กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
พฤศจิกายน 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
space
space
22 พฤศจิกายน 2564
space
space
space

รู้เขา (จบ)



ต่อ

ในสงครามครูเสดครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ. 1096 แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อขับไล่ชาวเติร์กออกจากนครเยรูซาเลม   แต่กลับเป็นการนำพานักรบศาสนาจากเอเชียกลางและอาหรับให้เข้ามาในดินแดนอนาโตเลียเป็นจำนวนมาก

ระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 4 กองทหารครูเสด แทนที่จะพยายามบุกยึดนครเยรูซาเลมคืนจากมุสลิมเติร์กชาวแซกซอนคริสต์เหล่านั้น กลับบุกเข้าปล้นนครคอนสแตนติโนเปิลในปี ค.ศ. 1204 และได้แบ่งแยกดินแดนของอาณาจักรไบเซนไทน์ออกเป็นหลายส่วนเพื่อปกครองกันเอง

เชื้อพระวงค์ในไบเซนไทน์ ซึ่งเสด็จลี้ภัยไปอยู่ที่เมือง Nicaea ทางตะวันตกของอานาโตเลีย ต้องใช้เวลานานเกือบ 60 ปี จึงสามารถยึดนครคอนสแตนติโนเปิลกลับคืนมาได้ แต่อาณาจักรไบเซนไทน์ก็ตกอยู่ในสภาวะที่เสื่อมโทรมอย่างหนัก

ชนเชื้อสายเติร์กได้เข้าครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ของอานาโตเลีย ชาวเติร์กที่ขยายตัวเข้ามา เซลจุคก็รับวัฒนธรรมและภาษาเข้ามาเป็นของตนเอง และมีบทบาทสำคัญในการวิวัฒนาการของวัฒนธรรมเทอร์โค-เปอร์เชีย

ในปัจจุบันเซลจุคเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นผู้อุปถัมภ์อันยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรม, ศิลปะ, วรรณคดี และภาษาเปอร์เชีย และบางคนก็ถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษ ผู้นำทางวัฒนธรรมของเติร์กตะวันตก ผู้ที่ในปัจจุบันตั้งถิ่นฐานอยู่ในอาเซอร์ไบจาน, ตุรกี และเติร์กเมนิสถาน ที่มีอำนาจครอบครองอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ตั้งแต่เทือกเขาฮินดูกูช ไปถึงทางตะวันออกของที่ราบสูงอนาโตเลียและเอเชียกลางไปจนถึงอ่าวเปอร์เซีย

เซลจุคตั้งต้นมาจากดินแดนถิ่นกำเนิดใกล้ทะเลอารัล และขยายอำนาจไปยังเกรตเตอร์โคราซาน และต่อไปยังเกรตเตอร์ อิหร่าน ก่อนจะไปสิ้นสุดลงที่ทางตะวันออกของอนาโตเลีย และบางส่วนของทวีปเอเชียกลางและตะวันออกกลาง ราชวงค์เซลจุคเปอร์เชียปกครองอนาโตเลียอยู่ระหว่างปีคริสต์ศตวรรษที่ 11 จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14

ใน ค.ศ. 1219 เจงกิสข่านในวัย 58 ชันษาประสบความสำเร็จทั้งทางทหารและการค้า กองทัพมองโกลมีศักยภาพสูงและไร้คู่ต่อกร เจงกิสข่านรวมทุกชนเผ่าในทุ่งหญ้าสเตปป์ของมองโกเลีย ครอบครองบริเวณมณฑลกานซู่ และภาคเหนือของจีน ความมั่งคั่งของอาณาจักรที่เพียรสร้างมานี้มากพอให้พระองค์และทายาทใช้ชีวิตอย่างสุขสบายตราบที่ราชตระกูลของท่านยังรักษาไว้ได้ และหากเป็นตามนั้น โลกก็จะไม่รู้จักความน่ากลัวของทัพม้ามองโกล

แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้กองทัพของเจงกิสข่านตะลุยออกไปทำลายแหล่งอารยธรรมอันเก่าแก่ทางตะวันตก ตั้งแต่เอเชียกลางไปถึงยุโรปตะวันออก ดูเหมือนมหันตภัยที่มองโกลนำไปนี้ มีต้นเหตุจากการขาดความยั้งคิดของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น การได้อาณาจักรแถบกานซู่เป็นรัฐในอาณัติ ทำให้ท่านข่านสามารถคุมเส้นทางสายไหม แนวการค้าทางบกที่สำคัญระหว่างจีน กับ มุสลิมได้อย่างสมบูรณ์

การได้ควบคุมสินค้าปริมาณมหาศาลจากจีนทำให้ท่านเห็นเป็นโอกาสที่จะค้าขายกับอาณาจักรมุสลิมทางตะวันตก ซึ่งมีดินแดนกว้างใหญ่ระหว่างทะเลดำ และเทือกเขาในอัฟกานิสถาน อันเป็นที่ตั้งของจักรวรรดิมุสลิมเติร์กที่ร่ำรวย ชื่อ ควาเรซ (Khwarazmian Empire) หรือ คีวา-ควาราสเมีย (ฮัวลาจื่อหม่อ) ปกครองโดยสุลต่านโมฮัมเหม็ดที่ 2 (Ala ad-Din Muhammad II)

จักรวรรดิควาเรซ มีอายุมากกว่าชาติมองโกลไม่นาน และถูกพูดถึงไม่มากนักเมื่อเทียบกับรัฐคอลีฟะฮ์ที่มีศูนย์กลางในนครแบกแดด แต่รัฐมุสลิมทั้งหลายในศตวรรษที่ 13 ประกอบด้วยอารยธรรมอาหรับเติร์ก เปอร์เซีย ที่ทั้งร่ำรวยและรอบรู้ในวิทยาการ ชาวมุสลิมจึงเข้าใกล้ความเป็นอารยธรรมระดับโลกอย่างมาก ด้วยความตั้งใจแสวงหาความมั่งคั่งจากภายนอก

เจงกิสข่านผันตัวจากกษัตริย์นักรบเป็นผู้ปกครองนักค้า ท่านข่านจึงส่งทูตไปหาสุลต่านแห่งจักรวรรดิควาเรซ เพื่อขอทำสัญญาการค้าอย่างเป็นทางการเปตีส์

นักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้อธิบายว่า จักรพรรดิพระองค์นี้ไม่มีอะไรต้องกริ่งเกรง ไม่ว่าจากตะวันออก ตะวันตก หรือตอนเหนือของเอเชีย ทรงพยายามสร้างมิตรภาพอย่างจริงใจ กับ กษัตริย์แห่งควาเรซ

ดังนั้น ในครึ่งหลังของปี 1217 องค์จักรพรรดิจึงส่งทูตสามคน พร้อมกับของกำนันไปยังพระองค์เพื่อร้องขอให้ประชาชนของพวกเขาสามารถค้าขายร่วมกันอย่างปลอดภัยและร่วมมือกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อความสงบสุขและความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคำอำนวยพรอันยอดปรารถนาสำหรับอาณาจักรทั้งปวง

เจงกิสข่าน มีพระราชสาส์นถึงสุลต่านว่า “ข้ามีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะอยู่ร่วมกับเจ้าอย่างสันติ ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนเป็นบุตรของข้า สำหรับเจ้าแล้วไม่ต้องกังวลแต่อย่างใดที่ข้าได้พิชิตตอนเหนือของจีนและปกครองทุกชนเผ่าทางตอนเหนือ เจ้ารู้ดีว่าประเทศของข้าเป็นแหล่งรวมของเหล่านักรบ เป็นเหมืองแร่เงิน และข้าไม่มีความจำเป็นที่จะละโมบแผ่นดินอื่น เรามีผลประโยชน์เท่าเทียมกันในการส่งเสริมการค้าระหว่างผู้ใต้ปกครองของเรา”

จะเห็นว่าในการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้านี้ เจงกีสข่านวางพระองค์อยู่เหนือสุลต่านตามแนวคิดจักรพรรดิผู้มีอำนาจเหนือกษัตริย์ทั้งปวง แต่ก็แสดงเจตนาใฝ่สันติชัดเจน สุลต่านต้อนรับทูตมองโกลอย่างไม่ค่อยเต็มพระทัยนัก และทรงหวาดระแวงในการค้าระหว่างสองจักรวรรดิ

จากนั้น เจงกิสข่านจึงมอบหมายให้พ่อค้ามุสลิมและฮินดูในดินแดนของท่านเองเดินทางไปควาเรซ เพราะคนเหล่านี้เก่งกาจเรื่องค้าขายมากกว่าชาวมองโกล ในคาราวานบรรทุกสิ่งของหรูหรา อย่างผ้าหนังอูฐขาว ผ้าไหมจีน เงินแท่ง และหยกดิบ เมื่อคาราวานพ่อค้าและผู้ติดตาม 450 คนจากจักรวรรดิมองโกลเคลื่อนสู่มณฑลออตราร์พรมแดนของจักรวรรดิควาเรซ กลับเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ข้าหลวงของมณฑลซึ่งเป็นอาแท้ๆ ของสุลต่านโมฮัมเหม็ดที่ 2 ซึ่งเป็นคนเย่อหยิ่งและละโมบได้ยึดสินค้า และสังหารคณะพ่อค้าทั้งหมด และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นหายนะของจักรวรรดิควาเรซ

หลังเจงกิสข่าน ทราบข่าวการสังหารหมู่ ท่านข่านส่งทูตไปเรียกร้องให้สุลต่านลงโทษขุนนางผู้ก่อการ แต่เป็นที่รู้ว่าขุนนางผู้นั้นคือปิตุลา (อา) ของสุลต่านเอง ผลคือสุลต่านโมฮัมเหม็ดที่ 2 ส่งสาสน์ด่าทอเจงกิสข่านกลับด้วยถ้อยคำรุนแรงและหยิ่งยะโส หนึ่งในทูตถูกสังหารและอีกคนถูกทรมานก่อนส่งกลับมองโกล

เจงกิสข่าน พิโรจน์ด้วยความแค้นอย่างหนัก ไม่เหลือความเมตตาปราณีใดใดในจิตใจ จอมข่านหมายมั่นบดขยี้จักรวรรดิควาเรซให้หายไปจากแผ่นดิน.


172 170 172

รู้เขากว้างๆคือมองภาพรวมก็พอเท่านี้   แต่ยังมีประวัติอิสลามที่เน้นตอนเข้าไปชมพูทวีปอีกชุดหนึ่ง 

175 174 175

ประหัตประหารกันและกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

https://www.facebook.com/TNNWorld/photos/a.361953458223574/580938926325025/
 

 
Israel: โฆษกตำรวจอิสราเอล เปิดเผยว่า มีมือปืนก่อเหตุฆ่าคนตาย 1 ราย และบาดเจ็บ 3 คนในเมืองเก่าของนครเยรูซาเล็ม ก่อนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต

เหตุการณ์ฆ่าคนตายเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 วันที่นครเยรูซาเล็ม ใกล้ประตูทางเข้าบริเวณมัสยิดอัล-อักซา สถานศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ซึ่งโฆษกตำรวจอิสราเอลไม่ได้บอกว่า มือปืนเป็นใคร แต่ระบุเพียงว่าคนร้ายมีอาวุธเป็นปืนกลมือ ที่ใช้กันในกลุ่มติดอาวุธของปาเลสไตน์ และนี่คือการก่อการร้าย ขณะที่กลุ่มฮามาส ยืนยันว่า ชายคนดังกล่าวที่ก่อเหตุโจมตีในอิสราเอล เป็นสมาชิกของฮามาส

ด้านโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครเยรูซาเล็ม บอกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือน และหนึ่งในผู้บาดเจ็บเป็นตำรวจอิสราเอล
 



Create Date : 22 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2564 9:48:45 น. 0 comments
Counter : 91 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space