Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
23 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 

Busan- Korea (3) - จบ

ปูซานวันที่สอง (ต่อ)

จากที่ทิ้งท้ายไว้ที่บล็อกที่แล้ว ว่าเราจะขึ้นไปบนหอคอยกัน ก็เดินไปซื้อตั๋ว คนละ 3000 วอน (ถูกนะคะ ถ้าเทียบกับการขึ้นหอคอยอื่นๆ ของญี่ปุ่นที่เคยขึ้นมา) เสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นลิฟต์ เพื่อไปยังยอดหอคอย เร็วมากๆ แป๊บเดียวเองก็ถึงยอดหอคอยที่ความสุข 120 เมตร ออกจากลิฟต์มาเจอกับคาเฟ่ ไม่มีคนเลย (ฮา) ก็เล็งว่าเดี๋ยวจะมานั่งพักเท้ากัน ที่จุดชมวิวบนยอดหอคอยต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกนิดหนึ่งน่ะค่ะ

ดูวิวกันเลยค่ะ ถ่ายจากด้านบน



เมืองปูซานประชากรหนาแน่นดีนะคะ



คุณไกด์เล่าให้ฟังถึงการเช่าห้องในอพาร์เม้นต์ที่นี่ว่า เขาจะเช่าคล้ายๆ กับการเซ้งตึกบ้านเราน่ะค่ะ กำหนดเวลาเป็นหนึ่งปีหรือสองปี หรือแล้วแต่จะตกลงกันค่ะ จ่ายเงินไปเลยล่วงหน้าเป็นก้อนใหญ่ (ไม่ได้จ่ายรายเดือน) และถ้าจะเปลี่ยนที่อยู่ ส่วนมากจะคืนเงินที่จ่ายไป “ทั้งหมด”

พวกเราที่ไปฟังแบบว่างงมาก “คืนทั้งหมด” แล้วเจ้าของที่พักจะได้อะไร คุณไกด์ก็อธิบายต่อว่า คุณเจ้าของจะได้ “ดอกเบี้ย” ค่ะ เอาเงินที่จ่ายมาแล้ว ไปฝากธนาคาร (หรืออาจจะไปลงทุนอะไรก็ได้มั้งเนอะ) ก็ได้ดอกเบี้ยดีมากๆๆ แบบว่าคุ้มเลยค่ะ แต่เห็นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจเกาหลีก็ไม่ดีมากนัก ดอกเบี้ยก็เลยได้ต่ำลง บางทีการเช่าบ้านแบบนี้อาจจะหมดไปก็ได้

เล่านอกเรื่องยาว มาดูรูปต่อเลยค่ะ





สะพานเชื่อมอ่าว ยังไม่เสร็จเลย




วัดที่เห็นเป็นวัดญี่ปุ่นค่ะ เห็นว่าตอนญี่ปุ่นรุกรานเกาหลี ก็นำมาปลูกสร้างไว้











เรือลำใหญ่สีขาวที่เห็นคือเรือเฟอร์รี่วิ่งไปญี่ปุ่นค่ะ และเรือสีขาวลำเล็กทางด้านซ้ายมือ คือเรือเร็วที่เราโดยสารมา




ลานหน้าหอคอยที่เดินผ่านมาเมื่อครู่



ถ่ายรูปวิวรอบทิศทาง (360 องศา) ก็ลงไปนั่งพักขาสั่งไอศครีม (ได้ข่าวว่าหนาว) กับกาแฟกินที่ร้านข้างล่าง ดีจังมีเมนูภาษาอังกฤษด้วย ระหว่างกินก็หาทางลงจากภูเขาที่ตั้งหอคอยแบบระยะทางใกล้ที่สุด เพื่อจะไปตลาดนานาชาติที่มองเห็นจากด้านบน พอกินเสร็จก็พากันเดินตามทางรถวิ่ง เพราะเห็นว่าใกล้ที่สุดแล้ว




ทางที่ใช้เดินลงไป สองข้างทางเป็นต้นแปะก้วย เสียดายหน้าหนาว ใบเลยร่วงหมด ถ้าเป็นฤดูใบไม้ร่วง คงสีเหลืองสวยแน่ๆ

เดินลงจากเขา ก็ตรงไปยังตลาดนานาชาติ (international market) ที่เมื่อวันแรกแวะมากินข้าวไปแล้ว (จริงๆ เขาให้มาช้อปของแบรนด์น่ะนะ แต่พวกเราไม่ซื้อ ฮา) ก็เดินดูของไปเรื่อยๆ เหมือนตลาดพาหุรัด หรือไม่ก็จตุจักรบ้านเราจริงๆ ของขายเยอะมากๆ มีทุกตรอกซอกซอย ก็เดินๆๆๆ




ระหว่างเดินดูของ ก็เห็นอาหารสีสันสวยงาม คาดว่าจะเป็นอาหารสำหรับเทศกาลขึ้นปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันตรุษจีนนั่นเอง

ใกล้ๆ กับตลาดนานาชาติ จะมีถนนแฟชั่น (ในแผนที่ภาษาญี่ปุ่นเขียนแบบนั้น) คือเป็นย่านช้อปปิ้งอีกนั่นล่ะค่ะ ร้านค้าต่างๆ มากมาย ก็เดินๆ ดู แล้วก็ถูกพริตตี้ดึงเข้าร้านขายเครื่องสำอาง ส่งตระกร้าให้ เลยซื้อยาสระผมกับครีมนวด olive ขนาดพกพามาอย่างละหนึ่ง เพราะที่โรงแรมไม่มีให้ ^^’’

ถูกบังคับซื้อของเสร็จ ก็เดินมาหาอะไรกิน (เกือบบ่ายสามแล้ว) เดินหาร้านแบบงงๆ เพราะแถวนั้นมีแต่ร้านขายของพวกเสื้อผ้าทั้งนั้นเลย แต่ในที่สุดก็เจอ เมนูภาษาเกาหลีล้วน พวกเราก็ดูรูปที่เขาตั้งโชว์หน้าร้าน มีตัวเกาหลีเขียนบอกอยู่ ก็นั่งจดๆ ใส่กระดาษ พอเข้าไปในร้านก็ยื่นให้เขา พนักงานที่ร้านเข้าใจ (เย้) ก็ได้อาหารมาวางเรียง



อาหารมื้อกลางวันของเรา ชื่อ บิบิมบะ (จริงๆ ชื่อนี้เปล่าไม่รู้ แต่ภาษาญี่ปุ่นมันออกเสียงงี้อ่ะ)




หมี่เย็นของคนที่ไปด้วย

เห็นกรรไกรทางด้านขวามือมั้ยคะ อย่างขำเลย คือว่าทางร้านเขาให้มาใช้ตัดกิมจิผักกาดขาว ที่มันจะมาทั้งต้น กินลำบาก แต่พวกเราไม่รู้ (คือกิมจิมันก็ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร) พวกเราเอามาตัดเส้นหมี่เย็นค่ะ ฮา คือเส้นหมี่นี่มันเหนียวมาก กัดไม่ขาด จะกลั้นใจสูดเข้าปากหมดเลย คาดว่ากินคำเดียวคงหมดชาม พร้อมกับเราหมดลม ก็เลยเอากรรไกรมาตัดกินเลย อย่างขำ เพราะตอนแรกพวกเราไม่รู้จริงๆ คิดว่ากรรไกรมาให้ตัดเส้นหมี่ ก็ยังคุยกันว่าถ้ามากินคนเดียวจะเป็นไงนี่ สงสัยต้องเอามือซ้ายหยิบกรรไกรมาตัดเส้น อย่างขำเลย คาดว่าคนที่ร้าน กับลูกค้าคนอื่นคงมองพวกเราอย่างพิลึกๆ ฮา

กินกันอิ่มแปล้ เครื่องเคียงเกลี้ยง ก็พากันเดินออกมาชมตลาดเหมือนเดิม แล้วอยู่ๆ ฝนก็ตก เลยแวะเข้าร้านค้าเป็นระยะๆ หลบฝน ฮา พอเย็นย่ำได้ที่ ก็พากันนั่งรถไฟใต้ดินไปที่ Busan Station เพื่อจะไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ย่านคนต่างชาติ

ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนว่า เมื่อวานคุณไกด์เล่าให้ฟังว่า คนเกาหลีไม่มีการลงโอฟุโระ (อ่างอาบน้ำ) เหมือนคนญี่ปุ่น มีแต่อาบน้ำฝักบัวเท่านั้น แต่อย่าคิดว่าจะไม่สะอาดนะ เพราะว่าหนึ่งอาทิตย์คนเกาหลีจะไปห้องอาบน้ำรวม และใช้บริการ “ขัดขี้ไคล้” หนึ่งครั้ง โดยจะมีคนมาขัดให้ ทั้งตัวเลย โดยภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า “akasuri” (ภาษาเกาหลีเรียกอะไรไม่รู้ เพราะไกด์พูดภาษาญี่ปุ่น ^^’’) <- เพิ่งไปหาข้อมูลมา เราว่าเรียกว่า “ขัดตัว” น่าจะฟังดูดีกว่าขัดขี้ไคล้นะ ฮา คุณไกด์บอกว่าถ้าคนไม่เคยไปเลยนี่ ขัดครั้งแรกขี้ไคล้ออกมาเป็นก้อนเท่ากำปั้นเลยนะเออ คนญี่ปุ่นมาเกาหลีก็มาทำอะกาสุริกันมากเหมือนกันค่ะ

ที่โรงแรมก็จะมีโบชัวร์ร้านที่ขัดตัวและนวดนี่เหมือนกันค่ะ มีร้านหนึ่งเป็นคอร์สทำหลายอย่าง ขัดตัว, นวด, อาบน้ำ, สระผม, ขัดหน้า ฯลฯ บวกเครื่องดื่ม ประมาณ 60000 วอน อีกร้านหนึ่งก็มีขัดตัว นวด ฯลฯ ราคา 45000 วอน เราก็อยากลอง (ฮา) ก็ว่าจะไปร้านสี่หมื่นห้าพันวอน แต่คราวนี้คนที่ไปด้วยบอกว่าแพงนะ น่าจะลองไปถามที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เผื่อจะได้ร้านถูกๆ เพราะปกติแล้วถ้าแพงคนเกาหลีไม่น่าจะไปทำได้ทุกอาทิตย์ ก็เลยไปถามกัน

ที่ศูนย์บริการฯ เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษคล่องเลย แต่เราถนัดภาษาญี่ปุ่นมากกว่านะ ฮา ก็ถามๆ กัน โอเคได้ร้านแล้ว ชื่อ Aqua Bali เป็นร้านเพิ่งเปิดใหม่ ก็พากันเดินไป งงๆ กับแผนที่หน่อยหนึ่ง ก็มีลุงเกาหลีใจดีช่วยดูให้ แล้วก็บอกทาง จริงๆ ร้านมันอยู่ตรงหน้าเลย แต่พวกเราก๊ง ไม่รู้เรื่อง ฮา

เข้าไปในร้าน กรี๊ด คุยกันไม่รู้เรื่องเลย เพราะพูดแต่เกาหลี เมนูราคาต่างๆ เป็นเกาหลีหมด ก็บอกไปว่าจะมาขัดตัว ราคา 15000 วอน (อันนี้ที่ศูนย์บริการฯ เช็กให้ก่อนแล้ว) แล้วก็ต้องบวกเพิ่มอีก 4000 วอน เป็นค่าอาบน้ำ (อาบเองค่ะ ฮา) แต่ตอนแรกเรานึกว่าเป็นค่านวด เพราะบอกเขาว่าจะนวดด้วย ก็งงมาก ส่งเราขึ้นเขียง คนที่มาด้วยก็หนีไป (ไม่ยอมรวมชะตากรรมด้วย)

เราก็เดินขึ้นไปชั้นสอง (ชายหญิงแยกกันนะคะ) ก็เอาของไปเก็บในล็อกเกอร์ พนักงานขายของในนั้นก็มาพูดๆ บอกๆ อะไรก็ไม่รู้ ฟังไม่รู้เรื่อง เฟ้ยยยย เราก็บอกว่าจะมาขัดตัว นวดด้วย เขาก็บอกว่าถ้าจะนวดด้วยต้องบวกเพิ่มอีก 20000 วอน เราก็งงดิ ตูจ่ายไปแล้ว 19000 วอน นะเฟ้ยยย ฮา ก็เขียนกระดาษกัน งงๆ สรุปก็เลย เออ ไม่นวดก็ได้ (แอบเศร้า ไปร้านในโบชัวร์ของโรงแรมพูดญี่ปุ่นรู้เรื่อง รวมๆ แล้วเป็นคอร์สน่าจะถูกกว่าที่นี่ด้วยซ้ำ)

กำลังเอาของเก็บ ก็มีป้าเกาหลีเดินเข้ามาหา พาเราไปเข้าไปข้างใน (ขอบอกว่าตอนนั้นนู้ดนะคะ อย่าหาว่าไม่อาย เพียงแต่ว่าชินกับของญี่ปุ่นน้า ญี่ปุ่นกับเกาหลีก็เหมือนๆ กันล่ะ วัฒนธรรม ฮา) อ้อ ป้าใส่กางเกงในตัวเดียวนะคะ เหอ เหอ เหอ ป้าสั่งให้เราอาบน้ำ (ทำภาษาใบ้ค่ะ บอกแล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง) เราก็งงๆ ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย (จริงๆ พวกสบู่ กับยาสระผมมีนะคะ เพิ่งซื้อมาไง แต่ไม่ได้หยิบมา เพราะงง ภาษาเกาหลีลอยเต็มหัว ฟังไม่ออกสักคำ จะบ้าตาย) ก็อาบๆ เอาผ้าขัดๆ แล้วก็ไปแช่ในอ่างสักพัก (ในนั้นมีคนอื่นด้วยนะคะ ไม่ใช่เราคนเดียว) แล้วก็เดินไปขึ้นเขียงให้ป้าขัดตัว

การขัดจะเป็นแบบนี้น่ะค่ะ



ป.ล. รูปที่เห็นไม่ใช่เราน้า เอามาจากอินเตอร์เนตค่ะ และขอบอกว่าขัดจริงๆ ไม่เหมือนแบบนี้หรอก เพราะป้าโนบรา ฮา (ติดเรทไปเปล่าฟ่ะ)

ป้าขัดขี้ไคล้เราออกมาเยอะมาก แสบมากด้วย T-T แล้วป้าก็พยายามพูดๆ (อ้อ มีเอาแตงกวามาโปะหน้าให้ด้วยนะคะ) เราก็ไม่รู้เรื่องเฟ้ยยยย รู้แต่ว่าป้าพยายามจะให้เรานวดให้ได้ จริงๆ เราก็อยากนวดนะ แต่กลัวว่า 20000 วอน นี่จะหมายถึงนวดแค่เท้า และ 35000 วอนนี่คือนวดทั้งตัว เลยไม่เอาดีกว่า แต่ป้ายังไม่ละความพยายาม ป้าเสนอการสระผมให้ เราก็ อืม เอาไงดีฟ่ะ ป้าไม่ฟังอะไรแล้ว สระผมเราทันที ด้วยราคา 5000 วอน (แพงอ่ะ T-T)

เมื่อเสร็จสิ้นขบวนการขัดตัว ป้ามีการตบตูดเป็นพิธีด้วยนะคะ (สังเกตจากคนข้างๆ พอเสร็จทุกอย่าง เขาก็ตบตูดบอกว่าเสร็จ ฮา) แล้วป้าก็เดินไปส่งเราถึงข้างนอก (กะจะแช่น้ำในอาบอีกสักพักก็ไม่ได้วุ้ย) อ้อ ป้าล้างตัวให้เราอีกรอบด้วยค่ะ เราก็แต่งตัว ตอนทาครีมของบอกว่าแสบมากๆ แสบไปทั้งตัวเลย สงสัยสาวๆ สมัยก่อนที่โดยขัดตัวด้วยขมิ้นน่าจะรู้สึกแบบนี้แหงๆ

แต่งตัวเสร็จ เดินลงไปจ่ายเงินเพิ่มอีกห้าพันวอน ก็ไปนั่งรอคนที่มาด้วย (นัดเวลากันไว้) ระหว่างรอก็นึกได้ว่าลืมผ้าพันคอไว้ในล็อกเกอร์ (ตอนนั้นกำลังเบลอบวกช็อก ฮา) ก็ไปคุยกับพนักงานที่ร้าน เหนื่อยมากๆ กว่าจะเข้าใจกัน -_-‘ แต่ก็ได้ผ้าพันคอคืนมา

พอถึงเวลานัด ก็พากันเดินไปที่ Busan Station เพื่อจะไปซื้อ night tour เป็นรถบัสวิ่งตามเส้นทางต่างๆ ให้ดูแสงสี เลือกนั่งบัส เพราะเดินกันไม่ไหวอีกแล้ว ปวดขาและเท้ามากมาย จากที่เช็กข้อมูลมา รถบัสจะออกตอนเวลา 19.30 น. ค่ะ จะมีเพียงหนึ่งเที่ยวเท่านั้น (ถ้าเป็น day tour จะมีวันละหลายเที่ยว)



สถานีปูซาน ใหญ่ดี เสียดายไม่มีเวลาเดินดูข้างใน

เราก็มองดูแผนที่ที่พิมพ์ออกมาจากอินเตอร์เนต (เตรียมไว้แล้ว) ก็เดินไปหาสถานีขึ้นรถบัส พบรถบัสจอดรออยู่แล้ว ก็ไปถามๆ อย่างงงๆ ดีที่คนขับรถพอพูดภาษาอังกฤษได้ แล้วก็สรุปว่า...รถจะออกตอน 19.00 น. (ตอนนั้น 18.55 น. แล้ว) และไม่มีรถรอบ 19.30 น. จากการคาดเดาพบว่า เวลาน่าจะเลื่อนมาเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงเพราะเป็นหน้าหนาวค่ะ แต่ข้อมูลในเนตไม่อัพเดท -_-‘ จะบ้าตาย เกือบตกลงรถแล้ว

ก็จัดการจ่ายเงินไปคนละ 10000 วอน แล้วก็ขึ้นไปนั่งบนรถ มีนักท่องเที่ยวอยู่เกือบเต็มคัน ทั้งคนเกาหลีและคนต่างชาติที่ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น

ในรถจะมีจอ LCD ไว้ให้ดูรายละเอียดต่างๆ ด้วยค่ะ เช่น เส้นทางเดินรถ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ และตอนนี้อยู่จุดไหนแล้ว




เกาหลีคนเยอะ รถก็เลยเยอะ ช่วงหัวค่ำ รถติดค่ะ พวกเราหลับ ฮา แทนที่จะได้นั่งดูวิวข้างทาง แต่ดันหลับ เพราะหมดแรง เหนื่อยมาก (คนอื่นก็หลับนะ แอบเห็น) ก็หลับเล็กน้อย รถวิ่งเลียบชายฝั่งทะเล ไปยังชายหาดที่เมื่อวานพวกเราไปกัน ไปดูวิ่งสะพาน Gwangan จริงๆ แล้ว ต้องแวะ Gwangalli Beach แต่สงสัยว่าเพราะรถติด เวลาไม่มี เขาก็เลยพาผ่านไปที่ Haeundae Beach เลย (โชคดี เพราะเมื่อวานไป Gwangalli Beach มาแล้ว) จอดอยู่ที่ Haeundae Beach และให้เวลาสิบนาทีถ่ายรูป



แสงสี โรงแรม และย่านช้อปปิ้ง




ที่นี่มี Aquarium ด้วยค่ะ แต่เสียดายไม่มีเวลา เลยไม่ได้ดู ได้แต่ถ่ายรูปข้างนอกไว้ กับวิ่งไปเข้าห้องน้ำในอะควาเรี่ยม ฮา

ครบสิบนาทีรีบวิ่งตาลีตาเหลือกมาที่รถ พบว่าคนยังมากันไม่ครบเลย แต่ก็หนาวอ่ะ เลยขึ้นไปรอบนรถก่อน แล้วสักพักรถก็ออก ท่ามกลางความตกใจของพวกเรา เพราะลูกทัวร์ยังขึ้นมาไม่ครบเลย ที่นั่งข้างหน้าของเราว่าง...นี่มันหมายความว่าเขาทิ้งลูกทัวร์ที่ช้าไว้ที่ชายหาดนั่นเอง สุดยอดจริงๆ น่ากลัวมาก

รถพาวิ่งข้าม Gwangan Grand Bridge (เสียเงินค่าข้ามด้วยค่ะ เป็นคล้ายๆ ทางด่วนพิเศษ) แล้วก็ขับต่อขึ้นไปบนภูเขา Haeundae Dalmaji Hill เพื่อไปชมวิวเมืองตอนกลางคืนค่ะ ให้เวลาสิบนาทีเหมือนเดิม พวกเราก็รีบวิวไปจุดชมวิวถ่ายภาพๆ





ถ่ายเสร็จก็รีบวิ่งตาหูเหลือกมาขึ้นรถ กลัวถูกทิ้งอยู่บนเขา แบบคนที่ถูกทิ้งเมื่อกี้ ถ้าถูกทิ้งที่นี่ กลับไปไม่ได้แหงๆ -_-' เครียดแน่ ฮา

แล้วรถก็พากลับมายัง Busan Station เหมือนเดิมค่ะ คนขับรถใจดีมาก บอกว่าจะพาไปส่งโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปสองป้ายรถไฟใต้ดิน แต่พวกเราจะหาอะไรกินกันก่อน ก็เลยบอกขอบคุณและปฏิเสธไป แล้วก็ไปหาอาหารมื้อเย็นตอนสามทุ่มครึ่งกินกัน

ได้เป็นร้านอาหารเกาหลีใกล้ๆ กับทางขึ้นรถไฟใต้ดิน ร้านคนไม่เยอะ คาดว่าเพราะดึกแล้ว ดูรูป แล้วชี้...เหมือนเดิม



อันนี้ที่เราสั่ง แต่ว่าดันลืมว่าตัวเองสั่งอะไร พอคนที่ร้านยกมา เราก็ชี้มือไปฝั่งตรงข้ามทันที ฮา เป็นคล้ายๆ ราเมนของญี่ปุ่นค่ะ เราว่ารสชาติคล้ายราเมนซุปกระดูกหมู หรือ ทอนคัตสึราเมนมากเลย มีเส้นด้วยค่ะ นิ่มๆ แล้วก็หมูแล่บางๆ สามสี่ชิ้น



ส่วนอันนี้ตอนสั่งคนขายบอกว่าเผ็ดมากนะ เอาแน่เหรอ แต่พวกเรากินได้อยู่แล้ว ก็เลยสั่งมา จริงๆ คนที่มาด้วยสั่ง แต่บอกแล้วด้วยความเบลอของเรา บวกกับในชามมีแต่เนื้อ น่ากินมาก เราก็เลยยกมือบอกว่าเป็นของเรา (ง่ายๆ ซะงั้น) เขาก็เลยเอามาวางตรงหน้าเรา ฮา

แต่สรุปก็แบ่งกันกินนะคะ รสชาติคล้ายๆ กับสุกี้ยากี้ของญี่ปุ่น เราว่ามันหวานไป ไม่เห็นเผ็ดเลย หวานไปหน่อย แต่เนื้ออร่อยมาก นิ่มดี เหมือนกินสตูว์ ฮา

ที่เกาหลีจะเสิร์ฟข้าวมาพร้อมกับกับเลยค่ะ และที่ร้านนี้พวกกิมจิต่างๆ จะใส่โถใบใหญ่ตั้งไว้บนโต๊ะ ให้หยิบเอาเองได้ กินเพลินเลย อร่อยมาก มื้อนี้อร่อยจริงๆ ค่ะ หมดเงินไป 6500 วอน ไม่แพงเลย

กินข้าวอิ่มท้อง ก็ขึ้นรถไฟใต้ดินกลับที่พักค่ะ หมดแรงเลยวันนี้ สลบค่ะ หัวถึงหมอนหลับเป็นตาย (ด้วยอาการแสบไปทั้งตัว)






วันสุดท้ายในปูซาน

วันนี้คุณไกด์นัดมารับที่โรงแรมตอนเที่ยง เพราะเรือจะออกตอน 13.30 น. ตอนเช้าพวกเราก็เลยไปเที่ยวกันก่อน ตอนแรกเดินรอบๆ โรงแรม พบว่าวันนี้หนาวโคตร และรอบๆ โรงแรมไม่มีอะไร เลยนั่งรถไฟใต้ดินไปยัง Seomyeon station ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งของเด็กวัยรุ่นที่ไปวันแรกน่ะค่ะ

อ้อ ว่าแล้วก็ขอเล่า บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของคลีนิกและโรงพยาบาลทำศัลยกรรมค่ะ เมื่อวันแรกคุณไกด์บอกว่าในเกาหลีการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติและนิยมกันมากๆ โดยเฉพาะพวกดารานักร้องของเกาหลี คนทั่วๆ ไปเองก็ทำ บางครอบครัวพ่อกับแม่จะให้ของขวัญวันเรียนจบกับลูกเป็นการทำศัลยกรรม โดยจะถามว่าอยากทำส่วนไหนบนใบหน้า ก็เลือกมาเลย สุดยอดมากจริงๆ คุณไกด์บอกว่า...จะรู้ใบหน้าจริงๆ ของคนๆ นั้นก็ต่อเมื่อลูกของเขาและเธอออกมาแล้ว ฮา แล้วก็จะเป็นโจ๊กขำๆ ว่า เอ๊ะ นั่นลูกใคร ทำไมไม่เห็นสวยหรือหล่อเหมือนเธอ ฮา

ต่อๆ พวกเราก็มายังย่านช้อปปิ้งตามเคย แต่เวลาสิบโมง ยังไม่มีร้านอะไรเปิดเลย และพบว่าคนเกาหลีเปิดร้านสายมาก ประมาณ 11.00 น. ค่ะ แต่ร้านก็ปิดดึกเหมือนกันนะคะ ประมาณห้าทุ่ม

ก็เดินหาอาหารเช้ากินกัน เข้าไปในบริเวณซุปเปอร์มาร์เกตของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีคล้ายๆ food center อยู่ ก็เลยไปหาอะไรกินกัน เราสั่งไก่ย่างสองไม้ สองรส



ไม้ละ 2000 วอน ได้อารมณ์ไก่ย่างญี่ปุ่นมากเลย เผ็ดๆ หวานๆ เราไม่ชอบรสนี้ ถ้าหวานก็หวานไปเลย แต่เผ็ดๆ หวานๆ ไม่อร่อยอ่ะ




ส่วนนี่เป็นถ้วยกระดาษ เอาไว้ใส่น้ำกิน ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตอนแรกงงๆ ว่าอะไร เห็นเด็กใช้ ก็เลย อ้อออ คนที่ไปด้วยสั่งราเมนเกาหลี เป็นราเมนสำเร็จรูป เห็นหน้าตาแล้ว...มาม่าใส่ไข่โรยต้นหอมบ้านเรานี่หว่า ราคา 4000 วอน ไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะมันมาม่าใส่ไข่ชัดๆ

กินข้าวเช้าเสร็จ ก็เข้าไปเดินดูในซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อขนมไปกินบนเรือ ได้พริกเครื่องแกงของเกาหลีมาหนึ่งกระปุก เอามาใส่ข้าวผัด (ทำกินไปครึ่งกระปุกแล้ว อร่อยดี เผ็ดดี)

ได้ขนมซองนี้มาด้วย ชอบเจ้าตุ๊กตาตัวนั้นที่เอาส้อมจิ้มหัวตัวเอง หน้าตามันแบบ “กินฉันเถอะ กินฉันเลย” ฮา



จับจ่ายเล็กน้อย ก็เดินทางกลับ เพราะใกล้เวลานัดแล้ว นั่งรถไฟใต้ดินไปเหมือนเคย ไปรอคุณไกด์ที่โรงแรม สักพักคุณไกด์ก็มา พาไปร้านขายของฝากอีกร้านก่อนกลับ ได้โปสการ์ดมาหนึ่งชุด (เพิ่งมีโอกาสได้ซื้อ เพราะเพิ่งเห็นขาย) แล้วก็พาไปท่าเรือนานาชาติ คุณไกด์ไปจัดการเช็กอินให้เรียบร้อย แล้วก็แยกจากกัน



ภายในท่าเรือ



ระหว่างรอคุณไกด์ไปเช็กอิน

พอได้ตั๋วจากคุณไกด์แล้ว พวกเราก็ลงไปชั้นล่าง ไปหาอาหารกลางวันใส่ท้องส่งท้าย จริงๆ อยากกินอาหารเกาหลีแบบเกาหลี๊เกาหลี แต่ที่นั่นไม่มีร้านอะไรเลย นอกจากร้านอาหารจานด่วน ที่มีขายแต่มาม่าใส่ไข่ แต่ก็...เอาก็เอาฟ่ะ สั่งมาคนละถ้วย เรากินแต่ไข่ ส่งเส้นที่เหลือให้คนข้างๆ (แอบเลว ฮา)

ใกล้ถึงเวลาแล้ว คนที่ไปด้วยบอกให้แลกเงินเกาหลีที่เหลือกลับเป็นเงินเยนคืน แต่เราบอกว่าไม่มีเวลาแล้ว ไปแลกที่ญี่ปุ่นแล้วกัน เขาก็อึกอักๆ (คือเคยมีประสบการณ์แล้ว ตอนไปจีน กลับมาหาที่แลกเงินจีนเป็นญี่ปุ่นยากมาก จะบอกเรา แต่เราไม่ฟัง ^^’’) แต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี

ก็เช็กพาสปอร์ตออกไปรอขึ้นเรือได้โดยสวัสดิภาพ

อ้อ เรือมีสองชั้นนะคะ ขามานั่งเรือชั้นล่าง แต่ขากลับได้นั่งชั้นสอง เรือไม่โยกเลย ระหว่างเรือออกจากท่า ก็เจอสปีดโบ้ทกำลังวิ่งสวนมาด้วย เร็วมาก ยังกะลอยอยู่บนผิวน้ำเลยค่ะ




16.30 น. เราก็เดินทางมาถึงท่าเรือฟุกุโอกะ โดยสวัสดิภาพ





ท่าเรือฟุกุโอกะ

และแล้ว...เราก็แลกเงินเยนคืนไม่ได้ เพราะเคาน์เตอร์แลกเงินมันปิดแล้ว T-T หนูผิดไปแล้วววว ฮา เศร้าเลย ต้องเข้ามาแลกที่ร้านรับแลกในเมือง แถมแบ้งค์เก่ายังแลกคืนไม่ได้อีก ตอนนี้เลยมีเงินวอนติดกระเป๋าอยู่ 11000 วอน ส่วนคนที่ไปด้วยมีติดกระเป๋าอยู่ 5000 วอน เพราะแบ้งค์นั้นเป็นแบ้งค์เก่า แลกไม่ได้เหมือนกัน -_-‘

จบทริปเที่ยวปูซานสามวันสองคืนค่ะ สนุกมาก กินตลอดเวลา กะว่าถ้าเที่ยวแบบนี้สักอาทิตย์ น้ำหนักน่าจะขึ้นไม่ต่ำกว่าสี่กิโลกรัม ^^’’ แต่นี่ก็วางแผนกันว่าจะไปเที่ยวอีก แต่คราวนี้จะไปแบบถูกกว่าเดิม โดยจะนั่งเรือเฟอร์รี่ไป มีแพ็กเกจแค่ 9800 เยนเท่านั้น ค้างโรงแรมสองคืน ค้างในเฟอร์รี่หนึ่งคืนค่ะ น่าสนใจมากๆ คราวหน้าว่าจะนั่งบัสออกไปนอกเมืองปูซาน ไปดูพวกโบราณสถานของเกาหลีค่ะ แต่เมื่อไหร่นั้น...ยังไม่ทราบเลย เพราะโปรแกรมเที่ยวของเรานั้น...เยอะมาก ฮา

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมานะคะ

เด็กทะเล
07.2.23




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2550
25 comments
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2552 0:30:55 น.
Counter : 2894 Pageviews.

 

น่าสนุกนะคะ เคยไปแต่โซลกับโอซาน อาหารเกาหลีอร่อยมากๆเลย ชอบ

 

โดย: Rive Gauche 23 กุมภาพันธ์ 2550 19:54:46 น.  

 

++ คุณ Rive Gauche++
ขอบคุณที่เข้ามาชมนะคะ ^^
ไม่เคยไปโซลเลยค่ะ แต่อาหารเกาหลีอร่อยจริงๆ ค่ะ เห็นด้วย

 

โดย: เด็กทะเล (ลิปิการ์ ) 23 กุมภาพันธ์ 2550 20:19:10 น.  

 

คราวหน้าไปเกาะเจจูซิคะ สวยมั่กๆ

 

โดย: anne (sanne ) 23 กุมภาพันธ์ 2550 20:26:47 น.  

 

หง่ะพี่อ้อม เอารูปอาหารมาโชว์อีกแล้ว
เห็นแล้วหิวเยย แหง่ะ ๆ ไปหาไรกินดีก่า เพิ่มความอ้วนให้ตัวเอง

 

โดย: ยุ้ย IP: 58.64.77.29 23 กุมภาพันธ์ 2550 20:34:08 น.  

 

เราว่าเกาหลีไม่ค่อยสวยอะอ้อม อืมๆๆๆๆ

แต่นะ มันขึ้นอยู่กับคนไปด้วยใช่ปะ กริกริ

 

โดย: มาแซว โฮะๆ (Clear Ice ) 23 กุมภาพันธ์ 2550 21:52:06 น.  

 

กร๊ากกกกกกกกกกกก ชูมือเห็นด้วยกะคนข้างบนค่ะ อุอุ

เงอะ มายั่วน้ำลายตอนดึกๆ อีกแล้ว น่ากินทั้งนั้นเลย (หน้าตาตะกละไปมั้ยเนี่ย ฮา) หนูหิววววววววว

ไปนอนระงับอาการดีกว่า ฮา

 

โดย: tintin IP: 58.9.195.208 23 กุมภาพันธ์ 2550 22:24:58 น.  

 

อาหารของพี่อ้อมมีแต่ไข่เนอะ ไม่ค่อยสุกเลยอ่ะ ระวังหวัดนกนะ แต่ถ้าอร่อยหนูก็ไม่ห่วงหรอก กินก่อนค่อยว่ากัน

 

โดย: น้องบุ๊ง IP: 202.28.179.3 23 กุมภาพันธ์ 2550 22:41:00 น.  

 

กินอร่อย..เที่ยวสนุก..อย่างงี้น้องอ้อมมีหวังลืมกรุงเทพเมืองฟ้าอมร แง๋มๆ เลย

 

โดย: จิกน้ำ 23 กุมภาพันธ์ 2550 23:21:13 น.  

 

โห พี่อ้อมขัดตัว อยากเห็นๆๆ (แอบเลวซะงั้น)


รูปทางเดินที่มีต้นแปะก๊วยนี่... ใช่อันเดียวกับที่พี่ส่งโปสการ์ดให้หนูป่ะครับ?

ป.ล. เห็นของกินแล้วอยากกินอีกแล้ว

 

โดย: waidhaya 24 กุมภาพันธ์ 2550 0:52:37 น.  

 

ฮา พลาดได้งัยเนี่ย ต้องมาชูมือหนับหนุนเบอร์ 5 กับ เบอร์ 6 กร๊ากกก (พวกขี้อิจฉาอ่ะนะอ้อม ทำใจ ฮา)

ขำคนโดนป้าตบตูด เอิ๊กๆ

หิววววววววววว ทัวร์กินชัดๆ ทัวร์นี้ อยากไป ฮา

 

โดย: small Qpid 24 กุมภาพันธ์ 2550 14:33:58 น.  

 

อาหารน่ากินมากๆ ค่ะ

 

โดย: lily IP: 124.121.24.237 24 กุมภาพันธ์ 2550 20:37:52 น.  

 

ขะ ขัดตัวแบบนั้นเหรอ


โป๊!!!!!!!!!!! เปลือยยยยยยยยยยย

เอ..... มันเป็นกฏที่ทุกคนต้องปฏิบัติเหรอคะ การขัดตัวอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถ้าไม่ขัด ใครจะทำอะไรเราเหรอ อา .. โชคดีที่เกิดเป็นคนไทย ได้อาบน้ำเองตั้งแต่เล็กจนโต เนื้อตัวช้านนน ชั้นขัดเอง


ทัวร์เกาหลีโหดอ่ะ ไม่รอลูกทัวร์เลย ถ้าตกรถ ใครจะรับผิดชอบ

ปล.ชามที่ใส่หมี่เย็น ใบใหญ่ยังกะบาตรพระแน่ะ

 

โดย: หนูลี IP: 124.121.127.169 24 กุมภาพันธ์ 2550 21:06:14 น.  

 

แว๊บมาอ่านค่ะ พี่อ้อมขยันจังเลย
อ่านแล้วอยากกลับไปอีกไม่ติดใจอะไรที่นู่นเท่าอาหารเลยค่ะสืบเนื่องจากบล๊อคหน้าที่แล้วเอิร์ทก็กรีดดป๋ากี้ซึบะเหมือนกันค่ะแต่หนึ่งในหัวใจคืออราชิ
เมษานี้อยากไปญี่ปุ่นจังค่ะไปดูคอนที่โตเกียวโดม5555นอกเรื่องไปไกลไก่ย่างที่พี่อ้อมถ่ายรูปมาเอิร์ทว่าอร่อยนะแต่ต้องร้อนๆๆอ่ะถ้าเย็นแล้วมันแหยะๆ
ตอนอยู่โซลขึ้นหอคอยโซลทาวเวอร์ตอนกลางคืนสวยโรแมนติกดีค่ะ เป็นทริปที่แฮปปี้สุดๆเลยนะค่ะเที่ยวสนุกอาหารอร่อยอากาศก็ดีอยากไปเที่ยวม่างงงT_T

ปล เม้นยาวอีกแล้ว ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีที่มาแบ่งกันค่ะ

 

โดย: karina IP: 125.24.208.133 24 กุมภาพันธ์ 2550 21:16:05 น.  

 

อ่ะ! เพิ่งรู้ว่าที่เกาหลีเค้านิยมไปขัดตัวกันแบบน้าน ประมาณคนไทยชอบไปSpaรึป่าวคะ?

 

โดย: nunja555 IP: 58.9.175.234 24 กุมภาพันธ์ 2550 23:19:45 น.  

 

สั้น ๆคำเดียว หิว...หิวมากเลย เห็นของกินแล้วยิ่งหิว

บ้านเมืองเขาดูคึกคักมากเลยนะคะ (ดูจากตึกรามบ้านช่องมากมาย)

 

โดย: nainoi_tplusone 25 กุมภาพันธ์ 2550 1:36:36 น.  

 

น้ำรู้แล้วละ ว่าเมอร์ซี่ชอบกินชอบเที่ยวเหมือนใคร อิอิ

 

โดย: น้ำ IP: 61.7.159.230 26 กุมภาพันธ์ 2550 10:17:09 น.  

 

ยังชอบการท่องเที่ยวเหมือนเดิมเลยนะคะเนี่ย อิอิ ติดตามผลงานมานานแล้วล่ะค่ะ แล้วก็จะติดตามบล็อกด้วยนะคะ

 

โดย: umi_chan (umi_chan_2 ) 26 กุมภาพันธ์ 2550 16:53:07 น.  

 

 

โดย: tg IP: 203.158.4.151 7 กรกฎาคม 2550 12:40:52 น.  

 

...อิจฉา...
...อิจฉา...
อยากไปมั่งจัง
เมื่อไหร่จาเรียนจบ มีตัง ไปเที่ยวเองได้
แบบพี่อ้อม น๊าๆๆ

 

โดย: tg IP: 203.158.4.151 7 กรกฎาคม 2550 12:42:09 น.  

 

กำลังจะถามเลยว่าพี่อ้อมขัดขี้ไคลกับเค้าป่าว

ไอเดียดีมากๆ มิน่ารู้สึกว่าคนเกาหลีผิวมันเนียนๆ

 

โดย: * * * วีสาม * * * IP: 125.27.76.154 27 สิงหาคม 2550 15:56:57 น.  

 

เพิ่งเคยมาปูซานสุดยอดช๊อปแหลก

 

โดย: Mr.PT IP: 203.230.252.171 8 ตุลาคม 2551 21:44:57 น.  

 

...อ่านเพลินเลยครับ....

 

โดย: jumppy 4 พฤศจิกายน 2551 22:08:40 น.  

 

ง่า อิจฉาๆ
อยากไปเกาหลีบ้างจัง
เห็นหน้าตาอาหารแล้วอยากกินบ้าง

 

โดย: Aree-Yong 4 กรกฎาคม 2552 21:49:29 น.  

 

อยากไปเกาหลีเหมือนกันกำลังเก็บตัง

 

โดย: LoveOnly 2 พฤษภาคม 2554 11:38:39 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะคะ

black friday 2011 hp touch pad

 

โดย: aomzon (aomzon ) 1 ตุลาคม 2554 11:55:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลิปิการ์
Location :
ตอนใต้ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการนำรูปภาพ และบทความงานเขียน รวมทั้งข้อความต่างๆ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดในบล็อกแห่งนี้ไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add ลิปิการ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.