Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
27 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
วันที่ 4 ทำงานแล้วนะ แต่ก็ยังพาเที่ยวเหมือนเคย...ใน CAEN

10 May 2006

วันนี้ออกจากโรงแรมก่อนเก้าโมงเช้า เพราะอยากจะไปดูตลาดตามข้อมูลท่องเที่ยวของเมืองนี้ที่ปรินต์ออกมาจากเนตบอกเอาไว้ว่าจะมีอยู่ใกล้ๆ ที่ถนนตรงหน้าโบสถ์ St-Pierre เดินไปกับน้องเอมิสองคน แต่เดินยังไงก็หาไม่เจอ เลยคิดว่าเราอาจจะดูข้อมูลผิด หรือไม่เขาก็เลิกขายกันไปแล้ว :p เศร้า แต่ก็เป็นความจริงว่าเราหากันไม่เจอนั่นเอง สักพักน้องโอโนะก็โทรศัพท์มา บอกว่ามารออยู่หน้าโรงแรม (คือนัดกันเมื่อวานจะเที่ยวตลาดด้วยกันอะนะ) ก็เลยบอกให้น้องเดินมาหาที่สถานี tram น้องเอมินั่งรอ เราก็วิ่งไปซื้อแสตมป์เพิ่ม จริงๆ เมื่อเช้าซื้อมาแล้วยี่สิบดวงได้ (82 เซน) แต่ไม่พอ และที่ร้านที่ซื้อก็หมด เลยต้องวิ่งไปซื้อที่ร้าน TABAC (เป็นคล้ายๆ ร้านขายของชำ จำพวกหนังสือพิมพ์, เครื่องดื่ม, เหล้า, ขนมคบเคี้ยว, โปสการ์ด, แสตมป์, ตั๋วเข้าชมต่างๆ และอื่นๆ ที่เราไม่รู้ :p) ซื้อเสร็จกลับมารอสักพักน้องโอโนะก็มา วันนี้อากาศหนาวตั้งแต่เช้าเลย เราก็ลืมหยิบผ้าพันคอมา น้องโอโนะก็เลยสละผ้าพันคอให้ (ใจดีจริงๆ T-T) เสร็จแล้วก็พากันเดินไปหาอะไรกินที่ café ที่ตั้งเรียงราย เดินไปตามทางที่จะไปงาน conference เพราะวันนี้เรากะจะไปฟัง special session ที่พูดเรื่อง Tsunami มีอาจารย์คนไทยจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มาพูดด้วย

น้องเอมิอยากกินเครป เพราะหนังสือท่องเที่ยวบอกว่าเครปเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ ^^ ก็ตกลงใจกันที่ café ร้านนี้




นั่งกันข้างใน ไม่ได้นั่งข้างนอก แบบที่คนอื่นเขานิยมกัน เพราะว่ามันหนาว เราสั่งเครปสตรอเบอรี่ ตอนสั่งไม่รู้หรอกว่าเป็นเครปสตรอเบอรี่ เพราะหลับตาจิ้ม เนื่องจากเมนูเป็นภาษาฝรั่งเศส และขี้เกียจหยิบหนังสือท่องเที่ยวขึ้นมาเปิดเทียบ




ส่วนน้องเอมิสั่งเจ้านี่ เป็นแบบพิเศษของเมือง Normandy น่ากินดี มีเนื้อสัตว์แบบที่ผู้บริโภคเนื้ออย่างเราอยากกิน >_< (จำชื่อไม่ได้ ลืมจดมาด้วยอ่ะ)



เห็นชีสที่วางอยู่ตรงกลางอ่ะเปล่า มันเป็นเรื่องขำๆ เพราะว่าก่อนสั่งน้องเอมิอุตส่าห์เอาคู่มือท่องเที่ยว (ของญี่ปุ่นทำละเอียดมากๆ ขอบอก อยากให้เมืองไทยทำแบบนี้บ้างจริงๆ แต่ไปหาในงานหนังสือไม่เห็นมีเลย เสียดาย) ขึ้นเปิดเทียบว่าไม่มีส่วนผสมที่เป็นชีสอยู่แน่ๆ แถมยังสั่งย้ำกับคนจดออเดอร์ว่าไม่เอาชีสนะ (เป็นภาษาอังกฤษ) สาวสวยคนจดออเดอร์ก็ตอบรับอย่างดี (เป็นภาษาฝรั่งเศส) แล้วพอยกมาเสิร์ฟก็มีชีสวางอยู่เต็ม น้องก็ช็อก และพวกเราก็เข้าใจกันว่า...น้องคนจดออเดอร์คงเข้าใจว่าให้ใส่ชีสเพิ่ม (เพราะเมนูไม่ได้เขียนว่ามีชีส ฮา) ก็เลยได้ชีสมาเพิ่มนั่นเอง ร้อนถึงโอโนะ (ที่ไม่ได้สั่งอะไรนอกจากกาแฟ เพราะโรงแรมหรูที่พัก...น้องเขามากับทัวร์ของ conference อาจารย์ออกเงินให้ อิจฉา >_< มีอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ให้ และน้องบอกว่ากินไปเยอะมากๆๆๆ ไม่สามารถกินอะไรอีกแล้ว) เป็นคนจัดการชีสที่ได้พิเศษมา ส่วนเรากินเครปหมด แต่สตรอเบอรี่แยมหวานมากๆ ก็เลยเหลือกองอยู่บนจานให้คุณลุงเจ้าของร้านเก็บไปเป็นที่ระลึกแทน


ระหว่างทางที่เดินไปยังงาน conference ก็เจอไปรษณีย์ ดีใจมาก รีบเดินเข้าไปจะไปส่งโปสการ์ดที่เขียนไว้มากมาย แต่เราดันเข้าไปผิดด้าน เข้าไปด้านหลัง ที่เขาไม่ได้ให้ลูกค้าทั่วไปเข้า คุณป้าก็เลยไล่บอกให้ไปเข้าอีกด้าน ก็เลยเดินออกมาแล้วเข้าไปข้างในไปรษณีย์ เพื่อไปหาน้ำมาติดแสตมป์ ก่อนเข้าไปรษณีย์ เงยหน้าไปมองข้างบน เหล็กประดับตรงนี้สวยดี เห็นป้อมปราการสัญลักษณ์ของเมืองด้วย




ข้างในไปรษณีย์ของฝรั่งเศส ที่นี่เน้นสีเหลืองนะ ไม่เหมือนบ้านเรากับที่ญีปุ่นที่จะเป็นสีแดง



มองหาน้ำมาติดแสตมป์ แต่ก็หาไม่ได้ เลยต้องเอาน้ำบ่อน้อยแปะนั่นเอง ฮา เอารูปมาให้ดู น้องเอมิถ่ายไว้




พอติดเสร็จเรียบร้อย เราก็เดินจดหมายไปทิ้งในตู้ไปรษณีย์ที่ติดอยู่กับที่ทำการไปรษณีย์ที่เห็นเมื่อครู่...



ตู้ไปรษณีย์ค่ะ แบบว่าเราเห็นตอนแรกนึกว่าถังขยะ หย่อนโปสการ์ดลงไปแล้วยังเสียวๆ มันจะถึงมั้ยวะ หันไปถามน้องเอมิด้วยคำถามโง่ๆ ว่า “คงไม่ใช่ถังขยะเนอะ” น้องขำกันกลิ้งเลย ฮา

แล้วก็พากันเดินไปงาน conference น้องเอมิกับโอโนะไปเฝ้าโปสเตอร์ที่ไม่มีคนมาดู คือคนน้อยมากๆ คาดว่าผู้ร่วมงานปรชุมฯ ไปเที่ยวกันหมด เพราะวันนี้คนญี่ปุ่นที่มากับทัวร์งานประชุมฯ จัดทัวร์ไป Mont St-Michel กันเอง (ใจร้ายมาก :p) คนก็เลยประปรายมากๆ เราก็แยกไปเข้าฟัง special session เรื่อง Tsunami พูดหลายๆ หัวข้อ จากหลายๆ ประเทศ (พอดีรายละเอียดไม่ได้อยู่ตรงนี้อ่ะค่ะ) รู้สึกจะมาจาก ญี่ปุ่น, อินเดีย, ศรีลังกา, อินโดนีเซีย (อะเจ๊ะ), สิงคโปร์ (ไม่ได้โดนด้วยซะหน่อย แต่ก็มาพูดเรื่องฟื้นฟู) และก็ไทย คนฟังน้อยมากๆ ไม่ถึงยี่สิบคนได้

คนไทยที่มาพูดคนแรกคือ อาจารย์ปัญญา ภาคธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ตอนที่อ่านชื่อในโปรแกรมครั้งแรกนึกว่าอาจารย์ผู้หญิง เพราะเขียนว่า Panya) มาพูดเรื่องการฟื้นฟูหลังสึนามิ ได้คุยกับอาจารย์ตอน informal party ที่ French café เย็นวันนั้น อาจารย์เล่าว่ากำลังทำการวิจัยว่าเมืองไทยเคยเกิดสึนามิมาก่อนหรือเปล่า โดยจะทำการสำรวจจากพวกชั้นหิน งานน่าสนใจมากเลย เราก็เลยถามไปด้วยความรู้งูๆ ปลาๆ ที่ตอนเกิดสึนามิ ตามเข้าไปอ่านรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับสึนามิ ว่าชาวมอร์แกนที่เกาะสุรินทร์เคยมีเรื่องนี้เล่าสืบทอดให้ลูกหลานฟังไม่ใช่หรือ อาจารย์ก็ยิ้มและบอกว่าใช้ แต่ก็บอกว่ายังยืนยันไม่ได้ว่ามีจริงหรือเปล่า เพราะชาวมอร์แกนเป็นชาวทะเล อยู่กับทะเล ก็ต้องมีคำสอนและข้อระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นปกติอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องทำวิจัยกันต่อไป

ส่วนคนไทยคนที่สองที่มาพูดก็คืออาจารย์เปี่ยมศักดิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเหมือนกัน อาจารย์ดูทรงความรู้ และมีรัศมีอาจารย์ผู้ใหญ่มาก เราเลยไม่ค่อยกล้าคุยเท่าไหร่ แต่ตอนที่ไปปาร์ตี้ตอนเย็นก็ได้คุยกันนิดหนึ่ง ก็เล่าให้ฟังว่าเราเคยไปอยู่สถานีระนองฯ ที่เจอพิษสึนามิเข้าไป เคยไปอยู่เป็นเดือน เพื่อน คนรู้จัก รุ่นน้องจากไปกับเหตุการณ์นั่นเยอะ ขนาดตอนที่ดูอาจารย์พรีเซนต์เหตุการณ์ตอนเกิด (อาจารย์เอาพวกคลิปวิดีโอต่างๆ มาฉายให้ดู และรูปภาพการค้นหา) ดูแล้วยังอยากจะร้องไห้เลย ตอนที่เกิดเหตุการณ์นั้นเราร้องไห้ทุกวัน มันเกิดขึ้นได้ยังไง และทำไมมันต้องเกิดกับประเทศไทย ไม่เข้าใจจริงๆ

ฟังพรีเซนต์จบ ก็เดินออกไปหาน้องเอมิกับโอโนะ คุณเปาโล (คนอิตาลีที่เคยเรียนอยู่ที่แลบเดียวกันในคากาว่า) ที่มาร่วมประชุมด้วย ก็เข้าไปให้น้องโอโนะอธิบายโปสเตอร์ให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษ ได้ข่าวว่าโหดน่าดู (น้องบ่นอุบ) เรากับเอมิก็ไปนั่งกินอาหารกลางวันที่วันนี้เป็นเนื้อเสต็ก double rare แบบว่านะ เอามีดตัดลงไป เลือดไหลโชกเลย แต่อร่อยนะ อร่อยมาก เรายืนยันได้ แค่เห็นเนื้อก็กรี๊ด (เพราะชอบ) ลงมือทันที เลยลืมถ่ายรูปเลย :p กินข้าวเสร็จก็ได้เจออาจารย์คนไทยสองคนที่พรีเซนต์ไป กับเจอน้องคนไทย ชื่อน้องพลอย เป็นนิสิตจุฬาฯ สาขาเคมี มาพรีเซนต์เรื่อง Tsunami ในอีก special session ของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ น้องไม่ได้เรียนเกี่ยวกับสึนามิ หรืออะไรที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าได้มาพูดเพราะว่าตอนเกิดสึนามิได้เข้าไปช่วยในเรื่องนี้ น้องเก่งมากๆ กำลังจะขึ้นปีสาม แต่ดูคล่องมากเลย

เอาบรรยากาศในงานมาให้ดูนิดหน่อย ตรงที่ติดโปสเตอร์ ปีนี้โปสเตอร์น้อยมาก และคนน้อยมากๆ ด้วย




อา ยังไม่ลืมกันใช่มั้ยว่าวันนี้เรามีพรีเซนต์งาน (มาทำงานนะจ๊ะ มาทำงาน ฮา) พอบ่ายสองก็ถึงเวลาพรีเซนต์ จริงๆ เราพรีเซนต์คนที่สองของ session บ่ายนี้ แต่พอเข้าไปในห้อง (ที่ใหญ่มากๆ จุได้ประมาณสองร้อยคน แต่มีคนฟังอยู่แค่ไม่ถึงสิบคน -_-‘) คนน้อยสุดๆ แถมคอมพ์ยังไม่ได้อยู่ตรงหน้าให้เราคลิ๊กเอง ต้องให้คนตรงห้องบังคับการคลิ๊กเปลี่ยนสไลด์ให้ แล้วเราก็อัด animation ลงไปเพียบ เพราะว่าเวลาเหลือเฟือ กะจะพูดช้าๆ สบายๆ แต่พอไม่ได้เป็นคนคลิ๊กเอง ก็เครียดเลย ต้องไปเจรจาบอกคนคลิ๊กก่อนว่าเรามีอะไรตรงไหนบ้าง แล้วก็ไปนั่งรอ

ขำอาจารย์ที่เป็น chairman (professor ของญี่ปุ่นเลยนะขอบอก ดังมากคนนี้) อาจารย์ทำหน้างงๆ เมื่อเห็นคนน้อย แต่เมื่อยกนาฬิกาขึ้นดูก็พบว่าบ่ายสองสิบนาที ก็เลยต้องเริ่มดำเนินการ เรียกชื่อคนแรก...เงียบ

“อ้าว ไม่อยู่เหรอ แสดงว่า cancel น่ะสิ งั้นผ่าน คนต่อไป Mr. Yodnarasri”

เรางี้ขำกลิ้ง แต่ก็เดินขึ้นไปบนเวที แล้วอ. ก็แก้ว่าไม่ใช่ Mr. แต่เป็น Miss แทน (อาจารย์รู้จักเราอ่ะนะ เพราะอาจารย์สนิทกับโปสเฟสเซอร์เราที่ฮอกไกโด เคยเจอกันหลายครั้งแล้ว) เราก็ขึ้นไปพูด จากที่เคยคิดว่าจะพูดช้าๆ ไม่รีบร้อน ก็ไม่ได้ เพราะคุณพี่ผมยาว (ชายหนุ่มผมยาวชาวฝรั่งเศส แต่ไม่เท่เลย เพราะอวบๆ ฮา) คลิ๊กรัวมาก เราเลยต้องรัวเร็วตามไปด้วย -_-‘ พูดจบมีสองคำถาม และข้อแนะนำ เหมือนเดิมๆ จากอาจารย์ที่โตเกียว แล้วก็อาจารย์ chairman เราก็กลับไปนั่งที่รอฟังคนต่อไป ตอนแรกกะจะลุกออกไม่ฟัง แต่เห็นคนน้อยโคตรๆ ก็เลยแบบรู้สึกผิด ถ้าจะลุกออกไปอ่ะนะ ฟังไปเรื่อยๆ และก็พบว่าเขา cancel กันกระหน่ำมากเลย จริงๆ session นี้มีพูดทั้งหมด 8 คน แต่ cancel ไปทั้งหมด 4 คน (ตอนที่คนแรกแคนเซิลเราไม่รู้นะ ดีที่เข้าไปรอก่อน ถ้าเข้าไปตามเวลาอาจารย์อาจจะนึกว่าเรา cancel ก็เป็นได้) เราว่าที่มันเป็นแบบนี้เพราะ organizer ของงานนี้ไม่ดีมากๆ ตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ในโฮมเพจก็ไม่อัพเดทรายละเอียดหลายๆ อย่าง (ขนาดเราไปถามในงาน คนจัดงานยังไม่รู้เลย ต้องวิ่งไปถามอีกคน แทบจะตบตีกันตาย เพราะถามสองรอบก็ไม่ได้เรื่องทั้งสองรอบ) เห็นอาจารย์เราบอกว่าเพราะที่แลบคนจัดในฝรั่งเศสมีคนพูดภาษาอังกฤษเป็นคนเดียว มันก็เลยพังไม่มีชิ้นดีแบบนี้ ก็เห็นใจคนมาร่วมงานเหมือนกันนะ เพราะงานใกล้จะจัดแล้ว แต่ว่ารายละเอียดต่างๆ ยังไม่บอกออกมา จะวางแผนอะไรได้ ยิ่งพวกอาจารย์ใหญ่ๆ งานยุ่งรัดตัว แต่ไม่วางแผนเอาไว้ก่อนว่าจะมาวันไหนกลับวันไหนก็มาไม่ได้เหมือนกัน อาจารย์เราที่คากาว่าเองก็ยังต้อง cancel ไปสองคนเพราะตารางการพรีเซนต์ต่างๆ ไม่ออกนี่ล่ะ

บ่นๆ เรื่องงานประชุมซะเยอะอะนะ กำลังจะได้เที่ยวแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อกัน ผลดีจากคนยกเลิกการพรีเซนต์เยอะก็คือ session เราได้เลิกเร็วกว่าปกติ (อาจารย chairman บ่นว่า...อยากกลับบ้าน ฮา) เรากับเอมิก็แยกจากโอโนะคุง เพราะน้องโอโนะจะไปที่สนามกีฬา เนื่องจากน้องอยากดูฟุตบอลของเมืองนี้ เลยต้องไปสืบว่ามีตั๋วหรืออะไรหรือไม่ ส่วนเรากับเอมิก็จะไปเดินในเมือง เพราะว่าพรุ่งนี้เราจะไปปารีสแล้ว ก็เดินเอาของไปเก็บที่โรงแรมก่อน อากาศเริ่มดีขึ้น เมฆก้อนใหญ่ๆ ลอยหายไปหมดแล้ว และฟ้าก็สว่างจ้า แดดอ่อน อากาศก็เริ่มอุ่นจนเกือบร้อน พากันไปชมโบสถ์เหมือนเคย เมื่อวานเดินผ่านโบสถ์เล็กๆ ใกล้โรงแรม โบสถ์นี้



เป็นภาพที่ถ่ายวันรุ่งขึ้นก่อนออกจากเมือง Caen นะคะ วันนั้นไม่ได้ถ่ายภาพข้างนอกไว้ ที่เห็นเต้นท์สีชมพูข้างหน้าโบสถ์ก็คือม้าหมุนค่ะ เด็กๆ เล่นกันเยอะน้า

ภายในโบสถ์ สวยเหมือนเดิม ไปชมกันเลย








เดินออกมาข้างนอก ผ่านพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ ก็เลยถ่ายรูปไว้ แต่ไม่ได้เข้าไปดู เพราะไม่ค่อยมีเวลา




แล้วพวกเราก็พากันเดินไปที่ Le Chateau Ducal หรือ The Ducal Castle ซึ่งสร้างขึ้นราวๆ ปี ค.ศ. 1060-1080 แล้วก็ถูกซ่อมแซมบำรุงมาหลายต่อหลายครั้ง (ข้อมูลอ้างอิงจากเวบไซด์เมือง Caen) แต่ตอนนี้พวกกำแพงรอบนอกเกือบจะกลายเป็นซากปรักหักพัง แต่ก็ยังเห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ได้เป็นอย่างดี

ฝั่งตรงข้าม Chateau มีตึกน่ารักๆ แบบนี้อยู่ เลยอดถ่ายรูปมาไม่ได้เหมือนเคย



อากาศดี สาวๆ หนุ่มๆ มานอนอาบแดดกันเต็ม แต่ไม่เห็นคนใส่บิกินี่เนอะ ไม่เหมือนตอนไปอังกฤษคราวหน้าร้อน คนใส่บิกินี่กันเต็มสวนสาธารณะเลย




ประตูทางเข้า St-Peter’s Gate (ถ่ายจากกำแพงข้างบน)




พากันเข้าไปเดินข้างใน พบว่าภายในบริเวณค่อนข้างกว้าง และมีอะไรหลายๆ อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น St-George’s Church, Fine Arts Museum, Normandy Museum เป็นต้น

St-George’s Church



แต่เนื่องจากเวลามีน้อย (ต้องไปงานปาร์ตี้ตอนเย็นต่อ) ก็เลยตัดสินใจเข้าไปดูที่ Musee de Normandie แทน

Normandy Museum



ค่าเข้าชมฟรี (ชอบมากเลย ฮา) ข้างในมีข้าวของต่างๆ ที่ขุดพบเจอในเมืองนี้ แล้วก็พวกวิถีชีวิตชาวบ้างของที่นี่ ทุกอย่างเป็นภาษาฝรั่งเศสหมดเลย เย้ (มองเห็นแต่ไม่เข้าใจ เหมือนฟังภาษาฝรั่งเศสได้ แต่ไม่เข้าใจนั่นล่ะ ฮา ที่นี่ให้ถ่ายภาพข้างในได้ แต่เราถ่ายออกมาไม่ค่อยชัด เลยไม่เอามาให้ชมนะคะ อย่าว่ากันน้า


ชมพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว เราก็พากันไปเดินบนกำแพง มีบันไดให้เดินขึ้นไปได้ ก็ไปชมวิวกัน มองเห็นไปได้ไกลมากเลย หนังสือท่องเที่ยวบอกว่า ที่นี่เป็นจุดชมวิวเมือง Caen ที่สวยงามแห่งหนึ่งเลย มาชมกันดีกว่าว่าสวยจริงมั้ย

เห็นโบสถ์ St-Pierre ได้อย่างเต็มๆ เลย



นี่ก็อีกด้านหนึ่ง บ้านเมืองเขาสวยดีเนอะ



พากันเดินวนรอบกำแพงไปจนสุดหมดทางเดินก็เดินย้อนกลับมาลงทางเดิม แล้วตัดสินใจเดินไป French café เองโดยไม่ไปสมทบกับคนอื่นๆ ที่งานประชุม เพราะดูเวลาแล้วคงไปไม่ทันเวลานัด และจุดที่เราอยู่ก็ใกล้กว่าเดินย้อนไปด้วย ก็เลยพากันเดินไป ระหว่างทางก็อดถ่ายเจ้านี่มาไม่ได้ (ติดน้องเอมิมาด้วย)




ไฟเขียวไฟแดงค่ะ ของเขากุ๊กกิ๊กน่ารักมากๆ มีอันเล็กๆ เหมือนของเด็กเล่นอยู่ต่ำๆ ด้วย เห็นตอนแรกก็กรี๊ด ทำไมมันเล็กฟะ แล้วจะมองเห็นเหรอ แต่เขาก็มีอันใหญ่ข้างบนด้วยอ่ะนะ หรือว่าคนฝรั่งเศสไม่ชอบเงยหน้า เลยต้องตั้งไว้ในระดับสายตา แต่มันก็เล็กน่ารักดีจริงๆ นั่นล่ะ ระหว่างทางที่เดินก็ได้เจอตู้ไปรษณีย์สีเหลืองๆ แบบนี้ เลยถ่ายมาฝากกัน




French café เป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ท่าจอดเรือยอร์ซ พวกเราไปถึงตอนทียังไม่ถึงเวลานัด ก็เลยไปนั่งเล่นที่โต๊ะไม้ข้างๆ ท่าเรือกัน ตรงนี้คงจะเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยม เพราะว่ามีหนุ่มสาวมานั่งกันค่อนข้างเยอะ (มีจูบกันด้วยนะเออ อยู่ฝรั่งเศสเห็นจนเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังชอบมองอยู่ดี ฮา)



รูปเรากับน้องเอมิ และเรือยอร์ซ



ใส่ชุดนี้พรีเซนต์ล่ะ ไม่ได้เอาสูทมา เพราะกระเป๋าหนัก (เอากระเป๋าใบเล็กมา ไม่อยากแบกเยอะ) บวกกับว่าพรีเซนต์ที่ต่างประเทศเขาไม่ได้ใส่สูทกัน อย่างคนฝรั่งเศสที่พรีเซนต์หลังเรายังใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืนพรีเซนต์เลย

นั่งเล่นรอเวลาสักพัก น้องโอโนะก็เดินมาพร้อมกับคนอื่นๆ สอบถามเรื่องตั๋วดูฟุตบอล พบว่าขายหมดแล้ว แต่น้องก็คงกลัวเงินในกระเป๋าเน่า เลยจับจ่ายซื้อเสื้อทีมตัวละเป็นร้อยยูโรมาเสียหนึ่งตัว แล้วพวกเราก็พากันเข้าไปข้างใน

บรรยากาศข้างในคาเฟ่



คนเยอะมาก เห็นแล้วโกรธ ตอนช่วยพรีเซนต์ไม่เห็นมีคนฟัง แต่ทำไมตอนงานเลี้ยงคนเพียบเลย ฮา คนเยอะมากจนแทบไม่มีที่ให้สิงสู่ ก็เลยไต่บันไดไปนั่งบนชั้นลอย และพบว่ามันห่างไกลของกินมากๆ ที่งานเลี้ยงแค่พันซ์น้ำส้ม ถ้าใครอยากดื่มแอลกอฮอล์ก็ต้องเสียตังค์ซื้อเอง เราถูกดึงไปคุยกับอาจารย์ปัญญา, อาจารย์เปี่ยมศักดิ์ และน้องพลอยอีกด้าน กินได้ค่อนข้างเยอะกว่าน้องเอมิและน้องโอโนะ (เพราะอาจารย์ปัญญาหยิบของมาเสิร์ฟตลอด อาจารย์น่ารักมากๆ) ได้เจอคุณตาคุณยายจากนอร์เวย์ ที่เคยเจอกันคราวก่อนที่งานประชุมที่ไทย คุณตาคุณยายจำเราได้ด้วย (เพราะคุณยายเป็นคนถามคำถามเราตอนคราวโน้น) ดีใจนะ ที่ยังมีคนจำได้ คุยได้สักพักก็ขอตัวจากอาจารย์ เพราะว่าน้องสองคนนั่งเหงานานแล้ว พอกลับไปที่โต๊ะ ก็เลยตกลงว่ากลับดีกว่า เพราะมันก็ไม่มีอะไร


ระหว่างเดินกลับเจอ cyber café เราก็แวะเข้าไปใช้คอมพ์ เพราะจะถ่ายรูปภาพจาก memory sticks ลง portable hard disk ที่เอามาด้วย (ไม่ได้เอาคอมพ์ไปอ่ะนะ ขี้เกียจแบก) เข้าผิดประตู ไปเข้าประตูหนีไฟ (ฮา ผิดประจำเลย ตั้งกะไปรษณีย์ทีแล้ว) เข้าไปเห็นคนกำลังเล่นเกมกันเพียบ แบบมุ่งมั่นมั่นใจ ไม่ให้เราถามได้เลยว่าจะไปติดต่ออะไรกับใครตรงไหน ก็เลยเดินออกมา แล้ววนไปอีกด้าน เห็นคนกำลังนั่งรอโทรศัพท์ทางไกล (คือที่นี่เขาบริการโทรทางไกลด้วย) เราก็พยายามจะเปิดประตูเข้าไป แต่มันล็อก ฮา คนที่รออยู่ก็ทำมือบอกว่าให้ไปเข้าอีกด้าน ก็แยกจากน้องโอโนะกับเอมิ (น้องสองคนไปหาร้านอาหาร ถ้าเราจัดการเสร็จแล้วจะโทรไปหาว่าอยู่ไหน) เดินย้อนกลับไปประตูหนีไฟอีกที แล้วเดินทะลุพวกบ้าเกมไปหาที่เคาน์เตอร์ได้ รับเบอร์คอมพ์มาแล้วก็จัดการถ่ายไฟล์ลงฮาร์ดดิสก์ แต่ว่า usb port ที่นี่มันใช้ได้ทีละอัน ก็เลยต้องก๊อปไฟล์ลงคอมพ์ก่อนแล้วค่อยถ่ายลง HDD อีกที แถมคอมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศสอีก การวางตำแหน่งตัวอักษรของคีย์บอร์ดก็ไม่เหมือนเรา ยากลำบากมากๆ เกือบจะถอดใจ แต่กลัวไม่ได้ถ่ายรูปเลยต้องพยายามต่อไปจนสำเร็จ ฮา

เสร็จแล้วก็เดินไปจ่ายเงิน แล้วเดินย้อนกลับไปจะออกทางประตูหนีไฟอีกเหมือนเดิม แต่ว่าประตูปิด ฮา เลยต้องเดินย้อนกลับมาอีกด้าน ไปออกประตูหน้า ที่งงว่าทำไมตัวเองไม่เห็นตั้งแต่แรกก็ไม่รู้ คนเก็บเงินก็ดูงงๆ ว่ามันเดินย้อนไปย้อนมาทำไมเนี่ย ออกจากร้านก็โทรหาน้องเอมิ พบว่าไปรอกันอยู่ที่ร้าน la Café de Caen เรียบร้อยแล้ว เราก็เลยเดินตามไป

ระหว่างที่เดินไปก็อดถ่ายรูปข้างทางไม่ได้ ป้ายนี้น่ารักดี (ดึกมากแล้ว สองทุ่มกว่า แต่แดดยังจ้าอยู่เลย)




ตกลงสั่งอาหารกันคนละจาน เราสั่งเสต็กย่าง (อย่างที่บอกว่าเป็นพวกบริโภคเนื้อสัตว์) แต่จากประสบการณ์เลือดท่วมเมื่อกลางวันทำให้สั่ง medium แทนที่จะเป็น rare (ไม่มี well done หรือไงน้า) และก็ได้มาเช่นนี้



จานใหญ่มาก และเนื้อ...เหนียวมากๆๆๆ รู้งี้สั่งแบบเลือดท่วมดีกว่า เผื่อจะอ่อนนุ่มกว่านี้

ส่วนน้องเอมิกับโอโนะสั่งพาสต้า



น่าจะเป็นของโอโนะนะจานนี้ เพราะของเอมิถ่ายไม่ได้ มุมไม่ให้ก็เลยยกเลิก อร่อยดีเหมือนกันของทั้งสองคน (แบ่งกันชิม)

ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งไวน์ที่ทำจากแอปเปิ้ล อร่อยดีเหมือนกันนะ แต่รสฝาดหน่อยๆ ส่วนน้องสองคนสั่งบรั่นดีที่ทำจากแอปเปิ้ลยี่ห้อ Calvados ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ พอสั่งมาปุ๊บก็ลงชิม แรงมากๆๆๆๆ น้องใส่โซดาลงไปจนล้นปากแก้วแบบนี้



ขำกันมากเลย เราก็บอกน้องว่า เด็กเสิร์ฟยืนมองขำพวกเราอยู่ตรงนั้นแน่ะตอนที่น้องเด็กเสิร์ฟมองแก้วเหล้าของพวกเรา น้องเอมิขำกลิ้งสำลักน้ำ ไอจนแทบตายแน่ะ ฮา แต่ก็ขำจริงๆ นะ อยากลองๆ สั่งมาดื่มไม่ได้ เลยต้องผสมน้ำซะท่วมแก้วขนาดนั้น น้องๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะไม่ลองอีกแล้ว ไม่ซื้อไปเป็นของฝากใครด้วย (ตอนแรกกะจะซื้อกันมากเลยทั้งสองคน ฮา)

กินอาหารเสร็จก็แยกย้ายกันกลับที่พักไปนอน คืนสุดท้ายแล้วที่จะได้อยู่ใน Caen เหงาๆ เหมือนกันนะ เพราะยังอยากเที่ยวต่อน่ะ ไม่ใช่อะไร ^^

แล้วเจอกันกับวันที่ 5 ในปารีสนะคะ


Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 14:17:49 น. 7 comments
Counter : 1139 Pageviews.

 
บ้านเมืองเขาน่าอยู่จังเลยเนอะ ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบดีจัง แถมมีโบสถ์โบราณสวย ๆ เยอะดีด้วย

เราคิดเหมือนท่านเลยอ่ะ ไอ้ตู้ไปรษณีย์ข้างกำแพงอ่ะ เหมือนถังขยะจริง ๆ นะ


โดย: arshura IP: 124.121.125.73 วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:25:32 น.  

 
เวลาไปไหนมาไหน ชอบมากๆ คือต้องส่ง PC กลับบ้านค่ะ
ว่าแต่เคยได้ยินเหมือนกันว่าหนังสือท่องเที่ยวของญี่ปุ่นทำได้ละเอียดมากๆ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเลยสักที


โดย: nurin (Nontagorn ) วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:50:34 น.  

 
โห บล๊อกพี่อ้อมสวยจังเลย อาหารน่าทานจังคะ แต่ติดใจบ้านเมืองเขาน๊อะ น่าอยู่จังคะ


โดย: น้องไก่ IP: 124.120.15.231 วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:29:27 น.  

 
เห็นรูปแล้วอิจฉาพี่อ้อมอย่างแรง...โรคคลั่งปราสาทกะวังเก่ากำเริบเลยอ่ะ


โดย: พู่ไหม IP: 203.107.202.225 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:13:21 น.  

 
นึกว่าเด็กเสิร์ฟเขามองว่ายังเด็กอยู่ริอาจกินเหล้าซะอีก (555 โทษฐานหน้าเด็กนิพี่)


โดย: ตัว(Z) วันที่: 31 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:00:51 น.  

 
อิจฉาคนได้ไปเที่ยวจังเลยน้า

พาสต้าน่ากินจังค่ะ : P


โดย: ปุ้ย IP: 58.9.184.229 วันที่: 31 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:40:54 น.  

 
อืมเนอะ..ต้องไปกินเครป...จดๆ..เดี๋ยวเบสจะไปเดือน 9 คะชอบรูปพี่อ้อม...

น่ารัก :)




โดย: bess* IP: 133.92.115.186 วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:20:43:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ลิปิการ์
Location :
ตอนใต้ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการนำรูปภาพ และบทความงานเขียน รวมทั้งข้อความต่างๆ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดในบล็อกแห่งนี้ไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add ลิปิการ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.