กรกฏาคม 2549

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
29
31
 
 
ตา หน้าต่างของหัวใจหรือหน้าต่างมองโลก
วันนี้ขออนุญาตเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองสักวัน เป็นประสบการณ์เกี่ยวกับดวงตา อวัยวะที่ใครไม่รู้ขนามสมญานามให้เป็น "หน้าต่างของหัวใจ" แต่สำหรับผมเองตอนนี้ใคร่จะขอให้สมญานามใหม่ว่าเป็น "หน้าต่างมองโลก"มากกว่า


ผมเริ่มมีความรูสึกว่าดวงตาไม่ปกติ เมื่ออายุประมาณ 21 ปี (พ.ศ. 2504) ตอนนั้นทำงานเป็นครูสอนหนังสือที่โรงเรียนราษฏร์เล็กๆแห่งหนึ่ง (ปัจจุบันโรงเรียนราษฏร์เรียกชื่อใหม่ว่า โรงเรียนเอกชน) ความผิดปกติของตาคือ เมื่อเขียนหนังสือบนกระดานดำหน้าชั้นเรียนแล้ว เดินไปหลังชั้นเรียนไม่สามารถจะอ่านหนังสือบนกระดานดำได้ชัดเจน ตัวหนังสือมันติดกันเป็นพรืด อ่านไม่ชัดเจนต้องเดินออกมาจนเกือบจะถึงหน้าชั้นเรียน จึงจะสามารถอ่านได้ตามปกติความรู้สึกของตัวเองบอกว่าเราน่าจะสายตาสั้นแล้วนะ จึงไปร้านจำหน่ายแว่นตาที่นับว่าทันสมัยในตอนนั้นคือ ร้านแว่นตาภิรมย์เภสัช ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามศูนย์การค้าวังบูรพา และได้แว่นตามาหนึ่งอันเป็นแว่นสายตาสั้น และใส่แว่นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงวันนี้ก็ประมาณเวลา 45 ปี เปลี่ยนแว่นประมาณ 10 อัน
มาเมื่อประมาณ 2-3 ปีมานี้เริ่มมีความรู้สึกว่า แว่นตาที่ใช้อยู่เริ่มมองอะไรไม่ค่อยเห็นชัดเจนแล้ว มองไกลๆก็พร่ามัวเหมือนมีหมอกบังอยู่ อ่านหนังสือก็ไม่สะดวกเพราะมองไม่ชัด ความรู้สึกเริ่มบอกกับตัวเองว่าคงจะมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาแน่นอน

ผมได้ข้อมูลมาว่าแผนกตาของ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า มีจักษุแพทย์ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญเรื่องการรักษาตาแห่งหนึ่ง

ผมจึงไปเข้ารับการตรวจรักษา จากจักษุแพทย์ชื่อ น.อ.หญิงภาวิกา ธรรมโน ประมาณ พ.ศ. 2547 คุณหมอบอกว่าจากการตรวจแล้วได้ผลดังนี้คือ ตาข้างซ้ายเป็นตาที่พิการมาแต่กำเนิด ภาษาวงการจักษุแพทย์เขาเรียกว่า "ตาขี้เกียจ" (Lazy Eye) หมายความว่าตั้งแต่ตอนที่ผมเป็นเด็กเล็กๆ ตาข้างซ้ายจะไม่ยอมมองอะไรตามปกติ เกี่ยงงอนให้ตาข้างขวามองด้านเดียว ต่อมาเมื่อผมเจริญวัยขึ้นตาข้างซ้ายก็เริ่มมีอาการเลนซ์ตาเอียง แต่จะไม่รู้สึกผิดปกติอะไร ตาข้างขวาที่ถูกใช้งานมานานก็เริ่มมีปฎิกิริยาคือสายตาเริ่มสั้น จะเรียกว่าประท้วงก็คงได้ เป็นผลให้ผมต้องใส่แว่นสายตาสั้นตามที่กล่าวมาข้างต้น ขณะนี้ตาข้างขวาของผมเริ่มมีผังผืดเข้ามาบังเลนซ์รับแสง และมีอาการต้อกระจกขั้นต้น อันเป็นโรคตาตามวัยของผู้สูงอายุทั่วๆไป แต่ขณะนี้ยังแก้ไขอะไรไม่ได้มากนัก ต้องรอให้ต้อกระจกสุกได้ที่จึงจะทำการผ่าตัดได้ ระยะนี้คุณหมอจึงสั่งจ่ายยาเป็นน้ำตาเทียมมาหยอดตาทุกวัน และมาพบคุณหมอทุกระยะ 4 เดือนติดต่อกันไปเพื่อตรวจดูอาการ

ผมไปพบคุณหมอตามนัดทุกระยะ 4 เดือน นานประมาณเกือบ 2 ปี เมื่อมาพบคุณหมอครั้งสุดท้ายเดือน มีนาคม 2549 คุณหมอแจ้งว่าตอนนี้ทุกอย่างพร้อมจะลงมือรักษาด้วยการผ่าตัดแล้ว จะโอเคใหม? ผมตอบไปอย่างไม่มั่นใจนักว่า โอเคครับคุณหมอ คุณหมอคงจะอ่านใจและท่าทางผมออกว่าคงจะมีความวิตกกังวลใจ จึงพูดปลอบใจว่าไม่มีการรักษาแบบอื่นได้ผลดีกว่าการผ่าตัด ไม่มีอะไรมากใช้เวลานิดเดียวไม่เจ็บปวดอะไรหรอก

แต่ขั้นตอนก่อนจะผ่าตัดนี่สิ เป็นกระบวนการที่ผมก็ไม่เคยรู้มาก่อน ดังนี้

1. ต้องไปทำการเจาะเลือด เพื่อตรวจอะไรบางอย่างตามหลักวิชาการจักษุแพทย์ ที่สำคัญตรวจหาเชื้อ HIV ด้วยนะ จะบอกให้
2. ต้องไปตรวตคลื่นหัวใจ
3. ต้องไปฉายรังสีเอ็กซ์เรย์

เมื่อทำการตรวจทุกอย่างครบแล้ว ปรากผลเป็นที่น่าพอใจของแพทย์แล้ว จากนี้คุณหมอผู้รักษาจะนัดคิวทำการผ่าตัดให้ ผมได้คิวผ่าตัดวันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2549 (จำได้ไม่มีลืมเลยละ)

ก่อนจะถึงวันผ่าตัดประมาณ 1 เดือน คุณหมอจะนัดมาวัดสายตาเพื่อตัดเลนซ์แก้วตาเทียม สำหรับใส่ข้างที่ผ่าตัด วันนี้ต้องนำยาที่กินประจำมาให้ดูด้วย เพราะยาบางตัวต้องงดกินก่อนผ่าตัดประมาณ 10 วัน และมีการซักประวัติทั่วๆไปว่า เป็นโรคเบาหวานหรือไม่ แพ้ยาอะไรบ้าง มีโรคประจำตัวใหม? จากนี้ก็ต้องเซ็นหนังสือยินยอมรับการผ่าตัด พร้อมมอบสำเนาเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เลขหมายโทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก

เนื่องจากต้องนอนพักเตรียมความพร้อมรอการผ่าตัดหนึ่งคืน และนอนพักฟื้นหลังการผ่าตัดหนึ่งคืน ต้องแจ้งความจำนงค์ว่าจะใช้ห้องพิเศษหรือไม่ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ใหม? ถ้าเบิกได้ เบิกจากหน่วยราชการไหน?

จากนี้เจ้าหน้าที่จะออกใบนัดให้มารายงานตัวก่อนวันผ่าตัด 1 วัน



Create Date : 13 กรกฎาคม 2549
Last Update : 14 กรกฎาคม 2549 13:29:39 น.
Counter : 789 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หนุ่มร้อยปี
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



บล็อกนี้สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 โดย ชายไทยวัยสูงอายุ มีวัตถุประสงค์ในการบันทึกและนำเสนอเรื่องราวต่างๆแบบครอบจักรวาล อาทิ ภาพยนตร์ ดนตรี รายการทีวี หนังสือน่าอ่าน อาหารน่ากิน ท่องเที่ยว สะสมสิ่งของ ตำนานชีวิตบุคคลน่าสนใจ รู้ไว้ใช่ว่า จิปาถะ
ฯลฯ เป็นต้น คำขวัญประจำบล็อก ประสบการณ์ชีวิตที่ดีในอดีต คือทรัพยากรที่ทรงคุณค่าในปัจจุบัน คำขวัญประจำตัวเจ้าของบล็อก "อายุเป็นเพียงตัวเลข" บรรณาธิการบริหารบล็อกคือ หนุ่มร้อยปี บล็อกนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย ท่านใดเห็นว่าข้อเขียนหรือภาพประกอบในบล็อกนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ได้ แต่โปรดอ้างอิงชื่อบล็อกนี้ด้วย จักขอบคุณยิ่ง













free counters