียบร้อยแล้วมั๊ง

“น้องนุช” วิทยากรประจำกลุ่ม 1 เธอเป็นผู้สื่อสารให้ความรู้กับลูกค่าย ด้วยมาดนิ่ม ๆ แต่หนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากในการควบคุมลูกค่ายที่น่ารักน่าชัง

“นายโอ๊ต” คุ้น ๆ ว่าเคยโดนพี่ชาติ ภิรมย์กุล ข่มขู่จะช๊อตไข่ โทษฐานไปยั่วยวนกวนอารมณ์ในเว็บบอร์ดของนักเขียนมติชน คิดแล้วสงสารน้องชายนายโอ๊ตจะเหลือสักแค่ไหนกัน เพราะเป็นลูกค่ายตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม 1

“นายป๋อ” คอยทำหน้าที่เป็นช่างภาพเก็บความทรงจำไว้ในฟิล์ม ยี่ห้ออะไรไม่รู้เหมือนกัน ทั้งยิงมุขตลอดทาง ประมาณว่าถ้าเจอศัตรูข้าศึก คงมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นแน่ ๆ และเป็น “ลิง” แสดงท่าเต้นให้ลูกค่ายชมเป็นขวัญตา แล้วยังเข้าตาป้า ๆ ที่นั่งชมด้วยความขบขันและหมั่นไส้ คนอะไรเหมือน “ลิง” จริง ๆ เลย (ล้อเล่นจ๊ะ)

“นายอาร์ท” นั่งกินข้าวมื้อเช้าด้วยกัน อยากจะชมมากเลย หุงข้าวได้ “นิ่ม” ม๊ากกกกกก ไม่เคยกินข้าวสวยที่ไหนได้ “นุ่มปาก” ขนาดนี้ ทำให้คิดถึงอนาคตข้างหน้า เวลาที่ยายนางไม่มีฟันเคี้ยวข้าว

“น้องมี่” ประธานค่ายฯ 7 ต้องสาธิตแสดงท่าทางประกอบเพลง “ลิงป่า กิ้งก่า ไส้เดือน” เธอพูดกำชับลูกค่ายว่า น้อง ๆ ต้องจำท่าเต้นให้ได้ เพราะรู้สึกอาย โดยรุ่นพี่, STAFF, ลูกค่ายช่วยกันร้องเพลงและปรบมือให้จังหวะ แต่ด้วยสปิริตของประธาน เธอเต้นได้น่ารักและเร้าใจลูกค่ายมาก แบบไม่อายสายตาของนักท่องเที่ยว ที่มาพักผ่อนนอนหนาวกันอย่างหนาแน่น จบเพลงเธอยังพูดอีกว่า “พี่อายมากนะน้อง” ต่อให้อมพระทั้งโบสถ์มาพูด เชื่อไม่ได้เลยว่าเธอ “อาย” จริง ๆ ให้ดิ้นตายสิ

“รุ่นพี่, STAFF และลูกค่าย” ขออภัยในความไม่สะดวก ที่สาวบ้านนอกฯ ได้ล่วงเกินทางตัวอักษรไว้ ณ ที่นี่ สำหรับอีกหลายคนที่รอดพ้นจากการเอ่ยนาม และไม่ได้พาดพิง เนื่องจากบางช่วงของกิจกรรมและบางตอน สาวบ้านนอกฯ อยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ จึงเฝ้ามองดูชมรมอนุรักษ์ฯ อยู่ห่าง ๆ ประมาณ 20 ช่วงก้าว ยิ่งตอนเดินป่ายิ่งห่างกันลิบลับเลย

“ขอชื่นชม” ผู้ก่อการร้าย เอ้ย! ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ รุ่นพี่ทุกคน STAFF ทุกชีวิต
ดำเนินกิจกรรมได้ประทับใจฉันทีเดียว



สรุป : งบประมาณ
1) ค่ารถโดยสาร (รถเมล์ + รถ ป.2) ไป-กลับ 180 บาท
2) ค่ากาแฟ + อาหารว่าง + ส้มตำ + ยำมะระหวาน 110 บาท
3) ค่าขนมเทียนแก้ว 300 บาท
4) ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ น้ำหนาว 10 บาท
-----------------------------------------------------


โครงการเที่ยว กิน นอน เล่นกับชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว : 3-5 ธันวาคม 2547

ผู้เขียนโครงการ, ผู้เสนอโครงการ, ผู้เห็นชอบโครงการ: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น

ผู้อนุมัติโครงการ : อจ. ชโลมใจ ที่ปรึกษาชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ





Create Date : 22 พฤษภาคม 2550
Last Update : 17 ธันวาคม 2552 19:46:52 น.
Counter : 467 Pageviews.

1 comments
  
โดย: 012325 IP: 58.9.58.241 วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:7:26:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกคนสุดท้องน้องสาวคนเล็ก
เด็ก ๆ ชอบเอาตัวไปปลายนา
เอาขาไปวิ่งเล่นที่ทุ่งหญ้า
โตเป็นสาว..ชอบอยู่บ้านนอก
อนาคต..ได้ไปที่ชอบ..ที่ชอบ
อะคึ่ ๆ


Friends Blog
[Add สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น's blog to your weblog]