"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
"อิ่ม..."



"อิ่ม..."

รัน




หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ นาฬิกาหัวเตียง บอกเวลา อีก 10 นาที จะเคารพธงชาติแล้ว ท้องเจ้ากรรมก็ดันเกิดร้องจ๊อกๆ ขึ้นมาด้วยความหิว เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อคืนนี้ ผมล้มตัวลงนอนตั้งแต่หัวค่ำ โดยไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

ออกมาจากห้องนอนได้ ผมรีบเดินไปเปิดตู้กับข้าวในครัวทันที หวังหาอะไรมากินรองท้อง แต่โชคร้าย ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงปลาช่อนแดดเดียวค้างคืนอยู่ซีกหนึ่ง ผมลองหยิบมันมากัดกินดู ก่อนจะพ่นทิ้งลงถังขยะแทบไม่ทัน เพราะรสชาติเหมือนกระดาษทิชชูไม่มีผิด ชงกาแฟมาดื่มแก้หิวถ้วยหนึ่งก่อน แล้วจึงผละเดินไปที่หน้าบ้าน มองไปยังร้านส้มตำรถเข็น โห! คนรอซื้อกันยังกับหนอน ผมไปเลยดีกว่า เดี๋ยวค่อยกลับมากิน

ปกติแล้ว ผมจะเป็นคน “นอนดึก ตื่นสาย” เป็นประจำครับ ตามประสาคนทำงานอิสระด้านศิลปะ ไม่ได้ทำงานประจำเหมือนคนอื่นเขา ทว่าวันนี้ ผมตั้งใจจะไปตัดผมที่ยาวประบ่ากระเซอะกระเซิง จนแลดูเหมือนคนบ้าเข้าให้ทุกที แต่ค่าที่ขี้เกียจไปนั่งรอคิวในร้านตัดผมนานๆ ผมจึงตื่นเช้าเป็นพิเศษ กะไปให้ทันเวลาเปิดร้านพอดี เพื่อจะได้เป็นลูกค้าคนแรกของร้าน…



สักพักผมจึงมาเดินลัดเลาะอยู่ที่พงหญ้าหลังบ้าน มุ่งหน้าตรงไปยังร้าน “เล็ก บาร์เบอร์” ร้านตัดผมเจ้าประจำที่ผมเป็นลูกค้ามาแสนนาน นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ รวมเวลาก็ 10 กว่าปี เข้าให้แล้ว ตัดไปตัดมาจนกลายเป็นเพื่อนกับเจ้าของร้านไปในที่สุด

ในละแวกบ้านของผม “ช่างเล็ก” จัดเป็นช่างตัดผมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ร้านของเขามักจะเต็มแน่นไปด้วยลูกค้าตั้งแต่เปิดร้านในเวลา 8 โมงเช้าไปจนกระทั่งร้านปิด แม้จะมีร้านตัดผมอยู่มากมายหลายร้านก็ตาม ด้วยค่าบริการที่ถูกสุดกว่าที่อื่น คือ ตัดผม 50 บาท แคะหู ล้างตาอย่างละ 20 บาทเท่ากัน แถมฝีมือการตัดผมของเล็กยังนับว่ายอดเยี่ยมอีกด้วย ยิ่งใครได้มา “แคะหู” ที่เอาไม้แคะหูเข้าไปปั่นๆ ในรูหูทั้งสองข้าง หรือ “ล้างตา” โดยการใช้ไม้เล็กๆ ชอนไชเข้าไปตามซอกเล็กซอกน้อยในดวงตากับเล็กแล้วละก็ รับรองว่าจะติดใจ เพราะนอกจากจะได้ความมันในอารมณ์แล้ว ทั้งหูทั้งตาจะสะอาดเอี่ยมอ่อง ราวกับได้หูตาชุดใหม่ไปใช้กันเลยทีเดียว เดินตัวเบาหวิวออกจากร้านไปอย่างมีความสุข

ทุกครั้งที่ผมมาตัดผมที่ร้านแห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดระหว่างเรา เล็กจะรู้ได้ทันทีว่า ผมจะต้องตัด “ชุดใหญ่” คือ ตัดผม แคะหู และล้างตาเสร็จสรรพ สนนราคาค่าบริการรวมทั้งสิ้น 90 บาท



เมื่อตอนที่ผมมาถึง ร้านตัดผมเปิดแล้ว ผมเข้าไปในร้าน แต่แอร์ยังไม่เปิด ไม่มีเล็กอยู่ในนั้น ผมถือวิสาสะเดินเข้าไปที่หลังร้านตามประสาคนคุ้นเคย เล็กนุ่งผ้าขาวม้าตัวเดียวกำลังนั่งซักผ้าอยู่ที่นั่น

“บอกให้หาเมียๆ ไม่เชื่อ จะได้ไม่ต้องซักผ้าเองอย่างนี้”

ผมแกล้งกระเซ้าเล็กเสียงดัง เล็กหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี ผมบอกเขาว่าจะมาตัดผม เล็กให้ผมไปนั่งรอเขาอยู่ที่หน้าร้าน แล้วให้เปิดแอร์ทิ้งไว้ได้เลย ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงยีน คลุมทับด้วยเสื้อช่างตัดผมสีขาวตัวโคร่ง เดินตามผมออกมาในชั่วอึดใจ

ระหว่างที่เล็กลงมือตัดผมให้ผมได้ไม่นาน จึงมีเด็กนักเรียนช่างกลคนหนึ่ง หน้าตาท่าทางเอาเรื่อง เดินถือไม้ทีอันใหญ่ ท่าทีขรึมๆ เข้ามาเป็นลูกค้าคนต่อไปของเช้านี้ เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเก่าคร่ำด้านหลังผม ฉวยหนังสือพิมพ์มาอ่านฆ่าเวลา

เล็กกระซิบบอกกับผมว่า เขาเป็นลูกชายป้าประนอม แม่ค้าขายผักที่บ้านพักอยู่ในซอยถัดไป มีประวัติตีรันฟันแทงกับนักเรียนช่างกลคู่อริโชกโชน ผมรู้จักป้าประนอมอยู่บ้าง จำได้ว่า ในวันเก่าคืนก่อน ผมยังเคยเห็นเขาที่ยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยมตัวจ้อย เดินตามแม่ต้อยๆ ไปช่วยขายผักที่ตลาดสดอยู่เลยนี่นา แต่มาวันนี้ เขากลับกลายเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กว่าผมเสียด้วยซ้ำ ดวงตาดุดันก้าวร้าวไม่ยอมคน ทำเอาผมรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาพิกล

ครู่ต่อมา พ่อวัย 40 เศษ เงอะงะอุ้มลูกชายวัยซน อายุราว 4 ขวบ เข้ามาเป็นลูกค้าคนล่าสุด เขาบอกเล็ก ด้วยสุ้มเสียงเหน่อๆ แบบคนต่างจังหวัดว่า จะพาลูกชายมาตัดผม

“คงต้องรอนานหน่อยนะครับ ลุง พี่คนนี้เขาตัดชุดใหญ่ และมีคนนั่งรอต่อคิวอยู่ด้วย” เล็กว่า พลางปรายตาไปที่เด็กนักเรียนช่างกลคนนั้น

ชายผู้เป็นพ่อ รูปร่างล่ำสัน ผิวกายดำเมี่ยม ยิ้มรับเจื่อนๆ และจากเสื้อผ้ามอซอที่สวมใส่อยู่ ผมคาดเดาเอาเองว่า เขาน่าจะเป็นกรรมกรจากต่างจังหวัดที่มารับจ้างแบกหามอยู่แถวนี้ ลูกชายหน้าตาน่ารักชัง แม้เนื้อตัวจะดูเปรอะเปื้อนไปบ้าง พาหัวฟูๆ เหมือนหนามทุเรียนวิ่งเล่นภายในร้านตัดผมเป็นที่สนุกสนาน เปิดโทรทัศน์วิทยุเสียงดังลั่นไปหมด โดยมีผู้เป็นพ่อที่นั่งถัดไปจากเด็กนักเรียนช่างกล คอยส่งเสียงห้ามปราม

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง พร้อมๆ กับที่ท้องของผมยังคงส่งเสียงร้องครวญครางไม่หยุดหย่อน เล็กตัดผมใกล้เสร็จแล้ว จากผมยาวรุงรังเรื่อยเปื่อย กลายมาเป็นทรงรากไทรสวยงาม

“ป้อคับ เมื่อไร จะได้ตักเสียที อยากกับบ้าน คิดถึงแม่อะ” เด็กน้อยที่วิ่งเล่นอยู่ในร้านเมื่อชั่วครู่ กลับมาอยู่ในวงแขนของพ่อ เพราะคงเบื่อกับการเล่นซ้ำซากในร้านแล้ว ส่งเสียงร้องถามพ่อของเขาขึ้น

“เดียวสิลูก รออีกนิดหนึ่ง เดี๋ยวน้าเขาก็เสร็จแล้ว” ผู้เป็นพ่อพยายามหลอกล่อลูกชาย

“ตั้งนานแล้ว ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” หนูน้อยทำหน้าตาเง้างอดเหมือนจะร้องไห้ พ่อต้องโอบกอดปลอบโยน

จากนั้นอีกทุกๆ 2 นาที เด็กน้อยก็จะถามพ่อด้วยคำถามเดิม ข้างฝ่ายเด็กนักเรียนช่างกลยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์ สีหน้าเรียบขรึม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมกลับเริ่มรู้สึกอึดอัดใจประหลาด !



ในตอนนั้นผมถามตัวเองว่า ผมควรจะตัดผมอย่างเดียว ไม่ควรแคะหูล้างตาต่อจะดีไหมนะ ? เพราะมันจะกินเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งก็เห็นอยู่ว่า มีคนนั่งรออยู่ นั่นรวมถึงเด็กน้อยคนนี้ด้วย การนั่งรอสำหรับเด็กนั้น มันคงเป็นเรื่องที่ทุกข์ทรมานอยู่พอควร หากผมเพียงแค่ตัดผมอย่างเดียว ทุกคนก็จะได้ตัดเร็วขึ้น ซึ่งในสังคมที่เห็นแก่ตัวเช่นทุกวันนี้ หากเรารู้จักแบ่งปัน เสียสละเท่าที่จะทำได้ ไม่คำนึงถึงความสุขส่วนตัวกันจนมากเกินไป สังคมของเราก็จะรื่นรมย์และน่าอยู่มากกว่าที่เป็นอยู่นี้อย่างแน่นอน

แต่อีกใจหนึ่ง ผมกลับโต้แย้งขึ้นมาว่า ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น ในเมื่อวันนี้ผมก็ต้องแหกขี้หูขี้ตาตื่นขึ้นเพื่อมาตัดผมโดยเฉพาะ ทั้งที่ในเวลานี้ผมควรจะนอนหลับอุตุอยู่ในห้องนอน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ทำไมผมต้องยอมเสียสละให้กับคนที่นั่งรออยู่ด้วย ผมควรกอบโกยความสุขที่ผมพึงจะได้รับให้สมกับที่ลงทุนตื่นเช้าขึ้นมา

อีกอย่าง ผมเองก็ไม่ได้ขอให้เล็กตัดให้ฟรีๆ เสียหน่อย ผมจ้างเขาด้วยเงินที่ผมหามาได้ด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ได้ไปจี้ไปปล้นใครเขามา ผมจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียสละให้ใคร ในเมื่อผมมาก่อน ผมก็ควรได้ตัดก่อน มันเป็นหลักการที่ถูกต้องยุติธรรมอยู่แล้ว ผมจะใช้บริการนานแค่ไหนก็ย่อมได้ เพราะคนที่นั่งรออยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนช่างกลคนนั้น หรือเด็กน้อยคนนี้ พวกเขาอยากมาช้ากว่าผมกันทำไม ...

ความคิดของผมหยุดกึกลง ทั้งที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ เมื่อเสียงพูดของเล็กดังแทรกขึ้นมาว่า “ตัดเสร็จแล้ว” จากนั้นเล็กจึงใช้มือปลดล็อคเก้าอี้ตัดผมให้นอนราบลง เพื่อจะได้แคะหูและล้างตา ต่อไป

“ป้อ เมื่อไหร่จะได้ตักเสียทีน้า”

เสียงรำพึงของเจ้าหนูน้อยที่ด้านหลังผมดังขึ้นอีกแล้ว ขณะที่เล็กกำลังลากโคมไฟและเก้าอี้ เพื่อนำมาเริ่มต้นแคะหูให้กับผม วินาทีนั้น ผมมองไปที่ดวงหน้าบริสุทธิ์ของเด็กน้อยที่สะท้อนอยู่ในกระจกใสบานใหญ่ตรงหน้า และแล้ว คล้ายดวงไฟผุดพรายในความมืด ผมหลุดปากบอกเล็กออกไป (แม้น้ำเสียงจะลังเลอยู่บ้างก็เถอะ) ว่า

“อ..อ..เออ เล็ก เราว่า เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า วันหลัง ค่อยแคะหูล้างตาล่ะกันเนอะ”

เล็กทำหน้างง ๆ
“อ้าว! ทำไมหรือ ?”

ผมเหลียวหน้าไปมองเด็กคนนั้นแทนคำตอบ ก่อนจะผุดลุกจากโต๊ะตัดผมขึ้นมายืน ยื่นเงินจำนวน 90 บาทไปให้เล็ก และบอกว่า “เก็บไว้เหอะ” เล็กรับเงินเฉพาะในส่วนค่าตัดผม 50 บาท ส่งส่วนที่เหลือคืนมาให้ผม เขาบังคับให้ผมรับมันคืนไป แม้จะอิดออดในตอนแรก แต่ที่สุดผมก็ยอมรับมันคืนมา เราต่างบอกลากันด้วยรอยยิ้ม

จังหวะนั้น เด็กนักเรียนช่างกลผู้มาก่อนขยับตัว ทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นมาที่โต๊ะตัดผม มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ผมก้าวเดินไปที่ประตูกระจกใสเพื่อกลับบ้าน แวบหนึ่ง ผมเผลอมองใบหน้ามอมแมมของเด็กน้อย ที่มีเม็ดน้ำตาเกลื่อนอยู่บนแก้ม ในใจนึกสงสารที่เจ้าหนูน้อยยังคงต้องนั่งรอคอยอยู่ต่อไป แต่ทันใดนั้น หัวใจของผมก็ต้องลุกพองขึ้น เมื่อเด็กนักเรียนช่างกล เหลียวมองไปยังเด็กน้อย พร้อมกับพยักหน้าให้ และพูดขึ้นว่า “เอ้า ไอ้น้อง ไปตัดก่อนเถอะไป๊ พี่เรียนรอบบ่าย รอได้” สิ้นเสียงของเขา จึงมีเสียงขอบคุณมาจากผู้เป็นพ่อดังล่องลอยติดตามมา พลันชั่วพริบตา ภายในร้านรวงแห่งนั้นจึงสว่างไสวเจิดจ้าไปด้วยรอยยิ้มของพวกเราทุกคน



ระหว่างเดินกลับบ้าน แม้ท้องของผมจะยังคงร้องจ๊อกๆ อยู่ด้วยความหิวโหยไปตลอดทาง และดูเหมือนว่าจะยิ่งร้องดังกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำตามเวลาที่ผ่านไป แต่น่าแปลกที่ว่า หัวใจของผมในตอนนั้นกลับรู้สึก “อิ่ม” ครับ !


Create Date : 28 พฤษภาคม 2550
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 17:51:50 น. 18 comments
Counter : 1498 Pageviews.

 
หมดหน้าร้อน เข้าหน้าฝน เจ้าของบล็อคเลยหายบ้าแล้วครับ กลับมารับใช้พี่น้องเหมือนเดิม


โดย: รัน IP: 124.121.193.229 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:23:14 น.  

 
งะ มาเร้วจังครับ

**หายบ้าละครับ ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังว่าบ้าเพราะอะไร อิอิ


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:33:58 น.  

 
ขยันออกงานกันจัง 2 คนนี้ ยังนึกเรื่องไม่ออกเลยอะ ทำไงดี


โดย: คนธรรมดา IP: 125.25.84.204 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:57:33 น.  

 
การมีน้ำใจเล็กๆ น้อยแบ่งปันกันในสังคม แค่เรื่องเล็กๆ ก้อทำให้ใจมีความสุขละ


โดย: คนบ้าเกม IP: 124.120.246.23 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:7:11:04 น.  

 
ดีจังค่ะ สมัยนี้หาคนที่มีน้ำใจยากมากกกกก


โดย: nute IP: 58.9.82.140 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:20:24 น.  

 
เจ้าของบล็อค อกหักครับ หลบไปเลียแผลใจ (คล้ายๆหมายังไงไม่รู้วะ) 555555555
แต่ก็กลับมาแล้วครับ แต่จะหายไปอีกเมื่อไหร่ไม่รู้เหมือนกัน


โดย: รัน IP: 124.121.190.96 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:56:13 น.  

 
น่าประทับใจดีนะครับ

เขียนเรื่องได้ดีนะครับ เอ เป็นนักเขียนหรือป่าวเนี่ย ??

แวะมาเยี่ยมนะครับ


โดย: sak IP: 221.128.119.148 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:22:21 น.  

 


โดย: ผู้ชายธรรมดา IP: 58.9.66.97 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:21:51 น.  

 
อกหักเหรอ กอลฟ์สู้ๆ
หวัดดีครับ ลุงรัน


โดย: บอลเอง IP: 125.24.50.72 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:48:34 น.  

 
แก้ข่าวหน่อยครับ ที่ลุงรันพูดไม่เป็นความจริงเลยคร้าบพี่น้องงง

**อยู่สบายดีครับตามประสาคนเหงาๆ

**ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ


โดย: เจ้ากอล์ฟ IP: 58.147.66.252 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:53:21 น.  

 
คิดถึงทุกคนเลย


โดย: บอลเอง IP: 58.9.104.202 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:44:38 น.  

 
บอลขอเบอร์โทรใหม่หน่อย เห็นเปลี่ยนบ่อยเหลือเกิน ยังไงแวะมาโพสบอกไว้หรือส่งเมลลืมาก็ได้นะ

มีข่าวจะบอก... ลุงรันจัดทัวร์


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:51:19 น.  

 
ทัวร์แบบอดีตนายกฯอะ ไปแล้วไม่ได้กลับมา
ใครจะไปลงชื่อด่วนนนนนนนนนนนนนนนนน


โดย: รัน IP: 124.121.182.73 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:8:28:40 น.  

 
อิ่มจังค่ะ

หวังว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงในสังคมเราเยอะๆ

จะได้อิ่มกันถ้วนหน้า


โดย: nunan IP: 58.8.91.6 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:16:20:09 น.  

 
ตอบคุณnunanหน่อยดีกว่า
เริ่มต้นจากตัวเราก่อนสิครับ แล้วสิ่งนี้มันจะเกิดแบบลูกโซ่ แพร่กระจายไปในสังคม ไม่ต้องทำอะไรใหญ่โตหรอก ทำเรื่องเล็กๆก็พอ แล้วสังคมจะน่าอยู่ครับ ผมไม่อยากให้คิดกันว่า จะทำไปทำไม ในเมื่อยังไม่เห็นมีใครทำอะไรให้เราเลย ถ้ามัวคิดกันอย่างนี้ มันก็ไม่มีวันหรอกครับที่ สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นในสังคมของเรา จริงไหม พี่กอล์ฟ ลุงรันพูดเหมือนพระเลยไหม


โดย: รัน IP: 203.131.213.136 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:17:02:00 น.  

 
สา...ธุ ลุงรัน

*ครับใช่ครับอย่างที่ลุงรันพูดเลยครับ หนูแนนแวะมาอ่านบ่อยๆนะครับ แม้เนื้อที่เวบนี้จะเล็กๆไปบ้าง แต่คนทำและคนอ่านที่นี่ก็น่ารักอบอุ่นกันทั้งนั้น^_^

**เดือนนี้เราจะไปทัวร์ " Love & Warmth Fanclub On Tour " 9-10 มิถุนานี้ ณ เมืองกาญฯ ร้าน เดอะกิ๊ก (โดย ลุงรัน)

***ก็ไม่มีไรมากหรอกตั้งชื่อให้มันเว่อร์ๆไปอย่างนั้นล่ะ แค่ไปพักผ่อนกันนิดหน่อย เชื่อว่าหลังกลับมาจะมีเรื่องใหม่จากกลิ่นไอต่างจังหวัดมาฝากกันครับ


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:17:10:56 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านและมาเยี่ยมหาค่ะ สบายดีไม๊ค่ะ


โดย: opleee วันที่: 5 มิถุนายน 2550 เวลา:9:54:19 น.  

 
อ่านจบแล้วอิ่มทันทีเลย


โดย: wind IP: 222.123.32.134 วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:22:35:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.