Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
วันที่ 5 (1/3) จาก CAEN สู่ PARIS: Tour Eiffel

11 May 2006


วันนี้ออกจากโรงแรมตั้งแต่ยังเจ็ดโมงกว่างๆ เพราะจะไปขึ้นรถไฟกลับปารีสตอน 7.52 น. น้องเอมิยังนอนอยู่เลย (น้องอยู่ต่อจนถึงวันที่ 12 ส่วนเราหนีเที่ยวอ่ะ ไม่อยู่หรอก :p) ออกมาข้างนอกอากาศค่อนข้างเย็น เพราะยังเช้าและหมอกลงจัดมาก เดินลากกระเป๋าเดินทางไปขึ้น tram ระหว่างทางแวะซื้อครัวซองค์กับขนมปังไส้ช็อกโกแลตไปกินเป็นอาหารเช้าด้วย รู้สึกผิดที่จ่ายแบงก์ใหญ่ออกไป เพราะไม่มีเศษเงิน ซึ่งที่จริงก็มีแต่ว่าจะเอาไปหยอดซื้อตั๋วรถไฟอ่ะนะ เครื่องซื้อตั๋วหรือซื้อน้ำอัตโนมัติของที่ใช้แต่เหรียญอย่างเดียว ไม่สามารถใช้แบงค์ได้ ไม่เหมือนของญี่ปุ่นที่สามารถใช้แบงก์พันเยนได้อ่ะค่ะ ก็เลยต้องสำรองเหรียญเอาไว้ ซื้อของเรียบร้อยก็เดินไปที่สถานี tram กำลังจะกดซื้อตั๋วแต่ไม่ทันแล้ว...รถมา ก็เลยกระโดดขึ้นไปเลย โกงค่ารถง่ายๆ ซะงั้น :p ไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงสถานีรถไฟ CAEN รถไฟที่จะโดยสารมาแล้ว ก็เลยเดินเอาตั๋วไปตอก แล้วไปหาที่นั่ง คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ สักพักพอถึงเวลารถก็ออก เราก็เอาครัวซองค์ขึ้นมาก่อนและหลับไป (ฮา)

ก็วางแผนท่องเที่ยวในปารีสเอาไว้แล้ว เที่ยวแบบให้คุ้มค่ารถและเวลามากที่สุด เนื่องจากเราจะมีเวลาอยู่ในปารีสแค่สามวันเท่านั้น แต่สิ่งที่อยากดูมีมากเหลือเกิน ก็เลยตกลงใจว่าจะเที่ยวดังต่อไปนี้

วันแรก (11 May) เที่ยวแบบไม่เสียเงินค่าเข้า (ฮา) คือเที่ยวสถานที่ที่เขาเปิดให้เที่ยวชมฟรี โดยจะเที่ยวในโซนใกล้ๆ ซื้อตั๋ววัน (Carte Mobilis แต่ตอนซื้อเราก็เรียก one day pass อะ ง่ายๆ ดี) Zone 1 กับ 2 ซึ่งจะใช้นั่งรถ Metro กับ รถไฟ RER ได้ภายในสองโซน ซึ่งในปารีสจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 โซน โดยจะจัดโซนออกเป็นวงกลมอ่ะค่ะ อา อธิบายลำบากจัง ให้นึกภาพวงกลมแล้วกัน โซนก็จะแบ่งออกจากจุดศูนย์กลาง บริเวณจุดศูนย์กลาง (ถ้าจำไม่ผิด จุดศูนย์กลางน่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ลูฟร์นะคะ) จะเป็นโซนหนึ่ง ห่างจากจุดศูนย์กลางออกมาเป็นโซน 2, 3, 4 และ 5 ตามลำดับ โดยมาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็จะอยู่ภายในโซน 1 และโซน 2 ค่ะ และราคาตั๋วก็จะแพงขึ้นไปตามลำดับ ถ้าจำไม่ผิด ค่าตั๋วในโซน 1 และ 2 จะตกที่ประมาณ 5 ยูโร กว่าๆ นะคะ (หรือ 6 ยูโรนิดๆ ฟ่ะ จำไม่ได้อ่ะ -_-‘) ซึ่งถ้าซื้อตั๋วเที่ยวเดียวจะตกที่ราคา 1.4 ยูโรค่ะ ก็กะว่าจะเที่ยวหลายจนกว่าจะหมดเวลาของวันและหมดแรงนั่นเองก็เลยซื้อตั๋ววันซะเลยง่ายดี ฮา

วันที่สอง (12 May) วันนี้เรากะจะซื้อ Paris Museum Pass ซึ่งจะมีขายหลายแบบ คือ แบบ 1 วัน, 3 วัน และ 5 วัน เราตกลงจะซื้อแบบหนึ่งวันราคา 15 ยูโรหน่อยๆ (จำราคาแน่นอนไม่ได้) ก็จะได้เป็นบัตรรูปโมนาลิซ่ามา แล้วก็เขียนชื่อตัวเอง แล้วก็วันที่ลงไปข้างหลังบัตร เวลาจะเข้าพิพิธภัณฑ์ที่สามารถใช้บัตรนี้ได้ก็จะแสดงให้เขาดู ก็สามารถเข้าได้โดยไม่ต้องไปเข้าคิวรอซื้อตั๋วใน ซึ่งในกรณีที่พิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ มีชื่อเสียง เช่น ลูฟร์ จะต้องเข้าแถวรอนานมากๆ ปกติแล้วราคาเข้าพิพิธภัณฑ์ต่างๆ จะตกที่ราคาประมาณ 7-10 ยูโร ขึ้นอยู่กับแต่ละพิพิธภัณฑ์ค่ะ แต่เขาก็จะมีวันที่เปิดให้เข้าชมฟรีนะคะ โดยมากจะเป็นวันอาทิตย์ เราก็เช็กดูเรียบร้อยแล้วว่าพิพิธภัณฑ์ที่อยากไปดูสามารถใช้ตั๋วนี้ได้ ก็เลยซื้อเลย เพื่อความประหยัดอ่ะน้า

วันที่สาม (13 May) เป็นวันกลับก็จริง แต่เครื่องจะออกประมาณ 21.20 น. ดังนั้นจึงมีเวลาหนึ่งวันเต็มๆ เราตกลงจะไปพระราชวังแวร์ซายส์ค่ะ แวร์ซายส์ค่อนข้างไกล ไม่มี metro มีแต่ RER ก็กะจะซื้อตั๋วแบบโซน 1-5 จะได้ประหยัดเนื่องจากสามารถใช้ไปจนถึงสนามบินได้ (แต่มันมีอะไรขำๆ ไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลัง ฮา)

อะ ขอพูดถึงเรื่องตั๋ว pass ในปารีสนี้ซักหน่อย จริงๆ มันจะมี Paris Visite ซึ่งสามารถใช้กับเมโทร, RER, รถเมล์ และใช้เป็นส่วนลดในการซื้อบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ อีกจำนวนมาก แต่ราคาของมันก็จะแพงกว่าตั๋ววันธรรมดา เช่น ตั๋วโซน 1-3 จะราคา 12 ยูโร ดังนั้นเราจึงเลือกซื้อตั๋ววันธรรมดาซื้อถูกกว่ามาก เพราะว่าไม่ได้ขึ้นรถเมล์ เนื่องจากได้ข่าวว่ามันสับสนมาก เพราะมีเยอะเกินไป ฮา

10.03 น. ก็มาถึง Gare St-Lazare ณ กรุงปารีส ตอนแรกกะจะไปฝ่ายกระเป๋าที่โรงแรมก่อน (ยังเช็คอินไม่ได้ เพราะจะเช็กอินได้ตอนเที่ยงพอดี) แต่คิดไปคิดมาเสียเวลาเดินทางเปล่าๆ ก็เลยตัดสินใจว่าไปดูหอไอเฟลก่อนดีกว่า เนื่องจากว่าคืนที่มาถึงวันแรกไปดูตอนวิวกลางคืน ก็อยากจะเห็นวิวตอนกลางวันบ้าง ก็เลยตัดสินใจไป เดินไปซื้อตั๋ววัน ขอแผ่นที่รถไฟใต้ดินมาเป็นด้วยหนึ่งแผ่น (มันเป็นของสำคัญที่จำเป็นมากๆ ขอบอกว่าควรจะมีเอาไว้ติดมือนะคะ ^^) แล้วก็นั่งเมโทรไปพร้อมกระเป๋าเดินทาง (คราวนี้มาด้วยกระเป๋าลากใบเล็กนะคะ ใบไม่ใหญ่ เพราะกะว่าจะเดินลากไปเที่ยวไปด้วยนี่ล่ะ ก็เล็กขนาดสามารถถือขึ้นเครื่องได้อ่ะน้า แต่ก็ยังหนักอยู่ดี :p) ไปลงที่สถานี Trocadero ที่เคยไปดูหอไอเฟลเมื่อคราวก่อน ตอนกลางวันคนน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับตอนกลางคืน แถมอากาศวันนี้ยังไม่ค่อยดีด้วย เพราะหมอกลง เลยดูขะมุกขมัว ยืนดูถ่ายรูปสักพัก ก็เดินลากกระเป๋าลงไปตามทางเดิน ผ่านสวน เพื่อจะไปดูไอเฟลใกล้ๆ

เดินมาได้สักพักก็หันไปถ่ายรูปจุดชมวิว บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์มากมาย เช่น Musee des Monuments Francais, Musee de la Marine (อยากดูมาก แต่ไม่มีเวลาอ่ะ T-T) และ Musee de l’ Homme เป็นต้น




สวนข้างทาง สวยดี กำลังเป็นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้เลยออกดอกสวยมากๆ




หอไอเฟล และสะพานข้ามแม่น้ำแซน (La Seine)




ก็เดินลากกระเป๋ามาเรื่อยๆ ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำมา

แม่น้ำแซน





ระหว่างทางก็มีพวกรถบัสท่องเที่ยวให้เห็น



เป็นบัสทัวร์แบบครึ่งวันก็มี เต็มวันก็มี (มั้งนะ) ครั้งละประมาณ 20 กว่ายูโรน่ะค่ะ แต่เป็นแบบนั่งชมอย่างเดียวเลยนะ ไม่ได้ลงไปเดินดูสถานที่แต่ละแห่งค่ะ


ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำมาแล้ว ก็เห็นร้านขายของกินข้างทาง น่ารักดี ขายหลายๆ อย่างที่แบบกินง่ายๆ เช่น เครป เป็นต้น




มาถึงหอไอเฟลแล้ว (Tour Eiffel) ก็ขอพูดถึงประวัติเล็กน้อยนะคะ หอไอเฟลถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1889 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของงาน Universal exhibition ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการปฏิวัติ ซึ่งก็มีหลายคนที่ไม่ชอบหอนี้นะคะ เพราะเขาคิดว่าโครงเหล็กของไอเฟลนั้นมาบดบังความงดงามของกรุงปารีส ก็แล้วแต่คนมอง และแล้วแต่คนคิดนะ แต่เราว่าหอไอเฟลทำเงินให้ฝรั่งเศสไม่น้อยเลยจริงๆ ในแต่ละวัน ดูรูปจากคนเข้าแถวรอขึ้นไปข้างบนสิคะ




มีทางขึ้นทั้งหมดสามทาง ขึ้นได้ตรงฐานของแต่ละด้านค่ะ ไอเฟลสูงถึง 1,051 ฟุต (หรือ 315.3 เมตร) ออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล (มิน่าถึงได้ชื่อนี้ ไม่งั้นเป็นหอคอยปารีส เหมือนหอคอยโตเกียวจะเวิร์คกว่าเปล่าน้า) ชั้นล่างสูงที่ 187 ฟุต เป็นร้ายของที่ระลึกและชมวิว ชั้นที่ 2 เป็นภัตตาคารจูลส์ เวิร์น สูงขึ้นไปอีกกว่า 150 ฟุต ถ้าจะขึ้นชมต้องเสียค่าขึ้นลิฟต์ไปค่ะ มีทั้งหมดสามชั้น




0


เราว่ามันเป็น cable car มากกว่าอ่ะนะ ลากขึ้นไปแบบนี้ (เห็นมั้ยเอ่ย สีเหลืองๆ น่ะค่ะ)



แต่อีกด้านเราก็เห็นคนกำลังเดินลงบันไดมาด้วยนะคะ ก็แบบงงๆ แต่เพราะเราไม่ได้ขึ้นไป เนื่องจากว่าคนเยอะไม่อยากไปต่อแถวเวลาไม่มี บวกกับแบกกระเป๋าใบโต ถ้าขึ้นไปคงเกะกะ และคาดว่าขึ้นไปคงมองไม่ค่อยเห็นอะไร เพราะว่าอากาศตอนนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฟ้าไม่โปร่งเลย ก็เลยตัดสินใจจะเดินไปนั่ง metro ไปเช็กอินเอาของเก็บในโรงแรมก่อน

แต่อย่างว่า...แผนที่ของฝรั่งเศสสวยมาก...แต่ใช้งานลำบากมากๆ T-T เพราะเขาไม่เขียนว่าเราอยู่ตรงไหน แถมเขายังไม่เขียนบอกด้วยว่าสถานทีรถไฟมันอยู่ตรงไหน ไม่มีป้าย metro อ่ะ ก็แบบยืนอึ้งๆ เปิดแผนที่อันสวยงาม (แต่ใช้ลำบากเฟ้ย) ออกมาดูข้างทาง ตรงสวนหลังไอเฟล กำลังดูแบบงงๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามา ถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย เราก็เลยบอกว่าจะไปสถานีรถไฟ เขาก็บอกทาง แล้วก็ถ้าว่าจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ เราก็ตอบอย่างดีว่าวันเสาร์ เขาก็แนะนำว่าน่าจะเที่ยวตรงนั้นตรงนี้อะไรอย่างนี้ แล้วก็ตบท้ายด้วยว่าจะให้พาเที่ยวมั้ย (ฮา) เราก็ยิ้มๆ ขอบคุณและบอกว่าไม่เป็นไร เขาก็ขำๆ คาดว่าคงจะแกล้งหยอก แบบได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรอ่ะ เพื่อนเขาก็มองแบบยิ้มๆ เห็นท่าเราอยากจะชิ่งเต็มที่ ฮา พอเราขอบคุณเขา แล้วเดินจากมา เขาก็บอกขอให้เที่ยวให้สนุกนะ

ก็เดินไปค่อนข้างไกลจากหอไอเฟลกว่าจะถึงสถานีรถไฟ ข้างทางมีร้านขายของที่ระลึกค่อนข้างเยอะ ก็แวะๆ ซื้อโปสการ์ด ถูกมากๆ ประมาณสิบสองแผ่นสองยูโรอะไรแบบนั้น เดินมาถึงสถานีรถไฟเมโทร Bir-Hakeim นั่งไปลงที่ Raspail ก่อนจะต่อรถอีกสายไปลงสุดปลายทาง Porte d’ Orleans แล้วก็เอาแผนที่โรงแรมที่พิมพ์ออกมาจากเนตมาเปิดดู เหมือนเดิม...แผนที่สวยงามแต่ใช้งานโคตรรรรรยาก ดูงงๆ อยู่สองสามรอบ ก่อนจะเดินไปเรื่อยๆ และก็ถูกทางเห็นโรงแรมเด่นเป็นสง่าข้างๆ Novotel ^^

Etap Hotel Porte d’ Orleans ค่ะ





ปิดท้ายด้วยรูปนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนหน้ามาต่อกับ Notre-Dame de Paris กันในตอนหน้า (2/3) ค่ะ และตอนสุดท้ายของวัน (3/3) จะเป็น Place de la Concorde, Montmartre: Sacre-Coeur และ Opera ค่ะ ^^ ที่ต้องตัดเป็นสามส่วนเพราะว่าแต่ละส่วนรูปเยอะมากอ่ะค่ะ เดี๋ยวจะโหลดตายเสียก่อนอ่ะน้า

** ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดของสถานที่ท่องเที่ยวมาจากหนังสือคู่มือนักเดินทาง “ฝรั่งเศส” ค่ะ


เด็กทะเล
06.06.12



Create Date : 12 มิถุนายน 2549
Last Update : 12 มิถุนายน 2549 19:07:16 น. 7 comments
Counter : 1398 Pageviews.

 

นี่ท่านเดินทางแบบโดดเดี่ยวผู้น่ารักเลยหรือนี่

เก่งจัง ไม่กลัวเหรอ ต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างภาษา (ชาวฝรั่งเศสพูดภาษาอังกฤษได้ไหม)

เคยอ่านในหนังสือ(เล่มไหนก็จำไม่ได้) ไม่รู้ว่าจริงไหม เขาบอกว่า ชาวฝรั่งเศสสร้างหอไอเฟลสูง ๆ เพื่อลดปมด้อยของตัวเอง ว่าไอนั่นมันสั้น ไม่ได้ทะลึ่งน้า ในหนังสือเขาเขียนอย่างนี้จริง ๆ รูปร่างหอไอเฟลคล้าย ๆ กับหอโตเกียวหรือเปล่า มองผ่าน ๆ คล้ายจะเหมือนกันเลยนะ

หนุ่มฝรั่งเศสใจดีจัง เข้ามาแนะนำช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้วย

จะรอชมภาพแวร์ซายส์นะคะ สถานที่ในฝันสำหรับเราเลยแหละ รีเควสรูปเยอะ ๆ เลยน้า แล้วก็ขอ ลิตเติ้ลตริอานอง ด้วยน้า


โดย: arshura (Masaomi ) วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:13:50:38 น.  

 

หูย... ไม่รู้เรื่องแล้วค่ะ

เห็นปกตีมแล้วหนูลงไปดิ้นปั๊ดๆๆๆกะพื้น..

เฮ้อ... ทักกี้ๆๆๆๆ



โดย: p_jung IP: 125.25.149.156 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:16:05:26 น.  

 
พี่อ้อมเก่งจัง เห็นใครบอกว่าคนฝรั่งเศสภูมิใจกับภาษาของตัวเองมาก..ถึงมากที่สุด จนแทบจะไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษกันเลยอะ เคยเข้าไปในธนาคาร...เดินงงออกมาแทบไม่ทัน


โดย: พู่ไหม IP: 203.107.206.137 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:17:15:02 น.  

 
อย่าได้ไว้ใจหนุ่มฝรั่งเศสที่เดียวเชียว ขี้มั่วสุดๆ นะคะ ฮา เห็นแล้วอยากไปมั้ง กาซิกๆ รอคอยว่าจะได้ไป อิ้วววว


โดย: นายน้อย IP: 58.9.124.161 วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:17:35:10 น.  

 
ไม่ได้แวะมาบล็อคพี่อ้อมพักใหญ่กลับมาอีกที โอ้โห ตะลึง ตึง ตึง เปลี่ยนไปจริงๆอ่ะ สวยมากเลย


โดย: W i n t e r b e r r y IP: 203.155.135.100 วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:16:49:29 น.  

 
แว่บมาเที่ยวหอไอเฟลค่ะ


โดย: nurin (Nontagorn ) วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:21:41:33 น.  

 
โหเก่งมากมากเลยไม่กลัวหลง แล้วมีสตางพักโรงแรมหรูมาก


โดย: kanyakon IP: 109.10.66.80 วันที่: 13 มิถุนายน 2554 เวลา:23:58:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ลิปิการ์
Location :
ตอนใต้ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการนำรูปภาพ และบทความงานเขียน รวมทั้งข้อความต่างๆ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดในบล็อกแห่งนี้ไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add ลิปิการ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.