...คิดว่ายังมีความหวัง ตราบที่ยังมีลมหายใจ...
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
11 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 

ฝันที่เป็นจริง

ฝันที่เป็นจริงบนรถทัวร์

ไพบูลย์ พันธุ์เมือง



ปกติผมมักจะเดินทางกลับอำเภอตะกั่วป่าทุกเดือน หรือไม่ก็พูดว่าทุกคราที่มหาวิทยาลัยหยุดเรียน เพราะต้องการไปเยี่ยมลูกและภรรยา...

ในการไปศึกษาเล่าเรียนครั้งนั้นผมมีเพื่อนไปอยู่หอพักข้าง มศว. ด้วยสองคน เขาสมัครไปอบรมเรื่องการวัดผลหลักสูตรสามเดือน เราจึงได้มีโอกาสได้ไปกลับตะกั่วป่าพร้อม ๆ กันหลายครั้ง แต่เพื่อนสองคนนี้มันมักไม่ยอมให้ผมไปด้วยกันกับมันหรอกครับ ส่วนพร้อมกันนั้นมันห้ามผมไม่ได้



จากกรุงเทพฯ-ตะกั่วป่าเที่ยวนั้น ผมมาถึงท่ารถ บ.ข.ส.สายใต้ตั้งแต่เช้า เพื่อจะจองตั๋วเดินทางตอนค่ำ ผมเลยพบกับเพื่อนสองคนที่ว่าคือไอ้จ้งกับไอ้โรม สัปดาห์นี้มีวันหยุดติด ๆ กันห้าวันคือ วันหยุดพฤหัส ศุกร์ แล้วต่อวันจันทร์รวมเสาร์อาทิตย์เข้าไปด้วยจึงกลายเป็นห้า เราจึงกลับบ้านยังกะนัดกันไว้



ผมเห็นไอ้โรมกับไอ้จ้งกำธนบัตรอยู่ในมือบริเวณหน้าห้องตั๋วจึงเดินเข้าไปหา
“จะกลับบ้านก็ไม่บอก กูจะได้ฝากให้ช่วยจองตั๋วด้วย ไม่ต้องเสียเวลาเสียค่ารถหลายคน”ผมพูด
แต่ไอ้จ้งกับไอ้โรมยืนเฉย ยังกะไม่ได้ยินที่ผมพูดกับมันอย่างนั้นแหละ

วันนี้ผมเพิ่งสังเกตทั้งไอ้จ้งกับไอ้โรมสวมแจ๊กเก็ตผ้าร่มตรามหาวิทยาลัย มันพยายามเต๊ะท่าเต็มที่ว่าเป็นนิสิตนักศึกษา เพราะช่วงนั้นใครได้เรียนในมหาวิทยาลัยโก้มาก เนื่องจากบทบาทของนิสิตนักศึกษา ในฐานะช่วยกันขับไล่ทรราชย์ออกจากประเทศและทำให้ประเทศไทยได้มาซึ่งประชาธิปไตยนั้นใคร ๆ ก็ชื่นชม

ทั้งไอ้จ้งกับไอ้โรมยืนกำธนบัตรอยู่ห่างจากห้องตั๋วออกมา แต่ยังไม่มีใครเข้าไปจองตั๋วทั้ง ๆ ที่ห้องตั๋วว่างราวกับว่าจะยืนรอใครอยู่

“ช่วยซื้อให้กูใบหนึ่งด้วย” ผมว่ายื่นเงินให้ไอ้จ้ง “เอาที่นั่งติด ๆ กันนะจะได้คุยกันไม่เหงา” ผมว่าต่อ

ทั้งไอ้จ้งกับไอ้โรมมองผมยังกะเห็นตัวประหลาด แถมทำตาเขียวแยกเขี้ยวใส่

“เรื่องอะไรกันวะ…จะมานั่งติดกันเบื่อเซ็งตายห่า” ไอ้จ้งว่า ผมหน้าสลดวูบหุบยิ้มแทบไม่ทัน ผมคิดว่ามันรังเกียจจึงค้อนประหลับประเหลือก

ยังไม่ทันที่จะทำอย่างไรต่อ ไอ้โรมก็เดินเข้ามาหาผม มันยิ้มให้แล้วอธิบายว่า

“มึงนี่เซ่อฉิบหายเลย มึงไม่เห็นบ้างหรือวะว่าเที่ยวนี้พวกสาว ๆ สวย ๆ กลับบ้านกันเยอะ มึง กู แล้วก็ไอ้จ้งอยู่ด้วยกันกินด้วยกันเห็นกันอยู่ทุกชั่วโมง จะมาคุยอะไรกันหนักหนา นาน ๆ ได้เดินทางกลับบ้านที หาอะไรแก้เซ็งทำบ้างซิ”

ไอ้โรมว่าแล้วผิวปากหวือเมื่อมองไปที่ห้องตั๋วเห็นสาวสวยในมาดนิสิตนักศึกษาคนหนึ่งมาคนเดียวไปซื้อตํ๋ว ไอ้จ้งรีบตามไปประกบทันที ผมเริ่มนึกอะไรออกลาง ๆ
เดี๋ยวเดียวไอ้จ้งกลับมาที่ผมกับไอ้โรมยืนอยู่

“ฟลุ้กฉิบหาย เธอซื้อตั๋วใบเดียวกลับคนเดียว กูเลยซื้อติด ดีไม่ดีคืนนี้กูโชคดีได้แบกแม่นั่นทั้งคืน” ไอ้จ้งหัวเราะร่า

“เฮ้ย-มาอีกคนแล้วไง สวยไม่เบา คนเดียวอีกตามเคย” ไอ้จ้งลนลานบอกไอ้โรม “ไปคราวนี้เป็นทีของมึงไปซื้อติดเลย เผื่อเธอซื้อคนเดียวกลับคนเดียว”

ไอ้โรมรีบทำตาม เดินจี๋ไปที่ห้องตั๋วแอบข้างแม่สาวที่ว่านั่นทันที

“คราวนี้เข้าใจหรือยังเพื่อน เรานะมันคุยกันอยู่ทุกวันไม่เบื่อไม่เซ็งมั่งหรือไง เดินทางกลางคืนอย่างนี้ด้วย กูมีฟลุ้กเกือบทุกเที่ยว เที่ยวก่อนทีหนึ่งแล้วมาจากตะกั่วป่า กูกับไอ้โรมแยกกันนั่ง กูได้นั่งติดกับแม่สาวคนหนึ่ง ไอ้โรมได้คนหนึ่ง แต่ของกูนะมึงเอ๊ย…พอรถแล่นออกจากตะกั่วป่าเข้าเขตระนองเท่านั้นแหละ แม่นั่นหลับยึดเอาไหล่กูเป็นหมอนตลอดคืน…สุขใจเป็นบ้า”

ไอ้โรมเดินยิ้มกลับมาอีกคน หมายความว่าเรื่องที่ไปทำสำเร็จ

“มึงล่ะจะเอามั่งหรือเปล่า ถ้าอยากหาอะไรสนุก ๆ ละก็รอดู หรือไม่ก็ไปยืนอยู่ใกล้ ๆ ห้องตั๋วก็ได้แต่อย่าเพิ่งซื้อ มึงดูว่าถ้าอีสาวคนไหนที่มึงถูกใจมาคนเดียวซื้อบัตรใบเดียวละก็ มึงซื้อที่ติดกันทันที” ไอ้จ้งแนะนำ

ความเจ้าชู่ไก่แจ้ของเจ้าเพื่อนทั้งสองนี่แก้ไม่หาย ทั้ง ๆ ที่มันมีลูกมีเมียกันแล้วทั้งนั้น แต่พอออกห่างบ้านทีไร ทั้งไอ้จ้งไอ้โรมต้องทำตัวเป็นโสดทุกทีไป ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่นึกขำที่เวลาอยู่บ้านมันทั้งสองกลัวเมียยังกะอะไรดี

ผมเคยไปเยี่ยมไอ้จ้งเห็นมันนั่งซักผ้าให้เมีย ส่วนไอ้โรมหุงข้าวทำกับข้าวเลี้ยงลูก ให้เมียไปเล่นไพ่ แล้วพอมันทั้งสองมาอบรมวัดผล มันก็พยายามแสดงตัวให้ใคร ๆ เห็นว่ามันเป็นนิสิตนักศึกษา เป็นโสด แล้วจีบใครต่อใครดะไปหมด

ทั้งสองคนคิดว่าผมจะเอาอย่าง มันจึงยังยืนรอผลงานของผม ดูว่าผมจะโชคดีโชคร้ายได้เพื่อนร่วมทางสวยหรือไม่สวย เห็นผลงานของแต่ละคนแล้วเราจึงจะมานั่งรถเมล์กลับหอพักด้วยกัน เพื่อจะมาขึ้นรถกันอีกทีในตอนค่ำ

ผมกำลังยืนรี ๆ รอ ๆ ซื้อตั๋วอยู่ พระหลวงพี่รูปหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในวัยอันหนุ่มแน่น แก่กว่าเราไม่กี่ปีเดินมาที่ห้องตั๋ว ผมตัดสินใจทันที

“กูไม่เอาล่ะวะ นั่งกับผู้หญิงจะพูดอะไรกับเขาก็ไม่กล้าพูด เธอนั่งพิงกูก็ไม่กล้าผลักดัน กูกลัวเหนื่อย กูนั่งติดกับพระดีกว่าได้คุยธรรมะกับท่านได้ความรู้” ผมว่าแล้วเดินจี๋ไปที่ห้องตั๋วตามหลวงพี่ไปติด ๆ

“เออเชิญเลยท่านมหานอกวัด กูว่าอีกหน่อยมึงบวชเรียนไปเสียดีกว่าว่ะ อย่ามาเที่ยวขวางหูขวางตาชาวบ้านอยู่เลย” ไอ้จ้งกับไอ้โรมด่าผมส่งท้ายอีกหลายคำ



2 ทุ่มคืนนั้น ผม ไอ้จ้ง ไอ้โรม มาพบกันที่ท่ารถ บ.ข.ส. ปรับอากาศอีกครั้ง ไอ้จ้ง ไอ้โรม วางมาดเท่ห์อยู่ในชุดเสื้อมีตรามหาวิทยาลัยเช่นเคย ส่วนผมไม่อยากแสดงตัวเพราะไม่รู้จะแสดงตัวไปเพื่ออะไร ทั้ง ๆ ที่ผมเสียอีกคือนิสิตนักศึกษาตัวจริง



อีก 5 นาทีรถจะออก เราจึงพากันขึ้นไปหาที่นั่งตามเบอร์ในตั๋ว ไอ้จ้งทำหน้ายังกะกินเกลือเมื่อที่นั่งของมันที่ติดกันกลายเป็นยายแก่อายุห้าสิบกว่า เพราะแม่สาวที่มาจองตั๋วมาจองตั๋วให้แม่กลับบ้าน ส่วนลูกสาวยังอยู่กรุงเทพฯ

หันมาทางไอ้โรมก็โดนอีหร็อบเดียวกัน ลูกสาวมาจองที่นั่งให้พ่อ มันเลยได้นั่งติดกับชายชราอายุประมาณหกสิบ ทั้งอ้วนทั้งขี้โรค ไอโขลกเขลกตลอดเวลา แถมยังจามฟืดฟาดเพราะไม่ถูกกับแอร์ ส่วนที่นั่งข้างผมยังว่างเปล่า หลวงพี่ยังไม่มา ผมชักเป็นห่วงว่าท่านจะมาไม่ทัน

รถติดเครื่อง คนขับขึ้นนั่งแต่รถยังไม่ออก ใจผมเต้นไม่เป็นส่ำเป็นห่วงหลวงพี่จะมาไม่ทันรถ โฮสเตสคนสวยเดินตรวจที่นั่งและตั๋ว มีบางคนเพิ่งเดินขึ้นมาบนรถ โฮสเตสทำหน้าที่พาคนที่ขึ้นมาไปนั่ง ส่วนข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอวางให้บนชั้นติดหลังคา

สาวสวยในร่างโปร่งผิวขาว หุ่นสเลนเดอร์เหมือนนางแบบ ถูกโฮสเตสขอดูตั๋วเสร็จแล้วจึงพาเดินมายังที่ ๆ นั่งว่างข้างๆ ผม เธอเอาของและกระเป๋าวางไว้เหนือศีรษะแล้วขอตัวผ่านเข้านั่งที่นั่งข้าง ๆ ติดกระจก

ผมทำท่าเหมือนจะประท้วงว่าที่นั่งตรงนี้เป็นของพระ แต่ผมหรือจะไปรู้ดีกว่าโฮสเตสเพราะเธอมีหน้าที่โดยตรง จึงเฉยเสีย ชำเลืองมองไปทางไอ้จ้งกับไอ้โรมเห็นมันทั้งสองจ้องดูมาที่ผมลูกตาแทบปะทุ

ผมนึก ๆ ดูแล้วก็สมน้ำหน้ามันทั้งสอง…ชีกอนัก แต่แล้วก็ปลงให้กับตัวเองที่อุตส่าห์หลีกยังเจอ เข้าทำนองยิ่งหนียิ่งปะ ยิ่งไม่ต้องการยิ่งมาหา

แต่พูดก็พูดเถอะนะ ขอสารภาพอย่างหน้าด้าน ๆ เรื่องความสวยความงามของผู้หญิงใครปฏิเสธคนนั้นอาจจะยิ่งกว่าพระ (เพราะพระยังไม่เคยปฏิเสธ ไม่เชื่อไปดูตามวัดต่าง ๆ ใน กทม.)

ผมก็เหมือนกัน ตอนแรกอาจจะอยากนั่งกับพระเพราะผมกลัวความยุ่งยาก หากเป็นดังที่ไอ้จ้งไอ้โรมมันตั้งใจ อีกอย่างผมก็เจียมตัวของผม ผมรูปไม่หล่อ คุยก็ไม่เก่ง ไม่มีดีอะไรที่จะทำให้เพื่อนร่วมทางที่หากมาบังเอิญนั่งข้าง ๆ สนใจได้ ถึงมานั่งจริง ๆ ผมก็คงไม่กล้าพูดกล้าคุยอะไรกับเธอ เพราะหุ่นมันไม่สนับสนุน...

แต่ตอนนี้ผมกลับได้นั่งติดสาวสวยระดับเทพีเข้าแล้ว ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากเก็บความสุขใจ (ที่มีคนสวยมานั่งใกล้) ไว้ลึก ๆ แต่เธอก็เธอ ผมก็ผม ต่างคนต่างนั่งที่ใครที่มันไม่เกี่ยวกัน ผมไม่กล้าพูดคุยเพราะไม่รู้จะคุยอะไร (ถ้าเป็นไอ้จ้งหรือไอ้โรมป่านนี้ฟุ้งเป็นไฟแลบไปแล้ว) ผมไม่กล้าแม้แต่จะชำเลืองมองเธอเสียด้วยซ้ำ

แถวที่นั่งของผมอยู่ห่างมาทางด้านหลังจากเก้าอี้นั่งของไอ้จ้งไอ้โรมมาสองสามแถว เมื่อไอ้จงหรือไอ้โรมจะไปห้องสุขาท้ายรถมันจึงต้องผ่านผม

ปกติห้องสุขารถทัวร์ ไม่จำเป็นที่สุดคงไม่มีใครอยากเข้า เพราะมันไม่มีน้ำให้ชำระอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งขณะรถวิ่งเร็ว ๆ รถกระดอนขึ้นกระดอนลง เพราะทางสายใต้แย่กว่าเส้นทางไหน ๆ ถนนไม่เรียบ ผมเคยเข้าไปจะทำธุระทำไม่ได้เพราะน้ำยาดับกลิ่นสีเขียวปี๋ที่อยู่ในโถส้วมมันกระฉอกปริ่มขึ้นมาตลอดเวลา

แถมยังมีคนที่เข้าไปก่อน ๆ ไปฉี่เรี่ยราดเอาไว้ ยิ่งทำให้ไม่กล้าใช้ ยอมทนไปใช้เมื่อรถวิ่งไปจอดตามปั๊มน้ำมันหรือห้องอาหารรายทาง ตอนหยุดให้คนโดยสารทานข้าวต้มโน่นแหละ

แต่คืนนั้นทั้งคืน ทั้งไอ้จ้งไอ้โรมผลัดกันเดินไปห้องน้ำเป็นว่าเล่น เดินผ่านผมทีหนึ่งก็สะกิดทีหนึ่งจนไหล่ผมแสบไปหมด

“เปลี่ยนที่นั่งกันเอาไหมวะ” ไอ้จ้งมากระซิบในเที่ยวแรก

“โชคดีเป็นบ้าเลยมึงเปลี่ยนให้กูก็ได้นะ” ไอ้โรมมาบอกมั่ง

“ไหนว่าจะนั่งกับพระ พระหรือชีกันแน่วะ” ไอ้จ้งกลับมาว่าอีก

“หลวงพี่ของมึงสวยฉิบหายเลยว่ะ” ไอ้โรมมากระซิบแล้วผ่าน

“หลวงพี่ท่านเทศน์ดีไหมวะ” ไอ้จ้งมาอีกแล้ว

“ขอกูนั่งฟังธรรมมั่งซี” ไอ้โรมมาอีก
“………………………………..”
ฯลฯ

จากหัวค่ำยันดึกผมเลยไม่เป็นอันได้หลับได้นอน เพราะการรบกวนสะกิดและกระซิบของไอ้จ้งกับไอ้โรม

แต่ผลสุดท้ายพอตกดึกเข้า มันทั้งสองก็รามือจากการตอแย เพราะถึงจะตอแยอย่างไรก็ไม่เกิดผล พวกมันพากันง่วงนอน นั่นแหละผมจึงได้หลับได้นอนของผมมั่ง ส่วนแม่สาวที่นั่งติดกันข้างผมนั้นดูเหมือนเธอจะตั้งใจหลับตั้งแต่ขึ้นรถมาทีเดียว เธอไม่รู้ไม่เห็นจากการตอแยใด ๆ ของเพื่อนทั้งสองคนของผมทั้งสิ้น



มันคงดึกมากแล้ว เพราะผมจะดูหน้าปัดนาฬิกาก็ดูไม่เห็น จะเอื้อมมือเปิดไฟบนหลังคาก็กลัวจะไปสะกิดสะเกาเอาแม่สาวที่นั่งข้าง ๆ เข้า และตอนนี้เธอก็เริ่มจะเอนเอียงมาทางผมเสียด้วย หากผมขยับตัวนิดเดียวเธอตื่นแน่ ผมไม่อยากให้เธอตื่น (เพราะอะไรท่านผู้อ่านที่เป็นชายคงนึกออก)

ผมเดาว่ามันคงเป็นเวลาใกล้สว่างประมาณตีสามตีสี่ราว ๆ นั้น เพราะรถทัวร์กำลังวิ่งอยู่ในเขตจังหวัดระนอง เส้นทางจากชุมพร ระนองเป็นภูเขาทางคดไปคดมา บางตอนก็ชัน แต่รถกลับวิ่งเร็ว เพราะจะต้องทำเวลาให้สว่างพอดีที่ตะกั่วป่า

เวลาดึกขนาดนี้ปกติมันเป็นเวลาหลับสบายของผม ผมหลับในเวลาขนาดนี้เป็นนิสัย เพราะอยู่กรุงเทพฯ งานการเรียนหนักมาก กว่าจะได้นอนแต่ละคืนต้องเลยเที่ยงคืนไปแล้ว แต่เพราะสาวสวยที่มานั่งหลับอยู่ข้าง ๆ ทำให้ประสาทของผมตื่นเพริดหลับไม่ลง

แต่ในที่สุดผมก็เคลิ้มหลับเพราะความเพลียถนนหนทางที่คดไปคดมา ลักษณะการวิ่งของรถที่โยนตัวไปมาทำให้ร่างของแม่สาวสวยที่อยู่ข้าง ๆ ผมเอากายของเธอมาซุกอยู่ที่ผมอย่างเต็มที่ ผมอันสยายยาวฟูกระจายเต็มหน้าผม ผมสะดุ้งตื่นอยากจะปัดออกอยากจะทำอย่างไรสักอย่างให้เธอรู้ตัว แต่ก็ไม่กล้ากลัวเธออาย…

กลัวเธอจะหาว่าผมถือโอกาส…กลัวจะรบกวนความสุขจากการหลับสบายของเธอ-เสียดาย…เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นความสุขอยู่ลึก ๆ ที่มีคนสวย ๆ มาอิงแอบ สุดท้ายผมเลยหลับสบายไปอีกคน

กำลังหลับเพลิน ๆ ในความหลับนั้นผมรู้สึกเหมือนมีใครสักคนมายืนมองดูอยู่อย่างหมั่นไส้ แล้วไม่เพียงแต่หมั่นไส้เฉย ๆ มันยกไม้ตะพดขึ้น แล้วก็หวดโครมลงมาบนหน้าผากของผม

“โอ๊ย!” ผมอุทานร้องลั่น คลำหน้าผากป้อย ๆ พร้อมกับไฟทุกดวงในรถสว่างพรึบ แม่สาวที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนแอบผมอยู่ลุกขึ้นร้องลั่นอีกคน

“ตายแล้ว…คนหัวแตกช่วยกันเร็ว”

หลายคนรวมทั้งคนรถพากันเข้าห้อมล้อมผม ผมรู้สึกปวดและมึน ๆ เล็กน้อย แต่เมื่อเอามือลูบหน้าผากบริเวณที่เจ็บปรากฏว่าเลือดไหลออกมาแดงเถือกเต็มฝ่ามือ

ทุกคนรวมทั้งแม่สาวที่นั่งใกล้ผมพากันกุลีกุจอ ช่วยห้ามเลือด ช่วยทำแผล ยาหม่อง ยาแดง พลาสเตอร์ปิดแผลมาจากไหนไม่รู้ ระดมช่วยกันยกใหญ่

“พาไปโรงพยาบาลเถอะ” คนโดยสารคนหนึ่งเสนอขึ้น

ผมส่ายหน้ามองทุกคนอย่างเกรงใจ ยิ้มให้และขอบคุณในความอาทร ผมบอกเขาว่า ผมไม่เป็นอะไร แผลแตกเลือดก็หยุดแล้ว เอาไว้ค่อยไปทำแผลด้วยตนเองเมื่อถึงตะกั่วป่าก็แล้วกัน ผมไม่อยากให้ใครพลอยเสียเวลา อาการของผมก็ไม่หนักหนาฉกาจฉกรรจ์อะไร ทุกคนก็ตกลง

เมื่อเรื่องความเจ็บป่วยของผมถูกผมตัดบท ทุกคนก็หันไปหาสาเหตุที่ทำให้ผมศีรษะแตก ไม่มีใครมาฟาดหัวผมเพราะความหมั่นไส้อย่างที่ฝันหรอกครับ แต่มันมาจากกระเป๋าเจมส์บอนด์ของใครคนหนึ่งที่วางไว้บนชั้นเหนือศีรษะ

ตอนรถออกจากกรุงเทพฯ มันก็วางอยู่ในที่ในทางของมันปกติดี แต่พอมาถึงเขตจังหวัดระนอง ถนนมันเลวที่สุด (สมัยนั้น) รถกระดอนขึ้นลง และทางที่คดเคี้ยวไปมา ทำให้กระเป๋าใบนั้นเลื่อนหลุดไถลขึ้นเกยขอบ แล้วหล่นลงมาเอามุมอันแหลมกระแทกหน้าผากผมเข้าเต็มรัก ในจังหวะที่ผมกำลังแฮปปี้ไนท์อยู่พอดี

คนรถสอบถามหาเจ้าของกระเป๋า ไม่มีใครยอมรับคงกลัวว่าผมจะเรียกค่าเสียหาย แต่คนอย่างผมหรือจะทำอย่างนั้นกับใคร ๆ ได้ ผมมีแต่ความเกรงใจเขาไปหมด เกรงใจแม้แต่แม่สาวที่นั่งใกล้ ๆ ผม

ความจริงถ้าผมจะพูด เธอนั่นแหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมศีรษะแตก เพราะเบาะนั่งของรถทัวร์นั้นจะอยู่ใต้กำบังของชั้นวางของพอดี แต่เมื่อเธอคนสวยมานอนเบียดผม ผมเลยพยายามเบี่ยงกายออกนอกจนสุด เมื่อกระเป๋าเจมส์บอนด์ตกแง่ของมันเลยเฉี่ยวเอาหน้าผากผมเข้า

เหตุการณ์ต่าง ๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ ทุกคนกลับไปนั่งที่เดิมไฟในรถยังคงเปิดสว่าง เพราะรถวิ่งออกจากเขตระนองเข้าสู่เขตอำเภอคุระบุรีแล้ว หญิงสาวรูปสวยที่นั่งอยู่ข้างผมกดปุ่มกระดกเบาะนั่งขึ้นนั่งตัวตรง ตามองออกไปนอกหน้าต่างเราไม่พูดไม่จาอะไรกันเหมือนเดิม

ผมยังคงเอนร่างในท่านอนเพราะเหนื่อยเต็มทีคราวนี้ไม่มีใครรบกวน คงจะหลับได้อีกหน่อยอีกประมาณชั่วโมงกว่า ๆ รถจึงจะถึงอำเภอตะกั่วป่า
พอทำท่าจะหลับไอ้จ้ง ไอ้โรมก็เดินมาผลัดกันกระซิบที่หูผมอีก

“สมน้ำหน้า เสือกหวงที่นั่งดีนัก ถ้าเปลี่ยนกะกูเสียแต่ต้นก็ไม่เกิดเหตุยังงี้”000000

เรื่องสั้นเรื่องนี้ ตีพิมพ์ในนิตยสาร แม่บ้านทันสมัย สมัยที่คุณอัยย์ นักล่าน้ำตก ยังเป็น บก. เขียนขึ้นประมาณปี ๒๕๓๓ จัดเป็นเรื่องสั้นสมัยยุคแรก ๆ (หลักฐานมีแต่ขี้เกียจรื้อค้น-ต้นฉบับได้รับการอนุ้เคราะห์จาก คุณหนอนเมืองกรุงและน้องณิสา โพธิสัตย์ ม.หิดล ศาลายา)จัดพิมพ์เป็นไฟล์ให้ใหม่




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2554
35 comments
Last Update : 11 พฤษภาคม 2554 9:56:42 น.
Counter : 5945 Pageviews.

 

มาอ่านสามบรรทัดสุดท้ายก่อน

คนเขารู้กันหมดว่า เรารุ่นไหน อิอิ

เด๋วว่างๆมาอีกทีค่า

 

โดย: นักล่าน้ำตก 11 พฤษภาคม 2554 10:28:55 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุงดีใจจังคุณลุงเข้ามาอัพบล็อกแล้ว เล็กขอถามหน่อยค่ะเรื่องนี้ผมที่ว่าเนี่ยเป็นคุณลุงหรือเปล่าค่ะ แบบว่าเป็นสุภาพบุรุษดีจังอิอิ และขอบคุณคุณลุงนะคะ ที่มอบกลอนเพราะๆให้เล็กอีกแล้ว รวบรวมได้หลายบทแล้วค่ะ ตอนนี้สุขภาพคุณลุงเป็นอย่างไรบ้างค่ะ อย่าทำงานจนเครียดมากมาย พักผ่อนเยอะๆนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 11 พฤษภาคม 2554 11:22:11 น.  

 

อ่านแล้วทำให้นึกถึงสมัยเข้าเรียนกรุงเทพใหม่ๆเลยครับลุง รถทัวร์สมัยก่อนนะ จากกรุงเทพฯ กว่าจะถึงตะกั่วป่า นานเชียว แต่พอเข้าเขตตะกั่วป่า ก็สบายใจว่าจะถึงบ้านแล้ว

บางครั้งถ้ากลับกันหลายๆคน ก็จะชวนกันนั่ง บขส. สีส้มครับ มันลุยดี ค่ารถก็ถูกด้วย

ถ้านั่งคู่กับคนไม่รู้จัก ต่างคนก็ต่างนั่ง ไม่มีคุยอะไรกันเลย เป็นสมัยนี้ คงคุยกันบ้างแหละน่า

 

โดย: ปลายแป้นพิมพ์ 11 พฤษภาคม 2554 11:59:16 น.  

 

ยังคะยังไม่รวย การ์ตูนของหนูไม่ได้ทำส่งสำนักพิมพ์ ของหนูทำเกี่ยวกับพวกสื่อการสอน ส่งขายตามศึกษาภัณฑ์คะ ช่วงก็จะยุ้งๆ
ไล่วางสินค้าให้ครบทุกร้านก่อนเปิดเทอมเพราะทางโรงเรียนเขาจะทำงบประมาณการซื้อกัน ไม่ได้มาเยี่ยมนานเลย ต้องของเวลาอ่าน
เริ่มอ่านหลายๆๆ เรื่องเลยคร้า

 

โดย: seton 11 พฤษภาคม 2554 14:25:32 น.  

 

เรื่องนี้ของคุณลุงบูลย์สนุกมากครับ

นึกถึงสมัยที่นั่งรถไปทำงานตามต่างจังหวัดไกลๆ ในจังหวังที่ไม่มีสนามบิน ส่วนใหญ่จะนั่งรถปรับอากาศของ บขส.

ผมนั่งรถของ บขส. เดินทางเวลากลางคืนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยหลับสักครั้ง เพราะรถวิ่งตอนกลางคืนมืดๆผมจะรู้สึกกังวลมาก

การนั่งรถไปทางภาคใต้ ต้องแวะกินอาหารกับคนแปลกหน้า ได้ประสบการณ์แปลกๆ

มีครั้งหนึ่งเดินทางไปปราจีนบุรีคนเดียว เจอนักเลง (มากันหลายคน) มาขอแลกที่นั่งซึ่งที่นั่งของเขาอยู่หน้าห้องน้ำ ตอนนั้นจึงต้องยึดสุภาษิต "รู้รักษาตัวรอบเป็นยอดดี"

 

โดย: Insignia_Museum 11 พฤษภาคม 2554 23:11:53 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุงอย่าลืมทานข้าวกลางวันด้วยนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 12 พฤษภาคม 2554 12:09:10 น.  

 

สวัสดีครับลุงสบายดีนะครับ


ตกกะใจนึกว่าลุงยังเป็นนักศึกษาอยู่


ฝันดีครับลุง

 

โดย: ดอกหญ้า บนทางดิน 12 พฤษภาคม 2554 21:34:14 น.  

 

สวัสดีครับลุง

ผมเข้าใจครับ งานต้องมาก่อน มีโอกาสต้องรีบสอยไว้ทันทีครับ อย่าปล่อยให้หลุดมือไป เน็ตเล่นได้เมื่อยามว่างก็พอ ส่วนผมทำงานส่วนตัว ว่างเยอะ ไม่เป็นไรครับ

 

โดย: ปลายแป้นพิมพ์ 12 พฤษภาคม 2554 21:59:48 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุงทำงานเยอะก็อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 13 พฤษภาคม 2554 11:23:23 น.  

 

เรื่องนี้สนุกตรงที่ ประสบการณ์เหล่านี้ใกล้กับเราๆท่านๆ

อ่านไปนึกภาพตามก็นึกออก

อ๊ะ มันคล้ายๆกะที่เคยเห็น เคยเจอ

ห้องน้ำรถทัวร์ เข้าแล้วนั่งไม่ได้จริงๆค่ะ

แต่นักล่าฯว่ามีไว้ก็อุ่นใจ ดีกว่าไม่มี อุอุ

 

โดย: นักล่าน้ำตก IP: 183.89.70.32 13 พฤษภาคม 2554 22:29:54 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุง สบายดีนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 15 พฤษภาคม 2554 14:54:56 น.  

 

ปัจจุบันบบล็อกแก็งสุดแห้งเหี่ยว
ไม่ไหลเชี่ยวดังเฟซบุกน่าทุกหนอ
ของดีดีไม่มาอ่านผ่านตารอ
ไปหงอก๋ออยู่เฟซบุกสุดทุกข์ทน

ที่ไหนไหนก็ไร้เพื่อนมาเยือนบ้าน
เขาขี้คร้านเสียเวลามาเดินหน
นี่ถ้าเป็นดาราเขามายล
คนที่เขียนก็ไม่บนแต่หายตัว...อิ ๆ (เหมียนกัลล์)

 

โดย: ลุงบูลย์ IP: 182.52.153.163 17 พฤษภาคม 2554 16:29:28 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุง ทานข้าวเย็นให้อร่อยนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 17 พฤษภาคม 2554 18:24:08 น.  

 

จากเมนต์ 12

ถูกต้องแล้วค้าบ ลุงเองก็หายไปไม่มาบล้อกแก๊ง

เด๋วเข้ามามะไหร่ ไปเที่ยวน้ำตกกันนะคะ

 

โดย: นักล่าน้ำตก IP: 183.89.219.105 17 พฤษภาคม 2554 19:19:16 น.  

 

เมื่อคืนคุณลุงดูเรยาเปล่าคะ ถ้ายังจะชวนไปดูที่บล็อกเล็กนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 20 พฤษภาคม 2554 12:51:25 น.  

 

สวัสดีค่ะ.แวะเข้ามาทักทายยามค่ำคืนค่ะ.
ให้คืนนี้หลับฝันดีนะค่ะ:]]

 

โดย: enjoydvd 21 พฤษภาคม 2554 22:24:25 น.  

 


สายัณห์สวัสดีค่ะลุงบูลย์ & น้องอี๊ด

+====================+



หนุ่ม-สาวชาวชุมพร ซำบายดีบ่จ้า

บรรยากาศที่นี่ฝนฉ่ำดินดีไหมคะ



ณ บ้านนอก(ศรีสะเกษ) อากาศแปรปรวนทั้งวันค่ะ

เช้าหมอกจาง ๆ สายแดดจัด บ่ายครึมเมฆ ค่ำฝนตก(ซะงั้น หุ หุ)



ช่วงนี้สาวบ้านนอกมีภารกิจเยอะดี แต่ไม่วุ่นวายค่ะ

หากไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาเล่น bg & fb เยย อะคึ่ ๆ

เพราะในวัน ศ - ส - อา ที่หมู่บ้านที่จัดงาน "พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่เทพ"

ซึ่งเป็นท่านเจ้าอาวาสวัดเทพทราวรินทร์ (วัดดองกำเม็ด)

จึงต้องช่วยงานเท่าที่ทำได้เพื่อส่วนรวมค่ะ



นางได้ส่ง Logo KHAOKAN PARK

ฝากส่งให้น้องอี๊ดด้วยค่ะ

สำหรับทำเป็สติกเกอร์ติดพวงกุญแจหนัง(ทำมือ)

หากมีตัวอย่าง รบกวนน้องอี๊ดถ่ายภาพส่งให้ชมผ่านเมล์ด้วยค่ะ



ด้วยความเคารพ & คิดถึง

สาวบ้านนอก


ปล. copy ข้อความจากเมล์ (ซึ่งส่งไม่ได้) นำมาลงที่นี่อีกครั้งค่ะ

 

โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น 24 พฤษภาคม 2554 19:43:18 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุงดีใจด้วยนะคะที่คุณลุงกำลังจะมีผลงานใหม่ๆมาอวด ขอให้คุณลุงมีสุขภาพแข็งแรงนะคะอย่าโหมงานจนลืมพักผ่อนนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 25 พฤษภาคม 2554 12:07:53 น.  

 

สวัสดีตอนเช้าครับลุง

ยังแวะเวียนมาอ่านบล็อคลุงเสมอครับ แม้ว่าลุงจะไปเฟสแล้วก็ตาม

 

โดย: ดอกหญ้า บนทางดิน 26 พฤษภาคม 2554 10:19:04 น.  

 

 

โดย: หญิงแก่น 26 พฤษภาคม 2554 11:27:22 น.  

 

ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณลุง

 

โดย: หญิงแก่น 28 พฤษภาคม 2554 22:11:52 น.  

 

หวัดดีตอนเช้าค่าลุง

 

โดย: นักล่าน้ำตก 29 พฤษภาคม 2554 5:23:55 น.  

 

นอนหลับฝันดีนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 30 พฤษภาคม 2554 21:11:54 น.  

 

คุณลุงสบายดีนะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 1 มิถุนายน 2554 10:55:04 น.  

 

สายัณห์สวัสดีค่ะลุงบูลย์
+=============================+

คิดถึงค่ะ

 

โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น 3 มิถุนายน 2554 20:56:41 น.  

 

สบายดีนะคะคุณลุง

 

โดย: หญิงแก่น 5 มิถุนายน 2554 18:28:47 น.  

 



สวัสดีครับลุงบูลย์

ลุงไปเล่นเฟซ แต่ผมยังไม่ลืมลุงคนที่คุยกันตั้งแต่บล็อกแรกๆ เพียงแต่อาจหายหัวไปนานเหมือนกัน 555

ผมเอาส้มนี้มาฝากลุง ไม่ใช่ย่าหมูนะ อย่าเด็ดกินเชียว เปรี้ยวโคดๆ

 

โดย: ปลายแป้นพิมพ์ 7 มิถุนายน 2554 12:14:27 น.  

 

ยินดีค่ะคุณลุง ตอนนี้เรื่องบ้านเริ่มซา เล็กเป็นคนชอบดูคลิป นั่นนี่ ก็จะแอบเอามาให้ชมเรื่อยๆนะคะ ถ้าลุงชอบแวะไปชมได้ค่ะ มีอีกแน่นอน

 

โดย: หญิงแก่น 7 มิถุนายน 2554 12:19:56 น.  

 

ลุงคะ ไปอ่านรีวิวกันค่า

 

โดย: นักล่าน้ำตก 8 มิถุนายน 2554 20:54:42 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุง

 

โดย: หญิงแก่น 12 มิถุนายน 2554 11:09:03 น.  

 

มาชวนคุณลุงไปดูพับเพียบไทยแลนด์ค่ะ

 

โดย: หญิงแก่น 19 มิถุนายน 2554 13:37:28 น.  

 

เมื่อคืนถ้าลุงไม่ได้ดูตีสิบ แวะไปดูได้นะคะ

 

โดย: หญิงแก่น 22 มิถุนายน 2554 14:31:04 น.  

 

สวัสดีค่ะ ลุงบูลย์

ไม่ได้เข้ามาทักทายลุงบูลย์นานมากเลยค่ะ ตอนนี้กลับเข้ามาที่บล็อกแล้วค่ะ ลุงบูลย์สบายดีนะคะ

 

โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ 23 มิถุนายน 2554 22:04:00 น.  

 

เรื่องนี้ สนุกนัก สมน้าหน้า บ้าหญิง หัวแตก ฮาฮาฮาฮา

 

โดย: sakchai sukontachad IP: 182.53.212.12 25 กรกฎาคม 2554 12:46:13 น.  

 

ผมชอบ

 

โดย: 3 IP: 110.77.247.196 31 ตุลาคม 2554 10:15:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
pantamuang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




ไม่อยู่อย่างอยาก แต่ยังอยากจะอยู่
อยู่อย่างไม่ลำบาก เวลาที่เหลือน้อยรีบสอยรีบคว้า
ก่อนจะหมดเวลาให้สอย

ดวงดาวบนฟ้าก็สอยได้ ถ้ารู้จักต่อด้ามฝันให้ยาวพอ

ฝันถึงไหนก็ได้ มีสิทธิ์ฝัน แต่จะเป็นจริงหรือไม่ช่างฝัน
เพราะสิ่งที่ฝันคือนวนิยาย..

ชีวิตก็คือนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นผู้เขียนและกำกับ.

เริ่ม 9 กันยายน 2550

Friends' blogs
[Add pantamuang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.