...คิดว่ายังมีความหวัง ตราบที่ยังมีลมหายใจ...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
พบเธอที่บ้านถ้ำธง ๘



รถกระบะสีแดง ตอนครึ่งของเทิน ท่าลาด แล่นมาจอดที่หน้าโรงแรมมาบอำมฤต


เทินเดินหน้ามุ่ยนำหน้าพวกพ้องสี่คน เข้าไปในคูหาซีกซ้ายชั้นล่างของโรงแรม ซึ่งเป็นที่ขายอาหาร ขายเหล้าและเบียร์ และยังเป็นที่พักผ่อนของแขกที่มาพักในโรงแรม ส่วนคูหาซีกขวาเป็นเคาเตอร์ที่คอยต้อนรับแขกที่มาพักโรงแรม

"อาเทิงเป็นอาลาย หน้าตาลื้อไม่สู้ลีเลยวังนี้" โกเฮ้งหรืออาแป๊ะ ผู้ดูแลโรงแรมทักทายขึ้นอย่างคนที่คุ้นเคยกันมานาน

"อยากเหยียบคนแก้กลุ้มโว้ย" เทิน ท่าลาด ตอบเสียงดัง

"ไอ๋หยา! อยากจาเหยียบคง อยากจาเหยียบคายเหรอ คายปายทามให้อาเทิงเดือกเนื้อร้องจาย”
“มี มีแน่บางทีอาจจะเป็นแกด้วยก็ได้อาแป๊ะ” เทิน ท่าลาดแกล้งพาลเล่นๆ

“อย่า อย่ามาเหยียบอั๊วนะ เพาะอั๊วม่ายเคยทามให้คายเดือกร้อง"

"ถ้าไม่อยากให้เหยียบก็เอาเบียร์มากินดับโมโหก่อนครึ่งโหล แล้วห้ามพูดห้ามถามจุกจิก วันนี้อารมณ์บ่จอยเว้ย" เทินว่าแล้วก็นั่งทำตาขวาง ลูกน้องตามไปนั่งรอบโต๊ะ ส่วนอาแป๊ะถอยไปจัดการตามสั่ง

จะไม่ให้เทิน ท่าลาด หัวเสียได้อย่างไร ในเมื่อตอนสายที่ผ่านมา บริวารคนหนึ่งของเทิน ท่าลาด ซึ่งขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง อุตส่าห์ไปพบยานีและพาตัวมาได้จากสถานีรถไฟปะทิว แต่ก็มาถูกธนาแย่งไปแถมยังยิงเอาพวกมันบาดเจ็บไปหนึ่งคน ซึ่งสมุนบริวารของเทิน ท่าลาด ได้เล่าเอาแต่ส่วนที่ดีๆ ใส่ตนว่า

นายจ้งคนขับรถเครื่องรับจ้างประจำอยู่ที่สถานีปะทิว รับยานีมาจากสถานีปะทิว แต่นายจ้งไม่แน่ใจว่าคนที่รับมาจะใช่ยานีหรือไม่ จึงขับรถเครื่องไปจอดทำทีเป็นเติมน้ำมัน ที่ปั๊มน้ำมันข้างบ้านของนาย เวียงที่วังช้าง พอนายเวียงเห็นก็รู้ว่าใช่ยานีตามรูปถ่ายที่นายเทินให้มาแน่ จึงชวนเพื่อนขับรถเครื่องรับจ้างที่วังช้างอีกสามคนขับรถตามมาห่างๆ

พอมาถึงที่ๆ กะไว้จึงจอดรถแล้วช่วยกันจับตัวยานี จะเอามาให้นายเทิน ท่าลาด ก็พอดีรถยนต์ของธนาผ่านมา นายเวียงกับนายจ้งฉุดยานีไปที่หาด ให้นายทัดกับนายเวก ๒ คนคอยดักทำร้ายธนา แต่ธนามีปืนและใช้ปืนยิงใส่นายสองคนนั่นจนต้องหนี ส่วนนายเวียงที่ฉุดยานีก็ถูกธนายิงเอา ๑ นัดได้รับบาดเจ็บ แล้วพวกมันช่วยกันสรุปให้เทิน ท่าลาดฟังว่า

“มือเปล่าสู้ปืนไม่ได้พี่ พวกนั้นจึงพากันเผ่นหนี และทำให้นายธนาพายานีไปได้”

“ตกลงกลายเป็นว่าไอ้หมอนี่ แทนที่จะมาเป็นลูกค้าเรา กลับมาเป็นศัตรูเรา” ยอด ดอนไผ่ พูด

“ใช่ ข้าเองก็นึกไม่ถึงว่ะ ว่าจะซวยอย่างนี้” เทิน ท่าลาด พูด

“แล้วเราจะทำอย่างไรกับมันดี ผมอึดอัดเต็มทีแล้ว” สง สินลา เอ่ยขึ้นอีกคน

"หมกมันเสียที่ไหนสักแห่งอย่าให้กลับไปกรุงเทพได้ เพราะตอนนี้เราพิสูจน์ได้แล้วว่ามันเป็นพวกของนังยานี และคงจะรู้เรื่องของเราหมดแล้ว" เทิน ท่าลาด ประกาศกับสมุนบริวาร


หลังจากยานีและธนา ช่วยกันประกอบอาหาร และกินกันอิ่มหนำดีแล้ว ธนาก็ชี้แจงให้นายรอดพ่อของยานี เบาใจในการที่จะตอบโต้การคุกคามของเทิน ท่าลาด กับพวกที่จะเกิดขึ้นในโอกาสต่อไป โดย ธนาเล่าว่าจะมีเพื่อนของเขาเดินทางมาช่วยเขาอีก ๓ หรือ ๔ คน และเขาก็ยังมีเพื่อนเป็นนายตำรวจ อยู่ที่อำเภอปะทิวอยู่อีก ๑ คน แต่เขายังไม่ได้ไปพบไปหาไปหาเพื่อนคนดังกล่าว

ยานีรับรองว่าจะไม่หลบไม่หนีพวกมันอีกต่อไป ดังนั้นพอ ๕ โมงเย็น ธนาจึงขับรถพายานีกลับมาที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสวนมะพร้าวในเขตบ้านถ้ำธง

ยานีเข้าไปปัดกวาด เช็ดถูทำความสะอาดครัว เธอเห็นข้าวที่หุงเมื่อเช้ายังอยู่ในหม้อ ในตู้กับข้าวยังมีไข่เจียว หมูเค็มและกุนเชียงทอดหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่ถ้วยวางอยู่ เธอรู้สึกชื่นชมในความเป็นผู้ชายที่รู้จักหุงหาอาหารกินเองของธนา แทนที่จะต้องพึ่งร้านอาหารอย่างผู้ชายส่วนใหญ่

ในบานตู้สำหรับเก็บอาหาร มีเครื่องกระป๋องที่ยานีเคยซื้อมาไว้ และที่ธนาซื้อมาใหม่เก็บไว้อีกหลายอย่าง ธนาเดินตามเข้ามาดูแล้วพูดว่า

"ผมมาทำให้ครัวของคุณรกสกปรกหรือเปล่า ยังขาดอะไรอีกบ้างไหมผมจะได้ซื้อหามาไว้ให้ครบ ของใช้สำหรับคุณก็มีนะผมซื้อมาหลายอย่าง วางอยู่ในถุงที่บนโต๊ะในห้องรับแขกนั่น คุณกลับมามืดค่ำทุกวัน คุณจึงไม่เคยแกะออกดูเลย"

ยานีทำสีหน้างงๆ อีกหนพนมมือไหว้แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณค่ะ ที่มาช่วยดูแลบ้านให้แล้วยังซื้อข้าวของมาเผื่อดิฉันด้วย”

อากาศเริ่มขมุกขมัว ยานีจุดเทียนทีเดียวเกือบสิบเล่ม โดยไปปักไว้ตามมุมต่างๆ จนทั่ว ทำให้บ้านสว่างไสว ทำให้ธนาหัวเราะและพูดว่า

“คืนก่อนๆ ผมจะจุดเทียนสักสองเล่มยังไม่ได้เลย แต่มาคืนนี้คุณจุดซะราวกับจะมีพิธีบำเพ็ญกุศลอะไรสักอย่าง คุณอยู่ในบ้านหรือไม่ก็ในครัวนี่แหละ อย่าเพิ่งออกไปไหนผมจะโทรศัพท์ไปที่บ้านเพื่อนและคนของผมที่กรุงเทพว่ามากันหรือยัง ถ้ายังผมจะให้เขารีบมา ผมคิดว่าไม่คืนนี้ก็พรุ่งนี้เราจะต้องรับศึกใหญ่จากนายเทิน ท่าลาด อย่างแน่นอน เพราะมันคงจะรู้กันแล้วว่า ผมไม่ใช่คนที่จะมาเป็นลูกค้า แต่กำลังเป็นศัตรูจะมาพาพวกมันเข้าคุก”

“คุณมีโทรศัพท์เคลื่อนที่มาด้วยหรือคะ” ยานีถามเพราะพวกผู้ช่วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู ตำรวจ ชาวบ้านบางคนและ อ.ส. ต่างทำเท่โดยใช้วิทยุมือถือกันเกร่อ

"ผมมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ติดอยู่ในรถแต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ เหมือนกัน เพราะโทร.ติดต่อใครในเขตนี้ก็ไม่ได้ แต่พอจะโทร. ติดต่อกับเพื่อนในกรุงเทพได้… วิทยุมือถือที่คุณว่า ผมเห็นพวกนายเทิน นายยอด เขาก็ใช้กัน แต่คุณรู้ไหม พวกวิทยุมือถือนั่นมันเป็นวิทยุเถื่อนผิดกฎหมาย การสื่อสารฯ เขาควบคุมอยู่ เขาเอาจริงเอาจังขึ้นมาเมื่อใดละก็... มีโทษปรับเป็นแสนๆ เชียวนะ"

"ผิดกฎหมายแล้วทำไมยังใช้กันได้ละคะ"

"ก็ไม่รู้จะให้ใครจับใครนะซี เพราะที่ตำรวจใช้พกพาอยู่บางนายก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน แต่ตอนเกิดพายุเกย์ ถ้าไม่ได้วิทยุเถื่อนพวกนี้ช่วยกว่าจะรู้เรื่องกันว่าอำเภอนี้โดนพายุ ชาวปะทิวอาจจะต้องกินแต่เนื้อมะพร้าวแทนข้าวกันจนเป็นริดสิดวงทวาร”

ธนาว่าแล้วหัวเราะ ยานีพลอยหัวเราะไปกับอารมณ์ขันของธนาจนหน้าแดง

ธนาดีใจที่เห็นยานียิ้มและหัวเราะ เพราะยานีในตอนนี้เป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวาน แต่อ่อนแอและกลัวคน พูดจาก็ประหยัดถ้อยประหยัดคำ และมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา บางครั้งธนาสังเกตเห็นเธอแอบมองเขาอย่างพินิจพิจารณา แต่พอเขาจับได้ว่าเธอแอบมอง เธอก็เสมองไปทางอื่น

ธนาเดินออกไปจากครัว ส่วนยานีลงมือปรุงอาหารและทำกับข้าว สิบกว่านาทีต่อมา ธนาก็เดินกลับเข้ามาในครัวพูดว่า

“ทางบ้านเจ้าเรืองศักดิ์ที่กรุงเทพบอกมาว่า เจ้าเรืองศักดิ์เดินทางมาแล้ว คงจะมาถึงประมาณทุ่มหรือสองทุ่ม... เดี๋ยวผมจะออกไปดูมันที่โรงแรม คุณจะไปกับผมด้วยหรือว่ารออยู่ที่บ้าน?” ธนาแสร้งพูดลองใจ

“ดิฉันไม่กล้าอยู่หรอก คุณออกไปไหนดิฉันต้องไปด้วย ขืนอยู่คนเดียวไอ้พวกนั้นมาจับตัวดิฉันไปอีกแน่” ยานีห่อไหล่ทำท่าหวาดกลัว

ธนายิ้มแล้วพูดว่า “คุณไม่เหมือนคุณยานีคนเดิมเลยนะ”

“ยานีคนไหนคะ?”

“ก็ คนที่อยู่กับผมตอนกลางคืนทุกคืน ยานีคนนั้นเธอกล้าหาญมาก ไม่กลัวใครเลย”

ยานีได้แต่เงียบและยิ้ม แม้จะยังรู้สึกงงๆ และมีคำถามอยู่ในใจอีกมากมาย แต่เธอเห็นว่าควรจะเก็บความสงสัยนั้นไว้ก่อนเป็นการดีที่สุด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังเป็นผลดีแก่เธอและพ่อ อย่างที่ไม่เคยคาดฝัน แต่แล้วก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้

เธอเดินไปที่ฝาผนังซึ่งมีรูปบุคคลต่างๆ ปิดประดับอยู่ ยานีปลดภาพภาพหนึ่งที่แขวนติดผนังอยู่ออกมา เป็นภาพหญิงสาว หน้าตาสดใสแต่งกายแบบง่ายๆ สบายๆ ยานีถือภาพนั้นพาเดินไปที่มีเทียนปักอยู่หลายแท่ง ใช้ผ้าปัดเช็ดฝุ่นที่ภาพออก เธอมองภาพนั้นอยู่นาน น้ำตาของเธอซึมออกมา พอธนาเดินเข้ามาดูด้วยเธอรีบเบือนหน้าไปแอบเช็ดน้ำตา

ธนามามองแล้วพูดว่า

"รูปของคุณเมื่อก่อนกับตัวจริงเดี๋ยวนี้สวยไม่แตกต่างกันเลยนะครับ"

"งั้นเหรอคะ” ยานียิ้มมองหน้าเขาแล้วไม่พูดอะไรต่อ เธอลงมือเช็ดถูทำความสะอาด แล้วเอาผ้าชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาดๆ แล้วเช็ดถู จนภาพเกลี้ยงสะอาดก่อนจะนำไปแขวนไว้ที่เดิม

ธนายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เห็นอีก ๑๐ นาทีจะ ๑ ทุ่มจึงบอกยานีว่า

“เราไปรับนายเรืองศักดิ์ที่โรงแรมกันเถอะ ป่านนี้มันคงมาถึงแล้ว”

ยานีขอตัวไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ครู่เดียวก็ออกมาจากห้องในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืด มีเสื้อแจ๊กเก๊ตยีนส์สวมทับอีกชั้น และสวมรองเท้าผ้าใบ ธนามองเรือนร่างงามสมส่วนนั้นอย่างพึงพอใจ

ยานีสวยมากและสวยแบบแปลกๆ โดยไม่ต้องแต่งหน้าทาปาก เขาปรารถนาที่จะเห็นผู้หญิงที่สวยแบบธรรมชาติมานานแล้ว จึงเพิ่งจะได้เห็น แต่ยานีที่เขาเห็นในตอนกลางคืน ใบหน้าหมองเศร้า ท่าทางลึกลับ ถามอะไรมักพูดจาคล้ายๆ แดกดันเจ้าสำบัดสำนวน แต่ที่สำคัญคือไม่ยอมให้เขาได้เห็นหน้าชัดๆ ชอบแฝงร่างอยู่ในเงาสลัว แต่ทว่าความแกร่งกร้าวห้าวหาญนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

“คุณแต่งกายอย่างนี้ดูเข้ากับสถานการณ์” ธนาชม

“หมายความว่าอย่างไรคะ?”

“เหมือนนางเอกหนังบู๊ในภาพยนตร์ไทยบางเรื่อง คุณยิงปืนเป็นไหม” ธนาถาม

“เป็นแต่ไม่เก่ง”

“เอาปืนผมไปติดตัวไว้สักกระบอก” ธนาพูดแล้วส่งปืนที่เหน็บเอวให้ “เตรียมพร้อมไว้ เป็นการไม่ประมาท ต่อไปนี้คุณจะต้องหัดยิงปืน และพกมันติดตัวไว้ตลอดเวลา ไม่มีปืนไม่ได้แล้ว”

“ค่ะ ดิฉันจะพยายามทำตามที่คุณแนะนำ”

ธนา อารีราษฎร์ กับยานี พิกุลแก้ว ก้าวลงจากรถแวนที่หน้าโรงแรมมาบอำมฤต ผู้คนที่นั่งกินเหล้าและเบียร์อยู่ชั้นล่างของโรงแรมพากันหันมองเป็นตาเดียว บางคนทำท่าหวาดๆ แต่จ้องตาไม่กะพริบ บางคนเห็นแล้วทำปากซุบซิบยื่นหน้าเข้าหากัน พร้อมกับมองไม่วางตา ส่วนอาแป๊ะผู้ดูแลโรงแรมหรือโกเฮ้งทำท่าราวกับถูกผีหลอก

"ไอ๋หยา! วังนี้ลื้อถึงกับออกมาเดิงเที่ยวตาหลากเชียวนะ อั๊วม่ายเห็งลื้อเสียนาง ลื้อเป็งยานีหลือเป็ง...." อาแป๊ะพูดแล้วติดอ่าง

"ดิฉันยานี พิกุลแก้ว ลูกสาวพ่อรอด โกเฮ้งมีปัญหาอะไรหรือ?"

ยานีพูดเสียงดุๆ และจ้องหน้าอาแป๊ะ จนแกถอยกรูดไปชิดชั้นวางของหลังเคาเตอร์ รีบหลบสายตาและพูดด้วยเสียงอ่อย ๆ

"งั้งก็เลี้ยวปาย...นึกว่า...นึกว่า..."

“อาแป๊ะ ว่าไง เพื่อนอั๊วมาหรือยัง” ธนาถามขัดขึ้นเสียก่อน

“ฮ้อ มาเลี้ยว เพิ่งมาเมื่อคู่หญ่าย ๆ นี่เอง อีอยู่ข้างบงอั๊วจาให้เหล็กปายตามโลงมาให้”

อาแป๊ะตอบ แล้วทำท่าจะหันไปตะโกนเรียกอาตี๋ ธนารีบบอกแกว่า

"ไม่ต้องดีกว่าอาแป๊ะ ให้ขึ้นไปตามคนไม่ใช่ตามโลง พูดไม่เป็นมงคลอั๊วจะขึ้นไปดูเองเขาพักอยู่ห้องไหน?"

"ห้องเบอร์สิบเอ็ก"

ธนาหันมาพยักหน้ากับยานี ทั้งคู่จึงพากันเดินขึ้นไป

"เฮ้อ!...เสียดาย อีเกิกมาสวยขนากนี้ ม่ายน่าจาเป็ง.." เสียงอาแป๊ะบ่นตามหลัง

แต่ในทันทีที่ธนากับยานีเดินขึ้นไปข้างบนโรงแรม ชายฉกรรจ์ที่อยู่ในห้องชั้นล่างของโรงแรมเกือบทั้งหมด ก็พากันเคลื่อนไหวพรึบพรับ หลายคนลุกออกไปจากห้องอย่างลุกลี้ลุกลน เหลือไว้แต่เด็กหนุ่มหน้าอ่อนๆ ที่เป็นบ๋อยโรงแรมเพียงสองสามคน

ชั้นบนของโรงแรมเป็นเรือนไม้ มีห้องพักอยู่ประมาณ ๒๐ ห้อง มีทางเดินอยู่ระหว่างกลางห้องทั้งสองฝ่าย ธนากับยานีเดินมาจนถึงห้องสุดท้ายแถวด้านซ้ายของทางเดิน จึงยกกำปั้นขึ้นเคาะเบาๆ ที่หน้าประตูห้องหมายเลข ๑๑ ครู่ใหญ่ ๆ จึงมีเสียงคนมาเปิดประตู

ทว่าเมื่อประตูเปิด กลับไม่มีคนอยู่ในห้อง ยานีทำท่าประหลาดใจ แต่ธนายิ้มแล้วร้องขึ้นว่า

“ไอ้เรือง ! ข้าเองโว้ย รีบออกมาจากหลังประตูเสียดีๆ”

นั่นแหละเรืองศักดิ์ กำชัย บุรุษหนุ่มร่างบึกบึน ในชุดกางเกงขายาวหลวมๆ สวมเสื้อคอกลม ประแป้งหน้าขาว จึงได้ออกมาจากซอกหลังประตู ยิ้มร่าแต่มีปืนพกขนาด .45 อยู่ในมือและจ้องมาทางคนทั้งสอง

"มึงนี่ไม่เคยประมาทเลยนะ" ธนากล่าวชม

"คนประมาทมัจุราชถามหา คนไม่ประมาทมัจจุราชเมตตา" เรืองศักดิ์ตอบ

"สุภาษิตอะไรของนาย" ธนาถามแล้วหัวเราะ

"ข้าดัดแปลงมาจากของพระพุทธเจ้า เตือนให้ระวังคนทุกคนใครจะไปรู้ละว่า คนที่มาหาเราเป็นมิตรหรือศัตรู นายมาสามสี่วันเท่านั้นได้สร้างศัตรูไว้มากมาย"

"นายพูดอะไร? นายมาแป๊บเดียวเสือกรู้ได้ยังไงว่าข้ามีศัตรู?"

“ทำไมข้าจะไม่รู้ ใต้ถุนโรงแรมนั่น เกือบสิบคนที่นั่งกินเหล้ากันอยู่ กำลังกระเหี้ยนกระหือที่จะจัดการกับนายทั้งนั้น นายมาทำให้พวกมันโกรธแค้น ข้าฟังจากถ้อยคำที่พวกมันคุยกันมันพูดกันว่า นายมาขัดขวางผลประโยชน์ของมัน ข้าเดาว่าไม่คืนนี้ก็พรุ่งนี้พวกมันจัดการกับนายแน่ ข้าก็เลยแกล้งทำเป็นคนอีสานมาหางาน นั่งซดโอเลี้ยงไปด้วยฟังไปด้วย”

“หูตาไวสมกับเป็นนักข่าวจริงๆ วะเรือง มาเดี๋ยวเดียวก็รู้หมด ก็จะไม่ให้ข้าไปขัดผลประโยชน์ของมันได้อย่างไร ในเมื่อพวกมันใช้อิทธิพลข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า คุณยานีนี่แหละ ที่มันข่มขู่บังคับให้ขายที่ ถูกตามล่าขู่เข็ญจนต้องหลบๆซ่อนๆ ไม่ได้อยู่บ้านอยู่ช่องมาเป็นปีๆ

เมื่อเช้านี้ข้าไปช่วยเธอไว้ทันตอนที่มันกำลังฉุดลากเธอเข้าป่า นายก็รู้ ข้าเรียนกฎหมายมาเพื่อช่วยเหลือปกป้องคนดี คนยากคนจน หรือคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเปรียบ ไม่ใช่เรียนมาเพื่อจะเอาเปรียบคนอื่น หรือเรียนเพื่อสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับตนเอง ที่ข้าต้องไปอยู่บ้านคุณยานีก็เพื่อจะช่วยปกป้องเธอ"

ธนาจึงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่ายังไม่ได้แนะนำยานีให้เพื่อนรู้จัก จึงรีบแนะนำ

“นี่คุณยานี พิกุลแก้ว เจ้าของบ้านที่ข้าไปพักอาศัย”

“นี่นายเรืองศักดิ์ กำชัย นักหนังสือพิมพ์และนักเขียนไส้แห้ง” ธนาแนะนำแบบล้อๆ ยานีพนมไหว้และเรืองศักดิ์รับไหว้

"ใช่ ทำไงได้ผมมิได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีมีที่ทางกว้างขวาง มีมรดกตกทอดหลายล้านให้นอนแทะอย่างนายธนา ที่มีเงินใช้จ่ายเพราะพ่อแม่ยอมลำบากอดมื้อกินมือหาไว้ให้"

“พอ ๆ นายเรือง อย่ามาด่าผิดคน ข้าไม่ได้เป็นอย่างเอ็งว่าสักกะหน่อย อย่ามายัดเยียดให้ข้าเป็นลูกเนรคุณพ่อแม่” ธนาว่าหัวเราะๆ

“งั้นแสดงว่า นายเป็นลูกกตัญญู” ปากตอบโต้เพื่อนแต่สายตามองที่ยานีและนึกในใจว่า

“สวยแบบไม่เกรงใจพระสงฆ์องคเจ้าแบบนี้นี่เล่า ไอ้นายธนาจึงไม่มีเวลาติดต่อโทรศัพท์ถึงเรา มันมัวแต่คั่วสาวสวยคนนี้อยู่นี่เอง แม่เจ้าโวย! สวยๆ แบบนี้ ยังมีเหลือติดบ้านอยู่อีกบ้างไหมนี่’ แต่ปากพูดว่า

“ผมดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จักคุณ” พลางเดินไปยกเก้าอี้ที่มีอยู่ตัวเดียวในห้องมาวางลงไม่ห่างจากยานี “เชิญนั่งก่อนซีครับ” เชิญให้เธอนั่งแล้วตนเองถอยไปนั่งลงบนเตียงนอน
ธนาถามเพื่อนรักต่อไปว่า “นายมัวไปทำอะไรอยู่ที่ไหน จึงมาถึงเอาป่านนี้”

“ก็ขับรถชมนกชมไม้มาเรื่อยๆ มองหาฉากหาวัตถุดิบมาตลอดทาง กะจะเอาไว้เขียนนิยาย การเดินทางคือการทำงานของนักเขียน ไม่ใช่เที่ยวไปหาเรื่องกับชาวบ้านอย่างนาย” เรืองศักดิ์แกล้งแหย่เพื่อนรัก แล้วถามต่อ “งั้นนายจะให้ข้าเตรียมตัวอย่างไรบ้าง”

“เตรียมปืน เตรียมกระสุนไว้ให้พร้อม แล้วไปพักด้วยกันที่บ้านคุณยานี”

“ถ้างั้น นายกับคุณยานีลงจากโรงแรมไปก่อน แล้วขับรถไปเรื่อยๆ ทำทีเป็นว่ามาเยี่ยมเพื่อนแล้วกลับข้าจะขับตามไปทีหลัง อย่าให้มันรู้ว่าข้าเป็นพวกเดียวกับนาย ข้าสังหรณ์ว่าพวกมันจะต้องดักยิงนายระหว่างทางแน่ๆ และถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างที่ข้าสังหรณ์ ข้าคิดว่าจะช่วยนายได้สะดวกกว่าที่ข้าจะไปพร้อมกับนาย”

“ตกลง ข้าจะทำตามที่นายแนะนำ ความจริงข้าก็เตรียมพร้อมอยู่แล้วทุกเวลา ข้ากะมาแล้วด้วยว่าตอนขากลับนี่มันต้องเล่นงานข้าแน่ๆ”

จากนั้นธนาก็ออกจากห้องโดยให้ยานีเดินนำหน้า เขาเดินเบียดชิดมาด้านหลังคอยระวังซ้ายขวาจนลงมาตามขั้นบันได มือขวาพร้อมที่จะกระตุกอาวุธร้ายที่เหน็บอยู่ใต้ชายเสื้อออกมา พร้อมกับสายตาที่กวาดไปทั่วอย่างระแวดระแวงภัย

แต่เมื่อถึงบริเวณห้องโถงชั้นล่างของโรงแรม ปรากฏว่าพวกมันส่วนใหญ่พากันออกไปแล้ว เหลืออยู่สามสี่คนที่สวมเสื้อกั๊กอันแสดงว่าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง พอเขามองก็ทำทีเป็นมองไปทางอื่น แต่พอเขาก้าวมาขึ้นรถยนต์ ก็เห็นพวกมันต่างลุกขึ้นและวิ่งไปยังจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ทว่าเขากับยานีกลับเดินไปยังฟากฝั่งถนนตรงกันข้ามเยื้องกับโรงแรม ไปที่ร้านชำที่ธนาเคยมาซื้อข้าวของไปหลายอย่างเมื่อสองสามวันก่อน

ธนาต้องการจับจ่ายซื้อข้าวของที่จะเอาไปต้อนรับเพื่อน และให้ยานีช่วยนึกว่าจะซื้ออะไรเพิ่มหรือในบ้านขาดเหลืออะไรบ้าง บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์คืนนั้นมีภาพยนตร์มาฉาย แต่มีผู้คนอยู่ไม่มากนักเพราะยุคหลังๆ ตั้งแต่มีโทรทัศน์และวีดีโอตามสาย ผู้คนจะนิยมนั่งดูโทรทัศน์หรือไม่ก็ดูรายการของเคเบิลทีวีอยู่กับบ้าน เสียมากกว่าจะมาดูภาพยนตร์ตามโรง

เจ้าของร้านชำผู้ชายร่างผอม อายุประมาณสี่สิบเห็นธนาก็จำได้ จึงยิ้มให้แต่เมื่อเห็นยานีเขาทำท่ากลัวๆ ยิ้มแห้งๆ ให้เธอ ทว่าหลังจากมองและพิจารณาเธออยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ทักว่า

“ไปอยู่ที่ไหนมาครับ ไม่ได้เห็นเสียนาน”

ยานีตอบว่า “ไปอยู่กรุงเทพค่ะ แต่ก็ไปๆ มาๆ อยู่บ่อยเพื่อมาดูแลพ่อกับดูแลบ้าน” เจ้าของร้านจึงไม่ซักถามอะไรอีก

ธนากับยานีช่วยกันเลือกหยิบโน่นหยิบนี่อยู่ครู่ใหญ่ โดยเจ้าของร้านช่วยจัดการบรรจุกล่องลังกระดาษให้ เมื่อได้ข้าวของครบตามที่ต้องการธนาก็ควักเงินจ่าย และบอกให้เด็กประจำร้านช่วยขนของไปให้ที่รถ

ขณะนั้น มีคนจากร้านข้างเคียง ออกมายืนหน้าร้านและมองมาที่ธนากับยานี ราวกับเห็นดาราภาพยนตร์ หรือดาราโทรทัศน์มาปรากฎตัว พร้อมกับมีเสียงที่ซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ใช่ - ไม่ใช่ แต่พอเธอหันกลับไปมอง คนเหล่านั้นก็พากันหลบวูบวาบ แล้วต่างก็พากันโล่งใจเมื่อยานียิ้มให้





Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2554 20:18:50 น. 17 comments
Counter : 1340 Pageviews.

 
เที่ยวนี้วัดใจ ไม่ไปตามใครมาอ่านอิ ๆ จะดูซิว่าใครมาก่อน


โดย: pantamuang วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:25:46 น.  

 
อิ อิ ผมมาก่อนครับลุง นึกไม่ถึงใชไหม? ระลึกถึงลุงตลอดเลยนะ แต่พักหลังเล่นบล็อกน้อยลงครับ ไปได้ไม่ครบทุกบ้้าน เพราะงานเยอะจริงๆ จันทร์-ศุกร์ ล้นมือ เสาร์-อาทิตย์เนี่ยแหละ พอมีเวลา ว่าแต่ลุงอยู่กั่วป่าตั้งนาน รู้จักยำแย้ไหมละครับลุงบูลย์

ไม่ได้มาพักใหญ่ ลุงทันหมัยมาก มีการเอารูปแคสติ้งตัวละครมาลงด้วย 555

สบายดีและสุขภาพแข็งแรงตลอดนะครับลุงบูลย์


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:52:40 น.  

 
ผมก็มาคับ


โดย: หลวงเส IP: 182.53.173.128 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:16:38 น.  

 
แล้วผมก็มาอีกทีครับลุง วันนี้่ว่าง..มาได้บ่อย 555

เอากลอนมาให้ลุงอ่านด้วยนะ เขาก็ช่างแต่งได้ดีจริงๆ นิ

หนูก็แค่ ทำตามที่ พี่เค้าสั่ง

ไม่อยากดัง แต่ขัดพี่ นี้ไม่ได้

พี่เค้าบอก ขอให้หนู ทำเพื่อไทย

หนูเลยกลาย เป็นนายกฯ ตลกดี


หนูไม่รู้ อะไร ตั้งหลายอย่าง

คนรอบข้าง บอกให้ทำ อย่างนั้นนี้

หนูก็งง และก็มั่ว ในบางที

ก็อย่างที่ หญ้าแฝก หญ้าแพรกไง


หนูไม่กล้า พูดสด กดดันมาก

สคริปต์ยาก อ่านไม่ทัน มันไม่ไหว

ก็เลยต้อง โยนคนโน้น คนนี้ไป

ให้ไปถาม กระทรวงใคร กระทรวงมัน


งานเยอะแยะ ทำไม่ทัน ดันน้ำท่วม

หนูก็อ่วม จะทำไง ซ้ายขวาหัน

กั้นตรงโน้น แก้ตรงนี้ พังทุกอัน

ก็หนูมัน ไม่เคย เลยนี่นา


คนรอบข้าง เก่งหรือไม่ หนูไม่รู้

เท่าที่ดู เก่งแต่ปาก หลายคนหนา

ทั้งพี่ปอด พี่ตู่ เจ๊สุดา

เก่งแต่หา เรื่องให้หนู อยู่ทุกวัน


หนูโดนด่า ในเนต ในเฟซบุ๊ค

ทั้งกระทู้ ด่ากระจาย หลายเวอร์ชั่น

สุดจะทน โดนด่า ว่าทุกวัน

หนูอัดอั้น แต่พี่เค้า ให้อดทน


ไม่อยากเป็น นายกฯแล้ว พี่แม้วขา

ช่วยกลับมา จากดูไบ หนูไม่สน

ใครอยากเป็น ก็เป็นไป หนูไม่ทน

พี่เป็นคน สร้างปัญหา ต้องมาเคลียร์


หนูขอกลับ ไปเป็นปู อยู่อย่างเก่า

คิดแล้วเรา อยู่ไป ไม่คุ้มเสีย

ทุกวันนี้ หนูเหนื่อย หนูอ่อนเพลีย

พี่เป็นเอี้ย อะไร ไม่กลับมา........


โดย
เชษฐ
OK Nation




โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 20 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:27:31 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณลุงสนุกตื่นเต้นเข้มข้นมากขึ้นตอนหน้าคงยิงกันเปรี้ยงปร้างเลยนะคะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:53:37 น.  

 
ตอบคุณปลายแป้นพิมพ์

ผมเห็นตรงข้ามกับกลอนชาวบ้านบทนี้ครับ จึงไม่ขำ แต่ผมเห็นด้วยกับระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง คนเราจะดีไม่ดีไม่ได้อยู่ที่คำพูดที่อาจจะผิดพลาด แต่อยู่ที่การกระทำมากกว่า บางคนพูดดีแต่ก็แค่ "ดีแต่พูด"

ผมเสียดายที่นายกยิ่งลักษณ์น่าจะมาช้ากว่านี้สักปี อยากดูเหมือนกันว่าถ้าเป็นรัฐบาลเก่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้แค่ไหน

ส่วนในความเป็นจริง ความคิดผม ผมว่าต่อให้รัฐบาลเทวดาก็แก้ปัญหาที่คนทั้งประเทศร่วมกันสร้างขึ้นและสะสมมานานในครั้งนี้ไม่ได้

และการที่น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า น้ำได้ทยอยท่วมมาแล้วทุก ๆ ปี ทุก ๆ ภาคและไม่จำกัดฤดูกาล

แรก ๆ มีพวกดีแต่พูดในภาคใต้ชุมพรบ้านผม พูดตอนที่น้ำยังท่วมภาคเหนือตอนล่างและบางจังหวัดในภาคอีสานว่า น้ำท่วมครั้งนี้เพื่อลงโทษคนที่เลือกรัฐบาลฝ่ายตรงข้ามกับตน แต่พอน้ำลงมาท่วมกรุงเทพฯ กลับไปด่ารัฐบาลว่าไม่มีฝืมือ

ผมไม่เต้นตามกระแสหรอกครับ แต่อยากให้โอกาสคนทำงาน ไม่ดีก็ดูสัก ๒ ปี ค่อยเลือกใหม่ จึงไม่ไปเข้าทางของใคร แต่อย่าหยิบสิ่งที่ใครบางพวกปลุกเสกแล้วมายัดใส่มือให้นะ ผมไม่เอา


โดย: pantamuang วันที่: 22 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:00:16 น.  

 
ทักทายวันอังคารค่ะคุณลุง


โดย: หญิงแก่น วันที่: 22 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:48:36 น.  

 
ทักทายยามค่ำค่ะคุณลุง


โดย: หญิงแก่น วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:00:25 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุง แวะมาเยี่ยมครับผม


โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:07:33 น.  

 
เอาอาหารกลางวันมาฝากค่ะคุณลุง


โดย: หญิงแก่น วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:40:54 น.  

 
เอาเค้กมาฝากค่ะคุณลุง


โดย: หญิงแก่น วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:18:55:02 น.  

 
สายัณห์สวัสดีค่ะลุงบูลย์
+===========================+

สบน. ห่างหายไปจาก bg ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.
เพิ่งมีเวลาว่างแวะมาทักทายมิตรรักนักเขียนที่นี่
หากยังไม่ว่างมากพอที่จะ Up bg ณ บ้านนอกค่ะ

เหตุผลที่หายตัว (และยังหายใจอยู่ค่ะ หุ หุ)
หากจะให้เล่ารายละเอียด คงใช้เวลา 5 วัน 4 คืน
ซึ่งคาดว่า.. สบน.จะเขียนเล่าไม่หมดแน่ ๆ อะคึ่ ๆ
จึงขอสรุปประเด็นสำคัญแค่สั้น ๆ คือว่า
ไปช่วยเลี้ยงหลานสาวตัวน้อย (1 ขวบ) แถวตลิ่งชัน
ในสถานะแม่นม(กระป๋อง) เมื่อต้นเดือน ต.ค.
แล้วกลายเป็นผู้อพยพ เมื่อประสบภัยน้ำท่วม
สบน. ต้องช่วยเลี้ยงเหลน (ลูกของหลาน) ที่บ้านนอก
ไม่มีเวลาเล่น bg หากแวะมาอ่านเรื่องเล่าบ้างในบางเวลา(ดึกๆ)


จึงแวะมาแจ้งข่าวเพื่อทราบค่ะ

ปล. หากหมดภาระหน้าที่แม่นม(กระป๋อง) เมื่อใด
จะกลับคืนสู่ bg พร้อมเรื่องเล่าสไตล์สาวบ้านนอกเช่นเคยค่ะ


ลป. ฝากบอกน้องอี๊ดด้วยค่ะ
"ตลาดเขาแคนพาร์ค" เลื่อนการเปิดโครงการไปต้นปีหน้า
จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางทำให้ภารกิจต่าง ๆ ล่าช้าไปด้วยค่ะ
หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงจะแจ้งข่าวให้ทราบเป็นระยะค่ะ


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:59:39 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับลุงบูลย์

เอาเป็นว่ารัฐบาลเก่ารอดตัวไปได้นะ แต่ผมว่าน้ำท่วม มันเป็นเรื่องธรรมชาติ น้ำมากไหลลงทะเลไม่ทัน เพราะคนมันสร้างตึกสร้างถนนปิดหนทางน้ำแต่เดิมหมด คูคลองที่พอจะมีอยู่ก็เต็มไปด้วยเศษสวะขยะเกลื่อนท้องน้ำ ไม่นึกจะขุด จะเอาสวะออก น้ำมาโน่นถึงคิดได้ ต่อให้รัฐบาลเทวดาก็ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้หรอกครับ กั้นเข้าไปเถอะ น้องน้ำเขาทนแรงกดดันไม่ไหว เขาก็พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมาเองเห็นกันอยู่ มีดับเบิ้ลบิ๊กแบ๊กก็เอาไม่อยู่แล้วคราวนี้ อยากดูปีต่อๆไปเหมือนกันว่า จะเป็นอย่างไร

น่าสงสารรัฐบาลชุดปัจจุบันเหมือนกัน ยังไม่ทันได้บริหารประเทศเป็นชิ้นเป็นอันเลย มีแต่อุปสรรคขวางกั้น เฮ้อ..ผมละเหนื่อยใจแทนจริงๆครับลุง


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 2 ธันวาคม 2554 เวลา:21:58:32 น.  

 
ไม่มีใครช่วยเราได้นะลูก.....

ไม่เป็นไร

สู้อุตส่าห์ ออมเงินเผื่อ เพื่อซื้อบ้าน
แต่ถูกน้ำ ระราน ผลาญแทบสิ้น
ต้นไม้หญ้า เฉาสลาย ตายคาดิน
ผนังหิน ถูกน้ำเกาะ เหมือนเยาะเรา

ไม่เป็นไร ใช้คำนี้ เพื่อชี้บ่ง
มิให้หลง เตือนใจว่า อย่าหมองเศร้า
สิ่งที่เห็น แค่นี้หรือ ถือว่าเบา
จำได้ไหม เมื่อก่อนเก่า เราอยู่กัน

กางมุ้งนอน มีหมอนข้าง วางขวางกั้น
เกือบทุกวัน กินแต่ไข่ จนใกล้ขัน
ส้วมที่ใช้ สามวันดี สี่วันตัน
สิ่งเหล่านั้น ถึงกายทุกข์ แต่สุขใจ

มาวันนี้ มองเห็นเจ้า เคล้าคลอลูก
ความพันผูก ความรู้สึก คงนึกได้
ว่าเมื่อก่อน ทำไมฉัน นั้นห่วงใย
ปัจจุบัน ก็ยังใช่ ไม่เปลี่ยนแปลง...เฟื่องฟ้า

สวัสดีครับลุงบูลย์ รอผมเกษียณก่อนนะครับ อย่าเพิ่งไปไหน


โดย: เฟื่องฟ้า IP: 182.53.248.126 วันที่: 3 ธันวาคม 2554 เวลา:8:59:34 น.  

 
เอามาฝากค่ะคุณลุง


โดย: หญิงแก่น วันที่: 4 ธันวาคม 2554 เวลา:19:33:07 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณลุง


โดย: หญิงแก่น วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:11:28:22 น.  

 
เอามาฝากคุณลุงค่ะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:11:30:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pantamuang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]




ไม่อยู่อย่างอยาก แต่ยังอยากจะอยู่
อยู่อย่างไม่ลำบาก เวลาที่เหลือน้อยรีบสอยรีบคว้า
ก่อนจะหมดเวลาให้สอย

ดวงดาวบนฟ้าก็สอยได้ ถ้ารู้จักต่อด้ามฝันให้ยาวพอ

ฝันถึงไหนก็ได้ มีสิทธิ์ฝัน แต่จะเป็นจริงหรือไม่ช่างฝัน
เพราะสิ่งที่ฝันคือนวนิยาย..

ชีวิตก็คือนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นผู้เขียนและกำกับ.

เริ่ม 9 กันยายน 2550

Friends' blogs
[Add pantamuang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.