Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
10 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
Go Crazy?

 

 

 

r u ready to GO CRAZY?

 

เราเดินไปหยิบอัลบั้ม Grown มาดูตอนถามตัวเองว่าอัลบั้ม GO CRAZY นี่มันอัลบั้มเต็มที่เท่าไรนะ ห่างกันหนึ่งอัลบั้มกับเวลาปีกว่าๆที่เปลี่ยนจากหนุ่มเต็มตัวมาโดนถามว่าเป็นบ้ารึไง นับว่าเป็นการเติบโตที่นับเป็นเรื่องราวดีๆ 

ตอนแรกกะว่าไว้รอได้อัลบั้มมาแล้วอยากจะเขียนถึงอัลบั้มนี้ดู  แต่พอฟังครบหมดทั้งอัลบั้มอยู่พักก็อดไม่ไหวละ  ขอเขียนถึงสักหน่อยดีกว่าก่อนจะลืมความรู้สึกไป

 

GO CRAZY เพลงไตเติ้ล นับเป็นเพลงแนว  EDM - Electronic Dance Music 

EDMเป็นแนวแบบไหน ก็อธิบายง่ายๆว่าเพลงที่ใส่อิเลคโทนิคเข้าไปแล้วทำให้ตัวเผลอขยับเต้นก็ถือเป็นEDM

แม้จะมีซับเซ็ทอีกหลายแบบอย่างพวก  electro , disco , house แม้แต่ Dubstep ก็ยังถูกนับเป็นEDM แล้วเลย (แม้มีบางพวกไม่ยอมรับว่ามันนับรวมก็เถอะ แต่คนที่นับรวมก็บอกกูจะนับแล้วมึงจะทำไม! Smiley )

เพลง GO CRAZY ก็อยู่แนวๆอิเลคโทร เฮาส์อะไรประมาณนั้น บีทมาตรฐานเลยประมาณ 128 - 132 BPM โยกตามกำลังมันส์

 

สิ่งที่เพลงบ่ายหายไปนานก็เพลงติดหู catchy ติดหูแบบฟังครั้งเดียวนะ ไม่ใช่้ต้องเปิดหลายๆหนจนหลอนแล้วค่อยติดหูแบบนั้น

GO CRAZY ถือเป็นเพลงติดหู ทั้งบีท เมโลดี้ แล้วรวมภาษาที่เราฟังไม่ออกด้วยแต่ก็พอรับรู้ได้ถึงสัมผัสของภาษา  ฟังถึงคำพ้องรูปพ้องเสียงพวกอานียา ไอ้สระอาพวกนั้นล่ะ  แล้วการย้ำแล้วย้ำอีกให้หลอนกันไปข้างกับคำว่า GO CRAZY จนจำขึ้นใจ

ยิ่งตบท้ายไอ้Slow กับ Down นั่นยิ่งก็บ่งบอกความเชี่ยวของความเป็นปาร์ตี้แมน  พี่ขั้นโปรแล้วพี่คิม  มันคือเกมไอ้ขี้เมาที่เล่นกันในวงเหล้าอย่างไม่ต้องสงสัย พี่ปิดท้ายปาร์ติ้อย่างสมบูรณ์แบบ Smiley

 

 

เพลงไตเติ้ลเพลงนี้ที่เราชอบที่สุดก็คือท่อนของชานกับคุณ

ปกติแล้วเพลงของบ่ายที่ทำให้เราสะดุดตอนฟังที่สุดก็คือท่อนของชานนี่ล่ะ คือด้วยเสียงขึ้นจมูกของชานกับการร้องแบบที่ลุงผักใหชานร้องมันออกจะทำให้เพลงที่ฟังมาเพลินๆเจอหลังเต่าเข้า

คือเรายอมรับวิธีการยัดเยียดให้ชานร้องเพลงมันเข้าไปของลุงผักนะเพราะมันทำให้ชานร้องเพลงดีขึ้นมากแม้จะไม่ไปถึงนักร้องขั้นเทพอะไรแต่ก็ไม่มีเพี้ยนให้คอยลุ้นใจหายเวลาฟังสด  แต่มีอยู่อย่างที่ลุงผักดูจะจัดการไม่ได้สักทีคือการร้องแบบขึ้นจมูกชัดๆจนชวนอึดอัดของชานนี่ล่ะ

แต่อัลบั้มGrown กับเพลง game over เราเห็นช่องเสียงของชานที่ผ่านการกำกับของจุนเค เราว่านั่นใช่ล่ะ ช่องเสียงที่ถูกของชาน เป็นเสียงชานแต่ฟังไม่อึดอัดเลย มันกำลังได้เลย

แล้วพอมาเพลง GO CRAZY มาเจอกับเสียงชานตอนฟังร้องต่อจากด้ง ฟังครั้งแรกเราร้องโฮะ! เฮ้ย! ใช่แล้วเว้ย! เสียงนี่ล่ะใช่ไม่รู้จะใช่ยังไงเลย ช่องเสียงนี่ล่ะ ถึงจะมีติดจมูกแต่เสียงที่พอใช่มันก็ใช่เลย

เราประทับใจกรูฟของชานมาตลอด เคยพูดเรื่องนี้มาแล้ว ร้องเพลงมีจังหวะจะโคนได้เยี่ยมมากคนหนึ่ง  เป็นคนที่มีเนื้อเสียงเต็มที่รู้จักใช้การเน้นว่าคำไหนควรจะหนักคำไหนควรจะเบาเลยเหมาะกับการร้องเพลงหนักๆ บีทแน่นๆ ฟังแล้วสะใจตาม  แต่ก็แอบบ่นเรื่องช่องเสียงชานมาตลอดเหมือนกัน

แล้วนอกจากเพลง GO CRAZY แล้วต้องฟังเพลง Mine  เพลงออกแนวนีโอโซล ชานร้องเพลงนี้ไว้สุดยอด คือถ้าเราเป็นหมีนะ เราจะขอให้เพลงนี้เป็นเพลงโปรโมตอีกเพลงแทน im your man Smiley มันซะเลย

แล้วอย่าว่าเลยแม้แต่โฮเองก็ปล่อยของเต็มที่กับเสียงหลบในเพลงMine เทคนิคดีโคตรแบบไม่แค่ใช่แค่โคตรเดียวด้วยนะ  โฮเล่นร้องขยี้ทีละเม็ดรับกับการวางเสียงนุ่มๆของชานที่ร้องท่อนต่อตามมา  อารมณ์ตอนฟังโคตรวาบหวิว เครื่องเสียงที่ใชัเข้ากับเมโลดี้ชวนระทวยกับบีทย้ำแทบทำคนฟังละลาย ช่องเสียงแบบนี้เราไม่คิดว่าจะเจอกับการร้องของชานมาก่อน  เพลงนี้ฟังเสียงโฮกับชานแล้วเซ็กซี่สุดๆจนอยากเห็นเพิร์ฟขึ้นมาทันที  

ให้ตายเหอะ! เพลงนี้น่าโปรโมตแทน im your man จริง

เพลงmineเพลงนี้บ่ายร้องไว้ดีจริงอะไรจริง เราประทับใจการร้องและอารมณ์ที่ใช้ของทุกคนกับเพลงนี้มากจริงๆ คำว่าeverythingของคุณทำเราแทบกัดลิ้นตาม แรพของแทคกับบีทนี้มันคือกรูฟที่ลงตัวสุดๆ  เสียงกึ่งลมของด้งดึงใจสั่นตามทุกคำ  แล้วด้วยเสียงคำรามบวกกับการอิมโพรไวส์แบบไว้ลายของจุนเคอุ้มเพลงเพลงนี้จนทุกอย่างสมบูรณ์แบบ

ให้ตายอีกสักครั้งเฮอะ!  เพลงแบบนี้โคตรเหมาะกับเสน่ห์ผู้ชายของบ่ายเลย

 

คิมทำเพลง Go CRAZY แบบซาวด์ละเอียดมากตามสไตล์เจ้าตัว สมกับไอ้เครื่องที่อิปู่หอบหิ้วติดตัวไว้นั่นล่ะ ใช้งานได้คุ้มจริงๆ มีซาวด์เล็กๆน้อยๆแทรกเข้ามาชนิดถ้าไม่เงี่ยหูฟังจะผ่านเลยไปง่ายๆ ทั้งเสียงกีต้าร์แล้วดรัมแอนด์เบสที่หุ้มเพลงเอาไว้ก็ลงตัวสุดๆ  ซึ่งถือเป็นการมิกซ์ได้อย่างเจ๋งและกลมกล่อมมาก 

แต่ก็อดแปลกใจนิดๆไม่ได้ที่ว่าถึงเป็นเพลงฝีมือจุนเคแต่ก็ยังให้อารมณ์เพลงของค่ายเจวายพีอยู่นะ   มันให้ความรู้สึกของยุคสมัย(อารมณ์คนแก่หวนอดีตชัดๆ Smiley )  พอฟังแล้วยังรู้สึกล่ะนี่เป็นเจวายพี มันมีความย้อนยุคในความฮิพของเพลงอยู่

กับท่อนบริดจ์ที่ให้โฮรับผิดชอบที่ขอบอกว่าเป็นบริดจ์ที่สมเป็นบริดจ์จริงๆ    จุนเคเล่นวางเมโลดี้ไว้สวยพริ้งรับกับการวางเสียงสวยกิ๊กของโฮ มันเสริมให้ท่อนนี้สวยสุดๆส่งให้แตกต่างจากท่อนอื่นอย่างชัดเจน  แล้วตัวโฮเองก็รับผิดชอบอย่างดีสุดคือไม่หลุดความบ้าเลยยิ่งทำให้ท่อนนี้ยิ่งโดดเด่นขึ้น

ไม่รู้คนอื่นจะรู้สึกเหมือนเราไหม ตลอดท่อนบริดจ์ เรารับรู้ถึงความเหงาของเมโลดี้จนใจปวดจางๆ อย่างหาที่มาที่ไปไม่เจอ

สำหรับเราแล้วคนที่ครบเครื่องที่สุดของบ่ายก็คือโฮ มีครบหมดผู้ชายคนนี้ ทั้งเสียงที่เพราะและเทคนิคที่เยี่ยม ทุกอย่างลงตัวไปหมด

อย่างจุนเคก็ด้อยเรื่องเสียง ถือเป็นคนเสียงมีเอกลักษณ์ที่คนชอบก็คือชอบ แต่คนไม่ชอบก็ไม่ชอบไปเลย  แล้วยิ่งพักหลังๆที่พุ่อคุณร้องเพลงตามอำเภอใจ(จังหวัดแดกู)ของพ่อยิ่งกู่ไม่กลับ

เพราะแบบนี้เราถึงไม่ชอบอัลบั้มที่แล้ว เคยคุยกับน้องคนหนึ่งตอนเพลงCBWYHTSออกมาว่าผิดหวังกับเพลงนี้  ไม่ใช่เพราะเพลงนี้ไม่เพราะนะ ด้วยตัวเพลงมันเพราะอยู่แล้วล่ะ  แต่เราไม่คิดว่าเพลงแบบนี้เหมาะกับบ่าย คือเพลงแบบนี้ถ้าให้ตีสองร้อง รับรองว่าเพราะจับใจ ขอพูดอย่างไร้เกรงใจว่าบ่ายทั้งวงศักยภาพไม่ถึง ยังมีข้อจำกัดอยู่

แล้วโดยส่วนตัวเราไม่ชอบเนื้อเพลงที่มันออกส่วนตัวมากๆแบบนี้ด้วย มันเป็นเพลงที่สื่อเฉพาะกลุ่มแบบที่คนฟังเพลงฟังแล้วสะดุดไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมตาม เพลงCBWYHTSสำหรับเรามันก็เลยสองเด้ง

แถมทำMVได้เชยย้อนยุคไปยุค 80 โน่น  ยิ่งที่จบด้วยไฟเย็นพุ่งพวยให้บ่ายค่อยๆเยื้องย่างออกมา ขนาดเด็กยุค70-80แบบเราเห็นแล้วได้แต่กลืนน้ำลายเอื้อก  มากกว่านี้ก็เอลวิสแล้วล่ะพี่  คราวนี้ครบสามเด้งเลย

ตอนที่เราได้ฟังเพลงgame overในอัลบั้มที่แล้ว ก็ยังอดเสียดายไม่ได้ว่าทำไมไม่เอาเพลงนี้เป็นเพลงโปรโมตคู่ฮานีปุนนะ มันเป็นเพลงที่เสริมศักยภาพในตัวบ่ายออกมาได้เหมาะเจาะแล้ว

ทำให้อดคิดไปถึงบทสัมภาษณ์หนึ่งของลุงผักอีกครั้งไม่ได้

ลุงแกตอบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการแต่งเพลงเอาไว้ประมาณว่าแกอยากได้รับการจารึกว่าเป็นนักแต่งเพลงที่แต่งเพลงฮิตติดชาร์ตมาตลอดแม้จะอายุ  60 ไปแล้ว (ไม่เป๊ะแต่ประมาณนี้ล่ะ)

เท่าที่เราเฝ้าดูลุงผักผ่านบ่าย มันจะมีแวบให้เราคิดคำพูดนี้ของแกขึ้นมาทุกครั้ง แล้วอดไม่ได้ที่จะคิดอีกทีว่าแกทำก็เพื่อสนองอัตตาความต้องการส่วนตัวมากกว่าที่จะนึกถึงศิลปินก่อน

ซึ่งการคิดถึงตัวเองก่อนไม่ใช้เรื่องผิดอะไร  มันคือความทะเยอทะยานธรรมดาของมนุษย์เรานี่ล่ะ  คนที่ประสบความสำเร็จก้าวสู่จุดสูงสุดในหน้าที่การงานก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีความทะเยอทะยานในการดำเนินชีวิตกันทั้งนั้น  ต่างต้องมีบันไดไว้ให้เหยียบขึ้น ที่เหลือก็เป็นจริยธรรมส่วนตัวซึ่งดูแล้วลุงผักแกมีไม่น้อยเลย

แต่ด้วยแนวความคิดอัตตาแบบนี้มันก็ทำให้ค่ายเพลงเจวายพีไปไม่ถึงไหน

เราอยากขอยกค่ายวายจีมาเทียบละกัน

วายจีเป็นค่ายที่นำเสนอความเป็นคนดนตรีของเด็กในค่ายมาก่อนอย่างชัดเจน เรียลลิตี้ของวายจีแม้ว่าแฟนคลับจะชอบตัวศิลปินด้วยสาเหตุใดไม่ว่าจะเป็นที่ตัวตนหรือตัวเพลงก็ตามก็จะมีกรอบของความเป็นคนดนตรีที่ป๋ายางวางครอบเอาไว้อยู่ดี

เพราะแบบนี้มันเลยเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่แฟนคลับมองผ่านวายจีว่าเป็นค่ายเพลงที่เน้นความเป็นศิลปินคนดนตรี ที่เกินกว่าความเป็นไอดอลไปแล้ว

ป๋ายางใช้เด็กในค่ายสร้างงานเพลงของตัวเองก่อความเป็นตัวตนของความเป็นวายจี แสดงภาพลักษณ์ของความเป็นคนดนตรีผลักดันให้ไอดอลกลายเป็นศิลปินสร้างเป็นภาพลักษณ์ของบริษัทขึ้นมาอีกที

ต่างจากเจวายพี ลุงผักใช้งานของตัวเองสร้างเด็กขึ้นมาเพื่อแสดงเพลงของตัวลุงผักเอง  ลุงย้ำตลอดเรื่องการเลือกเด็กของตัวเองที่ตัวตนก่อนอย่างอื่น คือเลือกเด็กที่เหมาะกับ(เพลง , การใช้ชีวิต , นิสัย)ของตัวเอง ก่อนเรื่องอื่น...และไอัเรื่องอื่นที่ว่าที่คนนอกมองก็คือก่อนความสามารถทางด้านดนตรีนั่นล่ะ  แล้วย้ำด้วยการทำเรียลลิตี้ก็แสดงให้เห็นตัวตนของเด็กที่แทบไม่เน้นเรื่องดนตรีเลย ไม่ว่าเด็กของเจวายพีจะมีศักยภาพทางดนตรีแค่ไหนก็ตามก็ถูกนำเสนอตามหลัง(อย่างห่าง)จากการแสดงความเป็นตัวตน

เพราะแบบนี้ในสายตาคนนอกที่มองผ่านบริษัทของลุงผัก จึงเห็นแต่เพลงของลุงผัก เห็นความเป็นเด็กดีที่น่าคบหาแบบด็กข้างบ้านของเด็กในค่ายแล้วมองผ่านอย่างน่าเจ็บใจกับความเป็นคนดนตรีของเด็กค่ายนี้

เพลงของศิลปินเจวายพีจึงถูก...ไม่มองข้ามก็underrated...จะแปลยังไงดีนะ คือถูกมองกดความสามารถต่ำกว่าความเป็นจริง

เด็กเจวายพีจึงเป็นได้แค่ไอดอลที่ถึงจะมีฝีมือทางดนตรีแต่ก็ไม่อาจข้ามผ่านแรงอคติที่มีภาพลักษณ์ของความเป็นเจวายพีครอบอยู่ไปเป็นศิลปินได้อย่างง่ายๆ  และถ้าคิดจะข้ามจริงๆก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์กว่าคนอื่นจนถึงขั้นต้องออกจากเงาของเจวายพีไปด้วยซ้ำแบบนั้น

(บางทีเรายังสงสัยอยู่ว่าถึงออกจากค่ายไป แต่เงาของเจวายพีจะหายไปไหม จะยังตามติดจนสลัดไม่หลุดหรือเปล่า)

แล้วที่แย่อีกอย่างคือความเป็นไอดอลแบบเจวายพีก็ไม่ใช่ไอดอลพิมพ์นิยมแบบที่เอสเอ็มทำไว้อย่างดีเยี่ยมซะด้วยสิ

ไอ้ที่เราว่าแย่น่ะ ไม่ได้หมายความว่าความเป็นไอดอลแบบเจวายพีเลวร้ายอะไรนะ  เพราะเราเองที่มาชอบบ่ายเพราะชอบความเป็นไอดอลแบบบ่ายนี่ล่ะ เป็นศิลปินที่(เหมือน)สัมผัสได้  เพียงแต่เมื่อมองในมุมกว้างแล้วเราก็คงต้องยอมรับว่าไอดอลแบบเจวายพีมันไม่แมสพอต่างจากค่ายเอสเอ็มจริงๆ นั่นล่ะ 

อยากเห็นแผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคลของเอสเอ็มสักครั้งจริงๆสิพับผ่า Smiley

คงต้องบอกว่าเพราะเจวายพีสร้างภาพลักษณ์บริษัทให้คนนอกมองเข้ามาแบบนี้เอง จนกลายเป็นกรอบที่ครอบเด็กในค่ายนี้เอาไว้ แล้วเราคิดว่ามันเป็นกรอบลุงผักไม่คิดจะทะลายเสียด้วยสิ

พอคิดแบบนี้แล้วก็อด...มันไม่ใช่ความเสียดาย แต่มันคือความเจ็บใจ...เจ็บใจแทนจุนเคกับการถูกเมินความสามารถและได้การตอบรับจากซิติเซ่น(เกาหลี)แค่นี้ ภาพลักษณ์ของความเป็นเจวายพีมันครอบไว้เกิน จนคนทำเป็นมองเิมินศักยภาพความเป็นคนดนตรีที่เขามี

(อยากรู้จริงว่าถ้าเพลง GO CRAZY ติดป้ายวายจีเอาไว้ จะทำชาร์ตเพลงได้สูงแค่ไหนกันนะ)

 

จุนเคในฐานะโปรดิวเซอร์เขาทำให้เราได้ยินเสียงร้องนิชคุณแบบที่เราเฝ้าหวังอยากได้ยินมาตลอด

เราน่ะไม่ชอบเสียงร้องเพลงของคุณเลย แต่...แต่เราชอบเสียงพูดของคุณมากกกกกกกกกก

คุณเป็นคนพูดเสียงโทนต่ำ เสียงทุ้มที่เพราะมาก ย้ำว่ามาก เป็นคนพูดเสียงต่ำๆแล้วไม่ฟังติดคออึดอัดค้างอยู่ในคอ  คือฟังเสียงพูดโดยเฉพาะเวลาพูดโต้ตอบภาษาอังกฤษกับแทคนะ  สองคนนี้คุยกันเป็นภาษาอังกฤษแล้วฟังเพลิน  คนละสำเนียงแต่เท่พอๆกัน  ยิ่งตอนคุณทำเสียงดุๆ กำราบเป็นชื่อแทคนะ โอ้โห~ โทนเสียงนั่นล่ะครับ มันคือความงดงามของมุนษยชาติชัดๆ Smiley Smiley Smiley

เพราะงั้นเราถึงสงสัยว่าทำไมลุงผักถึงให้คุณร้องเพลงคีย์สูงเกินไปทุกครั้ง มันทำให้เสียงร้องคุณฟังลอยๆ เบาๆ แล้วแทบไม่มีกรูฟเลย ถ้าจะคิดว่าลุงแกจะขยายเรนจ์เสียงของคุณก็พอคิดได้ เพราะดูลุงแกจะแก้อะไรหลายๆอย่างที่คุณพร่องอยู่

อย่างคุณเป็นคนลมน้อย ลุงผักก็ให้คุณแรพติดกันแบบไม่มีช่องให้หายใจอย่้่าง i'll be back แต่เสียดายคุณยอมแพ้ตั้งแต่ไลฟ์แรกจบลง คือไลฟ์แรกคุณร้องสู้ตายแต่หายใจไม่ทันเพราะด้วยท่าเต้นด้วยล่ะ พอหลังจากนั้นคุณก็เลิกร้องบางท่อนแล้วใช้แบ็คกิ้งแทรคกับแทคช่วยแทน

คือเรายังคิดเสียดายอยู่เลยถ้าช่วงนั้นคุณฮึดสู้ตายดู มันจะช่วยเรื่องลมของคุณไว้ได้มากเลยนะ มันเป็นเพลงที่ทำขึ้นเื่พื่อกำจัดจุดอ่อนของคุณแท้ๆเลยนั่น

แต่พอมาเจอGO CRAZYเข้า  จุนเคมาลดคีย์ลง ท่อนที่คุณร้องต่อจากชาน ตอนฟังครั้งแรกเราก็ร้องว้่าวออกมา  ถือเป็นท่อนที่ดีที่สุดของทั้งชานและคุณเลย มันเป็นเสียงร้องที่ลื่นไหลและมีน้ำหนัก มันคือโทนเสียงที่เราอยากได้จากคุณมาโดยตลอด

ในที่สุดจุนเคก็เปิดช่องเสียงที่ดีที่สุดของคุณออกมาให้เราฟังจนได้ เราว่าที่เป็นแบบนี้เพราะพวกนี้สนิทกันมากจนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของกันและกันได้เคลียร์กว่า

เวลาฟังคุณร้องเพลงสดๆแล้วเราต้องถอนหายใจแอบพูดเบาๆตามว่าน้องคุณช่วยเติมกรูฟลงไปหน่อยครับ  แต่เพลงเพลงนี้เราไม่ต้องถามหาเลย ขนาดเต้นเหวี่ยงเป็นปลาหมึกซะขนาดนั้นกรูฟยังมาเป็นลูก ฟังแล้วปลื้มสุดๆ  มันไม่ใช่ว่าคุณร้องเพลงไม่มีกรูฟแต่แค่คีย์มันทำให้คุณไม่อาจดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้ก็เท่านั้น...ก็แค่นี้เอง

ทำให้เราอยากลองฟัง let it rain แบบปรับคีย์ให้ต่ำลงมาอีกสักครึ่งก็ยังดี อยากฟังเสียงแบบปล่อย ร้องอย่างอิสระตามอารมณ์เต็มๆแบบไม่ต้องระวังที่จะวางเสียงให้เพราะอย่างที่คุณมักคุมเสียงตัวเองไว้แบบนั้น เราเชื่อว่าคุณทำได้นะ หาช่องเสียงที่เหมาะเจอแล้วนี่นา

 

ปกติแล้วท่อนแรพมักเป็นหน้าที่ของคนแรพที่จะแต่งเอง(เมกาเป็นแบบนั้น เราเองก็ชินแบบนั้น)  คือเราไม่รู้จะพูดถึงแทคยังไงดีเพราะตัวเองฟังภาษาเกาหลีไม่ออก ท่อนแรพคือท่อนที่เราจะฟังเนื้อหา ฟังการเลือกใช้คำว่าเหมาะกับบีืท เหมาะกับอารมณ์เพลงแค่ไหน คำเก๋แค่ไหน พุ่งโดนใจอย่างจังอะไรแบบนั้น 

คือคงต้องรออัลบั้มแล้วคงรู้ว่าแทคเป็นคนแต่งท่อนแรพเองหรือเปล่า ซึ่งเราว่าก็น่าจะใช่อยู่ อิปู่คงปล่อยให้เป็นหน้าที่แทคมากกว่า นอกเสียจากแทคจะเหนื่อยมากกับการเล่นซีรี่ส์ล่ะ

แต่เท่าที่ฟังเสียง "แอ๊วววววววววววววววว" เป็นแมวที่สอดแทรกเข้ามาตลอดเพลงให้หัวเราะนึกถึงหน้าคนร้องออกมาได้แบบนั้นทุกครั้งก็พอแล้วล่ะ เราว่าเสียงนี้น่าจะเป็นไอเดียของอิเหมียวล่ะ ไม่น่าใช่อิปู่หรอก  นิสัยแทคผ่านเสียงร้องชัดๆเลย

วิธีการแรพของแทคเพลงนี้เราว่ามีการใช้เสียงหลายแบบดี ไม่ใช่้แค่การคำรามดุอย่างเดียวแบบหลายเพลงที่ผ่านมา Smiley มีเสียงกวนๆแบบนึกหน้าแทคตามออกทันที

เราว่าจุนเคชอบร้องกับแทคนะ สองเพลงแล้วที่ปู่จะร้องสอดรับการแรพของแทค เสียงสองคนนี้เข้ากันอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

ตอนแรกพอคิดคร่าวๆถึงคอนเซ็บเพลง เราก็คิดว่าเพลงนี้น่าจะเหมาะกับแทคที่สุด แต่พอดูเอ็มวีแล้วก็ผิดคาด  คิดว่าคงถ่ายทำตอนช่วงแทคเหนื่อยสุดขีดล่ะ แทคมักเป็นแบบนี้พอเหนื่อยเกินขีดจำกัด จะชัตดาวน์ตัวเองอัตโนมัติ แต่พอดูไลฟ์แล้ว...ก็ใช่ล่ะ เพลงนี้เหมาะกับแทคจริงๆ มีอะไรให้พ่อเล่นเยอะเลยล่ะพ่อ

เอาตามที่พ่อพอใจเลยจ๊ะ  Smiley

 

 

เวลาเจอท่อนร้อนของด้งในเพลงที่จุนเคแต่ง เราก็อดหัวเราะหุ หุ ไม่ได้  ก็เพราะมันจะรู้สึกขึ้นมาเลยว่าด้งนี่มันเป็นน้องรักอิปู่ชัดๆ  สังเกตเห็นชัดเลยว่าจุนเคจะไม่ปล่อยให้ด้งหายไปในเพลงของตัวเอง จะต้องเอาเสียงด้งมาหยอดเป็นหย่อมเป็นหย่อม Smiley

จุดยืนเราก็ยังเหมือนเดิมคือในบ่ายรองจากจุนเคแล้ว เราชอบเสียงด้ง หรือจะพูดให้ตรงกว่าคือไม่ได้ชอบเสียงด้งอะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่ที่ชอบจริงๆก็คืออารมณ์ในการร้องเพลงของด้ง  อารมณ์เพลงของด้งเป็นสิ่งที่โดนใจทุกครั้งกับทุกเพลงของบ่ายนะไม่รู้ทำไม เด็กคนนี้เป็นนักร้องที่ใช้เสียงสะืท้อนความรู้สึกออกมา

เทคนิคของด้งอาจไม่ดีเท่าโฮ  เสียงของด้งอาจไม่เพราะเท่าโฮ

แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าด้งเหนือกว่าโฮก็คือการร้องที่เป็นอิสระกว่า  เสียงที่อุ้มความรู้สึกเอาไว้แบบนั้นมันทำให้คนฟังเพลงสัมผัสได้

โฮน่ะเป็นประเภทตามตำราไง ทุกอย่างเป๊ะ คม ครบทุกอย่างที่นักร้องฝีมือดีจะมีได้

เพียงแค่คนฟังเพลงแบบเราชอบอีกแบบก็เท่านั้นเอง เป็นคนชอบฟังเพลงที่แม้ฟังไม่ออกสักคำแต่เสียงมันพุ่งเข้าหัวใจได้แบบนั้น เพราะงั้นนักร้องแบบที่เราชอบจึงเป็นแบบพวกร้องเพลงโซล อาร์แอนด์บีเทือกนั้นล่ะ

กับเพลงGO CRAZY แล้ว  คนที่ร้องได้ตรงโจทย์ที่สุดก็คือด้ง ความเครซี่ในเสียงมันสื่อออกมาได้อย่างดี คือถ้ามีมาตรวัดความบ้าในเพลงนี้ โฮมีน้อยสุด ด้งก็มีมากสุดล่ะ

ขอแซะอิปู่หน่อยเหอะว่าเพลงตัวเองแท้ๆกลับปล่อยความบ้าไม่เท่า คงเพราะต้องวางเสียงอุ้มเพลงนี้เอาไว้ให้กลมกล่อมประมาณนั้น

 

 

พี่ชายคนโตของกลุ่มที่บอกว่าตัวเองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับผิดชอบกับคำพูดที่ชักชวนให้น้องๆมาทำงานให้เกาหลีให้มากขึ้นเถอะ

พี่ที่อ้อนน้องเล็กจากแดนไกลถึงแอลเอว่า "นายรู้ใช่ไหมว่าพี่เหนื่อยเพื่อพวกเราอยู่"

กับจุนเค คงไม่ต้องบอกแล้วว่าเราภูมิใจในตัวผู้ชายคนนี้ของเรามากแค่ไหน ความเป็นคนดนตรีของเขาคือทุกสิ่ง  ความหลงใหลในเสียงเพลงของเขาคือทุกอย่าง  แสดงออกผ่านการเป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้มที่ 4 GO CRAZYของ 2pM อัลบั้มนี้

เหลือก็แค่...

เลือกตามชอบเลยพ่อ เวอร์ซาเช่ สปริง-ซัมเมอร์ คอลเลกชั่นเลยด้วยเอ้า!

ถ้าบ้าพอ...รู้ใช่ไหมว่าฮอตอยากเห็นใส่ชุดไหนที่สุด Smiley

 

 

 

เราค่อนข้างพอใจกับอัลบั้มนี้ ไม่ใช่แค่เพราะจุนเคเป็นโปรดิวเซอร์  แต่ด้วยตัวเพลงทุกเพลงมันตอบโจทย์ความชอบของเราได้ อัลบั้มนี่มันให้อารมณ์Big Band ชัดๆ หลายเพลงนี่มันเพลงสวิงเห็นๆ เติมเสียงแซคโซโฟน ทรัมเป็ต คาร์ริเน็ตต์เข้าไปก็พร้อมเอาไปเล่นในผับแถบนิวออร์ลีนส์ได้พอดีเจ๋งเลย  อย่างเพลง she's ma girl ที่เปิดด้วยเครื่องเป่าแบบนั้น...ก็...เอ่อเว้ย...55555555555555555555

ซาวด์ในอัลบั้มนี้น่าสนุกค้นหามาก บีทแรงๆตัดกับเมโลดี้เศร้าๆ ซาวด์อาร์แอนด์บีที่แฝงใส่ลงมามีความเหงาและความเดียวดายที่ชวนให้เอาหัวโหม่งเต้าหู้ตายไปซะถ้าเผลอเปิดฟังตอนกำลังหมองได้ที่

 

 

GO CRAZY จะเป็นเพลงที่ยิ่งได้แสดงมากเท่าไร ดูแล้วบ่ายจะยิ่งอิสระและจะเติมอะไรบ้าๆลงไปอีกเยอะ ทำเอาเราอดนึกถึง 10/10 ขึ้นมาไม่ได้ เพลงแรกเริ่มที่แสดงตัวตนของกลุ่มเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งในวันเวลาเก่า  เพลงที่แสดงให้เห็นว่าแฟนอย่างเราจะรับมือกับผู้ชายแบบไหน 

แล้ววันเวลาก็ผ่านมา 6 ปี ผู้ชายกลุ่มนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน ยังเป็นผู้ชายกลุ่มเดียวกับที่เราเคยรู้จัก

ตัวตนที่ตรงไปตรงมาที่พวกเขาหกคนแสดงให้เห็นมาตลอด

ผู้ชายเวลาบ่ายสองที่ร้อนแรงที่สุดของฮอตเทส

 

 

 

ออกจะเป็นอะโครบาติกชราดีเนอะ

 i'm already crazy!

 

 

 




Create Date : 10 กันยายน 2557
Last Update : 19 กันยายน 2557 15:25:50 น. 0 comments
Counter : 2642 Pageviews.

Quaver
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 76 คน [?]




เป็นคนหัวแข็งที่มาพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ
เป็นคนหัวอ่อนที่มาพร้อมท่าทางแข็งๆ




Friends' blogs
[Add Quaver's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.