Group Blog
 
All blogs
 

วิเคราะห์ขุมกำลังทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยฟุตบอลโลก 2014

     สถานการณ์ของทีมชาติอังกฤษกับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ในตอนนี้เรียกได้ว่ายังไม่มีอะไรแน่นอนมากนัก ถ้าเทียบกับทีมหัวแถวของยุโรปอย่าง สเปน อิตาลี ฮอลแลนด์ เยอรมนี ที่จ่อคว้าสิทธิ์ไปลุยตั๋วฟุตบอลโลกในปีหน้ากันทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดี อังกฤษก็ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มได้สำเร็จ และถ้าไม่ผิดพลาดอะไร เราจะได้เห็นทีมชาติอังกฤษชุดนี้ โลดแล่นในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพอย่างแน่นอน

     ดูจากขุมกำลังของทีมชาติอังกฤษในยุคนี้แล้ว ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกัน ที่ทีมนี้จะมีโอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่สองมาครองได้ มีผู้เล่นคนใดบ้างที่คาดว่าจะเป็น 1 ใน 23 ขุนพลของทีมชาติอังกฤษชุดลุยฟุตบอลโลกกลางปีหน้า เชิญชมกันเลยครับ

[ ผู้รักษาประตู ] 3 คน

     ไม่มีปัญหาสำหรับตำแหน่งนี้ ถ้าหากไม่บาดเจ็บหนักไปซะก่อน โจ ฮาร์ท ก็น่าจะการันตีตำแหน่งตัวจริงได้อย่างแน่นอน
     สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูมือสองและมือสาม จอห์น รัดดี้ ที่ทำผลงานได้ดีกับนอริช กับ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตออร์ มือหนึ่งของ กลาสโกว์ เซลติก น่าจะแย่งชิงตำแหน่งกัน ส่วนดาวรุ่งพุ่งแรงในตำแหน่งนี้อย่าง แจ็ค บัตแลนด์ โอกาสติดทีมชาติน้อยไปลุยฟุตบอลโลก ดูจะหริบหรี่ครับ
เพราะว่าการย้ายไปอยู่ สโต๊ค ซิตี้ ทำให้เขาต้องตกไปเป็นมือสองให้กับเบโกวิช โอกาสได้พัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องก็ลดลงตามไปด้วย

[ แบ็คซ้าย ] 2 คน

     แอชลี่ย์ โคล จองตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมชาติอังกฤษโดยอัตโนมัติ แต่ก็ประมาทไม่ได้ครับ เพราะว่า เลห์ตัน เบนส์ ก็ทำผลงานคงเส้นคงวาให้กับเอฟเวอร์ตันมาอย่างตลอด ตำแหน่งนี้หาคนที่จะมาแทรกติดทีมชาติแทนสองคนดังกล่าวยากมากจริงๆครับ มีเพียงแค่ ไรอัน เบอร์ทรานด์ คนเดียวที่เคยถูกเรียกติดทีมชาติเป็นตัวสอดแทรกของสองคนนี้

[ เซนเตอร์ฮาล์ฟ ] 3-4 คน

     จากการขาดหายไปของสองตัวหลักอย่าง จอห์น เทอร์รี่ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ทำให้ถึงเวลาแล้ว ที่ขุมกำลังสายเลือดใหม่จะต้องขึ้นมาแทนที่ แกรี่ เคฮิลล์ , ฟิล จากีลก้า
และ โจลีออน เลสค็อตต์ เป็นขุมกำลังสำคัญที่จะต้องขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ ส่วนโควต้าสุดท้ายในตำแหน่งนี้ มีหลายคนที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล ดอว์สัน กัปตันทีมสเปอร์ส
ไรอัน ชอว์ครอส เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักของสโต๊ค รวมทั้ง คริส สมอลลิ่่ง และ สตีเว่น คอล์เกอร์ สองกองหลังดาวรุ่ง ก็มีโอกาสสอดแทรกเป็นหนึ่งใน 23 ขุนพลของทีมชาติอังกฤษเช่นกัน

[ แบ็คขวา ] 2 คน

     แทบจะการันตีตำแหน่งตัวจริงแล้วเช่นกัน สำหรับ เกล็น จอห์นสัน ถึงแม้ว่าจะโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยดีนักกับต้นสังกัด แต่ก้าพิจารณาดูแบ็คขวาสัญชาติอังกฤษทั้งหมดในตอนนี้ เขาน่าะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ ส่วนอีกหนึ่งตำแหน่งที่เหลือนั้น ไมก้า ริชาร์ดส ถ้าไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆดูจะมีภาษีที่ดีกว่าใครเพื่อน ฟิล โจนส์ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยความสารพัดประโยชน์
เล่นได้หลากหลายตำแหน่งของเขา ส่วน ไคล์ วอล์กเกอร์ แบ็คขวาดาวรุ่งที่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของสเปอร์สมาสองฤดูกาลล่าสุด ก็มีโอกาสสูงเช่นกันครับ

[ กองกลางตัวกลาง ] 5-6 คน

     บารมีและความเก๋าของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เป็นไปไม่ได้เลย ที่ปู่ รอย ฮอดจ์สัน  จะไม่เลือกเขาทั้งสองติดทีมชาติไปลุยฟุตบอลในปีหน้าด้วย ทางด้าน ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลางตัวเก่งของแมนยู และ เจมส์ มิลเนอร์ กองกลางสารพัดช่างจากแมนซิตี้ ก็เป็นขาประจำที่ถูกเรียกติดทีมชาติ ฉะนั้นจะเหลือพื้นที่สำหรับตำแหน่งนี้อีก 1-2 ตำแหน่ง แจ็ค วิลเชียร์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ทอม เคลฟเวอร์รี่
ทั้งสามคนนี้ เป็นอะไหล่ที่สำคัญของต้นสังกัดทั้งหมด คงต้องวัดกันว่าใครจะทำผลงานได้ดีกว่ากัน          ส่วนกองกลางตัวรับก็มี ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน และ แจ็ค ร็อดเวลล์ เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน
รวมทั้งสองตัวเก๋าของทีมชาติอังกฤษอย่าง สก็อตต์ ปาร์เกอร์ และ แกเร็ธ แบร์รี่ ก็มีโอกาสสอดแทรกเป็นตัวสแตนด์บายของทีมอยู่ไม่น้อย

[ ปีกขวา ] 2 คน

     ทีมชาติอังกฤษประกอบด้วยปีกขวาความเร็วสูงหลายคนเลยครับ คนแรกที่น่าจะจองตำแหน่งนี้แน่นอนเลยก็คือ ธีโอ วัลค็อตต์ ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งปีกขวาและกองหน้า ส่วนตัวสำรองของวัลค็อตต์ ที่ดูมีประสปการณ์สูงกว่าคนอื่นเลยก็คือ อารอน เลนน่อน และนอกจากนี้ ก็มีปีกตัวจี๊ดวัยรุ่นอย่าง อเล็กส์ แชมเบอร์แลน , ราฮีม สเตอร์ริ่ง , นาธาน เร้ดมอนด์ และ วิลฟรีด ซาฮา ซึ่งถ้าโชว์ฟอร์มได้ดี ก็มีสิทธิ์เบียดรุ่นพี่ได้เหมือนกัน

[ ปีกซ้าย ] 2 คน

     เป็นเรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์มาก ที่นักเตะที่ทำประตูในลีกในดูกาลที่แล้วได้น้อยมาก จะทำผลงานได้ดีกับทีมชาติ แดนนี่ เว็ลเบ็ค นาทีนี้เขากลายเป็นนักเตะสำคัญของทีมชาติอังกฤษไปแล้วครับ แต่จะได้เป็นตัวจริงที่บราซิลหรือไม่ ต้องคอยดูกันอีกที เพราะคู่แข่งในตำแหน่งนี้ของเขา มีทั้ง แอชลี่ย์ ยัง และ อดัม จอห์นสัน ที่ติดทีมชาติเกินเลขสองหลักไปแล้วทั่งคู่ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ปีกค่าเหนื่่อยสูงที่ได้มีโอกาสกลับไปแจ้งเกิดอีกครั้งกับเวสต์แฮม รวมทั้ง สก๊อตต์ ซินแคลร์
ที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับสวอนซี

[ กองหน้า ] 3 คน

     ต่อให้จะหลุดจากสิบเอ็ดตัวจริงของแมนยูบ่อยแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ เวย์น รูนี่ย์ ยังคงเป็นศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของทีมชาติอังกฤษ ยังไง รอย ฮอดจ์สัน ต้องพาเขาไปบราซิลด้วยแน่นอน เหลืออีกสองที่นั่ง ที่แรก คาดว่าจะเป็นการแข่งขันกันระหว่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ เจอร์เมน เดโฟ
     ส่วนอีกหนึ่งตำแหน่ง มีความเป็นไปได้ว่าปู่รอยต้องการกองหน้าตัวเป้าที่ชำนาญลูกกลางอากาศ ซึ่งนักเตะที่อยู่ในข่ายนี้ น่าจะเหลือแค่ แอนดี้ คาร์โรลล์ ศูนย์หน้าจอมแอสซิสต์จากเวสต์แฮม , ริคกี้ แลมเบิร์ต กองหน้าตัวเก๋าจากเซาแธมป์ตัน และ ปีเตอร์ เคราซ์ ศูนย์หน้าร่างโย่งจากสโต๊ค



สรุปรายชื่อนักเตะที่มีโอกาสติดทีมชาติอังกฤษไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล

กลุ่มที่ 1 : ถ้าไม่เจ็บ ไม่ตาย ยังไงก็ได้ไปแน่ๆ
>> โจ ฮาร์ท , เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ , เกล็น จอห์นสัน , โจลีออน เลสค็อตต์ , ฟิล จากีลก้า , แกรี่ เคฮิลล์ , แอชลี่ย์ โคล , เลห์ตัน เบนส์ , สตีเว่น เจอร์ราร์ด , แฟร้งค์ แลมพาร์ด , ธีโอ วัลค็อตต์ , เวย์น รูนี่ย์

กลุ่มที่ 2 : โอกาสได้ไปเกินครึ่ง ถ้ายังรักษาฟอร์มเก่าๆไว้ได้ น่าจะได้ไปเช่นกัน
>> จอห์น รัดดี้ , ไมก้า ริชาร์ดส , ไมเคิ่ล คาร์ริค , เจมส์ มิลเนอร์ ,  แจ็ค วิลเชียร์ ,  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , อารอน เลนน่อน  , แดนนี่ เว็ลเบ็ค , อดัม จอห์นสัน , แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

กลุ่มที่ 3 : โอกาสได้ไปไม่ถึงครึ่ง แต่ถ้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ก็มีโอกาสเช่นกัน
>> แจ็ค บัตแลนด์ , ฟิล โจนส์  , ไมเคิ่ล ดอว์สัน ,  ทอม เคลฟเวอร์รี่ , สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ , แอชลี่ย์ ยัง , เจอร์เมน เดโฟ , ริคกี้ แลมเบิร์ต , แอนดี้ คาร์โรลล์ , ปีเตอร์ เคราซ์

กลุ่มที่ 4 : 
>> อเล็กส์ แม็คคาร์ธี่ , ไคล์ วอล์คเกอร์ , สตีเว่น คอล์เกอร์ , คริส สมอลลิ่ง , ไรอัน ชอว์ครอส , ไรอัน เบอร์ทรานด์ , อเล็กส์ แชมเบอร์แลน , ราฮีม สเตอร์ริ่ง , วิลฟรีด ซาฮา , นาธาน เร้ด มอนด์ , ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน, แกเร็ธ แบร์รี่  , แจ็ค ร็อดเวลล์ , รอสส์ บาร์คลี่ย์ , สจ๊วร์ต ดาววนิ่ง , สก็อตต์ ซินแคลร์ , กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ , ดาร์เรน เบนท์













 

Create Date : 09 กันยายน 2556    
Last Update : 9 กันยายน 2556 15:57:06 น.
Counter : 3561 Pageviews.  

1983 & 1984 กำเนิดเจ็ดสุดยอดนักเตะทัพอัศวินสีส้ม [2]

ต่อจากตอนที่แล้วครับ มาติดตามชมเจ็ดสุดยอดนักเตะของฮอลแลนด์กันต่อครับ


คนที่ 5 : อาร์เยน ร็อบเบน



Arjen Robben
Date of Birth: Jan 23, 1984 (Age 29)
Place of Birth: Bedum
Nationality: Netherlands
Height: 183 cm.
Weight: 75 Kg.
Position: Midfielder

     อาร์เยน ร็อบเบน ปีกที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นปีกที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดคนหนึ่งของโลก ร็อบเบนเริ่มต้นการค้าแข้งด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรโกรนิงเก้น โดยเขาติดทีมชุดใหญ่ของโกรนิงเก้นในฤดูกาล 1999-2000 แต่ได้ลงสนามครั้งแรกในปลายปี 2000 ในวัยเพียง 16 ปี ในฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวของร็อบเบนกับโกรนิงเก้น เขาทำประตูได้ถึง 6 ลูก ทั้งๆที่เล่นในตำแหน่งปีก จนกระทั้งแมวมองสโมสรพีเอสวี เห็นแววในตัวเขา ดึงไปร่วมทีมในฤดูกาล 2002-2003

    ร็อบเบนแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เขาทำประตูได้ถึง 12 ประตูในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา จนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมร่วม ( PSV co-player of the year ) ร่วมกับ มาเตย่า เคซมัน ในฤดูกาลนั้น จนในที่สุด ฤดูกาล 2004-2005 เขาจึงได้ย้ายไปร่วมทีมสโมสรดังในยุโรป โดยเริ่มต้นจากเชลซี เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดในอังกฤษ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บ ทำให้เขาได้เล่นไม่สม่ำเสมอเท่่าไรนัก จากนั้นเขาได้ย้ายไป รีล มาดริด และตามด้วย บาเยิร์น มิวเนิค คือสโมสรล่าสุดของเขา

สไตล์การเล่นของร็อบเบน เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของปีกในยุคนี้เลยก็ว่าได้ เขามีคุณสมบัติครบทุกข้อที่ปีกในยุคนี้ต้องมี ประกอบด้วย สกิลการเลี้ยงบอลขั้นเทพ ความเร็วสูง ยิงไกลหรือทำประตูได้ และแน่นอนว่าหนึ่งในโค้ชที่ทำให้เขาประสปความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ก็คือ โฆเซ่ มูริณโญ่ ที่สามารถดึงศักยภาพของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่ ร็อบเบนถนัดเท้าซ้าย แต่มูริณโญ่จับร็อบเบนไปในตำแหน่งปีกขวา และให้เลี้ยงตัดมาเพื่อสอดเขามาทำประตู ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของปีกในยุคปัจจุบันนั่นเอง

คนที่ 6 : คลาส แยน ฮุนเตลาร์



Klaas-Jan Huntelaar
Nickname: The Hunter
Date of Birth: Aug 12, 1983 (Age 29)
Place of Birth: Drempt
Nationality: Netherlands
Height: 186 cm.
Weight: 78 Kg.
Position: Striker

    คลาส แยน ฮุนเตลาร์ เริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอล ด้วยการเป็นนักฟุตบอลฝึกหัดของสโมสร เดอ กราฟชาป ในวัยเพียง 11 ขวบ โดยในช่วงแรกนั้นเขาลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย จากนั้นจึงโยกมาเล่นตำแหน่งกองหน้าเต็มตัว และทำประตูได้มากมายในลีกเยาวชน จนทำให้เขาได้ย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ด้วยวัยเพียง 17 ปี

    ฮุนเตลาร์ไม่สามารถแจ้งเกิดกับสโมสรพีเอสวีได้ ตลอดเวลา 2 ปีของเขากับสโมสรนี้ เขาถูกปล่อยยืมตัวออกไปหาประสปการณ์กับทีมเล็กๆทั้งสองฤดูกาล จนในที่สุดฤดูกาล 2004-2005 ฮุนเตล่าร์ได้ย้ายไปร่วมทีมฮีเรนวีน ซึ่งเป็นสโมสรที่แจ้งเกิดของเขาได้อย่างเต็มตัว ก่อนที่เขาจะถูกสโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศอีกทีมอย่าง อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้าตัวเขาไปร่วมทีมหลังจากนั้นอีก 2 ฤดูกาล ถัดจากสโมสรอาแจ๊กซ์ ก็เป็น รีล มาดริด , เอซี มิลาน และก็เป็น ชาลเก้ ที่เป็นสถานีสุดท้าย ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดพีคที่สุดของอาชีพการค้าแข่งของฮุนเตล่าร์ ซึ่งฮุนเตลาร์ได้เป็นดาวซัลโวของบุนเดสลีกาในฤดูกาล 2011-2012 อีกด้วย

    ด้วยความที่เป็นกองหน้าที่มีจุดเด่นอยู่ที่การจบสกอร์ สไตล์การเล่นของเขา ถูกนำไปเปรียบเทียบกับนักเตะรุ่นพี่อย่าง รุด ฟานนิสเตลรอย และ มาร์โก ฟานบาสเท่น ฮุนเตลาร์เป็นกองหน้าที่มีสามารถทำประตูได้ทั้งเท้าซ้าย เท้าขวา รวมทั้งลูกกลางอากาศก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เขามักจะอยู่ถูกที่ถูกทางอยู่เสมอ แต่ข้อเสียของฮุนเตลาร์ก็คือ เขาเป็นกองหน้าที่รอปิดบัญชีอยู่เพียงหน้าปากประตูคู่แข่งเท่านั้น ไม่สามารถที่จะพาบอล หรือสร้างสรรค์เกมด้วยตัวคนเดียวได้

คนที่ 7 : โรบิน ฟานเพอร์ซี่ย์



Robin van Persie
Date of Birth: Aug 6, 1983 (Age 29)
Place of Birth: Rotterdam
Nationality: Netherlands
Height: 183 cm.
Weight: 71 Kg.
Position: Striker

โรบิน ฟานเพอร์ซี่ย์ เป็นนักเตะของสโมสร เอ็กเซลซีออร์ ตั้งแต่วัยอนุบาล 5 ขวบเท่านั้น จากนั้นอายุ 15 ปี เขาได้ย้ายไปร่วมทัพเฟเยนูร์ด ซึ่งฟานเพอร์ซี่ย์ก็ทำผลงานได้น่าพอใจกับทีมเยาวชนของสโมสรเฟเยนูร์ด จนในที่สุดช่วงปลายฤดูกาล 2001-2002 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ฟานเพอร์ซี่ย์ได้ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของเฟเยนูรด์ได้สำเร็จ แต่ประตูแรกที่เขาทำได้ในทีมชุดใหญ่นั้นก็ต้องรอไปถึงฤดูกาล 2002-2003 ซึ่งเป็นปีที่เขาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับสโมสรแห่งนี้ ฟานเพอร์ซี่ย์ได้ลงสนามไปทั้งสิ้น 28 นัด ทำไปได้ 9 ประตู

    ฟานเพอร์ซี่ย์ ได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของเฟเยนูร์ดได้เพียงสองฤดูกาล ความสามารถของเขาก็ไปเข้าตาแมวมองของสโมสรอาร์เซน่อล อาร์แซน เวนเกอร์ คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในวัยเพียง 20 ปี ด้วยค่าตัว 2.75 ล้านยูโร โดยในช่วง 6 ปีแรกของเขากับอาร์เซน่อล เขารับบทเป็นกองหน้าตัวต่ำ ฟานเพอร์ซี่ย์ทำประตูในพรีเมียร์ลีกรวมทั้งหมด 48 ประตูเท่านั้น แต่ในช่วง 2 ฤดูกาลสุดท้ายของเขาอาร์เซน่อล เขาถูกจับมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และทำประตูในพรีเมียร์ลีกในสองฤดูกาลนี้ได้ถึง 48 ประตู ก่อนที่เขาจะได้ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ และก็ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    ในช่วงแรกเริ่มของ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ย์ เขารับบทเป็นกองหน้าตัวต่ำ จุดเด่นของเขาคือการสร้างสรรค์เกม และการทำประตูจากแถวสอง ฟานเพอร์ซี่ย์ถูกนำไปเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ในทีมชาติและยังเป็นรุ่นพี่ในสโมสรอาร์เซน่อลอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ จนกระทั่งในช่วงที่อาร์เซน่อลขาดแคลนกองหน้าตัวเป้า อาร์แซน เวนเกอร์ปรับระบบการเล่นจาก 4-4-2 มาเป็น 4-3-3 โดยให้ฟานเพอร์ซี่ย์รับบทเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งฟานเพอร์ซี่ย์เป็นกองหน้าที่สามารถจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจากเท้าซ้าย เท้าขวา ลูกกลางอากาศ ลูกยิงไกล หรือแม้แต่ใช้เทคนิคเลี้ยงหลบกองหลังไปทำประตูก็ทำได้ ด้วยความสามารถที่ครบเครื่องของเขา รางวัลดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกในสองฤดูกาลล่าสุด จึงไม่เป็นที่กังขาแต่อย่างใด



    ในฟุตบอลปี 2014 ที่กำลังจะถึงนี้ พวกเขาทั้งเจ็ดคน จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปี ซึ่งด้วยวัยเท่านี้ ฟุตบอลครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขาบางคน แน่นอนครับว่าถ้าหากฟุตบอลครั้งนี้ทีมชาติฮอลแลนด์ทำผลงานได้น่าผิดหวังเหมือนกับทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2012 ที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าทีมชาติฮอลแลนด์คงจะต้องรอความสำเร็จไปอีกหลายปี จนกว่าจะได้นักเตะ โกลด์ เจนเนอเรชั่น แบบนี้เกิดขึ้นมาอีกครั้งครับ







แหล่งอ้างอืง
http://en.wikipedia.org




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 9 กันยายน 2556 15:57:48 น.
Counter : 420 Pageviews.  

1983 & 1984 กำเนิดเจ็ดสุดยอดนักเตะทัพอัศวินสีส้ม

    ประเทศฮอลแลนด์ เป็นชาติที่มีนักฟุตบอลฝีเท้าระดับโลกอยู่มากมาย อดีตนักเตะที่มีชื่อเสียงระดับโลกของทีมชาติฮอลแลนด์ ยกตัวอย่างเช่น โยฮัน ครัฟท์ , รุด กุลลิท , มาร์โก ฟานบาสเท่น , แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด , เดนนิส เบิร์กแคมป์ เป็นต้น ผลงานในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆของทีมชาติฮอลแลนด์ที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย แชมป์ฟุตบอลยูโร 1 สมัยในปี 1988 , รองแชมป์ฟุตบอลโลก 3 สมัยในปี 1974 , 1978 และครั้งล่าสุดในปี 2010

ฮอลแลนด์ผลิดนักเตะระดับโลกออกมาอยู่อย่างสม่ำเสมอเกือบทุกปี ทีนี้เราจะมารู้จักนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์ที่เกิดในช่วงปี 1983-1984 ซึ่งนับว่าเป็นสองปีที่กำเนิดสุดยอดนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่หลายคน จะมีใครบ้าง ไปดูกันเลยครับ

คนที่ 1 : ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท



Rafael van der Vaart
Date of Birth: Feb 11, 1983 (Age 30)
Place of Birth: Heemskerk
Nationality: Netherlands
Height: 175 cm.
Weight: 75 Kg.
Position: Midfielder

    ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท เซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึกหัดของ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ ฉายแววเป็นยอดนักเตะตั้งแต่อายุยังน้อย และในที่สุดก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรอาแจ๊กซ์ด้วยวัยเพียง 17 ปี เกมแรกที่เขาประเดิมลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของอาแจ๊กซ์ ในการพบสโมสร เดน บอช ในวันที่ 19 เมษายน ปี 2000

    ต่อมาในฤดูกาล 2000-2001 ฟานเดอร์ฟาร์ทได้ขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของอาแจ๊กซ์อย่างเต็มตัว ภายใต้การคุมทีมของ โค อาเดรียนเซ่ และได้เป็นกำลังสำคัญของทีมในการคว้าแชมป์ลีกหลายสมัย จนในปี 2004-2005 ฟานเดอร์ฟาร์ทได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมของอาแจ๊กซ์อีกด้วย และนี่ก็เป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับอาแจ๊กซ์ ก่อนที่เขาจะย้ายไปรวมทีมต่างๆในยุโรป ได้แก่ ฮัมบูร์ก , รีล มาดริด , สเปอร์ส และกลับไปเล่นให้กับสโมสรฮัมบูร์กอีกครั้งในฤดูกาลที่่ผ่านมา

    ตำแหน่งที่ถนัดที่สุดของฟานเดอร์ฟาร์ทก็คือ กองกลางตัวรุก หรือที่เรียกกันว่า เพลย์เมกเกอร์ ตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์โดยทั่วไปนั้น จะมีความสามารถหลักก็คือ เลี้ยงบอลขั้นเทพ ความเร็วสูง แต่ฟานเดอร์ฟาร์ทแตกต่างจากนั้น จุดเด่นของเขาคือการทำประตูได้ดีไม่แพ้กองหน้า ไม่ว่าจะนอกกรอบหรือในกรอบเขตโทษ นอกจากนี้เขายังมีลูกจ่ายคิลเลอร์พาสให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

คนที่ 2 : จอห์น ไฮติงก้า



John Heitinga
Date of Birth: 15 Nov 1983 (Age 29)
Place of Birth: Alphen aan den Rijn
Nationality: Netherlands
Height: 180 cm.
Weight: 72 Kg.
Position: Defender

    จอห์น ไฮติงก้า เป็นเด็กในสังกัดของ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เกมแรกของไฮติงก้าในทีมอาแจ๊กซ์ชุดใหญ่คือ เกมที่พบกับทีมเฟเยนูร์ด ในวันที่ 26 สิงหาคม 2001 และตั้งแต่ฤดูกาล 2003-2004 เป็นต้นมา เขาก็ได้รับความไว้วางใจจาก โค อาเดรียนเซ่ จนไปถึงยุคสมัยของ โรนัลด์ คูมัน ให้เป็นกองหลังตัวหลักของทีมตลอดมา

    ไฮติงก้าเคยได้รับเลือกเป็นนักแสดงสมทบของภาพยนตร์สารคดีของสโมสรอาแจ๊กซ์ที่ชื่อว่า "documentary entitled" ร่วมกับนักฟุตบอลลูกหม้อของทีมหลายคน อาทิเช่น เกรกอรี่ ฟานเดอร์วีล , มิตเชลล์ โดนัลด์ , นอร์ดิน อัมราบัท ในปี 2000 อีกด้วย ชีวิตการค้าแข่งของอาแจ๊กซ์ของไฮติงก้ากับอาแจ๊กซ์ต้องจบลงในฤดูกาล 2008-2009 เมื่อเขาย้ายไปร่วมทีม แอตเลติโก มาดริด ในสเปน ตามด้วยสโมสรเอฟเวอร์ตัน ในอังกฤษ จนถึงปัจจุบัน

    ตำแหน่งการเล่นที่ถนัดที่สุดของไฮติงก้า คือตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ แต่เนื่องจากเขาเป็นเด็กที่เติบโตมาจากสโมสรอาแจ๊กซ์ สโมสรที่มีโททั่ลฟุตบอลเป็นปรัชญาในการทำทีมอยู่แล้ว ไฮติงก้าจึงเป็นกองหลังที่ถนัดในการเล่นเกมรุก ซึ่งแตกต่างไปจากกองหลังในยุโรปทั่วไป เขาสามารถลงเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ฟูลแบ็ค รวมไปถึงกองกลางตัวรับ 

คนที่ 3 : เวสลี่ย์ สไนเดอร์



Wesley Sneijder
Date of Birth: Jun 9, 1984 (Age 29)
Place of Birth: Utrecht
Nationality: Netherlands
Height: 170 cm.
Weight: 64 Kg.
Position: Midfielder

    เวสลี่ย์ สไนเดอร์ เป็นเด็กในอเคเดมี่ส์ของ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตามรอยพี่ชายของเขา เจฟฟรี่ สไนเดอร์ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แต่ว่าพรสวรรค์ในตัวเขามีมากกว่าพี่ชายของเขา สไนเดอร์ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของอาแจ็กซ์ด้วยวัยเพียง 18 ปั เกมแรกของเขาก็คือ การพบกับทีม วิลเล่ม ทเว ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2002 ซึ่งหลังจากการได้ประเดิมสนามนัดแรกไปแล้ว เขาก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ในทันที

    สไนเดอร์อยู่กับทีมเป็นเวลา 5 ฤดูกาลเต็ม จนในฤดูกาล 2007-2008 สโมสร รีล มาดริด ทุ่มซื้อตัวสไนเดอร์ในราคา 27 ล้านยูโรไปร่วมทีม ค่าตัวเขาทำสถิติเป็นอันดับสองของนักเตะชาวดัตช์รองจาก รุก ฟานนิสเตลรอย ชีวิตของเขาในถิ่นเบอร์นาบิวไปได้ไม่สวยนัก สถานีต่อไปของสไนเดอร์ก็คือ อินเตอร์ มิลาน และในปี 2010 เป็นปีที่เรียกได้ว่าเป็นปีที่พีคที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของสไนเดอร์ เมื่อเขาคว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับต้นสังกัด รวมทั้งตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2010 อีกด้วย และในฤดูกาลล่าสุด เขาแยกทางกับ อินเตอร์ มิลาน ไปร่วมทีม กาลาตาซาย จนถึงปัจจุบัน

    ในช่วงแรกในการค้าแข้งของสไนเดอร์ ตำแหน่งการเล่นของเขาไม่ตายตัว สไนเดอร์สามารถเล่นได้ทั้ง กองกลางริมเส้นฝั่งซ้าย กองกลางตัวทำเกมในแดนกลาง และกองกลางตัวรุก สลับตำแหน่งการเล่นกับรุ่นพี่ที่เล่นตำแหน่งใกล้เคียงกัน ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท แต่ว่าตำแหน่งที่เรียกได้ว่าสร้างชื่อเสียงให้กับสไนเดอร์มากที่สุด ก็คือ เพลย์เมกเกอร์ สไนเดอร์เป็นเพลย์เมกเกอร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งในโลก เขามีลูกจ่ายที่เหนือชั้น ครองบอลได้ดี มีลูกเซตพีชต่างๆที่หวังผลได้ ว่ากันว่าในปี 2010 ถ้าหากรางวัลฟีฟ่าบัลลงดอร์ ไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบการลงคะแนนโหวต เขาน่าจะได้ตำแหน่งนักฟุตบอลยอดเยี่ยมในปีนั้น

คนที่ 4 : ไนเจล เดอ ยอง



Nigel De Jong
Date of Birth: Nov 30, 1984 (Age 28)
Place of Birth: Amsterdam
Nationality: Netherlands
Height: 174 cm.
Weight: 72 Kg.
Position: Midfielder

    ไนเจล เดอยอง เป็นเด็กในอเคเดมี่ส์ของ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนกระทั้งเขามีโอกาสได้ประเดิมสนามในเกมแรกของเขากับทีมชุดใหญ่ของอาแจ๊กซ์ ในปีวันที่ 19 ตุลาคม 2002 ประตูแรกที่เขาทำได้ให้กับทีม คือเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มรอบที่สองในฤดูกาล 2002-2003 เหยื่อของเขาก็คือทีม อาร์เซน่อล 

    เดอยองได้อยู่เป็นแกนหลักของสโมสรอาแจ๊กซ์อยู่ 4 ฤดูกาล เขาก็ได้ย้ายไปค้าแข้งที่สโมสรฮัมบูร์ก โดยย้ายไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมก็คือ ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท และ คาลิด บูลารูซ์ อาการบาดเจ็บที่เข่าของเขา ทำให้ในปี 2006 เดอยองพลาดการลงสนามไป จนกลางฤดูกาล 2008-2009 เดอยองย้ายไปร่วมทีม แมนซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับทีมในฤดูกาล 2011-2012 และในฤดูกาลล่าสุด เขาได้ย้ายไปร่วมทีม เอซี มิลาน จนถึงปัจจุบัน

    ก่อนที่จะมาเป็นฮาร์ดแมนเต็มตัวแบบปัจจุบัน ไนเจล เดอยอง เคยเล่นตำแหน่งกองกลางตัวเชื่อมเกม กับปีกขวามาก่อน เดอยองเป็นนักฟุตบอลที่มีความสามารถครบเครื่องคนหนึ่ง สภาพร่างกายของเขาแข็งแกร่ง มีความเร็ว และมีเทคนิคที่ไม่แพ้นักเตะแนวรุกคนอื่นๆ ด้วยความที่มีความสามารถหลากหลาย เขาจึงถูกจับไปเล่นทั้ง กองกลางตัวทำเกม ปีกขวา แบ็คขวา แบ็คซ้าย และมาแจ้งเกิดได้เต็มตัวกับตำแหน่งกองกลางตัวรับขาโหดแบบในปัจจุบัน

แหล่งอ้างอืง
http://en.wikipedia.org




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 9 กันยายน 2556 15:33:04 น.
Counter : 666 Pageviews.  

วิเคราะห์ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า

สำหรับผมการที่ผู้จัดการทีมคนหนึ่ง ที่คุมทีมมายาวนาน แต่ต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงานแห่งใหม่ ระบบการเล่นน่าจะยังคงเดิมอยู่ รวมทั้งนักเตะที่เป็นลูกน้องเก่าก็น่าจะติดตามมาด้วยอย่างน้อย 1-2 คน ฉะนั้นรูปแบบการเล่นของแมนยูเวอร์ชั่น เดวิด มอยส์ น่าจะเป็นตามนี้ครับ


เอฟเวอร์ตันในช่วง 6-7 ปีหลังสุด มาในรูปแบบ 4-4-1-1


เริ่มจากผู้รักษาประตู : ทิม ฮาเวิร์ด >> ?

ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม ในฤดูกาลหน้า เด เกอา น่าจะได้รับความไว้วางใจจาก เดวิด มอยส์ ให้ทำหน้าที่เป็นปราการหลังด่านสุดท้ายของแมนยูต่อไป


แผงแบ็คโฟร์ : ฮิบเบิร์ต(เนวิลล์)  ติสแต็ง ไฮติงก้า(จากีลกา) เบนส์ >> ?

แผงหลังของทีมเอฟเวอร์ตัน เริ่มจากคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ เนื่องจากเป็นทีมที่เน้นเกมรับเป็นหลัก ฉะนั้นกองหลังมันจะเป็นสไตล์ตัวชน มากกว่าจะเป็นกองหลังชั้นเชิงสูงเน้นเทคนิค วิดิชน่าจะยังคงเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้ ส่วนคู่พาร์ทเนอร์น่าจะเป็น จอนนี่ อีแวนส์ ที่เล่นเข้าขากับวิดิชมากที่สุด


ส่วนตำแหน่งฟูลแบ็คทั้งสองข้าง จุดเด่นคือต้องเล่นเกมรับได้ดีเป็นเรื่องหลัก ส่วนเกมรุกเป็นเรื่องรอง ฉะนั้นฟูลแบ็คที่เกมรับเป็นจุดอ่อนทั้ง เอฟร่า และราฟาเอล น่าจะต้องถอยลงไปนั่งมานั่งสำรองไปก่อน ซึ่งผมว่า ฟิล โจนส์ มีสไตล์การเล่นและบุคลิกคล้ายกับ ฟิล เนวิลล์ น่าจะได้ลงประจำการตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ระหว่างกองกลางตัวรับกับแบ็คขวา ส่วนตำแหน่งแบ็คซ้าย เบนส์น่าจะเป็นนักเตะคนแรกที่มอยส์ซื้อตัวมาร่วมทีม


แผงกองกลาง : ออสแมน อาร์เตต้า เนวิลล์(เฟลไลนี่) พีนาร์ >> ?

ปีกขวา เน้นนักเตะที่มีวินัยในการเล่น มากกว่านักเตะที่มีเทคนิคชั้นเชิงสูง อันโตนิโอ วาเลนเซีย น่าจะยังคงอยู่ในแผนการเล่นของมอยส์ต่อไป ปีกซ้าย เป็นตัวฟรีเล่นตามแทคติกได้ดี แอชลี่ย์ ยัง น่าจะเหมาะสมที่สุด ถัดมาเป็นกองกลางสไตล์ Deep-lying Playmaker ตัวแทนของ มิเกล อาร์เตต้า ก็แน่นอนจะเป็นใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ปลัดคาร์ริค และอีกตำแหน่งก็คือกองกลางตัวรับสไตล์บู๊ล้างผลาญ ตำแหน่งนี้อาจจะใช้ แอนเดอร์สัน หรือทอม เคลฟเวอร์รี่ แก้ขัดกันไปก่อน หรือไม่ก็อาจจะซื้อตัวเพิ่ม ผมว่า เควิน สตรูทมัน น่าจะเป็นเป้าหมายที่ใกล้เคียงที่สุด


กองกลางตัวรุก : เคฮิลล์(เฟลไลนี่) >> ?

ขอตัด เวย์น รูนี่ย์ ออกไปก่อน เพราะดูแล้วยังไงก็น่าจะย้ายทีมแน่ๆ ตอนนี้ก็จะเหลือ ชินจิ คากาวะ แต่ที่น่าสนใจคือ ตำแหน่งนี้มอยส์มักจะใช้ผู้เล่นที่มีความสามารถเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ซึ่งคากาวะไม่ใช่ตัวเลือกแรกแน่นอน ทำให้ผมคิดว่า อาจจะมีการซื้อตัวเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง แต่จะเป็นใครอันนี้ตอบไม่ได้เหมือนกันครับ อาจจะเป็นเจ้าหัวฟูเฟลไลนี่ก็ได้ครับ


กองหน้าตัวเป้า : ยาคูบู(เยลาวิช) >> ?

ต้องเป็นกองหน้าทีมีความครบเครื่องพอสมควร เล่นลูกกลางอากาศได้ดี แต่ก็มีความเร็วในระดับหนึ่ง จบสกอร์คมใช้ได้ ซึ่งทั้ง ฟานเพอร์ซี่ย์ และเว็ลเบ็ค ตอบโจทย์ตรงนี้ได้พอสมควร ฉะนั้นตำแหน่งนี้ไม่น่าจะมีการซื้อขายเพิ่มอีกครับ (เลวานดอฟสกี ผมว่าดอร์ทมุนด์ไม่น่าจะปล่อยในซัมเมอร์นี้นะ เพราะว่าเพิ่งเสียตัวหลักในแนวรุกอย่าง มาริโอ เกิธเซ่ ออกไป ไม่อย่างนั้นทีมจะเสียศูนย์ไปเลย)


นักเตะที่อาจจะถูกขายออก
- บุตต์เนอร์ส ถ้าหากเบนส์ย้ายเข้ามา คนนี้น่าจะต้องย้ายทีมไปเป็นคนแรกสุด แต่น่าจะไปในฐานะยืมตัวมากกว่า

- นานี่ เป็นปีกสไตล์อินดี้ ไม่น่าจะอยู่ในแผนการทำทีมของ เดวิด มอยส์ อาจจะโดนขายทิ้งได้เช่นกัน

- รูนี่ย์ จากข่าวแล้ว โอกาสย้ายทีมสูงครับ





 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2556 17:47:58 น.
Counter : 677 Pageviews.  

จากการจัดตัวสองนัดล่าสุดของหงส์แดง ก็พอจะเห็นรูปร่างของทีมในฤดูกาลนี้แล้วครับ

ในนัดแรกเจอกับโกเมล ร็อดเจอร์สจัดทีมในระบบ 4-3-3



                    บอรินี่
         ซัวเรส               ดาวนิ่ง

             เชลวี่ย์    เจอร์ราร์ด
                     ลูคัส 

เอ็นริเก้  แอกเกอร์ สเคอร์เทล จอห์นสัน

                     เรน่า

ถ้าแทนที่ของ จอนโจ้ เชลวี่ย์ ด้วย โจ อัลเลน ก็น่าจะเป็นสิบเอ็ดตัวจริงของฤดูกาลนี้

ส่วนเกมที่เจอกับเลเวอร์คูเซ่น เมื่อดูจากการเปลี่ยนตัวในครึ่งหลังแล้ว จะได้เป็นทีมนี้

                  คาร์โรลล์
       สเตอริ่ง                เชลวี่ย์

              อดัม     เฮนเดอร์สัน           
                   สเปียริ่ง

โรบิินสัน  โคอาเตส   คาร์ราเกอร์   เคลลี่     

                     เรน่า

ถ้าแทนที่ของ โฆเซ่ เรน่า ด้วย แบร็ด โจนส์ ทีมนี้จะเป็นคนละทีมกับทีมข้างบนโดยสิ้นเชิง นั่นอาจจะหมายถึงทีมนี้คือทีมชุดบีของหงส์แดงก็เป็นได้

ฉะนั้นทำให้ผมคิดว่าคนที่จะถูกตัดออกจากทีมเป็นคนต่อไป นั่นคือ โจ โคล ซึ่งอาจจะถูกปล่อยยืมตัวไปอีกหนึ่งฤดูกาล รวมทั้ง วิลสัน ฟลานาเกน ซูโซ่ มอร์แกน ปาเชโก้ ก็อาจจะต้องรอกับทีมชุดใหญ่กันต่อไป

มาดูกันที่ตำแหน่งตัวสำรองของเจอร์ราร์ดกันบ้าง เชลวี่ย์ ยังไม่ดีพอจะเป็นตัวสำรองของเจอร์ราร์ด อดัมก็หาตำแหน่งไม่ดี เล่นไม่เข้ากับระบบมากๆ คาดว่าน่าจะมีอย่างน้อย 1 คนที่จะต้องถูกปล่อยออกจากทีมไป หรือว่าอาจจะไปแบบแพ็คคู่เลยก็ได้ ซึ่งตำแหน่งนี้อาจจะเป็นอีกตำแหน่งที่หงส์ซื้อตัวมาเพิ่ม อาจจะเป็น นูรี่ ซาฮิน

ส่วนในตำแหน่งตัวสำรองของดาวนิ่ง มีเป็นข่าวกับหลายๆคนครับ เช่น วัลค็อตต์ เตโญ่ เดมพ์ซี่ย์ ซึ่งโอกาสที่จะได้ตัวคนหลังสุดมีค่ิอนข้างสูงเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากสุดท้ายแล้วยังซื้อใครไม่ได้ หวยก็คงจะออกไปที่ปาเชโก้มากกว่า โจ โคล ครับ

สรุปแล้ว ก่อนปิดตลาดการซื้อขายฤดูกาลใหม่ หงส์แดงน่าจะได้ตัวเพิ่มอีก 1-2 คน ซึ่งก็ต้องภาวนาให้กองกลางของทีมอย่าง เจอร์ราร์ด อัลเลน ลูคัส ลงสนามครบพร้อมกันทั้งสามคนไปตลอดฤดูกาล เพราะไม่อย่างนั้น ก็คงจะเห็นภาพหลอนจากฤดูกาลที่แล้วกลับมาอีกครั้งหนึ่ง





 

Create Date : 14 สิงหาคม 2555    
Last Update : 14 สิงหาคม 2555 17:08:22 น.
Counter : 866 Pageviews.  

1  2  3  

Box to box
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Share
ค้นหาเพลง
Friends' blogs
[Add Box to box's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.