Group Blog
 
All blogs
 

No Bake Cheese Cake

สวัสดีค่ามิตรรักแฟนขนมทุกท่าน tiara กลับมาแล้ววววว กลับมาด้วยความซ้ำใจแต่ยังรักการทำขนมเหมือนเดิม

หลังจากเมื่อสามปีก่อนได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่าเราหลบไปเปิดคาเฟ่และโฮสเทลที่ภูเก็ตใช่ไหมคะ เรื่องก็เป็นไปตามที่แจ้งค่ะ กำลังสนุกสนานอยู่แท้ๆ ปรากฏว่าโควิด-19 มาเยือนจนทำให้ต้องปิดกิจการลงเป็นการถาวรแล้วค่ะ หลังจากยึกยักๆ มาได้ช่วงหนึ่ง ตอนนี้ก็จำเป็นต้องปิดทั้งร้านเบเกอรี่และโฮสเทลเป็นการถาวร เสียดายมากๆ ยังคิดถึงการทำขนมทุกวันอยู่เลย

แล้วในขณะที่เปิดร้านนั้นตัวเองก็ได้ค้นพบสูตรขนมใหม่ๆ ที่สามารถทำขายได้จริงอีกด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะเก็บสูตรพวกนั้นไว้ แหม่มก็เลยตัดสินใจเขียน blog ขนมอีกครั้งค่ะ ใครสนใจลองทำดูก็เชิญนะคะ รับประกันความอร่อยโดย tiara ที่ทำขายจริงมาแล้วค่ะ


สูตรนี้เป็นของญี่ปุ่นค่ะ จำได้ว่าดูจากใน youtube แต่ทำ link หายไปแล้วเหลือแต่เศษกระดาษเน่าๆ ที่ตัวเองจดไว้ด้วยมือ สูตรนี้เป็นสูตรพื้นฐานชีสเค้กที่สามารถปรับเข้ากับผลไม้สดและผลไม้กระป๋องได้หลายชนิดค่ะ แหม่มเคยทำขายมาแล้วทั้งเชอรี่ บลูเบอร์รี่กระป๋อง สตรอเบอรี่สด มะม่วงน้ำดอกไม้ และเมล่อนญี่ปุ่นค่ะ




แหม่มจะไม่มีขั้นตอนการทำให้ดูนะคะ อย่างที่แจ้งว่า up blog เพื่อจะเก็บสูตรและไม่หวงสำหรับทุกคนด้วยค่ะ เริ่มจากส่วนผสมก่อนนะ :-

1. บิสกิตยี่ห้อ Rich Tea ขนาด 200 กรัม 1 แถว หาซื้อได้ที่ท็อปส์ค่ะ

2. เนยสดละลายรสจืด ยี่ห้ออลาวรี่ 100 กรัม
อันนี้ทุกคนหาได้ในซูปเปอร์ทั่วไปค่ะ

3. เจลาตินผง 8 กรัม
4. น้ำร้อน 25 มิลลิลิตร (ใช้ถ้วยตวงค่ะ)

5. ครีมชีส ยี่ห้อฟิลาเดลเฟีย 400 กรัม
6. ไอซิ่ง 100 กรัม
7. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

8. วิปปิ้งครีม ยี่ห้อแมคโนเลีย 200 กรัม
9. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

10. นมสดรสจืด ยี่ห้อเมจิ 75 มิลลิลิตร (ใช้ถ้วยตวงนะคะ)

Cr.รูปส่วนผสมนำมาจากอินเตอร์เน็ตนะคะ

 
เอาล่ะค่ะทีนี้มาถึงวิธีทำ เนื่องจากเป็นขนมที่ไม่ผ่านความร้อน เพราะฉะนั้นการทำให้ส่วนผลมที่เป็นของแข็งละลายหมด และไขมันไม่แตกตัวเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ ดังนั้นเราจะแบ่งส่วนออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้นะคะ

กลุ่มที่ 1 ได้แก่ ส่วนผสมข้อที่ 1+2
กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ส่วนผสมข้อที่ 3+4
กลุ่มที่ 3 ได้แก่ ส่วนผสมข้อที่ 5+6
กลุ่มที่ 4 ได้แก่ ส่วนผสมข้อที่ 8+9
กลุ่มที่ 5 ได้แก่ ส่วนผสมข้อที่ 7+10 ค่ะ

ที่ให้แบ่งไว้เพื่อง่ายต่อการเรียงลำดับการทำนะคะ มาลงรายละเอียดกันเลย...

1. บดบิสกิตให้ละเอียด ผสมกับเนยที่ละลายไว้แล้ว จากนั้นกรุใส่พิมพ์พายที่สามารถถอดก้นได้ อัดให้แน่นแล้วแช่เย็นไว้ประมาณ 30 นาที
2. ระหว่างที่รอให้ฐานเค้กเซ็ตตัว เราอาจเตรียมผลไม้สดเพื่อใส่ไว้ในเนื้อเค้ก เช่น สตรอเบอรี่หรือมะม่วง ให้ล้างทำความสะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ไว้ค่ะ
3. ละลายเจลาตินกับน้ำร้อน
4. ใช้เครื่องผสมอาหารตีครีมชีสให้กระจายตัวแล้วจึงใส่ไอซิ่งลงไป ตีให้พอขึ้นฟู อย่าตีนานเกินไปจนเหลว จากนั้นค่อยๆ เทเจลาตินในน้ำร้อนลงไปค่ะ ตีต่อเล็กน้อยให้ทั่วแล้วพักไว้
5. ในอ่างผสมอีกอ่างให้ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลทรายด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟู อย่าตีนานจนไขมันแตกตัว ให้ตีพอครีมทรงตัวติดปลายตะกร้อแล้วหยุด
6. นำส่วนผสมที่ได้ในข้อ 5 ไปใส่รวมในอ่างผสมที่ 4 แล้วตีให้เข้ากัน ไม่จำเป็นต้องปาดอ่างบ่อย
7. ใส่นมสดกับกลิ่นวานิลลาลงไปในขั้นตอนสุดท้าย ตีให้พอเข้ากันแล้วปิดเครื่อง ส่วนผสมที่ได้จะเหลวเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจ
8. เทส่วนผสม 7 ลงในพิมพ์ที่แช่ไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วใส่ผลไม้สดไปตรงกลาง จากนั้นค่อยเทส่วนผสมที่เหลือจนหมด กระแทกพิมพ์กับโต๊ะ เพื่อไล่ฟองอากาศในเนื้อเค้ก ถ้าหน้าเค้กไม่เนียนให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มไล่ฟองอากาศ
9. นำส่วนผสมที่ได้ไปแช่เย็นไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมงตามสูตรของญ๊่ปุ่นนะคะ แต่แหม่มจะทำตอนเย็นแล้วแช่ข้ามคืนไปเลย พรุ่งนี้เช้าตัดจะสวยมาก












ลองทำดูนะคะ ^^




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2564    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2564 20:51:27 น.
Counter : 1254 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

H2B Hostel and tiara cafe' ธุรกิจใหม่ของ tiara ค่ะ



สวัสดีค่ะทุกคน...

ห่างหายกันไปเป็นปีด้วยภารกิจเขียนหนังสือและดูแลลูกชายที่กำลังจะสอบเข้ามัธยมจนไม่ได้ลองทำขนมสูตรใหม่ๆ เลย blog ขนมนมเนยของเราก็เลยร้างไปนาน แต่วันนี้มีข่าวใหม่มาบอกค่ะ อิอิ เอาขนมมาล่อหลอกให้อ่านต่อก่อน




เนื่องจากเห็นว่าลูกชายโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว กำลังจะเข้าเรียนมัธยมแล้วล่ะค่ะ ประกอบกับธุรกิจหนังสือก็ซบเซาทำให้ตัวเองต้องขยับขยายไปทำอย่างอื่นบ้าง ปรึกษากับสามีจนได้ไอเดียใหม่ๆ ว่าเราน่าจะลองทำธุรกิจโฮสเทลในภูเก็ตดู เพราะตอนนี้ตลาดที่พักขนาดเล็กกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

ตอนแรก tiara ก็กลัวนิดหน่อย เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ทางด้านโรงแรมมาก่อน อีกอย่างคือคิดเสมอว่าถ้าเปิดร้านกาแฟเราน่าจะทำได้ดีกว่า ไม่คิดว่าสามีจะคิดการใหญ่ขนาดนี้ ฮา... แต่เมื่อนั่งคุยกันจริงจังก็เริ่มเห็นด้วยกับเขาว่าถ้าเปิดแค่ธุรกิจร้านกาแฟก็เกรงว่าจะต้องสู้กับคู่แข่งในตลาดที่มีกันอยู่เยอะมาก ประกอบกับทำเลที่เราได้มามันไม่มีที่จอดรถส่วนตัวเป็นสัดส่วนค่ะ อาคารอยู่ติดกับถนนก็จริง แต่ต้องใช้ที่จอดสาธารณะร่วมกับธุรกิจร้านค้าอื่นๆ เพราะฉะนั้นถ้าต้องนั่งรอให้คนหาที่จอดรถเพื่อมากินกาแฟของเรามันก็ค่อนข้างเสี่ยง ความคิดจึงมาจบตรงที่ทำโฮสเทลพร้อมๆ กับร้านกาแฟเลยก็แล้วกัน แถมยังสามารถนำภาพวาดของเกาทัณฑ์แสดงโชว์ไว้ในนั้นได้ด้วย

โฮสเทลของเราชื่อ "H2B Hostel" ค่ะ อยู่บนชั้นสองของร้านกาแฟ "tiara Cafe & Bakery" เป็นอาคารหนึ่งห้อง โดยที่พักจะเป็นแบบ Dorm ไม่มีห้องเดี่ยว เตียงนอนคล้ายแคปซูล มีเตียงให้เลือกสองขนาด คือ 3.5 ฟุต กับ 5 ฟุตค่ะ ตอนนี้เรากำลังตกแต่งภายในกันอยู่ คาดว่าจะให้บริการได้ในวันที่ 1 เมษายน 2561 ค่ะ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่นี่เลย

https://www.facebook.com/H2Bandtiara

เนื่องจากเป็น blog ของขนม งั้นเรามาพูดถึงร้านกาแฟกันดีกว่า เมื่อเริ่มบอกพี่น้อง คนใกล้ตัว ลูกศิษย์ที่เอาสูตรขนมของเราไปทำ หรือคนอ่านนิยาย ต่างก็บอกกันว่าพี่แหม่มทำไมเพิ่งเปิด จนลูกศิษย์เขารวยกันไปหมดแล้ว หรือ เฮ้อ...ในที่สุดก็ยอมเปิดซักที 555

แม้จะเป็นเรื่องการทำขนมที่ตัวเองมีประสบการณ์มาบ้าง ได้ลงเรียนคอร์สขนมอบมาบ้าง แต่เอาเข้าจริงก็ยังตื่นเต้นอยู่ โดยเฉพาะการคิดต้นทุน ฮา จากคนที่ทำขนมทานเองและชอบทำแจกทำให้เราเป็นคนที่ไม่เคยคำนวณเงินที่ใช้ไปในการทำขนมแต่ละชนิดเลย ทีนี้พอจะขายมันต้องคิดหมด คำนวณหมด ปรากฏว่าตกใจ!!! คือต้นทุนของขนมเราแต่ละอย่างสูงมาก ทำให้ต้องมานั่งทบทวนกันว่าเราจะลดต้นทุนโดยหาวัตถุดิบที่ถูกลงไหม แต่ในที่สุดก็สรุปว่าถ้าคิดจะทำอะไรภายใต้ชื่อ 'tiara' เราก็ไม่ควรทำให้ชื่อนี้มันเสียมนต์ขลังไป

ส่วนเรื่องการเตรียมตัว นอกจากเรื่องขนมก็ต้องเพิ่มการชงกาแฟเข้าไปด้วยค่ะ ร้านของเราจะเสิร์ฟกาแฟเอสเปรซโซ่และใช้เครื่องชงจากประเทศอิตาลี นี่ต้องเม้าท์ เพราะสามีเป็นพวกบ้าคลั่งเครื่องชงมาก จะสั่งมาเข้าร้านก็ขอสีแดง พนักงานขายบอกต้องรอสามเดือนค่ะ นี่วางเงินประกันไว้ตั้งแต่ต้นปี เครื่องจะมาอีกทีต้นเดือนเมษาเลยค่ะ ตอนนี้คงประกอบอยู่ เครื่องชงสีแดง เครื่องบดเมล็ดกาแฟก็สีแดงด้วย เพื่อความรื่นรมย์ในการดื่มกาแฟเนอะ

ในระหว่างที่รอเครื่อง รอร้านกาแฟเปิด เราก็ไปเรียนชงกาแฟกันไปก่อน ออกมาหน้าตาดีพอมีอนาคตอยู่นะ





ส่วนเรื่องขนมก็ยังทดลองสูตร ทดลองทำอยู่ตลอดค่ะ เอาเข้าจริงๆ ด้วยความที่เราเป็นคนชอบทำขนมนะ เรามีความสุขตอนทำโดยที่ไม่มานั่งกังวลเรื่องต้นทุนเลยจริงๆ เราควรโยนเรื่องความกังวลให้สามีแล้วมีความสุขกับการทำต่อไป 555






เราไม่ควรอดทนกับความอร่อยนะ


ช่วงสงกรานต์ใครมีโปรแกรมท่องเที่ยวในภูเก็ตก็แวะมาหาเราได้นะคะ ไปกด like ใน FB รอได้เลย หรือ search 'H2Bandtiara' ก็ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ ร้านกาแฟเปิดวันที่ 20 มีนาคม ส่วนโฮสเทลเปิด 1 เมษายนนี้ค่ะ





 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2561 13:33:49 น.
Counter : 9760 Pageviews.  

Toffee Cake

เก็บสูตรค่า เนื่องจากได้ลองทำมาสองรอบแล้ว สูตรของคุณตรี Triny อร่อยจริงๆ ขออนุญาตเก็บสูตรไว้ใน blog ของตัวเองด้วยนะคะ


ส่วนผสมตัวเค้ก

1. แป้งเค้ก 125 กรัม
2. ผงกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะ
3. ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 200 กรัม
5. ผงฟู 2 ช้อนชา
6. เนยจืดละลาย 150 กรัม
7. ไข่ไก่ 4 ฟอง
8. เกลือ 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ

1. วอร์มเตา เราต้องการความร้อน 180 องศาเซลเซียสนะคะ
2. ร่อนแป้ง ผงฟู ผงโกโก้ และผงกาแฟ 3 รอบ พักไว้
3. ละลายเนยสดพักไว้
4. ตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงสุด พอไข่ขึ้นฟูให้ใส่เกลือและค่อยๆ ใส่น้ำตาลลงไปจนหมด (แหม่มใช้เครื่องตีไข่แบบมือถือค่ะ)
5. ตีไข่จนฟูข้นเป็นฟองละเอียด ไม่ได้จับเวลานะคะ ใช้ความรู้สึกล้วนๆ เลย ถ้ามีประสบการณ์การตีเค้กไข่มาจะรู้ว่าประมาณไหนถึงจะหยุดค่ะ
6. นำส่วนผสมแป้งที่ร่อนแล้วใส่ลงไปในไข่ (ใส่คราวเดียว) แล้วตะล่อมด้วยพายยางให้เข้ากัน
7. นำเนยที่ละลายไว้ค่อยๆ ใส่ลงไปเป็นสาย คนไปด้วยระหว่างผสม (เนยควรอุ่นค่ะ)
8. เทใส่พิมพ์ที่รองด้วยกระดาษไข ใช้ไม้จิ้มฟันลากไล่อากาศ อย่ากระแทกพิมพ์เพราะไข่จะยุบ
9. เข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศา ประมาณ 30 นาที หรือจนกระทั่งสุก
10. ตั้งส่วนผสมให้เย็นในถาด เพื่อรอราดหน้าท็อฟฟี่



หน้าท็อฟฟี่

1. เนยจืด 150 กรัม
2. นมข้นจืด 60 กรัม
3. น้ำตาลทราย 140 กรัม
4. เกลือ 1/4 ช้อนชา
5. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบหรือแอลมอนด์อบ 170 กรัม
6. ผงกาแฟ 1 ช้อนชา
7. แป้งเค้ก 3+1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำเนยสด น้ำตาลทราย เกลือ และนมข้นจืดผสมรวมกัน แล้วตั้งไฟอ่อนๆ กวนจนผสมเข้ากันด้วยตะกร้อมือ
2. ใส่ผงกาแฟและแป้งกวนให้เข้ากันอีก กวนจนส่วนผสมข้น
3. ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ รอจนส่วนผสมอุ่นแล้วจึงนำไปราดลงบนตัวเค้ก
4. อบถาดเค้กเข้าอบ เปิดเฉพาะไฟบนที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-12 นาที จนหน้าแห้งเป็นสีน้ำตาลสวย
5. นำออกจากเตาอบ ทิ้งให้เย็นแล้วใช้ตะแกรงพลิกตัวเค้กให้คว่ำหน้ากับกระดาษไข ควรติดแบ่งชิ้นจากก้นเค้กค่ะ


แหม่มลองทำสองครั้ง ครั้งแรกรู้สึกว่าเนื้อเค้กไม่ค่อยฟูเท่าไร แล้วอบหน้านานไปจนค่อนข้างแห้ง เวลาตัดจึงลำบากมาก แล้วเมื่อทิ้งให้เย็นหน้าจะเหนียวเคี้ยวยาก บางชิ้นหน้าหลุดออกจากตัวเค้กค่ะ นี่เป็นผลจากการอบประมาณ 15 นาที




พอทำครั้งที่สองเริ่มมีการเรียนรู้และพัฒนา หรือมีความกลัวว่าจะเหมือนเดิมด้วยก็ไม่รู้ ก็เลยลดเวลาอบหน้าลงเหลือแค่ 8 นาที ตอนเอาออกมาจากเตาแรกๆ ก็สวยดีค่ะ ไม่แห้งกรอบแล้ว แต่เมื่อตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นวัน ปรากฏว่าหน้ามันแฉะขึ้นซะงั้น แหม่มเลยคิดว่าครั้งต่อไปจะเพิ่มเป็น 10 นาทีน่าจะพอดีกว่านี้ แต่ถ้าเอาจัดใส่ตู้เย็นซะก็ไม่มีปัญหานะคะ หนึบๆ ดีค่ะ

อันนี้พัฒนาแล้วววว เนื้อเค้กฟูมากขึ้นด้วย ไม่แห้งแล้วค่ะ




ขอบคุณคุณตรี Triny สำหรับสูตรด้วยนะคะ




 

Create Date : 17 มีนาคม 2559    
Last Update : 17 มีนาคม 2559 10:44:41 น.
Counter : 17918 Pageviews.  

Double Chocolate Almond Cookies

ทำตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมแต่ยังไม่มีเวลา up blog เลย ขอเก็บสูตรไว้ทำอีกรอบนะคะ


ไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนการทำไว้นะคะ เพราะคุกกี้ง่ายอยู่แล้ว ทุกคนทำเป็นหมดแล้วเนอะ เอาส่วนผสมไปก่อน

1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 140 กรัม
2. ผงโกโก้ 5 ช้อนโต๊ะ
3. เนยสดรสเค็ม 100 กรัม
4. เกลือ 1/4 ช้อนชา
5. น้ำตาลทรายขาว 6 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทรายแดง 6 ช้อนโต๊ะ
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
9. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
10. Semi Sweet ช็อกโกแลตชิป 1/2 ถ้วย
11. อัลมอนด์บดหยาบ 50 กรัม

วิธีทำ
1. วอร์มเตา เราต้องการอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสค่ะ
2. ผสมของแห้งเข้าด้วยกันด้วยตะกร้อมือ เริ่มจากแป้ง+ผงโกโก้+เบคกิ้งโซดา พักไว้
3. หันมาตีส่วนของเปียกที่เครื่องตี ใช้หัวตีรูปใบไม้ในการผสมนะคะ เริ่มจากตีเนยให้อ่อนตัว ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทั้งสองชนิดลงไป ตามด้วยเกลือ จากนั้นจึงใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาลงไป พยายามใช้พายยางช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันไม่ติดก้นภาชนะ
4. เมื่อส่วนผสมของเปียกเข้ากันดีแล้ว สังเกตว่าน้ำตาลไม่เป็นเกร็ดจึงนำส่วนของแห้งเทลงไป พยายามใช้พายยางช่วยผสมก่อนเปิดเครื่องตีนะคะ ไม่อย่างนั้นฝุ่นแป้งจะฟุ้งทั่วห้องครัว แล้วตีด้วยความเร็วระดับปานกลางให้ส่วนผสมเข้ากัน ส่วนผสมที่ได้จะแห้ง จับกันเป็นก้อน
5. ค่อยๆ ใส่อัลมอนด์บด ตีจนเข้าเนื้อแล้วปิดเครื่อง จากนั้นนำชอคโกแลตชิปใส่ลงไปใช้พายยางช่วยผสม
6. ใช้ช้อนหรือที่ตักไอศกรีมขนาดเล็ก (แหม่มใช้ช้อนตักเมล็ดกาแฟของสตาร์บัคส์ค่ะ) ตักส่วนผสมเป็นก้อนลงบนถาดอบ ห่างกันเล็กน้อยได้ค่ะ เพราะส่วนผสมแน่นไม่ไหล จากนั้นจึงใช้ก้นช้อนกดลงตรงกลางเพื่อให้ได้คุกกี้เป็นชิ้นแบน


7. อบด้วยความร้อน 180 องศาเซลเซียส ไฟล่างอย่างเดียว นาน 10 นาทีค่ะ จากนั้นนำมาผึ่งบนตะแกรงให้เย็นแล้วเก็บใส่ขวดโหลไว้เป็นของขวัญหรืออาหารว่างได้เลยค่ะ



สูตรนี้เข้มข้นไม่หวานมาก แหม่มทำพร้อมกันทั้งแบบขาวและแบบดำ (แบบขาวมีสูตรอยู่ใน blog แล้วนะคะ) เก็บไว้ให้น้องทัณฑ์กิน เธอบอกว่าเดี๋ยวคริสต์มาสจะทำอีกครั้ง เพื่อไว้ให้ซานต้ากินด้วยค่ะ Merry Christmas & Happy New Year 2016 ทุกคนด้วยนะคะ







 

Create Date : 22 ธันวาคม 2558    
Last Update : 22 ธันวาคม 2558 14:17:53 น.
Counter : 16566 Pageviews.  

Apple Yogurt Cake

สวัสดีมิตรรักแฟนขนมอบค่า ^^

หายไปนานนนนนนนนเลย มัวแต่เลี้ยงลูก เขียนนิยาย แล้วก็เดินทางไปโน่นนี่ ไม่มีเวลานั่งอยู่นิ่งๆ ที่บ้านพอจะทำขนมได้เลย ตอนนี้น้องทัณฑ์ปิดเทอมแล้วเลยต้องหาโอกาสทำขนมซักหน่อย วันนี้จะลองเอาสูตรของคุณปุ๊ก dailydelicious มาลองทำ ต้นฉบับอยู่ที่นี่เลยนะคะ 

//dailydeliciousthai.blogspot.com/2013/12/apple-yogurt-cake-today-i-want-to-relax.html



เริ่มจากส่วนผสมกันค่ะ :-

1. แป้งเอนกประสงค์ 190 กรัม
2. อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา
3. เกลือ 1/4 ช้อนชา
4. แอปเปิ้ลเขียว 250 กรัม หรือประมาณ 2 ลูก (ปอกเปลือกและเฉือนไส้ออกแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ)
5. น้ำตาลทรายขาว 90 กรัม
6. เนยสดรสจืดละลายแล้วพักไว้ให้เย็น 200 กรัม
7. ไข่ไก่ 2 ฟอง
8. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 100 กรัม หรือประมาณ 1 กระปุก
9. ผิวเลมอนขูด 1 ลูก
10. น้ำตาลทรายแดงเม็ดหยาบ 60 กรัม



เริ่มทำกันเลยนะคะ

1. วอร์มเตา เราต้องการอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสค่ะ จากนั้นก็เตรียมพิมพ์ทรงกลมขนาดกลาง แต่แหม่มไม่มีเลยใช้ขนาดที่อบเค้กไข่แทน ตัดกระดาษรองพิมพ์ไว้นะคะ


2. ร่อนแป้งและอบเชยป่นเข้าด้วยกัน พักไว้


3. จากนั้นก็มาตีเนยละลาย ไข่ไก่ เกลือ น้ำตาลทรายขาว ผิวเลมอน และโยเกิร์ตเข้าด้วยกัน โดยใช้ตะกร้อมือค่ะ



4. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้วก็ทยอยเทแป้งลงไปผสม โดยการแบ่งเป็นสามรอบ ขั้นตอนนี้ใช้พายยางนะคะ ผสมจนเข้ากันดี แป้งไม่เป็นเม็ด





5. ขั้นตอนสุดท้ายให้ใส่แอปเปิ้ลลงไปพร้อมกันเลยค่ะ



ุ6. เทส่วนผสมที่ได้ใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ทีละครึ่ง จากนั้นก็โรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายแดง


7. เทส่วนที่เหลือลงไป เกลี่ยเล็กน้อยให้เสมอกันแล้วโรยน้ำตาลที่เหลืออีกครึ่งจนหมดค่ะ




8. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 45-50 นาที หรือจนกระทั่งสุก เช็คสุกโดยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปในเนื้อเค้ก หากสุกดีจะไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมาค่ะ



สำรวจรสชาติ....

อร่อยมากกกกก ไม่หวาน แต่ให้รสสัมผัสกรุบๆ จากน้ำตาลทรายแดง หอมซินนามอนกับผิวเลมอน มีรสเปรี้ยวนิดๆ ของแอปเปิ้ลเขียว ทานกับชาหรือกาแฟก็ได้ค่ะ แต่ถ้าให้ดีมีไอศครีมรสวานิลลาวางขนาบข้างก็จะเหมาะ ใช้เป็นของว่างไว้รับแขกบ้านแขกเมืองไม่อายใคร ดูหรูหราราคาแพง งานนี้แหม่มลงทุนไป 400 นิดๆ ยังเหลือของให้ทำอีกชุดสบายๆ ค่ะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ขอบคุณคุณปุ๊กไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ สำหรับการแบ่งปันสูตรอร่อยๆ






 

Create Date : 02 ตุลาคม 2558    
Last Update : 3 ตุลาคม 2558 21:45:40 น.
Counter : 5447 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

BlogGang Popular Award#17


 
tiara
Location :
ภูเก็ต Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 397 คน [?]




blog นี้ตั้งใจทำขึ้นเพราะต้องการให้ความรู้เรื่องการทำขนมอบเป็นวิทยาทานแก่คนทั่วไป ส่วนเรื่องลูกเป็นพื้นที่สำหรับเก็บบันทึกไว้ให้เกาทัณฑ์ และจะมีโฆษณางานเขียนของ tiara อีกเล็กน้อย หากสิ่งใดเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ก็ยินดีที่จะแบ่งปันค่ะ

ปล. tiara ไม่ได้เปิดสอนคลาสชงกาแฟสดและทำเบเกอรี่แต่อย่างใด ความรู้มีอยู่ใน blog สามารถเรียนฟรีได้เลยค่ะ ^^
ผลงานของ tiara

...เรื่องยาว...

...เรื่องสั้น...

"จอมยุทธ์ผู้ตามหาหงส์ขาว"
"Don't read my mind!"
"ลิลลี่สีขาวกับสาวน้อยของผม"
"หนุ่มรับเหมากับสาวแบรนด์เนม"
New Comments
Friends' blogs
[Add tiara's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.