กันยายน 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ฟ้าเน่า ๆ กับเราสามคน @ แพนางไพร


  5 ก.ย. 2558 ได้จองตั๋ว 0 บาทข้ามปี โดยที่เวลาขาไป-ขากลับ ไม่ดีเลย แต่มีที่นั่งให้จับจองตั้ง 6 ที่ และตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์ จันทร์ จองสิคะ ไป-กลับแค่ 150 บาท เผื่อฟลุ๊ดยกเลิกไฟลท์ หรือแย่สุดก็ซื้อเวลาขาไปใหม่ แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันใหม่ในอนาคตเนอะ Smiley

เจ๊นัท อยากให้ คุณเต้ย กะ  บูม ไปด้วย พอวันที่ 22 พ.ย.2558 มีโปรฯ แลกแต้ม จึงจองให้ 2 หนุ่มตามไปด้วย ไป-กลับ 190 บาท เย้ ๆๆๆๆ ทริปนี้คนเยอะดี สงสัยจะสนุกแน่ ๆ ตั้ง 8 คนแหนะ หึ หึ หึ

แต่ แต่ การจองตั๋วถูกข้ามปี มันก็มีทั้งข้อดี และข้อไม่ดี เพราะเราไม่สามารถทราบอนาคตได้ว่า เมื่อถึงเวลาเราจะไปได้ไหม ? ถ้าไปได้ก็ดีไป แต่ถ้าไปไม่ได้ก็ต้องทิ้งตั๋วไปโดยปริยาย Smiley

จนใกล้ถึงวันเดินทาง ทริปก็ได้ล่มไปในที่สุด Smiley  สำหรับเราก็ไม่ค่อยเสียใจอะไรมาก 55 เพราะเคยมาเที่ยวที่นี่ 2 ครั้งแล้ว ติดแต่เจ้าปราปริก้า นี่สิ เธอเสียใจ และอยากไปมาก ๆ 


เคยอ่านเจออะไรสักอย่าง  ที่ในหลวงเคยดำรัสไว้ว่า "อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจจะเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ " 


ไอ้เราก็สงสาร เพราะเราเป็นต้นเหตุ และให้ความหวังกับน้องไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่กลับมาทำลายเสียเอง  ก็พยายามหาโปรฯ ราคาถูก ๆ นะแต่ว่ามันก็ไม่มี Smiley

จนกระทั่ง วันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2559 มีโปรฯ แลกแต้ม เราเข้าไปดูตอนสาย ๆ เห็นมีโปรฯ ราคาถูก ออกมา เป็นช่วงที่เราจะไปพอดี แต่มีแค่ 4 ที่นั่ง จึงเดินไปถามปรา ดูว่าจะไปไหม จะได้รีบจอง ปราปริก้า เงยหน้าขึ้นมา ตาเป็นประกาย Smiley ตอบว่า " ไปดิพี่ " แต่ว่า แหม่ม ไม่ไป เลยเอาเจ้าแอนเสียบแทน เราจึงรีบกดจองตั๋วไป 4 ใบ (แต่กั๊กที่นั่งไว้ก่อน อีก 2 ชม. ค่อยกดจ่ายเงิน)


แล้วให้ปรา รีบหาเบอร์แพ ที่ใกล้ที่สุด และถูกที่สุด ซึ่งไม่ยากเย็นสำหรับเธอ เพราะเธอ นั่งเปิดดู รีวิว และแพ ต่าง ๆ มาหลายที่แล้ว 5555

ได้เบอร์แพนางไพร เรารีบโทร.ไปถาม แพยังว่าง จึงรีบจอง  และไปกดจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบิน เย้ ๆๆๆๆ ไม่ได้ดีใจที่ได้ไป     แต่ดีใจ ที่ไม่ไปทำลายความหวังของใครบางคน หนู ทำตามคำของพ่อหลวงแล้วนะ

ทีมเราทำงานเป็นทีมเวิร์ค เจ้าเบล โอนค่ามัดจำแพ เจ้าแอน รีบไปฝ่ายบุคคล เอาใบลา มา 3 ใบ (ส่วนของเจ้าเบล เก็บไว้ก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าจะลาอะไร)  


ส่งใบลาเจ๊นัท แต่มีข้อแม้ว่า งานต้องเสร็จ เพราะไปช่วงปิดงบพอดี เรา 3 คน รับปาก ว่าเสร็จสิ ไม่เสร็จ ไม่ไป ยกเว้นเจ้าเบล ยัง 50-50 ว่าจะได้ไป หรือเปล่า เพราะกลัวงานไม่เสร็จ Smiley


เป็นทริป ที่แพลนไว้นานเป็นปี แต่บทจะไป ก็ปุ๊บปั๊บ จองทุกอย่างภายในเวลา 2 ชม. (รู้งี้ ไม่ต้องจองตั๋วข้ามปีหรอก จองตั๋วแค่ ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ก็ได้ราคาถูกเหมือนกัน)


ก่อนวันไป เบล line มาบอกว่า ไปไม่ได้นะพี่ เพราะติดงาน แง ๆ 2 ครั้งแล้วนะที่เบล จองตั๋วแต่ไม่ได้ไป แต่พวกเราก็เข้าใจ เพราะหน้าที่ต้องมาก่อนเสมอ เดือนหน้าเอาขวัญใจบัญชี ไปอีกสมัยเลยแล้วกัน 555


*** จบ จบ จบ  เกริ่น อุปสรรค ขรุขระ ต่าง ๆ นานา มาสู่โลกแห่งการเดินทางดีกว่า อิ ๆ ***



เราให้ฮ้อน ไปส่งที่สนามบิน และแวะรับ ปรา กับ แอน ที่ป้ายรถเมล์ big c ถึงสนามบินก็ถ่ายรูปเป็นพิธีซะหน่อย Smiley





บนเครื่อง ช่วงที่แอร์ กำลังเข็นอาหาร-เครื่องดื่มมาขาย เราถามเจ้าปรา ว่า " ปรา กินน้ำอะไรป่ะ ราคา 60 บาท " 

เจ้าปรา รีบโบกมือ พร้อมกับตอบว่า " ไม่ ไม่ " (ส่ายหน้าด้วย Smiley ) 

แต่เราก็ พูดว่า " ฟรีนะ พี่มีบัตรเบ่ง กินฟรี " 

แค่นั้นแหละ เจ้าปรา กะ เจ้าแอน รีบเปิด เมนู เครื่องดื่ม ว่าจะกินอะไรดี 555555





ถึงสนามบินสุราษฯ  รถตู้ก็โทร.มาติดต่อนัดแนะจุดขึ้นรถเรียบร้อย (สะดวก สบายเนอะ เห็นไหมว่าการเดินทางท่องเที่ยว โดยไม่มีรถ ไม่ได้ลำบากอย่างที่หลาย ๆ คนคิด) 





ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง กว่า ๆ ถึงเขื่อน ก็โทร.ติดต่อเรือเหมาที่จองไว้ และไปจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนไทย 40 บาท (เด็ก 20 บาท) ต่างชาติ 300 บาท (เด็ก 150 บาท) กันก่อนลงเรือค่ะ 




ช่วงที่ระหว่างรอ เรือมารับ ก็ให้ซื้อ ขนม เครื่องดื่ม ผลไม้ เตรียมไปทานที่แพกันด้วยค่ะ เพราะถ้าซื้อที่แพ จะแพง หรือบางทีไม่มีขายค่ะ  (แต่สอบถามทางแพ ก่อนนะคะ ว่าสามารถนำอาหาร เครื่องดื่มไปทานที่แพได้หรือเปล่า บางแพ ไม่อนุญาตินะเออ) 




ราคาเหมาเรือ ไปแพต่าง ๆ ราคาได้ถูกกำหนดไว้ตายตัวแล้วค่ะ ราคาสูง-ต่ำ ขึ้นอยู่กับระยะทาง ของแต่ละแพ   .......... แน่หล่ะ สำหรับเรา เลือกแพ ที่ใกล้ที่สุด ราคาก็จะถูกที่สุด อิ ๆ ถ้ามาเยอะ ๆ ก็จะถูกหารเฉลี่ย ถือว่าไม่แพงนะ 



เรือมาแว้วววว  รออะไร ไปเลยจร้า 





ตอนเรือขับมาเทียบ เรากะปรา เห็นเรือไม่มีหลังคา เหี้ยแระ ปราบอก สงสัยเราราคาถูก จึงไม่มีหลังคา ดำแน่ ๆ Smiley



แต่ ๆ ไม่ต้องกลัว พอลงเรือไป คนเรือจะกางหลังคา ขึ้นมาเองค่ะ เพราะหลังคาเรือที่นี่ทุกลำ จะกาง และเก็บได้ ไม่ต้องกังวลค่ะ 






เป็นการมาเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่คนน้อยที่สุด ตั้งแต่เคยมา แค่ 3 คนเอง ดังนั้น เรือทั้งลำ จึงเป็นของเรา อิ ๆ  




คนขับบอกว่า ไปนั่งบนหัวเรือได้ ถ่ายรูปสวย ...... ดีเหมือนกัน การเหมาลำ เป็นส่วนตัวดี จะนั่งตรงไหน เดินไปไหน ก็ไม่ต้องเกรงใจใคร ดีอ่ะ 







เดือนนี้ เป็นหน้าฝนเนอะ ฝนตกตลอด แต่เราโชคดีนะ ตอนขึ้นเรือฝนไม่ตก  และจะมีหมอก มาคอยต้อนรับเรา ตลอดเส้นทาง 



ท้องฟ้า หน้าฝน ไม่สวย ออกหม่น ๆ จะไม่สีฟ้าสดใส แต่ดีตรงไม่ร้อน และไม่มีแดด ก็สวยดีอีกแบบนะ หมอกเยอะมาก ๆ บนยอดเขา สวยดีอ่ะ ปกติมาจะเจอแต่แดดเปรี้ยง ๆ 




ได้ยิน เสียงน้อง 2 คน ชมว่าสวย ๆ ตลอดทาง 








นั่งเรือชมวิว เพลิน ๆ ประมาณ 45 นาที ก็ถึงแล้ว แพของเรา เย้ ๆ 










ถึงแพ ก็เคลียร์ ค่าใช้จ่าย และขอกุญแจ (ไม่มีกุญแจให้ ทุกห้องจะไม่มีกุญแจให้ แต่ของก็ไม่หายนะ แต่ระวัง อย่าเก็บของมีค่าไว้ห่างสายตาจะดีกว่าค่ะ)  ได้ ห้อง 101 และมี จนท. เดินนำทางไปส่ง




ช่วงที่เดินไปที่ห้อง ฝนเริ่มลงเม็ดพอดี เราเดินหลังสุด อีก 2 คน เดินตาม จนท. ไปก่อนหน้า ช่วงที่ผ่าน ห้อง ๆ หนึ่ง มีเสียงแม่บ้านตะโกนออกมา " ห้อง 3 คน ห้องนี้ จะพาไปไหน ทำความสะอาดเสร็จแล้ว " 



เรามองไปที่ห้องพัก อุ๊ย หลบมุมด้วย แถมวิวไม่ค่อยสวยเท่าไหร่  (ไม่อยากได้ 55)  แต่ก็หยุดยืนอยู่ เพราะแม่บ้าน ยังไม่ยอม จะให้นอนห้องนี้ให้ได้  แต่ เจ้าปรา กะ เจ้าแอน เดินไปถึงห้อง 101 แล้ว และเห็นว่าวิว ดีกว่า เพราะเป็นห้องมุม ห้องสุดท้าย วิวระดับ VIP เชียวหล่ะเธอ









จนท. ผู้ชาย ก็ตะโกนตอบ " เค้าจัดมาห้อง 101 ก็ต้องห้องนี้ " ส่วน จนท. หญิง ก็ตะโกนอีก " ใครจัดเนี่ย เออ ๆ ตามใจ ๆ " ไอ้เราก็ไม่สนใจ เดินตามไปที่ห้อง 


พอถึงหน้าห้อง จนท.ผู้ชาย บอก " ห้องอ้า  ห้องนี้มันอ้า "  เราก็เฮ้ย !! ห้องอ้า ปิดไม่สนิท ก็อันตรายสิ (เอาลูกสาวเค้ามาเที่ยว เกิดเป็นอะไรไป ซวยแน่ตรู)  


จนท. มองหน้าเรา และพูดชัด ๆ ว่า " ห้องห้า นอนได้ ห้าคน ไม่ใช่ อ้า " 55555555555  อ่อ พี่เค้าพูดทองแดงนิ ไอ้เราก็นึกว่าห้องอ้า เลยเรียกเสียงฮาได้อีก  จึงตั้งชื่อพี่คนนี้ว่า พี่อ้า ตลอดทริปค่ะ 


เอากระเป๋าเข้าห้องพัก ฝนตกอย่างแรง โชคดีของเราจริง ๆ Smiley









เลือกที่นอนกันได้สบายใจ สงสัยคนที่จัดห้องนี้ เพราะตอนแรก เราแจ้งไปว่า มา 4 คน (แต่โทร.ยกเลิกตอนหลัง) เลยลืมเปลี่ยนห้องใหม่ ขอบคุณนะเบล อิ ๆ 



ห้องพัก มีแค่ หมอน กะ ผ้าห่ม ให้อย่างเดียว  นอกนั้นต้องเตรียมมาเองนะจ๊ะ ทางแพ ไม่มีอะไรให้ ส่วนไฟ ก็เปิดเป็นเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป  และที่สำคัญ สัญญาณโทรศัพท์ ที่นี่ รับได้แต่ ค่าย AIS อย่างเดียวเท่านั้น เท่านั้นจริง ๆ TRUE /  DTAC / MY BY CAT  ไม่มีสัญญานค่ะ ขอย้ำ ไม่มีสัญญาณ ใครคิดจะมา ให้แจ้งคนทางบ้านก่อนนะคะ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เหมือนใครบางคน หุ หุ 


เรา 3 คน ไม่มีใครใช้ AIS จบเห่ เพราะฉะนั้น 2 วัน 1 คืนที่นี่ คุณจะได้พักผ่อน ชาร์ตแบต ได้เต็มที่ เรียกว่า มือถือปิดไปเลย ไม่มีประโยชน์  แรก ๆ 2 สาวทุรนทุราย เพราะติดโซเชียล แต่สักพัก ๆ ๆ  ทุกอย่างจะสงบ  เพราะที่นี่เวลาเดินช้าลง ๆ  เราได้อยู่กับตัวเอง และธรรมชาติ สวย ๆ รอบ ๆ ตัวเรา แค่นี้ ก็สุขมาก ๆ แล้ว 



12.00 น. มีนัดทานอาหารเที่ยง แต่ฝนตก เราจะทำอะไรได้ นอกจาก ถ่ายวิว หน้าห้องพัก และก็นอน รอฝนหยุด อิ ๆ 



ที่แพ อาหาร จะมีนักท่องเที่ยวจากแพอื่น ๆ มาแวะพักรับประทานอาหารเที่ยงกันเยอะ  แต่แค่ทานและก็ไปที่อื่นต่อ ทำให้ ช่วงเที่ยง คนจะเยอะ วุ่นวายสักหน่อย




และทำให้ ห้องน้ำ ใช้บ่อย จึงมีกลิ่นไม่ค่อยเพิงประสงค์ หุ หุ  (ดังนั้น คนที่รักความสะอาด หรือทนกลิ่นไม่ได้เลย แนะนำให้ไปพักแพที่ห้องน้ำในตัวค่ะ แลกกับราคาที่จะสูงตามความสะดวกค่ะ)  แต่พอคนไปหมด ช่วงค่ำ ๆ ไม่มีกลิ่นแล้ว เพราะจะมีแค่พวกที่มาพัก ไม่กี่หลัง จึงสบาย ๆ สำหรับเราค่ะ 



อาหารมื้อเที่ยง จะเบา ๆ ไม่ค่อยเผ็ด และรสไม่จัดเท่าไหร่ เรากะ เจ้าปรา กินได้ แต่มีคนกินไม่ได้ และไม่ได้กินเลยสักคำ  เพราะ she เมาเรือ 5555555  ขอยาแก้เมา กับพี่อ้า และขอตัวไปนอน ที่แพก่อน หุ หุ  เสร็จเรา  อาหารเติมได้ แต่ใครจะเติม แค่นี้ ก็กินไม่หมดแว้ววว



ทานเสร็จ เราเดินถ่ายรูป นิดหน่อย  และรอเย็น ๆ จะได้ลงน้ำเล่น นั่งมองวิว ไปสักพัก เห็นน้อง 2 คนนอน ก็เลยนอนมั่ง  เพราะไม่มีอะไรทำ Smiley


















ตื่นมาอีกที่ เกือบ 4 โมงเย็น เห็นเจ้าแอน ยังไม่ได้กินอะไร เลย จึงไล่ให้ไปขอน้ำร้อน ต้มบะหมี่กิน ก่อน จะได้หายเมา เพราะท้องว่าง 






และลงไปเล่นน้ำกัน 






เรือคยัค จอดหน้าบ้าน เสร็จโจร 



แต่ ไม้พายไม่มี อยากได้ ต้องไปจ่ายเงินมัดจำ กับ จนท. ก่อนค่ะ 500 บาท เนื่องจาก นักท่องเที่ยว ทำหายบ่อย เลยต้องทำแบบนี้ 






พวกเรา พายไปถาม จนท. ว่าจะพายไปเขาสามเกลอ ไกลไหม  จนท. บอกได้ ไป-กลับ 4 กิโลเมตร พายไปได้ แต่สลับกันพายไป พายกลับได้ หุ หุ แต่คงไกลไป สำหรับพวกเรา จึงพาย เล่น ๆ เลาะริม ฝั่งจะดีกว่า 




พายเล่น ๆ แถวที่พักก็ได้ แค่นี้ก็สนุกแล้วเนอะ  Smiley










ได้เวลาอาหารเย็น 18.00 น. ก็ไปรอที่แพอาหารได้เลย พอนั่งปุ๊บ พี่อ้า ก็จะมาคอยเสริฟ อาหาร น้ำ และชวนคุย แบบกันเอง สนุกสนาน เรียกเสียงฮา ได้ตลอด ๆ  ก่อนกลับยังขอยากับพี่อ้ามาคนละเม็ด คืนนี้จะได้นอนยาวไป ยาวไป 


มื้อเย็นจะมีปลาทอดตัวเบ้งด้วยนะเออ รสชาติ จะแซ่บมาก ๆ ไม่สิ มาภาคใต้ ต้องหร่อยจังฮู้ Smiley แกงส้ม เปรี้ยวเผ็ดสะใจ ผัดผัก ก็กร๊อป กรอบ อร่อยยัน พริกน้ำปลา 555  



เติมได้ทุกอย่าง ยกเว้นปลานะคะ 


ท้องอิ่ม ก็เข้าที่พัก ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีแอร์ ไม่มี free wifi  มีแต่เสียงพูดคุย และก็นอน ๆ ๆ เรียกว่า มาพักผ่อน อย่างเต็มที่ก็ว่าได้ เนอะ Smiley



6.00 น. เสียงนาฬิกาปลุก ของใครไม่รู้ ทำให้เราลุกมาดู และชวนกันไป ล้างหน้าแปรงฟัน รอพระอาทิตย์ขึ้น แต่ว่า หน้าที่พัก มีเขาบังอยู่ เลยไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น เสียดาย ได้แต่เห็นแสง ส่องผ่านมาเท่านั้น Smiley






และก็ชงกาแฟ + โอวัลติน มาดื่มหน้าห้องพัก นั่งมองวิว ไปเพลิน ๆ ฟิน อย่างบอกไม่ถูก แม้กาแฟจะราคาแสนถูก แต่กลับอร่อยกว่า ร้านดัง ๆ ที่ราคาหลายร้อยเยอะเลย Smiley



ถ้วยใคร  



ถ้วยมัน 





ได้เวลาอาหารเช้าอีกแระ อยู่ที่นี่ ยังไม่รู้สึกหิวเลย กินตลอดอ่ะ เรียกว่า กินอิ่มนอนหลับ สบาย จริง ๆ ค่ะ 



อาหารเช้า เป็นข้าวต้มปลา และผัดหมี่ คลุกเคล้าด้วยสายหมอก ในยามเช้า ช่างฟินจริง ๆ Smiley




หลังอาหารเช้า  ก็มาให้อาหารปลาที่หน้าแพกันสักหน่อย อิ ๆ 




สักพักฝนลงเม็ดลงมาอีก บรรยากาศไม่อยากจะบอก สุดยอดอ่ะ









เจ้าแอน กะ เจ้าปรา อยากเล่นน้ำอีก จัดสิคะ รออะไร ข้ามน้ำ ข้ามทะเล มาตั้งไกลก็เล่นน้ำให้คุ้ม Smiley



สนุกกันใหญ่








ฝนตกก็ไม่กลัว 



นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ ทยอย กันกลับหมดแล้ว เหลือแต่เรา อยากอยู่ต่อ เพราะไฟลท์กลับดึก แต่เกรงใจคนเรือ จึงต้องจำยอม แง ๆ 



บาย ๆ แพนางไพร บริการประทับใจ อาหารอร่อย วิวสวยงาม แนะนำเลยค่ะ 







คนเรือพาแวะ เขาสามเกลอ 









ชาร์ตแบ็ตเต็มเอี๊ยด หน้าตาสดใส ไม่มีเหนื่อยกันเลยทีเดียว











และกลับเข้าฝั่ง โดยสวัสดิภาพ


ถึงท่าเรือ ก็โทร.เรียกรถตู้มารับ ไปส่งสนามบิน ตอนแรกคิดจะเที่ยวในตัวเมืองก่อน แต่ถาม คนขับรถตู้ ทั้งขามา และขากลับ ก็บอกว่าไม่มีที่น่าเที่ยว นอกจากตลาด และห้าง จึงไปส่งสนามบิน นอนรอ เล่นเน็ต ให้ชุ่มปอด เย็น ๆ ดีกว่า ไม่เปลืองเงินด้วย 


ถึงสนามบิน ก็หาข้าวทานกันที่ร้านค้าพนักงาน (อยู่ด้านนอกตัวอาคาร ถ้าเข้ามาในอาคารผู้โดยสารในประเทศ จะเจอลิฟท์ ให้เปิดประตูออกมา แล้วเดินไปอีก 100 เมตร ก็จะเจอ)






และนั่งเล่นมือถือ ซื้อของฝาก  หิวก็เดินไปซื้อ บะหมี่ถ้วย ทาน (30 บาทเอง) ฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ  เป็นการรอขึ้นเครื่องที่ยาวนานที่สุด 555  แต่ก็รอได้ เพราะของถูก สอนให้คนเป็นคนใจเย็น หุ หุ Smiley



20.50 น. ได้เวลาขึ้นเครื่อง กลับบางกอก โดยสวัสดิภาพ ให้เจ้าฮ้อน มารับ และไปส่ง เจ้าแอน และส่ง เจ้าปรา ที่ป้ายบ้านเรา  บาย จ.สุราษฯ  ปีหน้า เดือนนี้ ฉันจะกลับมาใหม่ แล้วเจอกันที่ แพ 500 ไร่ จร้า  Smiley

ค่าใช้จ่าย 

ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ       364 บาท
ค่ารถตู้ไปเขื่อน ไป-กลับ       400 บาท
ค่าที่พัก+อาหาร 3 มื้อ         800 บาท
ค่าเรือ 2000หาร 3              666 บาท
ค่าเข้าอุทยาน                      40 บาท
ค่าผลไม้                             60 บาท
ค่าอาหารที่สนามบิน+น้ำ       115 บาท
ค่าของฝาก(ไข่เค็ม 9 กล่อง)  360 บาท
รวม                                2805 บาท




Create Date : 17 กันยายน 2559
Last Update : 19 กันยายน 2559 22:01:23 น.
Counter : 237 Pageviews.

3 comments
  
สวยๆๆๆๆไว้เจอกันนะ
โดย: Rinee Jung IP: 27.145.74.135 วันที่: 19 กันยายน 2559 เวลา:22:35:09 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 20 กันยายน 2559 เวลา:3:29:14 น.
  
ตามไปเที่ยวด้วยคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 20 กันยายน 2559 เวลา:7:59:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#12



nuch9981
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ไปทุกที่...ที่มีทาง