พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ทริปมรสุมรุมรัก ณ จำปาสัก-ปากเซ (ภาค 2)

ค น เ ร า กำ ลั ง ผ จ ญ ภั ย


สะบายดีเช้าวันอาทิตย์ : ฝนโปรย ณ ปากเซ

■ชาวคณะฯ ตื่นนอนเร็วกว่าปกติ เนื่องจากสาวไกด์นัดรวมพลในเวลา 06.00 น.

หากฉันไม่ได้สะทกสะท้านกับการตื่นเช้าตรู่

เนื่องจากได้ลุกจากที่นอนตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง ไปยืนที่ระเบียงชั้น 2 ทิศตะวันออก

มองดูสายฝนกระหน่ำพร้อมลมกระโชกที่พัดยอดมะพร้าวไหวเอนไปตามแนวร่องมรสุม


■การเดินทางกลุ่มใหญ่จะต้องใช้วิชาตัวเบาและทำใจปล่อยวาง

การเรียนรู้เหล่านี้ฉันมักจะได้รับคำแนะนำจากนักเดินทางอิสระ(หลากหลายอาชีพ)

ซึ่งวิชาตัวเบาเราไม่ต้องไปศึกษาที่สำนักเส้าหลินหรือฝึกสติสมาธิในวัดป่ากันที่ไหน

เมื่อเริ่มออกเดินทางไปที่ชอบ.. ที่ชอบ แล้วจะค้นพบประสบการณ์ตรง

สอนให้เราเรียนรู้ด้วยหัวใจและมันสมองของตัวเองค่ะ


■ฉันสะพายเป้ส่วนตัวและหิ้วกระเป๋าเดินทางของพี่สาว

ลงมารอชาวคณะฯ ที่ด้านล่างของโรงแรม

มองเห็นกระติกน้ำร้อนแต่ไม่มีกาแฟ(สำเร็จรูป) ไว้บริการ
มีเพียง “ชา” และแก้วเซรามิควางในตะกร้าให้ชาวคณะฯ ช่วยตัวเองตามอัธยาศัย
(โรงแรมระดับ 3 ดาว มีห้องคู่-ห้องคี่ นักเดินทางเลือกตามใจชอบ)


■ฉันขอนั่งจิบชาลาวในเช้าวันอาทิตย์แสนเย็นสบาย

ไอร้อนจากแก้วชาช่วยให้ความอบอุ่นอบอวลท่ามกลางความชุ่มชื้น

ขณะสายฝนโปรยปราย รู้สึกชีวิตเป็นสุขสบายดี

ฉันนั่งเขียนบันทึกการเดินทาง ขณะรอชาวคณะฯ มาพร้อมหน้า

เพื่อไปรับประทานอาหารมื้อเช้าตามที่สาวไกด์แนะนำ


■ภาษาลาววันละหลายคำประจำวันอาทิตย์

ซ้าย = ภาษาไทย ขวา = ภาษาลาว

ไฟแดง = ไฟมีอำนาจ, ไฟเหลือง = ไฟลังเล /โลเล

ไฟเขียว = ไฟปลดปล่อย, ขโมย/โจร = ขี้ลัก

ห้อง ICU = ห้องมรสุม, ห้องตรวจภายใน = ห้องจกเบิ่ง

ห้องคลอด = ห้องประสูติ, ถุงยางอนามัย = ถุงปลิดวิญญาณ
ผ้าอนามัย = ผ้ายันต์กันโลหิต


■มีอีกหลายคำที่สาวไกด์บอกเล่าเป็นเรื่องตลก

ฉันมัวแต่อมยิ้มขำขันกับนิทานก้อมที่สาวไกด์เล่า

เลยไม่ได้จดบันทึกไว้อีกหลายคำ จึงเขียนให้อ่านเป็นบางประโยค

ที่ประทับใจแบบจำได้ไม่ต้องจด โดยฉะแพะ “ผ้ายันต์กันโลหิต”

(ฉันได้ใช้เมื่อครั้งเดินทางไปลาวเหนือปี ’53)

คนลาวใช้ภาษาได้น่ารักน่าฟังทีเดียวนะ อะคึ่ ๆ


■07.30 น. ชาวคณะฯ รับประทานอาหารเช้าที่เรือนแพคำฟอง ริมโขง

มีข้าวต้ม ปาท่องโก๋ ข้าวจี่(ขนมปังฝรั่งเศส) นมข้นหวานราดหน้า

กาแฟ(ดาว) โอวัลติน(ไทย) เลือกหยิบชงชิมได้ตามใจชอบ

หากใครไม่ชอบก็ต้องกิน เพราะไม่มีอะไรให้เลือกมากกว่านี้แล้ว

อ้อ! มีไข่ดาวและกล้วยหอมใส่จานวางไว้บนโต๊ะตามจำนวนเก้าอี้ที่นั่ง

อาจจะดูน้อยไปนิดแต่อิ่มอร่อยก็พอใจแล้ว


■โต๊ะขวามือสุดที่เราได้นั่งเป็นมุมที่ใกล้กับ “แม่น้ำสองสี” สองสายมาบรรจบพบกัน

คือ แม่น้ำโขง(สีเขียวฝั่งซ้าย) กับ แม่น้ำเซโดน(สีแดงฝั่งขวา)

แต่ในฤดูน้ำหลากเช่นนี้ สายน้ำขุ่นเป็นสีเดียวกัน

จึงไม่เห็นความแตกต่างของสีแม่น้ำทั้งสองสาย

หากชาวคณะฯ มาเยือนเรือนแพริมโขงแห่งนี้

จะมองเห็นจุดชมวิวที่สวยงาม คือ ภูเสลา ภูนางนอน(ตำนานรักนางมะโรง)

ซึ่งอยู่ใกล้กัน แต่จะมองไม่เห็น “ภูบาเจียง” ที่อยู่อีกด้านของเมืองปากเซ


■หลังจากอิ่มท้องสบายพุง

ชาวคณะฯ มุ่งสู่ดินแดน “น้ำตกตาดฟาน & น้ำตกตาดเยือง” ตามโปรแกรมทัวร์

แต่.. ผิดคาดค่ะท่านผู้อ่าน เนื่องจากสายฝนโปรยปรายแม้บางเบา

แต่มีผลให้ความเร็วของรถไม่สามารถวิ่งได้ความใจปรารถนา

และอีกเหตุผลเส้นทางขึ้นเขาลงเนินเป็นระยะ ๆ

ทำให้รถต้องชะลออัตราเร่งโดยปริยาย

ฉันหลับตาฝันและจินตนาการถึง “น้ำตกตาดฟาน”

ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของลาว(สูง 120 เมตร) ตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว


■ฉันสะดุ้งตื่น.. ฝันสลายไปกับสายฝน

เมื่อสาวไกด์ถือไมค์ประกาศ “ขออภัยในความไม่สะดวก” (อีกแล้วค่ะท่านผู้อ่าน)

ด้วยระยะทางที่ยังเหลืออีกหลายกิโลกว่าจะถึง “น้ำตกตาดฟาน”

เมื่อคำนวณเวลาแล้วจะต้องเปลี่ยนเส้นทางเฉียบพลัน

หัวรถหันเหไปสู่ “น้ำตกตาดเยือง”

ซึ่งเป็นสถานที่จะต้องแวะรับประทานอาหารมื้อกลางวันสำหรับชาวคณะฯ ในวันนี้

โดยไม่มีใครคัดค้าน เพราะเรามีประสบการณ์กินอาหารผิดเวลาตั้งแต่เมื่อวานนี้


■10.00 น. ชาวคณะฯ มาถึงบริเวณ “น้ำตกตาดเยือง”

แม้ฟ้าไม่เป็นใจเพราะสายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย

อุปกรณ์ป้องกันฝนถูกหยิบมาใช้ ร่ม หมวก เสื้อกันหนาว(ใช้คลุมศีรษะแต่ไม่กันเปียก)

ซึ่งมีชาวคณะฯ บางท่านเคยมาเที่ยวหลายครั้ง

ขอนั่งร้องเพลงคาราโอเคะบนรถตามอัธยาศัย


■ทีมพี่สาวและฉันไม่หวั่นไหวกับอุปสรรคเล็ก ๆ

ขอลงไปใช้ประสาทสัมผัสบรรยากาศ “น้ำตกตาดเยือง”

ท่ามกลางหมอกขาวโพลนทั่วขุนเขาแห่งนี้

“ห้องน้ำ” คือ จุดแรกที่ชาวไทยใช้ระบายน้ำเสีย

ก่อนจะไปรับโอโซนบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิต


■ชาวคณะฯ ไปยืนหลบฝนในศาลาขายเครื่องดื่ม “ชา กาแฟและกล้วยปิ้ง”

เสียงกดชัดเตอร์ดังทุกวินาที เพื่อถ่ายภาพธรรมชาติในบรรยากาศชื่นฉ่ำ

ละลองไอเย็นแผ่ซ่านซึมซับสู่หนังกำพร้าแทรกซึมถึงหนังแท้กันเลยทีเดียว

แต่ “กล้วยปิ้ง” ดึงดูดใจให้ชาวคณะฯ มารุมรัก อะกึ๊ย! รุมล้อม

รับไออุ่นความร้อนจากเตา แม่ค้าชาวลาวปิ้งขายไม่ทันใจชาวคณะฯ


■แม้สายฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ม่านหมอกยังปกคลุมทั่วผืนป่าแห่งนี้

โอโซนบริสุทธิ์ช่วยให้เม็ดเลือดแดงไปเลี้ยงหัวใจอย่างไร้มลภาวะ

ช่วงเวลาดีดีที่ “เอาอยู่” อีกทั้งหมวก ผ้าพันคอ เสื้อคลุมช่วยให้อบอุ่นกายสะบายดีจริง ๆ


■พี่สาวและเพื่อนครู ชวนกันไปชมต้นทางของน้ำตก

โดยเดินลงตามบันไดหินที่ถูกสร้างไว้อำนวยความสะดวก

แต่ไม่สามารถลงไปชมภาพ “น้ำตกตาดเยือง” ณ ด้านล่าง

ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม แม้จะมีบันไดให้ไต่ลง แต่ความลื่นความชันฉุดรั้งขาไว้

จึงชวนกันบันทึกภาพบรรยากาศรอบ ๆ เท่านั้น


■เราได้ยินคำเล่าลือเล่าอ้างที่น่าเชื่อถือว่า น้ำตกแห่งนี้ “สูงสวย”

แต่ชาวคณะฯ ก็ไม่สมปรารถนา หากรู้สึกประทับใจบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นบริสุทธิ์

การท่องเที่ยวธรรมชาติในฤดูมรสุมเช่นนี้ ฉันได้ค้นพบน้ำตกใหม่ในสถานที่แห่งนี้

และขอตั้งชื่อว่า “น้ำตกตาดหมอก”

เนื่องจากมองเห็นม่านเมฆขาวลอยระเรี่ยตามทางสายน้ำที่ไหล (ขอฟ้องด้วยภาพ)


■ชาวคณะฯ กินอาหารมื้อเที่ยง ณ ร้านอาหาร “แหวนดารา”

ฉันขอเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “ร้านกินลมชมหมอก”

ดูจะเหมาะสมกับบรรยากาศยามนี้มากกว่า (ขอฟ้องด้วยภาพ)


■ได้เวลาเดินทางตามตารางทัวร์(ที่เปลี่ยนแปลง)

สาวไกด์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวลำดับต่อไป คือ “น้ำตกตาดเลาะ”

ซึ่งเป็นโปรแกรมสลับฉากจากเมื่อวานนี้

อืม! ฉันคงได้ลงเล่นน้ำตกกับน้องอีฟแน่ ๆ ขอฝันหวานตอนบ่าย ๆ


■แต่แล้ว..ฝันสะดุด เมื่อทัวร์คัน 3 วิ่งแซงทัวร์คัน 2 ในเวลา 13.15 น.

แล้วทัวร์คัน 2 ชลอความเร็วจอดชิดขอบถนนทางขวาโดยไม่ทราบสาเหตุ

ซึ่งชาวคณะฯ ทัวร์คัน 2 รู้สึกผิดปกติที่รถจอดนานเกิน 5 นาที

โดยไม่มีสาวไกด์หรือพนักงานทัวร์มาอธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

ฉันไม่รู้จะถามใคร เพราะทุกคนในรถก็ทำหน้างง งง


■ฉันสงสัยมาก จึงลงจากรถไปถาม พนง.ทัวร์และสาวไกด์

ที่เดินกลับจากไปดูรถทัวร์คัน 3 เอ่ยถามว่าเกิดปัญหาอะไรจึงจอดรถ

น้องปัท(พนง.ทัวร์) บอกว่า “รถคันที่ 3 มีควันโขม่งพวยพุ่งจากท้ายรถ"

จึงโทร.ให้คนขับรถคัน 3 จอดข้างทางก่อน”

สรุปใจความว่า “รถเบรกติด” โอ้ว! พระเจ้าลาวช่วยเราด้วย (แอบอุทานในใจเบา ๆ)


■“เบรกติด” ถือว่าโชคดีกว่า “เบรกแตก”

เพราะฉันเคยประสบเหตุการณ์ท่องเที่ยวในเมืองไทย ทัวร์นำเที่ยว(2 ชั้น)

เบรกแตกขณะลงเขาที่ “เขาปักธงชัย”(โคราช) ซึ่งคันที่เบรกแตกไม่ใช่คันที่ฉันนั่ง

แต่เป็นอีกคันที่เดินทางไปด้วยกันในทริปนั้น

(มีภาพข่าวขึ้นหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์เลยทีเดียว)

อุบัติเหตุครั้งนั้นเคราะห์ยังดี ที่ไม่มีใครเสียชีวิต แต่มีบาดเจ็บสาหัสค่ะ


■ท่านผู้อ่านที่รัก จำนิยามที่สาวบ้านนอกบอกไว้ได้นะคะ ขอทวนอีกครั้ง

@ ต้องเผื่อใจ ใช้เวลา ไม่คาดหวัง(โปรแกรม)ที่วางไว้

เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันทันใด @


■ความเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันเกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ

แต่ฉันรู้สึกยินดีกับชาวคณะฯ ทัวร์คัน 1 ที่เดินทางสู่เป้าหมาย “น้ำตกลาดเลาะ”

ด้วยความสุขสดชื่นอุดมสมหวังอย่างปลอดภัย (พนง.ทัวร์เล่าให้ฟัง)


■เมื่อมีอุปสรรคขวางทางไปน้ำตก ชาวคณะฯ ทัวร์คัน 2

จึงสรุปเสียงโหวตขอย้อนกลับเข้าเมืองปากเซ

เพื่อไปละลายทรัพย์ให้เบาตัวจะสบายใจกว่า

ซึ่งชาวคณะฯ (บางส่วน) ทัวร์คัน 3 ก็ขอกลับเข้าเมืองปากเซพร้อมคณะฯ ทัวร์คัน 2

ด้วยความอบอุ่นจนต้องปรับอุณหภูมิแอร์รถลดลง


■15.00 น. ช้อปปิ้ง “ตลาดดาวเรือง” ซึ่งสาวไกด์ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา เล่าแบบย่อ ๆ ว่า

หากซื้อสินค้าพื้นบ้านของชาวลาวจะขายไม่แพง สามารถต่อรองราคาได้เล็กน้อย

หากเป็นสินค้าของเมืองจีนหรือคนเวียดนามขาย ให้ต่อราคาแบบหารครึ่ง

สินค้าบางอย่างแนะนำไม่ให้ซื้อเลย ซึ่งฉันไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ได้ยินแว่ว ๆ ว่า

แผ่นซีดีไทย(ก๊อป) อะไรประมาณนี้ เพราะจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจจับปรับที่ด่านฯ

ซึ่งฉันก็ตั้งใจว่าจะไม่ซื้ออะไรมากนัก ทรัพย์คงไม่ละลายจนหมดตัวในตลาดดาวเรืองแห่งนี้แน่นอน

เพียงแค่ชมบรรยากาศเท่านั้นพอ

■พี่สาวบอกให้ฉันหาซื้อแผ่นซีดี “เพลงเต้นปัสลบและเพลงสาละวัน”

ซึ่งเป็นแผ่นเพลงของลาว ไว้สำหรับงานอบรมการสอนในระดับอนุบาล

ขณะที่เธอและเพื่อนครูกำลังเลือกซื้อเครื่องประดับ มีสร้อย แหวนพลอย กำไลเงินลาว

ที่เจ้าของร้านนำมาโชว์ยั่วยวนชวนให้เสียทรัพย์จนกระเป๋าแบนกันเลยทีเดียว

แม้ฉันตั้งมั่นว่าจะไม่ซื้ออะไร

แต่ความตั้งใจก็พ่ายกิเลสเมื่อเห็น “กำไรเงิน(ผสม)”

ราคาไม่แพงและมีลวดลายดอกจำปา (ดอกไม้ประจำชาติลาว)

เลือกจนถูกใจได้มา 5 เส้นเป็นของฝาก พร้อมด้วยตุ้มหู อีก 2 คู่ รวมราคา 140 บาท

เฮ้อ! เสียทรัพย์จนได้นะสาวบ้านนอก

■16.00 น. สาวไกด์นัดรวมพล แล้วบอกกล่าวให้ชาวคณะฯ รับทราบว่า

รถทัวร์คัน 3 ยังซ่อมไม่เสร็จ จึงแก้ไขปัญหาด้วยการใช้รถบัสของลาว นำพาชาวคณะฯ คัน 2

ไปส่งที่ด่านข้ามพรมแดนช่องเม็ก ขณะที่นำรถทัวร์คัน 2 ไปรับชาวคณะฯ คัน 3

ซึ่งยังรอคอยความช่วยเหลือที่ป่าละเมาะข้างทาง ณ จุดเกิดเหตุ


■“ดิวตี้ฟรี” สถานีละลายทรัพย์ชาวคณะฯ อีกแห่งก่อนข้ามพรมแดนฯ

แต่ไม่มีอะไรน่าซื้อ สินค้าที่ขายดีและขายหมดคือ ผักแม้ว มะระหวาน ของชาวลาว

ที่นำมาวางจำหน่ายให้กับทุกทัวร์ทุกวัน ซึ่งพี่สาวเหมาแม่ค้าขายผักลาวจนหมดเกลี้ยง

ฉันมีหน้าที่ถือและหอบหิ้วตามกติกามารยาทในฐานะผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด อะคึ่ ๆ

■18.20 น. อำลาเมืองปากเซ จำปาสัก โบกมือบาย ๆ สาวไกด์ลาว “น้องนาง”

ด้วยมิตรไมตรีที่น่ารัก หวังไว้ในใจฉันคงมาเยือนเมืองลาว(ใต้) โอกาสหน้าแน่นอน (จำไว้เลยนะ)


@-------------------------------------------------@

สวัสดีเมืองไทย สะบายดีจำปาสัก-ปากเซ




ภาพประกอบ : ทริปฯ ภาค 2
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.3546335103427.2134818.1424014390&type=3



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2556 17:59:11 น.
Counter : 9527 Pageviews.

20 comments
  
สวัสดีครับ ทักทาย




โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:24:17 น.
  
สวัสดีค่ะพี่สาว

ตามมาเที่ยวด้วยคร๊าาา
ปากเซปอยยังไม่เคยไปเลยค่ะ
เคยไปแต่เที่ยวแถวเวียงจันทร์นะคะ

พี่สาวสบายดีนะคะ

โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:7:58:57 น.
  
สวัสดีครับ

ขอบคุณนะครับสำหรับมิตรจิต มิตรใจที่ยังมีถึงกัน

วันเดือนเคลื่อนคล้อยไปไม่มีวันย้อนกลับ แต่ทุกวันใหม่ท้าทายให้เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

โดย: Insignia_Museum วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:22:37:34 น.
  

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่
ขออวยชัยทุกๆท่านจงสุขขี
ให้ประสพพบแต่สิ่งดีดี
และจงมีชีวีที่ยืนนาน

...ให้เบิกบานฤทัยไม่มีทุกข์
มีแต่สุขทุกคืนวันนั้นฉ่ำหวาน
สุขภาพพลานามัยให้สราญ
ให้เบิกบานสมหมายตามใจปอง


โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 29 ธันวาคม 2555 เวลา:11:31:42 น.
  
ด้วยความยินดีเลยค่ะพี่สาว
ถือว่าให้เกียรติบล็อกปอยเป็นอย่างยิ่งค่ะ

แต่ปอยเกรงว่า .... ข้อมูลที่ปอยให้ไว้อาจจะมีคาดเคลื่อนนะคะ แห่ะๆ
หากมีใครท้วงติง ... ว่าข้อมูลผิด
ช่วยแจ้งปอยด้วยนะคะ จะได้แ้ก้ไขให้ถูกต้องค่ะ หุหุ

ขอบคุณมากๆ นะคะ
ที่สนใจประวัติศาสตร์ไทยที่กำลังจะสูญหายเต็มที่แล้ว

ปอยทำบล็อกนี้ ... รู้สึกภูมิใจมากเลยค่ะ
ที่ได้เข้าไปสัมผัสกับประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิดแบบนี้

ขอบคุณพี่สาวเช่นกันนะคะ ...
โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 3 มกราคม 2556 เวลา:21:08:47 น.
  
หวัดดีปีใหม่จ้าสาวฯ

เรื่องอ่านสนุก แต่รูปน้อยเกิ๊น

ปีใหม่นี้ก็ขอให้สาวฯที่น่ารักมีความสุขมากๆน้า ตลอดปีและตลอดไปเลยละ
โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.9.99.71 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:7:38:20 น.
  
สวัสดีค่ะพี่สาว

แวะมาทักทายพร้อมความคิดถึงค่ะ

โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 14 มกราคม 2556 เวลา:18:21:20 น.
  
สวัสดีค่ะพี่สาว

ช่วงนี้อากาศทางโน้นเป็นยังไงบ้างค่ะ
มีฝน หรือ หนาวหรือป่าวเอ่ย

โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 30 มกราคม 2556 เวลา:16:21:10 น.
  
หวัดดีจ้า
ไม่ได้ไปมาหาสู่กันซะนานเลย
ยังจำกันด้ายบ่ คึดฮอดหลายเด้อ

อาเคยไปปากเซ จำปาศักดิ์มาเหมือนกัน
ฟังไกด์ชาวลาวเค้าเล่าเรื่องภาษาก็ขำดีเนอะ
คนลาว เค้าเว้ากันซื่อๆ
แล้วไปหัดเต้นบัดสโลฟมาด้วยล่ะ
ขาแข้งพันกันน่าดูเลย อิอิ

อ้อ...ต้องแอดเฟรนด์ใหม่นะจ้ะ

อาเปี๊ยกkapeak เองจ้ะ
โดย: พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:13:12:28 น.
  
สวัสดีค่ะพี่สาว

เพลงคู่กรรมเพราะไปคนและแบบนะคะ
ดูแล้วทำให้คิดถึงเวอร์ชั่นเก่าทุกทีเลยค่ะ
อินแบบสุดๆ ไปเลย อิอิ

พี่สาวสบายดีนะคะ
อากาศแปรปรวนรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:20:15:07 น.
  

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ค่ะพี่สาว


โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:10:16:44 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:15:41:25 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

มาแปะหัวใจให้หนูสาวจ้า
โดย: พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:8:08:35 น.
  
ทักทายยามเช้าค่ะพี่สาว
เมื่อคืนฝนตกหนักมาก ทางโน่นเป็นยังไงบ้างค่ะ
ดูแลสุขภาพนะคะ
โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:8:50:39 น.
  


ขอให้มีความสุขมากๆในปีใหม่ไทย 2556 นี้นะขอรับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 12 เมษายน 2556 เวลา:22:22:13 น.
  

เวลาผ่านไป
ดั่งข้าพเจ้าโล้เรือโต้ลูกคลื่น
ยามลมสงบ
ข้าพเจ้าคิดถึงมิตภาพที่เกิดระหว่างทาง
คิดถึงเสมอ

...
ตาพรานบุญ
โดย: ตาพราบุญ IP: 61.7.175.73 วันที่: 24 เมษายน 2556 เวลา:17:13:24 น.
  
สวัสดีค่ะพี่สาว
ปอยแวะมาเยี่ยมค่ะ สบายดีนะคะ


โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 21 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:11:30 น.
  
โดย: เดหลีสีแดง วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:23:46:17 น.
  

คิดถึงจังเลย เพื่อนเอ๋ย
โดย: เดหลีสีแดง วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:15:34:13 น.
  


คิดถึงจัง

โดย: เดหลีสีแดง วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:23:26:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกคนสุดท้องน้องสาวคนเล็ก
เด็ก ๆ ชอบเอาตัวไปปลายนา
เอาขาไปวิ่งเล่นที่ทุ่งหญ้า
โตเป็นสาว..ชอบอยู่บ้านนอก
อนาคต..ได้ไปที่ชอบ..ที่ชอบ
อะคึ่ ๆ


Friends Blog
[Add สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น's blog to your weblog]