"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
นิยายรัก..พาฝัน




โดย..รัน







มุมหนึ่งของโลก ท้องฟ้าคืนนี้ครึ้มหม่นไปด้วยเมฆฝนในช่วงมรสุม ลมพัดแรง ฝนใกล้ตกเต็มที จู่ๆ จึงมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นภายในบ้านหลังน้อยของหญิงสาวที่ตั้งอยู่นอกเมือง

“คุณครับ ผมกำลังจะกลับบ้าน”
น้ำเสียงอ่อนล้าของชายหนุ่ม ดังเล็ดลอดมาจากปลายสายอีกฝั่งฟาก

“นั่นคุณจริงๆ หรือคะ คุณจริงๆ ด้วย “
โลกคล้ายหยุดหมุน หญิงสาวอุทานเสียงเครือลงไปในหูโทรศัพท์ นานเหลือเกินแล้ว...แต่เธอยังจำเสียงของเขาได้เสมอ

“เออ..ค..ค..คุณยังรอผมอยู่ใช่ไหมครับ ?” น้ำเสียงของเขาฟังดูสับสนลังเล

“ค่ะ ฉันยังคงรอคอยคุณตลอดเวลา” หญิงสาวพร่ำพูดเคล้าเสียงสะอื้น

” อืม…ถ้าอย่างนั้น ผมมีเรื่องบางอย่างจะบอกกับคุณ”

“ค่ะ” เธอตอบรับมั่นคง

เขาใช้เวลาสักชั่วครู่เพื่อรวบรวมความกล้า แล้วเรื่องทั้งหลายก็ไหลเรียงรายออกมา พร้อมๆ กับเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาที่นอกบ้านของหญิงสาว

“คือว่า... ผมมีเพื่อนรักคนหนึ่ง เราร่วมรบมาด้วยกัน เขาเป็นคนพิการที่สูญเสียมือซ้ายไปในสงครามที่เพิ่งจะยุติลง ซึ่งตอนนี้ จิตใจของเขาสับสนอ่อนล้า เขาต้องการการเยียวยารักษาจิตใจ เขาไม่มีญาติพี่น้องหลงเหลืออยู่เลย”
ชายหนุ่มหยุดถอนหายใจระบายความอัดอั้นภายใน น้ำเสียงขาดหายเป็นห้วงๆ

“ผมต้องการที่จะให้เขามาอยู่ด้วยกับเรา เออ… หลังจากที่เราได้แต่งงานกันแล้ว คุณจะรังเกียจเขาไหมครับ ?”

“ ไม่ค่ะ ฉันไม่รังเกียจที่จะให้เขาอยู่กับเรา” หญิงสาวเริ่มมีน้ำตาไหลพราก

“แต่คุณก็รู้ดีใช่ไหมครับว่า คนพิการเช่นนี้จะเป็นภาระที่หนักอึ้งสำหรับเราในการดูแล เขาอาจจะเข้ามาสร้างความยุ่งยากให้กับชีวิตของเรา จวบจนกว่า …เออ… จนกว่าเขาจะตายจากโลกนี้ไป” ปลายเสียงของชายหนุ่มเบาหวิว คล้ายละอองฝุ่นฝนที่ลอยฟุ้งไปในอากาศ

“ฉันยินดีอย่างยิ่งที่ชีวิตของฉัน จะต้องอยู่กับคนพิการไปตลอดชีวิต หากคนพิการนั้นจะเป็นคนที่คุณรัก” หญิงสาวยกมือขึ้นป้ายเม็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้ม

“เอาหละ นั้นคืนพรุ่งนี้ ผมจะพาเขาขึ้นรถไฟกลับไปพบคุณ คุณจะไปรอผมอยู่ที่ร้านอาหารใกล้สถานีรถไฟที่เราเคยไปทานกันบ่อยๆ ได้ไหมครับ”
หญิงสาวรับคำ ก่อนที่จะมีเสียง “คลิก” แผ่วเบาเล็ดรอดมาจากปลายสายของเขา เสียงฟ้าร้องคำรนครืนโครมยาวนานดังขึ้นตามมา...



ในค่ำคืนถัดมา หลังแว่วยินเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ขณะเข้าเทียบชานชาลาได้ไม่นาน ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักมาแต่เมื่อคืนวาน และยังคงพรำอยู่ทั่วฟ้าตอนนี้ จากแสงไฟริมถนน ส่องให้เห็นรถสามล้อถีบคร่ำคร่าคลานฝ่าม่านฝน มาหยุดลงที่หน้าร้านอาหารเก่าแก่ของเมืองที่บัดนี้ฉาบสีให้ดูใหม่ หลายๆ สิ่งของเมืองได้เปลี่ยนไป

สักพัก ชายหนุ่ม-ใบหน้ารกไปด้วยหนวดเครา ดูกร้านแก่เกินวัย ก็ก้าวลงจากรถสามล้อถีบคันนั้นแต่เพียงลำพัง และอีกชั่วประเดี๋ยว ชายคนที่ว่าก็พาร่างซูบผอมเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำ มายืนเงอะงะอยู่ตรงหน้าของหญิงสาว ที่นั่งคอยท่าอยู่ในร้านก่อนหน้านานแล้ว พร้อมกับส่งยิ้มห่วงหาข้ามโต๊ะมาให้เธอ เธอยิ้มรับและเอ่ยชื่อเขาแต่เพียงเบาๆ

นับจากวินาทีนั้น พลันหัวใจเหงาของหญิงสาวที่เหมือนกับว่า จะซังกะตายและอยู่ไปวันๆ ก็ได้เริ่มต้นตื่นตัวเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง


ระหว่างเวลาอาหารค่ำที่ห่มคลุมไปด้วยความเงียบงำ เขาเอ่ยขึ้นคลอไปกับเสียงฝนพึมพำที่นอกร้าน

“คุณคงประหลาดใจมากใช่ไหมครับ ที่อยู่ๆ ผมก็โทรศัพท์มา” พูดจบ เหมือนมีก้อนสะอื้นวิ่งขึ้นมาติดอยู่ที่ลำคอ

หญิงสาวพยักหน้าหม่นเหงารับคำอย่างเชื่องช้า ริ้วรอยที่ดวงหน้าและนัยน์ตาอิดโรยของเขาตรงเบื้องหน้าบอกเธอให้รู้ว่า เขาได้รับทุกข์ทรมานมาแสนสาหัสเพียงใด เธอรีบเบือนหน้าหนีเพื่อหลบซ่อนน้ำตา เหม่อมองออกไปยังนอกถนนหน้าร้านที่มีแสงไฟสีสลัว ทันใดนั้น คลับคล้ายว่า แลเห็นภาพเขาและเธอเมื่อหลายปีก่อน ยืนร่ำลาอาลัยอยู่ภายใต้ชายคาของร้านรวงแห่งนี้ มาปรากฏขึ้นอีกครั้ง

“ใกล้เวลารถไฟจะออกแล้ว รีบไปเถอะ“
เธอในตอนนั้นที่อายุยังน้อยบอกเตือนเขาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เขาในชุดทหารใหม่เอี่ยม มีถุงทะเลสะพายหลังอยู่ พยักหน้าใสรับคำบอกนั้นอย่างตื้นตัน ก่อนจะก้าวขึ้นรถสามล้อถีบบ่ายหน้าไปยังสถานีรถไฟที่เห็นอยู่ไกลๆ มีรถไฟขบวนใหญ่ที่มารอรับบรรดาทหารเด็ก เพื่อพาเข้าสู่สมรภูมิรบอันโหดร้ายและเลวทรามจอดสงบอยู่ สงครามครั้งนั้นได้คร่าชีวิตทหารไปมากมายก่ายกอง ทางการจึงต้องเกณฑ์เด็กหนุ่มวัยไม่ถึง 20 ปี อย่างเขาไปร่วมรบด้วย

ระหว่างที่รถสามล้อถีบค่อย ๆ พาร่างของเขาห่างไกลเธอออกไปทุกที เธอไม่วายป้องปากกำชับเสียงดังมาด้วยว่า
“กลางคืนอย่าลืมห่มผ้าด้วยนะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดได้ แล้วอย่าลืมเขียนจดหมายและโทรถึงกันบ่อยๆนะ”

เขาพลางเหลียวหน้ากลับไป มองเห็นเธอยืนโบกมือลาอยู่ไหวๆ แสงไฟข้างถนนตกกระทบเม็ดน้ำตาบนดวงหน้าของเธอ ทอประกายแวววาวล้อไปกับแสงดาวบนเวิ้งฟ้าเบื้องบน

“นับจากวันที่ผมถูกระเบิดของฝ่ายตรงข้ามและสลบไป พวกศัตรูที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใจอะไรด้วยเลย ได้จับตัวผมไปกักขังไว้เป็นเชลย นับจากนั้น ผมก็ไม่สามารถติดต่อถึงคุณได้อีกเลย …5 ปี แล้วกระมังเห็นจะได้ “

เขาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเศร้า ขณะที่เธอนั่งฟังสงบ มีน้ำตาคลอหน่วยอยู่ที่ดวงหน้า พลางพินิจร่างซูบผอมของเขา ครั้นแล้ว จึงแลเห็นภาพตัวเองขณะออกมาจากบ้าน ย่ำเท้าเดินไปตามทางเล็กๆ ผ่านแปลงดอกไม้สีสันสดใส ที่กำลังแย้มกลีบบานสะพรั่งต้อนรับแสงแรกของดวงตะวัน หมู่นกส่งเสียงทักทายระรื่นหู ตรงไปยังตู้รับจดหมายที่หน้ารั้วบ้าน เพื่อไปพบกับความว่างเปล่าในทุกๆ รุ่งเช้า ซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิด

“ที่สุดแล้ว จากผลของระเบิดในครั้งนั้น… “
ชายหนุ่มหยุดพูดขึ้นกลางคัน พลางเหลือบตาต่ำ มองไปที่มือข้างซ้ายของเขาที่มีมือปลอมสีขาวขุ่นสวมอยู่ ก่อนจะยกชูขึ้นข้างๆตัว

“ผมก็ต้องสูญเสียมันไปตลอดกาล!”
ถึงตรงนี้...น้ำตาของหญิงสาวที่สะกดกลั้นเอาไว้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเขา จึงไหลพรูออกมา ไม่ต่างอะไรไปจากเม็ดฝนที่กำลังร่วงพราวที่นอกร้านในยามนั้น


หลังเวลาอาหารค่ำ ภายใต้ร่มคันเดียวกัน ทั้งสองออกย่ำเดินไปตามทางคดเคี้ยวที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน ในระหว่างนั้น ลมเหงาไม่รู้เค้าพัดผ่านเลยร่างของคนทั้งสองไป หญิงสาวให้คล้ายรู้สึกว่า การรอคอยอันแสนเนิ่นนาน มันได้จบสิ้นลงเสียที เกิดหัวใจอบอุ่นหว่างฟ้ามืดหลังฝนซาที่ใสกระจ่างไปด้วยแสงดาว พลันแลเห็นชุดเจ้าสาวแสนสวย และดงดอกไม้หลากสีล่องลอยในภาพฝันอันสวpงาม...







Create Date : 09 ตุลาคม 2550
Last Update : 9 ตุลาคม 2550 18:29:30 น. 15 comments
Counter : 688 Pageviews.

 
เจิมๆๆๆ..ก่อนเดี๋ยวแวะมาอ่านนะคะ


โดย: เริงฤดันะ IP: 202.133.136.33 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:22:31:58 น.  

 

เจิมๆๆๆก่อนเดี๋ยวเข้ามาอ่านนะคะ


โดย: เริงฤดีนะ IP: 202.133.136.33 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:22:48:22 น.  

 
เศร้ามากๆ




โดย: เข้ามาอ่านแล้วนะ..หนที่ 3 ในคืนนี้ IP: 202.133.136.33 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:23:45:35 น.  

 
ประทับใจมากเลย อ่านจบไป 1 รอบ แล้วยังต้องกลับมาอ่านใหม่อีก เหงา เศร้า และรัก แล้วก็จบอย่างมีความสุข ใครกำลังอินเลิฟ อยู่ อ่านแล้วจะได้ความรู้สึกอย่างมากเลย เขียนได้ใจผู้อ่านมากเลยค่ะ "คุณรัน"


โดย: ใครคนหนึ่ง IP: 58.8.24.229 วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:9:43:06 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ

ตามเข้ามาอ่านเรื่องขชองคุณกอล์ฟแล้วครับ อ่านแล้วประทับใจดีครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:14:20:20 น.  

 
บรรยากาศเนื้อเรื่องดีครับ

ทำให้อินไปกับเรื่องเลย


โดย: หมาหงอย IP: 165.228.129.11 วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:13:46:33 น.  

 
เหงาแล้วก็เศร้ามากๆ


โดย: three season วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:17:57:11 น.  

 
ชอบค่ะ เศร้าด้วย เกือบร้องไห้เลย


โดย: JiB IP: 58.8.19.25 วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:11:13:18 น.  

 
แวะเอาเนื้อเพลงนี้และคำแปลมาฝาก

"Imagine" ... John Lennon

Imagine there's no heaven
It's easy if you try
No hell below us
Above us only sky
Imagine all the people
Living for today...

Imagine there's no countries
It isn't hard to do
Nothing to kill or die for
And no religion too
Imagine all the people
Living life in peace...

You may say I'm a dreamer
But I'm not the only one
I hope someday you'll join us
And the world will be as one

Imagine no possessions
I wonder if you can
No need for greed or hunger
A brotherhood of man
Imagine all the people
Sharing all the world...

You may say I'm a dreamer
But I'm not the only one
I hope someday you'll join us
And the world will live as one
..............................

"จินตนาการ"

ฉันฝันว่า...
ไม่มีสวรรค์ ไม่มีนรก
เหนือขึ้นไปคือเท้องฟ้าธรรมดา
เราอยู่กันเพื่อวันนี้เท่านั้น

ฉันฝันว่า...
ไม่มีประเทศ ไม่มีศาสนา
ไม่มีการเข็ญฆ่าหรือทำร้ายกัน
เราอยู่กันอย่างสันติสงบสุข

#คุณอาจจะบอกว่าฉันเป็นคนช่างฝัน
แต่ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่งคุณจะมาร่วมฝันกับเรา
และวันนั้น โลกก็จะสงบสุขและเป็นหนึ่งเดียว

ฉันฝันว่า
ไม่มีการครอบครอง
ไม่มีความต้องการ
ไม่มีความเห็นแก่ตัว
ไม่มีความหิวโหย
เราร่วมแบ่งปันกันภายในโลกใบนี้

#คุณอาจจะบอกว่าฉันเป็นคนช่างฝัน
แต่ฉันก็หวังว่า
สักวันหนึ่งคุณจะมาร่วมฝันกับเรา
และวันนั้น...
โลกก็จะสงบสุขและเป็นหนึ่งเดียว
..............................
ฉันฝันว่า
ไม่มีสวรรค์ ไม่มีนรก
เหนือขึ้นไปก็เป็นท้องฟ้าธรรมดา
เราอยู่กันเพื่อวันนี้เท่านั้น

ฉันฝันว่า...
ไม่มีประเทศ ไม่มีศาสนา
ไม่มีการฆ่าหรือทำร้ายกันเพื่อสิ่งเหล่านี้
เราอยู่กันด้วยความสงบสุข

#คุณอาจจะบอกว่าฉันเป็นคนช่างฝัน
แต่ฉันก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณจะมาร่วมฝันกับเรา
และวันนั้น โลกก็จะสงบสุขและเป็นหนึ่งเดียว

และฉันยังคงฝันว่า...
ไม่มีการครอบครอง
ไม่มีความต้องการ
ไม่มีความเห็นแก่ตัว
ไม่มีความหิวโหย
เราร่วมแบ่งปันโลกใบนี้
#คุณอาจจะบอกว่าฉันเป็นคนช่างฝัน
แต่ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่งคุณจะมาร่วมฝันกับเรา
และวันนั้น โลกก็จะสงบสุขและเป็นหนึ่งเดียว...
.................................


โดย: รัน IP: 124.121.188.26 วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:1:46:31 น.  

 
เศร้าจัง แต่ก็ซึ้ง เพลงเพราะมากๆฟังสามรอบแนะ อิอิ


โดย: nadear_ku วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:23:21 น.  

 
ไม่อยากให้มีสงคราม

มันเศร้าใจ


โดย: หลงเข้ามา แต่เค็มใจอ่าน IP: 125.25.179.67 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:11:40 น.  

 


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:04:44 น.  

 
คิดถึงกอล์ฟจัง


โดย: 5555 IP: 58.8.19.152 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:11:22 น.  

 
^
^
^
ใครหว่า?

*เรื่องใหม่อีกไม่นานครับ ช่วงนี้ที่หายๆไปเพราะยุ่งๆนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้หนีไปไหนครับ


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:02:46 น.  

 
อยากให้เป็นใครก็คนนั้นล่ะค่า


โดย: 5555 IP: 58.8.19.44 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:45:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.