HudchewMan Live Style - วันสบายๆ ของนายจอมจาม

จะเหลือเสื้อสี ไหนให้เราใส่ได้บ้าง

จากเหตุการณ์ในเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา ที่พวกเราชาวไทยสมัครสมานเล่นกีฬาสีกันอย่างสนุกสนาน จนตอนนี้แทบจะไม่เหลือสีอะไรให้ใช้กันแล้ว

สีเหลืองที่เราเคยใส่กันด้วยความภาคภูมิ ด้วยความจงรักภักดีต่อพ่อหลวง

สีแดงที่ยอดนิยมจนพูดกันว่า จะถูกจะแพง ขอแดงไว้ก่อน

จะออกนอกบ้านนี่คงเลือกแล้วเลือกอีก ว่าวันนี้จะใส่สีอะไรดีเฟร้ย งั้นก็ใส่สีนี้ดีกว่า เข้าได้ทุกสี

ใส่เสื้อสีไหนดี

เมื่อวานนี้แถวบ้านอยู่ในย่านสงคราม คอปเตอร์บินเหนือหัว เสียงปืน เสียงตะไลดังไม่หยุดหย่อน กองพลคนมีสีเดินทางเข้ามาเยี่ยมชม ก่อนไปก็ประกาศว่า “ขอบคุณครับพี่น้อง ที่ช่วยเปิดทางให้” เอ่อ…จะมีใครกล้าไปขวางทางคุณพี่ล่ะครับ -_-'

มีคนถามกันมาว่า นปช.เขายกพลมาแถวนี้ทำไมหรอ ก็เลยบอกไปว่าเขาจะไปซื้อผลไม้กันที่ตลาดไทน่ะ แต่ทหารกลัวตลาดแตกเพราะแห่กันไปเยอะ เลยตั้งด่านสะกัดไว้ (⊙﹏⊙)

เอาน่า พวกเราคนไทย มีความอดทนสูงอยู่แล้ว อดทนไม่ว่าจะเป็นสีไหนๆ อดทนไม่ว่ารัฐบาลจะทำหรือไม่ทำอะไร ถ้าอดทนไม่ไหวงั้นคงต้องย้ายไปเป็นสัญชาติมอนเตดีกว่า ฮ่า

ขอไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิต พลทหารณรงค์ฤทธิ์และครอบครัว รวมถึงผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก่อนหน้านี้ทั้งหลายด้วยครับ




 

Create Date : 29 เมษายน 2553    
Last Update : 29 เมษายน 2553 13:05:31 น.
Counter : 184 Pageviews.  

พระขุนแผนโคโยตี้ รุ่นนี้หายากนะเนี่ย

เห็นชาว twitple เขาคุยกันเรื่องพระขุนแผนโคโยตี้ แล้วก็แปลกใจว่ามันอะไรยังไงกัน เลยลองหาข่าวดู อืม… จะรู้สึกยังไงดีหว่า(O.O;)


พระรุ่นนี้ออกแบบมาเป็นซุ้มทรงเดียวกับพระขุนแผนตามปกตินั่นแหละ เพียงแต่ว่าเสาทั้ง 2 ข้างมีสาวอยู่ทั้ง 2 ข้าง เป็นโคโยตี้หน้าตุ๊กตาญีุ่ปุ่นยืนเปลือยพิงเสา และอีกหนึ่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง (⊙﹏⊙) ส่วนเหรียญด้านหลังเป็นรูปปลัดขิกอันใหญ่ติดปีกผีเสื้อแล้วมีสาวโคโยตี้หุ่นอวบก้นบานนั่งเปลือยกอดเอาไว้ Σ(゜д゜;)


เหรียญ (ไม่อยากเรียกว่าพระอ่ะ -_-'a) รุ่นนี้ทำออกมา 2 แบบคือเป็นแบบเนื้อผงเหมือนพระขุนแผนทั่วไป กับอีกแบบระบายสีให้อย่างสวยงาม (ตรงไหน) แถมใส่จีสตริงแดงแปร๊ดให้อีกด้วย (=_=;)


รุ่นแรกทำออกมาหนึ่งพันเหรียญ หมดเกลี้ยงไปเรียบร้อย (ราคาเริ่มต้นที่ 500 - 1,000) มีคนสนใจเยอะขนาดนี้เลยเรอะ (O_o)


รุ่นสองก็ทำออกมาแล้ว แต่ด้านหลังเหรียญไม่มีหญิงเปลือย (ราคาเลยตกเหลือ 200)


หลวงพ่อที่ปลุกเสกให้บอกว่าลูกศิษย์เป็นคนจัดการ แล้วใส่กล่องมาให้ท่านทำพิธี ก็เลยไม่ได้ดูอะไรต่อมิอะไร ( ゚ 3゚) ไม่บอกวัดล่ะนะ ถ้าอยากรู้ก็ถามอากู๋เดี๋ยวก็เจอล่ะ


มีภาพมาให้ดูประกอบการพิจารณา เผื่อสนใจไปหามาบูชาเพื่อเสริมกิจการค้า (จะช่วยได้ไหมเนี่ย) อยากเห็นเต็มตาก็คลิกที่รูปได้เลย


 



อันนี้เป็นรุ่นเนื้อผง ด้านหน้า - ด้านหลัง



 



แบบที่ลงสี ด้านหน้า - ด้านหลัง






 

Create Date : 03 เมษายน 2553    
Last Update : 3 เมษายน 2553 8:15:29 น.
Counter : 533 Pageviews.  

เรื่องสารพัดของไข่ดาว (Fried egg)


เมื่อตอนสิ้นปีเพื่อนเดินทางไปท่องเที่ยวทางเหนือ แล้วเล่าให้ฟังเรื่องอาหารเช้าว่ามีไข่ดาว, เบคอน, แฮม, ขนมปังปิ้ง ฯลฯ ซึ่งคนหลายๆ คนก็จะคุ้นเคยเมนูมื้อเช้าแบบนี้กันแล้ว เรียกว่าเป็นอาหารเช้าแบบอเมริกัน (ABF - American Breakfast) เลยนึกถึงเรื่องไข่ดาวที่เคยอ่านมาเมื่อนานมากแล้ว



American Breakfast



ABF : American Breakfast อาหารเช้าแบบอเมริกัน 



 



ไข่ดาวแบบไทยๆ ที่เอาไว้โปะหน้าข้าวก็ไม่มีอะไรมาก น่าจะทอดกันได้อร่อยกันเกือบทุกคน (เคยเจอน้องที่ทอดไข่ได้ไม่อร่อยเลย เป็นความสามารถพิเศษจริงๆ ฮ่า ) วิธีทำก็แค่ตั้งกระทะให้น้ำมันเดือดแล้วก็ตอกไข่ใส่ลงไป จะชอบไข่แดงเหลวเป็นยางมะตูม, ทอดสองหน้า หรือก้นกรอบขอบเกรียมก็ว่ากันไป  :) แต่ว่าไข่ดาวแบบฝรั่งแบบที่หม่ำกับแฮม เบคอน จะตอกไข่ลงไปตั้งแต่ตอนที่น้ำมันยังไม่ร้อน พอนึกถึงเรื่องไข่ ก็เลยลองค้นๆ ดูว่าเจ้าไข่ดาวเนี่ย ฝรั่งเขาทอดกันแบบไหนบ้างก็เลยได้เรื่องมาบันทึกเก็บไว้อีกเรื่องหนึ่ง



ไข่ดาว



Fried egg : ไข่ดาว 



 



ไข่ดาวฝรั่งเรียกว่า Fried egg ที่จริงถ้าแปลตามตัวก็คงเป็นไข่ทอดมากกว่านะ เขา (แถวอเมริกาเหนือ) แบ่งประเภทตามลักษณะการทอดและความสุกของไข่แดง



 



'Over well', 'over hard' หรือ 'hard'



เป็นไข่ดาวแบบทอดสองด้าน ไข่แดงสุกแข็งเป็นก้อน หลายคนอาจรู้สึกว่ามันไม่นุ่มละไมลิ้น ชื่อภาษาอังกฤษนี่ถ้าจะแปลดุ่ยๆ ก็ประมาณว่า “เกินพอดี” หรือ “แข็งเกิน (เว่อไป)” นั่นล่ะ  :P



Fried egg over hard



ไข่ดาวทอดแบบ Over hard 



 



'Over medium'



ไข่ดาวแบบ “เว่อกำลังดี” แบบนี้ทอดสองด้านเหมือนแบบ “เว่อเกิน”  :P แต่ว่าไข่แดงจะไม่สุกจนเป็นก้อนแข็ง ยังเหลวๆ อยู่บ้าง ส่วนไข่ขาวนี่ทอดจนสุก



Fried egg over medium



ไข่ดาวทอดแบบ Over medium 



 



'Over easy' บางทีก็เรียก 'runny'



แปลแบบโรงเรียนวัดลิงขบว่า “ง่ายเว่อ” (หรือไข่ย้อย ฮ่า ) จะทอดให้ไข่ขาวสุกไม่มากเกินไปนัก ไข่แดงจะเหลวเยิ้มพอให้รู้ว่าได้ผ่านความร้อนมาบ้าง แล้วก็พลิกทอดอีกด้านเพื่อให้ไข่แดงคงสภาพเป็นลูก เมนูไข่ดาวแบบเว่อๆ ทั้ง 3 รายการก็คือไข่ดาวทอดทั้งสองด้านล่ะ



Fried egg over easy



ไข่ดาวทอดแบบ Over easy 



 



'Sunny side up'



รายการสุดท้าย ไข่ดาวแบบ “ตะวันขึ้น” น่าจะเป็นแบบที่หลายคนชอบกัน ไข่ดาวแบบนี้จะทอดแค่ด้านเดียว ไข่ขาวจะยังฉ่ำๆ ไม่แข็งเป็นก้อน ส่วนไข่แดงนี่จะดูเป็นลูกสีส้มน่าหม่ำเลยเชียว พอเอาส้อมจิ้มลงไป ไข่แดงเหลวๆ ก็จะไหลเยิ้มออกมา



Fried egg sunny side up



ไข่ดาวทอดแบบ Sunny side up 



 



สมัยเด็กๆ ผมชอบแบบทอด 2 หน้าล่ะ (แบบ Over well นั่นแหละ) เพราะไม่ชอบไข่แดงเยิ้ม กลัวอ่ะ  o_O' แต่ตอนนี้ถ้าจะสั่งเมนูไข่ดาวก็เป็นทอดหน้าเดียว แต่ขอไข่แดงสุกเหมือนเดิม :P ส่วนน้องชายจะชอบแบบไข่แดงเหลว เวลาฝากน้องชายทอดให้ถ้าลืมกำชับว่าขอไข่แดงสุก เป็นอันได้เจอไข่แดงเหลวเยิ้มเป็นซอส  -_-'a



ไข่ดาวแบบที่โปรดปราน ผมจะทอดแบบหน้าเดียวแต่จะสุกทั้งไข่แดงไข่ขาว เวลาทอดจะตั้งกระทะให้น้ำมันร้อนควันลอยกรุ่นแล้วตอกไข่ใส่ลงไป ซักพักก็เอาน้ำมันร้อนๆ (ในกระทะนั่นแหละ) ราดลงไปบนหน้าไข่ด้านบนเพื่อให้ไข่แดงสุก จะได้ไข่ดาวก้นกรอบขอบเกรียมนิดๆ ไข่แดงก็สุกกำลังดีไม่แบนแต๊ดเหมือนทอดสองหน้า…อร่อย  ไม่รู้เหมือนกันว่าทอดไข่ดาวแบบนี้จะเรียกชื่อว่าอะไรดี  เวลาเจอไข่ดาวทอดแบบที่ไข่ขาวเป็นวุ้นๆ ไข่แดงเหลว อืม…จอดครับ 



เขียนไปแล้วก็หิว… ไปทอดไข่หม่ำดีกว่า  ไว้ถ้าขยันคงได้มาเขียนวิธีการดาวไข่สารพัดแบบล่ะ 



 



 



แหล่งอ้างอิงข้อมูล




 



ภาพประกอบ






 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 18:01:48 น.
Counter : 3309 Pageviews.  

ร้านโดนัท Krispy Kreme


ได้ยินพูดถึงร้านโดนัท Krispy Kreme กัน ไอ้เราฟังแล้วไม่เห็นคุ้นหูเลย หากพูดถึงร้านโดนัทก็จะนึกถึง Mister Donut กับ Dunkin' Donuts แค่นี้เอง แล้วก็มาเจอข่าวว่าเนสกาแฟได้ลิขสิทธิ์มาขายเมืองไทย ชิ้นละ 60 บาท ก็เลยไปค้นข้อมูลดู ถึงได้รู้ว่า Krispy Kreme เป็นร้านโดนัทจากอเมริกันอีกยี่ห้อหนึ่ง มีสาขามากมายในหลายประเทศแต่ยังไม่มีในไทย มิน่าล่ะว่าทำไมถึงไม่รู้จัก ก็ไม่เคยไปนั่งร้านโดนัทที่ต่างประเทศกับใครเขานิ



โดนัทสารพัดชนิดของ Krispy Kreme


โดนัทสารพัดชนิดของ Krispy Kreme



 



ช่วงที่ผ่านมา ที่เขาพูดกันถึงร้าน Krispy Kreme ก็เพราะสรรพคุณด้านความอร่อยเนื้อนุ่มปานรสชาติจากสรวงสวรรค์ของโดนัทร้านนี้นี่แหละ มีโดนัทหลากหลายชนิดให้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ ทั้งแบบโดนัทดั้งเดิมและแบบใหม่ คนที่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองก็มักจะติดอกติดใจ กัดไปแต่ละคำแทบจะละลายในปาก (พูดซะอย่างกับเคยลองกินเองงั้นแหละ ฮ่า) หากสามารถไหว้วานฝากฝังเพื่อนหรือคนรู้จักให้หอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากต่างประเทศได้ก็ไม่รีรอ



โดนัท


หน้าตาน่ากินทั้งนั้น



 



นอกจากโดนัทที่มีในเมนูปกติแล้ว ก็ยังมีโดนัทแบบพิเศษที่ออกมาเฉพาะช่วงเทศกาลด้วย อย่างเช่นในเทศกาลวาเลนไทน์ หรือออกมาทำโปรโมชันกับภาพยนตร์ดังๆ



โดนัทวาเลนไทน์


โดนัทหวานแหววสำหรับคู่รักหวานสวีทในวันวาเลนไทน์



 



เห็นข่าวเก่าเมื่อปลายปี 49 ว่ามีคนสนใจจะเข้ามาเปิดสาขาในไทยแล้วก็เงียบไป เพิ่งได้ข่าวมาเมื่อวันที่ 24 นี้ว่าเนสกาแฟได้ลิขสิทธิ์มา ไม่รู้ว่าได้มาแบบได้สูตรโดนัทมาผลิตขายหรือว่าแบบไหน เพราะกฎของ Krispy Kreme กำหนดไว้ว่าถ้าจะเปิดเฟรนไชส์ ต้องมีเงินลงทุน 30 ล้าน USD และต้องเปิดร้านอย่างต่ำ 10 สาขา‼ พระเจ้าจอร์จ‼
o_O”



มีหลายคนจากเว็บพันทิป แนะนำโดนัท Daddy Dough ว่ารสชาติเหมือนกับ Krispy Kreme และมีร้านสาขาเปิดในเมืองไทย ไม่ต้องข้ามน้ำล่องทะเลไปต่างแดนก็สามารถลิ้มรสชาติโดนัทแห่งอีเดนได้ แถมราคาเพียงแค่ 19 บาท ถูกกว่า Krispy kreme 60 บาทพอควรเลยทีเดียว โดยส่วนตัวคิดว่าราคาต่างกันขนาดนี้ไม่น่าจะมีรสชาติเดียวกันได้แฮะ ขนาด Krispy Kreme สาขาในแต่ละประเทศก็ยังมีคนบอกว่าอร่อยไม่เท่ากันเลย



ตอนนี้ Daddy Dough มีสาขาอยู่ที่สีลม ซ.19 แถวๆ ฮอลิเดย์ อินน์, ตลาดบองมาเช่, รอยัล การ์เดนท์ พัทยา, พารากอน ชั้น G, อาคารติดกับรถไฟฟ้าช่องนนทรี คงต้องไปลองลิ้มชิมรสพิสูจน์กับลิ้นกันดูเองว่าเลิศรสแค่ไหน




เมนูโดนัท Daddy Dough



เมนูโดนัท Daddy Dough



 



ที่เขาว่าๆ กันว่ารสชาติไม่อาจบรรยายเป็นภาษามนุษย์ได้นั้น ไม่รู้ว่าเราจะรู้สึกได้แบบนั้นหรือเปล่า เพราะไม่ค่อยสู้ของหวานล่ะก็เลยไม่ค่อยพิสมัยโดนัทซักเท่าไหร่ ฮ่า ยังไงก็ตาม โดนัทก็อุดมไปด้วยแป้งและน้ำตาล หม่ำมากๆ จะเกิดไขมันหน้าท้อง หุ่นดีมี big pack ย้วยย้อย ยับยั้งชั่งใจกันไว้บ้างล่ะนะ ^^



 



ปล. ไม่เคยได้ไปบริโภคเอง ภาพชวนอ้วนทั้งหลายเหล่านี้ ได้จากอากู๋ทั้งน้านฮับ





 

Create Date : 25 มกราคม 2553    
Last Update : 25 มกราคม 2553 19:34:49 น.
Counter : 528 Pageviews.  

รู้ไหมว่า “หวย” มีความเป็นมายังไง (ตอนแรก)


ช่วงนี้สถานการณ์ของเมืองไทยกำลังมีประเด็นเรื่อง “หวยออนไลน์” กันอยู่ ส่งตรงถึงบ้าน บริการถึงมือนักหวย แบบนี้จะเรียกว่าหวยดิลิเวอรี่ได้ไหมเนี่ย :P



ไม่ได้จะเขียนประเด็น เปิด-ปิด หวย หรือดี-ไม่ดีด้านไหน เรื่องของเรื่องก็คือว่าไปเห็นกระทู้ของคุณ Cen จากเว็บบอร์ด ZhongTai.org เขียนเกร็ดความรู้เรื่องหวย อ่านแล้วสนใจเลยไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม เพราะปกติไม่เคยสนใจเรื่องหวยเลย :P



ไหนๆ ค้นมาซะเยอะแยะตามประสาคนอยากรู้ เลยมาเขียน blog บันทึกไว้ซะ แต่เนื้อหาเยอะจนตาลาย เลยแยกเขียนเป็น 2 ตอนดีกว่า ไม่งั้นตอนกลับมาอ่านจะมึนเอาซะก่อน ^^'



 


ก่อนจะมาเป็น “หวย”



คนที่ไม่ใช่นักหวย อาจจะเข้าใจว่า “หวย” ก็คือ “ลอตเตอรี” (สลากกินแบ่ง) แต่ที่จริงแล้วเป็นคนละอย่างกัน หวยนั้นเรียกว่าเป็นต้นตำรับของลอตเตอรีในไทยก็ว่าได้ โดยมาจากประเทศจีน ส่วนลอตเตอรีนั้นมาจากอังกฤษ



ที่เรียกว่า “หวย” จะหมายถึง “หวยใต้ดิน” ซึ่งเจ้ามือที่รับแทงนั้นไม่ใช่รัฐบาล จะเป็นใครก็ได้ ส่วน “หวยบนดิน” นั้นคือ ลอตเตอรี (สลากกินแบ่ง) ที่ออกจำหน่ายโดยรัฐบาล ก็คงจะรู้ดีกันอยู่แล้วล่ะ คอหวยทั้งนั้น อ้าว :P



คำว่า “หวย” เป็นภาษาจีน (แต้จิ๋ว) เรียกเต็มๆ ว่า “ฮวยหวย” [จีนตัวเต็ม 花會] [จีนตัวย่อ 花会] (จีนกลางอ่านว่า ฮวา ฮุ่ย - hua1 hui4) แปลตามตัวว่า “งานชุมนุมดอกไม้” เนื่องจากตอนแรกเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ ในภายหลังถึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อคนแทน คงเพราะเรียกง่ายเขียนง่ายกว่าล่ะมั้ง หวยเริ่มมีขึ้นในประเทศจีนเมื่อราว พ.ศ.2364



วิธีการเล่นหวยในจีนสมัยก่อนนั้น จะใช้แผ่นป้ายเล็กๆ จำนวน 34 ชิ้น แต่ละป้ายจะเขียนชื่อของคนที่มีชื่อเสียงลงไป ประมาณว่าเป็นชื่อคนดังในสมัยโบราณ เวลาเรียกแล้วใครๆ ก็ร้องอ๋อนั่นแหละ



เมื่อถึงเวลาที่หวยออก เจ้ามือหวยจะเลือกป้ายมาหนึ่งอันใส่กระบอกไม้ ปิดปากกระบอกไว้แล้วแขวนไว้ที่หลังคาโรงหวย นักแทงหวยทั้งหลายก็จะลงเดิมพัน แทงว่าป้ายในกระบอกนั้นเป็นชื่อของใคร หากใครทายถูกเจ้ามือจะต้องจ่าย 30 ต่อหนึ่ง คนที่ทายผิดเจ้ามือก็กินเรียบตามระเบียบ



ในภายหลังมีคนคิดตัวหวยเพิ่มอีก 2 ตัว กลายเป็นหวย 36 ตัว สงสัยว่าเจ้ามือคงถูกกินบ่อยล่ะมั้ง เลยต้องเพิ่มตัวหวย แต่ไม่ยอมเพิ่มเงินรางวัลให้คนที่แทงถูก



รายชื่อที่เขียนบนป้ายหวย ทั้ง 36 ชื่อตามนี้



(จีนตัวย่อ)

有利 , 井利 , 志高 , 三槐 , 吉品 , 元吉

坤山 , 日山 , 万金 , 占魁 , 火官 , 九官

正顺 , 必得 , 只得 , 明珠 , 艮玉 , 茂林

天良 , 安士 , 扳桂 , 伏双 , 江祠 , 月宝

合同 , 太平 , 元贵 , 合海 , 青元 , 青云

汉云 , 光明 , 天申 , 荣生 , 逢春 , 上招



(จีนตัวเต็ม)



  1. 占魁 (鬼)

  2. 扳桂 (田螺)

  3. 榮生 (死佬)

  4. 逢春 (孔雀)

  5. 志高 (獅子)

  6. 月寶 (免、大肚婆)

  7. 正順 (豬、劏豬佬)

  8. 坤山 (老虎)

  9. 漢雲 (牛)

  10. 江祠 (龍船)

  11. 福孫 (狗)

  12. 光明 (頭)

  13. 有利

  14. 只得 (口)

  15. 必得 (龜)

  16. 茂林 (斬柴佬)

  17. 青雲 (道友)

  18. 天申

  19. 銀玉 (蝴蝶)

  20. 明珠

  21. 上招

  22. 合同 (官材)

  23. 三槐 (猴子)

  24. 合海

  25. 九官 (麻鹰)

  26. 太平

  27. 火官

  28. 日山 (雞)

  29. 天良 (黄鱔)

  30. 井利 (右手.鯉魚)

  31. 元貴 (男根)

  32. 萬金 (蛇)

  33. 青元 (左手)

  34. 元吉 (羊)

  35. 吉品 (女陰)

  36. 安士



 


เมื่อไทยรู้จัก “หวย” เป็นครั้งแรก



สาเหตุที่หวยจากจีนเผยแพร่เข้ามาในไทย ตอนนั้นในสมัยของพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่สาม ช่วงราวปี พ.ศ.2378 เกิดภาวะข้าวขาดแคลนจนหลวงต้องสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศเข้ามา แล้วเอามาขายต่อให้กับประชาชน แต่ว่าผู้คนไม่มีเงินซื้อข้าวจึงต้องรับจ้างทำงานแลกข้าวหลวง (คุ้นๆ แฮะ) เจ้าภาษีนายอากรก็เลยไม่มีเงินส่งหลวงตามกันมาเป็นทอดๆ ได้แต่เอาสินค้าที่มีอยู่มาชดใช้ค่าเงินหลวงแทน



ทีนี้พอมีแต่สินค้าข้าวของแต่ไม่เห็นตัวเงิน ในหลวงท่านทรงแปลกพระทัย คราแรกก็เข้าใจว่าเป็นเพราะคนเอาเงินไปซื้อฝิ่นมาเก็บตุนไว้ จึงทรงให้เผาฝิ่นทิ้งเสียให้หมด จะได้ไม่ต้องมีขายกัน (อ้าว ใครตุนไว้ก็งานเข้าเลย)



เผาฝิ่นหมดไปแต่เงินก็ยังไม่มีมา จนกระทั่งจีนหง (ชาวจีนที่มารับราชการในไทย) เป็นนายอากรสุรา มีบรรดาศักดิ์เป็น พระศรีไชยบาน ได้กราบทูลว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นมาจากผู้คนเก็บหอมรอมริบ เอาเงินใส่ไหฝังดินไว้ (คนไทยรู้จักอดออมตั้งแต่สมัยก่อนแล้วนะเนี่ย :P) และเสนอว่าปัญหาระดับชาติแบบนี้ที่เมืองจีนแก้ด้วยการ “จำหน่ายหวย” เพื่อจะได้มอมเมา เอ้ยไม่ใช่ เพื่อดึงเอาเงินใต้ดินขึ้นมาไว้บนดิน เงินจะได้ไหลเวียนในประเทศ (เอ่อ…ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ)



รัชกาลที่สาม จึงโปรดเกล้าให้จีนหง ตั้งโรงหวย เป็นเจ้ามือหวยคนแรกนับแต่นั้นมา ทำให้นอกจากการพนันที่อยู่ในสายเลือดชาวไทยแล้วก็มีหวยมาเพิ่มอีกอย่างล่ะ -_-'



หวยจากจีนนั้นใช้เป็นชื่อจีนตัวอักษรจีน ถ้าขืนเอามาโท่งๆ คนไทยคงไม่รู้เรื่อง (แต่ถึงไม่รู้เรื่อง คนไทยก็บ่ยั่นหรอก :P) จึงได้ดัดแปลงใช้ตัวพยัญชนะไทย 36 ตัว มาเป็นตัวกำกับแต่ละป้าย จึงเรียกว่าหวย กข เพราะใช้พยัญชนะไทย ก.ไก่ ข.ไข่ (อืม… คนทุกชั้นทุกเพศทุกวัยเข้าใจง่ายดี คนคิดนี่ปราดเปรื่องจริงๆ) ตัวที่ไม่เอามาใช้คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ และ ษ ต่อมาในภายหลังเกิดปัญหาบางอย่างขึ้น (คงต้องไปค้นกันต่อเอาเองล่ะ ว่าปัญหาอะไร) ทำให้ต้องตัดป้ายทิ้งอีก 2 ป้ายคือ ง.จีเกา (ดูที่เลข 5) กับ ธ.ไท้เผง (ดูที่เลข 26) เหลือเพียง 34 ตัว



 



ส่วนที่เหลือเอาไว้ต่อกันรอบหน้า



 



แหล่งอ้างอิงข้อมูล






 

Create Date : 22 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 16:55:56 น.
Counter : 645 Pageviews.  

1  2  3  

HudchewMan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นายจอมจาม - Webmaster & programmer of Zhongtai.org, one of the best Chinese-Thai dictionary free service.
\(-o-)/
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add HudchewMan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.