Group Blog
 
All blogs
 
War Horse (2011): ชะตากรรม ม้าไม่ลืม


War Horse (2011) :
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติประจำตัวของป๋า Steven Spielberg ไปซะแล้วที่ถ้าปีไหนฟิตหน่อยก็จะมีหนังออกมาให้ดูกันสองเรื่องสองรส โดยเรื่องหนึ่งจะเป็นหนังเอาใจตลาด ส่วนอีกเรื่องก็จะเป็นหนังหวังรางวัล ซึ่งถ้า The Adventures of Tintin เป็นหนังเอาใจตลาดประจำปีที่แล้วของแกล่ะก็ หนังดราม่าม้าๆ เรื่องนี้ก็คือหนังหวังรางวัลที่ป๋าแกบรรจงส่งเข้าประกวดนั่นเองจ้า

หนังม้าๆ มาอีกเรื่องแล้ว
หนังดัดแปลงจากวรรณกรรมเด็กชื่อเดียวกันของนักเขียนชาวอังกฤษ Michael Morpurgo (และละครเวทีอีกต่อหนึ่ง) อันว่าด้วยเรื่องราวของ Joey เจ้าม้าสีแดงสุดคึกคักดึ๋งดั๋งที่ต้องพลัดพรากจาก Albert หนุ่มลูกชาวนาจนๆ ชาวอังกฤษอันเป็นเจ้านายสุดรักของมันไปเป็นม้าศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ.1914 - 1918) ซึ่งชะตากรรมของมันจะเป็นเช่นไรต่อไปนั้น ก็โปรดร่วมลุ้นเอาใจช่วยมันได้ 2 ก.พ.ศกนี้ ในโรงภาพยนตร์ใกล้และไกลบ้านท่านเน้อ


ม้าเล่นดีมากจนน่าแจกรางวัลม้าดีเด่น
ต้องบอกว่าเรื่องราวดราม่าชวนประทับจิตแบบนี้ช่างเข้าทางป๋าเขาอย่างแรง เพราะว่าหนังออกมาในอารมณ์ สปีลเบิ้ร์ก สปีลเบิร์ก (คนที่ดูหนังแกบ่อยจะนึกออก) คือสามารถผสมผสานอารมณ์ดราม่า เศร้าซึ้ง หดหู่จริงจังและตลกในคราเดียวกันได้แบบเนียนๆ โดยได้ดารานักแสดง (ฝั่งยุโรป) แสนคุ้นหน้ามากมายผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างสีสันอยู่ตลอดทั้งเรื่องได้เป็นอย่างดี ส่วนงานสร้างจากทีมงานขาประจำของป๋าก็รังสรรค์ให้ภาพที่ออกมาดูยิ่งใหญ่งดงามเสริมสร้างอารมณ์หนังได้ยิ่งนัก


เต็มไปด้วยนักแสดงหน้าคุ้นคุ้นหน้า
แต่ด้วยความที่เป็นหนังที่สร้างจากวรรณกรรมเด็ก ป๋าเลยต้องประนีประนอมลงไปบ้างด้วยการใช้มุมกล้องบังโน่นบังนี่ในฉากฆ่าฟันเพื่อไม่ให้หนังดูรุนแรงจนเกินไป หรือการให้ตัวละครนานาชาติต่างพูดภาษาอังกฤษปร๋อในสำเนียงชาติตนเอง ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะหนังโดยรวมก็ยังกระทบอารมณ์เป็นอย่างดี แม้เรื่องราวของหนังจะออกแนวประโลมโลกที่ไม่มีทางเป็นไปได้ในความเป็นจริง แต่น้อยหนังก็ประสบความสำเร็จในการมองโลกอย่างมีความหวัง คือแม้ว่าจะอยู่กลางสงครามแต่มนุษย์ก็ยังอุตส่าห์ลืมความบาดหมางชั่วขณะเพื่อแสดงความเมตตากรุณาต่อสัตว์ได้อยู่ ซึ่งป๋าแกก็มือถึงมากพอที่จะไม่ทำให้ฉากเหล่านี้ออกมาดูเฟคหรือดูตลกไปซะ


ต้องคอยดูต่อไปว่าพ่อหนุ่มคนนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน
ถึงนี่อาจจะไม่ใช่หนังที่ดีพร้อมควรค่าแก่การครองรางวัลใหญ่ทุกสถาบัน แต่สำหรับเราแล้วนี่คือหนังที่ดีมากพอจะครองรางวัลจากใจเราไปเต็มๆ หนังซาบซึ้งกินใจเหมาะกับคนรักสัตว์ (ไม่รักก็ดูได้) และอย่าได้แปลกใจถ้าน้ำตาท่านจะรินไปกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งถ้าใครดูแล้วไม่หือไม่อืออะไร ก็แสดงว่าท่านใจแข็งไปหน่อยแล้วนะ ถ้าใครเคยประทับใจกับ Black Beauty (1994) มาแล้วก็น่าโดนใจกับเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ป๋า Steven Spielberg เขาเอาหนังดีมีคุณภาพมาฝากอีกแล้วครับทั่น
  • + หนังดราม่าม้าๆ ชวนประทับใจ ให้แง่คิด เหมาะสำหรับทุกคน ป๋า Steven Spielberg เขารับประกันคุณภาพจ้า
  • - ออกแนวนิยายไปนิด (ก็สร้างจากนิยายนิ)




*ช่วงอันเนื่องมาจากหนัง*

ทหารม้าอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
สำหรับบทบาทของม้าในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั้นก็ไม่ใช่จิ๊บๆ เลย เพราะในยุคนั้นม้าคือพาหนะหลักของทุกคน (รถยนต์นั้นมีแต่เศรษฐีเท่านั้นที่มีปัญญาถอยมาขี่โก้ๆ) ดังนั้นแม้แต่ในกองทัพม้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสุดๆ ทั้งทำหน้าที่ลากจูง เป็นพาหนะของทหาร ม้าศึก หรือแม้แต่เป็นเสบียงก็ตาม

แต่ด้วยการที่ยุคนั้นเป็นยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เครื่องยนต์กลไกต่างๆ เริ่มพัฒนา รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่มีอานุภาพร้ายแรงขึ้น ดังนั้นนอกจากปืนกล และปืนใหญ่ จะฆ่าทหารตายเป็นเบือแล้ว ม้าก็เลยพลอยโดนหางเลขไปด้วย ซึ่งว่ากันว่าตลอดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งกินระยะเวลาสี่ปี มีม้าที่สังเวยชีวิตไปทั้งสิ้นกว่าสิบล้านตัว แค่ของฝ่ายอังกฤษอย่างเดียวก็ตายเป็นล้านแล้ว

หลังสงครามเลิกม้าที่ยังเหลือรอดมาก็ป่วยตายไปซะเยอะ ส่วนตัวไหนยังแข็งแรงก็จะถูกขายโรงฆ่าสัตว์เพื่อทำอาหาร (เนื่องจากสงครามทำให้ขาดแคลนอาหาร) เรียกได้ว่ารอดสงครามมาได้ก็ต้องตายอยู่ดี และนั่นก็ทำให้สิ้นสุดยุคของการใช้ม้าในสงครามไปในที่สุด

ฟังดูเหมือนม้าจะถูกมนุษย์ใช้ประโยชน์อย่างไม่ใยดี แต่ทว่าก็ยังมีคนสำนึกบุญคุณของม้าอยู่ เลยมีการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงม้าและเหล่าสัตว์ชนิดต่างๆ ที่ต้องสังเวยชีวิตไปในสงครามขึ้นมา ในอังกฤษเมื่อปี ค.ศ.2004

ทุกวันนี้ม้าถูกเลี้ยงเพื่อการกีฬา ใช้งานทั่วไป และสันทนาการเป็นส่วนใหญ่
นั่นก็เลยยังทำให้สัตว์ที่เปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ กล้าหาญ แข็งแกร่ง สง่างาม แสนรู้ ชนิดนี้ที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมาช้านานยังคงอยู่คู่โลกเบี้ยวๆ ใบนี้ต่อไปเอย


*คัดข้อมูลบางส่วนมาจาก wikipedia จ้า*


*รีวิวหนังม้าๆ และหนังที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 เรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*




Create Date : 10 มกราคม 2555
Last Update : 10 มกราคม 2555 15:48:09 น. 1 comments
Counter : 1783 Pageviews.

 
เรื่องนี้ผมรอดูอยู่เลยครับ อยากดูมากๆเลย


โดย: joker-master วันที่: 12 มกราคม 2555 เวลา:14:17:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Nanatakara
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]




  • Friends' blogs
    [Add Nanatakara's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.