กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
พฤศจิกายน 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
space
space
27 พฤศจิกายน 2564
space
space
space

มองพุทธศาสนาให้รอบด้าน

 
ประเพณีก็สำคัญ ง่ายมองเห็นสัมผัสได้  มันเข้าถึงกระดูก ปนอยู่ในสายเลือด อย่าไปตั้งท่ารังเกียจวัฒนธรรมประเพณี  เหมือนที่หนึ่งปั่นกระแสอยู่

ผมมีรุ่นน้องคนหนึ่งที่อยากเอาพุทธวจนไปให้ครับ ทำยังไงถึงให้เขามีศรัทธาในตถาคตดีครับ

https://www.facebook.com/groups/934684070024209/? hoisted_section_header_type=recently_seen&multi_permalinks=2193700744122529

ศรัทธาเริ่มต้นให้  เหมือนๆกันทุกศาสนาเริ่มที่ศรัทธา คือว่า ต้องมีศรัทธาก่อน (ศรัทธาอย่างเดียวไกลสุดแค่สวรรค์ สวรรค์ศาสนาไหนๆก็มีสอนกัน.  ที่นี่ ได้สิทธิพิเศษเจ็ดอย่างถ้าทำตามเงื่อนไข   https://dhammachati.blogspot.com/2021/09/blog-post_83.html)   จึงจะไปต่อได้  แต่มีศรัทธาแล้ว ไปติดอยู่แค่นั้น จะแนวๆนี้
 

โยคีอินเดีย ชื่อ อมา บาระตี ชูแขนขวาตลอด 45 ปี ตั้งแต่ปี 1973 โดยไม่เอาแขนลงเลย เพื่อบูชาพระศิวะ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=877655946274062&set=gm.2993751754231731

หลักพุทธะมีว่า 

ลำพังศรัทธาอย่างเดียว   เมื่อไม่ก้าวหน้าถึงขั้นปัญญาต่อไปตามลำดับ  ย่อมมีผลอยู่ในขอบเขตจำกัดเพียงแค่สวรรค์เท่านั้น   ไม่สามารถให้บรรลุจุดหมายของพุทธธรรมได้  ดังพุทธพจน์ว่า

"ภิกษุทั้งหลาย ในธรรมที่เรากล่าวไว้ดีแล้ว ซึ่งเป็นของง่าย เปิดเผย ประกาศไว้ชัด ไม่มีเงื่อนงำใดๆ อย่างนี้

- สำหรับภิกษุผู้เป็นอรหันตขีณาสพ ... ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อจะบัญญัติต่อไป

- ภิกษุที่ละสังโยชน์เบื้องต่ำทั้งห้าได้แล้ว ย่อมเป็นโอปปาติกะ ปรินิพพานในโลกนั้น ฯลฯ

- ภิกษุที่ละสังโยชน์สามได้แล้ว มีราคะ โทสะ โมหะเบาบาง ย่อมเป็นสกทาคามี ฯลฯ

- ภิกษุที่ละสังโยชน์สามได้ ย่อมเป็นโสดาบัน ฯลฯ

- ภิกษุที่เป็นธัมมานุสารี เป็นสัทธานุสารี ย่อมเป็นผู้มีสัมโพธิ เป็นที่หมาย

- ผู้ที่มีเพียงศรัทธา มีเพียงความรักในเรา ย่อมเป็นผู้มีสวรรค์  เป็นที่หมาย" (ม.มู.12/288/280)

    ในกระบวนการพัฒนาปัญญา   ที่ถือเอาประโยชน์จากศรัทธา อย่างถูกต้อง ปัญญาจะเจริญขึ้นโดยลำดับ จนถึงขั้นเป็นญาณทัสสนะ คือเป็นการรู้การเห็น ในขั้นนี้  จะไม่ต้องใช้ความเชื่อและความเห็นอีกต่อไป เพราะรู้เห็นประจักษ์กับตนเอง จึงเป็นขั้นที่พ้นขอบเขตของศรัทธา.

(601)

พอถึงขั้นปัญญาที่พ้นขอบเขตของศรัทธาไปแล้ว  เห็นยาก  สัมผัสทางตาทางหูไม่ได้  สัมผัสได้แต่ทางความรู้สึกของตนๆเท่านั้น ทั้งบอกกันและกันก็ยาก  ยากขนาดไหน.  ท่านก็ยกตัวอย่างเต่ากับปลา ซึ่งเป็นเพื่อนกันคุยกัน   เต่าเป็นสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก  อยู่บนบกก็ได้  ลงน้ำก็ได้ เต่าเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวบนบกมา...นอนเล่นลมเย็นสบาย ได้วิ่งแข่งกับกระต่ายมาด้วยล่ะ 107 ปลาฟังแล้วงง   ถาม อะไรของแกวะสหาย  บนบกลมเย็นสบาย โกหก แหมๆยังวิ่งแข่งกับกระต่ายอีกบ้าเปล่า  เพราะปลาอยู่แต่ในน้ำ ไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เต่าบอกจึงนึกไม่ออก คิดไม่เห็น   

แต่ถ้าเป็นวัตถุธรรมเฉพาะตนเช่นนี้  ต่างก็ชี้บอกกันและกันได้ว่าอะไรเป็นใคร

 

ภาพทั้งบนและล่างจากทางใต้ด้วยกัน  451บนกำลังรุ่ง  ส่วนล่าง 450 กำลังริ่ง  (รุ่ง-ริ่ง)  ริ่งนี่อยู่ในต้องขั้นฟื้นฟู  ถ้าเป็นคนก็ขั้นทำกายภาพบำบัดฝึกหัดเดินกันใหม่ 
 


 



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2564 18:25:29 น. 0 comments
Counter : 197 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space