Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
16 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
True Swag by Jun. K

 

 

 

 

 

THANK YOU EVERYONE.....and

THIS WAS JUN. K

 

 

 

 

จะว่าไป

True Swag ถือว่าเป็นงานโซโล่ของจุนเคที่เราชอบน้อยที่สุดเลย

อืมคือ~มันคือชอบล่ะนะแต่มันจะมีความไม่ชอบปนอยู่ด้วย...พูดแบบนี้น่าจะตรงกว่า

ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ น่าจะจากแฟนแคมคอนยุ่นล่ะมั๊ง

ซึ่งคุณภาพเสียงมัน...นะ

ทำให้ความรู้สึกต่อเพลงนี้เริ่มด้วยความไม่ีประทับใจอย่างที่ควรจะเป็น

 

กับงานเพลงฝีมือจุนเคแต่ละเพลงที่ทะยอยออกมา ขอยกเว้นงานเพลงบัลลาด

เราถือว่าเป็นงานเพลงแนวทดลองของผู้ชายหัวใจดนตรีคนนี้

 หรือจะพูดก็คือความที่เขามีของในตัวอยู่เยอะ แถมกระหายจะแสดงออกให้โลกได้รับรู้

งานเพลงแต่ละชิ้นที่ออกมาจึงเหมือนงานทดลองแนวเพลงที่เขาสะสมความชื่นชอบมาโดยตลอด

 

แต่...แต่เพราะความที่เป็นคนมีของเยอะ บวกกับความเป็นคนเยอะ Smiley ที่เยอะจริงๆ

ความร้อนวิชาที่มีจึงแสดงออกมาจนดูล้นในงานเพลงโซโล่ล่าสุดนี้

 

ภาคงานดนตรีของTrue Swag บอกได้เลยว่าได้รับอิทธิพลจากศิลปินในดวงใจของเจ้าตัวอย่าง D’Angelo จนเห็นได้ชัด

มีความเป็นฮิพฮอพของฝั่งตะวันออกแบบเท่ๆกวนๆบวกมากับดนตรีแนวนีโอโซล

กับการใช้วิธีการร้องแบบlayback ดึงบีทให้ช้าลงเกิดเป็นเอฟเฟคแบบนี้มันคือสไตล์งานเพลงแบบที่ D'Angelo ชอบใช้เลย

แต่จุนเคเลือกนำมาใช้ในแบบที่โฉ่งฉ่างกว่า หรือจะบอกว่าเปิดเผยในแบบฉบับความเป็นหนุ่มแดกูของเจ้าตัวนั่นเอง

 

ถ้าจะถามว่าtrue swagช่วงไหนที่เขาใช้วิธีการlayback

ก็ลองสังเกตง่ายๆในช่วงที่เรากำลังโยกตามบีทเพลินๆ แล้วจู่ๆดันโยกไม่เข้ากับจังหวะให้ต้องชะงักซะงั้น

นั่นล่ะ

นั่นคือช่วงที่พ่อหนุ่มคนนี้แกล้งคนฟังไงล่ะ

 

 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจงานดนตรีของจุนเคก็คือการไม่หยิบทุกอย่าง[ของคนอื่น]ที่ตัวเองชอบมาใช้

แต่เจ้าตัวเลือกและปรับส่วนที่ชอบให้กลายมาเป็นลายเซ็นต์ของตัวเอง

ส่วนที่บ่งบอกว่าเป็นลายเซ็นต์ในงานโซโล่ของผู้ชายคนนี้ที่เห็นได้ชัดในทุกงานเพลงก็คือ

การทำงานดนตรีละเอียดให้มีความอลังการ

...ใช่...

ความอลังการของเสียงดนตรี

ที่เขาได้ใส่ไว้เป็นลายเซ็นต์ในงานเพลงแนวทดลองของตัวเองเสมอ

ชนิดที่เราฟังแล้วเจอท่อนดนตรีที่มีเมโลดี้สวยๆค่อยๆกระหึ่มขึ้นมา จะบอกกับตัวเองได้เลยว่า

นี่สินะ!นี่ล่ะคือจุนเคที่เราชื่นชอบ

 

แม้กระทั่งในเพลงที่แสนจะโฉ่งฉ่างแบบTrue Swagนี้ก็ตาม

ก็ยังมีส่วนของดนตรีที่สวยละเอียดชนิดยังแฝงความรู้สึกของบลูโน๊ตเอาไว้มาให้สะเืืทือนเวลารับฟัง

สมแล้วกับความเป็นคนR&Bของเจ้าตัว

 

ตอนที่เราฟังเพลงนี้ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น

ส่วนที่เราไม่ชอบที่สุดก็คือช่วงแรพปิดท้ายที่ทำให้รู้สึกถึงความรกไป รกเกิน

และดูจะไม่เข้าปากคนร้องเอาเสียเลย

ถ้าตัดส่วนแรพนี้ทิ้งไป คงชอบเพลงนี้ขึ้นอักโข...เราคิดแบบนี้

 

 

สำหรับเราแล้ว

เวลาฟังเพลงฮิพฮอพจากศิลปินที่ไม่ใช่แอฟริกัน-อเมริกัน

เรามักไม่ค่อยอิน

ด้วยคิดว่าไม่มีทางที่คนที่ไม่เคยผ่านความเศร้าของการถูกเหยียดศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

จะสามารถสื่ออารมณ์ของความเจ็บแค้น ชิงชัง ต่อความอยุติธรรมที่ต้องรับมือทุกเมื่อเชื่อวัน

ความต้องการอิสระ เรียกร้องซึ่งสิทธิความเป็นคน อยากตะโกนก้องต่อความอยุติธรรมของสังคมแวดล้อม

การร้องขออย่ามองเขาแค่ฉายฉวยผ่านสีผิวภายนอกแต่จงมองให้ลึกถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา

ฉะนั้นคนที่ไม่ได้เติบโตมาในสังคมแบบนั้น อย่างมากก็ได้แต่สวมผืนหนังของหมาป่าผู้โดดเดี่ยว

แต่ไม่อาจมีซึ่งจิตวิญญาณของมัน

 

 

พอเราได้อัลบั้มGROWN-GRAND

[คาดไปเองว่าลุงผักกะตีตลาดใหม่ไปไกลถึงขั้วโลกเหนือ ลุงแกถึงได้ขูดเลือดขูดเนื้อหนูผอมบักโกรกฉะนั้นนี้ T.T]

เมื่อได้ฟังเพลงนี้ในเวอร์ชั่นเกาหลี

ตอนได้ยินเสียงร้อง

~อันยอง~

เราก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

คุณคิมมินจุนช่างเป็นผู้ชายที่พูดอันยองได้น่ารักที่สุดในสามโลก

(ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอโทษครับ นี่คือโหมดตาบอดหลงเมนตัวเอง)

 

เวอร์ชั่นยุ่นกับเนื้อร้องที่เราไม่ชอบเอาเสียเลย

ฟังแล้วขัดหูไปหมด ไม่ใช่แค่ท่อนแรพแต่รวมทุกท่อนร้องภาษาญี่ปุ่นมันทั้งหมด

เปรียบก็เหมือนกับการไล้มือตามผ้าไหมเนื้อดีไปเรื่อยๆแต่กลับเจอปุ่มปมระคายมือเป็นระยะแบบนั้นเลย

เพราะงั้นก่อนฟังเวอร์ชั่นเกา  เราเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไร

แต่พอเจออันยองตีหัวเข้าบ้าน  มันก็ลดอคติที่มีลงไปนิด(แค่นิด)

แต่แล้วจากนั้นพอฟังไปเรื่อยๆมันกลับผิดคาดซะงั้น

ตัวเราเองไม่มีความรู้ภาษาเกาหลีสักคำ  และแทบจำคำแปลเพลงนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่เราฟังเพลงนี้แบบลื่นไม่มีสะดุดและเพลินไปตั้งแต่ต้นจบจบเพลง

นั่นก็เพราะ

การใช้คำที่พ้องรูปพ้องเสียงในเนื้อร้องฉบับเกาหลี

ที่แม้จะแปลไม่ออกแต่กลับสัมผัสได้ถึงความน่ารักของถ้อยคำที่จุนเคเลือกมาใส่ในเนื้อเพลง

แถมกับวิธีการใช้เสียงในแต่ละคำพวกนั้นมันทั้งน่ารัก ทั้งซนและยั่วยวนกวนประสาทในสไตล์หนุ่มแดกูของเจ้าตัวชัดๆ

 

มีอยู่ท่อนที่มันทำให้เราฟังแล้วถึงกับยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัวไปกับวิธีการออกเสียงเล็กเสียงน้อยแบบมีความนัยของเขา

ทำเอาต้องไปคุ้ยหาคำแปลมาไล่ฟังดูสิว่าพ่อหนุ่มนี่ร้องอะไรออกมา

แล้วก็อย่างที่คาดไว้จริงๆ

มันเป็นท่อนที่ล่อแหลมนิดๆ เย้าหน่อยๆ

กับผู้ชายห่ามๆที่ไปป๊ะเอากับสาวนอกกฎหมายพันธุ์Xจนถึงกับเข่าอ่อนเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดSmiley

จุนเคใช้เสียงได้น่ารักจริงๆ ชวนน่ารักน่าหยิกกับความซุกซนแบบนั้น

แถมทำเป็นบ่นต่อว่าแม้แต่ออเดรย์ของผมยังไม่ทำอะไรแบบนั้นเลยนะครับ

Smiley Smiley Smiley

ให้ตายเหอะ ทำเป็นไร้เดียงสานะพ่อหนุ่มกลางคืน

 

 

 

แล้วกับท่อนแรพปิดท้ายที่เราหาความชอบไม่เจอในเวอร์ชั่นยุ่น

แต่พอมาเจอการใช้คำเกาหลีในแค่ท่อนสั้นๆแค่เพียงท่อนเดียวแต่มันกลับทำให้เรารู้สึกลื่นหูมากกว่า

แต่เราก็ยังยืนยันนะ..ว่าถ้าตัดท่อนนี้ออกไป เพลงเพลงนี้น่าจะฟังลงตัวกว่า

มันจะไม่รกเกินแล้วกลมกล่อมมากกว่านี้

แต่เรายอมรับในตัวตนของจุนเคนะ

 การที่เขาใส่แรพปิดท้ายในแบบที่เกินความจำเป็น

 เราเชื่อว่าเขาคิดมาแล้วเป็นอย่างดี

เขาดูจะไม่อยากได้ความกลมกลืน แต่อยากได้ความขรุขระไม่ราบรื่นชนิดชวนให้หันกลับมามองซ้ำด้วยความขัดใจ

มันก็คือตัวตนของเขาตอนนี้ในสไตล์เแบบที่เจ้าตัวอยากตะโกนให้โลกรับรู้(ความเยอะ Smiley )

 

 

 

 

ช่วงที่ผ่านมาเราหัวซุนออกไซด์งานไม่หยุดหย่อน

กับการเดินทางที่บางช่วงช่างน่าเบื่อและยาวนาน

มันน่าแปลกที่เรากลับเปิดฟังเพลงTrue swagบ่อยครั้งกว่าเพลงเพลงอื่นของจุนเคที่เราชอบมากกว่า

มันเป็นเพลงที่ทำให้สดชื่นขึ้นในเวลาที่เราเซ็งสุดขีด

มันเป็นเพลงที่ทำให้เรายิ้มออกมาได้โดยไม่รู้ตัวทั้งๆที่ไม่รู้ความหมาย

มันเป็นเพลงที่ทลายกำแพงของช่วงเวลาน่าเบื่อให้พังครืน

...นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ความรู้สึกที่เรามีต่อเพลงเพลงนี้เปลี่ยนไป...

 

 

 

เด็กหนุ่มยุคGen Y ที่โตมาพร้อมกับวัตถุนิยม ความฟุ้งเฟ้อของสังคมรอบตัวในยุคปัจจุบัน

งานดนตรีที่แสดงถึงความฉาบฉวยของยุคสมัยที่ต่างไปจากตอนที่เราโตขึ้นมา

เราเห็นความเป็นกบฏในตัวของคิมมินจุนที่อยากต่อต้านกับขนบธรรมเนียมแบบเดิมที่ยังครอบเขาอยู่

ความต้องการอิสระที่เขาเรียกร้องผ่านบทเพลง

มันทำให้เราฉุกคิด

ว่า

 ไม่จำเป็นที่คนเราต้องผ่านเรื่องระทมทุกข์ถึงจะมีความแรงกล้าของจิตใจผ่านเสียงร้องและบทเพลงของตนได้

 ความสันสนในตัวเองกับสังคมใดใดของเด็กวัยรุ่น

คือเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่รอเวลาของมันเพื่อจะแตกยอดผ่านเนื้อดินสู่โลกกว้าง

 

 

เราเชื่อว่า

สักวัน

สักวันเขาจะเจอความพอดีของตัวเอง

สักวันที่ความคิด และของในตัวที่เจ้าตัวมีมากมายจะถูกเขานำมาจัดวางได้อย่างพอดิบพอดี

โดยไม่รกหูรกตา

ทั้งยังคงตัวตนของตัวเองไว้ได้อย่างชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง

 

1    4    3    V

I  LOVE  YOU  V

                                                                                                                                                                          

 

 

 

 

 

 




Create Date : 16 กรกฎาคม 2556
Last Update : 16 กรกฎาคม 2556 21:56:51 น. 5 comments
Counter : 3390 Pageviews.

 
อะไรคือฉันคอมเม้นท์ไปหลายบรรทัด แล้วมันหาย ว็อทททททททททททททททท??????


ง้านเริ่มใหม่ แล้วมันจะเหมือนเดิมมั้ย??




เป็นคนชอบฟังเพลงมาก แต่ไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรี แค่รู้สึกว่าเพลงไหนมันสมูทรูหู ดนดรี/ทำนองเพราะ เนื้อเพลงรื่นไหล แค่นี้ก็ไม่ต้องไปดูหรอกว่าเนื้อเพลงมันแปลว่าอะไร (ค่อยไปเสริชหาคำแปลเอาทีหลัง) แบบใช้ใจล้วนๆ แต่เท่าที่ได้อ่านคุณคิวเขียนบทความเกี่ยวกับงานเพลงมาก็หลายครั้ง (ถ้าความจำยังดีอยู่ น่าจะมากกว่าครั้งนึง) รู้สึกได้เลยว่าคุณน่าจะมีความรู้เรื่องดนตรีอยู่มากพอดู คือมันละเอียดลึกซึ้งถึงขนาดสามารถเอาไปใช้อ้างอิงในงานวิชาการได้ทีเดียวเชียวนะเนี๊ยะ ประหนึ่งตัวเองกำลังนั่งงานงานวิจารณ์ดนตรีของนักวิจารณ์ชื่อดังซักคน บวกกับภาษาที่ละเมียดละมัยคล้ายวรรณกรรมเข้าไปด้วย เพลินไปเลยงานนี้.. อันนี้ไม่ได้ยกยอแต่อย่างใด มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะ



มาเข้าเรื่องพี่คิม

อัลบั้มนี้ ฟังผ่านๆ ครั้งแรก รู้สึกชอบสองสามเพลง ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่เคยได้ฟังตอนโซโล่ในคอนแล้ว อย่างเพลง It's time ของคุณอ๊ค เพลงนี้ของปู่แล้วก็เพลงที่น้องชานแต่ง ออ! เพลงของด้งก็น่ารักดี ส่วนเพลงอื่นเราเฉยๆ หรืออาจเป็นเพราะว่า Grown บั้มเก่า ที่ฟังแล้วฟังเล่าอยู่ทุกวันก็ยังไม่รู้ซึ้งถึงคำว่าเบื่อก็ไม่รุ เพลงนี้ของพี่คิมไม่เคยฟังเป็นเวอร์ ญป.แหะ นั่นสิ ทำไมไม่เคยฟังหว่า แต่นะ ก็เราไม่ใช่เมนปู่ อาจมีเล็ดลอดสายตาเล็ดลอดรูหูไปบ้าง แต่เวอร์เกา เราชอบดนตรีและเสียงของปู่แหะ ปูร้องแนวๆ นี้แล้วเสียงมีเสน่ห์ขึ้นอีกเลเวล ไม่น่าแปลกที่พี่แกชอบฮิปฮ็อพแทนที่จะเป็นบัลลาด ฝีไม้ลายมือปู่นี่มันโดนตั้งแต่ Hot (ก่อนหน้านั้นปล่อยผ่าน บอกแล้วว่าไม่ใช่เมน) มาอ่านบทความนี้แล้วนั่งนึกๆ เออแหะ ! ผลงานปู่แต่ละชิ้นนี่ไม่ธรรมดาทั้งนั้น เหมือนจะดูไม่ซ้ำแนวกันเลยล่ะมั้ง แถมแต่ละเพลงก็ทำออกมาได้ดีซะด้วย เหมือนพี่แกใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยๆ แทบทุกอย่าง ดูอย่าง Game over ดิ ถึงจะแต่งกับคนอื่นแต่แนวดนตรีที่ค่อดจะแปลก แต่ไม่รุทำไมมันติดหูชะมัด กลายเป็นเพลงอันดับหนึ่งของเราในอัลบั้มนั้นไปซะได้ เราว่าฝีมือปู่นี่วาดหวังไปถึงอนาคตได้เลย สดใสจนแสบตาแน่นอน บอกแล้วว่าผุ้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา

ชอบประโยคก่อนย่อหน้าสุดท้ายจังค่ะ

"ไม่จำเป็นที่คนเราต้องผ่านเรื่องระทมทุกข์ถึงจะมีความแรงกล้าของจิตใจผ่านเสียงร้องและบทเพลงของตนได้

ความสันสนในตัวเองกับสังคมใดใดของเด็กวัยรุ่น

คือเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่รอเวลาของมันเพื่อจะแตกยอดผ่านเนื้อดินสู่โลกกว้าง"







ตั้งแต่รู้จักกับบล็อคนี้ อ่านจบแล้วต้องสะบัดหัวแรงๆ เรียกสติ

เหมือนจิตวิญญาณกำลังถูกสูบให้หลุดจากร่างเข้าไปสู่มิติอีกมิติ แทบจะกู่ไม่กลับกันเลยทีเดียว

แล้วสุดท้ายก็ได้แต่คิด


เฮ้ย! ตรูไม่ใช่เมนพี่คิมน้า...


โดย: พุดดิ้งของซอนโฮ วันที่: 18 กรกฎาคม 2556 เวลา:23:41:46 น.  

 
เค้าเองเป็นอีกคนที่ไม่มีความรู้เรื่องดนตรีเลย อาศัยอย่างเดียว เพลงไหนฟังแล้วรื่นหู โดนใจ เพลงนั้นละคือเพลงที่เพราะสำหรับเค้า


ชอบมากที่ได้มาอ่านบล็อกของคุณ เพราะได้ทั้งความบันเทิงและสาระ สาระทั้งทางดนตรีและแง่คิดชีวิตต่างๆ ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องราวดีๆและแบ่งปันให้อ่านกัน


สำหรับจุนเค เค้าชอบเสียงของจุนเคมาแต่ไหนแต่ไร(ถึงจะไม่ใช่เมนก็ตาม) ทุกเพลงที่จุนเคร้อง ทุกเพลงที่จุนเคแต่ง สามารถเรียกความสนใจจากเค้าได้เสมอ ไม่ว่าจะบัลลาด หรือแนวอื่นๆ ฟังแล้วก็ร้องไห้บ้าง ยิ้มบ้าง ขยับโยกบ้าง มึนงงบ้าง หลากหลายมากมาย


สำคัญเค้าแล้วเพลงบัลลาดของจุนเคนั้นไม่มีอะไรจะกล่าวถึงเพราะโดนใจเราทุกเพลง อาจมีมากบ้างน้อยบ้าง แต่ก็ชอบทั้งนั้น


ส่วนฮิปฮอปนั้นค่อนข้างที่จะยากสำหรับเค้า เพราะโดยส่วนตัวแล้วเพลงแนวนี้ไม่ค่อยเข้าหู ถ้าเป็นของคนอื่นร้องก็คงจะปล่อยผ่านไป แต่เพราะเป็นจุนเค คนที่เค้าตกหลุมรักเสียงหวานปนเศร้าในเพลงบัลลาดนั้น ทำให้ต้องเอี้ยวตัวเข้ามาฟัง อย่างที่บอกไปแล้วว่าไม่มีความรู้ด้านดนตรีเลย แถมยังไม่ชอบแนวฮิปฮอปอีกก็เลยทำให้ไม่คาดหวังใดๆเลย แต่เมื่อได้ฟังแล้วกลับมีความรคิดความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้น "เออ เจ๋งดีว่ะ"


True Swag ทำให้คนที่ไม่ชอบแนวฮิปฮอปอย่างเค้าหันมาชอบได้(จากเดิมที่แค่เพียงเอี้ยวตัว) ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นเพราะความลำเอียงเพราะเป็นของจุนเคละมั้งที่ทำให้ฟังเพลงนี้ แต่พอได้ฟังไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่เพราะชื่อจุนเคแล้วล่ะ เพราะถ้าแค่เพียงเพราะชื่อจุนเค คงไม่ทำให้เราสามารถขยับโยกแข้งขาเวลาที่ฟังเพลงนี้หรอกนะ


ตอนนี้ก็เฝ้ารอวันที่จะได้ฟังเพลงของผู้ชายคนนี้เพลงต่อไปๆ พร้อมทั้งลุ้นว่าเขาจะจัดเพลงแนวไหนมาให้ฟังกันน๊า


โดย: naughtyprogrammer วันที่: 19 กรกฎาคม 2556 เวลา:22:28:58 น.  

 
พี่คิวกับโต้ิคิดคล้ายกันกับเรื่องตัวตนของพ่อยอดชายนายจุนเคนะคะ โดยเฉพาะเรื่องความเยอะของเจ้าตัว 555+

โต้ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องดนตรี แค่ชอบฟัง และบอกตรงๆว่าแนวเพลงที่โต้ฟังน้อยที่สุดคือเพลงสไตล์ฮิพฮอพที่พ่อตัวดีเค้าชอบเนี่ยแหละค่ะ

แต่ตั้งแต่รู้จักอิตาคนนี้ ก็ได้ฟังเพลงแนวนี้บ่อยขึ้น จากไม่ชอบฟังไปฟังมาจนรู้สึกว่าเพลงแนวนี้มันมีเสน่ห์ของมันแบบที่ว่าถ้าแค่ฟังผ่านๆจะรู้สึกว่า นั่นเค้าบ่นอะไรกัน ยิ่งเพลงอิตาจุนเค พ่อใส่ซาวด์มาเต็มให้สมกับความเยอะของเจ้าตัวจริงๆค่ะ

แต่สำหรับเพลง True Swag ในท่อนที่พี่คิวบอกว่ารก นั่นเป็นท่อนโปรดโต้เลยนะคะ ฮ่าๆ เพราะรู้สึกว่า แหมะ อิตานี่ช่างคิดได้ ถึงขั้นตัดมาเป็นริงโทนโทรศัพท์ จนเวลาโทรศัพท์ดังทีไร คนหันมองกันทั้งห้องเลยทีเดียว

แต่โต้ชอบเวอร์ชั่นเกาหลีมากกว่าญี่ปุ่นเหมือนพี่คิวนะคะ ฮ่าๆ

โต้ว่างานเพลงของตาจุนเคน่าติดตามนะคะว่าตาหนุ่มแดกูคนนี้จะเอาอะไรมาใส่ในงานเพลงต่อๆไปของตัวเองอีก พ่อมีของเล่นใหม่มาให้พวกเราทั้งยิ้ม ทั้งกุมขมับ ว่าอะไรของอิตาคนนี้นักนะ ว่าไม๊คะ 5555



โดย: TOTO_TOTORO วันที่: 26 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:00:47 น.  

 
เราพอรู้เรื่องดนตรีนิดค่ะ คุณพุดดิ้ง แถมตอนเรียนต้องลงวิชาวิจารณ์งานศิลปะที่กว่าจะผ่านก็แทบรากเลือดเพราะอาจารย์แต่ละแขนงขาโหดทั้งนั้นก็เลยรู้เพิ่มมาอีกหน่อย(เดียว)
สำหรับเราแล้วเราว่าgame overนี่เป็นงานตลาดที่สุดที่จุนเคทำมาเลยล่ะมั๊ง 5555555 เพราะงั้นเราเลยโค-ตะ-ระชอบฟังเพลงนี้ 55555555555555555


เราหันมาชอบฟังฮิพฮอพก็ไม่นานหรอกค่ะคุณnaughtyprogrammer แรกๆเราไม่ชอบสไตล์นี้เลยแต่เผอิญคุณพี่R.Kellyอยู่ๆพี่แกก็เปลี่ยนแนวมาร้องฮิพฮอพอ๊อบแอ็บอะไรของแกไปเรื่อยตามกระแส เราก็เลยจำใจฟัง จำใจมาสักพักเลยศึกษาแล้วชอบฟังไปซะงั้น
เพราะงั้นศิลปินมักมีอิทธิพลต่อการฟังเพลงของแฟนๆเสมอ


สุขสันต์วันเกิดนะโต้ พี่เข้าไปอวยไว้แล้วนะสาวน้อย
โต้ชอบในส่วนที่พี่ยี้ที่สุดเลย 555555555555 ฟังและดูไลฟ์แล้วอยากฟาดกะบาลคนร้อง
โซโล่ถัดไปพี่อยากได้แบบซอฟท์ๆหน่อย โซลอาร์แอนด์บีเพียวๆสักครั้งเห๊อะคุณคิม


โดย: Quaver วันที่: 5 สิงหาคม 2556 เวลา:15:46:14 น.  

 
กว่าจะได้กลับมาดูแลบล็อกตัวเอง อ่อยยยยยยยยยย
ไร้ความผิดชอบสิ้นดีข้าพเจ้า


โดย: Quaver วันที่: 5 สิงหาคม 2556 เวลา:15:48:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Quaver
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 76 คน [?]




เป็นคนหัวแข็งที่มาพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ
เป็นคนหัวอ่อนที่มาพร้อมท่าทางแข็งๆ




Friends' blogs
[Add Quaver's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.