Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
วันที่ 6 (1/3): PARIS: ทัวร์พิพิธภัณฑ์ ณ กรุงปารีส - Louvre

หายกันไปนาน วันนี้กลับมาอีกแล้วค่ะ พาชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในปารีสนะคะ ก่อนอื่นก็ขอเอาแผนที่ปารีสมาให้ชมก่อนน้า




วันนี้ตื่นแต่เช้ามาจัดการกับพิซซ่าหน้าปลาเค็มที่เหลือเมื่อวาน (เอาหน้าออกหมด กินแต่แป้ง :p) อาบน้ำอาบท่าเตรียมลุยพิพิธภัณฑ์ค่ะ

เดินไปยังสถานีเมโทรที่เดิม เข้าแถวซื้อตั๋ว Paris Museum Pass ที่ตรงช่องขายตั๋วหน้าทางเข้าเมโทรค่ะ เราซื้อตั๋วแบบ 1 วัน ราคาประมาณ 16 ยูโร ค่ะ ก็จะได้ตั๋วอยู่ในซองพลาสติกมา เมื่อแกะออกมาดูจะพบแบบนี้







เป็นสองชิ้นค่ะ สีฟ้าที่เห็นคือตั๋ววันค่ะ ด้านหลังจะมีช่องให้เขียนชื่อและวันที่ค่ะ ก็จัดการเขียนชื่อตัวเอง และวันที่ของวันนี้ลงไป คาดว่าตั๋วแบบ 3 วัน หรือ 5 วันก็น่าจะเหมือนกันนะคะ ส่วนสีดำที่เห็นคือรายละเอียดสถานที่ต่างๆ ที่เราสามารถใช้ตั๋ววันแบบนี้ได้ค่ะ พิพิธภัณฑ์ที่นี่ดีนะคะ ถ้าเกิดอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถเข้าชมได้ฟรีค่ะ ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม นอกจากนี้ในหนึ่งเดือนจะมีวันที่เปิดให้เข้าชมฟรีสำหรับทุกคนค่ะ สำหรับ Lourve จะเปิดให้เข้าชมฟรีในวันอาทิตย์แรกของเดือน และนอกจากนั้น พิพิธภัณฑ์ที่ปารีสมักจะปิดวันอังคารค่ะ ถ้าใครอยากจะไปเยี่ยมชมก็เช็กวันให้ดีๆ นะคะ จะได้ไม่เสียเที่ยว ^^

จากเมื่อวานที่เราซื้อตั๋วรถไฟแบบ one day pass ทางด้านหลังเขาเขียนว่า 24 ชั่วโมง และมีเวลาที่เราซื้อด้วย เราก็กะว่า อืม...มันน่าจะยังใช้ได้ เพราะเราซื้อตอนสิบโมงครึ่งนี่นะ ตอนนี้ก็ยังไม่เก้าโมงเช้าดีเลย ก็ลองหย่อนตั๋วลงไป...สรุปว่าใช้ไม่ได้อ่ะ >_< เซ็งเลย ต้องไปเข้าแถวซื้อตั๋ว one day pass zone 1-2 อีกหนึ่งใบ แล้วก็ออกเดินทางไป Musee du Lourve ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ

นั่งเมโทรไปลงที่สถานี Paris Royal Musee du Lourve ลงจากเมโทร ก็เหลือบไปเห็นป้ายนี้





ตอนที่ไปดาวินชีโค้ดยังไม่เข้าฉายนะคะ แต่เรามันเป็นสาวกดาวินชีโค้ดอยู่แล้ว ก็เลยจัดการถ่ายรูปมาซะเลย







(นางเอกเยอะมาก เสียดายไม่มีรูปสิลาส <- ชอบอ่ะ คนนี้)

จัดการถ่ายรูปเสร็จ เราก็เดินออกจากสถานีเมโทร ขึ้นมาข้างบน ไม่ต้องกลัวหลงทาง เพราะมีป้ายบอกค่ะ




แถมยังไม่ต้องเดินไปไกลก็มองเห็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่นี่ได้ชัดค่ะ เพราะอยู่อีกฟากหนึ่งของถนนนั่นเอง




ทางเข้าพิพิธภัณฑ์จะมีสองทางค่ะ สำหรับคนที่ซื้อ museum pass อย่างเราก็จะเข้าที่ ‘Passage Richelieu’ ค่ะ (มีเขียนบอกไว้ในรายละเอียดที่ได้มาตอนซื้อพาสนะคะ)




มีเด็กนักเรียนต่อแถวกันค่อนข้างเยอะเลย ก่อนเข้าก็จะมีแสกนกระเป๋าเหมือนตอนเข้าสนามบินนั่นล่ะค่ะ

ในขณะที่คนอื่นที่ไม่มีพาสจะไปเข้าที่ Main gate ที่มีพีระมิดกระจกครอบอยู่




พีระมิดที่เห็นนั่นล่ะค่ะ ^^ สำหรับคนไม่มีพาส เมื่อเข้าไปแล้วก็ต้องเข้าคิวเพื่อซื้อตั๋วค่ะ ราคาค่าตั๋วเข้าลูฟร์ ราคาประมาณ 8.5 ยูโรค่ะ ดังนั้นสำหรับคนที่อยากจะชมหลายๆ พิพิธภัณฑ์ ซื้อพาสจะถูกกว่าค่ะ แต่ถ้าวันนี้ทั้งวันอยากชมแค่ลูฟร์ ซื้อตั๋วหน้าพิพิธภัณฑ์จะคุ้มกว่าค่ะ แต่มีพาสก็ดีอย่างค่ะ คือไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋วนะคะ ถ้าคนมากก็เสียเวลาเข้าคิวไม่น้อยเลยทีเดียว

ก่อนอื่นก็ขอเล่าประวัติความเป็นมาของลูฟร์สักนิดนะคะ

ลูฟร์ (Louvre) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นที่ตั้งแสดงศิลปวัตถุนับชิ้นไม่ถ้วน แต่เดิมลูฟร์เป็นพระราชวัง แต่ต่อมาเมื่อราชสำนักย้ายไปที่แวร์ซายส์ ลูฟร์ก็กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปค่ะ ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญในลูฟร์มีมากมาย เช่น ภาพวาดโมนาลิซ่า ของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี รูปปั้น วีนัส เดอมิโล เป็นต้น พีระมิดกระจกตรงกลางก่อสร้างขึ้นในปี 1989 ระหว่างการก่อสร้างได้ขุดพบรากฐานของป้อมปราการโบราณสมัยยุคกลาง และปัจจุบันได้เปิดให้เข้าชมแล้วด้วยค่ะ (**อ้างอิงจากหนังสือคู่มือท่องเที่ยวฝรั่งเศสค่ะ)

เราก็ต่อแถวตามหลังเด็กๆ เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ เข้าไปข้างในแล้วงงมากค่ะ เพราะว่ากว้างมากๆ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี



บันไดวนที่เห็นนั่นทอดขึ้นไปบนทางเข้ากลางค่ะ แท่งตรงกลางคือลิฟต์สำหรับคนพิการ อยากไปขึ้นมาเลย แต่เขากั้นเชือกไว้ ให้เฉพาะคนพิการใช้ จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูค่ะ (* ถ้าใครดูภาพยนต์ดาวินชีโค้ตจะเห็นพระเอกถูกพาลงลิฟต์ตรงนี้ด้วยนะคะ ^^)




ภาพนี้ถ่ายขึ้นไปจากข้างใต้พีระมิดค่ะ

หลังจากที่เดินเก็บภาพเล็กน้อย เราก็เดินไปหยิบแผ่นพับของพิพิธภัณฑ์ มีหลายภาษามาก แต่ไม่มีภาษาไทย ^^’’ ก็เลยหยิบภาษาอังกฤษขึ้นมาค่ะ (Plan/Information) ในพิพิธภัณฑ์จะมีส่วนที่เปิดให้เข้าชมทั้งหมด 4 ชั้นค่ะ ประกอบด้วย


1. ชั้นใต้ดิน (Lower Ground Floor): ศิลปะของอิสลาม (Art of Islam), รูปปั้น รูปสลัก (Sculptures) ซึ่งจะมีแบ่งโซนออกเป็นของฝรั่งเศสและอิตาลีในชั้นนี้ค่ะ, ของโบราณต่างๆ (Antiquities) ในส่วนนี้จะแบ่งเป็นของชาวอียิปต์, กรีก และโรมันค่ะ, ประวัติความเป็นมาของลูฟร์ (History of the Louvre), สถาปัตยกรรมสมัยกลางของลูฟร์ (The Medieval Louvre) และนอกจากนั้นในชั้นนี้ยังมีห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวให้ชมด้วยค่ะ (แต่รู้สึกว่าค่าเข้าชมจะแยกต่างหากจากค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ปกติค่ะ)




รากฐานของป้อมปราการในสมัยกลางของลูฟร์ค่ะ พบตลอดทางด้านกำแพงด้านตะวันออกของลูฟร์

** ตอนที่เดินเข้าไปดูตรงส่วนนี้มีเรื่องตื่นเต้นด้วย คาดว่ามีใครก็ไม่รู้ทำอะไรสักอย่าง (สรุปแล้วจะรู้มั้ย ^^’’) ที่ทำให้ระบบป้องกันภัยทำงานค่ะ ประตูเลื่อนลงมาปิดกั้นทางเดินเฉยเลย เราอยู่ใกล้ด้วย (แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุนะ...แน่ใจ ^^) มีแต่คนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น นึกถึงดาวินชีโค้ตขึ้นมาซะงั้น เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปประตูที่ปิดลงมา คงตกใจนะคะ ถ้าอยู่คนเดียว แต่นี่ดีมีเพื่อนอยู่หลายคนเลยไม่ตกใจมาก แล้วก็เดินชมส่วนอื่นๆ ต่อไป



รูปปั้นสฟิงซ์ ศิลปะของอียิปต์โบราณ


2. ชั้นพื้นดิน (Ground Floor): แสดงรูปปั้น รูปสลัก ของฝรั่งเศสแยกเป็นอายุค่ะ ของฝรั่งเศสมีแยกเป็นของศตวรรษที่ 5-18 และศตวรรษที่ 18-19 นอกจากนั้นก็ยังมีรูปแกะสลักของอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 16-19 ด้วยค่ะ, โบราณวัตถุของชาวตะวันออก (Oriental Antiquities) มีทั้งของ เมโซโปเตเมีย (Mesopotamia) อิหร่าน (Iran) ลิแวนต์ (Levant คือแผ่นดินแถวฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอเรเนียค่ะ), โบราณวัตถุของชาวอียิปต์ (Egyptian Antiquities) มีรูปปั้นฟาโรห์ต่างๆ แสดงค่ะ, โบราณวัตถุของชาวกรีก (Greek), ชาวอิทรูเรีย (Etruscan) และโรมัน (Roman) ส่วนที่น่าสนใจของศิลปะกรีกและทุกคนรู้จักดีก็คือรูปปั้นวีนัส (Aphrodite หรือที่รู้จักดีในนามของ Venus de Milo ที่สร้างขึ้นราวๆ 100 ปีก่อนคริสตศักราช สร้างโดย Milo), นอกจากนั้นในชั้นนี้จะมีการแสดงศิลปะของแอฟริกา, เอเชีย, ประเทศหมู่เกาะ และอเมริกาด้วยค่ะ (แต่จะเป็นส่วนเล็กๆ เมื่อเทียบกับส่วนอื่นนะคะ



วีนัส



อีกภาพของวีนัส ศิลปะของกรีก

เสียดายที่เราไม่มีความรู้ทางด้านศิลปะเลย ก็เลยได้แต่ดู และถ่ายรูปเก็บกลับมา ถ้ามีความรู้มากกว่านี้อีกนิดคงจะดีกว่านะคะ ^^’’













ที่ติดใจเรามากๆ คืออันนี้ค่ะ




ตอนเข้าไปมีคนรุมอยู่เยอะมากๆ เป็นคนจีน มีไกด์ด้วย เราฟังไม่ออก ^^’’ แต่ว่าลูกทัวร์ฟังคุณไกด์พูดไปหัวเราะไป ถ่ายรูปกันใหญ่ พอคุณๆ เดินออกไปหมด เราก็เข้าไปดูบ้าง รู้สึกว่าก้นของรูปปั้นสวยดี (ลามกนี่ ^^’’) แต่พอเดินวนไปดูข้างหน้าถึงรูปว่าเขาหัวเราะคิกคัก ฮือฮาอะไร




หน้าอกสวยนะคะ ข้างล่างก็...เตะตาดี เราว่าเหมาะกับเหตุการณ์ยุคนี้เลยเชียว...หรือว่าไง ^^

** ใครทราบช่วยบอกหน่อยนะคะ ว่าที่เห็นข้างบนคือรูปปั้นอะไร ^^ อ้อ ที่นั่นพวกรายละเอียดของภาพต่างๆ จะเป็นภาษาฝรั่งเศสค่ะ ^^’’


3. ชั้นที่ 1 (First Floor): ส่วนนี้เป็นส่วนที่เราดูเป็นส่วนแรกค่ะ เพราะเป็นชั้นที่แสดงภาพโมนาลิซ่า (Mona Lisa, L. de Vinci) นั่นเองค่ะ ชั้นนี้จะนำแสดงศิลปะวัตถุในยุคต่างๆ เช่น ศตวรรษที่ 17, 19, ศิลปะที่ฟื้นฟูใหม่ในยุโรประหว่างศตวรรษที่ 14-16 (Renaissance), ห้องของนโปเลียนที่ 3 (Napoleon III Apartments), ศิลปะโบราณที่ผ่านการบูรณะปฏิสังขรณ์ต่างๆ เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังมีโบราณวัตถุของอียิปต์, กรีก, อิทรูเซีย และโรมัน รวมทั้งส่วนภาพเขียนต่างๆ (Painting), รูปพิมพ์ (Prints) และภาพวาด (Drawing) ตรงส่วนภาพนี่ห้ามถ่ายรูปค่ะ ชมได้อย่างเดียว ภาพเยอะมาก และคนเยอะมากๆ เช่นกัน โดยเฉพาะหน้าโมนาลิซ่าที่มีราวกั้นเอาไว้ไม่ให้เข้าไปดูใกล้ๆ ที่ส่วนภาพเขียนจะเป็นศิลปะของฝรั่งเศส, อิตาล และเสปนค่ะ

ทางด้านหน้าทางเข้าส่วนภาพเขียนจะมีรูปปั้นตั้งอยู่




คนรุมถ่ายรูปเยอะมาก เห็นเธอแล้วนึกถึงเทพนิยาย อยากเขียนแฟนตาซีขึ้นมาทีเดียว




The Winged Victory of Samothrace, Greece, ก่อนคริสศักราช สองศตวรรษ




เพดานระหว่างทางเดินค่ะ สวยมาก




หน้าทางเข้า Apollo Gallery ด้านในจัดแสดงมงกุฏต่างๆ สวยมากๆ (ห้ามถ่ายรูป) เห็นแล้วก็นึกถึงนิยาย...ดั่งดวงหฤทัยเสียอย่างนั้น ^^








ศิลปะของอียิปต์มีมาก...มากจนอดคิดไม่ได้ว่าเขาขนมาจากอียิปต์เสียเท่าไหร่ แล้วยังเหลืออยู่ที่นั่นสักเท่าไหร่กันเชียว



4. ชั้นที่สอง (Second Floor): แสดงภาพเขียน, ภาพพิมพ์, ภาพวาดของฝรั่งเศส, ภาพเขียนและภาพวาดของเยอรมัน, Flemish (ชาวฟรานเดิส) และฮอลันดา, ภาพวาดเขียนของเยอรมัน, Flemish, ฮอลันดา, เบลเยี่ยม, รัสเซีย, สวิส และแสกนดิเนเวีย ชั้นนี้เป็นชั้นที่เราดูน้อยที่สุด เพราะไม่มีเวลาค่ะ

ด้านในของลูฟร์นะคะ ชอบตรงนี้ ไม่มีคน เพราะเขากั้นเอาไว้ไม่ให้เข้า




แม้คนจะมาเที่ยวที่ลูฟร์เยอะ แต่ภายในพิพิธภัณฑ์คนไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ โดยเฉพาะส่วนที่ไม่ได้เป็นที่สนใจของคนส่วนมาก เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์แทบจะนั่งเหงาเลยทีเดียว




ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ ถ่ายออกมาจากข้างใน




สวยดีค่ะ

แม้จะมีแผนที่ในมือ แต่เราก็เดินหลงนะคะ เพราะมันกว้างมากๆ เราใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สามชั่วโมงกว่าๆ ก็จำต้องออกมา เพราะว่าต้องไปที่อื่นต่อ เนื่องจากเวลาจำกัดนั่นเอง เสียดายเหมือนกันนะคะ เพราะยังมีส่วนที่อยากดูอีกเยอะเลยเชียว



พีระมิดกระจกหน้าลูฟร์




หน้าพิพิธภัณฑ์




ตรงโคนเสาไฟ มีเจ้าตัวนี้อยู่ สวยดีค่ะ




ตรงประตูทางเข้ากลาง




ด้านฝั่งที่ติดอีกฟากถนน




คนเยอะดีนะคะ




ภาพโดยรวม ตอนกลางคืนก็สวยนะคะ (เห็นในโปสการ์ด) light up สวยเชียว แต่น่าเสียดายไม่ได้ไปดู






อาคารพิพิธภัณฑ์สวยมากๆ สมแล้วที่เคยเป็นราชวังเก่า


สำหรับเราแล้ว...ลูฟร์ใช้เวลาแค่สามชั่วโมงดูได้แค่สิ่งที่อยากดูมากๆ เท่านั้นเองค่ะ ถ้าเป็นไปได้ อยากใช้เวลาในนี้สักหนึ่งอาทิตย์เป็นอย่างน้อยนะคะ จะได้ดูได้ครบทุกอย่างตามที่ต้องการ ^^

พักครึ่งวันก่อนนะคะ เดี๋ยวมาต่อตอนต่อไปค่ะ วันนี้ยังอีกยาวนานนะคะ ^^


ปิดท้ายของตอนนี้ด้วยรูปตัวเองค่ะ ฮา



ตอนหน้าพบกับชองป์เซลิเซ่ (Champs-Elysees) ต้นแบบของถนนราชดพเนินบ้านเรา และประตูชัย (Arc de Triomphe) นะคะ ^^

** ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์และศิลปะที่นำมาแสดงจากแผ่นพับ Plan/Information Louvre ค่ะ


** คุณโมเม จากบล็อกที่แล้วนะคะ ^^ เราหาโรงแรมจากเวปนี้ค่ะ --> accorhotels ยังไงถ้ามีอะไร เมล์มาถามหรือหลังไมค์มาก็ได้ค่ะ dektalae@yahoo.com ยินดีช่วยน้า


Create Date : 09 กรกฎาคม 2549
Last Update : 9 กรกฎาคม 2549 2:42:33 น. 9 comments
Counter : 2955 Pageviews.

 
อยากไปมากเลยครับ ขอบคุณที่นำภาพและรายละเอียดมาให้ได้ชมกันครับ สวยๆๆๆ


โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 9 กรกฎาคม 2549 เวลา:4:57:36 น.  

 
อยากไปฝรั่งเศสง่ะ

งืออออ....

T_T


โดย: OgaRyu IP: 203.113.76.9 วันที่: 9 กรกฎาคม 2549 เวลา:8:56:28 น.  

 
อยากไปญี่ปุ่นอ่ะ
อ้าวไม่ใช่ ล้อเล่นนะจ้ะ
น่าอิจฉาจังเลยนะ ไปเที่ยวฝรั่งเศส
ได้ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น
มีบ้านอยู่เมืองไทย
จะไปไหนต่อดีค่ะ คราวหน้า
อยากตามไปด้วยจังเลยยยย
ตอนนี้อากาศที่ญี่ปุ่นน่าจะพ้นช่วงพายุพัดผ่านไปรึยังค่ะ
ดูแลตัวเองด้วยนะค่ะ
take care.


โดย: oa IP: 202.28.9.80 วันที่: 9 กรกฎาคม 2549 เวลา:9:59:40 น.  

 
อยากไปมั่งจัง
เดินทั้งวันจะทั่วไหมเนี่ย กว้างใหญ่มากๆ


โดย: YUI_MUNMOO วันที่: 9 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:26:35 น.  

 
เพื่อนลี่เรียนจบม.6 คงจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสอ่ะค่ะ เลยใฝ่ฝันไว้ว่าถ้าเรียนจบกันเมื่อไร จะไปหาเพื่อนที่นั่น พอเจอเพื่อนก็จะวิ่งเข้าไปกอดเหมือนในหนังละคร อิอิ ฝันมากๆ เลยแหละค่ะ เพื่อนได้ยินก็จะบอกว่า ลี่บ้าไปแล้ว แต่ก็มีความสุขที่ได้ฝันว่าจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่ฝรั่งเศสค่ะ



โดย: lily <lovekalo> (lovekalo ) วันที่: 9 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:13:56 น.  

 
ตามมาเที่ยวค่า อยากไปเที่ยวมั่งอ่า

.
.


ตอนเยอรมันแพ้อิตาลี อึ้งไปเหมือนกันค่ะ
เสียใจโคดๆๆ ไว้อีก 4 ปีไปสู้เค้าใหม่เน๊อะ^^




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2549 เวลา:8:50:58 น.  

 
โอ้...พิพิธภัณฑ์ในฝัน
จำได้เคยไปกับทัวร์แล้วเค้าบอกโอ้ย...ไม่เข้าหรอกค่ะพิพิธภัณฑ์ เชยแล้ว...ใครเค้าไปกัน
ฟังแล้วเจ็บใจมั่กๆ


โดย: nurin (Nontagorn ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2549 เวลา:21:54:01 น.  

 
อยากจะไปบ้างจังเลยฮือ ๆ ไม่เป็นไรไม่ได้ไปได้ดูก็ยังดีเนอะพี่อ้อม


โดย: เกเร IP: 124.121.171.50 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:22:58:14 น.  

 
ชอบมากๆเลย ขอบคุณนะคะที่พาชมที่สวยๆ


โดย: ทวิสตี้ IP: 202.149.25.241 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:09:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ลิปิการ์
Location :
ตอนใต้ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการนำรูปภาพ และบทความงานเขียน รวมทั้งข้อความต่างๆ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดในบล็อกแห่งนี้ไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add ลิปิการ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.