กุมภาพันธ์ 2553

 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
 
 
19 กุมภาพันธ์ 2553
All Blog
ดินแดนแห่งความทรงจำ (4)

ภาพผจญภัยพเนจร "สะบายดีหลวงพระบาง"

บันทึกโดย... นักเดินทางอิสระ





จะเก็บภาพแห่งการผจญภัยด้วยใจวาดหวัง

บันทึกเรื่องเล่าตามรอยเท้าให้จดจำ

เอนกายอิงแอบขุนเขาใต้แสงดาวพร่างพราวฟ้า

ติดปีกในจินตนาการแล้วโบยบินไปด้วยแรงปรารถนา







1) "สะบายดีหลวงพระบาง อรุณสวัสดีดินแดนแห่งความทรงจำ"


2) ห้องภาพฝั่งตรงข้ามที่นั่งรอตักบาตรบริเวณ "ถนนสักกะลิน"


3) รอเวลา (กระติบข้าวเหนียวสำหรับลูกทัวร์ "คณะชาวไทย" & สาวไทยอีสานบ้านนอก)


4) "ตักบาตรข้าวเหนียว" วัฒนธรรมตามประเพณีวิถีทางพุทธศาสนาชาวลาว








5) สำรวม & แบ่งปัน


6) ร้านกาแฟลาว "ประชานิยม"
v ป้ายเก่า (มีมนต์ขลัง)


v ป้ายใหม่ (มีเมนู & ราคา)


7) สถานีขายปี้(ตั๋ว) ทัวร์ทางน้ำไป "ถ้ำติ่ง" บ้านปากอู & บรรยากาศรอบ ๆ




8) กัปตันเรือ "น้องบ่าวเพชร" & เพื่อนร่วมแก๊งพเนจร "ทัวร์ทางน้ำ"


9) บรรยากาศริม "แม่น้ำของ" ระหว่างทางไป "ถ้ำติ่ง"










10) ท่าเรือ "หมู่บ้านซ่างไห" & สินค้าจำหน่ายในหมู่บ้าน












11) "ถ้ำติ่ง" & พระพุทธรูป ฯลฯ












12) "ถ้ำเถิ่ง" & สีสันระหว่างทางเดินขึ้น-ลง








13) "สิ่งที่น่าสนใจ" ในสายตาของนักเดินทางพี่ใหญ่






14) "มุมมองสวยงาม" ในสายตาของนักเดินทางน้องเล็ก


15) ล่ำลาเจ้าที่เจ้าทาง "ไปลา-มาไหว้" & ภาพทิ้งท้ายก่อนจาก "ถ้ำติ่ง"






16) วัดเชียงทอง












v โบสถ์ที่ประดิษฐานพระคู่เมือง "องค์พระบาง" (จำลอง)

องค์จริงประดิษฐาน ณ หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง (เพื่อความปลอดภัย)







17) "2 ภาพสวยในมุมงาม"




18) หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง (อดีตพระราชวังเจ้าชีวิต)
บรรยากาศรอบนอก (ด้านใน ห้าม! บันทึกภาพตามระเบียบ)






19) วัดใหม่สุวันนะพูมาราม








20) พระธาตุพูสี & บันได 319 ขั้น






21) บรรยากาศ "เมืองหลวงพระบาง" ในมุมมองบนยอดเขา "พระธาตุพูสี"

^ ทิศตะวันออก/เหนือ


^ ทิศตะวันออก/ใต้


^ ทิศตะวันตก/ใต้


^ ทิศใต้


^ ทิศเหนือ (น่านฟ้า อะคึ่ ๆ )


^ ศูนย์รวมสหประชาชาติ

22) "พระอาทิตย์ลาลับฟ้า ณ หลวงพระบาง"

^ มุมมองกล้องฯ น้องเล็ก/ฝั่งซ้าย






"ตรึงตราประทับใจ" มุมมองกล้องฯ พี่ใหญ่/ฝั่งขวา



บันทึกผจญภัยพเนจร "สะบายดีหลวงพระบาง"

โดย.. สาวบ้านนอก



วันที่ 4 : สะบายดีหลวงพระบาง : มีปรากฎการณ์สุริยปราคาวงแหวนในจักรวาล

05.50 น. - เช้าวันนี้แต่งตัวสวยที่สุด (เท่าที่สาวบ้านนอกจะสวยได้) เพื่อไปตักบาตรข้าวเหนียว (ไม่มีหมูปิ้ง)
เลือกที่นั่งตรงข้ามห้องภาพ Poliece office Xieng Thong Group ขณะนั่งรอ “พระสงฆ์มาบิณฑบาตร”
ยกกระติบข้าวเหนียวจดหน้าผาก แล้วอธิษฐานตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยความอิ่มบุญอิ่มเอมใจในบรรยากาศแสนประทับใจ ในวัฒนธรรมตามประเพณีวิถีทางพุทธศาสนา
ซึ่งช่วยจรรโลงใจให้ชาวโลกได้เรียนรู้การแบ่งปันด้วยความเอื้อเฟื้อเผือแผ่ซึ่งกันและกันเสมอ
ดั่งพุทธพจน์ที่กล่าวไว้ว่า “เมตตาธรรมค้ำจุ้นโลก”

07.30 น. - เดินหาร้านกาแฟลาว “ประชานิยม” (ตามคำเล่าลือ) เกือบมองไม่เห็นป้ายร้านฯ เพราะอยู่ในมุมอับแสง
แต่เราคาดเดาได้ง่ายมาก เนื่องจากมองเห็นแต่พี่น้องชาวไทยนั่งเบียดชิดกันบนเก้าอี้ม้าไม้
ไม่มีที่ว่างให้นักเดินทางพเนจรเลย รอจังหวะลูกค้าคนไหนลุกปั๊บ เราเข้าแทนที่ทันทีไม่รอช้า
เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี เพราะไม่มีบัตรคิว
สองนักเดินทางก็ได้ที่นั่งดื่มกาแฟลาวรสชาติเข้มข้นโดนใจพี่น้องชาวไทยมาก ฉันแอบเปลี่ยนชื่อใหม่ในใจว่า
“ร้านกาแฟลาวประชาชาวไทยนิยม” เพราะได้ยินแต่นักท่องเที่ยวทักทายพูดคุยกันด้วยภาษาไทยเดิมแท้ ๆ
ไม่มีภาษาชาติอื่นมาปนเลยสักคำเดียว

07.50 น. - สองนักเดินทางเดินหาท่าเรือ เพื่อซื้อปี้(ตั๋ว) ทัวร์ทางน้ำไป “ถ้ำติ่ง”
แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ จึงเดินชมบรรยากาศริม “แม่น้ำของ”(โขง) ฉันค้นหาแผนที่นำทาง แต่ไม่เห็นอยู่ในเป้
ฉุกคิดได้ว่าขณะนั่งดื่มกาแฟลาวแล้ววางไว้บนโต๊ะ พอจ่ายเงินกีบแล้วลุกขึ้นให้ลูกค้าคนอื่นที่ต่อคิวรอ
ด้วยความรีบทำให้ลืมหยิบแผนที่ฯ จึงบอกนักเดินทางพี่ใหญ่รอที่ท่าเรือ
แล้วฉันย้อนกลับไปร้านกาแฟลาวสอบถามเจ้าของร้านฯ ซึ่งเขาเก็บไว้ให้ ฉันจึงกล่าว
“ขอบใจหลายเด้อ” ตามภาษาท้องถิ่นแทนคำว่า “ขอบคุณมาก”

08.30 น. - ได้เวลาลงเรือตัวยาวหางสั้น มีกัปตันเรือชื่อ “น้องบ่าวเพชร” เป็นผู้นำทางน้ำเพื่อเข้าชม “ถ้ำติ่ง”
83 กม. คือระยะทางนั่งเรือชมภาพวิถีชีวิตตาม “แม่น้ำของ(โขง)”
- ทริปนี้เพื่อนร่วมแก๊งทั้งหมด 6 คน มีสองผู้เฒ่าที่น่ารักจากประเทศแคนาดา และคู่หนุ่มสาวจากประเทศฮังการี
นักเดินทางพี่ใหญ่คอยให้ข้อมูลเป็นระยะ เพราะนักเดินทางน้องเล็กสื่อภาษาสากลไม่ถนัด
แสดงออกได้เพียงส่ง “รอยยิ้มสยาม” เท่านั้น
- สายลมยามเช้าพัดเอาความเย็นมาสัมผัสผิวกายให้หนาวยะเยือก
ฉันสลับที่นั่งจากฝั่งซ้ายย้ายมาฝั่งขวา เพื่อแสวงหาความอบอุ่นจากดวงตะวัน
ระหว่างนั่งชมวิวทิวทัศน์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์แสนสดใส ฉันเกิดอาการเคืองกัปตันเรือเล็กน้อยถึงปานกลาง
รู้สึกเขาจะอารมณ์เย็นยิ่งกว่าสายน้ำที่ไหลอ้อยอิง เหตุเพราะเรือที่พวกเรานั่งนั้น ออกตัวมาก่อนเป็นลำแรก
แต่กลับถูกเรือตัวยาวหางสั้นเท่ากัน พุงตัวแซงนำหน้าเรือพวกเรา อืม! ไม่เป็นไรนะปล่อยให้นำไปก่อน
อะอ้าว! ลำที่สองแซงหน้าไปอีก ขณะลำที่สามวิ่งตามหลังอยู่ตั้งนาน ยังปล่อยให้แซงได้อีกแล้วนะ
กัปตันเพชรใจเย็นฉ่ำเหมือนลำน้ำของ(โขง) ซะจริงเลย

10.10 น. - แวะระหว่างทางที่หมู่บ้านซ่างไห(กม. ที่ 77)
ชาวบ้านที่นี่เป็นเชื้อสายจากจีนก๊กมินตั๋ง กองพล 93 ของนายพลต้วน
อพยพมาจากดอยแม่สลอง เชียงรายเมื่อสี่สิบกว่าปีมาแล้ว เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพหลักคือ การปั้นไห ปั้นหม้อ
และมาต้มเหล้าขายเพิ่มเติมในภายหลัง ที่นี่จึงมีเหล้าพื้นบ้าน ผ้าทอ เครื่องประดับเป็นสินค้าให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ
ฉันไม่ได้ซื้อสินค้าใด ๆ เพียงแค่เดินชมและพักถ่ายเทน้ำเสียออกจากตัว แล้วยังเสียเงิน(กีบ) อีก

10.45 น. - ฉันเดินกลับเรือคนแรก แล้วนั่งรอนักท่องเที่ยวท่านอื่นที่ยังชื่นชมและบันทึกภาพตามใจชอบจนพอใจ

11.00 น. - เรือออกเดินทางไปตามลำน้ำมุ่งสู่ “ถ้ำติ่ง” (ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมที่บ้านอากู่ google)
- ระหว่างนั่งเรือผ่านเกาะกลางน้ำ นักเดินทางน้องเล็กเกิดอาการ “เมาเรือ” เล็กน้อย
นักเดินทางพี่ใหญ่แนะนำให้ฉันมองข้ามเกาะไปไกล ๆ แล้วจะรู้สึกดีขึ้น
อืม! ถ้าฉันเกิดอาการ “เมารัก” นักเดินทางพี่ใหญ่จะแนะนำให้ทำอย่างไร? สงสัยจัง!
แต่ตอนนี้ยังไม่มีอาการ “เมารัก” เพราะไม่มีหนุ่มหล่ออยู่ในเรือ อะคึ่ ๆ

11.30 น. - ถึง“ถ้ำติ่ง” สถานที่สำคัญจุดหมายแรกในทริปวันนี้ ภายในถ้ำติ่งมีพระพุทธรูปองค์เล็กสุดจนถึงองค์ใหญ่
จำนวนมากมายวางบนแท่นศิลาและตามซอกร่องหิน การชมถ้ำติ่งในครั้งนี้ไม่มีไกด์ให้ข้อมูล
ฉันไม่รู้จะเขียนเล่าอะไร นอกจากใช้ภาพเล่าเรื่องเหมือนเดิม คือ หนึ่งภาพแทนพันคำ หุ หุ
จากนั้นจึงเดินขึ้นบันใดฝั่งซ้ายไปชม“ถ้ำเถิ่ง” ซึ่งเป็นสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อคนเมืองลาวอีกแห่ง
ฉันตั้งจิตอธิษฐานขอพรด้วยความเคารพและศรัทธาเช่นเดียวกับพี่น้องชาวลาว

12.10 น. - ได้เวลาเรือออกจากท่า จึงล่ำลาเจ้าที่เจ้าทางตามมารยาทคนไทย “ไปลา-มาไหว้”
บันไดลงจากถ้ำเถิ่ง 245 ขั้น (งวดหน้าแม่น ๆ ถ้าไม่แม่นรอลุ้นงวดต่อไป อะคึ่ ๆ)
- ขาล่องเรือกลับเป็นการวิ่งตามกระแสน้ำ เราคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนัก ฉันหยอกแกมหยิกกัปตันเรือว่า
ขากลับอย่าให้เรือลำอื่นแซงหน้านะ ไม่งั้นมีเคืองอีกรอบแน่
แต่พอลอยลำไปไม่ถึง 10 นาที ถูกเรือหางยาว (ลำตัวสั้น)
ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยว(สวมหมวกกันน๊อคกันน้ำกระเซ็น) วิ่งมาด้วยอัตราความเร็วสูง (จากที่ไหนไม่รู้)
พุ่งตัวแซงซ้ายนำหน้าเรือพวกเราจนกระแสน้ำกระเพื่อมตามแรงเครื่องยนต์ สายลมพัดละอองน้ำปลิวมาสัมผัสแผ่ว ๆ
รู้สึกรื่นรมย์ตามบรรยากาศในสายลมเย็น ครั้งนี้ไม่เป็นไรให้อภัยนะ
เพราะเรือที่แซงไปนั้น “หางเสือยาว” กว่าเรือพวกเรา

13.30 น. - กลับถึงท่าเรือ เป็นการสิ้นสุดการนั่งเรือชมทัศนียภาพที่สวยงามใน “แม่น้ำของ”
- แม้จะล่วงเลยเวลาอาหารมื้อกลางวันนานเป็นชั่วโมงแล้ว สองนักเดินทางไม่มีใครสนใจจะหาอะไรกิน(แม้ว่าไส้จะกิ่ว)
ซึ่งนักเดินทางเป็นห่วงเรื่องเวลาที่มีไม่มากนัก ในการเดินชมวัดและสถานที่สำคัญในหลวงพระบาง
เราคาดคะเนเวลาที่เหลือคงเดินชมได้เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น
ฉันจึงซื้อมะพร้าวดื่มน้ำแก้กระหายเท่านั้น นักเดินทางพี่ใหญ่ซื้อเครื่องดื่มประเภท “ไม่มีลิมิต ชีวิตเกินร้อย”

13.45 น. - สถานที่สำคัญสำหรับการศึกษาเรียนรู้ในบ่ายวันนี้ (หนึ่งภาพแทนพันคำ) ชมภาพด้านบน ^
1) วัดเชียงทอง
2) หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง (อดีตพระราชวังเจ้าชีวิต) ห้าม! บันทึกภาพตามระเบียบ
3) วัดใหม่สุวันนะพูมาราม

15.00 น. - แวะเติมพลังด้วยกาแฟสดที่ร้าน “Joma & Bakery Cafe” เนื่องจาก “อ้ายเขา”(ที่ปรึกษาแก๊งพเนจร)
ได้แนะนำไว้ถ้าไม่เชื่อฟังจะโดนดุ ฉันสั่งมอคค่าเย็น & เบเกอรี่หนึ่งชิ้น จำชื่อไม่ได้แต่อร่อยมาก
(เวลานี้มีอะไรที่กินได้ ถึงไม่อร่อยก็ไม่เหลือ หุ หุ)
กินจนอิ่มเต็มพุงช่วยให้ลำไส้มีงานทำเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิต เพราะกองทัพต้องเดินเท้าต่อไป
- เดินชมเกสเฮาส์รอบบริเวณที่ทำการไปรษณีย์หลวงพระบาง
ซึ่งมีเฮือนพักให้บริการทุกตรอกทุกซอกทุกซอยแบบถี่ยิบ ไม่รู้จะเลือกหลังไหนดี
ถ้าหากมีเวลาอยู่หลวงพระบางเป็นเดือน คงนอนพักทุกหลังคาเรือนที่ชอบ.. ที่ชอบ อะคึ่ ๆ

16. 00 น. - ฤกษ์งามยามดีสำหรับสถานที่สำคัญที่สุดในทริปนี้
เป็นความตั้งใจสูงมากด้วยการก้าวเท้าขึ้นบันได 319 ขั้น เพื่อนมัสการ “องค์พระธาตุพูสี”
และตั้งจิตอธิษฐานขอพรด้วยความเคารพศรัทธา เมื่อความตั้งใจในการเดินทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด

16.15 น. - ชื่นชมบรรยากาศ “เมืองหลวงพระบาง” บนยอดเขา “ธาตุพูสี”ในมุมมองเกือบ 360 องศา
ฉันเลือกมุมเหมาะ ๆ แล้วบันทึกภาพด้วยความรู้สึกประทับใจในบรรยากาศที่แสนเย็นสบาย
ขณะพระอาทิตย์ใกล้ลาลับหลบมุมเหลี่ยมขุนเขาฝั่งทิศตะวันตก
- ณ ห้วงเวลานี้ความอบอุ่นและความแออัดเริ่มมาแทนที่ พร้อมกับคลื่นมหาชนหลากหลายสัญชาติ
ณ สถานที่นี้คือ ศูนย์รวมสหประชาชาติ ซึ่งทยอยเดินขึ้นมาบนยอดเขา“ธาตุพูสี” ผู้คนมีมากขึ้นจนเริ่มหนาแน่น
- ระหว่างนั่งรอชม “พระอาทิตย์ลอยต่ำลาลับขอบฟ้าเพื่ออำลาชาวโลก” ฉันมองเห็นพ่อลูกชาวต่างชาติ
เขาแบกลูกสาว(อายุประมาณ 3 ขวบ) ไว้ในเป้สะพายหลัง ฉับพลันฉันหลับตาแล้วคิดถึง “กัปตันเรือพ่วง” (พ่อ&ลูก)
พอลืมตาขึ้นมองฟ้า เห็นเครื่องบินลำหนึ่งกำลังร่อนขึ้นจากลานบินในห้วงเวลาแห่ง “ความโรแมนติก”
เมื่อดวงอาทิตย์สีแดงเรื่อเรือง กำลังร่อนลงหลบม่านเมฆหลังขุนเขาสูงตระหง่าน
ผ่านม่านตาของฉันและชาวโลกที่ยืนชมกันเบียดเสียดในเวลานี้ เป็นความอิ่มเอมในอารมณ์
ยากเกินจะเขียนให้ใครเข้าใจความรู้สึกที่ทุกคนได้สัมผัสในเวลานี้
ถ้าอยากรู้อยากเห็น ต้องเดินทางมาที่นี่ “หลวงพระบาง”

18.00 น. - สองนักเดินทางแวะกินเฝอ (หมู) บริเวณหน้าวัง “พิพิธภัณฑ์” ซึ่งติดขอบรั้ว “ธาตุพูสี”
มื้อค่ำวันนี้เราอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของตลาดมืด(ค่ำ) บนถนน “สีสะหว่างวง”
ซึ่งเป็นถนนที่มีสีสันแสนโรแมนติกในความรู้สึกของฉัน
- เมื่ออิ่มท้องสบายกาย เราพร้อมเดินชมตลาดมืดในค่ำคืนนี้อีกครั้ง
นักเดินทางพี่ใหญ่ขอไปนั่งจิบกาแฟสดชมสาวลาวในมุมสงบ


ส่วนนักเดินทางน้องเล็กแวะไปซื้อส้มจี๊ด เก็บไว้เป็นเสบียงสำรอง
- มีข้อตกลงระหว่างสองนักเดินทาง คือ เลือกทางเดินของตัวเองตามที่ชอบ
แล้วนัดพบกันตามเวลา/สถานที่ที่ตกลงกันไว้ (โทรศัพท์ฉันไม่สามารถสื่อสารได้)
- ร้านค้าขายผ้ากันเปื้อน (งานฝีมือชาวม้ง) ฉันเล็งร้านนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว
จึงเดินตรงดิ่งไปยังเป้าหมายทันที เจอแม่ค้าตัวน้อย (น่ารักจัง) นั่งเป็นเพื่อนแม่
ฉันให้เธอหยิบผ้ากันเปื้อนที่เลือกไว้มา 2 ผืน ฉันพูดภาษาไทยกับแม่ค้าตัวน้อย
เธอโต้ตอบกลับเป็นภาษาลาวสไตล์ม้ง สอบถามราคาและต่อรองด้วยรอยยิ้ม
เธอลดราคาให้เหลือผืนละ 80 บาท (2 ผืน = 160 บาท) แล้วยังขอของแถมอีกชิ้น
เธอใจดีให้ฉันเลือกกระเป๋าใส่สตางค์เหรียญ 1 ใบเล็ก ฉันเอ่ยถามชื่อสาวน้อย เธอตอบว่า

“แสงดาราเจ้า” “น่ารักจังเลยค่ะที่มาช่วยแม่ เรียนชั้นไหนแล้วคะ”
“ม.2 เจ้า” “ทำไมตัวเล็กจัง ขอให้โชคดีขายได้เยอะๆ นะคะ”

แล้วขออนุญาตถ่ายภาพเธอ เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานแห่งความทรงจำ


- นักเดินทางสองคนมาบรรจบพบกันตามเวลาที่นัดหมาย
นักเดินทางพี่ใหญ่บ่นเป็นหมีกินผึ้งระหว่างเลือกซื้อรูปภาพวาด “พระธุดงค์” เพื่อนำไปตกแต่งบ้าน
ด้วยเกรงว่าหากซื้อภาพแผ่นใหญ่ใส่เป้แล้วจะทำให้ภาพเสียหาย
หยิบไปหยิบมาจึงตัดสินใจเลือกขนาดเล็กสุดและภาพไม่ใหญ่นัก (ใกล้เคียงโปสการ์ด)
เลือกจนพอใจใส่ซองเรียบร้อย หากเก็บลงในเป้ไม่มียับแน่นอน
นักเดินทางพี่ใหญ่ขอต่อรองราคาสไตล์จิ๊กโก๋กับพ่อค้าหนุ่มน้อยหน้าแฉล่ม (ทาสีเล็บเท้าด้วยนะ)

“อย่าขายแพงกว่าคนอื่น แล้วก็อย่าขายถูกกว่าร้านอื่นด้วยนะ” เล่นพูดแบบนี้พ่อค้างง!
นักเดินทางน้องเล็กฟังแล้วก็งง งง! อะคึ่ ๆ



- ได้ของที่ระลึกตามความต้องการเรียบร้อย สองนักเดินทางเดินชมร้านค้าไปเรื่อย ๆ
ผ่านร้านขายโปสการ์ดแวะชมและเลือกภาพที่ชอบที่ชอบได้คนละ 5 แผ่น
เราเดินทอดน่องท่องราตรีมาสิ้นสุดบริเวณตลาดมืด จนพลังไฟในตัวใกล้มอดดับ
ถ้าให้ฉันหลับตาเดินกลับที่พัก คงหลับคอพับคออ่อนแน่ ๆ แม้ว่าจะยังไม่มืดค่ำนัก
(วันนี้โคตรจะเหนื่อยเมื่อยขามาก)

20.00 น. - กลับถึงที่พัก ชำระค่าห้องพัก/ค่าซักผ้า/ค่าตั๋วรถโดยสาร (วันพรุ่งนี้)
เรามีเวลานั่งเล่นพูดคุยและเล่าเรื่องท่องเที่ยวในวันนี้ให้ “บ่าวบุญรัตน์” (ผจก. เฮือนพัก)
ฟังเพลิน ๆ ด้วยความสนิทสนมเหมือนพี่น้อง

20.50 น. - อาบน้ำสระผม สบายดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า คร๊อกฟี๊ Zzzzzzzzzzzzzzzz



ความมหัศจรรย์ในดินแดนล้านช้าง ดินแดนแห่งความทรงจำ

สถานที่บางแห่งไม่เคยมา แต่เหมือนเคยเห็นมาก่อน







ปล. ภาพถ่ายแห่งความทรงจำ ณ ดินแดนล้านช้าง
โปรดติดตามในภาค 5 โดยไม่มีกำหนดต่อไป..






Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 15 มีนาคม 2553 14:39:48 น.
Counter : 1337 Pageviews.

14 comments
  
แวะมาชมเมืองหลวงพระบางด้วยคนครับ..
โดย: wicsir วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:39:39 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ

ตามมาเที่ยวต่อครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:23:23 น.
  
เข้ามาดูอีกรอบ
ชอบภาพการตักบาตร
สยองขวัญกับงูในขวดโหลครับ 5555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:38:26 น.
  
โอ ลงรูปสวยทั้งนั้นเลย
โหลดเป็นชั่วโมงเลยนิ
กินส้มตำปลาแดกหลวงพระบางเผื่อเปล่า
โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:37:05 น.
  

ตามมาตักบาตรยามเช้าที่หลวงพระบางด้วยคนจ๊ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:5:40:38 น.
  
เห็นแล้วคิดถึงหลวงพระบาง
พระอาทิตย์ที่พระธาตุภูสี สวยมากเลย
เสียดายตอนแฟงไปนะพระอาทิตย์ไม่มีให้ได้เห็นเพราะ ฝนตกทุกวันซะงั้น
โดย: d_regen วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:15:01 น.
  
น่าไปท่องเที่ยวมากๆ

อยากไปตักบาตรข้าวเหนียวค่ะ

อยากไปฝากลายเซ็นที่ร้านกาแฟดังร้านนั้น ชอบๆ

วันนึงต้องไปเยือนให้ได้แน่ๆ ค่ะ

มีความสุขในหัวใจ และ สุขกาย นะคะ จุ๊ปๆ
โดย: วีดวาด IP: 117.47.86.61 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:50:08 น.
  
สบายดีหลวงพะบาง...
ตอนนี้กำลังอยู่เมืองหลวงพะบางอยู่เน้อ
เดี๋ยวตามรอยเท้าสาวบ้านนอกฯดีกว่า
ไว้จะเอารูปมาอวดแข่งนะครับ

สบายดีนะครับ
โดย: _ภู เชียงดาว IP: 114.129.29.9 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:49:34 น.
  
งามแท้แม่หญิงลาว
สาวขอนแจ่นตะลอนทันร์
จุใจเลย
ได้ข้อมูลไปเที่ยวบ้าง
ไม่ช้าไม่เร็ว
คงได้ไป

โอเลี้ยงแก้งนึง
แปะไว้ก่อนนะ
โดย: . (ตาพรานบุญ ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:37:14 น.
  
"ความมหัศจรรย์ในดินแดนล้านช้าง ดินแดนแห่งความทรงจำ

สถานที่บางแห่งไม่เคยมา แต่เหมือนเคยเห็นมาก่อน"

ข้อความของสาวฯข้างบนนี้ ลุงเองก็รุ้สึกอย่างนั้น ที่สำคัญไม่รู้เป็นไร มันอยากจะไปเป็นคนลาว สงสัยชาติก่อนลุงจะเคยอยู่ในประเทศนั้น หรือเคยเป็นคนที่ในตอนนั้นไทย-ลาว ยังเป็นชาติเดียวกัน

รู้สึกจริง ๆ ไม่ได้ดัดจริตหรือเสแสร้ง


ว่าแต่น้ำในแม่น้ำของทำไมไม่แดงเหมือนตอนลุงมา
โดย: ลุงบูลย์ IP: 118.173.114.80 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:39:16 น.
  
ใส่ภาพเกือบหมดอัลบั้ม

มิน่าโหลดเป็นชั่วโมง ไม่ชอบกันจริงถอดใจไม่เข้านะเนี่ย
โดย: ลุงบูลย์ IP: 118.173.114.80 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:41:52 น.
  
แวะมาขอบคุณ
ที่ไปเยี่ยมนะครับ....
เห็นภาพแล้วก็คิดถึงเมืองนี้เหมือนกันเน๊าะ

มีความสุขมากมายนะครับ
โดย: wicsir วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:20:31 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:36:02 น.
  
จุใจทั้งภาพและเรื่องราวเลยครับแม่นาง เมื่อไหร่หนอ ผู้บ่าวใต้ใจดีและสุดหล่อคนนี้จะได้ไปเที่ยวไกลๆกับเขาบ้าง สงสัยต้องรอให้สะพานสารสิน 2 เสร็จก่อนลามั้ง ก็คงอีก 2-3 ปี ละน่า
โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:12:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกคนสุดท้องน้องสาวคนเล็ก
เด็ก ๆ ชอบเอาตัวไปปลายนา
เอาขาไปวิ่งเล่นที่ทุ่งหญ้า
โตเป็นสาว..ชอบอยู่บ้านนอก
อนาคต..ได้ไปที่ชอบ..ที่ชอบ
อะคึ่ ๆ


Friends Blog
[Add สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น's blog to your weblog]