พฤศจิกายน 2558

2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
แกงส์ พธ. เยี่ยมบ้านบู่ (ตอนจบ)
    มาต่อกันตอนจบ ดีกว่า ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกลา Smiley    จาก 2  ภาคแรก ใครจำไม่ได้ก็ตามไปอ่านกันได้นะจ๊ะ  Smiley



จะว่าไป ทริปเยี่ยมเพื่อน ของพวกเรามันมี สิ่งหนึ่งที่ดึงดูด ให้พวกเราต้องมา สิ่งนั้นคือ "จักรยาน" คันงาม ของบู่ ซึ่งทุกเช้า เธอจะต้องปั่น ออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และก็จะโพส ใน facebook เกือบทุกวัน ซึ่งแน่หล่ะในภาพจะต้องมีเจ้าจักรยานเป็นส่วนประกอบตลอด ๅ ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมาค่ะ 

วันนี้แหละ วันสุดท้ายของการท่องเที่ยว เราจะไปตามรอย เส้นทาง ที่เธอขี่ไปไหนบ้าง Smiley

เชฟกอล์ฟ ตื่นตี 4 เพื่อมาทำอาหาร ข้าวต้มทรงเครื่อง ผัดผัก ไข่เจียว ไข่ลวก เฮ้ย... สงสัยจะใช้พลังงานเยอะ เลยโดฟ กันน่าดู 555  




โอ้.... ยังมึด อยู่เลย กินอาหารเช้ากันแล้ว อิ ๆ 





สมาชิกพร้อม บู่ขับพาพวกเรา มาดูทุ่งนาข้าว ที่กำลัง ออกรวง สวยงาม มาก ๆ ที่บางกอก ไม่ได้มีให้เห็น มีแต่ควันรถ และความวุ่นวาย  พวกเราเพลิดเพลิน ไปกับการถ่ายรูป 






Smiley




พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ปกติ จะตื่นไม่เคยทันเลยนะเนี่ย 555




รูปหมู อีกแล้ว ...... อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จัง 







ใครเห็นอะไรแตกต่างจากเพื่อน ๆ บ้าง 555    ท่าได้แล้ว.....แต่หน้าหล่อน ก็ยังคอตรง มองกล้อง อยู่เลย    she คงนึกว่าถ่ายรูปติดบัตร อิ ๆ   Smiley




แม้ไม่ใช่จักรยาน คันที่เห็นทุกวัน ........ แต่ก็น่าจะตอบโจทย์ได้สำหรับเช้านี้ Smiley ว่าจะฟินแค่ไหนถ้าได้มาปั่น ณ จุด ๆ นี้ Smiley




รูปด้านบน มีเรื่องเล่า  มือถือ นังอ๋น คงจะเอ๋อ เพราะนอนน้อย เหมือนเจ้าของ ถ่ายรูปลุง ออกมาซะ หุ หุ ไม่ลงให้ดู เก็บไว้ดูเฉพาะพวกเราพอ หึ หึ หึ 


ข้างหลังเป็นไง บ้าง ข้างหน้าสบายดี Smiley




บู่ ขับพา เราไปตามเส้นทาง ที่เธอ ปั่น ทุกวัน หยุดชี้ ตรงโน้น ชี้ตรงนี้ ชีวิต ช่างน่าอิจฉาจุงเบย ทำได้แค่เพียงมอง และเก็บภาพความทรงจำนี้ไป ก็แล้วกันเนอะ Smiley







หลังจากที่เราดื่มด่ำ กับธรรมชาติ จนอิ่ม บู่ พาเราไปชมวิถีชาวบ้าน ที่นี่คือการ ทอผ้า กันค่ะ  เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น การทอผ้ากับตา สุดยอดค่ะ  เป็นกิจการในครัวเรือน ไม่ต้อง นั่งรถติด ไปทำงาน ไม่ต้องมีกำหนดเข้างาน เลิกงาน อยากมีชีวิตแบบนี้บ้างจัง 










ชอบสีนี้  ยังทอไม่เสร็จ



อยู่ได้สักพัก ก็ต้องลากันไป เพราะ ช่วงนี้ที่บ้านมีงาน เลยไม่มี ใครทอผ้า เพราะต้องไปงานกันหมดค่ะ 





อือ.... ที่ว่าวันนี้มีงาน ก็คือวันนี้ เค้ามีจัดงาน ตานก๋วยสลาก กันที่วัดปากกองนั่นเอง  .... ประเพณีตานก๋วยสลาก  สรุปย่อ ๆ ก็คือเป็นประเพณีของชาวเหนือ ที่ทำบุญอุทิศให้กับผู้ล่วงลับไปแล้ว นั่นเอง แต่ถ้าอยากอ่าน รายละเอียด แบบลึก ๆ เข้าไปอ่านกันได้เลยค่ะ



ครั้งแรก ของเราอีกแล้ว เข้าไปดูกันค่ะ 



ไม่ได้น่ากลัว .....แต่รู้สึกสวยงาม อย่างบอกไม่ถูกค่ะ 










จะว่าไป ก็จะเหมือนประเพณี คนจีน ที่คนในครอบครัวมารวมกัน แล้วไปไหว้บรรพบุรุษ ที่สุสาน หรือ ฮวงซุ้ย ในช่วงเทศกาล วันเชงเม้ง นั่นเอง



ร่วมแรง ร่วมใจกันทำ สวยงามมาก ๆ ค่ะ 





นี่ไง บ้านคนมีฐานะ อิ ๆ  น้ำถุ้ง นั่นเอง










หรือถ้าเป็นคนภาคอื่น  ก็มักจะทำบุญกระดูกบรรพบุรุษ กันในช่วงวันสงกรานต์ ค่ะ  









Smiley








ออกจากวัดปากกอง  เราก็ไปทำบุญ ไหว้พระกันต่อ ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ซึ่งเป็น Hilight ของเราในวันนี้ ซึ่งถ้าใครได้มา จ.ลำพูน แล้วไม่ได้มาที่นี่ ก็ถือว่าท่านมาไม่ถึงนะจ๊ะ ต้องกลับมาอีกรอบนะ อิ ๆ เพราะพระธาตุหริภุญชัย เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน มานานนับพันปี จัดเป็นพระธาตุที่เก่าแก่ที่สุดของภาคเหนือค่ะ

จะผ่าน เจดีย์เชียงยันกันก่อนค่ะ 



ซุ้มประตูโขง และสิงห์หน้าวัด


หอระฆัง



หอไตร 










ซื้อดอกไม้ ธูป เทียน กันก่อน ใครจำวันเกิดตัวเองไม่ได้บ้าง อิ ๆ  






เข้าไปไหว้พระธาตุกันค่ะ  Smiley







งดงาม และอลังกาลมาก ๆ ค่ะ  



พระธาตุหริภุญชัย เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของปีระกา (ไก่) ที่ต้องมาไหว้ค่ะ



หลังจากไหว้พระธาตุ  ก็ต้องมีเวียนเทียน  นันท์ เวียนมากหน่อย เพราะทริปนี้ she ลงทุนไปสูง 555 




ส่วนเรา กะ เจ้าอ๋น เป็นพวก ขาดคาเฟอีน ไม่ได้ ไหว้เสร็จ รีบไปจัดโดยด่วน ร้านขายอยู่หน้าวัดค่ะ ราคา 35 บาท แต่อร่อยใช้ได้ค่ะ เยี่ยม 




เมื่อได้คาเฟอีน กันแล้ว ก็ทำบุญกันต่อ 




ใกล้ลอยกระทงแล้ว ทำบุญให้พ่อสักหน่อย 




รอบ ๆ วัด มีสถานที่ ให้ศึกษาเยอะเลย  










ช่วงที่พวกเรา กำลังจะไปไหว้ สะดือเมือง กันต่อ   เจ้านันท์  ซึ่งเดินมากับเรา  มันถามเราว่า 

" นุช เมื่อวาน เรายังไม่ได้ไปม่อนแจ่ม เลยใช่ไหม"  เราหันไป "อีบ้า ก็ไปมาแล้วงัย เมื่อวาน"

เราเดินหนีมัน เพราะไมเกรน ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น สงสัยจะติดจากบู่ มันเริ่มทำงาน  นันท์ เดินตามมาอีก มันบอกก็เราไม่ได้ขึ้นไปงัย  .... อีห่าน  เราไม่รู้จะตอบยังไง  เลยส่งต่อให้ นังอ๋น ตอบมั่ง ........อ๋น จึงบอกนันท์  ก็ตรงที่เมิงไปซื้อเสื้อนั่นแหละ  เสื้อม่อนแจ่ม นั่นงัย 5555  กุมีหลักฐานนะ ว่าเมิงซื้อเสื้อให้ใครบ้าง อิ ๆ  ไม่เชื่อก็เข้าไปดูในเฟส มันสิ เอิ๊ก ๆๆๆ  


พอเราตั้งสติได้สักพัก เลยเรียก นันท์ มาถ่ายรูป กับ พระธาตุ ดีกว่า ก่อนที่มันจะบอกว่า มันไม่เคยมาอีก หุ หุ หุ 








วิหารสะดือเมือง 



หลักสะดือเมืองอันศักดิ์สิทธิ์คูเมืองลำพูนนับเป็นพันปีหาโอกาสไปกราบไปไหว้ไห้ได้นะครับชีวิตจะได้มั่นคงตั้งตัวได้ ฟันธงครับ   .... หมอลักษณ์ได้กล่าวไว้ 




ปิดทอง 2 แผ่นนะคะ  1. พระสังกัจจายน์




2. ปิดที่เสาสะดือ (ด้านหลัง) 




เมื่อปิดเสร็จ ทุกคนก็ออกมานั่งรอ นันท์ ตรงนี้ เพราะทุกที่ ที่เราไป นันท์ จะเสร็จ สำเร็จ เป็นคนสุดท้ายสุดเสมอ ๆ  หลังจากกลับมาก็ถึงบางอ้อ..... เพราะนันท์ จะสวดมนต์ กว่าจะจบ และก็เล่าเรื่อง ราวกระเป๋าตังค์หาย (ตั้งแต่ออกจากบ้าน) ให้กับพระท่านรับฟัง เลยทำให้ไหว้พระนาน กว่าคนอื่น ๆ 
อ่อ ... อย่างนี้ นี่เอง เข้าใจแระ  เพื่อน ๆ ให้อภัย จร้า Smiley





ไหว้พระเสร็จ ก็ออกมาเดิน จะมีสินค้าพื้นเมือง ตั้งขายมากมาย เรากะกอล์ฟ ได้ผ้าถุงมาคนละผืน สวยดี เป็นของฝาก ให้ญาติผู้ใหญ่ ราคา 180 บาทเอง เห็นวิธีการทำเมื่อเช้าแล้ว โห... ถูกจัง ไม่สนับสนุนไม่ได้แล้วหล่ะ 



ต่อไป บู่ พาเราไปต่อที่วัดจามเทวี 



พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ (กู่กุด)












ภาคนี้ ไม่มีมุขตลก   มีแต่สาระ  เพราะแบบนี้นี่เอง อิ ๆ 




ถัดมาไม่ไกล ก็จะเป็น วัดมหาวันวนาราม 



จะมี พระรอดหลวง ที่โด่งดัง และขลังที่สุด อายุมากกว่า 1400 ปี อยู่ที่นี่ด้วยค่ะ 







สถานที่ แต่ละที่ จะติด ๆ กันใกล้กันหมดเลย  ถ้ามาเอง คงมาไม่ถูกแน่ ๆ งง  ต่อมาก็มาช้อปกันต่อที่ กาดขัวมุง  (กาด แปลว่า ตลาด)  ตลาดที่นี่จะแปลก ตรงที่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำกวง  แต่มุงหลังคา ซึ่งเก๋ไก๋ และน่าเดินเลยค่ะ 














สินค้าที่ขายก็จะเป็นพวกผลิตภัณฑ์ OTOP อาทิ ผ้าฝ้ายยกดอกลำพูน สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ เป็นต้น เปิดทุกวันเวลา 9.00-18.00 น. 





ท้องหิวแล้ว ใครมาลำพูน แล้วไม่ได้มาทานก๋วยเตี๋ยวที่นี่ ถือว่ามาไม่ถึงอีกแล้วนะ 55



ราคาไม่แพง แถมรสชาด ใช้ได้เลยค่ะ 




หลังจากอิ่ม ไปไหนกันต่อหล่ะ  คิด ๆ ๆ  ตรู นี่แหละคิดไม่ออก ว่าบู่พาไป ไหนต่อ  อิ ๆ  สมองเริ่มฟ่อ จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว  ต้องอาศัย ดูรูปภาพ และเพิ่งพาอากู๋  ซะเป็นส่วนใหญ่ Smiley

สถานที่ ต่อมาที่จะไปกันในวันนี้คือ วัดพระพุทธบาทตากผ้า เราขึ้นไปไหว้พระธาตุเจดีย์สี่ครูบา ซึ่งอยู่บนยอดเขาก่อนดีกว่า สามารถเดินบันไดขึ้นไปได้นะคะแค่ 469 ขั้นเอง .... แต่ก็นะ อายุอานาม พวกเราก็หลัก 4 กันแล้ว ขอขับรถอ้อมเขาขึ้นมาจะดีกว่าค่ะ Smiley















จุ๊ ๆๆๆๆ อย่าส่งเสียงดังนะ นันท์ กำลังเล่าเรื่อง เป๋าตังค์หาย ให้พระฟังอยู่ Smiley








ภายในเจดีย์ จะประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่ครูบาศรีวิชัย ได้รวบรวมไว้รอบสถูป ทั้งสี่ทิศ 




เมื่อไหว้พระ ขอพรเสร็จ ก็ขับลงมาด้านล่าง กันค่ะ 





ตำนานวัดพระพุทธบาทตากผ้า


ตำนาน วัดพระพุทธบาทตากผ้า ได้กล่าวไว้ว่าในสมัยพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธะเจ้าได้เสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ในดินแดนสุวรรณภูมิ (ประเทศไทยในปัจจุบัน) พระองค์ได้เสด็จไปในที่ต่าง ๆ กระทั่งเสด็จถึงบริเวณวัดพระพุทธบาทตากผ้าแห่งนี้ซึ่งเป็นผาลาด จึงได้ทรงอธิษฐานประทับรอยพระพุทธบาทลง ณ ที่แห่งนี้ เพื่อเป็นที่สักการบูชาของมวลเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายและพระองค์ได้ตรัสให้พระอานนท์เอาจีวรไปตากบนผาลาด ใกล้บริเวณที่ประทับ ซึ่งปรากฏเป็นรอยเลือนลางอยู่ ดังนั้น วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดพระพุทธบาทตากผ้า” มาถึงทุกวันนี้




ถ้ำฤาษี 






สถานที่นี้เราชอบนะ  เพราะด้านบน จะเป็นพื้นทางเดินเป็นหิน แต่มีถ้ำซ่อนอยู่ด้านล่าง ชอบ ๆ  อ่ะ โดน 




ด้านล่าง เย็นจังเลย 



ไปไหนกัน ระวังหัวนะ อิ ๆ 



อ๋อ มุด มาซ่อนเงินกันนี่เอง หุ หุ 



นี่เลย.... รอยพระพุทธบาทตากผ้า 









ชัด ๆ 



รอยเท้าพระอรหันต์ ๗ ขวบ



รอยบาตร



วัดนี้ ไกด์บู่ ให้เวลาพวกเรา 45 นาที   เราเข้ามาไหว้ พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ กันด้านใน ซึ่งอากาศด้านในเย็นมาก ๆ แต่นังอ๋น กลับร้อนจนไขมันหยด... เฮ้ย เหงื่อหยดติ๊ง ๆ จนต้องออกไปรอด้านนอก 555 สงสัยจะร้อน เข้าวัดไม่ได้อิ ๆ 



พวกเรานั่งพักกันในนี้ สักพัก  น้องนันท์ เข้ามาเป็นคนสุดท้าย แล้วก็สวดมนต์ พร้อมกับเล่าเรื่องราวกระเป๋าหายอีกครั้งหนึ่่ง ให้พระท่านทราบ หลังจากที่นันท์ลุกขึ้น แสดงว่าเล่าจบแล้ว  พวกเราก็ลุก บ้าง แต่นันท์ เดินมานั่ง แล้วร้องโวยวาย อ้าว ... ก็ไหนบู่ บอกว่าให้เวลา 45 นาที 5555  ไมเกรน ไกด์บู่ ขึ้นอีกแล้ว ... ต๊าย นังนันท์ 45 นาทีนะ ตั้งแต่เข้าวัด ไม่ใช่ ต่อจุดย๊ะ ฮ้า ๆๆๆๆๆ 

เข้ามาดูรอยพระพุทธบาทกันดีกว่าค่ะ 






งดงามอีกแล้ว 





หลังจากที่อิ่มบุญกันมาทั้งวัน บู่ก็พาเรามาช้อปกันต่อ ร้านผ้าฝ้ายพื้นเมือง Happy กันทุกคน ได้สินค้าผ้าทอมือ ติดไม้ติดมือกันครบครัน (แถมนังอ๋น ซื้อหมวก และกระเป๋า ไปฝากพี่สาว น้อยเกินไป โดนด่าอีก ว่าซื้อให้น้อยเกินไป ถ้ามาอีก จะให้ซื้อเป็นโหล ๆ บ๊ะเจ้า นี่ซื้อไปฝาก หรือซื้อไปขายต่อเนี่ย 55)









และแวะซื้อลำใยอบแห้ง เป็นของฝากกันต่อ  ....ขอบอกว่าให้ซื้อที่นี่ เพราะจะมีสินค้า หลายเกรด ให้ได้เลือกซื้อและราคาถูกมาก ๆ เมื่อเราไปเทียบราคา ที่ บขส. เกรดต่ำกว่า แถมราคาสูงกว่า เป็นร้อย ๆ เลยค่ะ เสียดายจัง ซื้อมาน้อยไป Smiley




จบทริป ทำบุญมาทั้งวัน เข้าบ้านพัก นันท์ เข้าบ้านที่หลัง เพราะอยากดูวิว ตอนเย็น ๆ หน้าบ้าน และถามบู่ ว่า " บู่ ที่ข้าง ๆ ตรงนี้ที่ใครอ่ะ "  บู่ได้ฟังดังนั้น ไมเกรนแทบแตก อยากกรี๊ดดัง ๆ อีนันท์ 5555   โดนซะบ้าง แบ่ง ๆ กันไปเว้ยเฮ้ย Smiley

แยกย้ายกันอาบน้ำ อาบท่า ส่วนเชฟกอล์ฟ ก็ได้แสดงฝีมือ แม่ครัวอีกครั้ง เป็นอาหารสุดแสนจะอร่อยอีกแล้ว เรียกว่าอะไรที่อยู่ในตู้เย็น เชฟขุดมาทำให้เรากินได้หมด อิ ๆ หลังกลับไป ตู้เย็น บู่ โล่งเลย Smiley





เออลืมเล่าอีกแล้ว.... จริง ๆ ทริปนี้ พวกเรากะจะให้ นันท์ เป็นเหรัญญิก อีกครั้ง เพื่อแก้ตัว ทริปเชียงคาน หล่อนรับหน้าที่ เป็น เหฯ ได้ยุ่งเหยิงมาก ๆ จดรายละเอียดสลับ ไป-มา จนงง เธอจึงขอแก้ตัวใหม่ แต่ดันมาเกิดเรื่องกระเป๋าตังค์หายซะก่อน หน้าที่นี้เลยตกเป็นของไอ้กอล์ฟแทน  ซึ่งขอบอกว่าเธอจดได้สุดยอดมาก ๆ ละเอียดยิบ ชื่อร้าน เวลา สถานที่ ซึ่งสามารถ นำมาประกอบในการเขียน blog เราได้ดีเลยทีเดียว ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยจร้า Smiley

1 ทุ่ม ออกจากบ้าน..... บู่มาส่งพวกเราที่ บขส. เชียงใหม่  เพราะเที่ยวรถขากลับเรา เวลา 20.45 น.     นี่เราต้องจากกันแล้วหรือ 3 วันทำไมมันเร็วจุง Smiley มักมีคนบอกไว้เสมอว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ 

อำลา อาลัย กันพอสมควร กอดนี้ที่เธอให้   เป็นกอดแรกที่เคยได้ และพวกเราจะเก็บมันไว้ในความทรงจำไปตลอด  Smiley.....ขอบคุณสำหรับที่พัก ขอบคุณสำหรับอาหาร ขอบคุณสำหรับการบริการ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพอันแสนงดงาม ขอบคุณวิทยาลัยพณิชการธนบุรี ที่พาพวกเรามาพบกัน พวกเราจะจดจำบู่ไว้ในใจเสมอ Smiley.......  เลิกซึ้ง ไว้มีโอกาส พวกกุ จะกลับไปรบกวนเมิงอีก 555 

ขากลับ  มีทำถนนช่วง ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ เป็นช่วง ๆ จึงทำให้หลับไม่ค่อยสนิท และมาถึง กรุงเทพฯ รถติดมาก ๆ ถึงหมอชิต ตอน 8 โมงนิด ๆ แต่ก็ดีหน่อย เพราะทีหมอชิต จะมีรถตู้บริการ มากมายหลายเส้นทาง ให้เลือกใช้บริการ ทำให้กลับบ้านได้ไม่ลำบาก (ดีกว่าสนามบินเสียอีก นะเนี่ย) พวกเรากลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพทุกคน และไปทำงานต่อกันเลย จบทริปด้วยความเศร้า ความสุข ความสนุก เรียกว่ามีครบรส แล้วเจอกันทริปหน้าจร้า บาย จุ๊บ ๆ  Smiley

.
.
.
.
.
.
แต่ทริปนี้ ยังไม่จบค่ะ ท่านผู้ชม อาจเป็นเพราะนันท์ ได้นั่งเล่าเรื่อง กระเป๋าตังค์หาย ให้กับพระทุกที่ ที่เธอไป ด้วยอานิสงค์ อันประเสริฐ เมื่อเธอกลับมาทำงาน เธอได้รับโทรศ้พท์ จากคุณอังสนา อินทร์น้อย ซึ่งเป็น จนท. ของรถไฟฟ้า bts แจ้งว่าเก็บกระเป๋าได้ ให้ไปรับคืน ...... แทบกรี๊ดเลย ดีใจ ตื่นเต้นแทนนันท์ จนบอกไม่ถูก ดีใจ ที่ยังมีคนน้ำใจดีแบบนี้ในสังคม ขอแสดงความยินดีกับนันท์ที่ได้กระเป๋าคืน และชื่นชม คุณอังสนา อินทร์น้อย จากใจจริงค่ะ Smiley  จบแล้วจร้า จบจริง ๆ ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบ บาย..... nuch9981



















Create Date : 07 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2558 22:34:36 น.
Counter : 735 Pageviews.

1 comments
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2558 เวลา:1:43:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



nuch9981
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ไปทุกที่...ที่มีทาง