เรื่อง กะทิกับขนมครก
เรื่อง กะทิกับขนมครก
 
เรื่องเล่าแบบไทย ๆ นี้คงอยากจะบอกว่า ทำไมขนมครกขนมที่อยู่คู่กับมื้อเช้าของคนไทยจึงมีกะทิผสมกับแป้ง โดยที่แป้งอยู่ด้านล่างและกะทิอยู่ด้านบน ซ้ำร้ายกว่านั้นต้องปะกบขนมครก 2 ฝาเข้าด้วยกัน จึงจะเป็นขนมครกสมบูรณ์แบบ เราคนไทยเห็นจนชินตาและกินจนชินลิ้น เวลาเราทำขนมครกจะใช้แป้งกับกะทิหยอดในภาชนะกระเบื้องหรือโลหะที่เป็นหลุม ๆ ตั้งบนเตาไฟ วันนี้ลองมาดูตำนานเรื่องเล่าของขนมครกกันดีกว่า
ณ ดงมะพร้าวเตี้ย มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อกะทิ เขารักสาวนางหนึ่งที่ชื่อแป้งซึ่งเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้าน ทั้งสองพบกันที่งานวันลอยกระทง มันเป็นรักแรกพบ สบตากันปุ๊บบอกรักกันปั๊บ ทั้งสองสัญญารักมั่นต่อกันทั้งที่เพิ่งพบกันสักครู่นี้เอง เมื่อเกิดรักแรกพบและได้เอ่ยปากสัญญารักกันต่อกันโดยมีดวงจันทร์งามเด่นที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงสวยเด่น เป็นสง่าที่สุด มีหรือที่ทั้งกะทิและแป้งจะกล้าผิดคำสัญญารักมั่นต่อกันได้
แสงจันทร์งามเด่นในคืนวันลอยกระทงคงมีมนตราที่ทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวอดที่จะรักกันในค่ำคืนที่แสนจะโรแมนติคและมีพระจันทร์เป็น
พยานแห่งความรักในค่ำคืนนี้ไม่ได้ ทั้งสองจึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักกันและจะรักกันชั่วฟ้าดินสลาย
กะทิเป็นชายหนุ่มที่มีฐานะยากจนไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย เมื่อริจะมีรักกับสาวสวยที่สุดในหมู่บ้านและเป็นลูกสาวของคนมีสตางค์ วิธีที่จะได้แป้งมาเป็นคู่ครองคงมีวิธีเดียวคือทำตนให้มีเงินมีทองสมฐานะของฝ่ายหญิงเสียหน่อย
กะทิตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินเพื่อให้มีเงินก้อนใหญ่เอาไปสู่ขอแป้งสาวคนรัก แต่รักนี้ใช่ว่าจะราบรื่นเพราะแป้งเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านที่มีฐานะ
ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านนี้ จะเก็บเงินแบบไหนวิธีใดจึงจะมีเงินมากพอที่ผู้ใหญ่
บ้านจะยอมรับ
สมัยนี้ถ้าเข้าถูกช่องทางอาจรวยลัดได้ แต่ก่อนคงยากนักกว่าจะถีบตัวให้รวยด้วยตนเองในเวลาพริบตาเดียว คงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญแล้วคนอย่างกะทิจะทำได้หรือ ยังน่าสงสัยอยู่
เมื่อพ่อของแป้งได้ล่วงรู้ว่าแป้งแอบไปรักกับไอ้หนุ่มที่ชื่อกะทิ คนที่ไม่รู้หัวนอนปลายตีน ยากจน ไม่สมฐานะ ไม่มีเงินทองมากพอที่จะเลี้ยงดูและให้ความสุขแก่ลูกสาวของตนได้ คิดแบบพ่อแม่ทั่วไปที่อยากให้ลูกสาวสบายคือได้แต่งกับคนที่สมฐานะมากกว่าจะให้แต่งกับคนที่ลูกรักและคนที่รักลูก พ่อของแป้งจึงส่งคนมาทำร้ายและสั่งห้ามกะทิติดต่อกับแป้งอีกต่อไป นี่เป็นวิธีสั่งสอนแบบเบาะ ๆ ยังไม่ให้ถึงตายแค่เตือนเบา ๆ เท่านั้น ให้รู้สำนึกจะได้เจียมตัวไม่กล้ามาเผยออีกต่อไป ให้รู้ในฐานะไม่ใช่หวังจะมาเป็นหนูตกถังข้าวสาร หวังรวยทางลัดด้วยการแต่งกับลูกสาวคนมีสตางค์
กะทิบาดเจ็บต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม แปลว่า เจ็บหนักมากขนาด
กินข้าวกินปลาไม่ได้ แต่การเจ็บตัวครั้งนี้หาทำให้กะทิเลิกรักกับแป้ง กะทิคิดว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กะทิจะยังคงรักแป้งตลอดไป จะไม่ยอมให้ความยากจนมาเป็นอุปสรรคขวากหนามหนทางรัก ต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะร่ำรวยและให้พ่อของแป้งยอมรับในตัวของเขาให้ได้
ความฝันที่ไม่เป็นจริงและยังไม่มีหวังที่จะเป็นจริงได้ด้วยย่อมสร้างความเจ็บร้าวลึกให้แก่ผู้ฝันเสมอ ไม่เว้นแม้แต่กะทิ ยิ่งเมื่อรู้ว่าผู้ใหญ่บ้านพ่อของแป้งจะยกแป้งให้แก่คนอื่นในเร็ววันนี้ ซึ่งไม่ใช่กะทิแน่นอน กะทิยิ่งเจ็บช้ำใน
อกรุนแรงยิ่งขึ้น จะทำอย่างไรดีนะ
ผู้ใหญ่บ้านรู้ว่าแผนปล่อยข่าวว่าแป้งจะแต่งงาน ย่อมจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนอย่างแน่นอน เดี๋ยวเถอะไอ้กะทิหนุ่มที่ไม่เจียมตัวต้องวิ่งมาตกหลุมพรางครั้งนี้ ทุกคนในบ้านของแป้งเตรียมแผนการเป็นอย่างดี หลุมพรางที่ว่านี้คือหลุมขนาดใหญ่ที่พอจะฝังร่างของกะทิให้ตายทั้งเป็นได้ ผู้ใหญ่บ้านคิดว่าพอกะทิรู้ข่าวว่าแป้งต้องตกเป็นของชายอื่นคงวิ่งแจ้นมาหาแป้งเป็นแน่แท้ เส้นทางที่กะทิจะมาหาแป้งมีหลุมที่จะจบชีวิตของกะทิให้หยุดวุ่นวายกับชีวิตของลูกสาว
ในบ้านทุกคนรู้แผนการอันเลวร้ายนี้ ยกเว้นแป้ง บังเอิญแม่ของแป้งได้แอบยินพวกคนงานที่ไปขุดหลุมมาพูดกระซิบกระซาบกันว่ากะทิต้องตกหลุมพรางในค่ำคืนเดือนมืดนี้เป็นแน่แท้
พอรู้เรื่องนี้แม่ของแป้งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายต่อกะทิจึงแอบมาส่งข่าวให้แป้งได้รู้ เพื่อแป้งจะได้หาทางไปเตือนกะทิชายคนรัก คนรักกัน
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือของพ่อ มีหรือที่จะอยู่นิ่งเฉย
อย่างไรเสียต้องหาทางออกทางใดหนึ่งที่จะช่วยชีวิตกะทิไว้ให้ได้
แป้งวิ่งออกมาจากบ้านในคืนเดือนมืด มันคงจะมืดจริง ๆ มันเป็นคืนที่กะทิจะต้องมาหาแป้ง คืนเดือนมืดมันมืดจนแทบจะมองไม่เห็นพื้นดินและเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจึงได้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้น
อารามดีใจของแป้งที่วิ่งมาตามทางแล้วสายตาพอจะมองเห็นกะทิอยู่ไกล ๆ แต่ยังไม่ทันได้ตะโกนบอกกล่าวว่าอันตรายกำลังจะมาถึง แป้งเองไม่รู้ว่าหลุมนั้นอยู่ที่ใดและอันตรายถึงแก่ชีวิตของกะทิจะเป็นเช่นไร แป้งตกลงไปในหลุมก่อน
ส่วนกะทิพอรู้เรื่องว่าแป้งต้องแต่งงานกับคนอื่นได้รีบมาพบแป้งหวังจะเจรจากันให้รู้ความ พอกะทิวิ่งมาถึงกลางทางได้มองเห็นแป้งอยู่ไกล ๆ เช่นกัน แล้วแป้งตกลงไปในหลุม กะทิรีบกระโดดตามลงไป ทั้งคู่ตกลงไปในหลุมแล้ว ยังไม่ทันเจรจาความกันเลยหรือคิดจะช่วยตนเองให้ขึ้นจากหลุม
ลูกน้องของผู้ใหญ่บ้านที่เฝ้าติดตามกะทิอยู่ ได้เห็นกะทิมาตามแผนที่วางไว้และเห็นกะทิหล่นไปในหลุม โดยไม่ทันมองเห็นว่าแป้งได้หล่นไปก่อนหน้ากะทิ พวกมันรีบกลบดินฝังร่างของกะทิทันทีแล้วจากไป
น่าแปลกที่ลูกน้องของผู้ใหญ่บ้านมองไม่เห็นว่าแป้งได้หล่นไปในหลุมและทำไมทั้งสองจึงไม่ตะโกนร้องให้คนช่วยขณะที่กำลังโดนดินฝังกลบ อย่างน้อยเสียงของแป้งคงจะทำให้เหตุร้าย ๆ หยุดได้ มันเป็นแค่เรื่องเล่าอย่าไปจริงจังอะไรนักเลย แป้งอาจจะหล่นไปก่อนแล้วหมดสติไปเลยก็ได้ หรือกะทิหล่นไปทับตัวแป้งจนจุกพูดไม่ออก อาจจะเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่หล่นไปแล้วเจ็บหนักจนพูดไม่ออกร้องไม่ได้
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นผู้ใหญ่บ้านรีบมาดูผลงานที่คิดว่าได้วางแผนกันมาเป็นอย่างดีแล้ว ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้คนงานขุดหลุมเพื่อหวังดูศพของกะทิ แต่ทว่าภาพที่เห็นแทบจะทำให้ผู้ใหญ่บ้านล้มลงทั้งยืนหรือแทบอยากจะตายทั้งเป็น กะทิกอดกับแป้งนอนตายอยู่ในหลุม แป้งอยู่ด้านล่างกะทิทับร่างแป้ง
รอยยิ้มของทั้งคู่ยังคงติดตาผู้ใหญ่บ้านที่ได้ชื่อว่าฆ่าลูกสาวให้ตายทั้งเป็นและฆ่าคนรักของลูกสาวให้ตายเคียงคู่กัน เพียงเพราะผู้ใหญ่บ้านไม่อยากให้ลูกสาวไปรักกับหนุ่มยากจนคนหนึ่งเท่านั้น
นอกจากผู้ใหญ่บ้านจะสูญเสียลูกสาวอันเป็นสุดที่รักแล้ว พ่อแม่ญาติพี่น้องของกะทิก็คงจะสุดเซ็งไปกับการตายที่โหดเหี้ยมจากผู้ที่กีดกันความรักและคนนั้นมีตำแหน่งเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย
คงเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหมู่บ้านนี้ที่รู้สึกสะเทือนใจ สงสารหนุ่มสาวทั้งคู่จึงคิดจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับแป้งและกะทิ ซึ่งบังเอิญทั้งชื่อของแป้งและกะทิสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของการทำขนมแบบไทย ๆ ได้ แต่เอจะให้คล้ายคลึงกับการตายของทั้งสองได้อย่างไร ในเมื่อทั้งสองตายในหลุมและแป้งอยู่ด้านล่างส่วนกะทิอยู่ด้านบน 
ชาวบ้านทั้งหมดช่วยกันคิดสูตรทำขนมเพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่หนุ่มสาวทั้งสอง โดยกวนแป้งก่อนแล้วหยอดลงไปในหลุม พอสุกเทกะทิราดไปข้างบน แป้งอยู่ล่างกะทิอยู่บนและอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ทั้งสองได้ครองคู่กันตลอดกาลในทุกชาติทุกภพจึงนำขนมครก 2 ฝานั้นมาปะกบคู่เข้าด้วยกันอีกครั้งก่อนจะนำไปถวายพระ เราจึงเห็นขนมครก 2 ฝาปะกบคู่เข้าด้วยกันเสมอ
ความตายของทั้งสองทำให้เกิดประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ในทุกแรม 6 ค่ำ เดือน 6 โดยชาวบ้านจะช่วยกันหยอดแป้งกับกะทิลงในหลุม โดยหยอดแป้งก่อนเพราะแป้งหล่นไปในหลุมคนแรกแล้วตายก่อน พอทำให้แป้งสุกจึงหยอดกะทิตามลงไป เพราะกะทิได้กระโดดตามลงไป พอกะทิสุกแล้วนำขนม 2 ฝามาประกบคู่กัน แล้วจึงถวายพระ
การทำขนมนี้ให้ชื่อว่าขนมคนรักกัน ต่อมาย่อเป็น ค-ร-ก ซึ่ง ค หมายถึงคน ร หมายถึงรัก และ ก หมายถึงกัน หรือเรียกกันย่อ ๆ ว่า ขนมครกในปัจจุบัน เจตนาของการทำบุญและคิดสูตรขนมแบบใหม่นี้ชาวบ้านหวังให้ทั้งคู่ได้สมหวังในความรักได้อยู่คู่กันทุกชาติทุกภพตลอดไป ซึ่งคนรุ่นต่อมาที่รู้อดีตของตำนานขนมครกหวังว่า ถ้าอยากรักใครชอบใครแล้วได้อยู่คู่กันคงต้องกินขนมครกด้วยกัน แต่บางคนไม่ยอมกินเพราะไม่อยากมีรักคุดเหมือนแป้งกับกะทิ คงต้องแล้วแต่จะคิดกันแล้วล่ะ
เรื่องนี้ทำให้คิดว่า พ่อแม่รักลูกหวังจะให้ลูกได้ดิบได้ดี ได้แต่งงานกับคนที่คู่ควรแล้วมีความสุขในชีวิต ไม่ต้องมาอดมื้อกินมื้อให้ลำบากยากเข็ญเพราะไปแต่งงานอยู่กินกับคนยากจน แต่ความหวังดีนี้อาจกลายเป็นประสงค์ร้ายไปก็ได้ หรือพูดสั้น ๆ ว่า เจตนาดีประสงค์ร้าย
ผู้ใหญ่หลายคนได้ตระหนักว่า ตนเคยมีความรักมาแล้วเหมือนกัน มันเหมือนกับที่หนุ่มสาวทั้งหลายมีกัน แต่เมื่อวันคืนผ่านไปและเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จึงได้รู้ว่าความรักนั้นมันกินไม่ได้และมันจืดจางไปตามกาลเวลา ยิ่งเมื่อต้องทนทุกข์กัดก้อนเกลือกินในยามแรก อะไร ๆ สุดพอทน
พอนานวันเข้าเห็นเพื่อน ๆ อยู่ดีมีสุขกับทรัพย์สินเงินทองยิ่งสะท้อนใจว่าเหตุไฉนนะตอนนั้นเราจึงเห็นกงจักรเป็นดอกบัวไปได้ เมื่อผู้ใหญ่ที่ผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาจึงไม่ปรารถนาให้ลูกหลานของตนต้องมาประสบพบชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นตน
ผู้ใหญ่หลายคนที่ร่ำรวยแล้วเจอเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่ทำเช่น
พ่อของแป้ง ถ้าพอมองออกว่าฝ่ายชายถึงจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถึงจะยากจน
ข้นแค้นแสนสาหัส แต่ถ้าหน่วยก้านดูดี นิสัยใช้ได้ ขยันขันแข็งและรักลูกสาวของตนจริง จะยอมรับหนุ่มคนนี้มาเป็นเขยแล้วอบรมสั่งสอนให้รู้กิจการงานของตน สืบทอดธุรกิจของครอบครัวต่อไป
เรื่องเล่านี้ตรงกับสุภาษิตที่ว่า ความประทับใจครั้งแรกจะคงอยู่ตลอดกาล First impressions are the most lasting. ทำไมกะทิจึงไม่เลิกรักแป้งทั้งที่รู้ว่าถ้าขืนรักต่อไปย่อมจะต้องเจอกับอุปสรรคขวากหนามแต่กะทิยังคงมุ่งมั่นที่จะรักแป้งต่อไป เพราะรักครั้งแรกเป็นรักที่ยากจะลืมเลือน
ในชีวิตจริงของหลายคนที่ผ่านมา ถ้าลองได้รักกับใครสักคนอย่างหัวปักหัวปำและคนนั้นเจ้าชู้ประตูดินขนาดไหน ต่อมาอาจมีหญิงอื่นอีกหลายคน แต่เขาคนนั้นจะไม่มีวันทอดทิ้งหญิงคนรักคนแรกนี้เด็ดขาด จะเทิดทูนและยกย่องมากกว่าหญิงอื่นทั้งหมด ยกย่องให้ตำแหน่งใหม่เป็นเมียหลวงซึ่งไม่มีหญิงใดชื่นชอบแต่จำต้องยอมจำทน
 
รักแรกของหนุ่มสาว
ช่างสดใสและหอมหวาน
ไม่คิดถึงว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร
ขออย่างเดียว ให้สมหวังในรักนั้น

 



Create Date : 03 มีนาคม 2563
Last Update : 3 มีนาคม 2563 4:42:25 น.
Counter : 161 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



New Comments
มีนาคม 2563

1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog