"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
เจ้าชายกบ



เจ้าชายกบของผม

ลุงรัน
(ตีพิมพ์ในสกุลไทย ฉบับที่ ๒๖๗๔.)




“เอ๊ะ ! นี่ ถามจริง ๆ เหอะ เจ้าบุญทิ้ง พ่อหรือแม่แกกันหว่าที่เป็นกบนะ “
“พ่อจ๊ะ เอ๊ย ไม่ใช่ โธ่! น้าก้อ ครอบครัวของฉัน ไม่มีใครเป็นกบหรอกจ้านอกจากตัวฉันเพียงคนเดียวโด่เด่ ฮ่า ฮ่า”
“ฮ่า ฮ่า เออ …วะ เอ็งนี่ชอบทำให้ข้าหัวเราะอยู่เรื่อยเลยนิ”
“พี่บุญทิ้ง” ที่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรแถบชานเมืองของเรา มักจะพากันเรียกขานกันจนติดปากว่า “ไอ้กบ” ตามใบหน้าที่ดันไปคล้ายกับกบที่ร้องอ๊บๆ อยู่ตามพงหญ้า เมื่อคราฝนร่ำ มักจะตอบคำถามในเชิงยั่วเย้าถึงความขี้ริ้วขี้เหร่ของใบหน้าตัวเองอย่างเรียกเสียงฮาเช่นนี้อยู่เสมอ
ขณะที่เด็กๆ อย่างพวกเราซึ่งอยู่ในวัย 10 กว่าขวบ ก็จะพากันหัวเราะคิกคักในทุก ๆ ครั้งที่พี่บุญทิ้ง-ชายหนุ่มในวัยเพิ่งผ่านพ้นเกณฑ์ทหาร เจ้าของผมหยิกหยอยสีแดงดำกร้านแดด ใบหน้าสี่เหลี่ยมป้าน ตาหรี่เล็กยาว จมูกฟีบแบนคล้ายผลชมภู่ลูกโต ปากอูมกว้าง พาร่างเตี้ยสั้นหม้อต้อมาให้เราได้พบเห็น และจะดีใจกันยิ่งขึ้นไปกว่านั้น หากเจ้าของร่างที่ว่าตั้งอยู่บนอานจักรยานสีแดงแจ๋คันโปรดของแก 5ขณะขี่ผ่านมายังสนามเด็กเล่นกลางหมู่บ้านจัดสรรในช่วงเวลาเย็นหลังเลิกเรียน

เราจะพากันตะโกนโวกเวกกวักไม้กวักมือเรียกให้แกเข้ามาหา พี่บุญทิ้งจะหันหน้ามายักคิ้วแพลบให้อย่างใจดี หากไม่มีธุระปะปังไปไหน พี่บุญทิ้งจะเบนหัวจักรยานตรงมายังพวกเราทันที เมื่อใกล้จะถึงตรงที่พวกเราอยู่ แกก็จะปล่อยมือจากแฮนด์จักรยาน พร้อมกับชูมือหราขึ้นกลางอากาศ เอาขาทั้งสองข้างยกขึ้นจากบันได มาไขว้ไว้บนแฮนด์จักรยานเแทน เพื่อขี่อวดให้พวกเราดูเล่น พร้อมกับส่งเสียงทักทายปลิวสายลมมาให้ “ สวัสดี เด็กน้อย คนหล่อมาแล้ววววววว….” ขณะที่จักรยานก็จะค่อย ๆ ไหลเลื่อนพาร่างของพี่บุญทิ้ง มาหยุดกึกอยู่ตรงกลางวงล้อมของหมู่เด็กน้อย ท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครงและรอยยิ้มเบิกบานของพวกเราทุกคน
ชีวิตของพี่บุญทิ้งในความคิดของเด็กๆ อย่างพวกเราจึงคล้ายกับรถไฟสังกะสี ว่าวแสนสวย กล่องดนตรีเสียงใส และอะไรต่อมิอะไรที่สร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานเฮฮาให้กับพวกเราในวัยเยาว์

พี่บุญทิ้งมาอยู่ที่นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมไม่รู้ จำความได้ ก็เห็นแกเดินท่อมๆ ทำโน้นทำนี่อยู่ภายในรั้วโรงเรียนประถมของผมที่หน้าหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้แล้ว เล่ากันมาว่าพี่บุญทิ้งเป็นคนมาจากต่างจังหวัดในภาคอีสาน ฝนแล้ง ทำนาข้าวขาดทุน จึงอพยพเข้ากรุงฯ มาหางานทำ จับพลัดจับพลูอีท่าไหนก็ไม่ทราบได้ จึงกลายมาเป็นภารโรงของโรงเรียนแห่งนี้ไปในที่สุด

ครั้งหนึ่ง…มีการประชุมครูที่โรงเรียน พี่บุญทิ้งพาพวกเราไปคอยเสริฟ์น้ำเสริฟ์ท่าให้กับบรรดาครูที่เข้าร่วมประชุม ในระหว่างที่การประชุมได้เลิกราลงแล้วในตอนเย็น เสียงเด็ก ๆ อย่างพวกเราแย่งกันถามเสียงเซ็งแซ่ว่า “พี่บุญทิ้ง ทำไมไม่เข้าประชุมกับเขาบ้างล่ะ”
“เฮ้ย… พี่มันแค่นักการภารโรงโว้ย มีหน้าที่ปัดกวาดเช็ดถูโรงเรียน จบแค่ชั้นป. 4 ไม่ได้ร่ำเรียนมาสูง ๆ เหมือนอย่างพวกเขา” สีหน้าของพี่บุญทิ้งฉายแววความน้อยใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำหน้าเด๋อด๋ากลบ แถมยังยิ้มตลก ทำตาเหล่ติดกันให้เราดูเสียอีกด้วย เรียกเสียงฮาครืนจากพวกเราได้อีกครั้ง
แน่ะ ดูสิ! เห็นไหม แม้แต่ในยามที่หัวใจเศร้าปานนั้น แต่พี่บุญทิ้งก็ยังไม่วายทำให้ผู้คนรอบข้างแม้แต่เด็กเล็กๆ อย่างเราได้มีความสุขกันถ้วนหน้า



ในเย็นวันนึงของปิดเทอมใหญ่ในฤดูร้อน พี่บุญทิ้งกับจักรยานคันโปรดก็โผล่มาที่หน้าบ้านของผม พี่บุญทิ้งอยู่ในสภาพที่ทำให้ผมแทบจำไม่ได้ ปะแป้งที่หน้าจนขาววอก ผมหยิกหยอยเรียบแปล้ติดหนังหัวด้วยน้ำมันใส่ผมยี่ห้อตันโจ ใส่เสื้อสีเหลืองอ๋อยแขนสั้นเก่าคร่ำแต่รีดเสียเรียบ กลัดกระดุมทุกเม็ด ไม่เว้นแม้แต่ที่คอ นุ่งกางเกงสีกากีตัวเก่ง กลีบคมกริบจนเสียวบาดมือ มีผ้าขาวม้าตาหมากรุกพันรอบเอว และสวมรองเท้าหนังสีดำที่มีรอยปุปะเต็มไปหมดแต่ขัดเงาเป็นประกาย ส่วนที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง มีหวีอีโต้สีฟ้าขนาดใหญ่เหน็บอยู่ โผล่ออกมาให้เห็นแต่ด้ามจับ
พี่บุญทิ้งชวนผมขึ้นซ้อนท้ายจักรยานของแก บอกแต่เพียงว่าจะพาไปหาอะไรดื่มแก้ร้อนกัน ปั่นจักรยานมาได้สัก 15 นาที จึงมาถึงร้านกาแฟโบราณริมถนนใหญ่นอกหมู่บ้านจัดสรรที่ตกแต่งอย่างง่ายดาย สั่งอะไรมาดื่มกันได้สักพัก พี่บุญทิ้งจึงชี้มือไปที่ร้านเซเว่นอีเลิฟเว่นที่เพิ่งมาเปิดใหม่ได้เพียงไม่กี่วัน แทนที่ร้านโชห่วยรกร้างของสองผัวเมียชราชาวจีนที่เพิ่งย้ายออกไป
“นี่ไอ้หนู พี่วานเอาจดหมายไปให้พี่ผู้หญิงคนสวยๆ สูง ๆ ที่ยืนขายของอยู่ในร้านนั่นทีสิ บอกเขาว่า พี่ให้เอามาให้” จดหมายนัดแนะหญิงสาวสวยผู้มาใหม่-พนักงานขายของในร้านชำฝรั่งฝั่งตรงข้ามให้ออกมาพบที่ร้านกาแฟโบราณแห่งนี้

“เธอว่าไงบ้าง หา” พี่บุญทิ้งถามผม หน้าตาเหลอหลา ขณะที่ผมหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้สังกะสีฝั่งตรงข้าม ผมก้มลงดูดน้ำแดงใส่นมสีชมพูในแก้วตรงหน้าอึกใหญ่ ก่อนจะสั่นหน้าและว่า
“ ไม่เห็นว่าไรนี่ครับ ได้แต่ยิ้ม ๆ “
อะไรบางอย่างทำให้ผมไม่กล้าสบตากับพี่บุญทิ้งที่กำลังทำหน้าตาเลิ่กลั่กชวนสงสารอยู่ในตอนนี้
“ได้การละ ไอ้หนู สงสัยได้การแน่ ฮ่า ฮ่า ” พี่บุญทิ้งพูดเอง เออเองเสร็จสรรพ หัวเราะลงลูกคอเอิ๊กอ๊ากชอบใจ
จากนั้น เราทั้งสองจึงนั่งรอเธออยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายชั่วโมงจนดวงจันทร์และหมู่ดาวบานสะพรั่งเต็มทุ่งท้องฟ้า พี่บุญทิ้งเหลือบตาดูนาฬิกาที่ข้างฝาของร้าน แล้วจึงพึมพัมขึ้นมาว่า
“พี่ว่า เขาคงงานยุ่งมากนะ ไอ้หนู ถึงมาหาพี่ไม่ได้“
พี่บุญทิ้งทำปากจู๋ๆ ระหว่างเพ่งมองไปที่ร้านของเธอ
“ จุ๊ จุ๊ ดูสิ ไอ้หนูเห็นไหม คนเข้าร้านยังกับหนอน คงปลีกตัวออกมาหาพี่ไม่ได้แน่นอนแล้วหละ ปะ เรากลับกันก่อนเถอะวะ วันหลังค่อยมากันใหม่เนอะ”

ในระหว่างทางกลับคืนสู่หมู่บ้านจัดสรร พี่บุญทิ้งปั่นจักรยาน มีผมนั่งซ้อนท้ายเหมือนอย่างตอนขามา
“ไอ้หนู เอ็งเชื่อไหมว่า พี่เห็นเขาส่งยิ้มให้พี่ด้วยนะโว้ย พี่ว่าเขาต้องชอบพี่แหงๆ เลย ความรักของไอ้บุญทิ้ง มันคงสมหวังกันเสียทีละคราวนี้ ฮ่า ฮ่า เอ็งว่าไหม ?“
พี่บุญทิ้งเจื้อยแจ้วแข่งกับเสียงลมที่ลอยสวนมา เหลียวหน้ามาทางผมเพื่อขอความเห็นเป็นระยะ ๆ ผมพยักพเยิดหน้าไปเรื่อยเปื่อย รู้สึกหดหู่ใจพิกล สักพัก จึงใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ดึงเอาเศษกระดาษสีขาวชิ้นเล็ก ๆ ออกมากำไว้ ตาคอยจ้องมองไปที่ร่างของพี่บุญทิ้งที่กำลังคุยฟุ้งอยู่ไม่สร่าง ด้วยกังวลว่า แกจะเหลียวหน้ามาพบปะเข้าพอดี และเมื่อสบโอกาส ผมจึงคลายมือลงข้างตัว ปล่อยกระดาษแผ่นนั้นที่มีลายมือของผู้หญิงเขียนเอาไว้ว่า “ จะไปลงนรกที่ไหนก็ไปเถอะ ไอ้กบขี้เหร่เอ๊ย” ให้ปลิวไปตามสายลมแรง

“ไหน ไหนไอ้หนู ลุงถามเอ็งจริงๆ หน่อยเถอะว่า เรื่องที่ไอ้บุญทิ้งมันเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วว่า เด็กสาวขายของในร้านฝรั่งนั่นนะเป็นแฟนมัน ความจริงมันเป็นอย่างไรกันแน่วะ เห็นว่าเอ็งไปกับมันด้วยไม่ใช่รึ แต่พับผ่าสิ ลุงไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ก็อีหนูคนนั้นนะ ลุงเคยเห็นแล้ว มันสวยยังกะนางฟ้านางสวรรค์ขนาดน้าน …น ….น.. มีรึ จะมาเอาไอ้กบของเราไปทำฝาละมี”
ลุงพร -ชายชราวัยเกินเกษียณมาเล็กน้อย เจ้าของร้านชำเล็กๆ กลางหมู่บ้านจัดสรรถามขึ้น ขณะที่ผมกำลังคว้านมือหยิบลูกกวาดหลากสีในขวดโหลสีใสที่ตั้งอยู่หน้าร้านของแก ผมจำต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้แกฟังอย่างหมดเปลือก เพราะไม่กล้าโกหกลุงพรซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก จากปากต่อปาก จากหูสู่หู เรื่องราวที่เกิดขึ้นถูก “เล่าสู่กันฟัง“ ไปทั่วหมู่บ้านจัดสรรของเราอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ความจริงทั้งหมดไปเข้าหูพี่บุญทิ้ง พี่บุญทิ้งโกรธผมมากและไม่ยอมพูดจาด้วยกับผมอีกเลย


รักครั้งนี้….ดูท่าจะเล่นงานพี่บุญทิ้งของเราเสียจนสะบักสะบอม เพราะนับจากนั้น พี่บุญทิ้งก็เอาแต่เก็บตัวเงียบงำอยู่ภายในห้องพักหลังโรงเรียนเป็นเวลาหลายวัน ไม่ยอมออกไปไหนมาไหนกับจักรยานคู่ชีพเหมือนอย่างเคย
จนกระทั่งในเย็นวันหนึ่ง…พวกเราจึงได้เห็นพี่บุญทิ้งอีกครั้ง ขณะขี่จักรยานลัดเลาะอยู่ตรงริมรั้วด้านหนึ่งของสนามเด็กเล่น เราต่างรู้สึกดีใจกันอย่างที่สุด และค่าที่รู้ว่า พี่บุญทิ้งเป็นคนใจดี จึงเกิดนึกสนุกตามประสาเด็ก พวกเราในที่นั้น-ยกเว้นผม จึงนัดแนะกัน ตะโกนล้อเลียนแกขึ้นพร้อมกันด้วยเสียงอันดังว่า “ไอ้กบอกหัก ไอ้กบอกหัก” พลางตบไม้ตบมือให้จังหวะกันอย่างครื้นเครงสนุกสนานจากตรงที่ที่ผมยืนอยู่ ผมแลเห็นใบหน้าของพี่บุญทิ้งเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ รีบเบนหัวจักรยานและเร่งปั่นตรงมายังพวกเราในทันที แต่ด้วยความร้อนรน ล้อจักรยานเกิดไปสะดุดเข้ากับก้อนหินใหญ่น้อยที่เกลื่อนอยู่บนสนามหญ้าล้มคว่ำลง ร่างสั้นๆ กลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหญ้าและหยุดนิ่งในเวลาต่อมา พี่บุญทิ้งนอนจุกแอกอยู่บนพื้นหญ้าได้สักประเดี๋ยว จึงยันกายยืนขึ้นมาด้วยพลังแห่งความแค้นเคือง และรีบวิ่งตรงดิ่งมายังพวกเราอีกครั้งหนึ่ง พร้อกับยื่นมือขวาใหญ่และหนาที่งอคล้ายขิงออกมาข้างหน้า เตรียมจะเขกหัวพวกเรา พลางร้องตะโกนลั่นขึ้นมาราวกับคนบ้า “ย๊าก…ก…ก…”

เมื่อเห็นเช่นนั้น พวกเราที่อยู่ในอาการตื่นตะลึงพรึงเพริด เพราะนึกไม่ถึงว่าเรื่องจะกลายมาเป็นแบบนี้ ต่างพากันวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น โชคร้าย ! ผมเกิดหกล้ม ร่างคะมำลงไปที่กองหินบนพื้นหญ้าเบื้องหน้า และผุดลุกขึ้นมานั่งชันเข่าในเวลาต่อมาอย่างรวดเร็ว มองดูแผลที่ขาที่ถูกหินข่วนเป็นแนวยาว มีเลือดไหลซิบ ๆ ออกมา ผมร้องไห้โฮขึ้นมาด้วยเจ็บและกลัว ขณะที่ร่างของพี่บุญทิ้งกับ “มะเหงก” ของแกกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ จนเมื่อเหลือระยะทางอีกไม่ถึง 2 เมตร ก่อนที่ร่างของพี่บุญทิ้งจะมาถึงตัวผม ผมรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมประสานไว้เหนือหัว พร้อมกับหลับตาปี๋ เม็ดน้ำตาไหลพรากจนชุ่มหน้า นั่งรอวินาทีประหารนั้นอยู่ด้วยหัวใจโครมคราม
แต่ทันใดนั้น…ร่างของผมก็ถูกยกลอยสูงขึ้นจากพื้นหญ้า ในวินาทีนั้น ผมคิดไปเองว่า พี่บุญทิ้งแกคงจะเปลี่ยนแผน ไม่เขกหัวผมแล้ว แต่คงคิดจะทุ่มร่างของผมลงกับพื้นหญ้าเบื้องล่างแทนอย่างแน่นอน และหากเป็นเช่นนั้นจริง ผมอาจจะต้องถึงตายได้ รู้สึกหวาดกลัวและคิดถึงแม่ขึ้นมาจับใจ เวลาผ่านไปหลายชั่วอึดใจ แต่จนแล้วจนรอด ร่างของผมก็ยังไม่ยักจะถูกทุ่มลงไปเสียที ผมตัดสินใจค่อยๆ ลืมตาขึ้น และแล้ว…ผมจึงได้เห็นใบหน้าเลิ่กลั่กของพี่บุญทิ้งที่มีเม็ดเหงื่อลูกโตเกาะพราวอยู่ กำลังจ้องมองดูบาดแผลที่ขาของผม ยินเสียงพูดปนหอบตะกุกตะกักของแกดังขึ้นมาว่า
“อ..อ..ไอ้หนู คงเจ็บน่าดูเลยสิท่า โห ! ด…ด… ดูสิ เลือดออกเเยะเลย
เออ ! ร..ร.. รอ รอพี่อยู่ตรงนี้แป๊บนึงนา เดี๋ยวพี่จะไปซื้อยาแดงมาใส่แผลให้ ”
พี่บุญทิ้งค่อยๆ วางร่างของผมแหมะลงบนพื้นหญ้า จากนั้น ร่างป้อม ๆ สั้น ๆ ราวกับมะขามข้อเดียวจึงเงอะๆ งะๆ เดินตรงไปยังรถจักรยานสีแดงแจ๋ที่นอนแอ้งแม้งอยู่ไกล ๆ
แต่ภาพเบื้องหน้าสำหรับผมในตอนนั้น กลับคล้ายแลเห็นร่างของ“เจ้าชายกบ” รูปงามที่เจ้าหญิงแสนดี จุมพิตแก้คำสาปของแม่มดใจร้ายให้แล้ว ได้ก้าวโผล่พ้นออกมาจากหนังสือนิทานที่เคยอ่านก่อนนอน และกำลังย่ำเดินอยู่ ณ ที่ตรงนั้น


Create Date : 29 สิงหาคม 2549
Last Update : 17 ตุลาคม 2549 9:46:17 น. 8 comments
Counter : 1434 Pageviews.

 
เรื่องนี้น่ารักดีนะคะ


โดย: นัทธ์นลิน IP: 202.29.54.250 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:0:28:06 น.  

 
น่ารักดีครับ ลีลาไม่เคยเปลี่ยน


โดย: บอลจ้า IP: 58.9.120.220 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:9:10:22 น.  

 
ขอบคุณครับ ที่ติดตามผลงานของลุงรัน (จารย์ผม*.*)

จะมีเรื่องราวมาอัพเดทเรื่อยๆนะครับ อย่าเพิ่งห่างเหินกัน

ไปไหนล่ะครับ


โดย: กิ่งไผ่..ไหวเอน IP: 124.157.169.25 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:9:16:10 น.  

 
อาจารย์เขียนหนังสืออะไรก็อ่านง่าย และมีเอกลักษณ์ที่เป็นแบบลุงรัน เขียนให้อ่านเรื่อยๆ นะครับอาจารย์


โดย: เตเต้ IP: 203.209.78.162 วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:13:37:59 น.  

 
ตกลงเวปนี้จะเป็นเวปนิเทศบ้านเด็ดฯ หรือนี่


โดย: รัน IP: 124.121.190.45 วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:18:29:16 น.  

 
จริงๆ


โดย: โน IP: 124.157.217.254 วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:22:08:06 น.  

 
rep.ข้างบนไม่เจอกันนานเลยนะ


โดย: กอล์ฟ IP: 58.147.60.209 วันที่: 1 กันยายน 2549 เวลา:2:08:11 น.  

 
ได้ใจดีครับ
..หลายเรื่องแล้วที่อ่านมาพอถึงตอนจบแล้วแบบ..เสียวแปลบๆ แล้วขนลุก แว๊ปนึก..


โดย: นู๋เนือย IP: 202.12.74.7 วันที่: 19 ตุลาคม 2549 เวลา:10:57:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.