Bloggang.com : weblog for you and your gang

HudchewMan Live Style - วันสบายๆ ของนายจอมจาม

นั่ง ยืน แบบไหน? ลดปวดเมื่อย

การมองข้ามความสำคัญของท่านั่งท่ายืนที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา อาทิ อาการปวดเมื่อยหลัง หรือปวดศีรษะ


สำหรับท่านั่งที่ถูกต้อง คือ...



  • นั่งหลังตรง โดยไม่ทิ้งน้ำหนักกดสันหลังช่วงล่าง

  • ไม่งอหรือห่อไหล่ และนั่งให้เต็มเก้าอี้

  • พิงหลังชิดพนัก หาหมอนหรือผ้าหนุนบริเวณส่วนเว้าของพนักพิง

  • วางปลายเท้าทั้งสองข้างให้ถึงพื้น และกระจายน้ำหนักให้เท่ากัน

  • พับเข่าทำมุม 90 องศา ในระดับเดียวกับสะโพก

  • ส่วนแขนปล่อยวางข้างลำตัว พร้อมนั่งแขม่วหน้าท้องเล็กน้อย หายใจให้เป็นธรรมชาติ

  • ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง เพราะเป็นการบิดตำแหน่งเชิงกรานให้ผิดลักษณะ ส่งผลให้น้ำหนักขาตกอยู่ที่เส้นเอ็นและกระดูกอ่อน

  • ขณะนั่ง หมั่นยืดหลังให้บริเวณอกแอ่นไปด้านหน้า ค้างไว้ครั้งละ 20 วินาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าท้องและผ่อนน้ำหนักจากข้อต่อสันหลัง


เมื่อต้องการเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งเป็นยืน ให้ขยับตัวไปด้านหน้าของเก้าอี้ ก่อนทิ้งน้ำหนักที่ขา ยืดขาช้าๆ พยายามอย่ายืนขึ้นในลักษณะสันหลังช่วงเอวโก่งงอ



ส่วนท่ายืนที่ถูกต้อง คือ...



  • ศีรษะและคอตั้งตรง

  • ไม่เกร็งช่วงไหล่ และกระดูกไหปลาร้า ให้อยู่ในลักษณะผายออกอย่างผ่อนคลาย

  • สะโพกทั้งสองข้างให้อยู่ในระดับเสมอกัน

  • งอเข่าเล็กน้อย ไม่ควรเหยียดยืดให้ตรงเกินไป

  • ข้อเท้าทั้งสองข้าง ควรทิ้งน้ำหนักตัวเฉลี่ยเท่าๆ กัน



การนั่งและยืนอย่างถูกต้อง นอกจากจะทำให้ดูสง่าผ่าเผยแล้วยังช่วยลดการเสื่อมของข้อต่อ ลดความตึงของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อไม่เกิดอาการอ่อนล้า ป้องกันอาการปวดหลัง-ปวดศีรษะ ลดความเสี่ยงจากการเจ็บกล้ามเนื้อฉับพลันได้.


takecareDD@gmail.com


ที่มา : มุมสุขภาพ เดลี่นิวส์

 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 23:27:04 น.  

วิธีรับประทานไม่ให้ง่วงซึมหลังเที่ยง

หลายๆ คนพอหลังอิ่มแปล้จากมื้อเที่ยงแล้วจะรู้สึกขี้เกียจ เซื่องซึม สลบไสล เฉี่อยชาไม่อยากทำงาน ถ้าได้หลับซักงีบคงดีเยี่ยม ว่ากันว่าช่วงเวลา Twilight zone ที่จะเกิดอาการเช่นนี้ คือช่วงเวลาบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น

- กินอาหารเช้าให้ถูกหลัก คือกินภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่นนอน อาหารเช้าที่ดีจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุลไปตลอดวัน แถมด้วยอาหารประเภทโปรตีนไขมันต่ำปริมาณเล็กน้อยในตอนเช้า และทุกมื้อระหว่างวัน เพราะจะให้พลังงานได้ยาวนาน เช่น ไข่ นมสักแก้ว โยเกิร์ต กับขนมปังธัญพืชปิ้งสักแผ่น

- กินอาหารเที่ยงให้พลังงานสูง ประกอบด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งโปรตีนจะกระตุ้นสารในสมองคือ catecholamines ที่จะทำให้คุณกระฉับกระเฉง ลองกินเต้าหู้ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ผักต่างๆ เช่น บล็อคโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง และผลไม้สัก 1 ส่วน

- เลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน บุหรี่ เพราะเป็นตัวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งไกว การดื่มกาแฟยังทำให้ปัสสาวะบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายสูญเสียน้ำและระดับเกลือแร่

- ดื่มน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าไม่มีแคลอรี ไม่มีไขมัน ไม่มีโคเลสเตอรอล แต่จะช่วยระบบการเผาผลาญไขมันและฟื้นชีวิตชีวาคืนพลังงานให้กับร่างกายด้วย น้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ลำเลียงออกซิเจน ฮอร์โมน สารอาหาร ภูมิต้านทาน และเพิ่มประสิทธิภาพของโปรตีนและเอนไซม์ที่จำเป็นต่ำระบบเมตาบอลิซึมด้วย

- หยุดแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกเซื่องซึม เหตุผลคือร่างกายสูญเสียสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินบี (ไธอามีนและโพเลท) ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่สมองต้องการ

- เลือกกินเมื่อรู้สึกหิว ถ้าคุณรู้สึกเพลียให้กินผลไม้หรืออาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชต่างๆ แทนการกินของขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลซึ่งจะทำให้คุณกระชุ่มกระชวยเพียงชั่ววูบ แล้วก็จะหมดแรงลงอย่างรวดเร็ว ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงโซดาหรือน้ำหวานในช่วงบ่าย ของขบเคี้ยวแก้หิวเพื่อสุขภาพที่ขอแนะนำ เช่น คุกกี้ที่ผสมผลไม้ คุกกี้ผสมข้าวโอ๊ต องุ่นสักพวง โยเกิร์ต แครอท เซเลอรี ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น

- หลับตาสักงีบ ถ้าคุณรู้สึกง่วงมากจริงๆ อย่าเลือกที่จะดื่มกาแฟ แต่ลองหลับตาหรืองีบสัก 10-15 นาที ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก

- อยู่ห่างๆ อาหารไขมันสูง เช่น ชีส เนย มาการีน ครีม อาหารทอดทั้งหลาย เพราะจะมีแคลอรี่สูง ร่างกายต้องใช้พลังงานเผาผลาญมาก และจะทำให้คุณรู้สึกเฉี่อยชา

- ออกกำลังกาย เป็นทางที่ดีที่จะชาร์ตแบตเตอรี่คืนมาอีกครั้งให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อรู้สึกเหนื่อยจนเอนเดอร์ฟินหลั่งในระดับสูง ก็จะช่วยให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งก็จะช่วยฟื้นพลังงานให้คุณ ลองง่ายๆ เดินรอบๆ สำนักงานสัก 10 นาที นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานแล้วยืดกล้ามเนื้อ บิดบริหารร่างกายสักครู่ก็จะช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้คุณได้พอควร

ที่มา
http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_05271.php

 

Create Date : 23 เมษายน 2552
Last Update : 23 เมษายน 2552 9:07:35 น.  

วิธีการตรวจดูแบงค์ปลอมที่ถูกต้อง


ช่วงนี้คงได้เห็นข่าวเกี่ยวกับแบงค์ปลอมแพร่ระบาด ถึงขนาดที่ปลอมปนไปอยู่ในตู้ ATM ด้วย สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนทั่วไปเป็นอย่างมาก



ที่ผ่านมาก็มี FW mail ส่งต่อกันถึงวิธีดูแบงค์ปลอม (ผมยังไม่ได้รับ เลยไม่รู้ว่าข้อมูลใน FW mail เป็นยังไงนะครับ) แต่ว่าในนั้นเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง (จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย)



ทางธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้แจ้งข่าวออกมาให้รู้ถึงวิธีการตรวจดูอย่างถูกต้อง ขอยกมาแปะทั้งดุ้นเลยนะครับ





เรื่อง ชี้แจงกรณีการส่งต่อ e-mail เตือนให้ระวังธนบัตรปลอม



ตามที่มีการ Forward  e-mail จากบุคคลภายนอก แจ้งเตือนให้ระวังธนบัตรปลอม โดยแนบไฟล์รูปภาพธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท จำนวน ๒ ฉบับ พร้อมแนะนำจุดสังเกตไว้ด้วยนั้น เนื่องจากเป็นการนำธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ (ไม่มีแถบฟอยล์) มาเปรียบเทียบกับ ธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ ปรับปรุง (มีแถบฟอยล์) ซึ่งธนบัตรทั้งสองแบบมีรายละเอียดและลวดลายบนธนบัตรที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาเป็นจุดสังเกตหรือเปรียบเทียบว่าเป็นธนบัตรจริงหรือปลอมได้



ธปท. จึงขอเรียนให้ผู้ที่ได้รับเมล์ดังกล่าว โปรดระงับการส่งต่อเมล์ เพื่อป้องกันการส่งข้อมูลข่าวสารที่อาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน



วิธีสังเกตธนบัตรที่ถูกต้อง



  1. ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ (ไม่มีแถบฟอยล์) : ดูรูปประกอบ

  2. ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ ปรับปรุง (มีแถบฟอยล์) : ดูรูปประกอบ

  3. ทั้งนี้ สามารถเข้าชมวิธีสังเกตธนบัตรในรูปแบบข้อมูลภาพและวิดีทัศน์ตาม Link : http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/Pages/howtocheck.aspx



จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ธนาคารแห่งประเทศไทย

๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑





ที่มา - ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีการส่งต่ออีเมล์



ข้อมูลเพิ่มเติม



 

Create Date : 23 ธันวาคม 2551
Last Update : 23 ธันวาคม 2551 13:25:28 น.  

ขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์

เทศกาลไหว้พระจันทร์ มีเครื่องเซ่นไหว้เป็นขนมเปี๊ยะ เช่นเดียวกับเทศกาลอื่นๆ ที่มีสัญลักษณ์ต่างๆ กันไป เช่น เทศกาลไหว้ขนมจ้าง (端午節 / 端午节) ก็มีขนมบ๊ะจ่าง (粽子) เทศกาลหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ) (元宵節 / 元宵节) ก็มีขนมสาคูต้ม (ทางหยวน)

ขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ ภาษาจีนกลางเรียกว่า "เอวี้ยปิ่ง" (月餅) "เอวี้ย" (月) แปลว่า พระจันทร์ "ปิ่ง" (餅) แปลว่า ขนมเปี๊ยะ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นศิริมงคล ความปรารถนาดีต่อกัน และความสมัครสมานสามัคคี เพราะในเทศกาลนี้คนในครอบครัวจะมาอยู่พร้อมหน้ากัน กินขนมไปพลาง ชมพระจันทร์ไปพลาง

เดิมทีนั้นขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ มีชื่อเรียกว่า "หูปิ่ง" แปลว่า ขนมเปี๊ยะวอลนัท ซึ่งเป็นขนมแป้งอบของจีนทำมาจากงาและวอลนัท สาเหตุที่ภายหลังเปลี่ยนมาเป็น "เอวี้ยปิ่ง" นั้นมีเรื่องเล่าว่า ในคืนวันไหว้พระจันทร์ปีหนึ่ง พระเจ้าถังเสวียนจงฮ่องเต้ปรารภออกมาว่าชื่อ "หูปิ่ง" ไม่ไพเราะ ขณะนั้นหยางกุ้ยเฟย (楊貴妃 / 杨贵妃) ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อัครมเหสีของพระองค์ ซึ่งนั่งชมจันทร์อยู่ด้านข้างก็เปรยขึ้นมาว่า "เอวี้ยปิ่ง" ที่แปลว่า ขนมเปี๊ยะพระจันทร์ ตั้งแต่นั้นมาจึงใช้ชื่อนี้เรียกแทน "หูปิ่ง" เรื่อยมา

ประวัติของวันไหว้พระจันทร์นั้น ยังมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาเกี่ยวกับการกู้ชาติของชนชาวจีนอีกด้วย

ในช่วงปี ค.ศ.1279 ชาวมองโกลภายใต้การนำของกุบไล ข่าน (หลานปู่ของเจงกีส ข่าน) ได้รุกรานเข้าสู่แผ่นดินจีนในสมัยราชวงศ์ซ้อง สามารถโค่นล้มและยึดครองประเทศจีนได้ จากนั้นได้สถาปนาก่อตั้งราชวงศ์หยวน (元朝 Yuáncháo) ขึ้นปกครองประเทศจีนในช่วงปี ค.ศ. 1280 – 1368

ช่วงปลายราชวงศ์หยวน รัชสมัยของพระเจ้า หยวนซุ่นตี้ เกิดความวุ่นวายและภัยพิบัติขึ้นมากมาย ราชสำนักอ่อนแอ จึงทำให้มีชาวจีนหลายกลุ่มคิดก่อการกบฏเพื่อกอบกู้แผ่นดินจีน แต่ว่าทางการออกคำสั่งห้ามชุมนุมกัน จึงยากที่จะรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาแผนการและระดมพล

ในตอนนั้น มีนักยุทธศาสตร์การศึก ชื่อ หลิวป๋ออุน (劉伯溫) ชาวมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มกบฏที่นำโดย จูหยวนจาง (朱元璋) ได้คิดแผนการรวบรวมพลให้ก่อการขึ้นพร้อมกัน เนื่องจากชาวมองโกลนั้นไม่นิยมกินขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ ดังนั้นจึงอาศัยช่วงโอกาสนี้ทำขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ที่มีไส้หนา แล้วสอดไส้กระดาษที่เขียนข้อความไว้ว่า “15 ค่ำเดือน 8 สังหารมองโกล” (八月十五殺韃子) นำออกแจกจ่ายให้กับชาวจีนทั้งหลาย

เมื่อถึงคืนวันไหว้พระจันทร์ กลุ่มชาวจีนทั้งหลายก็ลงมือก่อการขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน และสามารถโค้นล้มราชวงศ์หยวนลงได้ จูหยวนจางได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ก่อตั้งราชวงศ์หมิง (明朝) ขึ้น (ปี ค.ศ.1368 - 1644) นับจากนั้นเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่มีการไหว้ขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์จึง เป็นงานฉลองระดับชาติ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

 

Create Date : 12 กันยายน 2551
Last Update : 12 กันยายน 2551 21:55:42 น.  

ปากกาอวกาศขององค์การนาซ่า

กลับมาเขียนอีกทีหลังจากสาบสูญไปนาน

หลายคนคงเคยได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องนี้มาแล้ว แต่ขอเล่าเถอะนะ เพราะมีประเด็นนิดหน่อย



***************************



เมื่อนาซ่าส่งกระสวยอวกาศขึ้นไปปฏิบัติการ พวกเขาพบปัญหาว่าปากกาลูกลื่นไม่อาจใช้งานได้ในสภาวะไร้แรงดึงดูด

เพื่อจะแก้ปัญหานี้ นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าได้ระดมพลและเงินทุน 12 ล้านเหรียญ (US) เพื่อพัฒนาปากกาที่สามารถเขียนได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นห้วงอวกาศที่ไร้แรงดึงดูด, ตีลังกาเขียน, หรือแม้แต่ในน้ำ

ปากกานี้สามารถเขียนได้บนทุกวัสดุรวมทั้งกระจกด้วย และใช้งานได้ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะติดลบถึง 300 องศาเซลเซียส

แต่ว่าในปัญหาเดียวกันนี้ ทางรัสเซียแก้ไขด้วยการใช้ดินสอเขียนแทนปากกา



***************************



เรื่องนี้ผมเคยได้ยินมานานแล้ว รู้ไหมว่าผมเชื่อแฮะ และคิดว่าอีกหลายๆ คนก็คงเชื่อเหมือนกัน ว่าอเมริกานี่โง่จัง แถมยังขี้โอ่ด้วย ทั้งๆ ที่เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยวิธีง่ายๆ

แต่เพิ่งมารู้ว่าที่จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องขำๆ ที่ไม่เป็นความจริง

คิดว่าแนวคิดเรื่องนี้ ต้องการจะบอกให้เรารู้ว่า เราสามารถแก้ปัญหาบางเรื่องได้ด้วยการเปลี่ยนมุมมอง บางทีไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้ซับซ้อน ใช้วิธีง่ายๆ ก็แก้ปัญหาได้

เอาล่ะ... มาดูความเป็นจริงของเรื่องนี้กัน

สมัยแรกๆ นักบินอวกาศก็เคยใช้ดินสอเขียนกัน แต่มีปัญหาว่าไส้ดินสอมันเป็นคาร์บอน พอเวลาเขียนๆ ไป เจ้าผงคาร์บอนนี้มันกระจายออกมา แล้วก็หลุดเข้าไปเกาะพวกชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ ก็เลยต้องมีการวิจัยปากกาที่ใช้งานในอวกาศขึ้น

รายละเอียดของเรื่องนี้ อ่านเพิ่มเติมได้จาก

วิชาการ.คอม - ปากกาอวกาศขององค์การนาซ่า
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?pid=112011

NASA Space Pen: a ten-year, $12 For a Space Pen While the Russians Just Use Pencils.
http://www.truthorfiction.com/rumors/s/spacepen.htm

 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2551 9:44:45 น.  

1  2  

HudchewMan

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]


 
Group Blog

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add HudchewMan's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.