Bloggang.com : weblog for you and your gang

ทำประโยชน์ให้คนรอบข้าง ให้มากยิ่งขึ้นทุกๆวัน

Group Blog

 
All blogs

 

คอมเซเว่นเปิดตัว ASRock P55 Deluxe ตอบรับการประมวลผลบนชิปเซต Intel P55



ตอบรับกระแสการเปิดตัวซีพียูคอร์ i5 พร้อมชิปเซต Intel P55 ที่รองรับซ็อคเก็ต LGA 1156 ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกับซีพียู Intel Core i7 และ Core i5 คอมเซเว่นและ ASRock เชิญคุณสัมผัสสุดยอดมาเธอร์บอร์ดที่ทรงพลังพร้อมการันตีรางวัลจากทั่วโลก ASRock P55 Deluxe อวดความทนทานบน All Solid Capacitor รองรับการทำงานร่วมกับ Intel Turbo Boost Technology, Hyper-Threading Technology และตอบรับการโอเวอร์คล็อคด้วย Untied Overclocking Technology และ EM64T
ด้วยคุณสมบัติของชิปเซต Intel P55 นี้เอง รองรับการทำงานร่วมกับหน่วยความจำ Dual Channel DDR3 สูงสุด 16GB ใส่แถวละ 4GB DDR3-2600 (OC) รองรับการติดตั้งการ์ดแสดงผล PCI Express 2.0 x16 * 3 ช่อง ผสานความสามารถในการเชื่อมต่อ ATI CrossFireX, 3 Way CrossFireX, NVIDIA SLI และ 3 Way SLI ครบครัน
ระบบเสียงรอบทิศทาง Realtek ALC890 7.1 แชนแนล พร้อมสนับสนุน DTS, SPDIF out, Premium Blu-ray Audio เชื่อมต่อเครือข่าย GbE LAN พร้อมการต่อแบบ Dual LAN และรักษ์โลกด้วย EuP Ready ประหยัดพลังงาน

สำหรับในชุดจำหน่ายจะ Bundle SATA3 (6 Gbps) controller card ให้ใช้งานด้วย พบกับ ASRock P55 Deluxe จากตัวแทนจำหน่ายคอมเซเว่น พร้อมการรับประกัน Platinum Service 3 ปีเต็ม

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.asrock.com/news/events/2009P55/

ผู้นำนวัตกรรม ASRock
บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
โทร 0-2714-5777

 

Create Date : 23 กันยายน 2552
Last Update : 23 กันยายน 2552 0:04:53 น.  

DCOM ลุยตลาดมือถือ ด้วย LG PDA Phone

ปกติมือถือจะขายตามห้างมือถือ แต่สำหรับ PDA Phone นั้นส่วนใหญ่จะขายตามร้านคอม ร้านไอที อย่างไอทีมอลล์ ก็มีร้านใหญ่ๆหลายร้าน พันธ์ทิพย์ก็มีหลายร้านเช่นกัน สำหรับพีดีเอโฟนนั้น คิดง่ายๆก็คือคอมย่อส่วนนั่นเองแหล่ะครับ

DCOM ลุยตลาดมือถือ ด้วย LG PDA Phone เล็งกลุ่มเป้าหมายต้องการโทรศัพท์สวยสเปคหรู สินค้าน้องใหม่ พีดีเอ โฟน จากแดนโสม แบรนด์ แอลจี ที่มาพร้อมกับรูปทรงกะทัดรัด ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่าย วัสดุเรียบหรูทนทาน ในช่วงแนะนำมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ LG GM730, LG GC900 , LG GD900



LG GM730

จอแสดงผลแบบ TFT LCD Resistive Touchscreen 65,536 สี ความละเอียด 240×400 Pixels (WQVGA: กว้าง 3.0 นิ้ว) พร้อม User Interface แบบ S-Class Touch UI หน่วยความจำภายในขนาด 200 MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 32 GB เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, EDGE หรือ GPRS Class 10 พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) พร้อมฟังก์ชัน A-GPS กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels พร้อมเลนส์กล้องคุณภาพสูงจาก Schneider-Kreuznach Optics

หาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายดีคอมที่ได้รับการแต่งตั้งทั่วประเทศ

 

Create Date : 16 กันยายน 2552
Last Update : 16 กันยายน 2552 22:38:28 น.  

โมบายแบรนด์ชอป หมากสำคัญค่ายมือถือ

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 20 สิงหาคม 2552 16:19 น.

ก้าวย่างสำคัญค่ายมือถือปักธงสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ในใจผู้บริโภค คือการทุ่มปั้น 'โมบายแบรนด์ชอป' เพื่อเสริมความแข็งแกร่งบริการหลังการขาย ที่สำคัญโมบายแบรนด์ชอปยังมีส่วนกระตุ้นยอดขายมือถือของแบรนด์นั้นๆ ให้เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้โมบายแบรนด์ชอปกลายเป็นหมากสำคัญที่ค่ายมือถือจะใช้ผลักดันตนเองให้ก้าวขึ้นมาสู่ผู้นำตลาดได้อย่างแท้จริง

ปัจจุบันต้องยอมรับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ มีฟีเจอร์ที่หลากหลายซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความต้องการการดูแลเอาใจใส่จากแบรนด์มือถือแต่ละค่ายมีเพิ่มเป็นเงาตามตัว

และเพื่อให้ค่ายโทรศัพท์มือถือสามารถตอบสนองผู้ใช้มือถือของตนเองได้เป็นอย่างดี การเกิดขึ้นของ 'โมบายแบรนด์ชอป' จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงานบริการหลังการขายได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังมีส่วนในการผลักดันให้ยอดขายของแบรนด์นั้นๆ เพิ่มขึ้นด้วย

ค่ายมือถือรายล่าสุดที่กระโดดมาทุ่มสร้างโมบายแบรนด์ชอป คือแอลจี เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ แอลจีมีการเติบโตในตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมียอดขายเพิ่มขึ้นในแต่ละปี แอลจีจึงมองว่าโมบายแบรนด์ชอปจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจยิ่งขึ้น

'โมบายแบรนด์ชอปถือเป็นนโยบายและภารกิจสำคัญของแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง'

เป็นคำกล่าวของ สมศักดิ์ อธิศัยตระกูล ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งในการดูแลธุรกิจมือถือของแอลจี

แอลจีเตรียมงบประมาณกว่า 20 ล้านบาทเพื่อลงทุนใน 'แอลจี โมบาย แบรนด์ชอป' ในรูปแบบการร่วมทุนกันระหว่างแอลจีและตัวแทนจำหน่ายที่มีความสามารถในการบริหารชอปและขยายขอบเขตการขายควบคู่กับการให้บริการหลังการขาย โดยตั้งเป้าเปิดแอลจี โมบาย แบรนด์ชอปในกรุงเทพฯ 8 แห่ง ซึ่งขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ มาบุญครอง แฟชั่นไอส์แลนด์ ซีคอนสแควร์ ส่วนอีก 4 แห่งจะเปิดให้ครอบคลุมภายในสิ้นปีนี้ก่อนขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัด

การเปิดแอลจี โมบาย แบรนด์ชอปทั้ง 8 แห่งของแอลจีในครั้งนี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์การแบ่งพื้นที่ในการดูแลตลาดและบริการหลังการขายของแอลจีที่ครอบคลุมใน 8 ส่วนหลักทั่วกรุงเทพฯ ทางแอลจีมั่นใจว่าโมบายแบรนด์ชอปทั้ง 8 แห่งจะช่วยเสริมศักยภาพการทำตลาดให้กับแอลจีโมบายได้เป็นอย่างดี

สมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อมีแอลจี โมบาย แบรนด์ชอป นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในบริการหลังการขายแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวแทนจำหน่ายของมือถือแอลจีด้วย ทั้งหมดมีส่วนผลักดันให้ยอดขายของแอลจีเพิ่มขึ้นในแต่ละพื้นที่ประมาณ 30-40% และน่าจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ภายในสิ้นปีนี้แอลจีจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดขึ้นเป็น 10% ได้

สำหรับรูปแบบของแอลจี โมบาย แบรนด์ชอป เป็นพรีเมียมชอปที่ตกแต่งหน้าร้านด้วยเอกลักษณ์ของแบรนด์แอลจีเพื่อสร้างแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการในร้าน โดยจัดแบ่งเป็น Experience Zone ที่จะมีโทรศัพท์มือถือแอลจีทุกรุ่นที่วางตลาด อุปกรณ์เสริมต่างๆ และโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่จะนำเข้ามาทำตลาดในอนาคตมาให้ได้ทดลองและสัมผัสจริง ส่วนที่สองคือส่วนของ Service Zone เป็นส่วนสำคัญที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย ซึ่งในโมบายแบรนด์ชอปแต่ละแห่งสามารถให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตั้งแต่ระดับ 1 อาทิ การอัปเกรดซอฟต์แวร์ และระดับ 2 ได้แก่ การเปลี่ยนอะไหล่ให้กับลูกค้าได้ทันที ส่วนระดับ 3 คือ การถอดอุปกรณ์ตัวเครื่อง ซึ่งจะเป็นการส่งเข้าศูนย์บริการใหญ่

นอกจากแผนการขยายแอลจี โมบาย แบรนด์ชอป แอลจียังเน้นเชิงรุกที่จะเสริมศักยภาพบริการหลังการขายยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีศูนย์บริการใหญ่อยู่ 9 แห่ง และมีพันธมิตรด้านการบริการอีกกว่า 200 จุดทั่วประเทศ ทั้งอีซี่ ฟิกซ์ ไอ-โมบาย นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับดิสทริบิวเตอร์หลัก อย่างทีจีโฟน เจมาร์ท ในรูปแบบ Drop point

แอลจียังได้เพิ่มช่องทางสื่อสารกับผู้ใช้มือถือแอลจีโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การบริการอินเทอร์เน็ตที่จะมีผู้เชี่ยวชาญตอบข้อสงสัยและให้คำปรึกษาในส่วนของมือถือโดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง การบริการผ่านคอลเซ็นเตอร์ที่จะมีพนักงานตอบปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ผู้ใช้มือถือแอลจียังสามารถเข้ารับการบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การทำความสะอาดเครื่องโทรศัพท์มือถือด้วยระบบ Ultra Violet การติดฟิล์มกันรอย การอัปเกรดซอฟต์แวร์ ณ ศูนย์บริการใหญ่ของแอลจี

'ในอนาคตแอลจียังมีแนวคิดที่จะผลักดันให้โมบายแบรนด์ชอปของแอลจีสามารถช่วยเหลือผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือแบรนด์อื่นๆ ได้ด้วย หากทำได้จริงน่าจะมีส่วนทำให้ผู้บริโภคแบรนด์อื่นได้เข้ามาสัมผัสผลิตภัณฑ์และบริการของแอลจี จนนำไปสู่การตัดสินใจเลือกซื้อมือถือแอลจีได้ในอนาคต' สมศักดิ์ กล่าวเสริม

 

Create Date : 30 สิงหาคม 2552
Last Update : 30 สิงหาคม 2552 11:45:09 น.  

Email Culture

Email Culture

สุกรี แมนชัยนิมิต
Positioning Magazine มิถุนายน 2552

ไม่ว่าจะอยู่ในห้องประชุม ในลิฟต์ หรือขณะขับรถ ก็สามารถอ่านและตอบอีเมลได้ด่วนทันใจ...ไลฟ์สไตล์นี้กำลังระบาดในกลุ่มลูกค้าระดับกลางจนถึงบน หรือเซ็กเมนต์ Mid to High-end จนหลายคนกลายเป็น Email Addict ไปแล้ว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือที่ชูจุดขายฟีเจอร์การเช็กและรับส่งอีเมลแข่งขันกันอย่างคึกคัก

จะไม่ให้คึกคักได้อย่างไร เพราะจากสถิติของหลายสำนักวิจัยต่างประเทศ พบว่า มีผู้จดทะเบียนใช้อีเมลทั่วโลกแล้วถึงหลักพันล้านชื่อ อย่างเช่นของค่ายใหญ่ๆ คือฮอตเมลมี 283 ล้านชื่อ ยาฮู 274 ล้านชื่อ จีเมล 113 ล้านชื่อ ยังไม่นับรวมผู้ใช้ชื่ออีเมลองค์กรอีกหลายร้อยล้านชื่อ ควบคู่ไปกับการเติบโตของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ปัจจุบันคนทั่วโลกกว่าครึ่งใช้มือถือ หรือจำนวน 4 พันล้านเครื่อง

โดยโนเกียระบุว่าในปัจจุบันมี 5% ที่ใช้อีเมลผ่านมือถือ และตลาดมีโอกาสโตอีกมาก เพราะ 78% บอกว่ามีความต้องการใช้อีเมลผ่านมือถือ และเมื่อถึงปี 2554 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการถึง 500 ล้านคน
จอกว้าง แป้นพิมพ์ ดีไซน์เฉพาะ

ความเป็นมือถือสำหรับใช้อีเมลโดยเฉพาะมีดีไซน์ที่สำคัญคือ

1. ขนาดหน้าจอต้องใหญ่ เน้นมุมมองด้านกว้าง โดยเฉลี่ยประมาณ 2.4 นิ้ว เช่น โนเกีย E 75 และรุ่นใกล้เคียงกันอย่าง BlackBerry Curve 8900 เพื่อให้สามารถอ่านอีเมล 1 เรื่องได้โดยไม่ต้อเลื่อน Scroll หลายทิศทาง

2. แป้นกด “QWERTY keyboard” เต็มรูปแบบ ซึ่งแป้นกดยังเป็นที่คุ้นเคยกับผู้ใช้งานมากกว่าระบบทัชสกรีน เพราะส่วนใหญ่เวลาพิมพ์ตัวอักษรจะใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างกดตัวอักษร

3. น้ำหนักเบา โดยเฉลี่ย 100-200 กรัม

4. การอ่านข้อมูลที่รองรับได้ทั้งไฟล์ .doc .pdf .ppt และอีกหลายรูปแบบ

3 เซ็กเมนต์เช็กอีเมล
ความต้องการใช้อีเมลด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันทำให้ขณะนี้ในตลาดมีมือถือสำหรับใช้อีเมลหลายรุ่นหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงไฮเอนด์สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ

1. กลุ่มที่ใช้อีเมลส่วนตัว เน้นการติดต่อสื่อสารระดับปกติ ส่วนใหญ่ใช้บัญชีอีเมลของเว็บอีเมลที่ให้บริการฟรี เช่น ฮอตเมล ยาฮู เชื่อมต่อเว็บไซต์ผ่าน GPRS EDGE ส่วนใหญ่เน้นจุดขายความเป็นมือถือมัลติมีเดีย เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่อาจเปิดไฟล์ข้อมูลแนบไม่ได้ อยู่ในระดับประมาณ 4 พันบาทขึ้นไป จนถึงหมื่นต้นๆ ไม่ว่าจะเป็นของซัมซุง โนเกีย เอชทีซี และแอลจี

2. กลุ่มที่ผสมผสานการใช้อีเมลเพื่อการทำงาน และไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เช่น โนเกีย E series E 75 ในราคา 17,600 บาท ที่เข้ามาเจาะช่องว่างตลาดคือ กลุ่มผู้บริหารระดับกลาง และกลุ่มผู้หญิง กลุ่มนี้ ต้องการฟีเจอร์กลางๆ เช่น อีเมลองค์กร และฟีเจอร์มัลติมีเดีย เพื่อความบันเทิง เช่น การอัพโหลดรูปภาพ การแชต หรือที่เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้วก็มีของ Blackberry ในกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไป

3. กลุ่มที่ใช้เพื่อเน้นการทำงาน โดยมีอีเมลองค์กรเป็นหลัก ซึ่งมักสมัครในนามของลูกค้าองค์กร และต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์ และการเชื่อมต่อระบบเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยมีกลุ่มผู้บริหารขององค์กรใช้บริการจำนวนหนึ่ง แบรนด์ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ขณะนี้คือ Blackberry ในระดับราคา 2-3 หมื่นบาท และค่าบริการต่อเดือนขั้นต่ำคือสูงกว่า 1 พันบาท

สองกลุ่มหลังคือตลาดที่กำลังคึกคัก เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้อีเมลมากกว่ากลุ่มแรก อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกามีผลวิจัยในกลุ่มที่ใช้สมาร์ทโฟนระบุว่าส่งอีเมลเฉลี่ยวันละ 17 อีเมล สำหรับประเทศไทยยังไม่มีผลวิจัยอย่างเป็นทางการ แต่จากการสอบถามผู้บริหารองค์กรที่ถือ Blackberry ในมือต่างบอกว่าเปิดอีเมลนับไม่ถ้วน บอกได้เพียงว่าหากว่างเมื่อไหร่คือเช็กอีเมล หรือจริงๆ แล้วคือคุยผ่านตัวหนังสือมากกว่ารับสายพูดคุย

เฉพาะกลุ่ม 3 ถือเป็น Top of Pyramid ของตลาดมือถือ ส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจการเงิน ประกันภัย กฎหมาย และบริษัทข้ามชาติ ที่ต่างเสพติด Blackberry เพราะฟังก์ชัน Push Mail และการแชตไร้สาย เชื่อมต่อ GPRS EDGE Wi-Fi ตลอดเวลา และยิงตรงระหว่างกันได้ทั่วโลก ผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ใน RIM (Research in Motion) บริษัทเจ้าของแบรนด์ Blackberry ที่แคนาดา ทำให้ทั้งทรูมูฟ และเอไอเอสที่ทำตลาด Blackberry สามารถทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มากอยู่ในแค่ระดับหลักหมื่นเครื่องต่อปีเท่านั้น แต่กลุ่มนี้ถือเป็นครีมของตลาดโทรศัพท์มือถือที่ต้องจับไว้ให้แน่น เพราะไลฟ์สไตล์การใช้อีเมลของคนไทย เป็นไปตามเทรนด์ของตลาดโลกอย่างแน่นอน


ไลฟ์สไตล์การใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลก
41% โทรพูดคุย
22% ส่ง SMS
16% เช็กอีเมล
ที่เหลือ เช่น ดูคลิป ฟังเพลง

ที่มา : Accenture research

 

Create Date : 30 สิงหาคม 2552
Last Update : 30 สิงหาคม 2552 11:18:37 น.  

“ทัชสกรีน” ครองเมือง

POSITIONING : MAGAZINE : PRODUCT KNOWLEDGE
Gotomanager.com

พีรพรรณ พิสิฐชัยรักษ์
Positioning Magazine พฤษภาคม 2552

ต้องยอมรับว่ากรุงเทพฯ ในตอนนี้เต็มไปด้วยนานาผลิตภัณฑ์ "หน้าจอสัมผัส" หรือทัชสกรีน ทั้งโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่น MP3-MP4 คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ-พกพา-พีดีเอ ตู้คีออสก์ เครื่องเล่นเกม กล้องดิจิตอล ไปจนถึงโต๊ะ และกำแพง

สิ่งที่เกิดขึ้นมองดูเหมือนทัชสกรีนกำลังเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลคลุมหัวใจคนทั้งเมืองไว้ในมือ

ก่อนจะไปรู้เรื่องราวจุดกำเนิดอิทธิพลของทัชสกรีน และหน้าจอสัมผัสนี้ถูกใช้งานอย่างไรบ้างในทุกวันนี้ คุณรู้หรือยังว่าทัชสกรีนคืออะไร

สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย ระบุว่า ทัชสกรีนคือดิสเพลย์ชนิดหนึ่งที่สามารถตรวจจับตำแหน่งและการมีอยู่ของการแตะหรือการสัมผัสพื้นที่แสดงภาพได้ บางเว็บไซต์อธิบายว่าเป็นหน้าจอที่ไวต่อแรงกดหรือการสัมผัสด้วยวัตถุใดก็ตาม มีคุณสมบัติหลักคือความสามารถในการโยน "เมาส์" ทิ้งไปจากระบบคอมพิวเตอร์ เพราะผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับระบบผ่านหน้าจอได้โดยตรง

แค่เพียงเฉือนเมาส์ทิ้งไปได้ หน้าจอทัชสกรีนก็ถูกยกย่องว่าเป็นรูปแบบที่ดีที่สุดในการป้อนข้อมูลง่ายๆ จากผู้ใช้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพราะเหตุผลหลักคือการใช้มือแตะตัวเลือกบนหน้าจอนั้นง่ายต่อผู้ใช้มากกว่าการเลื่อนเมาส์มาคลิก ส่งให้ทัชสกรีนกลายเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของพีดีเอ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์เนวิเกเตอร์ในที่สุด

จุดกำเนิดเทคโนโลยีทัชสกรีนนั้นไม่มีการบันทึกไว้แน่ชัด วิกิพีเดียระบุว่า เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงครึ่งหลังของยุคปี 60 เร็วกว่าข้อมูลจากเว็บไซต์ about.com ที่ระบุว่าเซ็นเซอร์ทัชสกรีนตัวแรกถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1971 และถูกจดสิทธิบัตรในนามมูลนิธิเพื่อการวิจัยมหาวิทยาลัยเคนตักกี้

สิ่งเดียวที่แน่นอนคือเทคโนโลยีทัชสกรีนในช่วงปี 1980 นั้นรองรับการสัมผัสหน้าจอเพียงจุดเดียวเท่านั้น และเน้นพัฒนาในรูปแบบระบบตู้คีออสก์ในร้านค้าปลีก ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว และตู้เอทีเอ็ม โดย HP-150 คือหนึ่งในคอมพิวเตอร์ทัชสกรีนเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกซึ่งวางตลาดในปี 1983

ตั้งแต่นั้นมา ทัชสกรีนถูกนำไปพัฒนาเป็นแค็ตตาล็อกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ระบบอีคอมเมิร์ซในร้านค้า ระบบเล่นเกม ระบบทำธุรกรรมการเงิน ระบบจำหน่ายตั๋ว ระบบฝึกสอนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และที่ได้รับความนิยมมากคือในอุตสาหกรรมหนัก เช่นในระบบห้องควบคุมอัตโนมัติหรือ Room Automation หรือแม้แต่หน้าจอแสดงข้อมูลชิ้นงานในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงสถานที่ทุกแห่งที่ไม่สะดวกจะนำเมาส์และคีย์บอร์ดเข้าไปใช้งาน

เชื่อว่าทัชสกรีนกลายเป็นเรื่องแพร่หลายที่สุดเมื่อทัชสกรีนเริ่มขยายขอบเขตเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคหลากหลายค่าย เช่น แอปเปิล ซัมซุง แอลจี แบล็กเบอรี่ ฯลฯ เพราะความยืดหยุ่นในการออกแบบปุ่มกดที่ผู้ผลิตจะสามารถเขียนโปรแกรมให้ปุ่มกดบนหน้าจอทำงานใดก็ได้ หรือมีจำนวนมากเท่าใดก็ได้โดยไม่กระทบดีไซน์ของตัวเครื่อง แผงปุ่มกดโทรศัพท์ในยุคนี้จึงถูกโยนทิ้งไป และซอฟต์แวร์ปุ่มกดโทรศัพท์บนหน้าจอทัชสกรีนเข้ามาแทนที่

การสำรวจพบว่า ยอดขายโทรศัพท์มือถือทัชสกรีนอาจสูงถึง 21 ล้านเครื่องในปี 2012 ตัวเลขนี้มีโอกาสเป็นไปได้สูงเนื่องจากค่ายผู้ผลิตต่างแข่งขันกันเอาใจผู้บริโภคด้วยการนำเทคโนโลยีสัมผัสหน้าจอมาประยุกต์เป็นนานาแอพพลิเคชั่น เช่น ฟังก์ชันการขยายรูปภาพด้วยนิ้วมือสองนิ้วของแอปเปิล ที่นำเอาเทคโนโลยีมัลติทัชของบริษัทฟิงเกอร์เวิร์คส์ซึ่งบริษัทซื้อไปในปี 2006 มาประยุกต์ใช้ หรือโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดของคาสิโอ CA001 ที่ถูกเรียกว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องดนตรี เนื่องจากมีฟังก์ชัน "Touch Session" ซึ่งพัฒนาโดยผู้ผลิตเครื่องดนตรีรายใหญ่อย่างยามาฮ่า ให้ผู้ใช้กดหน้าจอเพื่อเดี่ยวเปียโน เคาะหน้าจอเป็นจังหวะเพื่อตีกลองชุด สามารถปัดหน้าจอเพื่อดีดกีตาร์ไฟฟ้า รวมถึงเขย่าโทรศัพท์เพื่อเล่นเครื่องให้จังหวะนาม Maracus ได้อย่างสนุกสนาน

กำเนิดโต๊ะ - กำแพงระบบสัมผัส

นอกจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เทคโนโลยีทัชสกรีนในวันนี้ถูกนำมาคิดนอกกรอบแล้วสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้อยู่ในรูปคอมพิวเตอร์ด้วย บางค่ายนำไปประยุกต์เป็นโต๊ะกาแฟในชุดรับแขก เคาน์เตอร์ในผับบาร์ร้านอาหาร หรือแม้แต่พื้นและกำแพงระบบสัมผัส บนความเชื่อว่านอกจากจะโดนใจผู้บริโภคทุกคนแล้ว นี่คือหนึ่งในสุดยอดสื่อที่สามารถทำเงินมหาศาลในอนาคต

ยกตัวอย่างลูกค้าในร้านอาหารจะสามารถเพลิดเพลินกับโต๊ะวางเครื่องดื่มที่แปลงร่างเป็นกระดานเล่นเกมออนไลน์ได้ ลูกค้าสามารถสัมผัสจอเพื่อสั่งเครื่องดื่มแทนที่จะชะเง้อมองหาบริกรจนเมื่อยคอ ที่สำคัญ ลูกค้าอาจจะสามารถส่งข้อความไปทำความรู้จักกับสาวโต๊ะข้างๆ ซึ่งกำลังเพลินกับการซื้อสินค้าออนไลน์ของร้านด้วยการสัมผัสโต๊ะ

ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงแบรนด์ใหญ่โตอย่างไมโครซอฟท์ เอชพี หรือฟิลิปส์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีโต๊ะอัจฉริยะอินเตอร์แอคทีฟได้ ผู้ผลิตคนไทยอย่างเอเชียบิสเน็ตเวิร์ค (AsiaBiz Networks) เองก็มีการพัฒนาโต๊ะอัจฉริยะ และพร้อมรับสั่งทำตามรูปแบบที่ต้องการแล้วตั้งแต่ช่วงกลางปี 2007

นอกจากผับบาร์ โรงแรม ร้านอาหาร โต๊ะอัจฉริยะยังถูกนำไปสาธิตว่าสามารถใช้ในงานแสดงสินค้าหรืออีเวนต์เพื่อเรียกความสนใจจากผู้ชมงานได้ดี เช่นใน CeBIT 2009 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เช่นเดียวกับพื้นและกำแพงระบบสัมผัสที่ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ เริ่มนำมาใช้เป็นลูกเล่นบ้างแล้ว

พื้นและกำแพงอัจฉริยะเกิดขึ้นจากการฉายภาพจากโปรเจกเตอร์หรือเครื่องขยายภาพลงบนพื้นหรือกำแพง ภาพที่ฉายมักเป็นภาพเคลื่อนไหวที่สามารถโต้ตอบกับผู้ผ่านไปมาบริเวณนั้นได้ เช่น ภาพลูกบอลที่สามารถกระเด้งไปอีกทางหากมีการชูมือไปแตะที่ภาพลูกบอลนั้น หรือภาพวงน้ำที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการยกเท้าไปเหยียบภาพน้ำที่กำลังฉายอยู่

ไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ทัชสกรีนสายพันธุ์ใหม่ชนิดใดจะเกิดขึ้นอีกในโลกอนาคต แต่มั่นใจได้เลยว่าเทคโนโลยีทัชสกรีนจะอยู่ครองโลกไปอีกนานแน่นอน

 

Create Date : 30 สิงหาคม 2552
Last Update : 30 สิงหาคม 2552 11:14:28 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  

yokekung

Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

Yokekung Story
ความสุขของคุณ คือความสุขของเรา

เราเชื่อว่า ถ้าคุณได้อ่านบล็อกเรา แล้วมีความสุข เราก็มีความสุขเมื่อเห็นคนอ่านมีความสุข ความสุขจากการแบ่งปันความรู้ ทิป เทคนิคต่างๆทั้งคอมพิวเตอร์ ไอที กล้องดิจิตอล และมือถือ

ติดต่อรับงานเขียน รีวิว / MSN yoke_rit [at] hotmail dot com Creative Commons License
yokekung.bloggang.com โดย yokekung อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ yokekung.bloggang.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://yokekung.bloggang.com I AM
69%
MEGATRON
Take the Transformers Quiz
Visit M.B.A. for IT-Smart Program
จำนวนคนที่เข้ามาดูพร้อมกับคุณ
 
Friends' blogs
[Add yokekung's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.