...คิดว่ายังมีความหวัง ตราบที่ยังมีลมหายใจ...
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
บทละครสอนเด็ก

ตอนที่ข้าพเจ้ายังเป็นครูสอนนักเรียน งานหลักของข้าพเจ้าคืองานครู

(แต่ไม่ค่อยได้สอนเต็มที่หรอก เพราะพวกงานธุรการและการเงินเข้าไปแย่งเวลาสอนเสียแทบหมด-ปัจจุบันนี้หลังจากมีการร้องเรียนกันมาก เรื่องครูทิ้งเด็กไปทำการเงิน การพัสดุ พิมพ์หนังสือโต้ตอบ ทำให้มีการจ้างบุคลากรที่ไม่ใช่ครูเข้าไปทำงานนี้แทน แต่บรรจุหรือยังยังไม่ทราบ)




ทำให้แม้จะได้เลื่อนเป็นครูซีแปดคนแรกของอำเภอ คนที่ห้าของจังหวัด แต่พอได้รับเงินตกเบิกตำแหน่งย้อนหลังมาประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ ข้าพเจ้าก็โบกมือลา)

ในตอนที่เป็นครูนั้น เมื่อถูก ผอ.มอบแต่งานๆๆๆๆธุรการให้ ข้าพเจ้ามีวิธีทำให้เด็ก ๆ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์คือ

ตั้งชมรม "จิตรกรน้อย" ให้เด็กวาดรูปเป็นเรื่องราวประกอบหนังสือที่เด็กเขียนเอง

กับตั้งชมรม "เยาวชนนักเขียน" ให้เด็กเขียนเรื่องต่าง ๆ ตามความคิดของเด็ก เพื่อทำเป็นหนังสือ หรือไม่ก็ให้เขียนกลอน เขียนเยอะ ๆ มาส่งทีหลัง

แต่มักมีครูคนอื่นเข้าไปขัดจังหวะ แถมนินทาข้าพเจ้าว่า "อย่าบ้าตามครู..."(ข้าพเจ้า)

ผลงานดังกล่าวทำให้ข้าพเจ้าได้เลื่อนเป็นครูซีแปด ซึ่งครู ๆในแวดวงตอนแรก ไม่เห็นความสำคัญ แต่โน่น... อาจารย์ผู้ตรวจผลงานครูที่สำนักงาน กค. ท่านไปอบรมครูทำซีที่ชุมพร (ตอนข้าพเจ้าถูกบังคับให้ไปอบรมทำซี ๗ เพราะว่าอายุมาก และเพื่อเปิดทางให้พวกหน.ปอ.ได้เลื่อนจากซี ๖ ขึ้นไปเป็น ซี ๗)- (ถ้ามีลูกน้องเป็นซี ๗ อะไรประมาณนี้)

วิทยากรจากสำนักงาน กค.ท่านนั้นรู้จักดีว่าข้าพเจ้ามีความสามารถอะไร และกำลังทำอะไรอยู่ เพราะผลงานเขียนปรากฏตามสื่อ ท่านไล่ข้าพเจ้ากลับโรงเรียน บอกว่า

"อาจารย์ไม่ต้องทำซี ๗ แต่ต้องทำซี ๘" (ตอนนั้นยังเรียกครูว่าอาจารย์)

เราจึงคุยกันในรายละเอียด โดยท่านชี้แนะให้หมด เช่นการเขียนรายงาน ส่วนผลงานที่เด็ก ๆ ที่ข้าพสอนได้รางวัลประกวดเรื่องแต่ง หรือหนังสือประกอบภาพมีทุกปี คือเด็กของข้าพเจ้าทำได้ แม้แต่การเขียนกลอนตลกลงในการ์ตูนขายหัวเราะ ส่วนเรื่องสั้น ๆ ก็ลงตีพิมพ์ในคอลัมน์นักเขียนน้อย กรุงเทพธุรกิจฉบับวันอาทิตย์ แต่ครู ๆ โรงเรียนเดียวกันหรือกระทั่งครุอำเภอ จังหวัด...จะไม่ยอมเชื่อและหาว่าข้าพเจ้าวาด-เขียนเรื่องให้เด็ก

ข้าพเจ้าจึงเป็นครูแกะดำ คือเข้าหมู่กลุ่มไม่ได้มาตลอด...

แต่ในกลุ่มนักเขียน ข้าพเจ้ามีมิตรแท้อยู่แทบทุกจังหวัด ที่สามารถไปกิน ไปนอนบ้านเขาได้โดยแม้ไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากัน อย่างเช่น "คนแซ่หว่อง" เจ้าของนิยายโทรทัศน์ "โค่นมังกร" ช่อง๓ หรือธารดาวในปัจจุบัน

วันนี้จากข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ระบุว่า ภาษาและวัฒนธรรมไทย เช่นการเขียนกลอนอ่อนลงมาก เด็กปัจจุบันไม่รู้จักกลอน ไม่รู้จักเรื่องสั้น เด็กเขียนแบบจินตนาการไม่เป็น เด็กไม่รู้จักคำว่า "วรรณกรรม" เพราะติดคำว่า "หนังสืออ่านเล่น" มาแต่ครั้งบรรพบุรุษจึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมที่กำลังทำเรื่องนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่ข้าพเจ้าสังเกต ไม่ว่าจะมีงานใด ๆ เกี่ยวกับโรงเรียน ตำบล อำเภอ จังหวัด และหมู่บ้าน กิจกรรมการแสดงมักมีแต่ "เปิดเทปแล้วให้เด็กเต้น" ข้าพเจ้าเรียก "เต้นแร้งเต้นกา" ประโยชน์มีแต่ได้ออกกำลังกายอย่างเดียว ซึ่งเด็กรุ่นใหม่ชอบมาก แต่ข้าพเจ้าไม่...

และไม่เคยคิดเหมือนใคร

"ทำไมเราไม่ให้เด็กแสดงออกในสิ่งที่ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตประจำวันบ้าง"

ตอนอยู่โรงเรียนไม่ว่าจะวันเด็ก วันผู้ใหญ่ วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ หรืองานในหมู่บ้าน... ข้าพเจ้าจะให้เด็กแสดงละคร มีการฝึกซ้อมกันเป็นสัปดาห์ เด็ก ๆ สนุกมาก ได้อ่านบท ท่องบท จดจำบท ซึ่งล้วนแต่ส่งเสริมจินตนาการทั้งสิ้น ครั้งหนึ่งข้าพเจ้านำนิทานอีสป เรื่องชาวสวนสอนลูก มาให้เด็กแสดงละคร แต่ตั้งชื่อใหม่ว่า


“ขุมทรัพย์ของพ่อ”

………………………………

ลองอ่านดูครับ วันนี้เล่นยาวหน่อย


ฉากที่ 1 พ่อนอนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขก ลูก ๆ 3 คนเดินเข้ามา
ลูกชาย : พ่อ ขอตังค์ 500 (พูดพร้อมกับแบมือไปที่พ่อ)
พ่อ : (ลุกขึ้นนั่งตัวตรง) หา ! อะไรวะ ! ขอทำไมตั้ง 500 (ทำสีหน้าไม่พอใจ)
ลูกชาย : จะพาน้อง ๆ ไปกินไอติมพ่อ วันนี้วันเด็ก
พ่อ : (ควักเงินให้คนละ 2 บาทพูดว่า) อะไรกัน แค่จะกินไอติม ตั้ง 500 บาท
เอาไปคนละ 2 บาทแล้วกัน
ลูกชาย : โธ่ พ่อนี่ซื่อบื้อไม่ทันโลกเสียเลย วัน ๆ เอาแต่นอนอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่รู้อ่านให้มัน
ได้อะไร ขึ้นมา ไอติมตามร้านนะพ่อรู้ไหม ถ้วยละเท่าไหร่ 150 บาทเชียวนะพ่อพ่อ
อย่าโยกโย้น่า วันนี้วันเด็กเอามา 500




พ่อ : อุ๊บ๊ะ ไม่ให้โว้ย ขู่กันนี่หว่า เอะอะก็เอาวันเด็กมาอ้าง ทีวันพ่อไม่เห็นพวกเอ็งมาทำ
อะไรให้ข้าบ้างเลย ข้าไม่ใช่ธนาคาร รู้จักประหยัดกันบ้าง
ลูกชาย : ดี พ่อไม่รักลูกให้มันรู้ไป ขอเงินไปกินสิ่งที่ดี ๆ พ่อไม่ให้ งั้นพวกเราไปดมกาว
ดมทินเนอร์ให้มันตาย ๆ ไปเลย อยู่ในบ้านก็ไม่อบอุ่น ไปเว้ย พ่อไม่รักพวกเรา
พ่อ : (ลุกขึ้นยืน) เฮ้ย ! เดี๋ยวก่อน ไอ้บอย นังแต๋น นังต๋อย มานี่ก่อน
ลูกชาย/ลูกสาว : ทำไมพ่อ พ่อเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหม
พ่อ : เออว่ะ พวกเอ็งเอาเงินไปกินไอติมก็ดี ดีกว่าไปซื้อยาเสพติดว่ะ ว่าแต่รู้จักประหยัด
กันมั่งนะเว้ย ข้าไม่ค่อยมีเงินแล้ว (พูดพลางควักเงินส่งให้ลูกชาย)

ผู้บรรยาย : หลังจากลูก ๆ ทั้ง 3 คนพากันออกไปแล้ว พ่อก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมา รำพึงกับตนเอง

พ่อ : เฮ้อ เรามีลูกอยู่แค่ 3 คน ไม่รักมันก็ไม่รู้จะไปรักหมาที่ไหน แม่ของมันก็ดันมาถูก
ระเบิดตาย ตอนถูกหลอกให้ไปร่วมชุมนุม... เราจึงต้องตามใจลูก แต่พวกมันก็ใช้
จ่ายกันฟุ่มเฟือยเหลือเกิน เราจะสอนมันอย่างไรดี
(พูดไม่ทันจบลูกสาวคนพี่ก็เข้ามา)



ลูกสาวคนพี่ : พ่อ ขอตังค์ สี่หมื่น
พ่อ : หา ! ว้าย เอ็งว่าอะไรนะ (ยกมือป้องหู)
ลูกสาวคนพี่ : ขอตังค์พ่อสี่หมื่น
พ่อ : เอ็งจะเอาไปทำอะไรตั้งสี่หมื่น จะซื้อรถเครื่องใหม่หรือไง คันที่เอ็งใช้อยู่นั่นข้าก็
กลุ้มใจจะตายอยู่แล้ว จะซื้อไปไหนอีก
ลูกสาวพี่ : ไม่ได้ซื้อรถพ่อ จะเอาไปซื้อมือถือ
พ่อ : โทรศัพท์มือถือใช่ไหม
ลูกสาวคนพี่ : ใช่พ่อ
พ่อ : เอ็งจะซื้อมาทามมายวะ มันจำเป็นอะไร เอ็งจะเป็นนักธุรกิจหรือไง?
ลูกสาวคนพี่ : เอาไว้โทรถามการบ้านเพื่อน เวลาทำการบ้านไม่ถูกไงพ่อ
พ่อ : ข้าว่ามันไม่หนักไปหน่อยเรอะนังแต๋น อย่างนี้มันเข้าขั้นฟุ่มเฟือยเกินไปแล้วโว้ย
ลูกสาวคนพี่ : ไม่หนักหรอกพ่อ มันจำเป็นน่ะ พ่ออยากให้ลูกเรียนเก่ง ๆ ไม่ใช่หรือ ถ้าไม่ได้เดี๋ยว
ลูกจะไปติดยานะ ครอบครัวไม่อบอุ่น
พ่อ : วะ ! เอะ อะ ๆ ก็จะไปติดยาเดี๋ยวปล่อยให้ติดจริง ๆ เสียหรอก เอาก็เอา
เอ้า เอาไปสี่พัน
ลูกสาวคนพี่ : สี่หมื่นนะพ่อไม่ใช่สี่พัน
พ่อ : เออ ๆ

ผู้บรรยาย : ลูกสาวคนพี่ออกไป ลูกสาวคนน้องก็เข้ามา
ลูกสาวคนน้อง : พ่อ ขอตังค์สองพัน
พ่อ : ว่ะ เอาอีกแล้ว จะไปซื้ออะไรอีกล่ะ
ลูกสาวคนน้อง : หนูจะซื้อกางเกงยีนส์
พ่อ : ซื้อทำไมวะ กางเกงยีนส์ตัวละตั้งสองพัน ซื้อกางเกงผ้าชาวนาตัวละร้อยบาทก็พอ
ลูกสาวคนน้อง : ไม่เอา ใส่แล้วมันไม่เท่พ่อ
พ่อ : เอ็งเท่ แต่ข้ากำลังจะเท่งทึงรู้เป่า...
ลูกสาวน้อง : วันนี้วันเด็กนะพ่อ เพื่อความสุขของลูก พ่อต้องตามใจลูก ถ้าไม่ได้หนูจะไปติดยา
พ่อ : ว่ะ เอะอะ ๆ ก็อ้างติดยา ๆ คงเป็นสูตรสำเร็จของพวกเอ็งละซี เอ้า เอาไป ได้เงิน
แล้วก็รีบไป ๆ ซะ ข้าจะได้นั่งกลุ้มใจต่อ

ผู้บรรยาย : หลังจากลูก ๆ พากันหลบหน้าไปแล้ว พ่อก็ลุกขึ้นเดินรำพึง
พ่อ : เฮ้อ โบราณว่า มีลูก 3 คนจะต้องจนไป 21 ปี นี่มันตั้ง 50 กว่า ปี แล้วข้าก็ยังจน ข้า
จะต้องจนไปอีกกี่ปีนี่ แล้วตอนนี้ถ้าข้าเกิดเป็นอะไรไปพวกมันจะเอาเงินที่ไหนใช้
เห็นทีจะต้องเขียนลายแทงขุมทรัพย์ทิ้งไว้ให้มัน แล้วไปบวชเป็นพระสมภารที่วัด
ไหนสักแห่งดีกว่า
ผู้บรรยาย : ว่าแล้วพ่อก็หากระดาษมาเขียนลายแทงขุมทรัพย์ไว้ใบหนึ่ง จากนั้นก็หนีออกจากบ้าน
ไป เพราะไม่อาจจะทนอยู่ให้ลูกขูดรีดต่อไปได้
ลูกชาย : นังแต๋นเอ็งเหลือเงินเท่าไหร่
ลูกสาวคนพี่ : เหลือสิบบาทพี่
ลูกชาย : ตุ๋ยล่ะ เหลือเท่าไหร่
ลูกสาวคนน้อง : เหลือแปดบาทพี่
ลูกชาย : งั้น เราก็มีเงินไม่พอจะไปเที่ยวงานวันเด็กที่โรงเรียนหน้าอำเภอนะซี งานนี้สนุกมาก
เสียด้วย ได้ข่าวว่าชั้น ป.5 จะแสดงละคร ฉันอยากไปดู
ลูกสาวทั้งสองคน : ฉันก็อยากไปพี่ แต่เงินเราหมดแล้วจะไปกันยังไง
ลูกชาย : ก็ไปขอพ่อซี พ่อขายที่ชายทะเลได้เงินมาเป็นล้าน เราเพิ่งผลาญไปได้ไม่ถึงครึ่ง
ลูกสาวทั้งสองคน : งั้นเราไปขอตังค์พ่อกันเถอะ

ผู้บรรยาย : เมื่อลูก ๆ ทั้งสามคนเข้ามาในบ้าน ปรากฏว่าพ่อหนีไปเสียแล้ว และพบจดหมายฉบับ
หนึ่งวางอยู่
ลูกชาย : พ่อหนีไปแล้ว แต่พ่อเขียนอะไรไว้นี่ พ่อเขียนว่า พ่อได้ฝังเงินไว้ในสวนรอบ ๆ
ต้นไม้ทุกต้น อยากได้ให้ไปขุดหาเอา แต่ห้ามขุดต้นไม้ ถ้าขุดต้นไม้ออกจะไม่ได้
อะไรเลย
น้องสาวทั้งสองคน : งั้นจะช้าอยู่ทำไม รีบไปขุดกันเร็ว ๆ

ผู้บรรยาย : ลูก ๆ ทั้งสามคนจึงพาจอบไปขุดรอบ ๆ ต้นไม้ในสวนทุกต้น
(เปิดเพลงราชาเงินผ่อนให้ต้นไม้และคนขุด รำไปขุดไปรอบๆ ต้นไม้ทุกต้น)
น้องสาวทั้งสองคน : เฮ้อขุดหาจนทั่วแล้ว ยังไม่เห็นเงินสักบาท สงสัยพ่อหลอกเราแน่ ๆ
ลูกชาย : พ่อเป็นคนถือศีล มีธรรมะธัมโม พ่อไม่พูดปดหรอก พ่อต้องฝังเงินไว้แน่ ๆ เราต้อง
ขุดหาดูใหม่ ขุดให้ละเอียดทุกตารางนิ้ว แต่ตอนนี้พักเหนื่อยกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาขุดต่อ

ผู้บรรยาย : หลังจากพี่น้องทั้ง 3 คนขุดฟื้นดินในสวนทุกวัน 3 เดือนต่อมา ต้นไม้ในสวนทุกต้น
ก็ออกดอกออกผลมากมาย แถมมีผลโตและสีสวย พ่อค้าผลไม้ทราบว่าในสวนของ 3
พี่น้องมีผลไม้จึงพากันมาขอซื้อไปขาย

ผู้บรรยาย : พวกพ่อค้าพากันแบกเข่งใส่ผลไม้ไปเก็บผลไม้จากต้นด้วยตนเอง โดย 3 พี่น้องคอยแต่
นั่งรับเงินพี่น้องทั้ง 3 คนจึงได้เงินมากมาย

ลูกทั้งสามคน : ต่อไปนี้เราไม่จนอีกแล้ว พ่อฝังเงินฝังทองไว้ในสวนของเราจริง ๆ กินใช้ไม่รู้จักหมด
ถ้าเราขยันขุด ดูซีร่างกายของพวกเราก็แข็งแรงเพราะได้ออกกำลังกาย เพื่อน ๆ อย่า
หัดเป็นคนขี้เกียจนะครับ เราต้องช่วยพ่อแม่ขุดดิน ถางหญ้าในสวน ต้นไม้จะได้งอก
งามมีผลขายให้เราได้เงินเยอะ ๆ สวัสดีครับ.
(ทุกคนพนมมือไหว้ผู้ชม)




หมายเหตุ นิตยสารบางกอกรายสัปดาห์ เคยตีพิมพ์เป็นเรื่องสั้น แต่ว่า ชิ้นนั้นข้าพเจ้าได้ดัดแปลงตอนท้ายของเรื่อง


















Create Date : 29 กรกฎาคม 2552
Last Update : 29 กรกฎาคม 2552 14:45:00 น. 31 comments
Counter : 23030 Pageviews.

 
ขอเมนต์ครึ่งแรกก่อนนะคะลุง

เพราะเด๋วจะออกไปข้างนอกค่ะ

อื่นๆ ค่อยมาเมนต์ ทีละนิดละหน่อย เพราะกะว่าบล็อกนี้ดองยาวใช่มั้ยคะ

....

อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าครูแกะดำเป็นยังไง

เพราะตัวเองก็เคยเป็นค่ะ...เคยเป็นครูอัตราจ้างสอนวิชาสังคม ภาษาไทยอยู่เทอมนึงในรร.ตจว.

เข้ากะใครเขาไม่ได้

ครบเทอม ครูคนอื่นเขายังจ้างต่อ ส่วนเรา เขาเลิกจ้าง...

โชคดีของโรงเรียน แต่โชคร้ายของเด็กที่จะขาดครูเก่งๆอย่างเราไป ฮ่าๆ..

.........

อ่านเรื่องลุงบูลย์แล้ว คิดว่า นี่แหละค่ะ ครูที่เด็กต้องการ

ครูมี่สอนสนุก มีความสามารถที่เด็กสัมผัสได้จริง

วาดรูปก็ได้ เขียนเรื่องก็ได้ มีศิลปะครบเครื่อง

ตอนเป็นเด็กก็จะชอบครูแบบนี้ ไม่ใช่ครูที่ดีแต่ท่องตำราให้ฟัง

ครูแบบลุง น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆได้ดี

เด็กได้แสดงออก ได้เล่นละคร...มันสนุกน่ะค่ะ

เชื่อว่ามีนักเรียนหลายคน จดจำครูไพบูลย์มิรู้ลืม

...............

เรื่องท่อนหลังๆ..ค่อยมาเมนต์ต่อค่า...







โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.8.89.129 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:13:55 น.  

 
เดี๋ยวไว้อ่านคืนนี้ แต่อ่านเมนท์ของคุณนักล่าฯแล้วรู้สึกว่า แต่ละโรงเรียนเหมือนกับแดนสนธยาอย่างไรไม่รู้ มีครูนายทุน ครูกรรมกร ครูคุณนาย ครูขายตรง

แถวบ้านมีครูอยู่คน รวยมาก เป็นเจ้ามือหวยเถื่อน เจ้าแม่ปล่อยเงินกู้ แต่ตำแหน่งจริิงๆคือ ครูประจำชั้นอนุบาล
ผมนึกถึงสภาพเด็กที่ต้องเรียนอยู่กับครูคนนี้
มีอยู่ครั้งหนึ่ง เงินครูหาย ครูให้เด็กเล็กดื่มน้ำสาบาน มีเด็กมาเล่าให้้พ่อแม่ฟังตามประสาเด็กว่า กูดื่มน้ำจนแทบอ้วก
วันหวยออก ครูต้องวิ่งเช็คยอดเงิินจากบรรดาโพย ผมไม่รู้ว่าเด็กเรียนอะไรกับใคร

ผมเห็นรถยนต์ราคาล้านเศษของครูที่วิ่่งผ่านหน้าบ้านทุกวัน สายตาผมยังไม่อยากแลให้เสีย
น่าน...ใส่อารมณ์ซะ


โดย: ธารดาว IP: 119.31.126.79 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:59:35 น.  

 
ครับคุณนักล่าฯ

บล็อกคราวนี้แช่ยาว ว่าง ๆ มาอ่านบทละครนะครับ เพราะไป ๆ มา ๆ ทำท่าจะหมดเรื่องเมาท์ ตอนนี้เลยพยามเข้าหาสาระ

เรื่องจริงที่ไม่อิงนิยาย เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคมที่ผ่านมา ลุงไปเป็นกรรมการตัดสินประกวดสตอรี่บอร์ดของนักเรียนชั้น ม.๖ ในชุมพร

ตอนทำพิธีเปิด ท่านวัฒนธรรมจังหวัด ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า

ตอนนี้วัยรุ่นมีเวลาว่างมาก ชอบไปอยู่กันตามหัวสะพาน ศาลา ป้ายรถเมล์ และสุดท้ายคือร้านเกมส์(จนมีการฆ่ากันตาย) เวลาที่มีค่าถูกความไม่มีสาระทำลายไป แล้วอนาคตของประเทศไทยอยู่ตรงไหน การให้เด็กไปประกวดวาดภาพสตอรี่บอร์ด(นำไปใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์) จึงเป็นทางหนึ่งที่จะให้เยาวชนที่ไม่อยากเป็นหมอ เป็นครู เป็นข้าราชการ หรือนักการเมือง ได้ใช้เวลาให้มีค่ากับตนเองและสังคม

และทางวัฒนธรรมจังหวัดได้มอบหน้าที่ให้ลุงเป็นวิทยากร ด้านการเขียนเรื่องสั้นและวรรณกวีด้วย ทำมา ๕ ปีแล้ว พบว่าเด็กในอำเภอที่ลุงอยู่ อำเภอเมือง อำเภอสวี ไม่เคยส่งเด็กเข้าประกวดหรืออบรมเลย เขาอบรมครั้งละ เรื่องละ ๔ วัน เด็กพักในโรงแรมหรู กินอาการในโรงแรม วิทยากรมาจากสาขาต่าง ๆ ของลุงเอานักเขียนอื่นมาช่วยด้วย

แต่สิ่งพบคือโรงเรียนที่ไม่ส่ง้เด็กเขาคงมองว่า สิ่งพวกนี้ไม่ได้ให้อะไรกับเขา ไม่ว่าจะด้านชั้น ซี หรือตำแหน่ง ตอนนนี้ชุมพรเขาเห่ออะไรรู้ไหม เขากำลังเห่อส้วม เคยดูทีวีหรือเปล่า

การศึกษาไทยยังอยูในระบบ ขี้ตามช้าง


โดย: ลุงบูลย์ IP: 118.173.117.175 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:16:23 น.  

 
ว้าว...

คนที่ถูกนินทามาแว้ว มาช่วยกันถล่มครู สงสัยบอร์ดนี้ถ้ามีครูเข้าคงร้อนฉ่าแน่

ตอนลาออกจากครู ได้เงินมาหนึ่งแสนห้า จ่าย ๒ งวด ค่าออก จากนั้นเอาเงินเข้าแบ็งก์ กดออกมาทีละหมื่น ชวนเพื่อนพ้อง ลูก เมีย ไปเที่ยวกันโว้ย ไม่มีใครไป มีตนหนึ่งเป็นนักอ่าน เขาอ่านงานลุงมานาน ติดต่อเชิญมาให้ไปเกาะสมุย ในชีวิตไม่เคยไป ขับรถไปกะถึงสมุยราวเที่ยง ไปคนเดียวหลงทางระหว่างดอนสัก-เกาะสมุยไปออกขนอม ตกลงไปถึงสมุยห้าโมงเย็น แฟนหนังสือมารับพาไปเลี้ยงให้กินอาหาร ที่พักอย่างดี ๒ วัน (มีไหมอาชีพอื่น)

ออกจากสมุยมุ่งขึ้นเหนือเข้าสุพรรณ ไม่เจอเพื่อนจึงไปนอนโรงแรม แต่ส่วนใหญ่นอนตามบ้านเพื่อนนักเขียน ที่บัวใหญ่บ้านจารย์โชติ ที่โคราชบ้านสุภาส รัตนกุล ที่ชัยภูมิบ้านสังคม เภสัชมาลา ที่แก้งสนามนางไม่นอนแต่ไปกิน เสถียรยอดดี นักเขียนบางกอกต้อนรับอย่างดี กระทั่งสุดท้ายที่ประโคนชัย เขาคอกบุรีรัมย์ บ้านคนแซ่หว่อง จะไปต่อเชียงใหม่แต่หมดแรงเลยกลับบ้าน

ชอบบุกคนเดียวโชคดีไม่มีใครทุบหัวเอารถเก๋งไป ตอนนี้เลยยังมีมันเป็นพาหนะคู่ชีพ ชีวิตถ้าใช้มันถูกก็คือความสุข


โดย: ลุงบูลย์ IP: 118.173.117.175 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:34:43 น.  

 
ชอบบล็อกนี้ครับคุณลุงบูลย์

ครูที่แท้อย่างคุณลุงบูลย์ บางทีผลงานที่ออกมา ทำให้ครูอื่นๆสงสัย
ไม่เชื่อ อย่างผลงานที่เด็กๆเขียนเรื่อง บทกลอน และวาดรูปประกอบเอง

การดึงศักยภาพของเด็กๆออกมาอย่างเต็มใจ ย่อมเกิดพลังมหาศาล
ผลงานจึงเกินวัย จนเป็นที่น่าสงสัย

ผมเคยถูกครูใหญ่ที่มาสอนแทนครูน้อยใน ชม. ภาษาไทย ท่านเรียกเด็กๆไปหน้าชั้น
แสดงละครประกอบหนังสือวรรณคดี แสดงกันสดๆ ไม่มีการซักซ้อม
ไม่รู้ล่วงหน้า นัยว่าเป็นการสอนที่ไม่จำเจ แต่วัยเด็กอย่างผม
ไม่อยากทำตามครูสั่งเลย ภาวนาให้หมดชั่วโมงเร็วๆ เพราะคนที่ออก
ไปก่อนแสดงไม่ดี โดนไม้เรียวกันถ้วนหน้า แต่ละคนกลายเป็นละคร
หุ่นยนต์กันหมด

อ่านละครที่คุณลุงบูลย์แต่งให้เด็กๆแสดงแล้ว ให้ข้อคิด สะท้อน
สังคมสุดๆ เดี๋ยวนี้ลูกๆจะขอเงินไปซื้ออะไร พ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ขัด
ขวาง ขอได้ขอไป พ่อแม่ก็เป็นหนี้เป็นสินกันไป...



โดย: Insignia_Museum วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:39:23 น.  

 
มาอ่านบทละครต่อค่ะ

โห...เด็กสามคนนี้ มันจะไถเลือดเนื้อพ่อแม่ไปถึงไหนนะเนี่ย

ขอทีละสี่หมื่น อุอุ

นักล่าฯเป็นพ่อ คงหนีไปนานแว้ว ตั้งแต่ขอตังค์ไปกินไอติมห้าร้อยน่ะค่ะ

สนุกค่ะลุงบูลย์ บทละครมันต้องให้แรงๆ เวอร์ๆแบบนี้ถึงจะทำให้คนดูชอบ

เก่งมากค่ะ...จบก็ได้คติสอนใจ

แต่แอบคิดไม่ได้ว่า ตกลง พ่อหนีไป ไม่ยอมกลับจริงๆเหรอคะ

ใจร้ายยย.........

......................


มีน้ำตกมาใหม่ค่ะลุง...ไปเที่ยวนะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:22:15 น.  

 
ลุงคะ อ่านแล้วก็เหนื่อยนะเนี่ย หนูต้องสอนลูกอีกหลายบทเรียนเลยล่ะ โดยเฉพาะการรู้จักใช้เงินให้เป็น

สองวันมานี้ อากาศที่โน่น ดีมากเลยลุง ฤดูร้อนนะ แต่เช้ามาอากาศหนาวซะงั้น ดวงอาทิตย์ยังคงหลับไม่ตื่น พอหนาวๆหนูอยากกินแกงหน่อไม้ดองใส่ปลา ง่ายๆลุงโทรถามเพื่อน แล้วลุย แซ่บมาก หนูกินคนเดียวล้วนๆ ซักพัก ผื่นขึ้นหน้า แพ้อาหารทะเลค่ะลุง หนูรู้ล่ะว่าตัวเองแพ้ แต่ความอยากมันไม่ปราณีใคร ก็เลย..เอาวะ ทนไปนิด ขอข้ากินไว้ก่อน

พูดแล้วช้ำ ไม่มีวาสนากินอาหารทะเลเลยนะหนูอ่ะ






โดย: แม่น้องนิก IP: 75.51.89.110 วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:01:42 น.  

 
สวัสดีคุณอินไซน์



ผมไปตอบที่บล็อกท่านแล้วนะครับ

สวัสดีคุณแม่น้องนิก

ลุงไปตอบต่อกลอน ส่วนตรงนี้แสดงความเห็นใจเรื่องแพ้อาหารทะเล

สวัสดีนักล่า

ใครเป็นแฟนบล็อกนักล่า จะต้องเป๊ยมไปด้วยศรัทธา เพราะแต่ละครั้งโหลดนานเหลือเกิน หรือว่าเพราะเน็ตลุงมันยังกระจอกอยู่ เป็นเน็ตเหมาจ่ายเดือนละห้าร้อยบาท เคยบอกสำนักงาน ทีโอที เขาบอกอยากเร็วเพิ่มอีก ๙๐ บาท แต่ไม่เอาอยากประหยัด

พวกเพลงต่าง ๆ ในบล็อกเลยไม่ค่อยได้ฟังกับเขา ของตัวเองก็ไม่ใส่


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:27:46 น.  

 
เพิ่งมีลุงคนเดียวบอกว่าบล็อกนักล่าฯโหลดนาน

รับไว้พิณานะคะ...อาจจะทำภาพให้เล็กลงอีกหน่อย

หรือไม่อีกที ลุงก็ไปเพิ่มความเร็วของเน็ตลุงเอาเอง ฮ่าๆ

.........

อย่าเพิ่งต๊อแต๊ะนะคะ

วันนี้มาชวนลุงไปลงเรือเที่ยวอีกแระ...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:09:02 น.  

 
ลุงคะ เผื่อไม่ว่างไปบล๊อกหนู หนูก๊อปกลอนที่พี่หมิ้นตอบลุงไว้ มาให้อ่านถึงที่ค่ะ

...ส่งกระเทยมาได้ไงมายอังเคิ้ล
เดี๋ยวโดนเบิ้ลโดนกระหน่ำช้ำอกป๋า
ต้องกินยาหลายโหลโถชะตา
จะนำพาให้เป็นทุกข์สุขไม่นาน

ใครเขาบอกคุณอาว่าหนูโสด
แสนลิงโลดมีปัญญาหาแฟนได้
ถึงเลยวัยไม่อดสูมีคู่ใจ
เอาใจใส่ดูแลแหมน่าชม

หากจะถามธารดาวเขาไม่ตอบ
เพราะเขาชอบเก็บความลับเป็นนิสัย
ถามไปเถิดถามได้ก็ถามไป
เขาตอบได้เพียงแบะแบะแพะยังงง

อาอยากรู้ควรถามนางงามเหนือ
เธอจุนเจือข้อมูลพอกพูนผล
มีอะไรยังไม่รู้ดูกังวล
ถ้าไม่จนปัญญามาตอบเอย

++++++++++++
อ่านแล้วยิ้มเลยค่ะลุง หนูเองไม่มีความสามารถด้านนี้เลย อย่างน้อยๆก็มีพี่หมิ้นกู้หน้ากู้ตานะลุงนะ

พี่หมิ้นเธอเป็นทหารค่ะลุง เพิ่งจะแต่งงานไปหมาดๆ ธารดาวกับหนูเป็นน้อง ที่ห่างชั้นก้นเยอะ แต่ถ้าเป็นเรื่องชีวิตคู่ หนูกับธารดาวนับว่าเป็นพี่ อิๆ พอได้ทีเป็นพี่เขา เราก็ยึดตัวเองว่าเป็นพี่เลี้ยงนางงามซะเลย


โดย: แม่น้องนิก IP: 75.51.85.21 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:0:24:34 น.  

 
วันนี้มาอัพบล๊อคเลยแวะมาหาลุงบูลย์ซะหน่อย
ทิ้งบล๊อคไว้เกือบเดือน เพราะภารกิจที่บ้านวุ่นวายกันเหลือเกินกับฤดูผลไม้
ตกลงปีนี้ลองกองขาดทุนปุ๋ยไป 800 บาท ก้อปุ๋ยกระสอบหนึ่ง
เจอฝนหนักน้ำท่วมตะกั่วป่ารอบที่แล้ว แทนที่ลองกองจะได้ออกหมดสวน เลยต้องค้างเติ่ง จากราคาโลละ 14 บาทขายส่ง ตอนนี้ 5 บาทยังวิ่งหาคนซื้อแทบไม่ได้

เลยต้องตัดแจกกันส่งไปให้เด็กๆ พรรคพวกที่ภูเก็ตเสียกล่องใหญ่ แจกจ่ายจนเหนื่อย

แถมช่วงฝนยาวๆยิ่งป่วนกันทั้งบ้านไม่ต้องได้อยู่เป็นสุข ตาไอไม่สบาย ยายเป็นชิคุนกุนย่า ป้าก็เป็นหวัดถาวรแถมไม่รู้ตัวว่าเป็นชิคุน เหลือแต่ลุงไม่ค่อยจะรู้เรื่องช่วยกันปล้ำหลานแทบตาย

ตกลงเป็นชิคุนกุนย่าประหลาดอยู่คนเดียว คนอื่นเขาเป็น 7 วัน แต่ปลายแปรงเป็นเสียเกือบเดือน ไม่เป็นไข้ แต่เป็นหวัด
และปวดเมื่อยตามตัวอย่างทรมานอยู่เป็นเดือนๆ ยกหลาน อุ้มหลานแต่ละทีร้องโอดโอย
จนกระทั่งอาทิตย์ที่แล้ว ป้าพิศทรุด ก็เลยทรุดบ้าง ผื่นแดงขึ้นตัวลายยังกะตุ๊กแก
แต่หมอบอกว่าถ้าผดแดงออกก็จะหายแล้ว.....แต่ยังไว้ใจไม่ได้
เพราะเชื้อยังอยู่ในตัว และอยู่ในวงจรอีก 3 เดือน
สรุปแล้วตอนนี้ก็ต้องเก็บตัวเป็นนักกีฬาอยู่เช่นเดิม

เป็นช่วงเดือนที่ทรมานตนจริงๆค่ะลุง นึกว่าจะต้องป่วยไข้ไปอย่างถาวรเสียแล้ว
แถวปะทิวคงจะยังไม่ระบาดมาก แต่ระวังเรื่องยุงด้วยนะคะ


โดย: ปลายแปรง วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:16:29:59 น.  

 
ต้นลองกองนี่เผาถ่านได้ไหมพี่ปลายแปรง ไม่่เคยเห็นต้น
แต่เงาะนี่น่าจะได้นะ
ลองๆตัดต้นเงาะแ่ม่สามีเผาถ่านขาย อาจจะเวิร์คกว่า
ลองดูนะ อาจถูกเค้าเฉดออกจากตระกูลภายในบัดนาว!
อิอิ


โดย: ธารดาว IP: 119.31.121.76 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:20:14:48 น.  

 
สวัสดีแม่น้องนิก

ลุงจะตามไปตอบที่บ้านนะ

สวัสดีปลายแปรง

อย่าไปเชื่อตามานะ ของมีขึ้นมีลง ถึงจะถูกแค่ไหน ลุงเองยังอด ไม่ค่อยได้กิน ไม่มีเวลาออกไปซื้อ ชอบผลไม้มาก ๆ เห็นเขาขายแถม ขายแจก สามกิโลยี่สิบ ยังอยากจะให้สามกิโลร้อย สงสารกลัวเขาจะเลิกปลูก คนเกลียดปาล์ม เกลียดพืชเศรษฐกิจ จะอดผลไม้ อย่างนาก็เหมือนกันของป้าไรตอนนี้คิดปลูกปาล์ม อนาคตไทยอาจต้องซื้อข้าวจากจีน ที่มาซื้อนาไทยทำในไทย ฮ่วย ต๊ายเหลี่ยว ๆ ๆ

สวัสดีมานะ

อย่าไปยุปลายแปรงให้โค่นต้นผลไม้เผาถ่านนะ นี่ถ้าลุงยังอยู่อีกสักห้าสิบปี อยากจะปลูกต้นทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกองให้รอบบ้าน จนเหมือนเรือนต้นไม้เลย เพราะปลูกไกลบ้านขี้เกียจเดินไปเก็บ ที่ผ่านมาปล้ำทำแต่ไปทำไกล โดนขัดขวางจนสวนล่มหมด พอจะปลูกใกล้ ๆ บ้านเขาบอกรกไม่ให้ปลูก ตอนนี้ได้แต่แหงนหน้ามองคนบ้านข้าง ๆ ที่เขาปลูกแล้วเราไปขอเขากินที่ละห้าลูกสิบลูก อายจะตายชัก

ทำไมเราไม่คิดว่าปลูกสิ่งกิน กินสิ่งที่ปลูก อย่าไปคิดขาย

นี่เป็นคำที่ในหลวงพูด


โดย: lungboon (pantamuang ) วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:14:36:36 น.  

 
สายัณห์สวัสดีค่ะลุงบูลย์
+------------------------+

นิทานสนุกค่ะ
นำมาดัดแปลงใหม่ ให้เข้ากับยุคสมัย "เด็กไทยไฮเทค"

ตอนนี้สาวบ้านนอกฯ กินผลไม้ที่ปลูกในถิ่นฐานบ้านเกิดค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นลำใย(บ้าน) น้อยหน่า(พื้นเมือง) มะพร้าว(สวน)
อ้อ! แก้วมังกร จากไร่ภูสิงห์ ไร่ของพี่สาวคนโต ค่ะ
ปลูกไว้ราว 50 ต้นค่ะ เก็บทุกสัปดาห์
พอถึง "วันพระ" แม่แบ่งใส่บาตร

ที่บ้านลุงบูลย์มีแก้วมังกรนี่คะ
เคยเห็นเอามาโชว์ (ในบล๊อก) เมื่อปีก่อนโน้นค่ะ


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:21:36:28 น.  

 
ลุงคะ พี่หมิ้นตอบไว้ นำมาให้ลุงอ่านถึงที่ เผื่อเดินทางไกลจะทำให้ลุงเหนื่อยมากกว่าเดินไปกินผลไม้

แม่น้องนิกคะ

ช่วงที่พระกำลังฉันผลไม้ ของหวานพี่เข้าไปคุยกับพระรูปหนึ่ง เลียบ ๆ เคียง ๆ เรื่องรสชาติอาหาร ท่านถามว่าของโยมทำอะไรมา พี่ชี้ไปที่แกงเขียวหวานหมูที่พี่ทำไปโชว์ ท่านตอบตรงไปตรงมาว่าอาตมาฉันไปนิดเดียว ไปเน้นที่แกงส้มเพราะอร่อยดี...555

ขากลับแวะไหว้พระก็คิดถึงแม่น้องนิกนะคะ

เม้นท์ที่ 7 ธารดาวพูดเข้าท่าดีค่ะ

******
ธารดาวคะ

อย่ามาดูถูกพี่นะ ให้ดูผิดไว้ก่อน...555
ห่อหมกเบื่อตรงต้องมากวนปลากับเครื่องแกงและน้ำกะทิ ยิ่งกวนมากยิ่งดีนึ่งออกมาจะหนึบหนับน่าทาน เมื่อก่อนต้องกวนกับหม้อดิน เดี๋ยวนี้คนชอบใช้หม้ออลูมิเนียมแทน

ถึงยังไงก็เปลี่ยนพี่ไม่ได้หร๊อกธารดาวเรื่องปิ่นโตน่ะค่ะ เพราะติดใจซะแล้วอะไรจะง่ายกว่านี้มีไหมคะช่วยแนะนำด้วย...อิอิ

******
ตอบคุณอาบูลย์ด้วยความนับถือค่ะ

คุณอาบูลย์เชิญพักกายให้หายเหนื่อย
หากยังเมื่อยมีสาวมาบีบขาให้
มือนุ่มนุ่มนวดเบาเบาแต่เร้าใจ
มีหม้อไฟพ่วงกับแกล้มแถมเหล้าเบียร์

เรื่องทะเลทั่วไทยใครก็รู้
ของเราสู้ต่างชาติได้ไม่อายเขา
แต่ไม่ชอบอนุรักษ์จักถึงคราว
ชายหาดยาวแต่น้ำเน่าน่าเศร้าจริง

อยากจูงมือคุณอามาท่องเที่ยว
หน้าซีดเซียวจะได้หายกลายเป็นหล่อ
มีสาวสาวนั่งเฝ้าพะเน้าพะนอ
จากสอวอกลายเป็นหนุ่มกระชุ่มกระชวย

อาอย่าเพิ่งหลีกหนีไกลไปโลกหน้า
อามีค่าต้องคงอยู่คู่ศักดิ์ศรี
โชคชะตาอยู่ยั่งยืนถึงหมื่นปี
แสนมั่งมีเงินใช้ไม่หมดเอย


โดย: แม่น้องนิก IP: 76.196.57.15 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:1:57:30 น.  

 
ยกมาจากที่ไปตอบแม่น้องนิก


อยากจูงมือคุณอามาท่องเที่ยว
หน้าซีดเซียวจะได้หายกลายเป็นหล่อ
มีสาวสาวนั่งเฝ้าพะเน้าพะนอ
จากสอวอกลายเป็นหนุ่มกระชุ่ม"กระชวย"

(ขอแก้หน่อยนะจ๊ะ มันจะได้รับกันระหว่างบทต่อบท คำใน "......." คือคำที่แก้อย่าโกรธนะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว)

อาอย่าเพิ่งหลีกหนีไกลไปโลกหน้า
อามีค่าต้องคงอยู่คู่ศักดิ์ "สลวย"
โชคชะตาอยู่ยั่งยืนถึงหมื่น "รวย"
"เพราะโชคช่วย" มีเงินใช้ไม่หมดเอย
.........

ชอบคุณในคำพรว่ากลอนด้น
แต่อาจะพาจนนะหลานเอ้ย
คนแก่แก่แย่หย่อนอ่อนแอเชย
อย่าอยู่นานให้โลกเย้ยเยาะไยไพ

เป็นเต่าต้อยร้อยปีคนยี้แย่...
ถ้าอยู่แก่หมื่นปีบัดสีไฉน
ไดโนเสาร์เต่าล้านปีที่ใครใคร
เปรียบไว้ว่าอยู่ถ่วงความเจริญ

สู้ไปเกิดมาใหม่ให้สวยสะ
เหมือนรถใหม่ใครวะถอยมาเอิ้น
ทันสมัยใหม่หล่อขอเชื้อเชิญ
สาวสะเทิ้นทอดกายชายตามอง

ทั้งเจ้าของและรถยังสดใหม่
เหมือนดอกไม้แมลงพู่เคียงคู่สอง
ร่วมบรรเลงเพลงจินต์กลิ่นละออง
หอมหวนถ้วนทั่วท้องทุ่งมาลี

แต่ถ้าแก่หนังเหี่ยวเสียวสยอง
ต่อให้มีเงินกองก็แค่ผี
ผีคนเป็นเห็นทีไรใจโศกี
อย่าอวยพรแบบนี้นะหลานอา....


.........

หุหุ ไม่ดีหรอก ปล่อยไปตามวัฎแห่งธรรมเถิด สาธุ้....




โดย: lungboon IP: 118.173.120.154 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:13:49:36 น.


โดย: ลุงบูลย์ IP: 118.173.120.154 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:13:51:34 น.  

 
วันก่อนที่ลุงไปเมนต์แล้วโดนแบน

นักล่าฯก็รีบไปปล่อยผ่านตั้งแต่ลุงบอกแล้วนะคะ ...

มะต้องห่วง เมนต์ดีๆ เราไม่ยอมให้ถูกขังคุกแน่ๆ

คนอื่นก็จะได้อ่านด้วย

............

วันนี้มาชวนไปเที่ยวน้ำตกอีกละค่ะ...



โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:17:34:39 น.  

 
เม้นท์ไปตั้งเยอะ เนทเดี้ยงจนได้ เลยเม้นท์ใหม่บอกลุงได้แค่นี้ค่ะ


โดย: แม่น้องนิก IP: 98.149.155.212 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:23:49:00 น.  

 
แหม...มะวานกำลังจิตหงุดเงี้ยวอยู่

ลุงเข้าไปพร้อมกะกลอนน่ารักๆ...ทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้นทันทีค่ะ

กลอนลุงจึงเป็นยารักษาอารมณ์ได้ชะงัด

.............

สบายดีนะคะวันนี้

ถ้าเข้ามา อย่าลืมแวะไปชมน้ำตกนะคะ



โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.8.97.250 วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:16:20:08 น.  

 
สวัสดีในวันใหม่ครับคุณลุงบูลย์

มาส่งข่าวครับ ว่าอัพบล็อกใหม่แล้ว

เป็นเรื่องการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศยุคก่อน

ถ้าว่างขอเชิญนะครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:1:02:15 น.  

 
แวะมาทักทายวันศุกร์ซึ่งฝนตกหนักถล่มทลาย....หวัดจับอีกจนได้

ปีนี้เลยไม่ได้ส่งมังคุด ลองกองทุเรียนไปให้ลุงเลย
ทุเรียนมีน้อย ไม่ได้กวนเลย ของสวนอื่นเขาเยอะอยู่หรอก
ลองกองส่งไปกว่าจะถึงลุงก็คงร่วงเน่าหมดพอดี...ที่สำคัญ
กินมากไม่ได้นะลุง น้ำตาลสูงมาก...ความดันพรุ่งปรี๊ดเลยล่ะ
ถึงไม่มีความดัน ไขมัน เบาหวานก็ยังอันตรายสำหรับผู้สูงอายุ
อ้อ....ลุงไม่ได้สูงอายุนี่เนอะ....แค่ สว. เอง....อิ....อิ

ส่งไปให้ตาอู๊ดกล่องหนึ่งฝากญาติๆเขาไป คงหมดแล้วป่านนี้
ปลายวาก็กลับสู่สภาวะปกติหลังจากหมดผลไม้

ตอนนี้ก็เลยกระเป๋าแฟบตามระเบียบ ฝนตกขนาดนี้..ยางตัดไม่ได้เลย
เฮ้อ.....ตกลงรับรางวัลไม่ไปหรอกค่ะ
ไม่อยากออกหน้า ออกตาไปมากกว่านี้....เหนื่อยใจ


โดย: ปลายแปรง วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:10:40:17 น.  

 
วัดดีตอนเช้าคะ
สบายดีป่าวคะ
ทำงานนักน่าดูนะคะไกล้ถึงวันพ่อเเล้วนะคะ
ก็ขอให้โชคดีนะคะ


โดย: ปรายรุ้ง IP: 118.173.0.102 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:33:09 น.  

 
สวัสดีค่ะ
หนูชื่อมะปราง
ยังไงก็มาทักทาย
บ้างนะคะ


โดย: มะปราง IP: 192.168.1.120, 61.7.177.214 วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:20:46:59 น.  

 
น่าสนุกค่ะขอเอาไปแสดงละครที่โรงเรียนดีกว่านะคะ ขอบคุนคร่าาาา


โดย: woonsennarak IP: 58.8.47.191 วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:22:33:58 น.  

 
สวัสดีครับ คุณลุงเป็นครูหรือครับนี่


โดย: คิมหันต์วิษุวัติ IP: 119.46.227.2 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:39:13 น.  

 
สนุกนะคะแต่ว่ามีคำพูดขอเงินทั้งนั้น


โดย: สุชญา IP: 125.24.40.230 วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:15:44:26 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ ครับ กำลังหาบทละครสร้างสรร
อ่านแล้วคล้ายๆเคยได้ยินมา เพิ่งจะเจอต้นฉบับ
ขออนุญาตนำไปให้เด็กๆ แสดงในวันเด็กนะครับคุณครู

ก่อนจากขอฝากไม้เรียว ไว้ให้คิดถึงสักนิดนะครับ เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้ว

....ลืมไม้เรียวลบหลู่ครูผู้เฒ่า
ว่าโงเขลาเด็กรุ่นใหม่มันไม่สน
หลงลืมไปว่าที่ได้เป็นนายคน
ล้วนเป็นผลที่ได้จากไม้เรียว...





โดย: ครูบ๊วยเค็ม IP: 110.49.225.12 วันที่: 3 มกราคม 2555 เวลา:16:37:22 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ได้บทละครสำหรับให้เด็กๆ เล่นแล้ว ดีใจจังและก็หวังอยากให้เด็กไทย ได้ครูที่ดี มีความรู้ คุณภาพคับแก้ว เพื่อสอนให้เขาเป็นคนดี และเก่ง ในอนาคต หวังให้การศึกษาของไทยก้าวหน้าห่างจากคลองเยอะๆ ขอสรรเสริญครูไทยที่มีหัวใจครูทุกท่านด้วยค่ะ


โดย: น้อยหน่า IP: 125.25.196.237 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:38:21 น.  

 
สนุก


โดย: 12 IP: 27.55.144.169 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:18:47:37 น.  

 
ดี


โดย: หนิงhttp://www.bloggang.com/emo/emo3.gif IP: 27.55.144.169 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:18:49:27 น.  

 
เนื้อหาสอนคติดีมาก ขออนุญาตนำเนื้อหาและรูปภาพเผยแพร่ ให้สาธารณชนรับทราบ เพื่อเป็นวิทยาทานนะครับ


โดย: สุรวัฒน์ IP: 1.179.175.114 วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:15:54:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pantamuang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




ไม่อยู่อย่างอยาก แต่ยังอยากจะอยู่
อยู่อย่างไม่ลำบาก เวลาที่เหลือน้อยรีบสอยรีบคว้า
ก่อนจะหมดเวลาให้สอย

ดวงดาวบนฟ้าก็สอยได้ ถ้ารู้จักต่อด้ามฝันให้ยาวพอ

ฝันถึงไหนก็ได้ มีสิทธิ์ฝัน แต่จะเป็นจริงหรือไม่ช่างฝัน
เพราะสิ่งที่ฝันคือนวนิยาย..

ชีวิตก็คือนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นผู้เขียนและกำกับ.

เริ่ม 9 กันยายน 2550

Friends' blogs
[Add pantamuang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.