...คิดว่ายังมีความหวัง ตราบที่ยังมีลมหายใจ...
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
19 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
แผ่นดินปิศาจ ๓



พ่อวิ่งเข้าไปดูผมตามเข้าไปด้วย เห็นป้าเนื่องหมอตำแยยังนั่งกดท้องแม่อยู่ไปมา เหงื่อออกมาท่วมตามใบหน้าและเนื้อตัวแก จนเสื้อที่แกสวมใส่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ป้าเนื่องหมดหนทางที่จะช่วยแม่



เนื้อตัวของแม่นุ่มนิ่ม เปียกโชกเหมือนใครเอาน้ำมาสาด และมีกลิ่นเหม็นคาว ทั้งแม่และป้าเนื่องอยู่ในอาการคล้ายกัน คือหน้าซีดด้วยกันทั้งคู่ ผิดกันก็แต่ว่า แม่มีอาการหนักแบบคนที่กำลังจะสิ้นใจ ส่วนป้าเนื่องตกใจจนทำอะไรไม่ถูกมากกว่า

อีกครู่ใหญ่ ๆ ต่อมา แม่เหมือนรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ตาลืมขึ้นนิด ๆ มือสองข้างยกขึ้นโบกช้า ๆ เหมือนจะพูดหรือจะบอกอะไรสักอย่าง พ่อเข้าไปจับมือแม่มาแนบแก้มไว้พลางมองสบตา แม่มีอาการสะท้อนเฮือกแล้วก็สงบเงียบ

พ่อตั้งศพแม่ที่บ้าน ๗ วัน มีญาติ ๆ และเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือปลูกโรงยกร้าน ช่วยกันถวายอาหารพระตอนสาย ๆ และกลางคืนมีพระมาสวดทุกคืน

หลังจากเผาศพแม่ ตาบุญชายชราอายุ ๘๐ เศษ เป็นคนเฒ่าคนแก่ที่ยังอยู่และรู้เห็น ความเป็นไปในสวนของพ่อหลายช่วง ที่แต่ละเจ้าของต่างผลัดเปลี่ยนกันมาครอบครองสวน จนท้ายสุดคือพ่อ ตาบุญได้กล่าวแสดงความเสียใจกับพ่อและให้ความเห็นว่า

“พ่อชีพคงเห็นแล้วว่า ในที่สุดสิ่งที่ใคร ๆ เคยหวาดกลัว เคยเชื่อยึดถือและยึดติดกันมานาน มันก็ยังเป็นความจริงอยู่ นี่ถ้าพ่อชีพเชื่อลุงเสียตั้งแต่แรก โดยให้แม่ไพอยู่เสียที่บ้านแม่เพิ่ม แม่ไพอาจจะไม่ต้องมีเคราะห์กรรมอย่างที่เกิดขึ้นนี้ก็ได้”

“ผมขอบใจที่ลุงหวังดีกับเรามาตลอด แต่มันคงเป็นเคราะห์กรรมของผมกับแม่ไพ ที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ จึงทำให้เรื่องต้องเป็นไปเช่นนี้ แต่เรื่องนี้คงจะสิ้นสุดลงที่แม่ไพ ต่อจากนี้คงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำขึ้นอีก…

ผมตัดสินใจว่าจะรื้อเรือนหลังนี้ไปสร้างในที่ใหม่ของพี่ช่วย”
พ่อหมายถึงลุงช่วย พี่ชายของพ่อที่ทำสวนอยู่อีกแปลงหนึ่ง ห่างจากบ้านของเราไปประมาณครึ่งกิโลเมตร

เมื่อสิ้นแม่พ่อก็เหลืออยู่แต่ผมกับน้องสาว พ่ออยากจะให้เราทั้งสองมีอนาคตที่ดี พ่อจึงส่งผมกับน้องสาวไปเรียนหนังสือระดับชั้นมัธยมในตัวจังหวัด

ผมไปเช่าบ้านอยู่รวมกับเพื่อน ๆ ส่วนน้องสาวพ่อพาไปฝากไว้ให้อยู่กับญาติคนหนึ่ง…

น้องสาวผมเรียนจบแค่ชั้น ม.ศ.๓ แล้วก็กลับมาอยู่บ้าน ส่วนผมยังเรียนต่อ ม.ศ.๔, ๕ และ ๖

๕ ปีหลังจากผมออกจากบ้าน พ่อได้พบรักใหม่อีกหน แม่ใหม่ของผมเป็นแม่หม้ายมีลูกติดมา ๑ คน คราวนี้พ่อรื้อบ้านไปอาศัยปลูกใหม่อยู่ในที่ดินของลุงช่วย แต่พาแม่ใหม่กับน้องไปทำสวนในที่เดิม เพราะคิดว่าอาถรรพณ์ต่าง ๆ คงจะไม่ส่งผลมายังภรรยาใหม่ของพ่อ

พ่อมีแม่ใหม่ได้ไม่นาน แม่นิ่มหรือแม่เลี้ยงของผมก็มีท้อง ตอนที่ผมกลับมาเยี่ยมบ้านผมกำลังเรียนชั้น ม.ศ.๕ แม่นิ่มท้องได้ ๕-๖ เดือน เพื่อน ๆ บ้านในละแวกนั้นต่างยังหวั่น ๆ ว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งที่สอง แต่แม่นิ่มก็ไม่หวั่นไหว

แม่นิ่มเป็นอีกคนที่ไม่เชื่อว่า แผ่นดินตรงนั้นมีอาถรรพณ์ แม่นิ่มเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่แล้ว ๆ มาเป็นเรื่องบังเอิญ

แม่นิ่มได้เข้ามาช่วยในการทำสวนของพ่ออย่างเต็มกำลัง ทำให้ครอบครัวของพ่อกับแม่นิ่มมีฐานะที่จัดว่า ค่อนข้างดี พ่อจึงมีเงินส่งให้ผมเรียนได้ไม่อั้น

ผมมีเสื้อผ้าดี ๆ สวมใส่ มีรถจักรยานยี่ห้อราเลท์ขี่ ซึ่งเป็นพาหนะที่บรรดาลูกคนมีเงินเท่านั้น ที่ได้ใช้กันในสมัยนั้น ส่วนรถจักรยานยนต์ยังไม่ค่อยมีใครใช้ เพราะรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก แบบที่ใช้กันในสมัยปัจจุบันยังไม่มีการผลิตออกมาขาย ผมมีเงินจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างฟุ่มเฟือย แต่ผมก็ไม่เคยเสียหายในด้านการเรียนหรือความประพฤติ เพราะผมเรียนและสอบได้ลำดับที่ดี ๆ มาตลอด

อีก ๒ เดือนต่อมาผมมาบ้านอีกครั้ง ตอนนั้นอยู่ในระหว่างปิดภาคเรียน แม่นิ่มแม่ใหม่ของผมท้องได้ ๘ เดือน ท้องของแม่นิ่มไม่โตนัก แต่คืนหนึ่งแม่นิ่มก็เจ็บท้องขึ้นมา และมีอาการเหมือนอยากจะคลอดขึ้นมาอย่างกระทันหัน พ่อต้องรีบไปตามยายจาดหมอตำแยอีกคน มาเพื่อทำคลอดให้แม่นิ่ม

แม่นิ่มเจ็บท้องอยู่ ๑ คืน เช้าขึ้นก็ยังไม่ยอมคลอด แต่เจ็บท้องต่อไปอีกหนึ่งวันคือเจ็บอยู่ ๑ วันกับ ๑ คืน แล้วแม่นิ่มก็ตายไปพร้อมกับน้องในท้อง

พ่อเสียใจอย่างหนัก แม่นิ่มจะตายเพราะเหตุบังเอิญหรือสิ่งอาถรรพณ์ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ แต่ใครๆ โดยเฉพาะตาบุญลงความเห็นว่า
“เฮ้อ ในที่สุดแม่นิ่มก็มาตายไปอีกคนจนได้ เพราะไปยุ่งกับแผ่นดินปีศาจ ฉันบอกแล้วไม่เชื่อ”

“ก็ไหนพระยังบอกว่า ถ้าผมรื้อบ้านไปจากที่ตรงนั้นแล้ว ทุกคนจะปลอดภัยยังไงล่ะ ทำไมอาถรรพณ์บ้า ๆ มันจึงไม่หมดเสียที” พ่อพูดอย่างพาล ๆ และฉุนทั้งพระ ทั้งลุงบุญและคนที่มาทำให้แม่นิ่มตาย

“นางทองอยู่มันหวงพ่อชีพไม่อยากให้ใครแตะต้อง ถ้าจะให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัยพ่อชีพจะต้องไม่เอาใครมาเป็นเมียอีก เพราะถ้าพ่อชีพมีเมีย เมียพ่อชีพมีท้องเมื่อไร แม่ทองอยู่มันจะเข้าไปหักคอลูกในท้องตายหมด” ตาบุญพูด



“ถ้างั้น ตลอดชีวิตนี้ผมก็มีเมียไม่ได้อีกเลยละซี แล้วผมจะอยู่ยังไง ผมคนน่ะไม่ใช่พระ” พ่อโวยวาย

“แกมีเมียได้ แต่ให้มีลูกไม่ได้” ตาบุญพูดแล้วหัวเราะ
“งั้นผมจะมีเมียอีก แต่คราวนี้จะให้เขาทำหมัน ดีเหมือนกันลูกเลิกไม่ต้องเอา” พ่อพูดเหมือนประชดแต่ไม่รู้ว่าประชดใคร

พ่อยังมีอายุแค่สี่สิบกว่า ๆ พ่อเสียเมียคนแรกคือแม่ไปตอนแม่อายุ ๓๖ และพ่ออายุ ๔๐ พออีก ๒ ปีต่อมาพ่อมีเมียใหม่คือแม่นิ่ม อายุแค่ ๓๕ แม่นิ่มก็ตายอีก

พ่อจึงลงมือจีบดะ ทั้งสาวแก่แม่หม้ายไปตามเรื่องตามราวของพ่ออีกครั้ง เช่น จีบแม่ค้าตามงานวัดบ้าง ตามร้านอาหารบ้าง อาศัยที่ว่าพ่อมีสวนยางจึงมีเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แบบอาเสี่ยสวนยาง ในที่สุดพ่อจึงไปเจอแม่ม่ายในงานฝังลูกนิมิต ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอทุ่งสง แม่หม้ายคนนี้มีลูกติดมาด้วย ๑ คน

แม่ใหม่ของผมคนนี้ชื่อนิด เป็นคนที่จัดว่าสวยกว่าเมียทุกคนของพ่อ แต่แปลกที่ว่าแม่นิดเคยมีสามีก่อนพ่อมาแล้ว ๒ คน และสามีของแม่นิดถูกคนฆ่าตายทั้ง ๒ คน

พ่อรักแม่นิดไม่น้อย จึงกลัวประวัติจะซ้ำรอยเพราะถ้าแม่นิดตายลงอีกคน หลังจากมาเป็นเมียของพ่อไม่ว่าจะกรณีใด พ่อคงจะหาเมียไม่ได้อีกเพราะคงจะไม่มีใครกล้าเอาพ่อ

ก่อนที่พ่อจะได้แม่นิดมาเป็นเมียคนที่ ๓ นั้น ในท้องถิ่นบ้านช้างกลาง ฉวาง หรือจันดีไม่มีใครกล้าเอาพ่ออีกแล้ว เพราะเขากลัวแม่ทองอยู่จะเล่นงานถึงตายอีก และนิยายชีวิตครอบครัวของพ่อ กลายเป็นเรื่องที่มีผู้คนนำไปเล่าขยายและแต่งเสริมเติมต่อ

แม่นิดความจริงก็ไม่น่าจะกล้าเอาพ่อเป็นสามี หากเชื่ออย่างที่ชาวบ้านว่า เพราะแม่นิดก็สืบจนรู้ว่าพ่อมีความเป็นมาอย่างไร เมียพ่อตายเพราะคลอดลูกติดมากี่คน รวมไปถึงพฤติการณ์ของนางทองอยู่ปิศาจร้าย ที่สิงสู่อยู่ที่ต้นทุเรียน ที่เล่ากันว่าเคยเป็นเมียพ่อมาแต่ชาติกาลก่อน และนางทองอยู่ยังคอยหึงหวงพ่อจนฆ่าเมียพ่อไปแล้วถึง ๒ คน รวมทั้งฆ่าผู้หญิงทุกคนที่มาตั้งท้องคลอดลูกในที่สวนของนาง


แต่เพราะแม่นิดก็กำลังถูกใคร ๆ หาว่า “กินผัว” เป็นผู้หญิงอุบาทว์ที่หากใครมาเป็นสามี สามีจะถูกเขาฆ่าตายทุกรายไป และที่ว่านั้นก็แค่สามีที่เป็นตัวเป็นตนเท่านั้นซึ่งตายมาแล้ว ๒ คน แต่ที่มาใกล้ชิดติดพันยังไม่ทันได้ร่วมหอลงโรงอีกเล่า ก็ตายไปอีกราวสามหรือสี่คน จนหนุ่ม ๆ และไม่หนุ่มคือยอมรับว่าแก่ ต่างเข็ดขยาดไม่กล้าแม้แต่จะไปเกาะแกะ


เมื่อพ่อก็รู้เบื้องหลังของแม่นิด แม่นิดก็รู้เบื้องหลังของพ่อ ต่างคนจึงต่างถือว่า “ตนมีดี” ก็อยากจะลองวัดดวงกันดู หรือหากจะว่าไปอีกทีก็คือดวงของคนทั้งสองต่าง “สมพงษ์กัน”

ผมเดาเอาว่าพ่อนั้น มีความเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่าแม่ทองอยู่ไม่มีวันที่จะทำอันตรายพ่อ เพราะเธอรักพ่อและเมื่อรักก็คงจะคอยปกป้อง ไม่ให้พ่อเป็นอันตรายจากผู้ที่จะมาทำร้าย นางทองอยู่จะมาทำร้ายก็แต่เฉพาะผู้หญิงที่จะมามีลูกกับพ่อ หรือมามีลูกเกิดในที่ดินของเธอเท่านั้น


ส่วนแม่นิดก็คงจะเชื่อว่า เธอดวงแรงกว่าผัว ผัวตายมาแล้วสอง คนที่มาชอบเธอตายไปแล้วสามหรือสี่ไม่แน่ใจ เธอจึงอยากจะลองดีว่าใครจะอยู่ใครจะไป ถ้าเธอจะต้องตายไปอีกคนก็ถือเสียว่าเป็นกรรม จึงไม่คิดกลัวอะไร

ทว่าพ่อรักแม่นิดมาก หลังจากได้ตกลงมาอยู่กินกันเรียบร้อย พ่อกลัวว่าแม่นิดจะเป็นอะไรไปอีกหากยังไปยุ่งเกี่ยวกับ “แผ่นดินปิศาจ” คราวนี้พ่อจึงไม่ยอมพาแม่นิดไปยุ่งเกี่ยวในผืนดินผืนนั้น พ่อไปซื้อที่ดินอีกแปลงอยู่คนละตำบลไกลออกไป และพ่อมอบที่ดินแปลงที่เคยอยู่ให้ชวนชม น้องสาวของผมซึ่งแต่งงานแล้วและมีลูก ๑ คนเป็นผู้หญิง ให้เป็นเจ้าของครอบครองดูแลต่อไป



ชวนชมไม่ได้มาเกี่ยวข้องอะไรกับที่ดินของพ่อในตอนแรก เธอแต่งงานมีสามีอยู่อีกตำบลหนึ่ง แต่เมื่อพ่อมอบที่สวนให้ เป็นสวนยางพารา มีผลไม้ที่ทำรายได้ให้ปีละมากมาย สุทัศน์น้องเขยของผมก็ดีใจ แต่ขณะเดียวกันก็กลัวว่าเมียของเขาหรือน้องสาวของผมจะตายไปอีก ในตอนที่มีท้องหรือจะคลอดลูกคนใหม่

เพื่อป้องกันเหตุร้ายเสียแต่ต้นลม สุทัศน์จึงได้พาชวนชมไปทำหมันแห้งป้องกันไม่ให้มีลูกอีก ที่โรงพยาบาลในเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการทำหมันฟรี เพราะช่วงต่อมาเป็นช่วงที่มีการเชิญชวนให้ผู้คนทั้งประเทศมีลูกเพียงคน หรือสองคนกันอยู่พอดี


สุทัศน์กับชวนชมเข้าดำเนินกิจการสวนของพ่ออย่างได้ผล เพราะไม่กังวลเรื่องใครจะเจ็บ ใครจะตายอย่างครั้งที่พ่อทำ สวนยางพาราและสวนผลไม้ จึงทำรายได้ให้ชวนชมกับสุทัศน์มากมาย

แต่พ่อกับแม่นิดเริ่มมีปัญหาทางการเงิน เพราะสวนที่ไปสร้างใหม่ยังไม่ได้ผล รายรับน้อยแต่รายจ่ายมาก โดยเฉพาะผมซึ่งกำลังเรียน ม.ศ.๖ และกำลังอยากจะสมัครสอบเรียนครูต่อ

ตอนที่พ่อทำสวนแปลงเดิม ถึงจะมีรายจ่ายมากเพราะแม่เจ็บ แม่ใหม่ก็ตายแต่พ่อก็ยังสามารถส่งให้ผมเรียนได้ บางช่วงที่แม่นิ่มหรือแม่คนที่สองยังไม่ท้อง ผมมีเงินจ่ายฟุ่มเฟือย มาตอนนี้ผมต้องมาขอเงินจากน้องสาวไปใช้ แต่จะขอบ่อย ๆ ขอมาก ๆ ก็เกรงใจน้องเขย เพราะผมก็โตแล้วอายุก็พอ ๆ กับน้องเขย

พ่อตัดสินใจแบบฉับพลัน… ให้ผมหยุดเรียน แล้วให้มาอยู่สวนใหม่เพื่อช่วยงานพ่อ แต่ผมไม่ชอบสวน ผมอยากทำงานสบาย ๆ เช่นเป็นช่าง หรือเป็นข้าราชการ ผมเคยหนีพ่อแอบไปสมัครสอบเข้าโรงเรียนเทคนิคที่สงขลา แต่โชคชะตาของผมจะไม่ได้เป็นช่าง จึงทำให้ผมสอบเข้าไม่ได้ ผมกลับมาบ้านจำใจทำสวนอยู่กับพ่อต่อไป

ดวงชะตาของคนเรา… ผมหมายถึงครอบครัวใหม่ของพ่อและผม กับลูกสาวติดแม่เลี้ยงมาอีก ๒ คน(ลูกของแม่นิ่ม ๑ คน)ยิ่งยากจนลงเรื่อย ๆ จนแทบจะไม่มีอะไรกินเข้าไปในแต่ละวัน เป็นตอนที่พ่อมีดวงชะตาตกต่ำที่สุด ถ้าเทียบกับทุก ๆ ช่วงชีวิตที่ผ่านมา



อันที่จริงสวนแปลงอาถรรพณ์ – แผ่นดินปิศาจ พ่อก็ยังไม่ได้มอบสิทธิ์ขาดให้น้องสาวกับน้องเขย เพียงแต่ให้ไปทำไปดูแล แต่พ่อก็ไม่กล้าที่จะไปรบกวนขอเงินจากน้องสาวและน้องเขย ซึ่งตอนนั้นราคายางกำลังดี พืชผักผลไม้ก็ขายได้ราคา พ่อรักศักดิ์ศรีของพ่อ คือ ไม่ไปขอลูกกิน
ผมเองก็รักศักดิ์ศรีของความเป็นพี่ ตั้งใจว่า จะไม่ยอมโซซัดโซเซไปอาศัยพึ่งพาน้องสาวเป็นอันขาด



ผมกำลังมองหาว่า จะมีที่ไหนสักแห่งที่ผมจะนำความรู้ระดับ ม.ศ.๖(การช่าง) ของผมไปใช้ทำมาหากินได้บ้าง พอดีมีเพื่อนฝูงในหมู่บ้านสี่ห้าคน มาชวนไปหางานทำที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นเพื่อน ๆ ที่เคยเรียนจบ ม.ศ.๖ การช่างที่นครศรีธรรมราชมาด้วยกัน

เพื่อนบอกว่า เพื่อนอีกคนที่ทำอยู่ติดต่อมา เขาให้ราคาค่าจ้างแพง
ผมตัดสินใจหนีพ่อไปโดยไม่ได้บอกพ่อ เพราะเคยไปปรึกษาพ่อเรื่องว่าจะไปหางานทำ พ่อไม่ให้ไป ขณะที่ผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่า อยู่ไปยิ่งมีแต่ยากจนไม่มีอะไรดี ยางพาราที่ปลูกก็โตช้า ผลไม้ที่ปลูกก็อีกนานกว่าจะได้ผล ดินหรือก็ดีสู้ที่เดิม ที่แผ่นดินอาถรรพณ์ หรือแผ่นดินปิศาจไม่ได้



ผมไปได้งานเป็นช่างต่อตัวถังรถอยู่ที่อู่ต่อตัวถังรถบัส ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีเพื่อนที่ไปด้วยกันมีกิจจำเป็นต้องกลับไปที่อำเภอฉวาง แล้วกลับมาบ้านโป่งมาเล่าให้ผมฟังว่า พ่อเที่ยวตามหาผมหลายแห่ง เขาสงสารแต่ไม่กล้าบอก เขามาบอกให้ผมส่งข่าวถึงพ่อบ้าง ผมไม่ยอมส่งข่าวเพราะกลัวพ่อจะมาตามตัวผมกลับไปทำสวน



ผมไม่ชอบทำสวนและผมคงจะเป็นบ้าแน่ ๆ ถ้าต้องกลับไปอยู่แบบสภาพเดิมๆ อีก และพ่อไม่มีวันที่จะตามผมพบหากผมไม่ส่งข่าวไปถึง
ผมมาทราบทีหลังว่า พ่อเที่ยวตามหาผมจนอ่อนใจ ในที่สุดก็เลิกตามหา และเรื่องต่อไปนี้ก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากผมหนีพ่อมาแล้ว…(พ่อเล่าให้ฟัง)

ขณะที่พ่อกำลังทุกข์ทนลำบากอยู่กับทั้งเรื่องของผม และความลำบากยากจน คืนหนึ่งแม่นิดก็ลุกขึ้นนั่งตัวสั่นผับ ๆ และทำตาขวาง เสียงพูดก็แหบห้าวผิดไปจากเดิม พ่อรู้ได้ในทันทีว่าแม่นิดมีวิญญาณอื่นมาเข้าสิง

“แกเป็นใคร” พ่อถาม

“ฉันชื่อทองอยู่ เคยเป็นเมียพี่ไง” เสียงจากร่างของแม่นิดตอบ แต่เสียงไม่ใช่แม่นิด

“มาทำไมอีก ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรจะยุ่งเกี่ยวกับเธอแล้วนี่ ยังจะตามมาลงโทษกันไปถึงไหน” พ่อต่อว่า

“ไม่ได้ตามมาลงโทษ ฉันรักพี่ เป็นห่วงพี่ ฉันตามมาเยี่ยม พี่ลำบากมากไม่ใช่หรือตอนนี้” แม่นิดยิ้มเล็กน้อยขณะถาม

“มาเยาะเย้ยกันหรือไง เพราะเธอฉันจึงต้องตกระกำลำบาก จะมีเมียสักคนก็ต้องเที่ยวระหกระเหินหนีแก เมื่อไรแกจะเลิกจองเวรฉันเสียที”

“ไม่ได้มาเยาะเย้ย แต่จะมาช่วย ช่วยไม่ให้พี่ลำบากน่ะ”

“จะช่วยยังไงก็ช่วยซี นี่จะอดตายอยู่แล้ว ลูกชายก็หนี เพราะมันทนอยู่อย่างยากจนข้นแค้นไม่ไหว”

“สมโชคหรือ”



“จะใครเสียอีกล่ะ ฉันมีลูกชายอยู่คนเดียว หวังจะได้พึงพาฝากผีฝากไข้ แกก็มาทำให้ฉันบ้านแตกระส่ำระสาย บาปมากนะแก” พ่อได้โอกาสต่อว่า

“สมโชคมันไปดี ไม่ได้ไปเกเรเกตุงที่ไหน ตอนนี้มันทำงานมีรายได้พอเลี้ยงตัว ไม่ต้องห่วงมันหรอก”

“ไอ้โชคมันไปทำงานที่ไหน” พ่อตาลุกวาวด้วยความดีใจที่ทราบข่าวของผม

“ทางเหนือจากนี่ขึ้นไป ไกลหน่อย ฉันไม่รู้ว่าที่นั่นเขาเรียกอะไร แต่มันไปทำงานเป็นช่างต่อตัวถังรถเมล์ รถประจำทางอะไรนี่แหละ รถคันโต ๆ น่ะ”

“แกอยู่ยังไงถึงไม่รู้จักว่าที่นั่นเป็นที่ไหน บอกซีฉันจะได้ไปตามลูกชายกลับ”

“ขอโทษเถอะ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาเรียกที่นั่นว่าอะไร ก็ฉันเกิดตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่ตั้งเมือง ตั้งตำบล สมัยของฉันบ้านเมืองมันกว้าง มีเมืองอยู่ไม่กี่เมือง”

“เป็นผีไม่อยู่ส่วนผี เสือกมายุ่งเรื่องของคน” พ่อถือโอกาสด่าอีกหน

“ใครว่าฉันเป็นผี ฉันไม่ใช่ผี ฉันเป็นเจ้าที่ เป็นเทพ ฉันจะให้คุณสำหรับคนที่นับถือฉันรักฉัน ฉันจะให้ร้ายก็ต่อเมื่อคน ๆ นั้น เป็นศัตรู และไม่นับถือฉัน”

“แต่แกฆ่าผู้หญิงท้องแก่มานับร้อย เมียฉันอีกสอง แกบาปอย่างมหันต์ แกต้องตกนรกหลายพันชาติแน่ ๆ” พ่อด่าต่อ

“ใครว่าฉันฆ่า ฉันไม่ได้ฆ่า”

“อ้าว ก็ไหนแกเคยเข้าฝันแม่ไพเขาว่า ใครจะมาคลอดลูกในที่ดินผืนนั้นไม่ได้ รกจะต้องติดจะต้องตายทุกคน เพราะแกเข้าไปหักคอลูกเขา ชาวบ้านที่นั่นเขาก็พูดอย่างนั้นทุกคน”

“ไม่ใช่ฉัน พวกเขาเข้าใจผิด ฉันไม่เคยให้ร้ายกับใครขนาดนั้น อย่างมากก็แค่ไปหยอกเล่น เช่นที่ฉันเคยไปชวนแม่ไพเมียพี่มาผูกเปล ส่วนเรื่องที่เธอและใคร ๆ ตายฉันไม่ได้เป็นคนทำ”

“งั้นใครทำ”

“ที่นั่นฝังอาถรรพณ์อุบาทว์ไว้ ตั้งแต่สมัยที่พี่เพิ่งจะเลิกกับฉันนั่นแหละ เป็นของพวกหมอจับช้างป่า พอพี่เลิกคล้องช้างเพื่อพาแม่ไพหนีฉัน คนอื่นเขาก็โกรธพี่แทนฉันเพราะเขาสงสารฉัน แล้วเขาก็แกล้งพี่ โดยแอบไปฝังอาถรรพณ์ที่เคยใช้จับช้าง ไว้ตรงใต้ถุนบ้านที่พี่ไปสร้าง พี่ทำไม่ถูกเองต่างหาก พี่น่าจะถาม ‘เจ้าที่’ อย่างฉันสักคำก่อนจะปลูกบ้าน” ร่างทรงพูดแล้วหัวเราะ


“แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก มาบอกตอนนี้ได้อะไร” พ่อตะคอก แล้วถอนใจแรง ๆ

“ก็พี่ไม่รักและไม่นับถือฉันนี่ พี่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง เจ้าโทง เจ้าที่ พี่ไม่แยแสฉันแม้ฉันจะไปเข้าฝันบอกพี่ก็ไม่เชื่อฉัน แถมดันทุรังฉันก็เลยหมั่นไส้ ปล่อยให้ตาย ๆ กันไปสะใจดี อีกอย่างเพราะทุกคนต่างมาแย่งพี่คนที่ฉันรักไปจากฉัน” แล้วร่างที่สิงอยู่ในแม่นิดก็หัวเราะอีก

“แล้วตกลงว่า ที่มานี่มาทำไม” พ่อถามสะบัด ๆ และค้อนให้ร่างทรง

“ก็มาช่วยพี่ไง ช่วยจริง ๆ นะคราวนี้ ทองอยู่สงสารพี่”

“งั้น ก็รีบช่วยเร็ว ๆ ซี ช่วยบอกหวยแม่น ๆ ให้ถูกสักสามสี่งวดก็พอ ฉันจะได้สร้างศาลสวย ๆ ให้อยู่ เธอจะได้เลิกอยู่ต้นทุเรียนเสียที”

“บ้า หวยเขาออกที่บางกอก ฉันอยู่ที่นี่จะไปรู้ไปเห็นอะไร ฉันบอกไม่ได้หรอก” ร่างของแม่นิดหัวเราะเสียงแหลม

“อ้าว แล้วที่เขาบอก ๆ กันอยู่นั่นล่ะ เห็นมีคนถูกรวยกันบ่อย พวกที่บอกนั่นเป็นผีชั้นไหน”

“พวกผีชั้นสวะ มันบอกส่ง ๆ แต่คนแทงมีโชคจึงถูก คนมีโชคถึงไม่มีใครบอกเขาก็จะได้อยู่แล้ว มันเป็นไปตามกรรมตามวาระของเขา”

“หมายความว่าคนถ้าจะมีโชคมีลาภมันก็จะมีมาเอง ไม่ต้องไปขวนขวาย”

“ใช่”

“ตกลงเธอเป็นผีชั้นไหน”

“บอกแล้วไง ว่าไม่ใช่ผี ฉันเป็นเทพ”

“เอา เทพก็เทพ หมายความว่าเป็นเทพจึงจะบอกหวยได้”

“เทพบางระดับก็ยังบอกไม่ได้”

“แล้วใครล่ะที่บอกได้”

“พระสงฆ์ที่มีอภิญญา เพราะท่านนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกับเทพชั้นสูงได้ แต่ท่านไม่บอกใครหรอกเพราะบอกแล้วเป็นบาป เหมือนยักยอกเงินของฝ่ายหนึ่งไปมอบให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งผิดศีลข้อห้าของพระพุทธเจ้า ทั้งพระสงฆ์และเทพเทวดาชั้นสูงท่านจะไม่ยอมทำผิดศีล เพราะมันจะไปทำให้ฌาณของท่านเสื่อม”



“แล้วตกลงจะช่วยฉันได้ยังไงนี่ ในเมื่อบอกหวยก็ไม่ได้”

“ฉันจะมาชวนพี่กลับไปอยู่ในที่เดิมของเรา ฉันจะช่วยคุ้มครองให้ ฉันรักพี่อยากให้พี่ไปอยู่ใกล้ ๆ”

“ไปให้โง่เหรอ เมียฉันตายมาสองคนแล้ว จะให้ตายอีกเท่าไหร่”

“ฉันบอกแล้วไงว่าทุกคนตายเพราะอาถรรพณ์ที่หมอช้างฝังไว้ พี่ไม่เชื่อไปขุดดูก็ได้ ไปขุดออกมาเผาทำลายซะเรื่องก็จบ ฉันจะชี้ที่ให้ขุด คราวนี้ถ้าพี่ไปแล้วทำตามที่ฉันบอก รับรองไม่มีใครตายอีก นอกจากตายแก่ตายเฒ่าธรรมดา ๆ”

“แต่ฉันมอบที่ตรงนั้นให้ลูกสาวกับลูกเขยดูแลแทนไปแล้ว ถ้าจะกลับไปเอาอีกฉันอายลูก”

“ลูกสาวกับลูกเขยของพี่ เพียงแต่ดูแลและเก็บผลที่พี่เคยทำ เคยปลูกไว้เท่านั้น เขาไม่ได้สร้างไม่ได้บุกเบิกออกไปอีกเลย ถ้าพี่จะยกที่ตรงนั้นให้ลูกสาวกับลูกเขย ก็ยกให้เขาไป แต่ที่ข้าง ๆ ยังมีอยู่อีกเยอะ พี่ก็บุกเบิกต่อไปทางด้านที่ติดกับภูเขาซี พี่ไปทำได้สบาย ดินตรงนั้นดีกว่าที่นี่นะพี่ พี่ปล่อยที่นี่เอาไว้ก่อน ที่นี่ไม่เจริญหรอกดินก็ไม่ดี”



พ่อจึงกลับมาที่สวนเดิมและบอกน้องสาวกับน้องเขยของผมว่า
“พ่อเห็นที่ข้าง ๆ ยังว่างอยู่อีกมาก พ่อจะมาบุกเบิกที่ที่นี่ออกไปอีก ที่โน่นที่พ่อไปอยู่ไม่ไหวว่ะ ดินแย่มากปลูกอะไรลงไปก็โตช้า ไม่เหมือนที่นี่ มึงสองคนคงไม่ว่านะถ้า…

"พ่อจะมาสร้างที่ใหม่ต่อจากที่ ๆ มึงสองคนทำอยู่ให้กว้างออกไปอีก แต่ที่ ๆ มึงทั้งสองคนดูแลอยู่พ่อให้มึงดูแลเก็บผลต่อไป”

“พอดีเลยพ่อ เราก็กำลังคิดอยู่กันว่า จะคืนที่ตรงนี้ให้พ่อกับพี่โชค เพราะได้ข่าวว่าตอนนี้พ่อลำบาก อีกอย่างพี่ทัศน์แกก็จะไปดูแลที่สวนที่จันดี เพราะสวนของพ่อพี่ทัศน์ที่จันดี ไม่มีใครช่วยดูแล…”



“แต่ไหน ๆ พ่อก็ได้มอบที่ตรงนี้ให้มึงกับผัวดูแลมาแล้ว งั้นเอางี้ พ่อขอมาเก็บทุเรียน มังคุด กับกรีดยางเองทำเองสักครึ่ง พอให้ได้เป็นทุนบุกเบิกที่ข้าง ๆ ต่อไป มึงคงจะไม่ว่านะเพราะพ่อไปทำที่โน่นมันลำบากมาก ไม่มีอะไรกินกันแล้วจริง ๆ”

“ได้เลยพ่อ หนูกับพี่ทัศน์ไม่ขัดข้อง พ่อจะแบ่งไปทำมากน้อยเท่าใดก็ได้ เพราะที่ผ่านมาหนูกับพี่ทัศน์ก็ได้มามากอยู่แล้ว”



พ่อได้ไปขอให้ร่างทรงชาวบ้าน ที่เป็นร่างทรงอาชีพมาช่วยเป็นร่างทรงให้แม่ทองอยู่ และเพื่อเชิญแม่ทองอยู่มาเข้าทรง ตอนนี้ผมต้องเรียกนางว่าแม่อีกคนเพราะท่านมีบุญคุณกับครอบครัวเรา แม่ทองอยู่ได้ชี้แนะที่ใหม่ให้พ่อปลูกบ้าน

ส่วนที่ใต้ถุนเรือนเก่าแม่ทองอยู่ได้นำรางทรงไปชี้ให้ชาวบ้านขุด ขุดไปได้ไม่ลึกนักก็พบไหโบราณ ขวดและเหรียญต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่อยู่ในไหและในขวดเป็นผงสีคล้ำ ๆ ที่กลมกลืนกับดิน

ร่างทรงสั่งไม่ให้ใครแตะต้องสิ่งอาถรรพณ์นั้นด้วยมือ แต่ให้ขุดใส่ข้างกระสอบที่นำมาปูข้างหลุม แล้วมัดห่อนำไปเผาไฟ พร้อมอธิบายว่า ไฟสามารถทำลายล้างได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าอาถรรพณ์จะร้ายแรงเพียงใด


ขณะที่พ่อย้ายจากสวนใหม่กลับไปอยู่ในสวนเดิม คืนหนึ่งผมฝันว่า มีผู้หญิงแต่งกายชุดไทยโบราณ นุ่งผ้าโสร่งสีน้ำตาลแดง ห่มสไบสีเขียวยอดตองมาหาผมที่บ้านโป่ง ถึงในห้องพักที่ผมทำงาน และเธอพูดกับผมว่า



“กลับบ้านเถอะลูก พ่อเป็นห่วง ทางบ้านตอนนี้สบายแล้ว ไม่มีสิ่งชั่วร้าย จะไม่มีใครเจ็บใครตายในที่นั้นอีกต่อไป ถ้าลูกกลับไปคราวนี้ ลูกปรารถนาอะไรก็จะได้ตามที่ปรารถนา”

ร่างในฝันกล่าวจบก็หายวับไป


00000




Create Date : 19 มีนาคม 2554
Last Update : 22 มีนาคม 2554 15:48:18 น. 15 comments
Counter : 2474 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณลุงดีใจจังที่กลับมาทันอ่าน กลัวคุณลุงจะเปลี่ยนตอนซะแล้ว และเล็กขอขอบคุณคุณลุงสำหรับคำอวยพรที่หนูช๊อบชอบมากๆค่ะ ช่วงนี้ไม่มีเวลาเปิดคอมเลย เพราะยุ่งๆเรื่องย้ายของ เข้าบ้านใหม่และจัดของซื้อของเข้าบ้าน นอนหลังเที่ยงคืนมา 2 วันแล้วค่ะ เล็กยังคิดถึงและติดตามผลงานของคุณลุงอยู่นะคะ เดี๋ยวขอตัวแวะไปบ้านคนอื่นในบล็อกก่อนนะคะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:13:01:40 น.  

 
สายัณห์สวัสดีค่ะลุงบูลย์
+==============================+

เนื้อหา & สาระในตอนนี้ มีความเชื่อเหนือเหตุผล
หากสามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดความศรัทธาต่อสิ่งลี้ลับได้

เพิ่งมีเวลามาทักทาย & อ่านเอาเรื่องค่ะ
เพราะเดินทางไป ตจว. 2 วัน (จ.อุบลฯ)
ไปร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งของหลานชาย
พอกลับถึงบ้านนอก ต้องปรับเปลี่ยนอารมณ์อย่างเฉียบพลันทันใด
เพื่อไปร่วมแสดงความอาลัยให้เพื่อน(ร่วมรุ่นมัธยม)ที่เสียชีวิตค่ะ

"ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน
และไม่มีความแน่นอน ในความไม่แน่นอน"


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:22:28:36 น.  

 
ไม่ได้มาทักทายนานเลย
เดี๋ยวขออ่านรวบยอดสองตอนเลยนะคะ


โดย: seton วันที่: 21 มีนาคม 2554 เวลา:19:35:51 น.  

 
ลุงจ๋า

ตัวหนังสือทึบๆสีดำ อ่านยากจังเลยค่ะ

มาสองรอบแล้ว ยังอ่านบ่จบ

ปวดตา ตาลาย เอ๊ะ หรือวัยเรามันเสื่อมจริงๆ


ไม่รู้ลุงจะหาว่าเรื่องมากป่าว

แต่ขอเป็นตัวแบบตอนที่แล้วได้เปล่าคะ

ด้วยความเคารพคับผม...


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 27.130.165.242 วันที่: 21 มีนาคม 2554 เวลา:20:36:10 น.  

 
เข้าว่าแม่ทองอยู่เป็นผีสาวซาดิส อยู่นาน ที่แท้เป็นผีชั้นเทพนี้เอง
น่าจะ คุยกันดีๆ ตั่งแต่แรก จะได้ช่วยกันทำกิน รวยๆๆ กันไป
สนุกคะอาจารย์


โดย: seton วันที่: 21 มีนาคม 2554 เวลา:22:43:20 น.  

 
เรื่องนี้ เขียนจากเรื่องจริงของ อาจารย์ สมโชค จิตตะ อดีต อาจารย์โรงเรียนวัดแากด่าน อ.ปะทิว ชุมพร

ท่านเล่าให้ฟังเมื่อปี ๒๕๓๕ ขณะไปอบรมครูสอนคณิตศาสตร์ด้วยกันที่ ม.ราชภัฏ สุราษฎร์ธานี ตอนนั้นยังเป็นวิทยาลัยครู ตอนนั้นไปไหนผมเอาพิมพ์ดีดติดรถไปด้วย ขนาดพักกลางวันระหว่างอบรมผมนั่งรัวพิมพ์ดีดไม่หยุด ตอนเย็นเลิกอบรมก็ไปนั่งรัวต่อ เป็นชีวิตช่วงกลาง ๆ ที่มีความสุขมาก

เคยตีพิมพ์ในนิตยสารโลกลี้ลับ บริษัทชอบวณิชชา ที่คุณอัยย์ทำงานอยู่นั่นแหละ ผมเขียนให้บริษัทนี้ประมาณ ๘ หัวหนังสือ ขนาดว่า บก.โทร.มาขอเรื่อง แต่เขียนไม่ทัน

ตกลงผมแก้ไขแล้วนะครับ

ดูเพจวิวแล้วยังมีคนอ่าน หน้าที่ของผมคือการได้เขียนแล้วมีคนอ่าน ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้ คำสรรเสริญเยินยอไม่ต้อง โหวตไม่ต้อง

วันไหนไม่มีคนอ่านผมหยุด เท่านี้ก็ไม่มีอะไรต่อกันครับ


โดย: pantamuang วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:16:00:47 น.  

 
ขอแก้ไข

อาจารย์สมโชค จิตตะ อดีต อาจารย์โรงเรียนวัดปากด่าน อ.ปะทิว ชุมพร
ครับ


โดย: pantamuang วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:16:03:04 น.  

 
ขอบคุณที่เปลี่ยนตัวหนังสือให้นะคะ

คราวนี้อ่านสบายเลย

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ตรงนี้มีเสน่ห์

แต่นักล่าฯก็คิดว่ามันจริงไปนิดค่ะ ทำให้ขาดสีสันความเป็นนิยายไปบ้าง

มันดูเป็นบันทึกที่มีรายละเอียดมากๆ

จนบางครั้งอยากให้ลุงตัดอะไรที่เยอะๆของคนนั้นคนนี้ออกไป แล้วเพิ่มอารมณ์ เพิ่มน้ำหนักให้ตัวเด่นๆ เพิ่มชีวิตชีวาในความเป็นเรื่องแต่งขึ้นอีกนิดค่ะ


แต่กระนั้นนะคะ เรื่องก็ยังน่าสนใจอยู่ดี ตรงที่เป็นเรื่องอาถรรพ์ เพราะมันมีความแปลกกว่าเรื่องทั่วไปค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 27.130.150.231 วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:22:31:55 น.  

 
เรื่องนี้น่าอ่านมากเลยลุง ไว้ว่างๆต้องเข้ามาอ่านแน่นอน


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:12:56:20 น.  

 
ออกแนวลึกลับปาฏิหารนะครับคุณลุง


โดย: panwat วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:18:49:07 น.  

 
ภาพแรกให้ความรู้สึกเป็นแผ่นดินปีศาจจริงๆค่ะ

ดูแล้ว ไม่อยากขับรถไปเข้าไปตามเส้นทางนั้นเลย


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 27.130.27.71 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:23:09:52 น.  

 
สวัสดีครับลุงบูลย์

ชุมพรกับภูเก็ต บรรยากาศคงมัวหม่นพอๆกันครับ

ณ.เวลานี้ ไม่มีแสงแดดเลยครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:10:47:45 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณลุง สบายดีนะคะ ตอนนี้อากาศที่ชุมพรเป็นไงบ้างเอ่ย ที่ชลฝนตกติดต่อกัน 2 วันแล้วค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:14:48:28 น.  

 
ออกมาเป็นรูปเล่มหรือยังคะ จิตรกรนอกระบบ
แอบไปเช็ดเรตติ้งในเฟคบุ๊คมา ได้รับความนิยมไม่น้อยเลย
ชื้นใจแทนนักเขียน หายเหนื่อยหรือยังคะอาจารย์


โดย: แอน (seton ) วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:23:11:41 น.  

 
ยังเลยครับ คงจะราว ๆ สิ้นเดือน


โดย: pantamuang วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:12:39:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pantamuang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




ไม่อยู่อย่างอยาก แต่ยังอยากจะอยู่
อยู่อย่างไม่ลำบาก เวลาที่เหลือน้อยรีบสอยรีบคว้า
ก่อนจะหมดเวลาให้สอย

ดวงดาวบนฟ้าก็สอยได้ ถ้ารู้จักต่อด้ามฝันให้ยาวพอ

ฝันถึงไหนก็ได้ มีสิทธิ์ฝัน แต่จะเป็นจริงหรือไม่ช่างฝัน
เพราะสิ่งที่ฝันคือนวนิยาย..

ชีวิตก็คือนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นผู้เขียนและกำกับ.

เริ่ม 9 กันยายน 2550

Friends' blogs
[Add pantamuang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.