Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
black&gold...อะไรดำ อะไรทองกันเล่า?!






คืนนี้นอนไม่หลับ หรืออีกในหนึ่งก็คือหลับไม่ลง
พอหลับไม่ลงมันก็ต้องมีสาเหตุอยู่แล้ว

สาเหตุง่ายๆที่พอลองถามว่าอายตัวเองไหม....
อื้ม~จะอายทำไม ก็แค่เขินนิดๆหน่อยๆ

คืนนี้น่ะ รับรองเลยว่ามีคนหลับไม่ลงเป็นเพื่อนแบบไม่รู้ตัวอีกอย่างแยะ

สาเหตุง่ายดายมีอยู่นิดเดียว ข้าพเจ้ายืดอกรับหน้าตาใส(?)
ก็อิฉันเป็นhottestเจ้าค่ะ
พอเป็นhottet คืนนี้มันก็เลยร้อนรุ่ม รอการcomebackของเหล่าหกหนุ่มจนตาเป็นตั๊กแตนอยู่ตอนนี้





STILL 2pM






คนไม่หลับไม่นอนคนอื่นเขาทำอะไรกันก็ไม่รู้ด้วยนะ
ไอ้ตัวเราตอนนี้อยากระบาย อยากเขียน...อะไรสักอย่าง
แต่ไม่อยากเขียนอาการพร่ำเพ้อถึงหกหนุ่ม เพราะเดี๋ยวจะตกใจ(กลัว)ตัวเอง


งั้นขอเอาทางพระเข้าข่ม อิงศาสนากันดีกว่า
โดยขอเฉียดน้องคุณนี่ของพี่สักนิด

เรานั่งฟังTSของคุณมาตลอด
หลายเพลงทำเอาส่งเสียงอื้ออ้าด้วยความชื่นใจ คุณฟังเพลงยุคเดียวกับพี่เลยไอ้น้อง
ครือว่า ฟังเพลงแก่ได้อีก เพลงยุคป๊ะป๊า ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า


จนมาเมื่อสามสี่วันก่อน(มั๊ง)
คุณแนะนำเพลง black&gold ของ Sam Sparroขึ้นมา

ไอ้เราก็อ้าปากค้าง ส่งเสียงกรี๊ดดังแค่ก แค่ก แค่กอยู่ในทรวงอก
แม้ส่วนหนึ่งของเสียงกรีดร้องนั่นจะมาจากถ้อยคำห้อยท้ายของคุณว่า...
เพลงนี้อูยองก็ชอบนะคร้าบ ณ ขณะตอนนี้เค้าก็กำลังฟังอยู่นะคร้าบบบบ
...ใกล้ๆผม
(...ฮะ ฮะ ฮะ ประโยคสุดท้ายนั่นเติมเอง แต่มันก็ต้องเป็นยังงี้อยู่แล้วนี่นา ไม่อยู่ใกล้จะรู้ได้ไงว่าฟังอยู่ จะรู้ได้ไงว่าชอบถ้าไม่มีใครคนใดสักคนชะโงกถามหรือบอกน่ะ....กรี๊ดดดดดด อิฉันร้องโหยหวนด้วยความสะใจในฟามคิดตัวเองอันนี้)



ช่างเต๊อะ จบเรื่องจิ้นเล็กๆในใจให้มันจมอยู่ในใจไปดีก่า


เพลงนี้ตอนฟังครั้งแรกที่ติดหูเลยก็คือbeatของเพลง มันชวนให้โยกตามโดยไม่ต้องคิดมาก
แถมตามด้วยเสียงร้อง...เคยได้ยินคำเปรียบเปรยนี้มานานชนิดฟังแล้วก็ออกจะตงิดในใจว่ามันเป็นไงหวาไอ้เสียงขยี้ฟองเบียร์น่ะ
เป็นไงเหรอ ก็เป็นงี้ไง เสียงพี่แซมนี่ล่ะ ทั้งนุ่มนวลทั้งซาบซ่าทั้งละเลียดรับรสสัมผัส
ฮู้ววววววววว์~


แต่...พอเจาะฟังเนื้อเพลงแล้ว

ว๊าว~ต้องขออุทานแบบนี้เลย
ตอนแรกแค่ฟังเนื้อให้ชัดๆตั้งแต่ท่อนAก็อดอมยิ้มไม่ได้กับความคมคายของเนื้อหา
แต่พอเจาะอ่านให้ละเอียดอีกหลายๆรอบ จนตามหาอ่านเรื่องราวก็ยิ่งประหลาดใจ

นี่ไม่ใช่เพลงรักนะครับผม!!!


ท่อนaขึ้นมาด้วยเรื่องราวของการถือกำเนิดของสรรพชีวิตบนโลกสีฟ้าสดใสใบนี้

If the fish swam out of the ocean
And grew legs and they started walking

And the apes climbed down from the trees
And grew tall and they started talking


...แปลแบบมักง่ายก็คือ ปลาว่ายออกมาท้องทะลแล้วยืดเป็นขาเริ่มเดินก้าวแรก ส่วนลิงก็ไต่ลงจากต้นไม้ ยืดตัวตรงแหน๋วเริ่มพูดจาปราศรับซึ่งกันและกัน

โอ้โฮเฮะ~!


สำหรับคนที่ไปติดใจตรงประโยคสวยๆตรง...

'cause if you're not really there
Then the stars don't even matter


เอ้า! แล้วบวกตามอีกท่อนด้วย...

'cause if you're not really there
Then i don't want to be either
I wanna be next to you


...ฟังแล้วถ้านึกว่าเป็นเพลงรักก็คงหวานหูมิรู้หายกันไปข้างล่ะ อะไรจะหยอดซะขนาดนั้น

แต่...

แต่อีกแล้วกระผม
ท่อนพวกนี้น่ะ พี่แซมคนแต่งน่ะ เขาฝากรักไปให้ใคร?
รู้แล้วคงได้แต่ทำตาปริบๆ
ก็คุณเพ่เล่นฝากรักถึงพระเจ้าเลยล่ะนั่น
พระเจ้าจริงๆ ม่ายช่ายพุทโธ ธัมโม สังโฆเล่าเอยหนา


แปลกใจไหมเล่า แม้เปิดฉากมาด้วยการเล่าการสร้างโลก
แล้วทำไมถึงเกี่ยวดอง เอ๊ย เกี่ยวเรื่องพระผู้เป็นเจ้าได้ทั้งเพลงทั้งๆที่ไม่ใช่เพลงแนวgospelอย่างที่คุ้นเคยจริงไหม

ตอนแรกที่นั่งฟัง นั่งอ่าน นั่งตีความไปพักใหญ่ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าพี่แซมพี่จะฝากรักนี้ถึงพระผู้เป็นเจ้าอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้
จนต่อมาตัวพี่เองออกมาสารภาพ(รัก)ผ่านทางวิทยุBBCว่า
"It is about God, yeah. [...] I do like to have faith in something that is bigger than me."

จ้า..พี่ว่าไง น้องก็ว่าไปตามพี่


จนมาถึงท่อนฮุคที่ร้องว่า

Black and gold
Black and gold
Black and gold


...งั้นอะไรล่ะที่ดำ อะไรล่ะที่สีทอง?!!+

เฉลยก็คือ

I looked up into the night sky
And see a thousand eyes staring back

And all around these golden beacons
I see nothing but black


ถ้าจะตอบแบบทื่อมะลื่อ..ก็ไอ้ท้องฟ้ายามค่ำคืนดำทะมึน กับ แสงจากดวงดารากระพริบโปรยสายตาเป็นสีทองระยิบระยับนับพันนับหมื่นราวกับแสงจากประภาคารไงเล่า


แต่...เดี๋ยวก่อนนะครับผม
ขอยืนยันในความลึกของกระผมที่ไปค้นเจอมาด้วย...

บทพระคัมภีร์ Isaiah 30:17 ที่ว่า:

One thousand [shall flee] at the rebuke of one; at the rebuke of five shall ye flee: till ye be left as a beacon upon the top of a mountain, and as an ensign on an hill.

ซึ่งอ่านแล้วต้องแปลอังกฤษเป็นอังกฤษอีกรอบด้วย

A thousand will go in fear before one; even before five you will go in flight: till you are like a pillar by itself on the top of a mountain, and like a flag on a hill.


....เฮ้ออออ พี่แซม พี่จะลึกไปไหนเนี่ย เพลงหนึ่งเพลงพี่จะลึกไปไหนครับ


งั้นเราขอตีความกับไอ้black&gold อีกสักรอบ

ด้วยเนื้อเพลงทั้งหมดเป็นการตั้งคำถามถึงชีวิตและจิตวิญญาณของคนเรา ถ้าเกิดว่าพระผู้เป็นเจ้านั้นไม่มีอยู่จริงแล้ว
สรรพชีวิตทั้งหลายบนโลกนี้ก็ชวนสงสัยในการมีอยู่ ชวนให้หวาดกลัวในการถือกำเนิดและใช้ชีวิตบนโลกใบนี้


และอาจมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างมีอยู่มากกว่าที่ตาเรามองเห็น
แต่เมื่อมองท้องฟ้าสีดำยามค่ำคืนส่องประกายสีทองระยิบระยับสะท้อนตาเรากลับมา
จึงอาจเป็นทั้งสิ่งที่มีอยู่จริงและอีกหลายสิ่งถูกซุกซ่อนอยู่จนตาเรามองไม่เห็นมัน
แต่เรากลับสัมผัสมันได้ด้วยความรู้สึกเพียงเท่านั้น



black&goldในความคิดของแซม อาจโยงถึงความหมายในเรื่องความเชื่อทางศาสนากับความเป็นจริงในชีวิตที่ไม่สามารถแยกออกจากกันก็อาจเป็นได้

ซึ่งในความคิดเรามันอาจสื่อในเรื่องความจริงกับความลวงที่เราไม่อาจเอ่ยได้เต็มปากว่าอะไรจริง อะไรลวง
สิ่งที่จริงอาจเป็นแค่ภาพลวงตา แต่สิ่งที่นึกว่าลวงหลอกอยู่อาจกลับกลายเป็นเรื่องจริง

นี่ล่ะคือความหมายของblack&goldในความคิดเรา



แล้ว...ขอแสดงความเสียใจกับคนที่อยากให้เพลงนี้เป็นlovesongของKhunWooด้วยนะขอรับ
ก็...มันบ่ใช่เพลงรักธรรมดาตามท้องถนน
แต่เค้าฝากรักทะลุไปถึงเบื้องบนโน่นแน่ะ
อย่างงี้...สองหนุ่มที่ชอบเพลงนี้ทั้งคู่นี่จะรู้ลึกรู้จริงไหมเนี่ยวะ
คงไม่หลงไปกับบีทพร้อมติดกับถ้อยคำสวยๆเท่านั้นหรอกมั้ง


เพลงนี้พี่แซมเค้าออกจะแต่งเป็นpure artน่ะ
ขอยกให้เป็นงานabstractชนิดต้องตีความสิบยี่สิบตลบก็ยังหาคำตอบให้ตรงกันไม่ได้อย่างงั้นไปเลยล่ะคุณพี่














Create Date : 11 ตุลาคม 2553
Last Update : 11 ตุลาคม 2553 4:29:09 น. 3 comments
Counter : 2149 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะ คุณคิวที่แวะเยี่ยม

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น ... ชีวิตมันมีหลายแง่หลายมุมเสมอ ยากเนอะ แต่เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

เพียงแต่เราอยากทำทุกสิ่งอย่างเพื่อเขา ... ให้ได้มากที่สุด เช่น หยุดความรักกับเพศตรงข้าม ไม่ใส่ใจมาก ไม่น้อยใจมาก ก็คงทำให้ไม่ทะเลาะกันได้ (มังคะ) อาจจะรู้สึกรักเขาไม่ได้อีก แต่จะไม่เกลียดชัง คืออยู่ด้วยกันปกติ (จริง ๆ พ่อแม่เราเขาก็ไม่แสดงออกถึงความรักกันนะคะ แต่ดูแลกัน จนเราก็ดูไม่ออกว่าเขารักกันหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ไม่ได้เกลียดกัน)

สุดท้าย สนใจเฉพาะความรักที่มอบให้ลูก

แหะ แหะ เรายังไม่มีลูก ยังไม่เคยเสียสละใด ๆ ยังคงงี่เง่า ขี้งอนกับเรื่องเล็ก ๆ แต่ที่พูดเป็นเพียงจินตนาการ และไม่คาดหวังผล (เพราะไม่มั่นใจว่าจะทำได้ดั่งใจคิด)

เข้ามาอ่านบล็อคคุณคิวมาก ๆ เราต้องโดนซิวไปฝั่ง 2PM แหง๋ แต่ตอนนี้ยัง เพราะตอนนี้แค่ 9AM เท่านั้น


โดย: for Family วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:9:36:30 น.  

 
ขอบคุุณครับ
ipadblackfriday2011


โดย: aomzon (aomzon ) วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:19:59:53 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่มาอธิบายความหมายของเนื้อเพลงให้ เกือบไปแล้วมั๊ยนั่นนึกว่าเป็นเพลงรักน่ารักๆ


-----------------------------------------------------------------
FE-310 Camera | Otterbox Defender Deals | Stylus Deals


โดย: hamuch วันที่: 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:59:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
Quaver
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 76 คน [?]




เป็นคนหัวแข็งที่มาพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ
เป็นคนหัวอ่อนที่มาพร้อมท่าทางแข็งๆ




Friends' blogs
[Add Quaver's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.