...คิดว่ายังมีความหวัง ตราบที่ยังมีลมหายใจ...
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
พบเธอที่บ้านถ้ำธง ๔

๔.
จากตลาดมาบอำมฤตมาจนถึงบ้านทุ่งมหา ธนา อารีรักษ์ สังเกตเห็นโดยตลอดว่า มีชาย ๒ คนขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันตามเขามา กระทั่งเขาเลี้ยวรถแยกเข้าทางซ้ายมาสู่บ้านถ้ำธง ทั้งสองก็ยังตามมา คงตามมาเพื่อให้แน่ใจว่าเขามาพักอยู่ที่บ้านของยานีจริงหรือไม่ ทำให้เขายิ่งสงสัยในตัวของยานี…


ยานีเป็นใครกันแน่ เธอตายแล้วจริงๆ หรือ ถ้าตายแล้วทำไมจึงมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขาได้ และเธอก็มิได้แสดงอาการ หรือหลอกหลอนอะไรให้เขาตกอกตกใจ ยานีต้องเป็นอะไรสักอย่างหนึ่งแน่ คงไม่ใช่คนธรรมดา ทุกคนรวมทั้งอาแป๊ะจึงดูเกรงกลัว แต่ไม่ว่ายานีจะเป็นผีหรือคน ถ้ามาในลักษณะที่ดีเขาก็ไม่เห็นว่าจะน่ากลัวอะไร

รถจักรยานยนต์คันนั้นขับเลยไป เมื่อธนาหักพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าบ้านของยานี และลงจากรถไปเปิดประตูรั้วนำรถเข้าไปจอดในโรง ชาย ๒ คนทำทีเป็นไม่สนใจเขา…

ในบ้านยังคงเงียบเชียบไม่มีแสงไฟ และไม่มีวี่แววของสาวเจ้าของบ้าน แม้ว่าเวลาขณะนั้นจะ ๑ ทุ่ม บรรยากาศโดยทั่วเริ่มมืด ธนาจอดรถไว้ในโรง แล้วเดินหิ้วถุงข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดขึ้นบันไดบ้าน วางถุงข้าวของไว้มุมห้องโถง แล้วจุดเทียนไขที่ซื้อมาส่องหาตะเกียง เดินเข้าไปในห้องนอนหยิบตะเกียงออกมาเติมน้ำมัน


จุดตะเกียงแล้วนึกขึ้นมาได้ว่า เขาน่าจะหาซื้อตะเกียงมาเพิ่ม ดวงหนึ่งวางไว้บนโต๊ะในห้องโถง อีกดวงจะได้ใช้ในห้องหรือในครัว แต่เมื่อไม่ได้ซื้อมา เขาจึงวางตะเกียงไว้บนโต๊ะในห้องโถง และจุดเทียนไขถือเดินเข้าครัว หยิบถ้วยใบหนึ่งมาคว่ำลงแล้วปักเทียนลงบนก้นถ้วย

ธนาหุงข้าว ทำกับข้าว ง่ายๆ ๒ อย่าง ๆ แรกคือไข่เจียว อย่างที่ ๒ ยำปลากระป๋อง สำหรับตนเองและเผื่อสาวเจ้าของบ้าน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมาเวลาไหน เสร็จแล้วจึงเดินออกจากครัว

บรรยากาศภายนอกมืดสนิท ธนาปิดประตูลงกลอน กะว่าถ้าผู้เป็นเจ้าของบ้านมาคงจะเรียกเอง

ก้มลงหยิบถุงที่วางไว้กับพื้นมาวางลงบนโต๊ะ แกะถุงนำข้าวของที่ซื้อมาออกวางเตรียมพาไปเก็บให้เข้าที่ เขาซื้อของใช้จำเป็นจากตลาดมาหลายอย่าง แม้แต่ของใช้สำหรับผู้หญิง เพราะเขาเห็นว่าในบ้านไม่มีของใช้สำหรับผู้หญิงอยู่เลย ยานีอาจจะไม่มีเวลาออกตลาด หรือไม่ก็ไม่กล้าออกไปไหนอย่างที่เธอพูด นอกจากอาหารและของใช้ เขายังซื้อยาสามัญประจำบ้านมาครบชุด อยู่ในป่าดง ห่างไกลหมออย่างนี้ เกิดเจ็บป่วยเป็นอะไรขึ้นมาดึกดื่นๆ จะได้ใช้

นั่งหยิบโน่นหยิบนี่อยู่เพลินๆ พลันก็ต้องสะดุ้งโหยง เพราะเหลือบไปเห็นเจ้าของบ้านสาว ในชุดที่คล้ายกับชุดเมื่อคืนมานั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หน้าห้องที่เดิม



"อ้าว คุณ ! มานั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อใดกันนี่ ทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียง" ธนาต่อว่า

"ก็มาตั้งแต่คุณกลับมาจากตลาดนั่นแหละ ดิฉันเดินตามหลังคุณเข้ามา ขอบคุณมากที่อุตส่าห์ซื้อสิ่งของหลายอย่างมาฝากดิฉัน แต่คุณไม่น่าจะซื้อมาให้เสียเงินเลย เพราะดิฉันเอ้อ... "

สาวเจ้าของบ้านจะพูดอะไรบางอย่างแล้วหยุด หยุดไปพักหนึ่งจึงพูดว่า "เพราะดิฉันใช้ของพวกนั้นไม่เป็น ต่อไปคุณไม่ต้องซื้ออะไรฝากดิฉันอีกนะคะ"

ธนามองยาสระผม ครีมนวดผม ครีมทาผิว กระดาษเช็ดหน้า ผ้าอนามัย สบู่ แป้ง ฯลฯ ที่หยิบออกมาจากถุง แล้วพูดว่า "คุณทำราวกับเป็นคนป่าคนเถื่อน ไม่รู้จักใช้ของพวกนี้ทั้งๆ ที่บ้านก็ออกหรูหรา ในบ้านของคุณมีข้าวของเครื่องใช้ดีๆ ทั้งนั้น บ่งบอกว่าคุณเป็นคนทันสมัย ผมเห็นว่าของพวกนี้ในบ้านไม่มีผมจึงได้ซื้อมา... แล้วก็เลยซื้อของใช้ส่วนตัวของคุณมาให้ด้วย” แต่หญิงสาวนั่งนิ่งเงียบ

“คุณไปอยู่ที่ไหนมาทั้งวันผมคอยคุณแทบแย่ …” ถามเหมือนจะต่อว่า “เป็นยังไงบ้างฝีมือการจัดบ้านของผม ไม่เห็นพูดไม่เห็นชมเลยสักคำ" ธนารู้สึกน้อยใจนิดๆ ที่เจ้าของบ้านไม่พูดถึงการที่เขาอุตส่าห์ลงทุนลงแรงจัดและทำความสะอาดบ้านให้เลย

"ฝีมือคุณเยี่ยมมาก” หญิงสาวจึงพูดขึ้นเพื่อเอาใจเขา “ขอบคุณที่ช่วยทำให้บ้านดูดีขึ้น ดิฉันไม่มีเวลาที่จะได้ทำความสะอาดบ้านช่อง เพราะจะมาบ้านต่อเมื่อมืดค่ำแล้วทุกคืน”

"คุณมีความจำเป็นหรือมีเหตุผลอะไรกันแน่... ทำไมคุณไม่อยู่บ้านตอนกลางวัน ผมไม่เชื่อว่าคุณจะจำเป็นจนถึงขนาดต้องปรากฏตัวเฉพาะกลางคืน และอยู่ในบ้านมืดๆ คนเดียวโดยไม่จุดตะเกียง”

"จะให้ดิฉันบอกคุณว่าอย่างไรดี… คุณไปทานข้าวเสียก่อนเถอะ แล้วดิฉันจะเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง เรื่องมันยาว..."

"แล้วคุณล่ะ… ไปทานข้าวด้วยกันซี ผมอุตส่าห์โชว์ฝีมือทำกับข้าวเพื่อคุณนะ ไปชิมฝีของผมสักหน่อย ผมทำกับข้าวอร่อยนะ แต่ถ้าผมไม่เป็นห่วงคุณผมทานมาจากข้างนอกแล้ว ไม่เสียเวลามาหุงหามาทำอยู่หรอก"

หญิงสาวพนมมือไหว้ แล้วกล่าวว่า "ขอบพระคุณคุณอย่างสูง แต่ต่อไปคุณไม่ต้องทำอะไรเผื่อดิฉันอีกนะคะ เสียดายอาหารดีๆ"

"ทำไมๆ ! นี่หมายความว่า.... คุณ – คุณอยู่ได้โดยไม่ต้องทานข้าวด้วยอย่างนั้นหรือ?" ธนามองหน้าหญิงสาวอย่างค้นหา จากภาพถ่ายที่เห็นในตอนรับปริญญา เธอเป็นคนสวยมาก ธนารู้สึกไม่สบายใจอีกที่ความหวังดีของเขาถูกเธอปฏิเสธหมด

"ดิฉันทานมาจากข้างนอกเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเข้ามาบ้าน" หญิงสาวกล่าวเพื่อเอาใจเขา

"คุณทานที่ไหน?"

"ก็ที่ๆ ดิฉันไปอยู่ไง"

"คุณไปหุงข้าวต้มแกงกินเองอยู่อีกที่หนึ่งหรือ?”

“ก็ทำนองนั้น”

“ถ้างั้นผมก็จะไม่ทานข้าวมื้อนี้ มีอย่างที่ไหนเจ้าของบ้านปล่อยให้แขกทานอาหารคนเดียว" ธนาแกล้งทำเป็นงอน

สาวเจ้าของบ้านหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของเขา เธอยิ้มเห็นฟันขาว อยู่ในความสลัวของแสงตะเกียงรั้ว ขณะพูดว่า

"ขอโทษเถิดนะคุณ คุณอย่าหวังจะให้ดิฉันต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างที่คุณต้องการเลย แค่คุณทำตัวของคุณให้สบายในบ้านนี้ ดิฉันก็จะพอใจและขอบพระคุณเป็นที่สุด”

“แต่… ดูมันยังไงๆ อยู่นะครับ ที่ผมมานั่งทำอาหารกินเองอยู่ในบ้านของคุณ โดยที่คุณผู้เป็นเจ้าของบ้านไม่เคยมากินด้วย” ชายหนุ่มกล่าวอย่างน้อยใจ

“น่า คุณอย่าทำใจน้อยไปหน่อยเลยน่า ดิฉันมีเหตุผลบางอย่างและจำเป็นจริงๆ เอาเถอะคะแล้ววันหนึ่งเราอาจจะได้นั่งกินข้าวด้วยกัน ขอเวลาให้ดิฉันได้ทำอะไรที่ยังทำไม่สำเร็จอีกสักนิดเถอะค่ะ”

“อะไรที่คุณยังทำไม่สำเร็จ พอจะบอกผมบ้างได้ไหม ผมจะได้ช่วยคุณทำให้มันสำเร็จ สวน ไร่ ผมก็ทำได้นะครับ คุณคงเห็นฝีมือที่ผมจัดการกับรอบๆ บ้านคุณแล้ว”

“ค่ะ ดิฉันรู้และเข้าใจ แต่ยังบอกไม่ได้จนกว่าจะถึงเวลา เอาเป็นว่า… ที่ดิฉันไปพาคุณมาที่บ้านนี้ก็เพราะทราบว่าคุณเป็นคนดี และคุณเป็นคนที่สามารถจะช่วยดิฉันได้ ดิฉันมีเรื่องมากมายที่จะให้คุณช่วย รับรองคุณไม่พลาดความปรารถนาดีที่จะให้กับดิฉันอย่างแน่นอน คุณไปทานข้าวให้อิ่มเสียก่อนเถอะค่ะจะได้มีกำลังไว้ช่วยดิฉัน เพราะคืนนี้อีกสักครู่คุณจะได้ออกแรงช่วยดิฉันแน่ๆ"

"คืนนี้ อีกสักครู่...หมายความว่า… จะเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ ?" ธนาถามและทำท่างงๆ

"ใช่ รีบไปทานข้าวให้มีแรงก่อนเถอะ ดิฉันจะเข้าห้องสวดมนต์ คุณทานข้าวเสร็จแล้วเรามาวางแผนเตรียมรับมือพวกมันกัน"

“รับมือพวกมัน รับมือกับพวกไหนครับ”

"อย่าเพิ่งให้ดิฉันบอกอะไรเลย คุณรีบไปทานข้าวให้อิ่มจะได้มีแรง” สาวเจ้าของบ้านเตือนอีก ธนาจึงรีบเดินเข้าห้องครัว

หลังจากจัดการกับอาหารมื้อค่ำอิ่มดีแล้ว ธนาก็เดินถือเทียนไขออกมาจากครัว เสียงสาวเจ้าของบ้านที่ไม่เห็นตัวร้องว่า

"ดับเทียนในมือของคุณเสีย พวกมันกำลังมากันแล้ว”



“ใคร ใครที่ไหน ใครมา…” ธนายังถามอีก
กระทั่งได้ยินเสียงดังขึ้นที่หน้าบ้าน เป็นเสียงประตูเหล็กรั้วบ้านเปิด และเสียงคนวิ่งกันดังตึกตัก ธนาจึงรีบดับเทียนไขแล้ววิ่งไปดับตะเกียง ปล่อยให้ทุกสิ่งตกอยู่ในความมืด

"พวกมันกำลังเข้ามาในบริเวณบ้านแล้ว คราวนี้คุณพร้อมจะออกแรงกับพวกมันหรือยัง" เสียงหญิงสาวเจ้าของบ้านมายืนพูดอยู่ใกล้ๆ เขา

"ใคร-ใครจะมาทำอะไรคุณ?" ธนาถามใจเต้นตุ้มๆ ต้อมๆ

"พวกที่คุณไปพบกับมันมาเมื่อเย็นไง พวกนายเทิน ท่าลาด มันจะมาจับตัวดิฉันไปฆ่าและข่มขืนเหมือนอย่างที่พวกมันเคยทำกับดิฉันเมื่อ…”

หญิงสาวพูดไม่ทันจบประโยคเสียงกรุกกริกก็ดังขึ้นที่ประตู

"มันกำลังใช้กุญแจผีไขประตู คุณรอจัดการกับพวกมันอยู่ในนี้ไม่ต้องออกไปดีกว่า ดิฉันจะออกไปจัดการกับมันเอง" เสียงของหญิงสาวพูดขณะเคลื่อนตัวห่างไปจากเขา

"หา คุณนี่นะจะออกไปจัดการกับมัน!” ธนาเกือบพูดเสียงดังออกไป แต่รีบลดเสียงลงเสียทัน“คุณจะทำอย่างไรกับพวกมัน คุณเป็นผู้หญิงสู้พวกมันไม่ได้หรอก นี่ผมมีปืนนะ ผมจะออกไปจัดการกับพวกมันเอง ก็ไหนคุณว่าจะให้ผมจัดการ”

ธนาพูดกระซิบออกไปทั้งๆ ที่ใจจริงแล้ว เขาเริ่มกลัวพวกมัน เพราะไม่รู้ว่าพวกมันมีกี่คนและมาเพื่อประสงค์อะไรแน่ ใช่พวกนายเทิน ท่าลาด หรือเปล่า แต่สาวเจ้าของบ้านกลับหายเงียบไปเสียแล้ว

ธนานั่งเงียบ ๆ อยู่ในความมืดพร้อมฟังเสียงไขประตู กุญแจดอกแล้วดอกเล่าที่พวกมันใช้ไขประตู ยังไม่สามารถจะไขเข้ามาได้

เมื่อไขดีๆ ไม่ออกพวกมันจึงเปลี่ยนเป็นใช้วิธีงัด แต่ประตูคงจะแข็งแรงเกินไป มันจึงหันมางัดที่บานหน้าต่างก็ยังงัดไม่ออก จากนั้นจึงมีทั้งเสียงกระแทกและเขย่าเพื่อให้กลอนหลุด ทว่าทันใดนั้น…

"เหวอเว้ย ! ผี ! ผีหลอก ! ช่วยด้วย ! ช่วยด้วย ! …"

เสียงร้องโวยวายดังขึ้นที่ด้านนอก เสียงพวกมันวิ่งกระโดดหนีกัน ตุ๊บตั๊บ ตุบตับ...จากนั้นทุกสิ่งก็เงียบไปเหมือนเดิม

ครู่ใหญ่ๆ เสียงสาวเจ้าของบ้านก็มาดังอยู่ใกล้ๆ เมื่อเธอบอกเขาว่า

“เป็นยังไง เห็นฝีมือของดิฉันหรือยัง พวกมันพากันวิ่งหนีหางจุกตูดตาตั้งไปหมดแล้ว คราวนี้คุณจุดตะเกียงก็จุดได้ พวกมันจะไม่กล้ามาอีกหรอก"

ธนารีบจุดตะเกียงบนโต๊ะ "คุณทำอย่างไรกับมัน"

"ทำผีหลอก" สาวเจ้าของบ้านพูดเสียงเรียบเหมือนกับว่าสิ่งที่เธอทำ ไม่มีความตื่นเต้นหรือน่าตกใจแต่อย่างใด

"หลอกแบบไหน?"

"ก็ทำเหมือนที่พวกแสดงหนังเรื่อง ‘ย่านาก’ เขาทำกันนั่นแหละ แต่งหน้าตาให้มันดูน่าเกลียด แลบลิ้น ทำตาให้ถลนหลุดออกมานอกเบ้า แค่นี้พวกมันก็ขี้คร้านจะพากันเผ่น จะหักคอให้ตายเสียด้วยก็ยังได้ แต่ดิฉันกลัวบาป"

"คุณไปแต่งหน้าตอนไหนเร็วจัง ทำให้ผมดูบ้างได้ไหม?"

"ไม่ได้! ของพวกนี้ทำเล่นไม่ได้ ทำแล้วต้องเอาจริง"

"เอาจริงก็ได้ ว่าง ๆ ทำให้ดูหน่อยเถอะผมอยากดู"

"ไม่เอา ไม่ทำดีกว่า… ทำแล้วเกิดคุณกลัวแล้วช็อกตาย หรือเจ็บป่วยเป็นอะไรไป ดิฉันจะขาดผู้ช่วยดีๆ ไป คนดีๆ ทุกวันนี้ยิ่งหายากอยู่ด้วย"

"แนะ ชมก็เป็นรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นคนดี แล้วมาอุปโลกน์ให้ผมเป็นผู้ช่วยคุณตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"ก็ตั้งแต่ที่คุณช่วยขัดห้องน้ำ ช่วยปัดกวาดบ้าน ช่วยถางหญ้าพัฒนาทำความสะอาดรอบบริเวณบ้าน คุณช่วยทำให้บ้านดิฉันสวยขึ้นมาเยอะเลย ไม่เรียกว่าผู้ช่วยจะให้เรียกว่าอะไร เรียกว่าคนใช้ก็ฟังน่าเกลียด” สาวเจ้าของบ้านหัวเราะร่วน

"ผมขอจุดเทียนเพิ่มอีกสองสามเล่มได้ไหม” ธนาเปลี่ยนเรื่อง

“จุดทำไมอีกแค่นี้ก็พอแล้ว” หญิงสาวร้องห้าม
“ผมอยากจะดูหน้าคุณให้ชัด ๆ กว่านี้”

"ดิฉันหน้าตาน่าเกลียด… คุณเห็นแล้วอาจจะรังเกียจหน้าตาดิฉัน"

"ไม่จริง เพราะแค่เท่าที่เห็นนี่คุณไม่ได้มีหน้าตาน่าเกลียดตรงไหนเลย จมูกก็ไม่ได้โหว่ ปากก็ไม่ได้แหว่ง ฟันก็ไม่ได้เขยิน ตาก็…”
“พอๆ ๆ อย่าอธิบายอีกต่อไปเลย… ดีแล้วที่คุณรู้สึกอย่างนี้ คุณจะได้อยู่ที่นี่กับดิฉันนานๆ”

“นานๆ คุณต้องการที่จะให้ผมอยู่ที่นี่กับคุณนานๆ ยังงั้นหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ก็…”

ธนาอยากจะพูดว่า ’ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกัน’ แต่หญิงสาวรีบพูดแทรกขึ้นเสียก่อนว่า

“ก็เผื่อคุณจะตกลงซื้อทั้งบ้านและที่ดินแปลงนี้นะซี เพราะทั้งบ้านและที่ดินแปลงนี้ พวกมันก็กำลังจะเสนอขายให้คุณในวันพรุ่งนี้เช่นกัน”

“คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมอยากจะซื้อ?” ธนายิ่งสงสัยในความลึกลับของสาวเจ้าของบ้านมากขึ้น

“ดิฉันเดาเอา”

“ก็ไม่แน่ บางทีผมอาจจะไม่ซื้อถ้าคุณไม่อยากจะขาย”

“ดิฉันคิดถูกที่ไปดักพาตัวคุณมาที่นี่ ก่อนที่จะปล่อยให้คุณไปพบกับพวกมัน”

“จะเล่าเรื่องของคุณโดยละเอียดให้ผมฟังได้หรือยัง?”

“กำลังอยากจะเล่าอยู่พอดี ว่าแต่จะให้เริ่มต้นตรงไหนก่อนดีละคะ"

"ข้อแรก พ่อแม่พี่น้องของคุณไปไหนหมด?"

"แม่ดิฉันเสียตอนที่เกิดวาตภัยไต้ฝุ่นเกย์ ส่วนพ่อของดิฉันยังอยู่"

"อยู่ที่ไหน?"

"บ้านบนไร่ บ้านริมทะเลที่พวกนายเทิน ท่าลาด กำลังจะเสนอขายให้คุณ ดิฉันรู้ว่าคุณกำลังเดินทางมาเพื่อจะหาซื้อที่ ดิฉันจึงรีบไปดักหน้าคุณไว้ก่อนพวกมันจะพบคุณ ดิฉันไม่อยากให้คุณตกลงซื้อที่จากพวกมัน เพราะโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงพวกมันขู่เข็ญบังคับ จากพ่อและพี่สาวดิฉันไป"

"หมายความว่าพ่อและพี่สาวของคุณไม่อยากขาย"

"ไม่ใช่ไม่อยาก... แต่ไม่ยอมขายเลยแหละและว่าที่จริงก็ขายไม่ได้ เพราะที่ดินทั้งสองแปลงเป็นชื่อของดิฉันกับพี่สาว พี่สาวของดิฉันหนีพวกนายเทินไปอยู่กรุงเทพ นาน ๆ จึงจะแอบมาที่บ้านหลังนี้สักครั้งหนึ่ง มาแอบพักอาศัยหลบซ่อนอยู่วันสองวันก็กลับ

"ในบ้านจึงมีข้าวสารอาหารแห้งไว้เป็นประจำ แต่เราก็จำเป็นต้องทำเป็นว่าบ้านหลังนี้ร้างไม่มีคนอยู่ และเราจำเป็นต้องสร้างเรื่องผีดุขึ้นเพื่อไม่ให้ใคร มาวุ่นวายกับเราในตอนกลางคืน แต่ถ้าพวกนายเทินรู้ว่าเราอยู่ พวกเขาจะมาบังคับขู่เข็ญและจับตัวเราไปทันที"

"งั้นที่พวกมันมาเมื่อตะกี๊ ก็มาเพราะเหตุนี้” ธนารำพึง พลางนึกถึงถ้อยคำที่เขาเองเป็นคนบอกพวกนายเทิน ท่าลาด ว่ายานีเป็นเพื่อนเก่าเคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา และเขามาอาศัยอยู่บ้านของเธอ นายเทินจึงได้ส่งลูกน้องมาดูให้แน่ใจ ยานีจึงต้องทำเป็นผีออกไปหลอกพวกมัน

“เพราะอย่างนี้นี่เองคุณจึงไม่กล้าอยู่บ้านตอนกลางวัน แต่ชอบแอบมาอยู่แบบมืดๆ ตอนกลางคืน"

ธนาเพิ่งเข้าจะใจ แต่ก็ยังข้องใจเรื่องการทำผีหลอก ว่าเธอทำได้อย่างไรแบบไหน แล้วถ้าทำแล้วพวกนั้นเกิดไม่กลัวเธอขึ้นมาล่ะ เธอจะทำอย่างไรต่อไป

"แล้วพวกข้าวของต่าง ๆ ไม่หายหมดหรือ ถ้าใครรู้ว่าบ้านร้างไม่มีคนอยู่"

“ข้าวของมีค่าในบ้านไม่มีแล้ว เมื่อตอนกลางวันคุณคงเห็น ในห้องที่ล็อกไว้มีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ กับที่นอนหมอนมุ้ง อีกอย่างคนทั่วๆ ไปแถวนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาในบ้านหลังนี้แม้แต่ตอนกลางวัน ยิ่งกลางคืนยิ่งไม่กล้าใหญ่เลย เพราะถ้าเข้ามาก็โดนอย่างเมื่อตะกี๊”

"คุณทำได้เยี่ยมมาก ได้ยินว่าชาวบ้านกลัวคุณขนาดไม่กล้าอยู่แถวนี้ พากันไปปลูกบ้านและเช่าบ้านอยู่ในตลาดกันหมด คุณทำได้อย่างไร? แต่ถ้าพวกมันรู้ว่าคุณไม่ใช่ผี และพวกมันเกิดย่องมาพบคุณตอนกลางวันเข้า คุณต้องเดือดร้อนแน่ ๆ"

"ก็จะพบได้ยังไง ตอนกลางวันดิฉันไม่มาบ้าน?"

"ใช่ๆ ผมลืมไป งั้นเล่าต่อเถอะว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร ทำไมพวกมันถึงได้ทำกับครอบครัว ของคุณได้ถึงขนาดนี้”






Create Date : 20 สิงหาคม 2554
Last Update : 20 สิงหาคม 2554 19:56:24 น. 8 comments
Counter : 736 Pageviews.

 
เพิ่งรู้ว่าอาจารย์เป็นสมาชิกบล็อกแก๊งเหมือนกัน


โดย: หลวงเส IP: 101.109.64.173 วันที่: 21 สิงหาคม 2554 เวลา:6:25:28 น.  

 
ตามมาอ่านต่อครับคุณลุงบูลย์

ภาพของการทำกับข้าวของชายหนุ่ม แม้จะเป็นมื้ออาหารง่ายๆ

แต่ทำด้วยความตั้งใจ คงน่ากินมาก

แม้จะเขียนถึงการเข้าครัวชองชายหนุ่มไม่มากนัก แต่อ่านแล้วรู้สึกติดใจครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 21 สิงหาคม 2554 เวลา:17:18:28 น.  

 
สายัณห์สวัสดีค่ะลุงบูลย์
+===========================+

นิยายยาวแนวลึกลับ อำพราง
สร้างจินตนาการให้ตื่นเต้นที่ในความคิดเสมอ

บรรยากาศลี้ลับ ชวนให้นักอ่านขนหัวลุกตั้งสู้ หุ หุ


หากความลึกลับอำพรางเกิดขึ้นจริงในชีวิตเรา
ความตึงเครียด อาจแทนที่ความตื่นเต้นใช่ไหมค๊า


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:20:41:16 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณลุงแวะมาอ่านค่ะสนุกเชียวค่ะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:21:54:58 น.  

 
ตอนต่อจากนี้โพสต์ไม่ได้ ผมไม่ทราบจะแก้ไขอย่างไรครับ


โดย: pantamuang วันที่: 29 สิงหาคม 2554 เวลา:20:41:48 น.  

 
เกิดอะไรขึ้นเหรอคะคุณลุงรอชมตอนใหม่อยู่นะคะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 30 สิงหาคม 2554 เวลา:13:32:43 น.  

 


โดย: หญิงแก่น วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:12:01:53 น.  

 
เข้ามาอ่านค่ะ

อะอ้าว เป็นไรอีกคะ เดี้ยงนู่นี่บ่อยมากเลย


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 101.109.191.82 วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:17:25:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pantamuang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




ไม่อยู่อย่างอยาก แต่ยังอยากจะอยู่
อยู่อย่างไม่ลำบาก เวลาที่เหลือน้อยรีบสอยรีบคว้า
ก่อนจะหมดเวลาให้สอย

ดวงดาวบนฟ้าก็สอยได้ ถ้ารู้จักต่อด้ามฝันให้ยาวพอ

ฝันถึงไหนก็ได้ มีสิทธิ์ฝัน แต่จะเป็นจริงหรือไม่ช่างฝัน
เพราะสิ่งที่ฝันคือนวนิยาย..

ชีวิตก็คือนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นผู้เขียนและกำกับ.

เริ่ม 9 กันยายน 2550

Friends' blogs
[Add pantamuang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.