Group Blog
 
All blogs
 
The Vow (2012): รักลืมแหลก


The Vow (2012) :
หนังโรแมนติกหวานย้วยเรื่องนี้ โปรยหัวบนโปสเตอร์ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง ซึ่งเป็นของ Kim และ Krickitt Carpenter คู่สามีภรรยาชาวมะกัน ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1993 หลังจากที่แต่งงานกันไม่นานทั้งคู่ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ส่งผลให้คุณภรรยาเกิดอาการกระทบกระเทือนทางสมองจำเรื่องราวที่เกี่ยวกับสามีไม่ได้เลย (ฮ่วย) แต่ด้วยความรักอันเต็มล้นของคุณสามี เขาจึงต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอตกหลุมรักเขาอีกครั้งหนึ่งให้จงได้ เรียกว่าต้องจีบเมียตนเองใหม่อีกครั้งว่างั้นเหอะ (ขอย้ำอีกครั้งว่านี่เรื่องจริง)

คู่สวีทประจำเรื่อง
เรื่องราวที่แสนโรแมนติกปานละครช่องเจ็ดมาเองเช่นนี้ช่างเหมาะที่จะเอามาทำหนังหล่อเลี้ยงหัวใจหนุ่มสาวที่กำลังอินเลิฟจริงๆ ว่าแล้วผู้สร้างหัวใสก็ดึงตัวหนุ่ม Channing Tatum และสาว Rachel McAdams มาเป็นนายกวักนางกวักเรียกคนดูเข้าโรง ซึ่งทั้งคู่ก็มีโอกาสได้บริหารเสน่ห์ของตนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะหนุ่ม Tatum ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีเกินคาดไม่เล่นทำหน้าเหมือนคนท้องผูกขี้ไม่ออกเฉกเช่นหลายเรื่องที่ผ่านๆ มา จนสามารถคว้าหัวใจของสาวแท้สาวเทียมไปเต็มๆ เลยงานนี้ (ส่วนสาว McAdams ก็คว้าหัวใจของหนุ่มแท้หนุ่มเทียมไปได้ไม่แพ้กัน อิอิ)

คู่นี้เคมีลงตัวดีแท้
ถ้าไม่บอกว่าหนังสร้างจากเรื่องจริงเนี่ยก็คงต้องบอกว่าพล็อตโคตรจะน้ำเน่าเลย หนังพกความโรแมนติกชวนฝันสุดๆ มาฝากคนดู (สาวๆ) อย่างเต็มเปี่ยม ทั้งพระเอกที่ทั้งหล่อล่ำและแสนดีเกินคน นางเอกที่สวยหวานแถมพ่อรวยอีกต่างหาก แต่ด้วยเสน่ห์ของสองนักแสดงนำ และการเล่าเรื่องของ ผกก.Michael Sucsy ก็ทำให้หนังออกมาพอดูได้เพลินๆ อยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากหนังสามารถทำให้ท่านดูจบแล้วรู้สึกอยากจะรักแฟนของตนให้มากยิ่งขึ้นหรืออยากจะมีคนรักกับเขาบ้างล่ะก็ถือว่าหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในแนวทางของมันแล้วล่ะ จะเอาอะไรมากเนอะ

สาวๆ คงได้มีเคลิ้มกันแน่งานนี้
  • + เรื่องราวโรแมนติกชวนเคลิ้ม คู่พระนางดูดีมีเสน่ห์เคมีเข้ากัน ดูแล้วจะรู้สึกว่าตนเองโรแมนติกขึ้นมาอีกหลายขีดเชียว
  • - เรื่องราวออกแนวน้ำเน่า (แม้จะสร้างจากเรื่องจริงก็ตาม) ถ้าเทียบกับหนังโรแมนติกเรื่องอื่นๆ ยังถือว่าไม่น่าจดจำเท่านัก

หน้าตาของ Kim และ Krickitt Carpenter ที่มาของหนัง




*ช่วงเพลงในหนัง*
The Cure
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โรแมนติกขึ้นเยอะคือเพลงที่เปิดประกอบทั้งหลาย โดยเฉพาะเพลงที่ใช้ในฉากจบ ซึ่งก็คือ Pictures of You เพลงรักคลาสสิกของ The Cure วงร็อครุ่นเก๋าจากอังกฤษที่ถึงจะฟังกี่ทีๆ กี่ปีๆ ก็ยังชวนเคลิบเคลิ้มถึงอารมณ์หมายได้เป็นอย่างดี เรียกว่าพอหนังจบเพลงนี้มันจะสามารถทำให้คนดูแต่ละคนนึกถึงคนที่ตนเองรักขึ้นมาได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่น่าชื่นชมอีกจุดของหนังเรื่องนี้ครับพี่น้อง






Create Date : 28 มีนาคม 2555
Last Update : 28 มีนาคม 2555 7:17:51 น. 2 comments
Counter : 2983 Pageviews.

 
โปสเตอร์ก็หวาน
พล๊อกเรื่องก็ว๊านหวาน
เพลงก็เพราะดีค่ะ
ยาวสะใจ ตั้งเจ็ดนาทีครึ่ง
ฟังแล้วนึกถึงเพลงสมัยตอนอยู่ม.ต้น


โดย: VELEZ วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:19:14:11 น.  

 
แล้วรู้หรือยังล่ะ "วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก"
อยากบอกอะไรก็จะรับรู้ไว้...ว่าฉันก็เป็นเหมือนเธอ..
อยากบอกให้เธอได้รู้ไว้เธออยู่ในใจฉันเสมอไม่เคยลืม
เวลาเจอก็ดีใจถึงแม้ว่าไม่ได้พูดได้คุยกับเธอก็ตาม
แต่อยากให้รู้ว่า "ยังรัก" เสมอ เช่นกัน


โดย: นักรบนพดล IP: 122.155.135.4 วันที่: 23 ตุลาคม 2556 เวลา:22:38:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Nanatakara
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




  • Friends' blogs
    [Add Nanatakara's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.