ทุกๆวันคือวันใหม่ ที่ดีกว่าวันเก่า
ปอบหยิบ หรือ ผีตู้เย็น??

ปอบหยิบ หรือ ผีตู้เย็น??
ที่ทำงานเรามีตู้เย็นและไมโครเวฟให้พร้อมสรรพสำหรับคนที่ต้องการมาอุ่นกับข้าวกิน ตู้เย็นที่นี่ขนาดไม่ใหญ่มาก ส่วนคนที่เอาข้าวมากินก็ไม่ได้มีมากมาย แม้ว่าจะมีพนักงานถึงสองบริษัทอยู่รวมกันที่ชั้นนี้ก็ตาม แต่หลายคนก็มีประสบการณ์แย่ๆกับตู้เย็นใบนี้


เช่น จำได้ว่าเอากับข้าวใส่ไว้ในตู้เย็นอย่างดิบดี แต่พอจะกินกลับอันตรธาน...หายไปซะอย่างนั้น พวกเราจึงคิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติกับตู้เย็นสักอย่างหรืออาจเป็นมือที่มองไม่เห็น...สิงอยู่...บรื๋ออออ....


เราก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ตู้เย็นใบนี้มาตั้งแต่เริ่มงาน โดยพ่อจะหุงข้าวกล้องใส่ถุงให้ทุกเช้าแล้วเราไปหาซื้อกับข้าวแถวที่ทำงานเอง  มาถึงก็ฝากไว้ที่ตู้เย็นผีสิงนี้ โชคดีที่กับข้าวของเราอยู่ครบทุกครั้ง ยังไม่เคยมีอะไรที่ตั้งใจจะเอามากินแล้วไม่ได้กิน 


กระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง....


วันที่พ่อให้บะหมี่ต้มยำมากิน เราเอาเข้าตู้เย็นตามเคย เพื่อรอกินตอนเย็นก่อนทำโอที แต่เพราะสิ้นเดือนสายลูกค้าเข้ามามาก แทบจะไม่มีเวลาเจียดไปนั่งละเลียด จึงต้องแอบชะแว็บไปเอาบะหมี่มาอุ่นแล้วก็รีบวิ่งกลับมารับสายช่วงรออุ่นในไมโครเวฟ แล้วค่อยแอบเบรกกลับมาจกกินต่อ


 
แต่อู้..หู ทำไมบะหมี่ที่พ่อซื้อน่ากินงี้เนี่ย ชิมไปคำนึง...อร่อยมาก เป็นบะหมี่เส้นแบนแบบที่เราชอบ เอาไปตั้งที่โต๊ะทานข้าวแล้วกลับไปรับสายลูกค้าที่คุย(โม้)ค้างไว้ ตั้งใจว่าเดี๋ยวต้องกลับมาฟาดให้เรียบ พอกลับมาเท่านั้นแหละคร่า....


ตั้งท่าจะกินซะหน่อย...บะหมี่ในน้ำต้มยำแบบน้ำข้าวซอย...ของโปรด...  อ้าปากกว้างๆ “อ้าาา...ม”



 “พี่ขาาาาาาาา...พี่กินผิดถุง!..นั่นมันของหนูอ่ะ..ของพี่อยู่นี่!!” น้องพนักงานอีกบริษัทร้องเสียงหลงแหวกอากาศมาเหมือนฝันร้าย พร้อมกับยื่นถุงบะหมี่ถุงน้อยๆ ให้เรา

เรา : โอ้ว...แม่เจ้า  O_o


ตามด้วยเสียงหัวหน้าของน้องพนักงานคนนั้น : "เป็นยังไงบ้าง...หาเจอมั้ย เจอรึยัง?" (ประหนึ่งว่าผู้กำกับปล่อยตามคิว เพื่อมาซ้ำเติมเราเข้าไปอีก) =_='


ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเค้าช่วยหาอะไรกันให้ควั่กก่อนหน้านี้. ..หลักฐานคาปากมัดตัวดิชั้นอย่างแน่นหนา ...ช่างน่าอับอายเป็นที่สุด T_T สรุปที่เค้าตามหาตัวผีตู้เย็นหรืออีปอบหยิบ...ที่แท้ก็....กุเอง >.<



เหตุการณ์ดูเหมือนไม่จบแค่นั้น อายแค่สองคนนั้นกับเพื่อนเค้าบางส่วน มันยังน้อยไป ยังมีอายได้อีก... ในวันถัดมา เพื่อนที่ทำงานคนหนึ่งซึ่งไม่เคยคุยกันเลยถึงกับเดินมาถามว่า



“โอ วันนั้นเราเห็นกับข้าวเธออ่ะ เหมือนข้าวซอยมากเลย เราชอบข้าวซอย เธอซื้อที่ไหนเหรอ”
และอีกวันถัดมาอีก พี่หัวหน้าเราเองเดินเข้ามาหา


“อืม..โอวันก่อนมีคนบอกว่าโอซื้อข้าวซอยดูน่ากินมา ซื้อมาจากที่ไหนเหรอ”


 “เอิ่ม...ไม่ได้ซื้ออ่ะค่ะ ลองถามน้องที่อยู่บริษัทนู้นดูนะคะ เพราะเค้าเป็นคนซื้อมาให้...ก็คือว่า ..กะดะกินผิดถุงอ่ะ” (-_-‘)

Free TextEditor


Create Date : 05 สิงหาคม 2552
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 19:50:17 น. 21 comments
Counter : 474 Pageviews.

 
โถ สงสารน้องคนนั้นจังค่ะ คงกะมากินข้าวซอยเต็มที่เลย แต่จขบ.เล่าน่ารักดี แล้วได้ซื้อข้าวซอยกลับไปปลอบใจน้องเค้าไหมคะ


โดย: offita วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:9:34:15 น.  

 
อิอิ เล่าได้เห็นภาพเลยอ่ะ

ขอโทษน๊า ขอขำหน่อย ไม่ว่ากันน๊า


555 ทำไปได้ ก้อไม่รุ้ ไม่ผิดหรอก อิอิ


โดย: pafun.p วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:12:08:10 น.  

 
LittleBlueTwingo
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=bluetwingo

เอาบ้านบิ๋งมาให้แล้วนะคะ
แล้วอย่าเข้าบ้านผิดเหมือนหยิบถุงผิดอีกนะคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:16:10:02 น.  

 
นี่ ๆ นาน ๆ โผล่มาทีก็ฮากระจายเลยนะแก ตอนนี้แกคงหมดความสงสัยแล้วใช่ปะ ว่าที่ผ่านมากับข้าวของคนอื่นที่หาย ๆ ไปเนี่ย ฝีมือแกทั้งนั้นไม่ใช่ใครเลย อ๊าย ฉันล้อเล่น แกคงจำผิดแค่คราวเดียวนี่ละมั้ง

ว่าแต่อ่านเสร็จ ฉันก็อยากกินข้าวซอยขึ้นมาเลยเชียว แกนะแก ทำฉันน้ำลายไหล อยากกินข้าวซอยยยยยย


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:17:04:26 น.  

 
ดีเน๊อะ เธอมีเรื่องมาเล่าอ่ะ

แล้วเค้าไม่เก็บตังค์เธอเหรอ ฉันหล่ะสงสัยว่าพวกเพื่อน และหัวหน้าเธอ เค้าคงแกล้งมาถามซะอย่างนั้นมากกว่า เพราะ เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง

เพื่อนฉันดังใหญ่ละ


โดย: พี่เอ๋ IP: 125.25.169.9 วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:21:04:17 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่โอ ไก่เองนะคะ ไก่เข้าไปเยี่ยมพี่เอ๋ แต่ไหงปิดบ้านไปซะแล้วล่ะ เฮ่อ

อ่อๆ ไก่อ่านข้อความข้างบนแล้ว ขำอ่ะพี่โอ หลักฐานแน่นหนา คาปากเลย ฮ่าๆๆๆ พี่โอเล่าให้ฟังก็ตลกด้วยอ่ะค่ะ สามีนั่งข้างๆ ถามเธอหัวเราะอะไรจ๊ะ ฮ่าๆๆๆๆ ก็มันขำเนอะ


โดย: บุหงาแป้งล่ำ วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:11:27:22 น.  

 

หนูก็เขียนเล่าเรื่องสนุกดี อ่านแล้วนึกภาพออกเลย

ป้าเสนอว่า เขียนชื่อติดกล่องอาหารหรือถุงอาหารของเราสิ
ขนาดกระป๋องน้ำป้ายังเขียนเลย

เพื่อไม่ให้เราหยิบพลาด (หรือความจริง จะประกาศว่า...ของชั้นนะจ๊ะ)

ที่บ้าน นี่ยังมีแก้วประจำตัวกันเลยค่ะ แฮะๆๆ คุณครู้คุณครูไหม


โดย: วันจัน วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:18:44:12 น.  

 
มาเยี่ยมตอนเย็นๆค่ะ

บิ๋งตอนนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์เขียนบล๊อกค่ะ กังวลเรื่องมีน้อง วันนี้เพิ่งไปหาหมอมา รู้สึกเขาสบายใจขึ้น แต่ยังต้องเตรียมการณ์อีกแยะค่ะ

มีลูกคนหนึ่งก็ยุ่งแบบนี้ค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:18:36:27 น.  

 
ขำพี่โออะ..






( ช่วงนี้จุ๋มชีพจรลงเท้ามากค่ะพี่โอ เอาไว้ซักอาทิตย์หน้านัดเจอกันนะคะ..พี่เอ๋ด้วย )


โดย: MeJayya วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:18:55:06 น.  

 
Happy Mother Day ja .


โดย: Pol (aoigata ) วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:23:29:18 น.  

 
บีเอาพร 4 ข้อของท่าน ว.วชิรเมธี มาฝากค่ะ

1. อย่าเป็นนักจับผิด คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
" กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก " คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส " จิตประภัสสร " ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี " แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข "

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา " แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน " คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า " เจ้ากรรมนายเวร " ถ้าเขาสุขเราจะทุกข์ ฉะนั้นเราต้องถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น " ไฟสุมขอน " ( ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี " แผ่เมตตา " หรือซื้อโคมมาแล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยาแล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง 90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ
" ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น " มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ " อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน "
" อยู่กับปัจจุบันให้เป็น " ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี " สติ " กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ " ตัณหา " ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วย น้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อธรรมชาติของตัณหา คือ " ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม " ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ไม่ใช่คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร คือไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า " เกิดมาทำไม "
" คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน" ตามหา " แก่น " ของชีวิตให้เจอคำว่า "พอดี" คือถ้า "พอ" แล้วจะ"ดี" รู้จัก "พอ" จะมีชีวิตอย่างมีความสุข



โดย: บี (beebeetoon ) วันที่: 13 สิงหาคม 2552 เวลา:12:45:29 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมบล็อกนะคะ เคยเข้ามาอ่านเรื่องงานเสิร์ฟที่บล็อกนี้เหมือนกัน เพราะเคยเสิร์ฟมาก่อนสมัยเป็นนักเรียน เข้าใจหัวอกพนักงานเสิร์ฟดีเลย

ตอนนี้เลิกแพ้ท้องแล้วเลยสบายตัวขึ้นมาก สามีก็กลับมาจากต่างจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังทำงานเยอะเหมือนเดิม ก็มีเหงาๆบ้างค่ะ แต่ก็พยายามทำใจให้สบาย เชื่อว่าพอลูกลิงออกมาดูโลกแล้ว คงจะไม่มีเวลาให้นั่งเหงาอีกต่อไป

ปล.ข้าวซอยที่หยิบผิดมาอร่อยไหมคะ นึกถึงแล้วอยากกินจัง


โดย: LittleBlueTwingo วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:14:21:21 น.  

 
โอ้ ผีตู้เย็น มันเป็นอย่างนี้นี่เอง


โดย: มาดามอุ้ย วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:9:42:17 น.  

 
พี่โอ..จุ๋มโทรไปหาเค้าตั้งแต่วินาทีที่วางสายพี่โอเลยค้า

1. เค้าชื่อแจนค่ะพี่โอ บ่ได้ซื่อจอย

2. เค้าได้คนสอนแล้ว


อัพเดท..ล่าสุด

พรุ่งนี้กำลังจะไปสัมภาษณ์โรงเรียนนานาชาติโรงเรียนหนึ่งค่ะพี่โอ ( อยู่แถวๆเซนทรัลชิดลม ) แล้วจะโทรไปบอกผล..


โดย: MeJayya วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:14:28:32 น.  

 
เน่ ๆ เมื่อไรจะอัพบล็อกสักทีอะแก อยากอ่านฝีปากแกแย่แล้ว เล่นตัวนะจ๊ะ มีคนรออ่านเนี่ย ไม่ค่อยจะอัพ ส่วนฉัน ไม่มีคนรออ่าน แม่ม ขยันอัพได้อัพดีไม่รู้เป็นไงวะแก


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:18:57:29 น.  

 
ยังไม่มีเวลามาเขียนบล็อคต่อเลยค่ะ เลี้ยงลูกยุ่งมากๆเลยช่วงนี้ ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อคนะคะ ดีใจๆ


โดย: hunnypot วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:14:09:54 น.  

 
หลังไมค์แล้วเรียบร้อย..


โดย: MeJayya วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:22:29:47 น.  

 
มาแก้ข่าวสะหน่อยว่าฉันนะ ไม่ได้พูดได้สามภาษานะแก แค่ภาษาค่อน ค่อนยังไงนะหรอ มันเป็นงี้ ไทยนี่ได้ชัวร์ ๆ หนึ่งภาษาละ อังกฤษนี่ก็พอหาข้าวกินได้ไงแก ไม่ได้เก่งอะไร ส่วนจีนนี่ ก็นิ๊ดดดดนึง เลยออกมาเป็น ค่อน ๆ อย่างนี้นะแก

ส่วนคุณคำรณนะ ภาษาจีนเธอก็พอได้ แต่ไม่คล่อง ที่คล่อง ๆ ของเค้านะมี ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อิตาลี่ อังกฤษ ภาษาไทยก็ได้บ้าง จีนอีกนิดหน่อยจ้า เข้าใจตามนี้นะแก


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:14:06:08 น.  

 
โป้ง...


โดย: พี่เอ๋ IP: 125.25.6.227 วันที่: 29 สิงหาคม 2552 เวลา:8:55:43 น.  

 
นี่ อยากรู้จริงนะเรื่องคุณคำรณของฉันเนี่ย เป็นไรมากปะ ว่าแต่เรื่องมะละกอเธอนะ เป็นไง มาเล่าให้ฟังบ้างสิ ส่วนเรื่องงานนะ แกอยากให้คุณคำรณเค้าทำไรก็แล้วแต่แกเหอะ ฉันตามใจแก ไม่ว่ากัน

ว่าแต่มะละกอแกมาเที่ยวเมืองไทยแล้วปะ ทำไมไม่เห็นมาเม้าท์ให้ฟังบ้างละ ว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง พ่อกะแม่กะปลื้ม (ว่าที่) ลูกเขยหรือเปล่า มาเม้าท์ให้กันฟังบ้างสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันนะแก


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 29 สิงหาคม 2552 เวลา:23:51:19 น.  

 
ตกลงถุงไหนอร่อยกว่ากันครับ

อิอิ


โดย: ART19 วันที่: 30 สิงหาคม 2552 เวลา:21:56:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Tacoma
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอต้อนรับสู่เรื่องราวหลากหลาย
ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา
ทั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้ง สูญเสีย
ผ่านความผิดหวัง ความสุข สมหวัง
ในความรัก การเรียน การสมัครงาน
มาหลายต่อหลายหน ....

กำลังเรียนรู้ว่าทุกสิ่งมีเกิดขี้น ตั้งอยู่ และดับไป
เพราะ....
"เราเป็นคนที่อยู่บนโลกนี้อย่างชั่วครู่ชั่วยาม
อยู่อย่างเข้าใจแล้วก็จากมันไปเท่านั้นเอง"
- เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

>
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Tacoma's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.