images by free.in.th
"
Group Blog
 
All blogs
 

Logical Communication..สื่อสารอย่างมีตรรกะ ชนะ (ใจ) ทุกสถานการณ์




Logical Communication สื่อสารอย่างมีตรรกะ ชนะ (ใจ) ทุกสถานการณ์
โดย...Nishimura Katsumi / Kaya Koichiro
แปล..ประวัติ เพียรเจริญ
ISBN...978-974-443-357-2
ดูปกชัด ๆ click


ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไหน ๆ ก็ใกล้งานหนังสือละ ก็เลยอัพให้บล็อกคึกคักหน่อย เพื่อน ๆ อย่าลืมแวะเวียนมาดูกันนะคะ


บ.ก. ขอบอกเลยว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับ ทุกคน ที่


วิตกกังวล ว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง
กังวลใจ เมื่อต้องติดต่องานกับคนอื่น
ประหม่า เมื่อต้องพูดคุยกับคนที่พบกันครั้งแรก
หงุดหงิด เวลาที่ต้องแสดงความเห็นในที่ประชุม
เหนื่อยใจ เวลาต้องโน้มน้าวให้คนอื่นเชื่อ
มั่นใจ เวลาสื่อสาร แต่อยากรู้เทคนิคและแทคติกมากขึ้น

(จริง ๆ ก็เอามาจากโปรยปกนี่แหละ )


และถ้าอ่านแล้วก็จะ สื่อสารได้อย่างสนุกสนาน และเป็น ผู้ถาม-ผู้ตอบ ที่มีศักยภาพ (สูง) ในทุกสถานการณ์
(นี่ก็โปรยปกอีก )


ก็อย่างที่ว่าค่ะ Logical Communication สื่อสารอย่างมีตรรกะ ชนะ (ใจ) ทุกสถานการณ์ เน้นที่การสื่อสาร และต้องเป็นการสื่อสาร 2 ทางด้วยนะคะ คือ ต้องมีการถาม-ตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูล ไม่ใช่ว่าสื่อสารทางเดียว พูดอยู่คนเดียว ใครไม่รู้เรื่องก็ช่วยไม่ได้ ขอแค่ฉันได้แสดงความคิดเห็นแค่นั้นเป็นพอ!! คิดอย่างนี้ไม่ได้นะคะ ยิ่งในโลกธุรกิจ ไม่ว่าจะในองค์กรหรือนอกองค์กร การสื่อสารก็ยิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้เข้าใจความคิดของกันและกัน ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลใหม่ ๆ หรือบางครั้งอาจจะได้ไอเดียอะไรใหม่ ๆ โดยไม่รู้ตัว



พูดถึงคำว่า Logical Communication ก็คือ การสื่อสารอย่างมีตรรกะ (ตรงตัวได้อีก) เป็นเหตุเป็นผล และสอดคล้องกลมกลืนกัน

ถ้าจะพูดให้เห็นภาพหน่อย ก็คือถ้าเป็นการพูดแบบลอจิคอล คือ การพูดเป็นลำดับ สอดคล้อง เป็นเหตุเป็นผล ไม่สะเปะสะปะไปทางนู้นทีทางนี้ที นึกอะไรได้ก็พูดออกมาหมด

ส่วนถ้าเป็นการฟังแบบลอจิคอล ก็คือ การฟังให้ได้ความ โดยใช้เทคนิค
1.ถามเมื่อไม่เข้าใจ
2.สรุปเรื่องที่ฟังเป็นข้อ ๆ และ
3.พยายามรวบรวมคีย์เวิร์ดสำคัญ ๆ จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไรให้ชัดเจน


ถ้าสามารถทั้งพูดและฟังแบบลอจิคอลได้ คราวนี้ถ้าได้พูดคุยกับใครก็จะได้ไม่ถูกว่าว่า “เอ๊ะ! อะไรเนี่ย พูดไม่เข้าใจรึไง” “พูดไรเนี่ยไม่รู้เรื่องเลย” “อ้าว เมื่อกี้ไม่ได้ฟังเหรอ” กันสักที



ในหนังสือส่วนใหญ่ก็จะมี ตัวอย่างการสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ มาให้ดูกันค่ะ ว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ หรือถ้ามีเป้าหมายอย่างนี้ควรจะพูดหรือถามยังไงดี

เรื่องรายละเอียดใครสนใจคงต้องไปอ่านดูนะคะ พูดเป็นหลักการมากไปเดี๋ยวจะเบื่อซะก่อนตอนนี้ บ.ก.มีตัวอย่างทริกเล็กน้อย ๆ จากหนังสือมาฝากค่ะ (ขอบอกว่า บ.ก.ชอบบทนี้มาก) ในบทที่ 5 จะมีตัวอย่างสไตล์การสื่อสารลักษณะต่าง ๆ อ่านแล้วก็ลองนึกดูนะคะว่า เราเป็นคนสื่อสารสไตล์ไหน เช่น


-สไตล์ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ที่ดูเหมือนฟังแต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ฟังเลย
-สไตล์เผด็จการ ที่ได้ยินเฉพาะความเห็นที่เหมือนกับของตน
-สไตล์เอาแต่ก้มหน้า ไม่ยอมออกความคิดเห็น
-สไตล์ Mr. YES ที่พยักหน้าเห็นด้วยตลอดดดดดด
-สไตล์พนักงานร้านขายเสื้อผ้า ที่เอาแต่ชมๆๆ และชม
-สไตล์ถามคำตอบคำ ที่มักจะทำให้การพุดคุยติดขัด



เป็นไงคะ เพื่อน ๆ สื่อสารกันสไตล์ไหน แต่ก็นะ เลือกแล้วก็ไม่ต้องภูมิอกภูมิใจ เพราะว่านี่น่ะถือว่าเป็น ปัญหาในการสื่อสาร ค่ะ แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะผู้เขียนมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้สื่อสารกับคนอื่นได้ดีขึ้น

อย่างคนที่ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ก้อแนะนำว่า ให้มองหน้าคู่สนทนาเวลาฟังเรื่องที่เขาพูด พวกที่ชอบเผด็จการ ก็หัดเติมประโยค “...แล้วคุณคิดว่ายังไงบ้าง” ลงไปท้ายประโยคบ้าง คนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ก็ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นจะยอมรับไหม ขอแค่รวบรวมความคิด แล้วพูดออกมาให้เป็นเหตุเป็นผลก็พอ คนที่ชมๆๆ อย่างเดียว ก็ให้หัดพูดข้อเสียของอะไรก็ได้วันละ 1 ข้อ ฯลฯ

อ่านจบเล่มแล้วก็รู้สึกว่าเทคนิคเรื่องการสื่อสารที่เยอะจริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้อ่านอย่างเดียวคงไม่ได้ประโยชน์สักเท่าไร ต้องลงมือทำด้วยนะคะ ถึงจะได้ผลตามสโลแกน “อ่านรอบเดียวก็เข้าใจ นำไปใช้จริงได้ทันที”




 

Create Date : 05 มีนาคม 2552    
Last Update : 22 กันยายน 2552 14:50:20 น.
Counter : 2372 Pageviews.  

Louis Vuitton เปิดบันทึก...กลยุทธ์สร้างแบรนด์ : หรู เรียบ เฉียบ และทน




Louis Vuitton เปิดบันทึก...กลยุทธ์สร้างแบรนด์

โดย...Nagasawa Shinya
แปล...ศรีวิกา สุสัณพูลทอง
เรียบเรียง...ทิพวรรณ อภิวันท์วรรัตน์
อยากดูรายละเอียด สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. ชมปกกันแบบชัด ๆ click


วันนี้ก็มีข่าวคราวของหนังสือใหม่มาเล่าให้ฟังอีกเช่นเคยค่ะ

สำหรับ Louis Vuitton เปิดบันทึก...กลยุทธ์สร้างแบรนด์ เล่มนี้ บ.ก. สะดุดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินแล้วค่ะ และพอได้เป็น บ.ก. เล่มเองด้วยยิ่งแบบว่า ตื่นเต้น ดีใจ บ.ก.ชอบนะคะของแบรนด์เนม แต่อย่างว่าก็ได้แค่ดูละค่ะ เพราะจะให้ลงทุนควักกระเป๋ามาซื้อนี่ก็เสียดายค่ะ คำนวณแล้วก็เงินเดือนหลายเดือนอยู่

แต่ก็นะ จะว่าไปแล้วพวกของแบรนด์เนมเขาก็มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว ของ Hi-End ก็ต้องคู่กับคน Hi-So หลายคนคงคิดอย่างนั้นใช่มั้ยคะ แต่จริง ๆ พออ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อน ๆ จะรู้ทันทีว่า ที่ใช้ Louis Vuitton น่ะ ก็เพราะว่าประหยัดสุด ๆ ต่างหาก อ๊ะๆ ไม่ต้องทำหน้างงค่ะ เดี๋ยวบ.ก.จะเล่าให้ฟัง แต่ก่อนอื่นขอพูดถึงเนื้อหาคร่าว ๆ ก่อนนะคะ


เห็นชื่อตัวโต ๆ ใหญ่ ๆ ว่า Louis Vuitton บนปกหรูสไตล์ยุโรปคลาสสิค (55) หลายคนอาจจะคิดว่า อ่อ ดีเลย ซื้อไปอ่านดูดีกว่า จะได้เอาไปดูว่า LV ของจริงของปลอมนี่มันต่างกันยังไง !” บ.ก. ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยค่ะว่า สำหรับคนที่คิดแบบนี้อาจจะผิดหวังหน่อย ๆ เพราะจริง ๆ แล้ว Louis Vuitton ไม่เคยและจะไม่เปิดเผยเลยค่ะว่า “LV ของแท้” นั้นต้องดูกันตรงไหนบ้าง (อันนี้เป็นข้อมูลจากในหนังสือค่ะ)


พูดถึง Louis Vuitton เพื่อน ๆ บางคนอาจจะยังไม่รู้นะคะว่า Louis Vuitton เนี่ยก่อตั้งมานาน 153 ปีแล้วค่ะ นานมากกกเลย แต่เรื่องชื่อเสียงคงไม่ต้องพูดถึงเพราะคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก แล้วก็ เป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดครองแชมป์อันดับ 1 เจ้าของส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดในญี่ปุ่น ตลาดที่ใหญ่และแข็งขันกันดุเดือดที่สุดของสินค้าแบรนด์ ด้วยรายได้ถึง 1,500,000,000,000 เยน (นับเลขศูนย์ไหวมั้ยคะ) ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ยังถือว่าเรียกน้ำย่อยนะคะ


เข้าเรื่องดีกว่า


เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ก็ตรงกับชื่อเลยค่ะว่าเป็น “กลยุทธ์สร้างแบรนด์ ให้ Louis Vuitton กลายเป็นแบรนด์แห่งประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลัก ๆ เลยคือการวิเคราะห์กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ LV ใช้ โดยใช้หลักทางการตลาด 4P ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) การกระจายสินค้า (Place) และ การส่งเสริมการขาย (Promotion) เข้าไปจับ แล้วสรุปออกมาให้เห็นเป็นแนวทาง

จุดประสงค์เลยก็เพื่อเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจ แนวทางที่วิเคราะห์ออกมาเห็นได้ชัดเจนว่าแตกต่างจากกลยุทธ์ของสินค้าทั่วไปที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ของ Luxury Brand ที่มี Brand Power อันแข็งแกร่ง สำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการที่ต้องการให้ธุรกิจมีความโดดเด่น แข็งแกร่ง และมั่นคง คงได้ไอเดียอะไรดี ๆ บ้างแน่นอนค่ะ


แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องหนัก ๆ นะคะ เพราะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ รวมถึงขั้นคลั่งไคล้ Louis Vuitton หรือแบรนด์เนมแบรนด์อื่น ๆ อ่านแล้วก็เพลินดีค่ะ ได้รู้เรื่องราวและที่มาที่ไปของแบรนด์ต่าง ๆ เพราะนอกจาก Louis Vuitton แล้ว ในเล่มยังอ้างถึงแบรนด์อื่น ๆ ด้วยค่ะ อย่าง Gucci Chanel Hermès YSL Chloè Christian Dior ฯลฯ บ.ก.อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ดีขึ้นมาทีเดียว


อ่อพูดถึงผู้ดี ที่พูดไว้ก่อนหน้าค่ะว่า Louis Vuitton เป็นกระเป๋าที่ใช้แล้วประหยัดที่สุด ก็เพราะว่า ตลอดระยะเวลา 153 ที่ก่อตั้งแบรนด์มา Louis Vuitton ทำงานอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดที่ว่า เป็นของดีที่ใช้ทน ถ้ากระเป๋าเกิดขาด หรือมีตำหนิ ก็สามารถให้ที่ร้านซ่อมแซมให้ได้ และมีความคลาสสิคด้วยลวดลายพื้นฐานอย่าง Monogram และ Damier ก็เลยใช้ได้ตลอด ไม่ใช่ว่าพอเบื่อ ขาด ตกสมัย แล้วก็ทิ้ง

อ่อ แล้วก็ไม่ต้องรอนะคะว่าจะมี Louis Vuitton Clearance Sale เพราะ Louis Vuitton ไม่มีวันที่จะขายลดราคาเด็ดขาด เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากได้มาถือไปไหนมาไหนสักใบสองใบ ก็เดินตรงเข้าไปที่ร้านได้ตลอดเวลาค่ะ ไม่ต้องรอเซลล์ เรื่องน่ารู้ ๆ แบบนี้ก็มาจากหนังสือนี่แหละค่ะ


เป็นยังไงบ้างคะ นี่ขนาดคร่าว ๆ ยังเพลินขนาดนี้ เล่มนี้บ.ก.ขอบอกเลยค่ะว่า อ่านแล้วเพลินดีมาก ตื่นตาตื่นใจดี ถึงจะไม่ใช่ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการระดับที่จะนำหลักการไปใช้สร้างธุรกิจ แต่สำหรับผู้คลั่งไคล้แฟชั่น ก็ถือเป็นเล่มหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ


แล้วคราวหน้าจะหยิบหนังสือดี ๆ มาฝากอีกนะคะ
ช่วงนี้ใกล้งานหนังสือ ก็เลยฟิต







 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 22 กันยายน 2552 14:50:41 น.
Counter : 4368 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

textbook
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. สรรค์สร้างสาระสู่สังคม
มุ่งมั่นผลิตตำราวิชาการและหนังสือเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ การบริหารจัดการ ด้านส่งเสริมการศึกษา เพื่อการพัฒนาตนเองและองค์กร สำหรับภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม
Instagram
Friends' blogs
[Add textbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.