มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
หน้าฝน คนเหงา คิดถึง "เขา" ที่แม่กำปอง






หน้าฝน ทำไมคนต้องเหงา ???  

อาจเป็นเพราะไปไหนไม่ได้ ต้องติดอยู่กับบ้าน  ติดอยู่ที่ทำงานเอย หรือที่ที่ใดที่หนึ่งเอย  ยังต้องนั่งมองฝนหล่นเป็นสาย  แถมชีวิตบัดซบเพราะไม่มีใครเคียงข้าง  มันยิ่งทำให้หนาวกาย หนาวจิต ยิ่งขึ้นไปอีก เฮ้ออออ  Smiley


แต่ช้าก่อน หากคุณโทร.หาเราตอนนี้ เราจะเปลี่ยนความเหงา Smiley เป็นความฟิน Smiley ความสดชื่น Smiley ความชุ่มฉ่ำ Smiley ความเขียวขจี  Smiley ความอร่อย Smiley ความเสียว Smileyและก็ความสุข Smiley


การเที่ยวหน้าฝน เหมาะกับคนโสด เพราะว่าคงไม่ได้เป็นเจ้าสาว  อิ ๆ จึงไม่ต้องกลัวฝน ....เอ๊ะ หรือว่าจะกลัวดีนะ จะได้เป็นเจ้าสาว Smiley

 ฤดูฝนของประเทศไทย มันยาวนานนัก ย่างเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพร่ำ ๆ  ไปจนถึงปลายปีเลยเน้อ.... ก็ยาวหลายเดือนซะขนาดนี้ จะต้องมีสักเดือนละนะ ที่ต้องออกไปเที่ยว 555 

 ไปเที่ยวหน้าฝนก็ดีหลายอย่างเนอะ เช่น ค่าตั๋ว ค่าที่พักจะถูก แถมคนเที่ยวกันไม่เยอะ ไม่ต้องแย่งชิงจองบ้านพัก แย่งกิน แย่งทุกสิ่งอย่าง สารพัดจะแย่ง 

เราเลยวางแผนอันยาวนาน ตั้งแต่ปีที่แล้ว แย่งตั๋วโปรฯ (อ้าวตะกี้บอกไม่ต้องแย่ง โกหกกันนิ) มาได้ 4 คน ไป-กลับ เชียงใหม่ 600 บาท ถูกกว่ารถทัวร์ก็แล้วกัน หุ หุ นานแค่ไหนก็รอได้จ๊ะ 

สมาชิก ทริปนี้ ก็มี 4 คน คือเรา กอล์ฟ นันท์ และต๋อย เป็นครั้งที่ 2 ที่พวกเราจะได้ไปเชียงใหม่กัน ตอนแรกวางแผนไว้ ว่าจะพาไปม่อนแจ่ม  แต่ทริปบ้านบู่ ชิงตัดหน้าไปซะก่อน จึงเปลี่ยนแผนมาเที่ยวที่นี่แทน 


ที่พักก็จองล่วงหน้าตั้งแต่ เดือนเมษายน ส่วนเรื่องรถ ก็วางแผนกันว่าจะเช่ามอเตอร์ไซด์ขับไป  แต่ช่วงก่อนไป ฝนเริ่มตกกันแล้ว ชักหวั่น ๆ ว่าจะรอดไหมหนอ ติดตามพยากรณ์อากาศทุกวัน โอ้แม่เจ้า ช่วงที่จะไป มีฝนชุกชะด้วย  Smiley Smiley Smiley


😆


ก่อนไปวางแผนใหม่ จะเรียกรถจากแม่กำปอง มารับ-ส่ง ที่สนามบินแทน ได้ราคามา 1700 บาท  แต่อยากได้ถูกกว่านั้น ลองถามอีกเจ้า คิด 600 บาทต่อคน โห เราไป 4 คน ก็ตั้ง 2400 บาท แพงไปเนอะ ราคานี้เหมาะกับคนมา 2 คนสินะ ถึงจะได้ราคาถูก ๆ (เพราะถ้ามาคนเดียว คิดขึ้นต่ำ 1200 บาท)  

ล้มเลิกความตั้งใจ เพราะการจ้างรถมารับ ก็จะไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย นอกจากที่พัก และร้านค้าใกล้ ๆ ถ้าที่ไกล ๆ เดินไม่ไหวแน่ ๆ จึงเอาว๊ะเปียก ก็เปียก เตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยก็แล้วกัน ทุกคนเต็มใจ เลยใช้บริการร้านเช่ามอเตอร์ไซด์ ไบกี้ สาขาห้วยแก้ว เลือกรถ 125 ซีซี มา 2 คัน คือ honda click 125i (สำหรับคนสูง 164) และ  yamaha gt125 (สำหรับคนตัวเตี้ย 153)


ก่อนเดินทาง 1 วัน ต๋อย กะ นันท์ ไปนอนค้างบ้านกอล์ฟ และตอน ตี 5.30 น. เราแวะไปรับ และไปดอนเมืองด้วยกัน  อือ .... วันที่จะไปเที่ยว คือ 12-13/6/59  คืนนั้น แอร์เอเชีย ออกโปรฯ 0 บาท พอดี แง ๆ ๆ  1 ปี มี 365 วัน ดันมาตรงกับวันที่เราไม่อยู่บ้านพอดี เลยไม่ได้ ร่วมประลองฝีมือ เศร้าใจจัง ปีหน้าของขาดพอดี เฮ้ออออ เสียดายวุ้ย Smiley

ถึงสนามบิน ก็ไปที่ gate เลย แต่ช่วงที่เข้าช่องสแกนกระเป๋า ขึ้นเครื่อง เรากะต๋อย ผ่านมาแล้ว เว้นแต่ กอล์ฟ กับ นันท์ ที่มีปัญหา  เราเลยมาที่ช่อง ที่กอล์ฟ เข้าแถว ได้ยินพนักงานพูดว่า "เพาเวอร์แบงค์" เราก็นึกเลย ว่ารอด ชัวร์  และให้กอล์ฟ เปิดกระเป๋าหยิบมันออกมาดู และพูดว่า " 20000 แอมป์ "   และจึงให้ผ่าน คงจะพอทราบกันแล้วเนอะ ว่าสายการบินอนุญาติให้พกพา เพาเวอร์แบงค์ ขึ้นเครื่องได้ 32000 แอมป์  ห้ามเกินนี้นะจ๊ะ โดนทิ้งไม่รู้ด้วยเออ หุ หุ


ส่วนเจ้านันท์บ้าง เจ้าหน้าที่ ขออนุญาติ เปิดกระเป๋า เพราะตรวจพบ " ของมีคม " เอาหล่ะสิ เมิงพกของมีคมอะไรมาฟ๊ะ  ก่อนมาก็ย้ำเตือนแค่เรื่อง ของเหลว กันดิบดี แต่นี่เล่นของแข็งเลยหรือ 555   สรุปเจอ มีดพก อีบ้า Smiley   มาเที่ยวด้วยเครื่องบินนะเฟ้ย เมิงจะพกมีดพกไปสู้รบกับใครว๊ะ  เราเลยถามว่า แพงไหม ถ้าแพง ให้ไปฝากได้ เพราะเวลายังเหลือ (ไอ้เรื่องของมีคมเนี่ย ไอ้หนุ่ย น้องสาวเรา โดน 2 รอบแล้ว รอบแรก เวลาเหลือเยอะ ไปฝากทัน อีกรอบ ไปกระชั้นชิด ไปฝากไม่ทัน  เลยต้องโดนทิ้ง) นันท์ บอกว่าราคาไม่แพง ดังนั้นมีดพกประจำกาย ของหล่อนต้องโดนเปลี่ยนเจ้าของไปโดยปริยาย  ..... บ๊าย บาย ไปอยู่กับเพื่อน ๆ นะลูก บรรดาพ่อ ๆ แม่ ๆ เอ็ง ทอดทิ้งเอ็งแล้ว 5555




ค่าเช่ารถ วันละ 300 บาท (ถือว่าแพงกว่าร้านอื่น ที่เคยเช่า)   และค่าบริการ รับ-ส่ง สนามบิน 50/เที่ยว  (ถือว่าดี สะดวกดีค่ะ ไม่ต้องนั่งรถแดงไปร้านเช่า และนั่งรถแดงเข้าสนามบิน)  ข้อดีอีกข้อของร้านนี้คือ ไม่ต้องมีมัดจำ  และถ้าสมัครสมาชิก ในเวปไซด์ ลดได้อีก 25 บาท/คัน/วัน ตกแล้วเหลือ 325 บาท รับ-ส่งสนามบิน ถัว ๆ กันไป ถือว่าซื้อความสะดวกสบายก็แล้วกันเนอะ 

ถึงสนามบิน 8.00 น. รถมารอแล้ว ที่ลานจอดรถ ตรวจสภาพรถ ลมยาง ถ่ายรูป ร่องรอย กันให้ดีนะคะ โดยเฉพาะเบรค และกระจกมองข้างด้วย ลองจับ ๆ และลองเบรคดู ถ้าไม่ดี อย่าเอาไปนะคะ เพราะชีวิตเราฝากไว้ กับรถคันนี้ค่ะ   (เราพลาด ไม่ได้ลองเบรค และเช็คกระจกมองข้าง ขี่ ๆ ไป กระจก หมุนรอบตัวซะงั้น 555  จะหลุดให้ได้เลย สรุป ไม่ได้ใช้ คนขับจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วนเบรคก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รอดมาได้ ถือว่าโชคเรายังดี Smiley

รถพร้อม คนพร้อม ลุยสิ รออะไร  ข้าวเช้าไม่ได้กิน และไม่ได้แวะทานด้วย เพราะกลัวฝนจะเทลงมา จึงบึ่งไปหาแม่กันรวดเดียวเลย 

ก่อนจะออกเมืองก็แวะเติมน้ำมันกันทั้ง 2 คัน คันเรา เต็มถังค่ะ (90 บาท) อุ่นใจไว้ก่อน  คันนันท์ หล่อนกระซิบเรา ไม่ต้องเต็มก็ได้นุช รถนันท์เติม นิดเดียววิ่งได้ตั้งเยอะ  แต่เราบอกว่า เต็มถังไปแหละ เพราะเวลาคืนรถ มาขีดไหนก็ต้องเติมเท่าขีดนั้นนะ นันจึงเต็มถังไป 50 บาท (50 บาททำไมเต็มถังเร็วจัง ตอนตรวจรับรถมันตกตัว E งง งง  Smiley)

**ข้องใจมาก ๆ ทำไมรถคันนันท์ กินน้ำมันจังเลย จึงเอา เวปมาเปรียบเทียบ รถ 2 รุ่นนี้พอดี


(ฮอนด้า น่าจะประหยัดกว่า ยามาฮ่านะ  เพราะยามาฮ่า ไม่กล้าบอกว่า วิ่งได้กี่กิโลเมตร ต่อลิตร หุ หุ)

ไอ้เราก็ขับรถไม่เป็นเนอะ แต่หลังจากที่เคยมาที่นี่แล้ว 2 ครั้ง เลยคิดว่า การมาเที่ยวแม่กำปอง 2 วัน 1 คืน น้ำมันที่เติมไม่ควรเกิน 70-90 บาทค่ะ ถ้าเกินถือว่ามีปัจจัย อะไรหลาย ๆ อย่างเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วหล่ะ คือคนขับ หรือรถกินน้ำมันเนอะ Smiley

สรุปไปเลยแล้วกัน ถ้าจะเช่ารถขึ้นเขา ให้ใช้ honda ดีกว่า yamaha แต่ก็เอ๊ะ มาครั้งแรก ก็ใช้ yamaya วิ่งเหมือนกัน แถมได้ไปวัดอีก กินแค่ 70 บาทเอง งง  สรุป เป็นเพราะรถ หรือเป็นเพราะคนหว่า Smiley


ระหว่างทาง อากาศดีมาก ๆ เพิ่งทราบว่าเมื่อวานฝนเพิ่งตกทั้งวัน วันนี้เลย สบาย ๆ อากาศดี สุด ๆ แถมไม่ค่อยมีแดดด้วยค่ะ  สดชื่น Smiley




ก่อนทางเข้าหมู่บ้าน จะเจอกับหินศักดิ์สิทธิ์ อย่าลืมแวะอธิฐานกันหล่ะ 






ถึงทางเข้า หมู่บ้านแล้ว เย้  พวกเธอทำได้ โดยเฉพาะ นันท์ คนนี้ไม่ค่อยห่วงเพราะ she แว้นรถเครื่องเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ส่วนเจ้าต๋อย เพิ่งจะทราบว่า แต่ละวัน ขับรถไม่เคยเกิน 5-6 กม. เวรกำ  Smileyจะรอดไหมตรูเนี่ย Smiley



Smiley



เข้าที่พักก่อนเลย แต่ว่ายังเช็คอินไม่ได้ เพราะเรามา ยังไม่ 10 โมงเลย แค่นี้ ก็ดีใจแล้ว กระเป๋าเสื้อผ้าฉันไม่เปียกเป็นอันพอ  จึงฝากกระเป๋าไว้ และออกไปหาอาหารทานกันค่ะ  หิวโซก เลยแต่ละคน แถมเมื่อยตรูด อีกต่างหาก เพราะเกร็งมาตลอดทาง ว่าจะรอดไม่รอด รอดไม่รอด  Smiley





ห้องพัก มีหลายแบบให้เลือก มาหลายคน ก็มีห้องที่นอนได้หลายคน อบอุ่นดี  หรือต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องแย่งห้องน้ำกันใช้ ก็ต้องนี่เลย ห้องของพวกเรา ห้องนอน 2 คน บนชั้น 2 วิวดี มีระเบียงให้นั่งเล่น นั่งคุย ถ้ามาเป็นกลุ่ม ๆ ก็น่าจะสนุกเนอะ 









ราคาห้องพักจ๊ะ 



ในห้อง ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้นะคะ  เช่น พัดลม ทีวี ตู้เย็น ผ้าขนหนู อุปกรณ์ในห้องน้ำ  มีแค่ที่นอน และปลั๊กไฟ 1 จุด และดีที่สุดคือมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ ไม่งั้นหน้าหนาว คงแข็งตายแน่ ๆ 













แต่จะแถมนักดนตรี และนักร้องเพลงให้ฟังฟรี ตลอดเวลาที่คุณพักอาศัย พร้อมที่จะขับกล่อมคุณทั้งวัน ทั้งคืน เปลี่ยนไปตามเวลา โดยที่คุณไม่ต้องอาศัย วิทยุ หรือทีวี เลย เชื่อสิ










อันนี้เป็นภาพห้อง อื่น ๆ (ขออนุญาติ ป้าพรแล้ว เข้าไปถ่าย เผื่อมาอีกครั้งหน้าค่ะ) ถ้ามากันหลาย ๆ นอนรวมกันตอนหน้าหนาว คงสนุกไม่น้อยเลย 













รอบ ๆ ที่พัก Smiley



ก่อนไปทานอาหารซักภาพ  (คนซ้อนเสื้อผ้าจัดเต็มกว่าคนขับอีก 555)




มาเรื่องร้านอาหารกันต่อ ร้านค้าที่ขายพวกอาหาร ที่เห็น ๆ ก็จะเด่นที่สุดคือร้านนี้ค่ะ  จะขายพวก ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ไส้อั่ว  รอช้าอะไร สั่งเลยค่ะ เลือกที่นั่งเหมาะ ๆ ระหว่างรอ ก็ฟังเสียงน้ำตกไปในตัว ฟินนน 





ขนมจีนน้ำเงี้ยว อร่อยมาก ๆ 




ส้มตำ เห็นชีด ๆ แต่ก็เปรี้ยวดี  ไส้อั่วก็กินได้  เสียตรงหมูทอด แข็งไป ไม่โดน 









ท้องอิ่ม แต่อาหารเหลือ จึงขอถุงทางร้าน เก็บไส้อั่ว และหมูทอด ข้าวเหนียวไว้ กินตอนหิว ๆ Smiley



ร้านอาหารเราติดกับร้านนี้เลยค่ะ (มา 2 รอบแล้วยังไม่เคยได้เข้าไปชิมอาหาร ร้านนี้เลย เอ๊ะ ยังไง  สงสัย ต้องมีรอบ 3 แล้วม๊างงง) 





เป็นไงหล่ะ เที่ยวหน้าฝน คนน้อยดีไหม ปกติ หน้าร้าน คนยืนถ่ายรูปกันไ่ม่เคยว่างเลยนะ




เดินไปที่จอดรถ คนที่นี่ แค่กระซิบเบา ๆ ก็ได้ยินกันหมดทั้งหมู่บ้านนะ  ห้ามนินทาหล่ะ เพราะที่นี่เค้านิยม ปลูกต้นลำโพง กันตลอดถนนเลย 5555   เตือนแล้วนะ ห้ามนินทา Smiley



ร้านค้าหลายร้าน อยู่ไม่ไกลกัน เก๋ ๆ ทั้งนั้น 





วันนี้วันอาทิตย์ ร้านไจแอนท์ กาแฟบนต้นไม้ จะปิดทุกวันจันทร์  (เราเคยไปมาแล้ว ทางชันได้ใจ แต่เพื่อนยังไม่เคยไปลองสัมผัส เลยต้องพาไป ถ้ามีครั้งที่ 3 ไม่ไปแน่นอน หุ หุ ) 


ท้องอิ่ม พร้อมลุย ทุกสถานที่ ก็ขี่กันไปเลย เส้นทางไปร้านกาแฟ ถนนดีตลอดทาง ขี่ไป ชมวิวกันไป ช่างสุขขีสโมสร จริงหนอ 



นันท์ ขาซิ่ง นำหน้าเราไป เรากะต๋อย ก็ขี่ตาม ๆ ไป แต่พอมาถึงจุดที่อันตราย ที่สุด เป็นทางโค้งชัน เจ้าต๋อย เข้าโค้งใน (เพราะกลัวรถสวนลงมา ถ้าไปกินเลนเค้า)  เมื่อถึงจุดที่พีคที่สุด รถขึ้นไม่ไหว ชันมาก เราก็กลั้นหายใจ ช่วยส่งแรงให้รถขึ้น แต่ว่า รถไม่ไหว เจ้าต๋อย รีบบอกเฮ้ย ไม่ไหวหว่ะนุช  เรา 2 คน คงเรียนวิชากำลังภายในกันมา ก่อนรถจะล้ม ก็กระโดด กันลงมาทัน และประคองรถไม่ให้ล้มได้ด้วย 5555 (กลัวเสียเงินเรียกค่าปรับทำรถล้ม) พระเจ้าช่วย ไม่มีกล้วยทอดแถวนี้ซะด้วย  แต่ก็รอดมาได้ เฮ้ออออ เกือบไปแล้ว Smiley







ไปถึงร้านกาแฟจนได้ รอดแล้วขามา ส่วนขากลับ บอกคันนันท์ ว่าให้รอ ๆ ด้วย เพราะนันท์ จะขับรถแข็งกว่าต๋อย ถ้าถึงจุดนั้นอีก ถ้าต๋อย ขับไม่ได้ จะให้นันท์ ขับลงแทน ทุกคนก็โอเค สเตชั่น 



ทางเข้าร้าน มีประตูไม้ มากั้น (มาครั้งก่อนไม่มี)  สงสัยจะกลัวคนมาแค่ถ่ายรูปเฉย ๆ แล้วกลับมั๊ง เลยทำกั้นไว้ หรือเปล่า หึ หึ 



ทางร้าน ต่อเติม ที่นั่งให้มากขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มาครั้งนี้เราเลย ได้นั่งชิมกาแฟกะเค้าบ้าง (ซึ่งรสชาติกาแฟ คงไม่ต้องบอกเนอะว่าเป็นอย่างไร ก็เรามาเอาบรรยากาศ เพียว ๆ นี่หน่า)  



อากาศ และวิวดีมาก ๆ ขอบอก เย็นสบาย ๆ ไม่ร้อนเลย พวกเราก็นั่งคุยกันไป ถ่ายรูปกันไป สุขสุดยอดค่ะ  








พอได้เวลา ก็ลาแล้ว เจ้ากาแฟต้นไม้ยักษ์  บ๊าย บาย ไม่มาอีกแล้วนะ  (ถ้าไม่มีใครอ้อนวอน คุกเข่า ให้พามา 555)

กลับถึงหมู่บ้าน  ก็เข้าไปไหว้พระกันดีกว่า มาแม่กำปอง ต้องไม่ลืมไหว้พระกันที่วัดคันธาพฤกษา เป็นวัดเล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร  แต่ก็สวย และขลัง และน่าเกรงขามค่ะ   หลังคา เขียว ๆ ปกคลุมไปด้วย ต้นมอส  และเฟิร์น ช่างสวยงามเหลือเกินค่ะ









Smiley





และที่พลาดไม่ได้คือ อุโบสถกลางน้ำ  ซึ่งจะมีน้ำตกไหลผ่าน สวยงาม และ เย็นตลอดปีค่ะ  











ข้าง ๆ น้ำตกจะมีต้นมะไฟ หรือละไม ?? ออกลูกดก เต็มต้นเชียว น่าเด็ดรับประทานมาก ๆ แต่ไม่กล้า เพราะตายไปกล้วเป็นเปรต 555  เพราะเป็นของวัดด้วย หุ หุ 



ทางเดิน กับต้นไม้ สามารถอยู่ร่วมกันได้ 



ก่อนออกจากวัดเจอน้องหมา 2 ตัว น่ารักเชียว จึงนำอาหารที่ใส่ถุงจะเก็บไว้ กินมาให้ แหม น้อง ๆ อร่อยกันใหญ่เชียว (ใครมาแม่กำปอง จะมีน้องหมา น่ารัก ๆ เยอะแยะเลย โดยเฉพาะที่กิ่วฝิ่น ถ้าไปอีก จะนำรางวัลไปให้ด้วยนะ) 



ชื่นชมความงาม ได้สักพัก  เพื่อนบู่ โทร.มาพอดี บอกอีก 10 นาทีเจอกันที่ โครงการหลวงตีนตก  เพราะบู่ทราบจากกอล์ฟ ว่าเราจะมาแม่กำปอง เลยจะมาหา ให้หายคิดถึงกันซะหน่อย เย้ ๆ 




ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ตำบลห้วยแก้ว กิ่งอำเภอแม่ออน เป็นอีกศูนย์ฯ หนึ่งที่เกิดจากน้ำพระทัยและพระวิสัยทัศน์อันกว้าง ไกลขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระองค์ได้ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ประมาณ 300,000 บาท สำหรับ ก่อสร้างศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก เพื่อเป็นแหล่งพัฒนา สาธิต และส่งเสริมการเพาะเห็ดหอม และกาแฟให้เป็นอาชีพเสริมให้แก่ ราษฎรนอกเหนือจากการปลูกเมี่ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรมีรายได้เสริมนอกจากการปลูกเมี่ยง


โครงการหลวงตีนตกยังเปิดให้บริการในส่วนของที่พักอีกด้วย โดยบ้านพักมี 3 โซนซึ่งแต่ละโซนอยู่ติดลำธารทั้งหมด บ้านพักแต่ละหลังออกแบบด้วยดีไซน์โมเดิรน์แต่กลมกลืนกับธรรมชาติ แต่โซนที่เรียกได้ว่าทำเลดีที่สุด คือ บ้านธาริน ซึ่งมองเห็นธารน้ำตกไหลผ่านด้านหน้าที่พักได้แบบเต็มที่ นอนเล่น ฟังเสียงลำธารได้ทั้งวัน  ราคาในช่วงโลว์ซีซัน พฤษภาคม-กันยายน ห้องละ 1500 บาท โดยหลังหนึ่งมี 2 ห้อง แต่ถ้าในช่วงไฮคือเดือน ตุลาคม-เมษายนหลังละ 2500 บาท สำหรับฉันที่นี่เที่ยวได้ทุกฤดูไม่ได้มีช่วงไฮหรือโลว์ โดยเฉพาะในฤดูฝนยังรู้สึกว่าได้บรรยากาศของความเขียวขจีมากกว่าฤดูหนาว ส่วนอากาศไม่ต้องพูดถึงเย็นสบายตลอดทั้งปี




เจอกระสุนพระอินทร์ด้วย ดีใจจัง ที่นี่ตัวดำเมี่ยมเลย สวยงาม 






ที่นี่ก็ขายอาหาร และเครื่องดื่มนะคะ  โดยเฉพาะกาแฟ ราคาไม่แพง เสียดาย ที่พวกเรา เพิ่งอิ่มกันมา เลยไม่ได้ ลองชิมเลย โอกาสหน้าไม่พลาดแน่ ๆ ค่ะ  ส่วนที่พัก ก็น่าพักมาก ๆ รอบ ๆ สะอาด สะอ้าน เจ้าหน้าที่ทุกคน บริการ ยิ้มแย้มแจ่มใสดีค่ะ เป็นอีกที่ ที่น่ามาพักเลยจ๊ะ










ถ่ายรูป และคุยกะบู่ ได้ไม่นาน ก็ต้องแยกย้ายกันกลับ เพราะกล้วฝนจะตก และจะขับขึ้นเขาลำบาก  และเรายังต้องมีภาระกิจ ไปเล่นน้ำตกกันอีก กลัวจะมึดเสียก่อน อิ ๆ 







สัตว์โลกบ้าง 



คนบ้าง 



กลับเข้าที่พัก เอากระเป๋าไปเก็บ และเปลี่ยนชุด ไปเล่นน้ำตกกัน  (ไม่เห็นมีใครเล่นน้ำตกกันเลยนะคะ มีแต่พวกเรา ถ้าใครไป ไม่ต้องเล่นน้ำก็ได้นะ เพราะน้ำไม่ได้ใส เท่าไหร่ และใต้น้ำมี เศษใบไม้เยอะ ตัวแมลง เรากลับมา เป็นแผลเต็มเลย แถมด้วยสิวอีกต่างหากค่ะ  แต่เพื่อนไม่เป็นนะ อาจเป็นเพราะผิวเรา น้ำเหลืองไม่ดีด้วยมั๊งนะ)





น้ำตกแม่กำปอง มี 7 ชั้น เราไปแค่ ชั้น 3-4 เองค่ะ เพราะมีคนชรา ไปด้วย ขาแข้งเธอไม่ค่อยดี 555 ไว้ถ้ามาอีก จะขึ้นไปให้ถึงชั้น 7 และจะถ่ายรูปมาให้ดูนะจ๊ะ 



เล่นน้ำได้สักพัก หนาวสิ  ปากสั่น ปากเขียวกันเลย จึงกลับที่พักกัน ทางเดินไปน้ำตก ต้นไม้จะเยอะ เดินระวัง ๆ กันด้วยนะคะ เพราะขากลับ เจองูเขียวด้วย ให้เดินตรงทางเดิน อย่างไปเฉียด ต้นไม้หล่ะ เผลอโดนกัดไม่รู้ด้วยนะเออ  Smiley








ขากลับ นันท์ บอก รถนันท์ น้ำมันจะหมดถังแล้วนะ  ไม่สบายใจเลย พวกเราก็เฮ้ย เพิ่งเติมเต็มถังมา จะหมดได้ไงว๊ะ  เราก็เลยย้อนพาไปเติมน้ำมันตู้หยอดเหรียญ (ผ่านมา แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน เห็นแว๊ป ๆ )   ก็เลย ขี่ตามกันไป ไกลเชียว หรือจะจำผิดหว่า  เลยถามชาวบ้านแถวนั้นดูก็บอกไม่ผิด ปั๊มตู้ จะอยู่แถว ๆ โครงการหลวงตีนตก (ไกลจัง)  




พอจะไปเติม ตู้ดันเสีย ใช้ไม่ได้อีก สาดดดดด  ขี่มาตั้งไกล ดันเสียซะนี่ เลยต้องขี่เข้าหมู่บ้าน และซื้อน้ำมันขวดแทน เดิมไป 1 ขวด สบายใจ แล้วนะเมิง 



และซื้อขนม ขบเคี้ยว เข้าไปกินที่บ้านพัก อีกนิดหน่อย รองท้อง 55


ถึงที่พัก ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ได้เวลา อาหารเย็นพอดี 



หิวกันเลย หาที่นั่ง ได้ตามอัธยาศัย ใครมาก่อนเลือกที่นั่งได้ก่อน เมื่อคนนั่งตรงไหน  อาหารก็จะเสิรฟ ตรงที่ท่านนั่งค่ะ



เอ๊ะ !!!  มะไฟ เก็บมาจากวัดป่าวเนี่ย 555




อาหารพื้นบ้านของชาวเหนือ  รสชาติ อร่อย สุดยอดเลยค่ะ สามาถเติมได้บางอย่าง เช่น ข้าว ไข่เจียว กับแกงอะไร จำไม่ได้แล้ว เรียกว่า ไม่อิ่ม ไม่ต้องลุกค่ะ  




พวกเรา กินกันไป คุยกันไป จนโต๊ะ อื่น ๆ เข้านอนกันหมดแล้ว และป้า ก็เก็บสำรับ ไปเรียบร้อย มันก็ยังไม่ลุกกันไปอีก 555

นี่ขนาดเพิ่งเข้าหน้าฝนนะ  อุณหภูมิ ตอนเย็น ๆ แค่ 21 องศาเอง ถ้าหน้าหนาวจะขนาดไหน บรื๊ออออ



ได้เวลาก็พากันไปเข้านอน พรุ่งนี้ถ้าฝนไม่ตก เราจะขี่ไป ดูหมอกกันที่กิ่วฝิ่นกัน บาย ราตรีสวัสดิ์  นักดนตรี บรรเลงเพลง กันระงมแล้ว นอน ๆ  เดี๋ยวน้องจิ้งหรีด น้องจักจั่น น้องน้ำตก เค้าจะงอนเอา เล่นรอเรามาตั้งนานแล้วด้วย Smiley



เช้าแล้ว เราตื่นก่อนเวลาที่ตั้งปลุกไว้ เนื่องจากเสียงนักดนตรีดังมาก ๆ แถมฝนก็ไม่ตก โชคดีแล้ว เราจึงลุกไป ล้างหน้า ล้างตา ออกมาที่ระเบียง สูดอากาศยามเช้า พร้อมจิบกาแฟ เบา ๆ ฟิน สุโค่ยยย 





สมาชิกพร้อม ก็ลุยกันเลย เราจะไป จ.ลำปางกันเน้อจ้าวว 



น้องหมา 2 ตัว จะคอยดูแลเราตลอดเวลาที่อยู่บ้านพักค่ะ  



ทางที่ไป จะผ่านน้ำตกแม่กำปอง และขี่เลยต่อไปอีก ถนนไม่ค่อยดีเลย เป็นหลุมเป็นบ่อเยอะ  (ุถ้าฝนตก ขับไม่แข็งก็อย่ามานะอันตราย ถนนลื่น และโค้งชันเยอะ)  



คันเราขับนำหน้าก่อน ขับไปสักพัก ทำไมคันนันท์ ไม่มาสักที  จึงจอดรถรอ  นานผิดสังเกตุหว่ะ  ก่อนหน้าก็เคยนาน เพราะคันหลัง จอดถ่ายรูป แต่นี่นานจัง ต๋อยเลย ลองโทร. ไปถาม 






คุณพระ !!! รถล้ม  เราเลยรีบ ย้อนกลับตามไปดู ไกลเชียว สักพัก จึงเห็นนันท์ ขับตามขึ้นมา ซักถามได้ความว่า นันท์หิว นันท์เลยกินโค้งซะเลย 555  ขับชิดเลนเกินไป รถไปชนขอบทาง ส่วนเจ้ากอล์ฟ นั่งซ้อน คงฟิน กับบรรยากาศ ไม่ได้ทันระวังตัว ร่างยักษ์ ๆ ของนาง สามารถลอยละล่อง ไปนอนแอ้งแม้ง ที่ยอดหญ้าพอดี โชคดีที่ไม่ไปล้มตรงหิน หรือตรงเหว ไม่งั้น คงไม่ได้มานั่งเขียน blog แบบนี้เป็นแน่แท้ 555


** ถ้าใครไป ขับรถไม่แข็ง ระวัง ๆ กันด้วยนะคะ ทางโค้งชัน และถนนลื่นด้วย ปลอดภัยไว้ก่อนค่ะดีที่สุด **

หลอนเลยทีนี่ เวลาขับตาม ๆ กันต้อง คอยดูคันหลัง ตลอด ๆ ว่าตามมาไหม 555  แต่ก็ได้รสชาติอีกแบบหนึ่งเนอะ ประสบการณ์ชีวิต ไม่ลองไม่รู้ ไม่ออกมาสัมผัส ก็จะไม่ได้ประสบแบบนี้เหมือนกันนะเออ


อุปสรรคแค่นี้ ไม่ทำให้เรา ย่อท้อ พวกเรายังคงไปต่อ หนทางอยู่ข้างหน้า เราต้องฝ่าไปให้ได้ และก็ถึงในที่สุด เย้ ๆๆๆๆๆ  





คุ้มค่ากับการ ดั้งค้นมาไหม ดูภาพเอาแล้วกัน 



ทางเดินจะเป็นดินแฉะ ๆ ถ้าวันไหนฝนตกจะเดินยากหน่อย ให้ใส่ผ้าใบมาจะดีที่สุดค่ะ 




ฟิน ๆ กันไป







Smiley











น้องมาเจ้าถิ่น เป็นไกด์พาเรามา แนะนำจุดถ่ายรูป จุดชมวิวให้เรียบร้อย แถมท่าถ่ายรูปด้วย 555 สุดยอด






มุมนี้ก็สวยนะพวกป้า ๆ  เชื่อผม  ย้อนแสงหน่อย แต่ออกมาดูดี เชื่อสิ






ไปยืนตรงป้ายก็ได้นะ  จะได้มองเห็นทะเลหมอก 




และต้นไม้ต้นนี้แหละ ที่เป็นเหตุจูงใจให้เจ้าต๋อยต้องมา Smiley







หมอกเยอะมาก ๆ มาเป็นลูก ๆ กระทบผิว เย็น ๆ กันเลย แถมบางลูก มีละอองน้ำด้วย เย็นสุดยอด 

อากาศ และวิว ก็สวยที่สุด สูดเข้าไป สูดไปเยอะ ๆ ที่กรุงเทพฯ ไม่มีแบบนี้นะ 



ดื่มด่ำความสุข ก็กลับ จ.เชียงใหม่ดีกว่า 55   อาหารเช้ารอเราอยู่แล้ว 







ข้าวต้ม ร้อน ๆ กับอากาศดี ๆ สุดยอด  





หลังอาหารเช้า ก็ทำแผล ใส่ยา (ต๋อยรอบคอบมากนำติดตัวมาด้วย)   เห็นตอนที่นันท์ ทาแผล ก็ไม่คิดอะไร แต่มานึกขึ้นได้ตอนเขียนรีวิวลงพันทิป ทำไมแผลนันท์ เป็นตรงนั้น ???  (ด้านหลังของเท้า ตรงที่คนชอบโดนรองเท้ากัด และปิดพลาสเตอร์ยาไว้นะ)  

เลย ย้อนกลับไปดูรูป แม่งเอ๋ย ชัดเลย  ก่อนไป ก็บอกให้ทุกคนใส่ผ้าใบไปเลยนะ เพราะทางเดินเป็นดิน ลื่น ๆ และขี่มอเตอร์ไซด์ ต้องใส่ผ้าใบ จะได้ป้องกันได้ระดับหนึ่ง 



ห่านเอ๋ย .... ถ้าใส่ผ้าใบไป ก็จะไม่ได้แผลตรงนี้แน่นอน เพราะผ้าใบหุ้มข้อเท้าเราไว้ อันนี้รองเท้าแตะล้วน ๆ เลยไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย Smiley

ส่วนเจ้ากอล์ฟ ก็ฟกช้ำ ถลอก ตามมือ - เท้า  และมีรอยขีดข่วน ตามตัวนิดหน่อย เรียกว่า เป็นของฝากจากแม่กำปองแล้วกันนะจ๊ะ 2 สาว Smiley

นอนเล่นที่พักกันถึง 11 โมงเช้า ก็เช็คเอ้าท์ ไปตะเวนเที่ยวกันดีกว่า ร้าน Y life หรือ ไว้ลาย อยู่ตรงข้ามบ้านเรานี่เอง เริ่มสายแล้ว นั่งที่ระเบียง เกรงว่าจะร้อน เลยมองผ่านไป (เสียดาย)ไปชิมกาแฟที่ร้านชมนกชมไม้ก่อน เพราะกลัวคนจะเยอะ



ไปถึงร้าน ก็มีแค่ 2 คน เลือกที่นั่งกันได้ตามสบาย กาแฟ ที่นี่เค้าก็ใช้ได้ ราคาไม่แพงด้วย ครึ่ง ๆ กับร้านไจแอนท์ เลย 555 



เจ้าตัวนี้ จะคอยดูแขกให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าร้าน 555



วิวดี สามารถมองเห็นหมู่บ้าน แม่กำปองได้ เป็นร้านดัง ระดับต้นๆ ของที่นี่เลยก็ว่าได้ค่ะ 





ถ้าจะชิมกาแฟ ไม่ต้องสั่งทุกคนก็ได้นะคะ ร้านกาแฟเยอะ ดื่มทุกร้าน คืนนั้นไม่ต้องนอนแน่ ๆ ตาค้าง 555






ถ้ามาวันหยุด หรือหน้าหนาว รับรอง ไม่ได้มุมนี้แน่ ๆ คนตรึม 



ดื่มด่ำ กาแฟ และวิวได้สักพัก ก็ไปไปกันอีก ร้านไหนดีนะ 




ผ่านวัด และสถานที่ขายหมอนใบชา จึงแวะซื้อเป็นของฝากกันสักหน่อย  ครั้งนี้มีใบเล็ก ๆ ด้วย ดีเลย เอาใว้แขวนดับกลิ่นในรถ ในตู้ได้ ชอบ ๆ 





ระหว่างทางขับไป นันท์ไม่สบายใจเลย อยากเติมน้ำมันอีกอ่ะ (อีกแล้วหรือว๊ะ  เติมมา 50+40 = 90 เท่ากรูแล้วนะ) จึงแวะร้านเดิม  เดิมไปอีก 1 ขวด 40 บาท รวมเป็น 130 บาทแล้วนะ กว่าจะถึงสนามบิน เมิงจะเติมอีกไหมเนี่ย 5555  



ฝนเริ่มลงเม็ด แต่ก็ตก ๆ หยุด ๆ มีเรื่องฮา 2 สาว พอเห็นฝนเท่านั้นแหละ รีบจอดรถ หยิบเสื้อกันฝนมาใส่กันเลย เฮ้ย ๆๆ  มันยังไม่ตกแรงเลย จะรีบใส่ไปไหนเนี่ย 555

ถึงแล้วร้านที่ตั้งใจจะมาให้ได้ คือร้านนี้จร้า




ถ้าไม่อ่านในพันทิป ก็จะไม่รู้ว่า มีร้านแบบนี้ด้วยแฮะ ครั้งที่แล้ว ก็ผ่าน แต่ผ่านเลยไป เพราะไม่มีป้ายบอก แต่ครั้งนี้ ไม่พลาดแน่ ๆ ลองไปดูกันนะ

ทางเดินต้องเดินลงเขาไป ป๊าด  ใครจะรู้ ว่าจะมีร้านกาแฟ และบ้านพักซ่อนตัวอยู่ด้วย Smiley



ร้านน่ารักมาก ๆ มีน้ำตก ไหลผ่าน อย่างใกล้ชิด เสียดายวันที่ไป น้องแมว มากรุงเทพฯ เลยอดได้เห็นเลย 






โต๊ะนั่ง และการจัดร้าน ก็น่ารักดี  










เครื่องดื่ม ราคาไม่แพงด้วยนะเออ 










สรุปว่าชอบ ๆ  เสียดาย ที่มีเวลา อยู่ได้ไม่นาน ไว้ครั้งหน้าจะมานั่งที่นี่นาน ๆ เลยเนอะ สรุปทริปนี้ พวกเราชอบร้านนี้กันมากที่สุดค่ะ Smiley


ลาแล้วนะ แม่กำปอง ยังไม่หายคิดถึงเลย แต่เรามีนัดส่งรถที่ สนามบิน 15.00 น. จำใจต้องจาก แม้จะไม่อยากจาก แต่ก็ต้องจำจร บ๊าย บาย รอบ 3 มีแน่ ๆ ขอแค่ มีโปรฯ ถูก ๆ เถอะ 5555 




ระหว่างทางที่ขับ กลับสนามบิน ฝนตั้งท่าจะมาให้ได้ และขับไปได้ระยะหนึ่ง รถคันนันท์ จอด เราถามว่า จอดทำไม  กอล์ฟบอก เมิงมองไปสิ ข้างหน้า ฟ้าขาว เลย ฝนตกแน่ Smiley


พวกเราจึง หยิบเสื้อกันฝน มาใส่ พอใส่เสร็จ ขับไปไม่ถึงนาที ฝนก็เทลงมาจนได้ หนักซะด้วยสิ  Smiley Smiley Smiley

จะดีใจ หรือจะเสียใจที่ได้ใช้เสื้อกันฝนแล้ว Smiley

ขับฝ่าฝนได้สักพัก ฝนก็หยุดกึก เออดีแฮะ ฝนที่นี่ ตก ๆ หยุด ๆ ไม่เหมือนฝนกรุงเทพฯเลย ชอบตก ตอนเด็กเลิกเรียน และคนเลิกงาน แถมตกที เป็น ชม. อีกต่างหาก 555

ฝนหยุดแล้ว ขับสบายใจหน่อย  พวกเราก็เริ่มหิว จึงแวะทานอาหารเที่ยงกันที่ร้านนี้ ก่อนเข้าสนามบิน



ร้านตกแต่ง น่ารักดีจัง รสชาติอาหาร ก็พอได้ กลาง ๆ ไม่จัดเท่าไหร่ แต่ผสมกับการจัดร้าน ก็ถือว่าใช้ได้อ่ะ 









ถ่ายไม่ครบ เพราะหิว 555




ถึงสนามบิน พอดี 15.00 น. เป๊ะ ๆ  จนท. มารอรับรถเรียบร้อย (ลืมถามนันท์เลย ว่าเมิงจะเติมน้ำมันอีกไหม Smiley)

ถึงสนามบิน ก็ซื้อของฝาก และรอขึ้นเครื่อง กลับบางกอก  เดชะบุญของพวกเราจริง ๆ ฝนตกหนักมาก ๆ ดีนะที่พวกเรามาถึงสนามบิน โดยสวัสดิภาพ 





ฟ้าใส ๆ ก่อนถึงกรุงเทพฯ ขอบคุณสายการบินนี้ ที่ทำให้เราได้ออกไปสัมผัสโลกกว้าง มากกว่า กรุงเทพฯ - ชะอำ Smiley



เร็วจัง ยังเที่ยวไม่ครบเลยนะเนี่ย สงสัยจะสอบตก ต้องมีซ่อมอีกชัวร์ ๆ 

ถึงดอนเมือง ก็นั่ง A1 ไปลงหมอชิต  แยกย้ายกันกลับ กอล์ฟ นันท์ ต๋อย นั่งรถตู้ไปด้วยกัน ส่วนเรานั่งรถตู้สายแม่กลอง มาลง โลตัส เคหะธนบุรี ราคา 60 บาท (รอรถเต็มนาน แต่เต็มแล้วขับถึงเร็วดี) ถือเป็นทางเลือกอีกทางที่เราสามารถกลับแบบประหยัด ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพารถแท็กซี่ 





รถจะจอดตรงข้ามจุดจำหน่ายตั๋วรถตู้ชานชาลา 3 



ทุกคนถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ เหนื่อย ลุ้น เสียว เมื่อยตรูด และฟิน รวมหลายรสชาติ ในทริปเดียวกัน และก็เป็นอีกทริปที่ประทับใจ (อีกแล้ว)
บ๊าย บาย แล้วเจอกัน เดือนหน้ามีรอ อีก 2 ทริป หุ หุ บ๊ายจ๊ะ

ค่าใช้จ่าย ทั้งหมด 4 คน

ค่าตั๋วเครื่องบิน 2400 บาท ค่าที่พัก 2800 บาท (700/คน รวมอาหาร 2 มื้อ) ค่าเช่ารถ 1300 บาท ค่าน้ำมันรถต๋อย 90 บาท รถนันท์ 130 บาท  ส้มตำ/ขนมจีน  385บาท กาแฟร้านไจแอนท์ 470 บาท ซื้อขนมขบเคี้ยว 167 บาท กาแฟร้านชมนกชมไม้ 125 บาท เครื่องดืม ร้าน Ted du 270 บาท อาหารจานด่วนร้านคุณนายแม่ 460 บาท รวมทั้งสิ้น 8597 บาท  (2149.25/คน) 





Create Date : 07 มิถุนายน 2559
Last Update : 26 มิถุนายน 2559 17:15:15 น.
Counter : 421 Pageviews.

3 comments
  
รีวิวละเอียดดีค่ะ ภาพสวย ฟินไปด้วยเลยค่ะ..ขอบคุณนะคะ
โดย: ไปรยา IP: 182.232.10.58 วันที่: 26 มิถุนายน 2559 เวลา:19:16:22 น.
  
รายละเอียดครบดี ภาพสวยวิวงาม
โดย: Rinee Jung IP: 27.145.74.6 วันที่: 26 มิถุนายน 2559 เวลา:23:34:45 น.
  
บรรยากาศดีมาก สดชื่นเชียวค่ะ
โดย: FreakGirL วันที่: 27 มิถุนายน 2559 เวลา:15:48:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

nuch9981
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ไปทุกที่...ที่มีทาง