พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เซาะกราว....เที่ยวลาวใต้ 19-21/5/55
เซาะกราว แปลว่าบ้านนอก คงจะใช้ชื่อนี้ได้กับพวกเราจริง ๆ การไปเที่ยวลาวใต้ครั้งนี้ เปรียบเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงจริง ๆ โง่ ๆ เซ่อ ๆ ใช้โทรศัพท์ไม่เป็น สื่อสารก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ฯลฯ ดังนั้นจึงเกิดทริปนี้ขึ้นมา  "เซาะกราว...เที่ยวลาวใต้"

เหมือนเช่นเคยเราได้จองตั๋ว 10 บาทจากหางแดง อีกแล้วครับท่าน ครั้้งนี้จองไปอุบล 8 ที่ เพื่อจะไปเที่ยวลาวใต้กัน พอวันนี้มาถึงสมาชิกลดลงเหลือ 4 คน เนื่องจากอีก 4 คน ไม่ได้ไปต่อ เอาว๊ะ 4 คนก็ไป ก็ตั้งใจไปแล้วนี่ ดีนะที่ทริปนี้ ไม่ได้จองอะไรไว้เลย ตอนแรกก้อว่าจะไปกับทัวร์ แต่ก็เปลี่ยนใจ รถก็ไม่ได้จอง แค่คุยปากเปล่าเฉย ๆ ว่าจะไปที่ไหน และจองไว้ 3 วัน (เหมาเที่ยว 3 วัน 7500 บาท หรือจ้างรถ 1500 /วัน น้ำมันออกเอง) ส่วนที่พักกะไปหาเอาข้างหน้า 

เมื่อถึงวันจริง จำนวนคนลดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังเท่าเดิม (ค่ารถ+ค่ากิน)  เราจึงโทรบอกคนรถที่นั่น (สมรักษ์ 0048562098628966,0048562055351774) ว่าเราจะจ้างแค่ 2 วัน ส่วนอีก 1 วัน จะเที่ยวเอง เช่ามอเตอร์ไซด์ขับเพื่อจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย ตกลงตามนั้น 

วันจริง ตื่นตอนตี 3 อาบน้ำสระผม ตอนแรกว่าจะเอารถไปเอง แต่เสียดายค่าจอดรถ และค่าน้ำมันอีก จึงให้เพื่อนนั่งแท็กซี่จากมหาชัย และแวะรับเราเพื่อไปสนามบินเลยดีกว่า จะสะดวก และประหยัดกว่า 55  งกได้อีก ตี 4 นิด ๆ เพื่อนมาถีึงก็นั่งรถไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินเที่ยว 7.25 น. ไปถึงสนามบินอุบล เวลา 8.30 น.





จากสนามบิน ต้องต่อรถไป บขส. เพื่อไปยังช่องเม็ก พอออกมาด้านซ้ายมือจะมีร้านเช่ารถ/รถนำเที่ยว 2 ร้านติดกัน ซ้ายมือเป็นร้าน ช.วัฒนา และร้านลีมูนซี  เราไปถามร้านแรกก่อน ไปบขส.เท่าไหร่ หล่อนบอกมา 300  เราบอกว่าอุ๊ยแพง เพื่อนเพิ่งไปมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (จากเวปพันทิป) แค่ 200 เอง เธอโบกมือไล่เราเฉยเลย มารยาทแย่จัง จึงถามร้านติด ๆ กัน พนัีกงานหน้าตายิ้่มแย้ม บอก 200 บาท พวกเราจึงใช้บริการของเจ้านี้ค่ะ  (แต่จริง ๆ ถ้าไม่รีบจะโทรเรียกรถแท็กซี่มิเตอร์มารับก็ได้นะคะ แต่ต้องรอ 20 นาที และจ่ายค่าบริการอีก 20 บาทเบอร์ 045-256111 แล้วแต่สะดวก)



มาถึง บขส. 9 โมงนิด ๆ นั่งรถแค่ 10 กว่านาทีเองใกล้ ๆ ถ้าใครมีพาสปอร์ตก็สามารถซื้อตั๋วรถทัวร์ ไปปากเซได้เลย ราคา 200 บาท รถออกเที่ยว 9.30 น.แต่เราไม่มีจึงต้องซื้อตั๋วรถตู้แทน คนละ 100 บาท ค่ะ (บอกรถแท็กซี่ว่าเราจะไปรถตู้ช่องเม็กเค้าจะจอดให้ค่ะ)



จากตู้มาส่งเราที่ ขนส่ง เวลา 10.45 น. ประมาณชั่วโมง กว่า ๆ ช้าบ้างเพราะมีด่าน 2 ด่านตำรวจจะขอตรวจพาสปอร์ต และคนขัีบก็ใจเย็นคุยกับคนโ้่น้นคนนี้่ตลอดทาง 55 

เมื่อถึงขนส่ง วินมอเตอร์ไซด์จะกรูกันเข้ามา เรียกไปด่านช่องเม็ก คนละ 20 บาท แต่เราไม่ไป เพราะอ่านจากพันทิปว่าไม่ไกลเท่าไหร่ จึงเดินไปที่ด่านเลย (ข้อมูลไม่แน่นต้องเจอแบบนี้ หุ หุ ) ตอนเดินอากาศร้อนมาก พกร่มติดตัีวมาด้วยก็จะดีค่ะ 



พอถึงที่ด่าน ทำอะไำรก็ไม่เป็น ไปถามเจ้าหน้าที่ โอ้แม่เจ้า .... เราไม่มีพาสปอร์ต ต้องกลับไปทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวก่อน แล้วค่อยมาใหม่ แล้วสถานที่ทำก็อยู่ตรงข้ามถนนของ ขนส่ง โอ๊ยย...  โง่บัดซบ นี่เราต้่องเดินย้อนกลัีบไปอีกหรือนี่ จะเรียกรถก็เปลืองเงิน มันไม่ไกล แต่โง่นี่สิ เจ็บนัก เจ้าคนขับรถก็โทร.มาตามตลอดเลย กลัีวเราไม่ไปมั๊ง 55

พอมาถึงสถานที่ทำบัตร ก็ถ่ายเอกสารบัีตรประชาชน 1 ใบ ไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ จ่ายค่าธรรมเนียม 30 บาท / คน เซ็นต์ชื่อ และเอาใบนั้นไปถ่ายเอกสารอีก 3 ชุด พร้อมติดบาร์โค้ต เบ็ดเสร็จ มี 4 ชุด ราคาชุดละ 6 บาท ถ่ายเสร็จเอาไปให้เจ้าหน้าที่ประทับตราอีกรอบ และถือชุดนั้นไปที่ด่านต่อ (แต่เรานั่งรถตุ๊ก ๆ ไป ต่อเหลือ 10 บาท รีบขึ้นรถเลย) 

ไปถึงที่ด่านก็ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ประทับตรา และเค้่าจะดึงเก็บไว้ 1 ชุด คืนเรา 3 ใบ เดินผ่านลอดอุโมงค์ไปด่านวังเต่า โผล่หัวออกมา ทำงัยอีกว๊ะเนี่ย ไปไม่ถูกเลย ถามคนแถวนั้น (คนขับรถลาว) พอมันรู้ว่าเรามีรถแล้ว มันไม่ช่วยอะไรกรูเล้ย สาดดด  ถามที่แลกเงินแม่งเดินหนี บอกปิดแล้่ว ไอ้เวร  .... จึงเดินไปเรื่อย ๆ ยื่นเอกสาร มั่ว ๆ จนท. บอกไปที่ช่อง 7 จึงเดินไปยื่นช่อง 7 เสียค่าธรรมเนียมคนละ 100 บาท ประทับตราเอกสารดึงเก็บ 1 ชุดแล้วคืนเรา (ตอนนี้จะเหลืออีก 2 ใบ ไว้ยื่นตอนขากลับที่ด่านวังเต่า และด่านช่องเม็กของไทย) ลืมบอกว่าบัตรผ่านแดนสามารถเที่ยวได้แค่ 3 วัน นะจ๊ะ 

ตรงข้ามที่ยื่นเอกสาร ก็จะเป็นดิวตี้ฟรี ขากลัีบฉันจะมาขนเบียร์ลาวกลับบ้าน 555  และไปแลกเงินกีปไว้ใช้จ่ายที่โน่นด้วย แลกไป 5000 บาท ได้มา 1,275,950 กีป แต่เงินต่ำสุด คือ 500 กิีป ดังนั้นจึงขาดทุน ไป 450 กีป อิ ๆ  รวยแล้วได้จับเงินล้านก็วันนี้แหละ



เมื่อเจอกับคนขับก็ตกลงเรื่องเช่ารถว่าเราจะเช่าวันละ 1500 บาท ส่วนน้ำมันเติมเอง ส่วนจะเช่าแค่ 2 วัน ลดลงจาก 3 วัน (อันนี้แหละ เป็นการสื่อสารที่นำมาซึ่งความผิดพลาดอย่างมหันต์ โปรดติดตามตอนต่อไป)  ขับมาได้สักพัก คนขับแวะเติมน้ำมันเต็มถัง และเก็บเ่งินจากเรา พวกเราก็งง ทำไมไม่เหมือนการเช่ารถตู้บ้านเราฟะ ถ้าเป็นธรรมเนียมบ้านเรา เต็มมา แล้วเราก็จะเติมเต็มไป พวกเราก็โวย ถ้าแบบนี้วันสุดท้ายน้ำมันเราเหลือ จะทำอย่างไร คนขับบอกไม่ต้องกลัว เดี่ยวเค้ากะน้ำมันให้เอง พอดีเอา ก็เอา ควัีกเงินจ่าย โอ้วแม่เจ้าเงินฉันหายไปกว่าครึ่ง 55



จะเที่ยงแล้วหิวข้าว บอกให้คนขับพาไปทานเฝอที่ร้านลานคำ และคืนนี้เราจะพักกันที่โรงแรมลานคำด้วย  ร้านนี้เป็นเฝอเนื้อนะคะ ใครไม่ทาน ต้องไปทานร้านตรงข้าม แต่ว่าเค้าจะขายช่วงเช้า กับ เย็น เท่านั้น แถวนั้นไม่มีอะไรกินเลย เพื่อนเราอีก 2 คน ไม่ทานเ่นื้อเลยต้องซื้อนม + ขนมปังทานแทน ส่วนเรากับแฟน ทานไป 3 ชาม อร่อยดีอ่ะ



ทานเสร็จก็ไปติดต่อห้องพัก มีหลายราคา แต่เราเอาห้องแอร์ แต่มีราคาห้องใหม่ กับห้องเ่ก่า ให้เพื่อนขึ้นไปดู เพื่อนบอกว่าก็ไม่แตกต่างกัน ห้องใหม่ก็แค่ทาสีใหม่ แถมไม่ได้่ติดระเบียง พวกเราจึงเลือกห้องเก่า ราคา 90000 กีป ต่อได้เหลือ 80000 กีป (เวลาคิดให้ตัด 0 ออก 3 ตัว แล้วคูน ด้วย 4 จะได้ 80 x 4  = 320 บาทค่ะ) ห้องใหม่ราคา 400 บาท ต่างกัน 80 บาท จ๊ะ



เอาแบบซุกหัวนอนได้็ก็พอ มีแอร์ ห้องน้ำในตัว มีทีวีให้ดู ถูกแล้วแค่ 320 บาท นอนไม่กี่ชั่วโมงเอง เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเที่ยวต่ออีก



ห้องน้ำห้องเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่ น้ำฝักบัวไม่ไหล เลยต้องถอดฝักบัวมาต่อกับก๊อกล่างแทน แถมไม่มีที่แขวนผ้าให้ด้วย ข้อเสียคือตรงนี้แหละ เรานอนห้อง 224 เพื่อนเราห้อง 234 ตรงกันข้ามกัน แต่ก็ไม่น่ากลัวปลอดภัย ค่ะ 



เออ ลืมเล่าไป พอคนขับเห็นว่าเรามาแค่ 4 คนจึงขอว่าจะเอาแฟนไปเที่ยวด้วยนะ (มา 2 คน กับเพื่อน)  พวกเราก็ไม่ว่าอะไร เธอ 2 คนก็น่ารักดี คุยกันได้สนุกดี แถมเคยมาเรียนทำอาหารที่บ้านเราด้วย และนัดแนะกันเรียบร้ื้อยว่าพรุ่งนี้เรา จะไปอุดหนุนร้านอาหารเธอด้วย ดูสิว่าฝีมือจะอร่อยขนาดไหน 55  โปรดติดตามต่อไปไป อิ ๆ 

คนขับบอกว่า เหลือเวลาเช่า 2 วัน เอางี้วันแรกไปที่ำไกล ๆ ก่อน ที่เดียวคือคอนพะเพ็ง และเที่ยวราตรีคืนนี้ ส่วนพรุ่งนี้ก็จะมารับแต่เช้า (8 โมง) เพื่อจะไป 3 น้ำตก และปราสาทวัดพู แค่นี้ก็เที่ยวทั่วแล้ว ขาดแค่หลี่ผี เท่านั้นช่างมัน พวกเราก็เอาตามนั้น และคุยกันว่าเดี๋ยวคืนนี้เรานอนยาจก แล้วคืนพรุ่งนี้เราจะไปนอนที่โรงแรมจำปาสักพาเลชกัน อยากนอนวังเก่าจัีงเลย เพราะมันขลัง และสวยดี หุ หุ 

จากลานคำ นั่งรถไปคอนพะเพ็งไกลมาก ๆ ใช้เวลา  2 ชั่วโมงนิด ๆ จึงถึงน้ำตกคอนพะเพ็ง ค่าจอดรถ 40 บาท ค่าเข้าคนละ 80 บาท น้ำตกอลังการใหญ่จริง ๆ  ก็สวยดี น้ำแรงมาก ๆ ค่ะ





ออกจากคอนพะเพ็งคนขับถามว่าจะไปหลี่ผีไหม พวกเราบอกว่าไม่ต้องไปก็ได้ ต้องต่อเรือ นั่งรถอีก จึงกลัีบโรงแรมเลย และนัดกันว่า 2 ทุ่มค่อยมารับพวกเราไปย่ำราตรีต่อ เราจะไปบาร์รำวงกัน (ซ้อมเต้นบัดสลบมาตั้งนาน)

ถึงที่พัก 6 โมงเย็น ร้านเฝอหมูเปิดจึงเข้าไปทาน ลองกินหมูบ้างดูสิร้านไหนจะอร่อยกว่ากัน (ราคาเ่ท่ากันด้วย) 



รสชาิดที่ร้านลานคำอร่อยกว่า แถมผักได้คนละจาน นี่ได้จานเดียว แถมน้อยกว่า สรุปว่า เฝอที่ลานคำอร่อยสมคำร่ำลือค่ะ  

ทานเสร็จก็ขึ้นไปอาบน้ำ และเดินไปที่โรงแรมจำปาสักพาเลส ถามราคาห้องพัก ราคา 40 เหรียญ ประมาณ เกือบ ๆ 1300 ก็โอเค ถ้าราคาถูกจะเป็น 2 ชั้น เดินไปดูเหมือนเรือนคนใช้ พวกเราก็ไม่เอา และได้จองปากเปล่าว่าพรุ่งนี้จะมานอน เก็บห้องด้านหน้าเอาไว้ด้วยนะ แหม เดินดูสถานที่ เลือกห้องกันใหญ่เลย รูปก็ไม่ถ่าย กะว่าคืนพรุ่งนี้จะถ่ายให้หน่ำใจเลย ฮ้า ๆๆๆๆ   อะไร ๆ เิกิดขึ้นได้เสมอ 

จากนั้นก็โทร.เรียกคนขับ อุ๊บ๊ะ ใช้โทรศัพท์ไม่เป็นอีก ตอนอยู่ไทย กดอีกแบบ พอมานี่ก็กดอีกแบบ กว่าจะโทรได้เล่นเอาถามหลายคนเหมือนกัน (แ่ค่กดโทรศัพท์ยังไม่รู้วิธีิกดอีกตรู โง่ จิง )

คนขับพาเราไปบาร์รำวง ตรงโรงแรมเอราวัณ เป็นร้านริมน้ำโขง วิวสวยดี มองเห็นสะพานตอนกลางคืนเปิดไฟสวยดีค่ะ  ถ้าใครนอนโรงแรมเอราวัณก็ได้เห็นวิวสวย ๆ แบบนี้ ถ้ามีโอกาศมาอีกจะนอนโรงแรมเอราวัณดีกว่าอิ ๆ 

บาร์เปิด 2 ทุ่ม ปิด 5 ทุ่ม พอนั่งโต๊ะปุ๊ป เด็กก็จะนำเบียร์ 2 ขวด แก้ว 5 ใบมาวาง ส่วนกับแกล้ม คนที่นี่ไม่เห็นสั่งกันเลย กินกันแค่นี้เอง แล้วก็ออกไปเต้นรำ เออแปลกดี ถ้าใครจะเพิ่มอะไรก็เดินไปหยิบเอง และจ่ายเงินสดส่วนที่เพิ่ม 55  ไม่เหมือนเมืองไทยเลย  




นั่งฟังเพลงสักพัก ประมาณ 3 ทุ่ม ก็เิริ่มเปิดฟลอร์ด้วยเพลงรำวง นักท่องเที่ยวก็ออกไปรำวงกัน 



เต้นได้สัก 2-3 เพลงก็หยุดคุย และเต้่นใหม่ และมีเต้นบัดสลบด้วยนะ  แต่ว่าเราเต้นไม่เป็นเลย ท่าที่จำไว้มันไม่มีใครเต้นเลย เป็นท่าอะไรไม่รู้่ยากอ่ะ  ยิ่งเพลงเร็ว ๆ มัน ๆ เต้นซอยยิกเลย 55  เต้นไม่ทัน ที่นี่จะเป็นเป็นกลุ่มใครกลุ่มมัน ไม่มีแซวกัน น่ารัีกดีค่ะ กำลังสนุกเลย แต่เพื่อนเรา 2 คนกำลังจะแย่ เพราะกำลังจะเมาควันบุหรี่โต๊ะด้านหลังตาย จึงชวนกลับ แต่แฟนเราไม่ยอมกลับ บอกเดี่ยว กำลังสนุก อีกนิดนึง 



และเราก็กลับที่พักกัน เดินไปคิดเงิน ออกให้ีคนขับรถอีก 1 โต๊ะ (แฟนคนขับกับเเพื่อนเต้่นบัดสลบเก่งมาก ๆ เลยสวยด้วย)  พอบิลออกมาแทบตกใจ โอ้วแม่เจ้า 2 โต๊ะ ราคารวมกัน 280 บาท ถูกมาก ๆ  ถ้าเป็นประเทศไทย ราคานี้คนหนึ่งยังไม่ได้เลยมั๊ง 55

วันที่ 2 ตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งแตัว เดินไปหาอาหารใส่บาตร ถนนเงียบมาก ไม่มีผู้คนเลย จึงเดินไปในวัด แถว ๆ โรงแรม เป็นวัีดหลวง ใหญ่มาก และเดินไปซื้ออาหารในตลาด แม่ค้าถามว่าจะใส่บาตรใหม เอาเป็นชุดไหม พวกเราบอกเอา อุ๊ยตาย เธอเรียกชุดละ 100 บาท แพงเหมือนกัน แต่เวลาจำกัดจึงเอา 1 ชุดมี ข้าวเหนียว 1 ถุง ปลา/ไก่ 1 ไม้ ซุปหน่อไม้ 1 ถุง น้ำพริก 1 ถุง แค่เนี้ยฟันตรูไปตั้ง 100 บาท ให้แบงค์ 500 บาท คนขายบอกเอาน้ำไปด้วยสิ 4 ขวด 100 พอดี พวกเราก็เริ่มโวยแล้ว โหอะไรแพงจัง จริง ๆ น้ำมันอยู่ในชุดด้วยไม่ใช่หรือ เธอจึงทอนให้ 100 บาท และ้เพิ่มน้ำให้อีกคนละ 1 ขวด ถ้าเป็นบ้านเรา ชุดนี้ไม่เกิน 50 บาท แถมดอกไม้ด้วยต่างหาก 




และเดินกลับมาที่วัดใส่บาตรข้าวเหนียวกัน 



ใส่เสร็จก็เดินออกมาซื้อบายศรีไปไหว้พระ คู่ละ 20 บาท



เข้าไปไหว้ในโบสถ์ ผู้หญิงห้ามขึ้น ไว้ได้แต่ด้านล่าง 


จากนั้นก็มาเสี่ยงเซียมซี แต่อ่านไม่ออก และแปลไม่เป็น พอดีมีพระมาผูกสายสินจ์ให้ และพรมน้ำมนต์ จึงให้ท่านช่วยอ่าน และแปล ไอ้ฮ้อนโชคดี มาก กลับมาอาจได้โชคลาภก้อนใหญ่ ของเราก็ดี ส่วนเพื่อนเราชื่อติ๊ก ก็ทำนายแม่นว่าช่วงนี้จะเสียเงินเยอะก็จิง ๆ ด้วย 55



หลังจากใส่บาตรข้าวเหนียวเสร็จ เวลาัยังเหลือ เดินหาอาหารเช้าทานกันแต่ ไม่ค่อยมีร้านเปิดเลย เดินมาเจอร้านนี้ขาย ข้าวจี่ (ขนมปังฝรั่เศส)  ย่างและใส่ใส้เข้าไป อร่อยดี เสียแต่ขนมปังแข็งไปหน่อย ราคา 5000 กิป/อัน



กาแฟลาวสักถ้วยแก้ง่วง



ได้เวลา 8.00 น. เช็คเอ้าท์ ลงมารอรถ มาอีกที 8 โมงกว่า ก่อนขึ้นรถ คนขับบอก วันนี้เอาภรรยาไปเที่ยวด้วยนะ (เราก็เอะใจ เมื่อวานพูดแฟน ทำไมวันนี้เรียกภรรยา) จึงขึ้นไปนั่งบนรถ  เพื่อนกระซิบให้ฟังว่า คนละคนกับเมื่อวาน หว่ะ 55  แถมท้องอีกต่างหาก บรรยากาศมาุคุ นั่งเงียบกันไปตลอดทาง หล่อเลือกได้วุ้ย  และคนขับก็ขับไปเติมน้ำมัน เค้าบอกว่า 1000 บาท พอดี

วันนี้่เราจะไปเที่ยว 3 น้ำตก และปราสาทวัดพู ที่แรก คือน้ำตกตาดเยือง เสียค่าเช้า 45000 กิป พอไปถึงอากาศเย็นสบายมาก ๆ ร่มรื่นดี และน้ำตกก็สวยจริง ๆ ค่ะ



ลมแรงพัดละอองน้ำตก  ปะทะตัวเย็นชื่นใจดีจริง ๆ 



ขาลงพอไหว แต่ขาขึ้นนี่สิ เหนื่อยเอาเรื่องเชียว



น้ำตกที่ 2 คือน้ำตกตาดฟาน เสียค่าเข้า 20000 กิป น้ำตกนี้เดินลงไปดูไม่ได้ เห็นแค่นี้เอง (ไม่คุ้มค่าเข้่าอ่ะ) 



น้ำตกสุดท้ายวันนี้คือ น้ำตกผาส้วม โดยคุณวิมล กิจบำรุง เป็นคนเข้ามาพัฒนา และสร้างเรือนพัก และร้านอาหารปลอดผงชูรสบริการ ค่าเข้าคนละ 5000 กิป ค่ารถอีก 5000 กีป เช่นกัน สะพานไม้ ไม่ถ่ายรูปเห็นทีจะไม่ได้อ่ะ 



สาว สาว สาว บ้าง อิ ๆ 



มุมนิยม



เกือบเที่ยงพอดี เลยต้องทานอาหารเที่ยงซะที่นี่ ใคร ๆ ก็บอกว่าลาบอร่อย กาแฟรสชาิดดี ต้่องลองค่ะ   อาหารโดยมากจะสั่งเป็นชุด จะได้เร็ว ๆ เราเลยจัดไปอย่าให้เสีย ชุดละ 900 บาทค่ะ





ที่นั่งในร้านร่มรื่น นั่งแบบห้อยขาลงไป บรรยากาศเย็นสบายดี พนักงานบริการดีค่ะ




หลังจากอิ่มหนำสำราญ ก็มุ่งหน้าไปที่สุดท้ายของวันนี้คือปราสาทวัดพู ระหว่างทางจะมีทุเรียน และสัปปะรดขายมากมาย ทุเรียนพื้นบ้านรสชาิดไม่อร่อย สู้หมอนทองบ้านเราไม่ไ้ด้เลย ส่วนสัปปะรดโอเคค่ะ  หวานฉ่ำดี 



ระหว่างทางที่จะไปปราสาท ต้องเสียค่าผ่านทางทั้งไป-กลับเที่ยวละ 20000 กิป เก็บย่อยเก็บยับเลยเลยจริง ๆ เชียว

มาถึงปราสาทวัดพู เสียค่าเข้า คนละ 120 บาท ค่ารถนั่งเข้าไปอีก คนละ 60 บาท รวมเป็น 180 บาทต่อคน แพงน่าดูเชียว ต้องเดินให้คุ้ม



ให้เตรียมร่มไปด้วย เนื่องจากอากาศร้อนมาก ๆ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถเช่าได้ค่ะ



ทางเดินไกลอ่ะ  เล่นเอาเหงื่อไหลย้อยเลยเชียว เดินมาสัีกพัก ค่อยยังชั่วหน่อย ได้่ร่มเงาต้นจำปาลาว บังแดดได้บ้าง 





ทับหลังสมบูรณ์มาก ๆ 


น้ำศักดิ์สิทธิ์ ดื่มกิน รักษาโรคภัย 



หินสลักรูปจรเข้ ใช้ทำพิธีบวงสรวง 



หินสลักรูปช้าง



มองลงมาด้านล่าง สวยดีอ่ะ



กลับแล้ว เมื่อยขาเอาการ



ทางเดินสวย ๆ 



เมื่อยขามาก ๆ  กลับมาจะไปนอนให้สบาย ที่โรงแรมจำปาสักและถ่ายรูปให้มันส์เลย ระหว่างทางคนขับเริ่มอารมย์ดี แล้ว คุยกับเมียได้ และบอกว่าจะพาไปดูต้นคูน 3 สีเป็นทางผ่าน เราก็ไปดู ชาวบ้านแห่มาขอหวยกันเยอะแยะ เลย ที่ลาว 1 เดือนหวยออก 10 กว่าครั้ง โอ้แม่เจ้า....มอมเมาประชาชนเหลือเกิน พอไปเห็นก็อึ้ง พูดไม่ออก เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล แถมห้ามถ่ายรูปเลยเอามาดูไม่ได้ 

และคนขับก็แวะส่งเมีย และขับไปเรื่อย ๆ พวกเราก็นั่งไป ทำไมมันนานจัง สักพัก คนขับจอดรถ หน้าธนาคารเฮ้ยมันคุ้น ๆ และเดินมาเปิดประตูรถ เราถามว่านี่ที่ไหน คนขับบอกก็ช่องเม็กงัย .....กรี๊ดดดด เลยพวกเรา เฮ้ย ตรูยัีงไม่อยากกลัีบไทย คืนนี้จะนอนโรงแรมจำปาสัก คนขับบอก อ้าว ก็ไม่บอกผม โธ่ ... ไม่บอกห่านอะไร ก็เมิงเล่นทะเลาะกับเมีย จนจำอะไรไม่ได้นะสิ และบอกว่างั้นไปนอนบ้านเค้ากับเมียแล้วกัน  ปัดโ่ธ่ ใครจะไปนอน เอ้า ๆ กลับอุบลก็ได้ เราถามอีก ว่ารถหมดกี่โมง คนขับบอก 2 ทุ่ม พวกเราก็เลยจ่ายค่าเช่ารถ และเดินข้ามถนน จะไปซื้อเบียร์็ลาวกลับ โอ้พระเจ้า นี่มัีน 6 โมงนิด ๆ ร้านดิวตี้ฟรีปิดอีก เซ็งเลยตรู จึงเดินคอตกผ่านด่านวังเต่าเสียค่าธรรมเนียมคนละ 50 บาท ส่วนด่านช่องเม็กไม่เสีย

 เรียกรถตุ๊ก ๆ บอกไปขนส่ง พอไปถึงโอ้ว ซวยโครต ๆ รถตู้หมดอีกเวรแล้ว กรูจะกลับไป บขส ที่อุบลอย่างไรเนี่ย คนข้บรถตู้บอกว่าต้องเหมา 1200 บาท โอ้ว แพงเว่อร์ จึงเดินถามพนักงานแถวนั้น เค้าบอกว่า รถทัวร์เหลือเที่ยวสุดท้าย ตอน 6.30 น.เดี๋ยวจะฝากไป พวกเราก็เลยค่อยวางใจหน่อย

รถถูกจองตั๋วครบหมดแล้ว พวกเราจ่ายค่ารถไปคนละ 100 บาท ได้นั่งเบียดกัน 4 คนหน้าห้องน้ำ เฮ้อ...พอคนตรวจตั๋วมาทีไร เล่นเอาใจหายทุกที กลัวจับเราลงรถซะจริง ๆ 

แต่พวกเราก็มาถึงบขส จนได้เกือบ 2 ทุ่มข้าวยังไม่ได้ิกิน จึงจับรถตุ๊ก ๆ พาไปกินข้าวตลาดโต้่รุ่ง และหาโรงแรม ที่ดูดี ๆ มีอาหารเช้าให้หน่อย รถตู้พาไปโรงแรมรีเจ้นท์ คืนละ 750 บาท รวมอาหารเช้า ก็ใช้ได้สมกับราคาเลย 



ห้องน้ำออกแบบหรู แต่การใช้งานไม่ค่อยดีอ่ะ



อาหารเช้า ก็ใช้ได้ คนไม่เยอะเดินตักได้สบาย ๆ 



หลังจากทานอาหารเสร็จก็กลับไปนอนตากแอร์ต่อ และเช็คเอ้าท์ 12.00 น ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะและอากาศก็ร้อนมาก ๆ ด้วย เพราะกว่าเครื่องจะออกตั้ง 20.25 น. วันนี้เราวางแผนว่าจะไปทำบุญไหว้พระในตัวเมืองกัน 

จึงสอบถามทางโรงแรม ว่ามีรถพาไปไหว้พระไหม โรงแรมให้่เบอร์ศูนย์แท็กซี่มา เราโทรไป โห...แพงอ่ะ เหมาวันละ 2000 บาท แค่ตัวเมือง เราเลยบอกไม่เอา เค้าก็เลยบอกงั้น 250/ชั่วโมง เราก็ไม่เอาอีก เท่าที่ทราบมาว่าวัดก็อยู่ติด ๆ กันไม่ไกลซะหน่อย พวกเราเลยฝากกระเป๋ากับพนักงาน และเดินออกมานอกโรงแรมเรียกแท็กซี่ 
เจอลุงแก่ ๆ ตกลงราคากัน ว่าจะพาไปไหว้พระ 5 วัด 300 บาท พวกเราก็กระโดดขึ้นรถทันที 55

วัดแรกคือวัดป่าใหญ่ (วัดมหาวนาราม) เข้ามาแล้วสุดยอด สวยมาก ๆ ค่ะ




มียกช้าง และยกหินสลักรูปพระเสี่ยงทายด้วยนะคะ  ก่อนหน้าเราเป็นหญิงสาวรุ่น ๆ ยกหินสูงท่วมหัวเลย (ครั้งแรก)  ครั้งที่ 2 ขอให้ยกไม่ขึ้น เธอทำได้จริง ๆ เราลองยกมั่งสิ อิ ๆ 



ไม่กระิดิกเลยค่ะ  หนักมาก ๆ ผู้่หญิงคนนั้นยกได้งัยหว่า  เลยให้แฟนยกบ้าง ร่างกายแข็งแรงยกน้ำเหล็กทุกวัน ดูสิ ตูดกระดกเลยเกือบไม่ขึ้น ฮ้า ๆๆ 



วัีดที่ 2 วัดป่าน้อย (วัดมณีวนาราม) วัดอยู่ใกล้ ๆ กันค่ะ วัดนี้ก็สวย ร่มรื่นดี 


วัดที่ 3 วัดทุ่งศรีเมือง งดงามสมคำร่ำรือจริง ๆ ค่ะ 



ขาดเสียไม่ได้คือ หอไตรกลางน้ำค่ะ สวย และร่มเย็นมาก ๆ 



กล้องใหญ่หมดแค่ภาพนี้ เนื่องจากแบ็ตหมด ว้า กล้องจะหลายปี แบ็ตเริ่มเสื่อม ไม่ได้เอาที่ชาร์ตไปด้วย เลยต้องอาศัยกล้องคอมแพค แต่ก็ mem เต็มอีก เลยต้องลบภาพที่ไม่ต้องการออก 55 เวรกำจริง ๆ 

วัดที่ 4 วัดเลียบ ไม่ได้ถ่ายมาค่ะ

วัดที่ 5 วัดศรีอุบลรัตนาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ " พระแก้วบุษราคัม " สวยงามมาก ๆ ^_^



สถานที่ที่ 6 คือศาลหลักเมือง ตอนวันไปมีทำพิธีบวงสรวงพอดี ค่ะ หลังจากไหว้เสร็จ จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย กรี๊ด....กล้องหาย สงสัยไปลืมไว้ที่วัดศรีอุบลแน่เลย ดีนะที่วัีดกัีบศาลอยู่ตรงกันข้ามถนน แฟนเลยวิ่ง ไปเหลือเชื่อกล้องยังอยู่กับพื้่น หน้าพระเลย โชคดีไม่มีใครเอาไปบุญของเราจริง ๆ ค่ะ เลย เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ค่ะ

วัดที่ 7 วัดพระธาตุหนองบัีว  สวยอีกแล้ว สิ่งก่อสร้างที่เด่นสะดุดตาของวัดนี้คือสถูปก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งโครงสร้างได้รับแรงบันดาลใจมาจากมหาโพธิวิหาร โพธิคยา รัฐพิหารประเทศอินเดีย  



เข้ามาด้านในสิ่งสวยใหญ่เลย เหลืองอล่ามไปหมดงดงามมาก ๆ เกินบรรยายค่ะ



ภาพสุดท้าย mem หมด แบ็ตหมด อันนี้สุดท้ายจริง ๆ แล้ว ไม่รู้่จะลบอะไรแล้ว 55



เอ้อลืมเล่า พอถึงวัดที่ 5 ลุงคนขับจะกลัีบท่าเดียว พวกเราเลยบอกว่า ให้ลุงพาไปกินข้าวเที่ยงด้วย กินด้วยกัน และพาไปไหว้พระอีก 2 วัด และพาไปซื้อของฝากด้วย เดี๋ยวให้เพิ่มเป็น 500 บาท ลุงยิ้มออกเลย 55

จบโปรแกรมลุงมาส่งพวกเราที่โรงแรม (ขาไปสนามบินจะเรียกลุงมารับอีกก็ได้นะ แหนะ ติดใจ ) ..นั่งตากแอร์สักพัก เกือบ 5 โมง ก็ออกไปเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน 40 นิด เลยให้ไป 50 บาท ถูกดีจัง

จากนั้นก็นั่งรอเวลาเครื่องออก 20.25 น. กลับถืงบ้านโดยสวัสดิภาพ ได้ประสบการณ์กลับมาเยอะแยะ ไม่เีคยเที่ยวแบบนี้มาก่อน แผนการท่องเที่ยวก็ผิดไปหมด แต่ก็สนุกดี แถมอิ่มบุญอีกต่างหาก ..... ถ้าบุญวาสนาเรามี ลาวใต้ ฉันจะไปเยือนเธออีกครั้ง..... ส่วนอุบล ต้องไปอีกแน่นอน เพราะยังติดสามพันโบก ยังไม่ได้ไปเลย โอกาสหน้าเจอกันค่ะ บาย ^_^






Create Date : 22 พฤษภาคม 2555
Last Update : 25 พฤษภาคม 2555 21:11:37 น.
Counter : 6213 Pageviews.

2 comments
  
โอกาสหน้าจะไปตามรอยลาวใต้บ้างนะคะ
โดย: I trust Severus Snape วันที่: 9 สิงหาคม 2555 เวลา:21:07:40 น.
  
แวะมาทักทายค่ะ
โดย: amonrat27 วันที่: 20 สิงหาคม 2555 เวลา:17:50:06 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

nuch9981
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ไปทุกที่...ที่มีทาง